로그인-JAMES-
“ไง เรียบร้อยดีป่ะ” พอไอ้แบรดมันเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา ผมก็เงยหน้าขึ้นไปถามมัน เออ ลืมบอก ไอ้แบรดมันเป็นคนสนิทของเฮียดีนอ่ะ แล้วก็เป็นผู้จัดการของผับ เป็นคนที่คอยดูแลความเรียบร้อยของผับนี้มานานแล้ว เรียกได้ว่าเป็นคนที่เฮียดีนไว้ใจมากที่สุดคนนึงเลยก็ว่าได้ ส่วนเรื่องที่ผมถามมันไป ก็คือเรื่องที่เพิ่งผ่านมาสดๆร้อนๆเมื่อกี้นี้ แบบประมาณว่าเมื่อกี้ผมนั่ง(เซ็ง)อยู่ในห้องทำงานเฮียดีน แล้วอยู่ๆก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากข้างนอกดังเข้ามาถึงในห้อง ผมรำคาญเลยเดินออกไปดู ถึงได้รู้ว่ามีผู้หญิงคนนึงอยากมาเจอผม แต่เพราะผมจำต้องทำตามคำสั่งเฮียดีนไง เลยจำต้องไล่ผู้หญิงคนนั้นกลับไป แบบว่าต้องจำใจไม่รับแขก(ทั้งที่อยากรับใจแทบขาด) ผู้หญิงอะไร ทั้งหุ่นทั้งรูปร่างหน้าตา แม่งโคตรน่าขย้ำชะมัด “เรียบร้อยครับเฮีย” “เออดี แต่จะว่าไปก็เสียดายยัยนั่นเหมือนกันว่ะ โคตรตรงสเปกกูทุกอย่างเลย นี่ถ้าไม่ติดกับว่าเฮียดีนขู่กูเอาไว้นะ กูจัดไปละ คงไม่ข่มใจไล่กลับไปหรอก” ผมบอกไอ้แบรดไปตามตรง ยัยนั่นตรงสเปกผมทุกอย่าง แถมมาให้เคี้ยวถึงที่ แล้วอย่างผมอ่ะเหรอจะไม่เคี้ยว แต่ก็อย่างที่บอก ว่าวันนี้ผมเคี้ยวใครไม่ได้ ผมไม่อยากมีปัญหากับเฮียดีน แล้วถ้าถามว่าผมรู้ได้ไงอ่ะเหรอ ว่ายัยนั่นมาหาผมเพราะอยากจะมาให้ผมเคี้ยว คำตอบคือ เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มาหาผมก็ต้องการจะมาเป็นผู้หญิงในคอลเลคชั่นของผมกันทั้งนั้นแหละครับ ที่พูดนี่ผมไม่ได้หลงตัวเองหรอกนะ แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ “ไม่ต้องเสียดายหรอกครับเฮีย เพราะเธอต้องมาหาเฮียอีกแน่” “อะไรทำให้มึงคิดแบบนั้นวะ” ผมขมวดคิ้วมองไอ้แบรดอย่างไม่เข้าใจ ว่าทำไมมันถึงดูมั่นใจขนาดนั้น “ก็ท่าทางของเธอไงครับ ดูท่าทางเธออยากจะเจอเฮียมาก ยังไงๆ เธอก็ต้องมาหาเฮียอีกแน่ครับ เฮียเตรียมเปิดห้องรอไว้ได้เลย” มันยังพูดอย่างมั่นอกมั่นใจเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือผมเหยียดยิ้มมุมปากออกมาพร้อมสายตาร้ายกาจแกมพอใจ “เออ เป็นอย่างนั้นก็ดีว่ะ แล้วกูจะตั้งหน้าตั้งตารอ”...😏. #James End-LILY-
