تسجيل الدخول
“เธอดูเปลี่ยนไปเยอะเลยนะเพียงใจ แล้วนึกยังไง ถึงได้มาหาฉันถึงที่นี่...”
‘นับดาว’ มอง ‘อดีตเพื่อนรัก’
ตั้งแต่หัวจรดเท้า ริมฝีปากสีแดงสดยกยิ้มอย่างเหยียดๆ ตามแบบฉบับนิสัยของเธอ...
“ฉันมีเรื่องเดือดร้อน”
‘เพียงใจ’ มาที่นี่ ก็เพราะเธอหมดหนทางแล้วจริงๆ ไพ่ใบสุดท้ายของเธอในเวลานี้ก็คือ คนที่กำลัง*เบ้ปากมองเธออย่างเหยียดหยามอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เท่านั้น
‘อดีตเพื่อนรักที่ทะเลาะกันจะเป็นจะตาย...ถึงขั้นตัดเพื่อนตัดฝูง...เพียงเพราะผู้ชายคนเดียว’
“เดือดร้อนงั้นเหรอ? แล้ว...เอกนรินทร์ไปไหนแล้วล่ะ ถึงได้ปล่อยเธอมาในสภาพแบบนี้”
‘เอกนรินทร์’ คนที่นับดาวกำลังพูดถึง เขาก็คืออดีตคนที่เธอเคยรักมากที่สุด ซึ่งยัยคนที่นั่งอยู่ตรงหน้านับดาวนี้ ได้แย่งเขาไปจากเธอ
“เขาตายแล้ว...”
น้ำเสียงของเพียงใจสั่นลงอย่างแผ่วเบา หลังจากที่เขาตาย ยังไม่ทันจะครบเจ็ดวันเลยด้วยซ้ำ เพียงใจกับลูกสาวทั้งสองคน ก็ถูกเนรเทศออกจากบ้านใหญ่
ในตอนนั้น เธอมีเงินติดตัวอยู่ไม่เท่าไหร่ และเมื่อเงินหมด เธอก็เลยต้องหางานทำ และตอนนี้ อาชีพแม่บ้านโรงแรมเงินเดือนหมื่นต้นๆ ซึ่งไม่เพียงพอกับการเลี้ยงลูกสาวที่ป่วย และกำลังเรียนหนังสืออยู่ในขณะนี้
“ห๊ะ! ตะ-ตายแล้วเหรอ? แล้วเป็นอะไรตายล่ะ”
“อุบัติเหตุ”
“เมื่อไหร่? ทำไมฉันถึงไม่รู้”
“10ปีที่แล้ว...เธอจะรู้ได้ยังไงนับดาว ชีวิตของเราสองคน ตั้งแต่ทะเลาะกันเรื่องของเอกนรินทร์ เธอกับฉัน มันก็เหมือนอยู่กันคนละโลกไปแล้วนะ”
“เชอะ! คนละโลก! นั่นมันเป็นเพราะเธอต่างหากล่ะ ที่หนีฉันไปพรอดรักมีความสุขกับเอกนรินทร์สองคน ทิ้งให้ฉันเจ็บปวดแสนสาหัสอยู่คนเดียว!”
ตอนนั้นนับดาวเหมือนคนบ้าและเสียสติไปช่วงหนึ่ง
“นี่มันผ่านมาตั้ง 24ปีแล้วนะ เธอยังโกรธฉันกับเอกนรินทร์อยู่อีกเหรอนับดาว เธอนี่เป็นเอามากนะ”
“มันสมควรที่ฉันจะโกรธเธอมั้ยล่ะ เธอสองคนรักกัน แต่ฉันนี่สิ ต้องเจ็บช้ำจนเกือบตาย!”
