Share

สายตาของมังกร

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-26 21:52:43

เสียงหวีดนกของรุ่นพี่สันทนาการดังขึ้นเหนือศีรษะทุกคน ทำให้นักศึกษาปีหนึ่งที่กระจัดกระจายตามจุดต่าง ๆ ค่อย ๆ ขยับมาเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งตามรายภาควิชา บริเวณหน้าลานเกียร์

“ปีหนึ่งทุกคน เข้าแถวรวมกลุ่มตามรายภาควิชานะครับ! กิจกรรมสุดท้ายในวันนี้ เราจะมาจับสายรหัสกัน!”

เสียงเชียร์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกลองที่ดังเป็นจังหวะ เสียงพูดคุยของทุกคนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดังไปทั้งบริเวณ แต่สำหรับใยบัว มันคือเสียงที่ซัดเข้ามาเหมือนคลื่นใหญ่ที่ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดบางจังหวะ

“เราอยู่ตรงนี้ บัวไม่ต้องกลัว”

ใยบัวพยักหน้ารับ เธอไม่ได้หวาดกลัวผู้คน แต่ทุกครั้งที่ต้องอยู่ในสถานที่ที่ยังไม่คุ้นชิน เธอมักจะตื่นตระหนกและกังวลง่ายกว่าปกติ

คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แต่ยังไม่กล้ามองไปรอบ ๆ มากนัก เธอพยายามทำให้ตัวเองลีบเล็กมากที่สุด เพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจในสายตาใคร โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาหนึ่ง…ที่มองเห็นเธออยู่ตลอด

ร่างสูงในเสื้อช้อปสีแดงยืนอยู่ไม่ไกลนัก ชายหนุ่มทอดสายตานิ่ง ๆ มาทางเธอ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างที่อ่านไม่ออก แต่ความนิ่งนั้นกลับดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้างได้ดี โดยเฉพาะพวกผู้หญิง

“เดี๋ยวให้ปีหนึ่งเดินออกมา จับชื่อรุ่นพี่นะครับ!”

“ไม่ต้องกังวล เดียวไอจะไปรอบัวตรงนั้น”

ไอวาหันมามองใยบัวด้วยรอยยิ้มและสายตาที่บ่งบอกว่าตัวเธอเองเชื่อมั่นในตัวของใยบัวว่าจะต้องทำได้

ใยบัวพยักหน้ารับ ด้วยตากลมโตเต็มไปด้วยความลังเล แต่หากเธออยากก้าวผ่านสิ่งที่เป็นอยู่ไปให้ได้ เธอก็ต้องพยายามด้วยเหมือนกัน

ใช่ เธอต้องพยายาม แค่ไม่พูดออกไปก็จะไม่มีอะไรทั้งนั้น

หลังจากนั้นไม่นานไอวาก็ลุกเดินขึ้นไปจับสลากในกล่อง ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มให้กำลังใจเธอที่เป็นคนสุดท้ายของแถว

“คนสุดท้ายเชิญครับ!”

ใยบัวที่อยู่ลำพังยืนนิ่งไม่กล้าขยับ ความกังวลย้อนกลับเข้ามาในความรู้สึกของเธออีกครั้ง เสียงหัวใจเต้นแรงดังในหูจนเธอแทบไม่ได้ยินอะไรอีก

เธอกะพริบตาช้า ๆ สองมือเต็มไปด้วยเหงื่อจนเปียกชุ่ม แล้วทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำก็เอ่ยขึ้นด้านหลัง

“ไม่ต้องกลัวครับ คิดว่าพี่เป็นสีนวล แล้วเดินไปด้วยกันนะ”

ใยบัวสะดุ้งทั้งร่างเหมือนถูกดึงออกจากภวังค์ เธอเงยหน้าช้า ๆ มองร่างสูงที่ไม่รู้ว่าเขามายืนข้างเธอตั้งแต่ตอนไหน ก่อนจะหันกลับไปด้านหน้าแล้วรวบรวมความกล้าเดินออกไปช้า ๆ

