เข้าสู่ระบบเสียงหวีดนกของรุ่นพี่สันทนาการดังขึ้นเหนือศีรษะทุกคน ทำให้นักศึกษาปีหนึ่งที่กระจัดกระจายตามจุดต่าง ๆ ค่อย ๆ ขยับมาเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งตามรายภาควิชา บริเวณหน้าลานเกียร์
“ปีหนึ่งทุกคน เข้าแถวรวมกลุ่มตามรายภาควิชานะครับ! กิจกรรมสุดท้ายในวันนี้ เราจะมาจับสายรหัสกัน!”
เสียงเชียร์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกลองที่ดังเป็นจังหวะ เสียงพูดคุยของทุกคนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดังไปทั้งบริเวณ แต่สำหรับใยบัว มันคือเสียงที่ซัดเข้ามาเหมือนคลื่นใหญ่ที่ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดบางจังหวะ
“เราอยู่ตรงนี้ บัวไม่ต้องกลัว”
ใยบัวพยักหน้ารับ เธอไม่ได้หวาดกลัวผู้คน แต่ทุกครั้งที่ต้องอยู่ในสถานที่ที่ยังไม่คุ้นชิน เธอมักจะตื่นตระหนกและกังวลง่ายกว่าปกติ
คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แต่ยังไม่กล้ามองไปรอบ ๆ มากนัก เธอพยายามทำให้ตัวเองลีบเล็กมากที่สุด เพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจในสายตาใคร โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาหนึ่ง…ที่มองเห็นเธออยู่ตลอด
ร่างสูงในเสื้อช้อปสีแดงยืนอยู่ไม่ไกลนัก ชายหนุ่มทอดสายตานิ่ง ๆ มาทางเธอ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างที่อ่านไม่ออก แต่ความนิ่งนั้นกลับดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้างได้ดี โดยเฉพาะพวกผู้หญิง
“เดี๋ยวให้ปีหนึ่งเดินออกมา จับชื่อรุ่นพี่นะครับ!”
“ไม่ต้องกังวล เดียวไอจะไปรอบัวตรงนั้น”
ไอวาหันมามองใยบัวด้วยรอยยิ้มและสายตาที่บ่งบอกว่าตัวเธอเองเชื่อมั่นในตัวของใยบัวว่าจะต้องทำได้
ใยบัวพยักหน้ารับ ด้วยตากลมโตเต็มไปด้วยความลังเล แต่หากเธออยากก้าวผ่านสิ่งที่เป็นอยู่ไปให้ได้ เธอก็ต้องพยายามด้วยเหมือนกัน
ใช่ เธอต้องพยายาม แค่ไม่พูดออกไปก็จะไม่มีอะไรทั้งนั้น
หลังจากนั้นไม่นานไอวาก็ลุกเดินขึ้นไปจับสลากในกล่อง ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มให้กำลังใจเธอที่เป็นคนสุดท้ายของแถว
“คนสุดท้ายเชิญครับ!”