“แล้วตอนนี้เป็นไง! ชีวิตฉันดีขึ้นกว่าเธอมั้ยล่ะนับดาว”
“ก็เพราะเอกนรินทร์ตายไง เธอถึงมาหาฉันถึงที่นี่ แล้วหาฉันเจอได้ยังไง และทำไมถึงรู้ ว่าฉันอยู่โรงแรมนี้”
“ฉัน...เป็นแม่บ้านโรงแรมที่เธอเป็นเจ้าของอยู่นี่ไง ทำไมฉันจะหาเธอไม่เจอล่ะ”
“ห๊ะ! เธอเป็นแม่บ้านที่โรงแรมฉันเหรอ?”
“อือ...ฉันทำงานที่นี่มา 7 ปีแล้ว เธอเพิ่งจะรู้สินะ”
“แล้วทำไมเธอไม่มาหาฉันตั้งแต่แรกล่ะ”
“เธอเกลียดขี้หน้าฉันขนาดนี้ ฉันคงไม่กล้าโผล่มาให้เธอเห็นหรอกนะนับดาว”
“เธอมันสมควร ที่จะให้ฉันเกลียดเธอมั้ยล่ะ”
“เธอนี่เจ้าคิดเจ้าแค้นเป็นเด็กๆ เลยนะ อดีตมันผ่านมาตั้ง24ปีแล้ว เธอก็ยังจำฝังใจไม่เลิก”
“เธอไปเสวยสุขกับเอกนรินทร์สองคน คงทำให้ฉันมีความสุขหรอกมั้ง...แล้วตอนนี้...เธอทำไมถึงได้กล้าเสนอหน้า มาขอยืมเงินฉันได้ล่ะ”
“ฉันหมดหนทางแล้วจริงๆ เหลือเธอคนเดียว ที่จะช่วยฉันได้”
“คนแค้นฝังใจอย่างฉัน เธอคิดว่าฉันจะช่วยเธองั้นเหรอ?”
“ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอจะช่วยฉันหรือเปล่า ก็ได้แต่ลองเสี่ยงดู”
“แล้วครอบครัวเอกนรินทร์ล่ะ”
“พอเอกนรินทร์ตาย ทางบ้านเขาก็ไล่ฉันสามแม่ลูกออกจากบ้าน ทรัพย์สมบัติเงินทอง ทางบ้านเขาก็ไม่ได้ให้ฉันมาเลยสักแดงเดียว”
“ตายจริง! ทำไม...ถึงทำขนาดนี้ล่ะ ใจร้ายมาก”
“เป็นไง รู้แบบนี้แล้ว เธอรู้สึกดีขึ้นบ้างมั้ยล่ะ”
“แล้วเธอมีลูกกับเอกนรินทร์กี่คน”
“ลูกสาวสองคน คนโตอายุ 24 กำลังป่วยอยู่ และอีกคนอายุ 18 กำลังเรียนอยู่*มหาลัยปี1”
“ลูกสาวเธอป่วยเหรอ? แล้วเป็นอะไรมากมั้ย”
“นิชา ลูกสาวคนโตฉัน ป่วยมาเกือบสิบปีแล้ว ตั้งแต่พ่อเขาเสียไป ฉันหมดเงินรักษาไปเยอะมาก ทุกวันนี้ ก็ต้องรักษาและกินยาอยู่เป็นประจำ”
“ทำไมชีวิตของเธอมันดูแย่จัง แล้ว เธอต้องการเงินเท่าไหร่ล่ะ ฉันจะให้”
“สองแสน ค่าผ่าตัดหัวใจของลูกสาวฉัน เธอทำสัญญายืมกับฉันได้เลย หักจากเงินเดือนของฉันไปก็แล้วกัน”
“สองแสน จะไปพออะไร ฉันให้เธอ ห้าแสน มีเมื่อไหร่ ก็ค่อยเอามาคืนก็แล้วกัน ไม่ต้องทำมันหรอกสัญญาน่ะ”
“ฉันจะเอาไปทำไมตั้งห้าแสน! มันเยอะไปนะ เงินเยอะขนาดนี้ ฉันเป็นแม่บ้านโรงแรมเธอกี่ชาติ ถึงจะใช้หนี้หมดล่ะ”