เสียงฮือฮ่ารอบข้างดังขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับสายตาของผู้คนที่จ้องมองมาอย่างสนใจ รวมไปถึงเสียงซุบซิบนินทาจากผู้คนรอบข้างที่ดังเป็นระยะถึงการกระทำของร่างสูงที่เดินตามหลังเธอไม่ห่าง

เธอรู้ว่าทุกคนที่นี่เข้าใจว่าเธอเป็นใบ้ แต่เธอไม่ได้คิดอะไร มันดีด้วยซ้ำ เพราะการที่ทุกคนคิดแบบนั้นมันทำให้ไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายกับเธอ

“ไม่ต้องสนใจใครทั้งนั้น เสร็จจากตรงนี้พี่จะพาไปหาสีนวล”

ใยบัวหลับตา สูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้ง มือเล็กค่อย ๆ ล้วงเข้าไปในกล่อง กระดาษใบหนึ่งปลายสัมผัสปลายนิ้วเธอ เธอดึงมันออกมา มือยังสั่นเล็กน้อย ก่อนจะส่งกระดาษใบเล็ก ๆ ให้รุ่นพี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 “0769 มังกรปีสาม”

ใยบัวที่ได้ชื่อนั้น ก็ได้แต่ขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความรู้สึกแปลกใจ ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกคุ้นชื่อนี้อย่างประหลาด เหมือนเพิ่งเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

“หื้มมมม ทำไมได้สายรหัสเป็นปีสามละ”

            เสียงของผู้คนรอบข้างดังขึ้นทันที เมื่อเดรกประกาศรายชื่อสายรหัสของใยบัวออกมา

หลายคนอิจฉาที่คนใบ้อย่างใยบัวดันจับสายรหัสได้รุ่นพี่ตัวท๊อปที่หลาย ๆ คนอยากได้โดยเฉพาะสาว ๆ แต่ที่ผ่านมามีข่าวว่าชายหนุ่มไม่เคยรับน้องเข้าสายรหัสเลยสักคน

            “พอดีปีนี้ภาควิชาเรารุ่นน้องมีจำนวนมากกว่ารุ่นพี่ปีสอง เราเลยมีการโยกปีหนึ่งไปเข้าสายรหัสรุ่นพี่ปีสามบางส่วน เข้าใจตรงกันนะครับ”

            รุ่นพี่ที่ทำหน้าที่ประกาศรายชื่อสายรหัสให้เธอ ได้พูดอธิบายต่อ เพื่อคลายความสงสัยให้กับหลาย ๆ คน ก่อนจะหันมาชี้นิ้วบอกเธอว่าคนที่ยืนอยู่ข้างเธอคือพี่ในสายรหัสตัวเอง

ใยบัวหันกลับมามองพี่รหัสของตัวเอง พร้อมกับความรู้สึกที่หลากหลาย มันไม่ได้รู้สึกแย่ หรือรู้สึกดี แค่รู้สึกว่ามันอาจจะดีแล้วที่เป็นเขา เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เข้าใกล้เธอมากเกินไปจนน่ากลัว

“ยินดีต้อนรับเข้าสายรหัสครับ น้องใยบัว”

“…”

“ไปหาเพื่อนได้แล้วครับ เสร็จแล้วพี่จะพาไปหาสีนวลตามสัญญา”

คนตัวโตบอกกับเธอที่ยังยืนงงอยู่ที่เดิม ในสายตาของมังกร เขาเข้าใจว่าหญิงสาวตรงหน้าแค่เป็นคนขี้กลัวก็เท่านั้น และเขาพิสูจน์มาแล้วว่าเธอไม่ได้เป็นใบ้ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปหาเพื่อน ๆ ของตัวเอง

“เอาจริง ผู้หญิงสามคนนั้นที่อยู่กลุ่มเดียวกับพี่มังกร สวยมากอะ หนึ่งในนั้นจะมีแฟนพี่เขาไหมนะ”

“ใช่ ๆ พวกเขาห้าคนน่ะตัวท็อปของภาควิชาเครื่องกลเลยนะ”

“คิดแล้วก็อิจฉายัยนั่น ที่ได้เป็นน้องรหัส”