ใยบัวที่อยู่ลำพังยืนนิ่งไม่กล้าขยับ ความกังวลย้อนกลับเข้ามาในความรู้สึกของเธออีกครั้ง เสียงหัวใจเต้นแรงดังในหูจนเธอแทบไม่ได้ยินอะไรอีก
เธอกะพริบตาช้า ๆ สองมือเต็มไปด้วยเหงื่อจนเปียกชุ่ม แล้วทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำก็เอ่ยขึ้นด้านหลัง
“ไม่ต้องกลัวครับ คิดว่าพี่เป็นสีนวล แล้วเดินไปด้วยกันนะ”
ใยบัวสะดุ้งทั้งร่างเหมือนถูกดึงออกจากภวังค์ เธอเงยหน้าช้า ๆ มองร่างสูงที่ไม่รู้ว่าเขามายืนข้างเธอตั้งแต่ตอนไหน ก่อนจะหันกลับไปด้านหน้าแล้วรวบรวมความกล้าเดินออกไปช้า ๆ
เสียงฮือฮ่ารอบข้างดังขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับสายตาของผู้คนที่จ้องมองมาอย่างสนใจ รวมไปถึงเสียงซุบซิบนินทาจากผู้คนรอบข้างที่ดังเป็นระยะถึงการกระทำของร่างสูงที่เดินตามหลังเธอไม่ห่าง
เธอรู้ว่าทุกคนที่นี่เข้าใจว่าเธอเป็นใบ้ แต่เธอไม่ได้คิดอะไร มันดีด้วยซ้ำ เพราะการที่ทุกคนคิดแบบนั้นมันทำให้ไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายกับเธอ
“ไม่ต้องสนใจใครทั้งนั้น เสร็จจากตรงนี้พี่จะพาไปหาสีนวล”
ใยบัวหลับตา สูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้ง มือเล็กค่อย ๆ ล้วงเข้าไปในกล่อง กระดาษใบหนึ่งปลายสัมผัสปลายนิ้วเธอ เธอดึงมันออกมา มือยังสั่นเล็กน้อย ก่อนจะส่งกระดาษใบเล็ก ๆ ให้รุ่นพี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“0769 มังกรปีสาม”
ใยบัวที่ได้ชื่อนั้น ก็ได้แต่ขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความรู้สึกแปลกใจ ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกคุ้นชื่อนี้อย่างประหลาด เหมือนเพิ่งเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
“หื้มมมม ทำไมได้สายรหัสเป็นปีสามละ”
เสียงของผู้คนรอบข้างดังขึ้นทันที เมื่อเดรกประกาศรายชื่อสายรหัสของใยบัวออกมา
หลายคนอิจฉาที่คนใบ้อย่างใยบัวดันจับสายรหัสได้รุ่นพี่ตัวท๊อปที่หลาย ๆ คนอยากได้โดยเฉพาะสาว ๆ แต่ที่ผ่านมามีข่าวว่าชายหนุ่มไม่เคยรับน้องเข้าสายรหัสเลยสักคน
“พอดีปีนี้ภาควิชาเรารุ่นน้องมีจำนวนมากกว่ารุ่นพี่ปีสอง เราเลยมีการโยกปีหนึ่งไปเข้าสายรหัสรุ่นพี่ปีสามบางส่วน เข้าใจตรงกันนะครับ”
รุ่นพี่ที่ทำหน้าที่ประกาศรายชื่อสายรหัสให้เธอ ได้พูดอธิบายต่อ เพื่อคลายความสงสัยให้กับหลาย ๆ คน ก่อนจะหันมาชี้นิ้วบอกเธอว่าคนที่ยืนอยู่ข้างเธอคือพี่ในสายรหัสตัวเอง
ใยบัวหันกลับมามองพี่รหัสของตัวเอง พร้อมกับความรู้สึกที่หลากหลาย มันไม่ได้รู้สึกแย่ หรือรู้สึกดี แค่รู้สึกว่ามันอาจจะดีแล้วที่เป็นเขา เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เข้าใกล้เธอมากเกินไปจนน่ากลัว
“ยินดีต้อนรับเข้าสายรหัสครับ น้องใยบัว”
“…”
“ไปหาเพื่อนได้แล้วครับ เสร็จแล้วพี่จะพาไปหาสีนวลตามสัญญา”