“คราวนี้แหละ ฉันจะต้องได้คุยกับนาย!” ฉันลงทุนขับรถตามไอ้เจมส์อะไรนั่นมาถึงคอนโด ก่อนจะจอดรถแล้วแอบตามมันขึ้นมาถึงหน้าห้อง ใช่ ไอ้วิธีอื่นของฉันที่ฉันว่า มันก็คือวิธีนี้แหละ คือ(ซุ่ม)รอให้ไอ้เจมส์มันออกมาจากผับแล้วขับรถตามมันมา ฉันใจร้อน อยากลากคอมันไปขอโทษน้ำฟ้าซะเดี๋ยวนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องรอให้ถึงพรุ่งนี้อ่ะเหรอ เลิกคิดไปได้เลย ติ๊งต่อง!!! ฉันกดกริ่งหน้าห้องมัน ก่อนจะกดรัวๆเพราะมันไม่ยอมมาเปิดประตูสักที “ไอ้บ้าเจมส์นะไอ้บ้าเจมส์ หูหนวกหรือไง ทำไมถึงไม่ยอมมาเปิดสักที!” ติ๊งต่องๆๆๆๆๆ!!!!! ฉันก่นด่ามันไปพลางกดกริ่งรัวๆเหมือนเดิมไปพลาง กดจนกริ่งจะพังอยู่แล้วมั้ง ก็มันยิ่งกดยิ่งโมโห ไอ้หมอนั่นหูดับไปแล้วหรือไง ถึงไม่มีวี่แววว่าจะมาเปิดประตู “เฮ้! จะกดอะไรนักหนาวะ เปิดไม่ทันเว้ย...เธอ!!?” จู่ๆประตูก็พลันเปิดออกพร้อมกับเสียงหงุดหงิดไม่พอใจ ก่อนมันจะเปลี่ยนอารมณ์แทบไม่ทันเมื่อเงยหน้าขึ้นมามองแล้วเห็นว่าเป็นฉัน “นี่มาได้ไงอ่ะ” มันถามฉัน ดูเหมือนมันจะทั้งตกใจทั้งแปลกใจ ดูจากสีหน้าแววตาและท่าทางของมันอ่ะนะ “ฉันตามนายมา” “ตามมา?” “เออ! ก็บอกแล้วไงว่าฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย” “อ้อ! เรื่องที่อยากสมัครมาอยู่ในคอลเลคชั่นของฉันอ่ะเหรอ นี่เธออยากนอนกับฉันจนอดทนรอวันหลังไม่ไหว จนถึงขนาดกับต้องลงทุนตามฉันมาถึงคอนโดเชียว?” มันเอียงหน้ามองฉันแล้วยิ้มมุมปากแบบเหยียดๆ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ฉันอีกนิดแล้วมองฉันนิ่งกว่าเดิม และรอยยิ้มเหยียดของมันยังอยู่ “ถามจริง อยากนอนกับฉันขนาดนั้นเลยเหรอ” “ทุเรศ! ความคิดอกุศล ฉันไม่ได้อยากนอนกับนาย อย่าคิดนะ ว่าผู้หญิงทุกคนบนโลกใบนี้จะเห็นนายเป็นเทพบุตรไปหมด เพราะอย่างน้อยๆก็ฉันคนนึง ที่เห็นนายเป็นไอ้ผู้ชายสารเลว นรกส่งมาเกิด เป็นไอ้ซาตานในร่างคน!” “เห้ย อะไรวะ จู่ๆก็มาด่า ไม่พอใจที่ฉันพูดก็บอกกันดีๆก็ได้ป่ะ ไม่เห็นต้องด่ากราดอย่างกะฉันไปฆ่าพ่อเธอตาย ทั้งๆที่ฉันไม่เคยรู้จักเธอด้วยซ้ำ” “นายไม่รู้จักฉันแต่ฉันรู้จักนาย รู้จักดีด้วยว่านายมันเลว ทั้งเลวทั้งเหี้ย สนุกมากรึไงห้ะ ที่ฟันผู้หญิงแล้วทิ้งอ่ะ จิตใจทำด้วยอะไร หรือว่าจิตใจมันไม่มี เพราะถ้ามี นายคงไม่ทำ อย่างนาย ถ้าเทียบกับหมา หมามันคงยังดีซะกว่า!!!” ฉันตวาดออกไปเสียงดังกว่าเดิม “เห้ยเธอ!!!” ดูเหมือนมันเองก็ของขึ้นขึ้นมาด้วย