“แต่ฉันว่าที่พี่มังกรรับเข้าสาย คงเพราะสงสารที่เป็นใบ้ปะ”

ร่างของใยบัวสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงกลับไปในความมืดที่เธอเพิ่งหนีออกมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน โดยเธอก็ยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาใคร

แต่ในจังหวะที่เธอก้มหน้าจะหลบสายตาของทุกคน เสียงหนึ่งเสียงที่เธอเพิ่งได้ยินเมื่อครู่ก็ดังขึ้นชัดเจนท่ามกลางความวุ่นวายของลานเกียร์ พร้อมกับไอวาที่เข้ามาโอบกอดเธอ

“ว่าเพื่อนแบบนี้ ตัวเองมีดีนักเหรอครับ ไหนบอกมาสิว่าน้องมีอะไรดี ถึงไปวิจารณ์คนอื่น”

เป็นเสียงของเขาตวาดดังลั่นจนทุกอย่างเหมือนหยุดไปเพียงเสี้ยววินาที ใยบัวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

แผ่นหลังกว้างของคนตัวโตที่ไม่รู้ว่าเขามองกลับมาที่เธออีกครั้งตั้งแต่เมื่อไหร่ เสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงหัวใจของใยบัวก็เปลี่ยนจังหวะไปเหมือนมีอะไรบางอย่างเข้ามาทำให้ความอึดอัดและความกดดันของเธอคลายลงโดยไม่รู้ตัว

“ยืมตัวเพื่อนหน่อยนะน้อง”

“แต่ว่า...”

ไอวาที่กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ แม้รุ่นพี่ตรงหน้าจะช่วยเพื่อนเธอเอาไว้ แต่ความเป็นห่วงและความไม่สบายใจที่จะปล่อยเพื่อนไปกับคนแปลกหน้าตามลำพังก็มีมากกว่า

แต่แล้วคำปฏิเสธของเธอก็ถูกกลืนหายไป หลังจากสบตาเข้ากับสายตาคมคู่นั้น ที่สะท้อนออกมาด้วยความมั่นใจว่าดูแลเพื่อนเธอได้ หรือนี้อาจจะเป็นโอกาสที่ดีของใยบัว

“ค่ะ ฝากบัวด้วยนะคะ”

ไอวาเลือกจะตอบรับออกไปแทน เพราะใยบัวเองก็ไม่ได้ดูอึดอัดหรือกังวลกับผู้ชายคนนี้มากนัก

“ไปหาสีนวลกันไหมครับ”

ฝ่ามือหนาถูกยืนออกมาตรงหน้าคนตัวเล็กที่กำลังลังเล ก่อนจะหันกลับไปทางเพื่อนตัวเองสลับกับคนตัวโตตรงหน้า

“ค่ะ”

คำสั้น ๆ ที่ถูกบรรจงเขียนลงบนฝ่ามือที่ยืนมาตรงหน้าช้า ๆ สร้างรอยยิ้ม และความโล่งใจให้กับมังกรและไอวาเป็นอย่างมาก

ไอวามองตามแผ่นหลังบางของใยบัวที่เดินออกไปพร้อมร่างสูงอย่างไม่ลังเลเหมือนก่อนหน้า

วันนี้…สำหรับใยบัวอาจเป็นก้าวเล็ก ๆ แต่อาจจะเป็นก้าวแรกที่เข้ามาทำให้อะไร ๆ ในชีวิตใยบัวเปลี่ยนไปจากเดิม

หลังตึกคณะ

มังกรพาใยบัวเดินออกจากความวุ่นวายของลานเกียร์ไปยังทางเดินด้านหลังคณะ ใต้ร่มไม้ใหญ่ที่แดดส่องลงมาเป็นเงาทับซ้อนสนามหญ้าสีเขียว

เสียงผู้คนค่อย ๆ เลือนหายไป จนทั่วทั้งบริเวณเริ่มเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวเบา ๆ

ร่างสูงทิ้งตัวนั่งลงก่อน โดยไม่ลืมเว้นระยะห่างที่ไม่ใกล้มากเกินไปจนทำให้เธออึดอัด และไม่ไกลเกินไปจนเธอรู้สึกแตกต่าง ก่อนที่ใยบัวจะค่อย ๆ นั่งลงตาม ขณะที่ในมือยังคงกอดกระเป๋าผ้าใบเล็กไว้กับตัวเหมือนเกราะป้องกัน