“เอาไปเถอะน่า ค่าเทอมลูกสาวเธอด้วยไง ไหนจะค่าอะไรอีกที่เธอต้องใช้ เอาไปๆ แค่นี้ ขนหน้าแข้งฉันไม่ร่วงหรอกย่ะ”
“เออ ฉันรู้ว่าเธอรวย เป็นมหาเศรษฐี แต่ก็ขอบใจเธอมากนะ”
เพื่อนของเพียงใจคนนี้ ถึงแม้จะเป็นคนปากร้าย ดูเหมือนเป็นคนเย่อหยิ่ง แต่เพื่อนเธอก็เป็นคนที่จิตใจดีมาก ถ้าไม่เป็นเพราะเรื่องทะเลาะแย่งผู้ชายคนเดียวกันล่ะก็ ป่านนี้ เราสองคน ก็คงมีมิตรภาพเพื่อนรักกันจวบจนปัจจุบัน
“เอาไปเถอะ...ส่งเลขบัญชีมา เดี๋ยวฉันโอนให้เลย ว่าแต่เธอเป็นแม่บ้านแผนกไหน? อยู่ส่วนไหนของโรงแรม ฉันก็มาตรวจโรงแรมออกบ่อย ทำไมฉันไม่เจอเธอเลยล่ะ”
“ฉันหลบหน้าเธอทุกครั้งที่เธอมา เพราะงั้น เธอไม่เห็นฉันหรอก แต่เธอก็ไม่ต้องรู้หรอกว่าฉันอยู่ตรงไหน ฉันไม่อยากให้เธอต้องมาเสียภาพพจน์เพราะคนอย่างฉัน”
“เธอมันบ้าและปากดีอย่างนี้ไง คิดอะไรไม่เข้าเรื่อง งั้นก็แล้วแต่เธอล่ะกัน”
.......................
2 วันต่อมา...
ณ ภัตตาคารสุดหรู...
“เธอมีเรื่องด่วนสำคัญอะไรนักหนานับดาว เธอถึงได้นัดฉันมาเจอเอาเวลานี้”
“เรื่องด่วนมาก ฉันจะอกแตกตายอยู่แล้วรู้มั้ยจอมขวัญ”
“ถ้าด่วนขนาดนี้ เธอทำไมไม่โทรล่ะ จะต้องนัดมาสถานที่เงียบๆ แบบนี้ทำไม”
‘จอมขวัญ’ กวาดมองไปรอบๆ ห้องอาหารแบบวีไอพีส่วนตัว ที่มีแค่เธอกับเพื่อนเท่านั้น
“เธอเลิกสงสัยก่อนได้มั้ย ไหนๆ เธอก็มาแล้ว อีกอย่าง เธอคือคนที่รู้ความลับของฉันเพียงคนเดียว เรื่องนี้มันก็ต้องเป็นเธออยู่แล้ว ที่จะช่วยฉัน”
“อ่ะ...งั้นบอกมาเรื่องอะไร ที่ทำให้เธอเดือดได้ขนาดนี้”
ใบหน้าของนับดาวดูซีดเผือดราวกับกระดาษ แม้กระทั่งลิปสติกที่เพื่อนของจอมขวัญชอบใช้เป็นประจำ ก็ไม่ปรากฏเลยบนริมฝีปากของเพื่อนเธอ สงสัยเรื่องนี้จะใหญ่มาก
“ก็ตาวินทร์สิมีแฟน...ตาวินทร์ไปคบกับ...”
น้ำเสียงของนับดาวเริ่มสั่นลงอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ หนึ่งในล้านล้าน ที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย แต่มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว
“กับใคร...”
“กับ...ไอริน”
“ห๊ะ! อุ้ยตาย! เป็นไปได้ยังไงเนี่ย!”