เพราะมันกระทืบเท้าเข้าหาแล้วถลึงตาใส่ฉัน “เหี้ยอะไรของเธอวะ ฟันผู้หญิงแล้วทิ้งอะไร อธิบายมาให้ชัดๆดิ๊ ไม่ใช่ด่าปาวๆมาแต่น้ำๆ แต่เนื้อหาแม่งไม่มี กล่าวหากันลอยๆแบบเนี้ย ระวังจะหน้าแหกหมอไม่รับเย็บนะครับ!” “อ๋อ อยากได้แบบชัดๆใช่ป่ะ เพราะแค่นี้ผู้ชายสารเลวหน้าตัวเมียแถมยังสมองกลวงอย่างนายคงฟังไม่เข้าใจ” “นี่เธอ!” “ก็ได้ เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ฟัง ผึ่งหูฟังให้ชัดๆแล้วกัน!” ฉันกัดฟันถลึงตาบอกมัน ก่อนทำท่าจะเปิดปากสาธยายอย่างเตรียมจะระเบิดอารมณ์เต็มที่ “เอ่อ น้องครับ ขอโทษนะครับ ช่วยเสียงเบาๆกันหน่อยได้มั้ย คือพี่จะนอน” แต่ฉันไม่ทันจะได้ทำอย่างที่ตั้งใจ ข้างๆห้องเขาก็เปิดประตูออกมาขัดจังหวะซะก่อน “เอ่อ ขอโทษทีครับ” “ว้าย!” ไอ้เจมส์มันหันไปยิ้มขอโทษขอโพย (ไม่น่าเชื่อว่าสารเลวอย่างมันจะมีมารยาทแบบว่ารู้จักเกรงใจคนอื่นกับเขาด้วย) ก่อนมันจะกระชากแขนฉันให้เข้าห้องมันมาแล้วจัดการปิดประตูเสร็จสรรพ ไอ้คนไม่ทันตั้งตัวอย่างฉันก็แม่งตกใจอ่ะดิ “ทำไรของนายเนี่ย! ปล่อยนะ!” ฉันสะบัดมือมันออกก่อนถอยห่างออกมา “ถามได้ทำอะไร ไม่เห็นหรือไงว่าข้างห้องเขาออกมาบอกว่าเราเสียงดัง เธอหน้าด้านไม่รู้สึกอะไรที่โดนด่าอ่ะฉันเข้าใจ แต่ฉันไม่เอาด้วยหรอกเว้ย ฉันไม่หน้าด้านพอที่จะรอให้เขาออกมาด่ารอบสอง!” “นี่นาย! นายด่าว่าฉันหน้าด้านเหรอ!” “หูก็ไม่หนวกนี่ ได้ยินว่าไงก็อย่างงั้นแหละ” “นี่นาย!” “เอาล่ะ ทีนี้มีอะไรจะอธิบายก็พูดมา เสร็จแล้วก็รีบๆไสหัวไป ฉันเบื่อหน้าเธอเต็มทน” มันแทรกฉันพูดอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วมันคิดว่าฉันสบอารมณ์นักเหรอ ฉันเองก็เกลียดขี้หน้ามันเหมือนกันแหละ “แล้วคิดว่าฉันอยากเห็นหน้านายนักเหรอ แต่ที่ฉันต้องมาเพราะมันจำเป็น และนายอยากรู้มากใช่มั้ยว่าเพราะอะไร ได้ ฉันจะอธิบายให้นายฟังเดี๋ยวนี้” “งั้นก็รีบพูดมา” “ที่ฉันมา เพราะเรื่องน้ำฟ้า!” “น้ำฟ้า?” ดูมันทำหน้าดิ เหมือนไม่รู้สึกอะไรเลยที่ได้ยินชื่อคนที่มันเพิ่งหักอกไปสดๆร้อนๆ “ใช่ นายทำร้ายน้ำฟ้าเพื่อนฉัน นายหักอกน้ำฟ้าจนน้ำฟ้าคิดสั้น ดีนะที่อีต้าไปช่วยมันไว้ทัน ไม่งั้นน้ำฟ้ามันคงตายเพราะกินยาเกินขนาดไปแล้ว!!!” ฉันระเบิดอารมณ์ออกไป ยิ่งนึกถึงอาการของน้ำฟ้า ฉันก็ยิ่งโกรธแค้นมัน ในขณะที่มัน ขนาดมันได้ยินขนาดนี้แล้ว มันก็ยังนิ่ง เหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร “ก็ดีที่ไม่ตาย” ก่อนจะมีเสียงราบเรียบออกมาจากปากมัน เดี๋ยวนะ นี่เหรอคำพูดที่ออกมาจากปากผู้ชายที่เพิ่งรู้ว่าเพิ่งเกือบจะทำให้คนๆนึงต้องตายด้วยฝีมือของมัน หรือว่าฉัน ฉันจะหูฝาด “นะ...