“เอาเสื้อพี่คลุมไว้”

เสื้อช้อปสีแดงตัวใหญ่ถูกถอดออกมาคลุมชายกระโปรงให้กับใยบัว ก่อนที่ทั้งสองคนจะหันไปมองใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าที่มีสีนวลนอนหลับอยู่

ใยบัวเหลือบตามองหมาแม่ลูกอ่อนเล็กน้อย เธออยากมาหาสีนวล แต่ก็ไม่อยากรบกวนการนอนของหมาท้องแก่ที่กำลังพักผ่อน จึงเลือกที่จะนั่งรอเงียบ ๆ แล้วหยิบบางอย่างในกระเป๋าผ้าออกมา

สมุดเล่มเล็กสีชมพูเล่มเดิมถูกหยิบออกมา พร้อมดินสอไม้ที่เธอลืมไปว่ามันมีอยู่ ก่อนเปิดสมุดไปหน้าว่างแล้วขีดเขียนอะไรบ้างอย่างลงไป

“วาดรูปรอมันได้ไหมคะ”

มังกรอ่านข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือน่ารัก ๆ เป็นข้อความสั้น ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เธอคงอยากรอจนหมาขี้เซาตัวนั้นให้ตื่นมาเล่นด้วย

เมื่อได้รับคำตอบจากคนตัวโต คนตัวเล็กก็เริ่มขีดเขียนบางอย่างลงไปในกระดาษ ปลายดินสอแตะลงเบา ๆ เส้นบาง ๆ ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างไม่รีบร้อน เป็นรูปกิ่งไม้ และใบไม้ที่ไม่ได้วาดยากนัก

“ขอพี่ลองวาดได้ไหมครับ”

มังกรมองภาพนั้นเงียบ ๆ พร้อมกับเอ่ยถามเพื่อขออนุญาต เขารับสมุดเล่มนั้นมาไว้ในมือ แล้ววางลงบนหน้าตัก ก่อนจะเริ่มขีดเขียนลงบนภาพวาดนั้นต่อจากคนตัวเล็ก

เธอขยับตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย โน้มตัวมองภาพวาดนั้นใกล้ขึ้นอีกนิดด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนริมฝีปากจะเผยรอยยิ้มเล็ก ๆ แต่งแต้มลงบนหน้าสวย

ใยบัวเริ่มคว้านหาบางอย่างในกระเป๋าผ้าของตัวเอง แต่มันกลัวว่างเปล่า เพราะวันนี้เธอยังไม่ได้มีคลาสเรียนจึงทำให้ไม่มีสมุดหรือกระดาษอื่นอีก นอกจากสมุดนั้นในมือเขา

มังกรที่เห็นแบบนั้นก็ยื่นฝ่ามือหนาออกไปตรงหน้าร่างบาง อย่างที่เคยทำ ใยบัวเงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น แล้วใช้ปลายนิ้วของเธอเขียนข้อความลงไปบนมือของเขา

“ตรงนี้สวยมาก เพิ่มชิงช้าลงไปได้ไหมคะ”

สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่เชื่อมต่อกับปลายนิ้วบาง ทำให้ใยบัวรับรู้ถึงการมีอยู่ของใครบางคนอย่างชัดเจน เสียงหัวใจของเธอยังคงเต้นแรงไม่ต่างจากเมื่อเช้า แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว

ความกังวลและความกลัวที่เคยอัดแน่นอยู่ลึกข้างใน ค่อย ๆ นิ่งลงอย่างน่าประหลาด ราวกับมีใครบางคนกำลังประคองจังหวะหัวใจของเธอเอาไว้เงียบ ๆ โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย

มังกรพยักหน้ารับ เขาเติมเส้นเงาลงไปตามที่เธอบอก ก่อนจะลากเส้นใหม่เพิ่มเข้าไปใต้กิ่งไม้ เชือกสองเส้นทอดยาวลงมาหาไม้กระดานแผ่นเล็ก ๆ ที่แกว่งอยู่กลางภาพ และบนชิงช้านั้น มีเงาของคนสองคนนั่งเคียงกันอย่างเงียบงัน