คนตัวโตบอกกับเธอที่ยังยืนงงอยู่ที่เดิม ในสายตาของมังกร เขาเข้าใจว่าหญิงสาวตรงหน้าแค่เป็นคนขี้กลัวก็เท่านั้น และเขาพิสูจน์มาแล้วว่าเธอไม่ได้เป็นใบ้ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปหาเพื่อน ๆ ของตัวเอง
“เอาจริง ผู้หญิงสามคนนั้นที่อยู่กลุ่มเดียวกับพี่มังกร สวยมากอะ หนึ่งในนั้นจะมีแฟนพี่เขาไหมนะ”
“ใช่ ๆ พวกเขาห้าคนน่ะตัวท็อปของภาควิชาเครื่องกลเลยนะ”
“คิดแล้วก็อิจฉายัยนั่น ที่ได้เป็นน้องรหัส”
“แต่ฉันว่าที่พี่มังกรรับเข้าสาย คงเพราะสงสารที่เป็นใบ้ปะ”
ร่างของใยบัวสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงกลับไปในความมืดที่เธอเพิ่งหนีออกมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน โดยเธอก็ยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาใคร
แต่ในจังหวะที่เธอก้มหน้าจะหลบสายตาของทุกคน เสียงหนึ่งเสียงที่เธอเพิ่งได้ยินเมื่อครู่ก็ดังขึ้นชัดเจนท่ามกลางความวุ่นวายของลานเกียร์ พร้อมกับไอวาที่เข้ามาโอบกอดเธอ
“ว่าเพื่อนแบบนี้ ตัวเองมีดีนักเหรอครับ ไหนบอกมาสิว่าน้องมีอะไรดี ถึงไปวิจารณ์คนอื่น”
เป็นเสียงของเขาตวาดดังลั่นจนทุกอย่างเหมือนหยุดไปเพียงเสี้ยววินาที ใยบัวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
แผ่นหลังกว้างของคนตัวโตที่ไม่รู้ว่าเขามองกลับมาที่เธออีกครั้งตั้งแต่เมื่อไหร่ เสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงหัวใจของใยบัวก็เปลี่ยนจังหวะไปเหมือนมีอะไรบางอย่างเข้ามาทำให้ความอึดอัดและความกดดันของเธอคลายลงโดยไม่รู้ตัว
“ยืมตัวเพื่อนหน่อยนะน้อง”
“แต่ว่า...”
ไอวาที่กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ แม้รุ่นพี่ตรงหน้าจะช่วยเพื่อนเธอเอาไว้ แต่ความเป็นห่วงและความไม่สบายใจที่จะปล่อยเพื่อนไปกับคนแปลกหน้าตามลำพังก็มีมากกว่า
แต่แล้วคำปฏิเสธของเธอก็ถูกกลืนหายไป หลังจากสบตาเข้ากับสายตาคมคู่นั้น ที่สะท้อนออกมาด้วยความมั่นใจว่าดูแลเพื่อนเธอได้ หรือนี้อาจจะเป็นโอกาสที่ดีของใยบัว
“ค่ะ ฝากบัวด้วยนะคะ”
ไอวาเลือกจะตอบรับออกไปแทน เพราะใยบัวเองก็ไม่ได้ดูอึดอัดหรือกังวลกับผู้ชายคนนี้มากนัก
“ไปหาสีนวลกันไหมครับ”
ฝ่ามือหนาถูกยืนออกมาตรงหน้าคนตัวเล็กที่กำลังลังเล ก่อนจะหันกลับไปทางเพื่อนตัวเองสลับกับคนตัวโตตรงหน้า
“ค่ะ”
คำสั้น ๆ ที่ถูกบรรจงเขียนลงบนฝ่ามือที่ยืนมาตรงหน้าช้า ๆ สร้างรอยยิ้ม และความโล่งใจให้กับมังกรและไอวาเป็นอย่างมาก
ไอวามองตามแผ่นหลังบางของใยบัวที่เดินออกไปพร้อมร่างสูงอย่างไม่ลังเลเหมือนก่อนหน้า
วันนี้…สำหรับใยบัวอาจเป็นก้าวเล็ก ๆ แต่อาจจะเป็นก้าวแรกที่เข้ามาทำให้อะไร ๆ ในชีวิตใยบัวเปลี่ยนไปจากเดิม
หลังตึกคณะ
มังกรพาใยบัวเดินออกจากความวุ่นวายของลานเกียร์ไปยังทางเดินด้านหลังคณะ ใต้ร่มไม้ใหญ่ที่แดดส่องลงมาเป็นเงาทับซ้อนสนามหญ้าสีเขียว
เสียงผู้คนค่อย ๆ เลือนหายไป จนทั่วทั้งบริเวณเริ่มเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวเบา ๆ