นาย นายว่าอะไรนะ” “ฉันบอกว่าดีที่ไม่ตาย แต่ถ้าตายก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ในเมื่อเพื่อนเธอโง่เอง” “เลว! นายพูดแบบนี้ออกมาได้ไง! ทั้งๆที่ทั้งหมดนี้ต้นเหตุมันก็เป็นเพราะนาย ถ้าไม่โดนนายบอกเลิก น้ำฟ้าก็คงไม่คิดฆ่าตัวตาย แล้วนายยังจะไปโทษน้ำฟ้าอีกเหรอ นายไม่รู้สึกผิดอะไรเลยเหรอ ไม่สนเลยเหรอว่าน้ำฟ้าจะเป็นจะตาย” “ทำไมฉันต้องสน แล้วทำไมฉันต้องรู้สึกผิด ในเมื่อทั้งหมดมันเป็นการตัดสินใจของเพื่อนเธอ เพื่อนเธอเองที่เป็นคนรับไม่ได้ ทั้งๆที่ตกลงกันแล้วตั้งแต่แรก เพื่อนเธอเองที่เป็นคนที่ไม่ยอมเข้าใจ” “ตกลงกันแล้วตั้งแต่แรก?” “ใช่ ฉันกับน้ำฟ้าตกลงกันแล้วก่อนที่จะคบกัน ว่าถ้าวันไหนที่ฉันอยากจบก็คือจบ ถ้ารับข้อนี้ไม่ได้ก็ไม่ต้องคบ แล้วเพื่อนเธอก็ตกลง แต่พอเอาเข้าจริงเพื่อนเธอกลับงี่เง่า แล้วแบบนี้ใครกันแน่ที่ผิด ถ้าเพื่อนเธอจะต้องตายจริงๆ ก็ไม่ใช่เพราะฉันหรอก แต่ตายเพราะความโง่แล้วก็งี่เง่าของตัวเองต่างหาก เพราะถ้าไม่โง่ ก็คงไม่คิดสั้นเรื่องอกหักแค่นี้หรอก” “แต่นั่นก็เพราะน้ำฟ้ารักนายมาก” “รักหรือโง่ โตก็โตแล้ว แยกแยะไม่ได้หรือไง เรื่องแค่นี้ถ้าคิดไม่ได้ ก็ตายๆไปซะเหอะดีแล้ว” “นี่นาย!” “ทำไม”-JAMES-ผมออกมาจากห้องน้ำพร้อมลิลลี่ หลังจากเราอาบน้ำด้วยกันเสร็จ แต่ตอนแรกมันไม่ได้เป็นแบบนี้หรอกครับ เพราะความจริงผมแค่ขอให้ลิลลี่ช่วยอาบน้ำให้เฉยๆ เพราะผมเพิ่งลงเครื่องมาสดๆร้อนๆ ผมเพิ่งกลับจากอังกฤษเนื่องจากต้องไปเคลียร์ปัญหาที่บริษัทที่สาขาที่อังกฤษเมื่อหลายวันก่อน และผมก็รีบเคลียร์จนได้กลับเร็วกว่ากำหนด ทำไงได้ ก็คนมันคิดถึงลูกกับเมียนี่ครับ อยากกลับมาหาเร็วๆ แล้วพอกลับมาเหนื่อยๆ มันก็รู้สึกเหนียวตัวก็เลยอยากอาบน้ำ เลยขอให้ลิลลี่ช่วยอาบอย่างที่บอกไป แต่พออาบไปอาบมา ผมก็รู้สึกอยากให้เมียสุดที่รักอาบด้วย ผมเลยแกล้งทำให้เธอเปียก แล้วสุดท้าย แผนของผมก็สำเร็จ ลิลลี่จับพลัดจับผลูมาอาบน้ำกับผมด้วยจนได้จะว่าไป เหมือนผมจะลืมอะไรไปสักอย่างใช่มั้ย