ใยบัวมองภาพนั้นด้วยแววตานิ่งสงบ หัวใจที่เคยเต้นแรงค่อย ๆ ผ่อนคลายลง เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนเร็วขึ้น เพียงเพื่อให้เธอได้หายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง

เธอยังคงมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ชิงช้าใต้กิ่งไม้ใหญ่ แกว่งไหวอยู่ในความนิ่งงัน เงาของคนสองคนบนภาพไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นใคร แต่กลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด

เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน แต่การนั่งอยู่ตรงนี้ กับผู้ชายคนนี้ กลับไม่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเลยสักนิดเดียว

ใยบัวเหลือบมองมังกรอีกครั้ง เขายังคงนั่งนิ่ง สายตาจดจ่ออยู่กับภาพตรงหน้า ไม่เร่ง ไม่กดดัน และเขาไม่เคยถามคำถามที่เธอไม่พร้อมจะตอบ และนั่นทำให้เธอรู้สึกว่า การได้รู้จักเขา การได้อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับเขา …มันไม่ใช่เรื่องที่แย่อย่างที่เธอเคยกลัว

คนตัวเล็กก้มหน้าลงเล็กน้อย มุมปากโค้งขึ้นอย่างลืมตัว ก่อนจะหันกลับไปมองสีนวลที่นอนอยู่ไม่ไกลอีกครั้ง

ความรู้สึกอบอุ่นและสบายใจ เป็นความรู้สึกที่เธอไม่ได้สัมผัสมานาน อาจจะนานที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา และครั้งนี้… มันไม่ได้ทำให้เธออยากหนี ไม่ได้ทำให้หัวใจต้องระแวดระวังเหมือนเคย

เธอหันกลับมาหาคนตัวโตอีกครั้ง ทำเพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ความรู้สึกนั้นโอบล้อมเธอไว้เงียบ ๆ

พรุ่งนี้! ความสุขนี้จะหายไปไหมนะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Only one of ใยรักของใยบัว   ความแตกต่างของคนสองคน

    สนามแข่งรถ เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำ ๆ กลืนกินเสียงลมที่พัดผ่านอัฒจันทร์ กลิ่นน้ำมันเครื่อง และกลิ่นยางรถไหม้จาง ๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศยามเย็นมังกรนั่งพิงกำแพงพิทในท่าทางสบาย ๆ มือหนึ่งหมุนฝาขวดน้ำ อีกมือยังคงถือหมวกกันน็อกไว้บนตัก สายตาคมทอดยาวไปตามโค้งแรกของสนาม เหมือนกำลังมองเส้นทางที่คุ้นเคย แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยความคิดวุ่นวายเต็มไปหมด“คืนนี้สนใจเรียกน้อง ๆ มานั่งคุยแก้เหงาสักคนไหม”เดรกที่เพิ่งกลับขึ้นมาจากสนามโยนผ้าขนหนูมาพาดไหล่แกร่ง เดินตรงเข้ามา พร้อมกับยกน้ำขึ้นดื่ม ก่อนส่งทุกอย่างไปให้นับหนึ่งที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ก็จำใจยอมรับมา“ไม่วะ มีแต่เดิม ๆ”มังกรตอบกลับสั้น ๆ สายตายังคงไม่ละจากสนาม ที่นี่คือสนามแข่งรถของครอบครัวเขา เป็นสถานบริการความบันเทิงทุกรูปแบบครบวงจร ซึ่งมันไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจและเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของอำนาจที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด“ทำไม! กำลังคิดเรื่องเด็กคนนั้น?”เดรกยังคงถามต่อพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากนิด ๆอย่างรู้ทันความคิดของกันและกันมังกรหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ไม่ปฏิเสธ และไม่ยอมรับ แต่เพียงแค่หันไปมองเพื่อนทั้งสี่คนที่กำลังจับจ้องมาที่เขาเป็นจุดเดียว