ร่างสูงทิ้งตัวนั่งลงก่อน โดยไม่ลืมเว้นระยะห่างที่ไม่ใกล้มากเกินไปจนทำให้เธออึดอัด และไม่ไกลเกินไปจนเธอรู้สึกแตกต่าง ก่อนที่ใยบัวจะค่อย ๆ นั่งลงตาม ขณะที่ในมือยังคงกอดกระเป๋าผ้าใบเล็กไว้กับตัวเหมือนเกราะป้องกัน
“เอาเสื้อพี่คลุมไว้”
เสื้อช้อปสีแดงตัวใหญ่ถูกถอดออกมาคลุมชายกระโปรงให้กับใยบัว ก่อนที่ทั้งสองคนจะหันไปมองใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าที่มีสีนวลนอนหลับอยู่
ใยบัวเหลือบตามองหมาแม่ลูกอ่อนเล็กน้อย เธออยากมาหาสีนวล แต่ก็ไม่อยากรบกวนการนอนของหมาท้องแก่ที่กำลังพักผ่อน จึงเลือกที่จะนั่งรอเงียบ ๆ แล้วหยิบบางอย่างในกระเป๋าผ้าออกมา
สมุดเล่มเล็กสีชมพูเล่มเดิมถูกหยิบออกมา พร้อมดินสอไม้ที่เธอลืมไปว่ามันมีอยู่ ก่อนเปิดสมุดไปหน้าว่างแล้วขีดเขียนอะไรบ้างอย่างลงไป
“วาดรูปรอมันได้ไหมคะ”
มังกรอ่านข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือน่ารัก ๆ เป็นข้อความสั้น ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เธอคงอยากรอจนหมาขี้เซาตัวนั้นให้ตื่นมาเล่นด้วย
เมื่อได้รับคำตอบจากคนตัวโต คนตัวเล็กก็เริ่มขีดเขียนบางอย่างลงไปในกระดาษ ปลายดินสอแตะลงเบา ๆ เส้นบาง ๆ ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างไม่รีบร้อน เป็นรูปกิ่งไม้ และใบไม้ที่ไม่ได้วาดยากนัก
“ขอพี่ลองวาดได้ไหมครับ”
มังกรมองภาพนั้นเงียบ ๆ พร้อมกับเอ่ยถามเพื่อขออนุญาต เขารับสมุดเล่มนั้นมาไว้ในมือ แล้ววางลงบนหน้าตัก ก่อนจะเริ่มขีดเขียนลงบนภาพวาดนั้นต่อจากคนตัวเล็ก
เธอขยับตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย โน้มตัวมองภาพวาดนั้นใกล้ขึ้นอีกนิดด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนริมฝีปากจะเผยรอยยิ้มเล็ก ๆ แต่งแต้มลงบนหน้าสวย
ใยบัวเริ่มคว้านหาบางอย่างในกระเป๋าผ้าของตัวเอง แต่มันกลัวว่างเปล่า เพราะวันนี้เธอยังไม่ได้มีคลาสเรียนจึงทำให้ไม่มีสมุดหรือกระดาษอื่นอีก นอกจากสมุดนั้นในมือเขา
มังกรที่เห็นแบบนั้นก็ยื่นฝ่ามือหนาออกไปตรงหน้าร่างบาง อย่างที่เคยทำ ใยบัวเงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น แล้วใช้ปลายนิ้วของเธอเขียนข้อความลงไปบนมือของเขา
“ตรงนี้สวยมาก เพิ่มชิงช้าลงไปได้ไหมคะ”
สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่เชื่อมต่อกับปลายนิ้วบาง ทำให้ใยบัวรับรู้ถึงการมีอยู่ของใครบางคนอย่างชัดเจน เสียงหัวใจของเธอยังคงเต้นแรงไม่ต่างจากเมื่อเช้า แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว
ความกังวลและความกลัวที่เคยอัดแน่นอยู่ลึกข้างใน ค่อย ๆ นิ่งลงอย่างน่าประหลาด ราวกับมีใครบางคนกำลังประคองจังหวะหัวใจของเธอเอาไว้เงียบ ๆ โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย
มังกรพยักหน้ารับ เขาเติมเส้นเงาลงไปตามที่เธอบอก ก่อนจะลากเส้นใหม่เพิ่มเข้าไปใต้กิ่งไม้ เชือกสองเส้นทอดยาวลงมาหาไม้กระดานแผ่นเล็ก ๆ ที่แกว่งอยู่กลางภาพ และบนชิงช้านั้น มีเงาของคนสองคนนั่งเคียงกันอย่างเงียบงัน
ใยบัวมองภาพนั้นด้วยแววตานิ่งสงบ หัวใจที่เคยเต้นแรงค่อย ๆ ผ่อนคลายลง เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนเร็วขึ้น เพียงเพื่อให้เธอได้หายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง
เธอยังคงมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ชิงช้าใต้กิ่งไม้ใหญ่ แกว่งไหวอยู่ในความนิ่งงัน เงาของคนสองคนบนภาพไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นใคร แต่กลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน แต่การนั่งอยู่ตรงนี้ กับผู้ชายคนนี้ กลับไม่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเลยสักนิดเดียว
ใยบัวเหลือบมองมังกรอีกครั้ง เขายังคงนั่งนิ่ง สายตาจดจ่ออยู่กับภาพตรงหน้า ไม่เร่ง ไม่กดดัน และเขาไม่เคยถามคำถามที่เธอไม่พร้อมจะตอบ และนั่นทำให้เธอรู้สึกว่า การได้รู้จักเขา การได้อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับเขา …มันไม่ใช่เรื่องที่แย่อย่างที่เธอเคยกลัว
คนตัวเล็กก้มหน้าลงเล็กน้อย มุมปากโค้งขึ้นอย่างลืมตัว ก่อนจะหันกลับไปมองสีนวลที่นอนอยู่ไม่ไกลอีกครั้ง
ความรู้สึกอบอุ่นและสบายใจ เป็นความรู้สึกที่เธอไม่ได้สัมผัสมานาน อาจจะนานที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา และครั้งนี้… มันไม่ได้ทำให้เธออยากหนี ไม่ได้ทำให้หัวใจต้องระแวดระวังเหมือนเคย
เธอหันกลับมาหาคนตัวโตอีกครั้ง ทำเพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ความรู้สึกนั้นโอบล้อมเธอไว้เงียบ ๆ
พรุ่งนี้! ความสุขนี้จะหายไปไหมนะ
“อืมมม”เสียงครางหวานหูของใยบัวทำให้มังกรเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าเล็กที่กำลังกัดเม้มริมฝีปากไว้แน่น ทำเอาดวงตาคมเข้มฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด“หวานกว่าเดิมจริง ๆ ด้วยค่ะ”ร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบกระเส่า คล้ายกำลังหยอกเย้าคนตัวเล็กให้เขินขาย แต่ทุกสัมผัสและทุกการกระทำกลับแฝงความหลงใหลอย่างชัดเจนต่างกับใยบัวที่เป็นฝ่ายโดนรุกเร้าอย่างหนัก ทำเอาความรู้สึกวูบไหวแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนลมหายใจสะดุด ยิ่งตอนที่เขาก้มลงดูดดึงซ้ำ ๆ ตรงจุดอ่อนไหว พร้อมกับดูดกลืนน้ำหวานที่หลั่งไหลออกมาอย่างมูมมาม ก็ยิ่งทำเธอเสียวซ่านจนแทบขาดใจ“อ่า…ตรงนั้นหนูจะเสร็จ”มือบางเผลอกำขยุ้มเส้นผมเขาแน่น ราวกับต้องการที่ยึดเหนี่ยวแล้วกดศีรษะเข้าหาร่องรักของเธอไว้แน่น เมื่อความรู้สึกแล่นวาบไปทั้งร่างจนเกินควบคุมเสียงหวานหลุดออกมาอย่างลืมตัว คำขอนั้นทำให้รอยยิ้มมุมปากของเขาปรากฏชัดขึ้นบนใบหน้ามังกรเลื่อนมือขึ้นประคองสะโพกเธอไว้มั่น ก่อนซุกไซ้เรียวลิ้นร้อนให้เข้าลึกลงไปยิ่งกว่าเดิม ตามเสียงเรียกร้องของภรรยาสาว“แบบนี้ใช่ไหมคะ”เสียงทุ้มกระซิบชิดผิวร้อนผ่าว เสียงครางหวานดังแผ่วสอดประสานกับเสียงฝนด้านนอก มือบางยังคงขยุ้มเส้น