“ตาวินทร์คบกับไอรินจริงๆ วันนี้นักสืบที่ฉันจ้างไปสืบเรื่องของตาวินทร์ มาบอกฉันว่า ตาวินทร์คบกับไอรินมาเกือบสองปีแล้ว...เธอคิดดูนะจอมขวัญ...คบกันสองปี...โดยที่ฉันเป็นแม่...ยังไม่เคยรู้เลย ว่าลูกชายตัวเองมีแฟน และหนำซ้ำยัง...”
นับดาวเอามือทาบบนอกและเว้นจังหวะการเล่า หัวใจของเธอเต้นเร็วเกินไป เพราะความกลัวและความเครียดที่มันสุมอยู่ในเวลานี้
“มันจะเป็นไปได้ยังไงนับดาว นักสืบเอาข้อมูลมาให้เธอผิดหรือเปล่า”
“ไม่ผิดหรอก ทั้งภาพและคลิปยืนยันจากนักสืบ ฉันจะทำยังไงดีล่ะจอมขวัญ ตอนนี้ ฉันเครียดจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว”
ความลับที่นับดาวตั้งใจเก็บไว้ถึง 24ปี กำลังจะถูกเปิดเผย
“เธอใจเย็นๆ นะนับดาว เราจะหาทางออกเรื่องนี้ด้วยกันนะ ฉันจะช่วยเธอเอง”
จอมขวัญคือเพื่อนคนเดียว รู้เรื่องของนับดาวทั้งหมด
“เธอต้องช่วยฉันนะจอมขวัญ”
.......................
“ปล่อยหนูนะ! หนูไม่ทำแล้ว!” “เธออยากได้ฉันนักไม่ใช่เหรอ! ลิ้มรสคนที่เธอชอบหน่อยเป็นไร...”ตบะของอนาวินทร์ขาดสะบั้นไปตั้งแต่รู้ว่าเขาถูกพามาที่นี่ และอนาวินทร์ไม่เคยคิดเลยว่า เธอจะคลั่งรักเขาถึงขนาดทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ “หนูขอโทษ...” ข้อมือของนาบีถูกกดตรึงกับที่นอนแน่นจนเจ็บแปลบ เธอดิ้นเพื่อสะบัดและบิดหนีสุดแรง พยายามสอดเข่าดันลำตัวเขาออก แต่เขากลับกดทับหนักขึ้นราวกับไม่รู้ตัวถึงแรงที่ใช้ “สายไปแล้ว”“ปล่อยหนู…!” เสียงเธอแตกพร่าแต่เขาแทบไม่ได้ยิน ดวงตาแดงก่ำของชายหนุ่มพร่าไหวระหว่างโทสะกับแรงกระตุ้นที่เผาผลาญประสาทสัมผัสทั้งหมดลมหายใจเขาหนักกระแทกลงบนใบหน้าเธอ มือที่กดไว้นั้นอยู่สั่นและกระชากแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องการลงโทษมากกว่าจะควบคุมแคว่ก! ชุดเดรสแดงสุดเซ็กซี่ถูกกระชากอย่างแรงจนขาดออกจากกัน เผยให้เห็นเนินเนื้อขาวนวลก้อนใหญ่ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยบราเซียร์สีสวย“ไม่นะ!”นาบีพยายามขดตัวเองเอาไว้ เพื่อปิดบังสายตาอันหื่นกระหายที่จ้องลงมาราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังตะครุบเหยื่อ แต่ทว่า นาบีก็ไม่สามารถที่จะทำได้อย่างที่เธอต้องการ ร่างใหญ่กดทับร่าง