ใช่ครับ ผมลืมเล่าว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง ทำไมจู่ๆ ผมถึงมาอยู่ด้วยกันกับลิลลี่ได้ แล้วตอนนั้นที่ผมผ่าตัดเนื้องอกในสมอง สรุปแล้วผลการผ่าตัดมันออกมาเป็นยังไง งั้นอันดับแรกก่อนเลยละกัน นั่นคือจากวันนั้นจนถึงวันนี้ หมายถึงตั้งแต่วันผ่าตัดจนมาถึงวันนี้ มันก็ผ่านมาสามปีแล้วล่ะครับ และหลังจากที่ผมฟื้นตัวจากการผ่าตัด ผมกับลิลลี่ก็ตกลงกันว่าจะย้ายกลับม
“ใครจะยอมให้งอนกันล่ะ”เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใครนั้นดังลอยแทรกเข้ามาระหว่างบทสนทนาของเราสองแม่ลูก“พ่อ!!!” ก่อนจิมมี่จะรีบหันไปหาต้นเสียงพร้อมกับอุทานออกมาด้วยความดีใจ จากนั้นก็ไม่รอช้าที่จะรีบวิ่งเข้าไปหาคนเป็นพ่อ ใช่ เสียงนั้นคือเสียงของเจมส์“พ่อกลับมาแล้วเหรอฮะ”“ครับ พ่อกลับมาแล้ว พอดีงานที่โน่นเสร็จก่อนกำหนดน่ะ” เจมส์ตอบ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วบริษัทสาขาที่อังกฤษมีปัญหานิดหน่อยน่ะ เจมส์ก็เลยต้องไปจัดการด้วยตัวเองเหมือนกับหลายๆครั้งก่อนหน้านี้ ที่บางทีก็มีบ้างที่ต้องไปดูงานต่างประเทศ แล้วความจริงกำหนดกลับของครั้งนี้มันก็คือประมาณอาทิตย์หน้า“แล้วจะกลับทำไมไม่บอกก่อน เล่นกลับมากะทันหันแบบนี้ ฉันยังไม่ทันได้เตรียมอะไรเอาไว้ให้เลย”“แหม ไม่เห็นต้องเตรียมอะไรเอาไว้ให้เลย แค่กลับมาแล้วเห็นหน้าลูกกับเมีย แค่นั้นก็ชื่นใจจนหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแล้ว แล้วที่กลับมาไม่บอกก่อน เพราะนานๆทีก็อยากเซอร์ไพรส์ลูกกับเมียบ้างไง จริงสิครับจิม นี่ พ่อมีของฝากมาให้จิมด้วยนะ” เจมส์ตอบฉัน ก่อนหันไปบอกจิมมี่“จริงเหรอฮะ”“ครับ นี่ไง” แล้วเจมส์ก็เอากล่องๆนึงออกมา ก่อนยื่นให้จิมมี่“ขอบคุณ
-LILY-วันผ่าตัด…“ขอให้นายปลอดภัยเถอะ ขอให้การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี นายต้องหายนะ นายต้องหายแล้วกลับมาดูแลฉันกับลูกอย่างที่นายเคยขอโอกาสกับฉันไว้ นายต้องเข้มแข็งนะเจมส์ นายต้องสู้นะ นายต้องไม่เป็นอะไร” ตั้งแต่เจ้าหน้าที่พาไอ้เจมส์เข้าห้องผ่าตัดไป จนกระทั่งถึงตอนนี้ ฉันก็ยังยืนภาวนาวกไปวนมาอยู่หน้าห้องไม่หยุดด้วยความร้อนรนใจ …ฉันกลัวจริงๆนะ และฉันคงไม่อาจจะวางใจได้ ตราบใดที่หมอยังไม่ออกมาบอกว่าการผ่าตัดผ่านไปด้วยดี และไอ้เจมส์ไม่เป็นอะไร.:;หลายชั่วโมงผ่านไป…ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว ทุกอย่างก็ยังเงียบไม่มีการเคลื่อนไหว ฉันที่รออยู่หน้าห้องด้วยความร้อนรนกระวนกระวายใจก็ยังไร้วี่แววที่จะได้คำตอบที่รอคอยเปรี้ยง!!!!!