หลายปีต่อมา สายฝนโปรยปรายลงมาท่ามกลางตึกสูงใหญ่ เม็ดฝนกระทบบานกระจกขนาดใหญ่ ว่าที่คุณแม่ป้ายแดงอย่างใยบัวกำลังอิงตัวบนโซฟาขนาดใหญ่ที่ถูกสั่งทำพิเศษให้มีที่วางเท้ารองรับสำหรับเธอโดยเฉพาะมังกรรู้ว่าไม่สามารถห้ามคนตัวเล็ก ที่ชอบมานั่งรอเขาที่นี่ทุกวันได้ เขาจึงต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับว่าที่คุณแม่แทน เพราะตอนนี้ใยบัวเริ่มเคลื่อนไหวได้ลำบาก เพราะอายุครรภ์เข้าสู่ไตรมาสที่สองแล้ว จึงเริ่มมีอาการปวดหลังได้ง่ายขึ้น จากขนาดท้องที่โตขึ้นตามอายุครรภ์มือเรียวบางลูบลงบนหน้าท้องกลมที่นูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่เจ้าตัวเล็กในท้องดิ้นดุกดิกรับมือคุณแม่เบา ๆ“ซีซีขา หนูคึกอะไรขนาดนั้นค่ะ”ใบบัวพึมพำเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มในขณะที่ปลายนิ้วเรียวเขี่ยลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาจากการที่ลูกของเธอกำลังดิ้นหรือขยับตัว“แกล้งแม่อีกแล้วใช่ไหม...หรือรู้ว่าป๊ะป๋ากำลังจะถึงบ้าน”ผิวเนียนบริเวณหน้าท้องขยับอีกครั้งเหมือนตอบกลับ พร้อมกับเสียงของประตูห้องที่ถูกเปิดออกช้า ๆพูดยังไม่ทันขาดคำพ่อของลูกในท้องเธอก็มาถึงพอดีมังกรเดินเข้ามา เขาหยุดมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ใยบัวเงยหน้าขึ
วันต่อมาเสียงเห่าของสีนวลกับลูกน้อยดังแว่วขึ้นมา จากหมาจรหลังคณะในวันนั้น...พวกมันกลับกลายเป็นหมาน้อยไฮโซที่สวมใส่ปลอกคอแพลตทินั่มสลักชื่อราคาแพง และได้เป็นลูกรักของเจ้าของสนามแข่งรถแห่งนี้ไปแล้วหลังจากวันที่เธอกับเขาได้ปรับความเข้าใจกัน คนตัวเล็กก็อ้อนขอให้เขารับสีนวลกับลูกของมันมาเลี้ยง ซึ่งคนตัวโตก็ตอบรับคำขอนั้นอย่างยินดี เพราะถือว่าสีนวลเป็นส่วนหนึ่งของความรักของเขาทั้งสองคน เป็นเหมือนคนที่สื่อที่ทำให้เขากับใยบัวจะรู้จักกันใยบัวกับมังกรมองสีนวลกับลูกของมันเงียบ ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคล้ายกำลังซึมซับความสุขนี้เอาไว้ ก่อนจะหันหลังและเดินออกไปที่รถ เพื่อพากันออกไปยังท่าเรือขนส่งที่อยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมของเวริสทันทีที่ลงจากรถ กลิ่นเค็มของน้ำทะเลก็ลอยเข้ามาปะทะจมูก เสียงเครนที่กำลังเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ดังขึ้นเป็นระยะ เคล้าไปกับเสียงคลื่นสาดเข้ามากระทบกับท่าเรือสินค้าขนาดใหญ่ ใยบัวก้าวตามมังกรไปช้า ๆ มองทุกอย่างด้วยความตื่นตาตื่นใจ ดวงตากลมโตกวาดมองเรือสินค้าขนาดมหึมาที่จอดเรียงรายสุดสายตาตลอดแนวชายฝั่ง“เรามาทำอะไรที่นี่คะ”“มาตรวจสินค้าขาเข้าและขาออกค