“ชอบงั้นเหรอ!”ร่างสูงบนเตียงกระตุกเกร็งอีกครั้งราวกับคลื่นความร้อนแล่นผ่านทั้งตัว อนาวินทร์ยันศอกขึ้นพยุงตัวเองเพื่อจะลุกจากที่นอน กล้ามเนื้อที่แผ่นอกตึงเครียดจนเห็นเส้นเลือดนูนชัด ดวงตาที่เคยพร่าเลือนบัดนี้เปิดกว้างขึ้น แดงก่ำและดุดัน “ใช่ค่ะ ในเมื่อหนูชอบ หนูก็ต้องใช้วิธีนี้ไงคะ”นาบีตอบกลับเขาไปอย่างดุดันเช่นกัน เพื่อให้ผู้ชายคนนี้เกิดความโกรธ และพาตัวเองลุกจากเตียง “ฉันมีแฟนแล้ว! เธอยังจะ...อึ้มมม์...”สายตาคมดุจ้องเขม็งไปที่เด็กสาวชุดแดงสุดเซ็กซี่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวและเขาเห็น...สมาร์ทโฟนในมือเธอ กำลังกดอะไรบางอย่าง ท่าทีของเธอระวังตัว…เหมือนกำลังจับเหยื่อความเข้าใจแล่นเข้ามาในวินาทีนั้นทันที...กรามเขากระตุกแน่น เสียงหายใจหอบหนักยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะฝืนกลืนคำพูดที่เหมือนติดอยู่ในลำคอ แล้วตะคอกออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ชอบฉันมาก…ถึงขนาดทำเรื่องเลวๆ แบบนี้เลยใช่มั้ย!”“...” คำพูดของเขานั้นกระแทกใส่เธอเหมือนฝ่ามือฟาดกลางหน้า นาบีชะงักไปเสี้ยววินาที แต่ยังไม่ถอย มือที่ถือสมาร์ทโฟนสั่นเล็กน้อย แม้เธอพยายามคุมให้นิ่งที่สุดในขณะที่บนเตียง อนาวินทร์พยายาม
แต่ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง... “รับอะไรดีครับ”นาบีเหลือบมองเมนูเครื่องดื่ม ก่อนเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่จงใจให้ดังพอที่คนข้างๆ จะได้ยิน...กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมากับการขยับตัวเล็กน้อยนั้น ก็เพียงพอจะรบกวนสมาธิของเป้าหมายทั้งสองโดยไม่ต้องแตะต้องเลยด้วยซ้ำ^^ นาบียกแก้วขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมสวยเหลือบไปสบกับเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนหนีราวกับไม่ได้ตั้งใจ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มบางๆ อย่างมีเลศนัยภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั้น ชัดเจนอยู่ในหัว เธอต้องทำให้เขาสนใจ และต้องทำให้เขารู้ว่า เธอก็สนใจเขาอยู่เช่นกัน และจากแววตาที่เริ่มหันกลับมามองซ้ำอีกครั้งของเป้าหมาย นาบีก็รู้เลยทันทีว่า…เธอได้ก้าวเข้ามาใกล้เป้าหมายไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว...แต่ทว่าอีกด้านหนึ่ง...“กูจะลุกไปล่ะนะ...”“ยังก่อน...เธออาจจะมากับใครก็ได้นะ มึง*เสร่อเข้าไป เดี๋ยวได้หน้าแตกหรอก”“กูก็แค่เข้าไปทักน้องเขามั้ย”“รอสักพัก เชื่อกู”“กูว่าน้องเขา ต้องเอามึงแน่ว่ะ มึงว่ามั้ยวินทร์”“กูไม่รู้”เพราะอนาวินทร์ไม่แน่ใจสายตาคู่นั้นเลย ถ้าจะเข้าข้างตัวเอง ก็จริงอย่างที่เพื่อนของเขาพูด แต่ถ้าไม่ เธอก็แค่หว่านเสน่