“ว้าย!”แถมจู่ๆก็พลันได้ยินเสียงฟ้าร้องคำรามดังเปรี้ยงเข้ามาอีกต่างหาก ฉันถึงได้อุทานออกมาด้วยความตกใจ และแน่นอนว่าฉันที่รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีอยู่แล้ว มาเจอแบบนี้ มันก็ยิ่งตกใจและทำให้ยิ่งรู้สึกใจเสียเข้าไปใหญ่ หัวใจที่มันสั่นคลอน ตอนนี้มันเหมือนหล่นลงไปอยู่ตาตุ่มชนิดที่ว่าคว้าเอาไว้ไม่ทัน แถมยังเอากลับขึ้นมาไม่ได้อีกต่างหาก …ฉัน ฉันใจไม่ดีเลย มันกลัวไปหมดแล้ว“เจมส์ ฮือ
ไอ้เจมส์ยังคงขยับมือลูบหน้าฉันเบาๆ รอยยิ้มยังคงอยู่ เพียงแต่เริ่มจางลง นัยน์ตาเริ่มแดง น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มสั่นเครือ“แต่ฉันไม่ได้กลัวที่ฉันจะต้องตายหรอก แต่กลัวที่ต่อไปนี้ ฉันอาจจะไม่ได้อยู่ดูแลเธอกับลูกอีก ขอโทษนะ ที่ทำให้เธอกับลูกได้แค่นี้ ได้แค่ดูแลเธอกับลูกอยู่ห่างๆ ในเวลาแค่เพียงไม่นาน ฉันเสียใจ ที่มีโอกาสได้ชดใช้ให้เธอกับลูกแค่นี้ ทั้งๆที่ฉันทำเลวเอาไว้ตั้งเยอะ สิ่งที่ฉันได้ทำให้เธอกับลูก มันยังไม่เพียงพอเลย มันเหมือนกับว่า ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้เธอกับลูกเลยด้วยซ้ำ ฉันก็ต้อง…”“ไม่ ไม่เอา นายอย่าพูดแบบนั้น นายต้องไม่เป็นไร นายต้องหาย ถึงฉันจะกลัว แต่ฉันเชื่อว่านายต้องหาย นายจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นายต้องอยู่ดูแลฉัน อยู่ชดใช้ให้ฉันกับลูกก่อน” ฉันแทรกพูดรัวๆออกไปทั้งน้ำตา พร้อมกับกระชับมือไอ้เจมส์ให้แน่นขึ้น“ลิลลี่ เธอพูดแบบนี้หมายความว่า…”“อือๆ ฉันให้โอกาสนายแล้ว ทุกอย่างที่นายขอ ฉันยอมให้นายทุกอย่างแล้ว” ฉันแทรกอีกครั้งพร้อมกับพยักหน้ารัวๆ “ขอบใจนะ รู้มั้ยว่าฉันรอคำนี้มาตลอด ฉันดีใจที่ในที่สุด เธอก็ให้โอกาสฉัน ยอมให้ฉันได้ดูแล ยอมให้ฉันได้ชดใช้ให้เธอกับลูก” ครั้งนี้ไอ้เจมส์ยิ้มทั