  • Only one of ใยรักของใยบัว   สายตาของมังกร

    เสียงหวีดนกของรุ่นพี่สันทนาการดังขึ้นเหนือศีรษะทุกคน ทำให้นักศึกษาปีหนึ่งที่กระจัดกระจายตามจุดต่าง ๆ ค่อย ๆ ขยับมาเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งตามรายภาควิชา บริเวณหน้าลานเกียร์“ปีหนึ่งทุกคน เข้าแถวรวมกลุ่มตามรายภาควิชานะครับ! กิจกรรมสุดท้ายในวันนี้ เราจะมาจับสายรหัสกัน!”เสียงเชียร์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกลองที่ดังเป็นจังหวะ เสียงพูดคุยของทุกคนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดังไปทั้งบริเวณ แต่สำหรับใยบัว มันคือเสียงที่ซัดเข้ามาเหมือนคลื่นใหญ่ที่ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดบางจังหวะ“เราอยู่ตรงนี้ บัวไม่ต้องกลัว”ใยบัวพยักหน้ารับ เธอไม่ได้หวาดกลัวผู้คน แต่ทุกครั้งที่ต้องอยู่ในสถานที่ที่ยังไม่คุ้นชิน เธอมักจะตื่นตระหนกและกังวลง่ายกว่าปกติคนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แต่ยังไม่กล้ามองไปรอบ ๆ มากนัก เธอพยายามทำให้ตัวเองลีบเล็กมากที่สุด เพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจในสายตาใคร โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาหนึ่ง…ที่มองเห็นเธออยู่ตลอดร่างสูงในเสื้อช้อปสีแดงยืนอยู่ไม่ไกลนัก ชายหนุ่มทอดสายตานิ่ง ๆ มาทางเธอ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างที่อ่านไม่ออก แต่ความนิ่งนั้นกลับดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้างได้ดี โดยเฉพาะพวกผู้หญิง“เดี๋ยว

  • Only one of ใยรักของใยบัว   ความพยายามที่คนอื่นมองไม่เห็น

    ใยบัวเดินออกมาจากใต้ร่มไม้ใหญ่ ด้วยหัวใจที่สั่นระรัว เหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าราวกับอากาศร้อนระอุ ทั้ง ๆ ที่บรรยากาศเต็มไปด้วยสายลมเย็นพัดผ่านอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังอยู่ในหัวและค่อย ๆ บีบหัวใจของเธอให้ทำงานช้าลงจนน่าอึดอัด เธอไม่ได้พูดกับเขา ไม่ได้พูด ไม่ได้พูดเสียงในหัวของใยบัวยังคงดังซ้ำ ๆ ดวงตากลมโตค่อย ๆ ก้มมองมือเรียวที่ยังสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ ปลายนิ้วเย็นเฉียบเหมือนเลือดในกายหยุดไหลไปครู่หนึ่งเธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามบังคับให้มือนิ่ง แต่ยิ่งพยายาม ทั้งมือและร่างกายของเธอก็ยิ่งสั่นไหวมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมร่าบางหันกลับไปมองยังจุดที่เธอเพิ่งเดินออกมา ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นจะคิดยังไง ที่เธอเดินหนีออกมาดื้อ ๆ แบบนี้แต่เธอจะรู้สึกแบบไหน แล้วมันจะยังไงละ คนแบบเธอไม่ควรรู้จักใครทั้งนั้น เพราะหาทุกคนรู้ว่าว่าเธอเคยทำเรื่องเลวร้ายมากขนาดไหน ทุกคนก็ต้องถอยห่างจากเธออยู่ดีคนตัวเล็กทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ก่อนจะก้มหน้าซบกับเรียวแขนของตัวเอง แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลนองออกมาเพื่อบรรเทาความทุกข์และความเจ็บปวดที่กำลังก่อตัวขึ้นซ้ำ ๆเธอแค่อยากใช้ชีวิตปกติ