คืนนั้นใยบัวเลือกจะส่งข้อความบอกมังกร ว่าเธอขอเวลาอยู่กับตัวเองสักพัก ไม่ต้องห่วง เพราะเธอเชื่อว่าถ้าเธอไม่ทำตามที่พี่เคลแนะนำ คนตัวโตคงตามเธอมาถึงที่แน่ ๆ และเธอยังไม่พร้อมจะเจอเขาใยบัวใช้เวลาตลอดทั้งคืนจนรุ่งเช้า เพื่อทบทวนความรู้สึกตัวเอง และทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนพวกนั้นคือคนที่ต้องการฆ่าเธอกับพี่มังกรในวันนั้นหรือสิ่งที่เธอควรทำตอนนี้คือการให้โอกาสกันและกันแบบที่รุ่นพี่สาวคนสนิทแนะนำ เมื่อคิดได้แบบนั้นใยบัวก็เลือกโทรหาเคลลีย์ทันทีใยบัวยืนอยู่หลังผนังกระจกฝั่งหนึ่ง มองเข้าไปด้านใน มังกรนั่งอยู่หัวโต๊ะ สวมเสื้อเชิ้ตสีเข้ม พับแขนขึ้นถึงข้อศอก ตรงหน้าเขาคือลูกน้องชุดดำหลายคน ที่มีอาการบาดเจ็บ บนใบหน้าและร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ทว่าสิ่งที่เหมือนกันคือสีหน้าเคร่งเครียดของทุกคน“โกดังฝั่งท่าเรือมีปัญหาครับนาย”ชายชุดดำหนึ่งในนั้นเริ่มรายงานสถานที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ มังกรฟังทุกอย่างเงียบ ๆ ไม่พูดแทรก พร้อมกับมือหนาหมุนปากกาไปมา ราวกับกำลังใช้ความคิด ก่อนจะเอ่ยถามบางอย่างออกมา“ตำรวจ?” เขาถามสั้น ๆ“ไม่ใช่ครับ คาดว่าน่าจะคนของฝั่งโน้น”มังกรพยักหน้า อย่างเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ดี เพร
ใยบัววิ่งต่อไปอย่างไร้ทิศทาง หญิงสาวก้าวเดินต่อไปบนถนนอย่างเงียบงัน เหมือนคนที่กำลังหลงทางและไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปที่ไหนแสงไฟริมทางทอดยาว น้ำตาเอ่อคลอจนภาพตรงหน้าพร่าเลือน โลกทั้งใบเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยความผิดหวังเรียวขาบางเริ่มก้าวช้าลงด้วยความอ่อนแรง และทรุดลงอย่างไม่รู้ตัว เข่ากระแทกพื้นปูนเย็นเฉียบ ความเจ็บแล่นขึ้นมาแต่เธอกลับแทบไม่รู้สึก สิ่งที่เจ็บกว่าคือความรู้สึกในอกที่ตีรวนไปหมดเธอกอดตัวเองแน่น ราวกับจะปกป้องหัวใจที่แตกสลายเอาไว้ น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ใยบัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองกำลังกลัวเขา หรือกลัวอะไรกันแน่ใยบัวไม่รู้ว่าตัวเองลุกขึ้นมาเดินต่อได้อย่างไร แต่สัญชาตญาณบางอย่างผลักให้เธอไปหาคนเพียงคนเดียวที่เธอนึกถึงในตอนนี้ ไอวามือที่เคยมั่นคง วันนี้กลับสั่นจนต้องกำแน่นเข้าหากันก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือไปกดกริ่งตรงหน้าติ๊งเสียงกริ่งดังขึ้นพร้อมกับประตูเปิดออกไม่ถึงสิบวินาทีต่อมา ไอวาชะงักทันทีที่เห็นสภาพเพื่อนที่ไม่ควรจะมายืนอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ“บัว…เกิดอะไรขึ้น?”คำถามนั้นเหมือนเข็มเล็ก ๆ ทิ่มแทงหัวใจที่ร้าวอยู่แล้วให้เจ็บแปลบขึ้นไปอีก ใยบัวพยายามอ้าปากตอบ แต่ไม่มีเสี