-LILY-“มอนิ่งจ้ะลิลลี่” ฉันมาทำงานและเพิ่งจะเดินเข้ามาในบริษัท หลังจากไปส่งจิมมี่ที่โรงเรียนเสร็จแล้ว พอดีวันนี้ไม่ใช่วันหยุดน่ะ ก่อนฉันจะได้ยินเสียงทักทายจากแคทเทอรีน เพื่อนร่วมงานของฉัน เธอค่อนข้างเป็นคนอารมณ์ดีประมาณนึงเลย นิสัยก็น่ารักด้วย“มอนิ่งจ้ะแคท” ฉันทักทายตอบ ส่วนเธอก็ยังยิ้มไม่หุบ แต่จู่ๆก็หุบยิ้มแล้วทำตาโตเอาดื้อๆ เหมือนกับว่าตกใจอะไรสักอย่าง“เอ๊ะ! นั่นข้างนอกเขามีอะไรกันอ่ะ” เธอมองออกไปด้านนอก ผ่านประตูกระจกบานใหญ่ของบริษัท“หืม? อะไรเหรอ” ฉันถามอย่างสงสัย“ก็นั่นไง ข้างนอกเขามุงดูอะไรกันก็ไม่รู้” เธอตอบมาอีกประโยค และฉันก็อดหันมองตามออกไปไม่ได้ ถึงได้เห็นว่ามันเป็นอย่างที่แคทเทอรีนพูดจริงๆ“ไปดูกันเหอะ” ไวเท่าความคิด เพราะทันทีที่แคทเทอรีนพูดจบ เธอก็จูงมือฉันออกไปข้างนอกพร้อมกับเธอทันที“แคท แล้วงานล่ะ”“ไม่เป็นไรหรอก ยังไม่ถึงเวลาเลย ขอดูแป๊บเดียว อยากรู้อ่ะ ไม่รู้เขาดูอะไรกัน” แคทเทอรีนหันมาตอบฉัน เท้าก็พลางสาวเร็วๆไม่หยุด ฉันเองก็พลอยโดนฉุดกระชากลากถูไปไม่หยุดด้วย จนกระทั่งถึงจุดที่มีคนยืนมุงดูกัน“โทษนะคะ มีอะไรกันเหรอคะ ดูอะไรกันอยู่เหรอ” แคทเทอรีนเข้าไปถาม“
-LILY-ฉันพาจิมมี่กลับมาจนถึงบ้านด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างจะยังไม่คงที่ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าผู้ชายจอมผิดคำพูดคนนั้นไง ใช่ ไอ้เจมส์!เมื่อกี้ฉันเลิกงานแล้วไปรับจิมมี่ที่โรงเรียน แล้วเจอว่าจิมมี่อยู่กับมัน ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก จิมมี่อยู่กับไอ้เจมส์ มันผิดคำพูดกับฉัน ทำผิดข้อตกลงที่เคยให้ไว้กับฉัน มันเข้าไปหาจิมมี่ ทั้งๆที่รับปากกับฉันไว้แล้วว่าจะทำแค่ดูอยู่ห่างๆ …คนนิสัยไม่ดี ยังไงก็นิสัยไม่ดีอยู่วันยังค่ำ!ฉันกัดฟันด่ามันกับตัวเองอยู่ในใจ “แม่ฮะ”ก่อนที่จู่ๆ จิมมี่ก็เรียกแล้วเงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยแววตาเศร้าๆแกมรู้สึกผิดจะว่าไปแล้ว ฉันเองก็เพิ่งนึกออกเหมือนกัน ว่ายังไม่ได้เคลียร์กับจิมมี่ให้จบเลย เรื่องที่จิมมี่ไม่รอฉันอยู่ที่เดิม แต่ไปอยู่ตรงนั้น หมายถึงข้างถนนน่ะ แถมยังคิดจะข้ามถนนไปอีกฝั่งนึงอีก ไม่รู้หรือไงว่ามันอันตราย“…” ฉันหันไปมองจิมมี่ตามเสียงเรียกด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ยังไม่พูดอะไร “ผมขอโทษอีกครั้งนะฮะ ที่ผมขัดคำสั่งแม่ แต่ผมจะไม่ทำอีกแล้วนะฮะ ผมกลัวแล้วฮะ” ประโยคท้าย จิมมี่ทำสีหน้าขยาดและหวาดกลัวผิดปกติ“กลัวเหรอ” ฉันเลยอดไม่ได้ที่จะถามย้ำ“ฮะ ผมกลัวจะเหมือนวันนี้อีก วัน