  • Only one of ใยรักของใยบัว   เสียงที่อยากได้ยิน

    หลายเดือนต่อมา “เดียวบัวมานะ” ข้อความสั้น ๆ จากปลายปากกาสีน้ำเงินถูกขีดเขียนลงไปในสมุดโน้ตเล็ก ๆ สีชมพูของใยบัว ก่อนจะถูกยื่นส่งไปตรงหน้าเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธออย่าง ไอวา“ไปหาน้องหมาอีกแล้วเหรอ”เธอหันกลับไปถามบัวบูชา หรือใยบัวที่พยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะรวบสมุดปากกาลงกระเป๋าผ้าใบเล็ก ๆ แล้วรีบเดินออกไปไอวามองแผ่นหลังบางที่พยักหน้ารับ ก่อนจะพาตัวเองเดินออกจากลานเกียร์ไปทีละก้าว ความจริงเธออยากคว้ามือเพื่อนไว้ อยากบอกให้ใยบัวหยุดอยู่ตรงนี้ด้วยกัน เพราะกิจกรรมรับน้องกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าแล้ว และเพื่อนของเธออาจจะโดนรุ่นพี่ทำโทษที่มาช้าหรืออาจจะไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมรับเกียร์ตอนท้ายเทมออีกแต่พอคิดถึงภาพรอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้าของเพื่อนสนิทในตอนที่กำลังเล่นกับน้องหมา ไอวาก็ได้แต่กลืนคำพูดทั้งหมดลงคออย่างเงียบงันเพราะตั้งแต่ที่ใยบัวฟื้นขึ้นมาจากที่โรงพยาบาล ก็ได้มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ใยบัวยังเป็นใยบัวที่อ่อนโยน แต่บางสิ่งในตัวเธอกลับหายไป เรียกว่านับจากวันนั้นที่เกิดเรื่องเธอก็ไม่เคยได้ยินเสียงของเพื่อนตัวเองอีกเลยสักครั้งเดี

  • Only one of ใยรักของใยบัว   พลัดพราก

    ตลาดคารวยสุข“แม่...เข้าไปพักก่อนก็ได้จ๊ะ คนเริ่มน้อยแล้วเดียวหนูเฝ้าหน้าร้านเอง”“บัวนั้นละ ไปอ่านหนังสือเถอะลูก เดียวจะเปิดเทมอแล้วไม่ใช่เหรอ”เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของใยบัวเด็กสาวตัวเล็ก ส่งยิ้มหวานให้คนเป็นแม่ พร้อมกับจัดเรียงผลไม้บนแผงให้สวยงาม ง่ายต่อการเลือกซื้อภาพของสองแม่ลูกที่ช่วยกันจัดร้านด้วยรอยยิ้มสดใส ดูจะเป็นภาพชินตาของเหล่าพ่อค้าแม่ขายในตลาด เพราะใคร ๆ ต่างก็เอ็นดูใยบัวที่เป็นเด็กขยัน เรียนดี ช่วยแม่ทำมาหากิน อีกทั้งล่าสุดเธอยังสอบติดมหาลัยชื่อดัง แถมยังได้ทุนการศึกษาจนเรียนจบเพราะคะแนนสอบสูงเป็นอันดับหนึ่งอีกด้วยโครม!ถังน้ำขนาดไม่ใหญ่นักถูกโยนลงมาใส่กลางแผงผลไม้ พร้อมกับหญิงวัยกลางคนที่เดินเข้ามายืนเท้าเอวชี้หน้าเธอกับแม่เสียงดังลั่นจนกลุ่มคนและเหล่าพ่อค้าแม่ค้าหันมามองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น ว่าเกิดอะไรขึ้น เจ๊หงส์ คุณนายเจ้าของร้านทองในตลาด ถึงได้มาโวยวายที่แผงผลไม้เล็ก ๆ ในตลาด“นี่อีพราว มีเวลาก็หัดสั่งสอนลูกตัวเองด้วยนะ อย่าคิดริอาจมาจับลูกชายฉัน เป็นแค่ลูกคนขายผลไม้จน ๆ ริอาจใฝ่สูงอยากได้ลูกชายเจ้าของร้านทอง”เจ๊หงส์ แม่ของเก่งยืนเท้าสะเอวมองสองแม่ลูก ใบหน้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status