วันเวลาผ่านไป…ใยบัวค่อย ๆ กลับมาใช้ชีวิตของตัวเองอีกครั้ง จากวันที่หัวใจของเธออ่อนแอที่สุด จนมาวันนี้ที่สามารถกลับมายิ้มกว้างได้อย่างมั่นใจ เพราะมือของพี่มังกรที่คอยฉุดดึงเธอออกมาจากความเศร้าหมองด้วยความรักวันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายของปีหนึ่ง ต่างกับปีสามที่สอบเสร็จก่อนเธอตั้งแต่เมื่อวาน ทำให้คนตัวโตทำงานอยู่ที่สนามแข่งรถ และนัดกันไว้ว่าจะมารับเธอหลังสอบเสร็จร่างบางเดินลัดเลาะไปตามสนามหญ้าข้างคณะเพื่อตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่หลังตึก“สีนวล”เจ้าหมาสี่ขา ส่ายหางดุกดิกรีบวิ่งมาหาใยบัวอย่างดีใจ พร้อมกับลูกของมันตัวน้อย ๆ สีครีมแต้มจุดน้ำตาล คล้ายกับลายของสีนวลไม่ผิดเพี้ยน“น่ารักจัง”ใยบัวย่อตัวลง ยิ้มกว้างออกมาทันทีที่เห็นพวกมัน พร้อมยกมือชูห่ออาหารสุนัขขึ้นมาตรงหน้า คงเป็นเพราะเธอติดธุระส่วนตัวหลายอย่างจึงไม่ได้แวะมาที่นี่บ่อยเท่าเมื่อก่อน จนตอนนี้สีนวลก็ได้คลอดลูกออกมาแล้ว และคงมีคนใจดีมารับลูก ๆ ของมันไปดูแลจนเหลือกันสองตัวถ้าเอาน้องไปเลี้ยงด้วยได้ไหมนะคนตัวเล็กเทอาหารสุนัขที่เตรียมมาให้เจ้าสี่ขาทั้งสองตัวได้กิน พร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงบนชิงช้าที่พี่มังกรเป็นคนทำไว้ให้ พร้อมกับมองสุนัขทั้ง
ปลายปากกาตวัดเซ็นลงไปบนสมุดอีกครั้งอย่างตั้งใจ ใยบัวเหลือบมองช่องด้านล่างสุดที่ยังว่างอยู่เพียงช่องเดียว ด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนควบคุมไม่อยู่ มันทั้งตื่นเต้น ทั้งรู้สึกเขินอายจนรู้สึกว่าปลายหูตัวเองร้อนวูบเสียงโห่แซวและเสียงซุบซิบรอบลานเกียร์ยังคงดังไม่ขาดสาย แต่ยังไม่ทันจะซาลง เสียงฮือฮาระลอกใหม่ก็
วันเวลาค่อย ๆ ผ่านไป มังกรยังต้องพักรักษาตัวต่ออยู่ที่โรงพยาบาลอีกหลายวัน โดยมีใยบัวทำหน้าที่เป็นพยาบาลส่วนตัวดูแลเขาไม่ห่างความสัมพันธ์เรียบง่ายระหว่างเธอกับเขายังคงดำเนินไป ภายใต้สายตาของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย ไม่มีการกีดกัน ไม่มีคำพูดบั่นทอนจิตใจใด ๆ อย่างที่ใยบัวเคยกังวลเพราะอดีตเคยเป็นบทเรียนที่ท
มังกรยืนพิงผนังหน้าห้องน้ำอยู่อีกครู่หนึ่ง ประตูห้องบานใหญ่ของห้องพักสโมสรก็ถูกเปิด พร้อมกับการปรากฏตัวของเพื่อนสนิทของเขาอีกสองคนเดรกเดินนำเข้ามาด้านในพร้อมกับนับหนึ่งที่เดินตามเข้ามาไม่ห่าง ทั้งคู่ชะลอฝีเท้าลงพร้อมกันก่อนจะปล่อยมือที่เกาะกุมกันไว้ออกเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นมังกรที่ยืนอยู่ตรงนั้นพอ
มังกรปิดประตูห้องพักสโมสรของคณะลงเบา ๆ ก่อนจะหยิบกุญแจรถขึ้นมาหมุนเล่นในมือ แล้วเดินออกไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเพียงเล็กน้อย ราวกับสิ่งที่กำลังจะทำเป็นเรื่องปกติที่สุดในชีวิตทั้งที่ความเป็นจริงนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาต้องมาทำอะไรแบบนี้เพื่อผู้หญิงสักคน อีกทั้งเธอยังไม่ใช่แม้แต่คนในครอบครัวเลยด้ว