วันต่อมา... @คลับหรูย่านทองหล่อ... “เฮ้ย! ไอ้วินทร์ กูอยู่นี่!” “...” อนาวินทร์มองเพื่อนของเขาที่กำลังโบกมือโบกไม้เรียกเขาอยู่หน้าห้องวีไอพีในคลับหรูตามการนัดหมายในวันนี้ “มาๆ นั่งๆ ตอนแรกกูคิดว่ามึงจะไม่มาซะแล้ว” “จริงๆ กูก็จะไม่มาหรอก แต่ว่า วันนี้ไอรินไปติดต่องานที่ต่างประเทศหลายวัน กูก็เลยอยู่ว่างๆ แล้วมึงล่ะ คิดยังไงถึงชวนกูมานั่งที่นี่” “ก็แม่กูดิ บอกให้กูมาพูดเรื่องไปเรียนต่อ*เมกากับมึง กูบอกแม่กูแล้ว ว่ามึงไม่ไปหรอก มึงจะแต่งงาน แต่แม่กูก็ไม่เชื่อ ยังจะบอกว่า วันนั้นมึงอาจจะไม่ทันคิดดีก็ได้” “กูไม่ไป จะพูดยังไงกูก็ไม่ไป มึงมาเสียเที่ยวแล้วภูริ” “เออๆ ช่างมันเถอะ กูรู้ ว่าแต่ เรื่องที่มึงไม่ไปเรียนต่อเพราะมึงจะแต่งงาน มึงได้บอกแม่มึงยังวินทร์?” “ยังเลย ช่วงนี้แม่กูยุ่งๆ กูก็เลยยังไม่ได้คุยกับแม่เลย” “แล้วมึงตกลงกับคุณไอรินเขาแล้วเหรอ?” “คุยแล้ว...ทำไมมึงห่วงเรื่องกูจังวะภูริ” “ก็เพราะกูคิดว่า มันเร็วเกินไปถ้ามึงจะแต่งงานไงล่ะ ความจริงเรายังอยู่ในช่วงวัยรุ่นอยู
“ถ้าคุณไม่สะดวกบอกหนู ก็ไม่เป็น...”“ตกลง! ฉันจะบอกเธอนะ”“ค่ะ…งั้นคุณเล่าเถอะค่ะ หนูพร้อมรับฟัง”“เหตุผลที่ฉันจะแยกตาวินทร์ออกจากแฟนของเขา ก็เพราะว่า ตาวินทร์กับแฟนเขาเป็น..พี่น้องกัน”“ห๊ะ! เอ่อ…เป็นพี่น้องกันงั้นเหรอคะ!”“ใช่...ฉันทุกข์ใจมาก และเรื่องนี้มันก็ยาวมาก สาเหตุที่ฉันทะเลาะกับพ่อแม่เธอ ก็มีส่วนด้วย”“พ่อกับแม่หนูเกี่ยวด้วยเหรอคะ”“อืม...เพราะว่าฉันประชดพ่อเธอไง เลยไปทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้น...จะโทษพ่อกับแม่เธอก็ไม่ถูกซะทีเดียวหรอก มันเป็นเพราะฉันเอง ที่รักจนเสียสติขนาดนั้น”“ตอนนั้น คุณอายุ 18 เองนะคะ ก็อาจจะยังไม่ได้คิดถึงขนาดนั้นค่ะ”“อายุของฉัน เท่ากับเธอในตอนนี้เลยนะ แต่เธอดูตัวเธอสินาบี เธอดูเป็นผู้ใหญ่กว่าฉันมาก เธออดทน แข็งแกร่ง ทั้งที่ตอนนั้น ฉันก็รุ่นราวคราวเดียวกับเธอ”“มันไม่เหมือนกันหรอกค่ะ ที่หนูเป็นแบบนี้ ก็เพราะหนูลำบากตั้งแต่เด็ก หนูต้องอดทน มันก็เลยทำให้หนูแข็งแกร่งอย่างที่คุณบอกว่าหนูเป็นค่ะ จริงๆ หนูก็ไม่ได้แกร่งอะไรเลยนะคะ”“อืม...แต่เธอทำให้ฉันอดชื่นชมในตัวเธอไม่ได้เลยนะ”“ในเมื่อเหตุผลที่คุณบอกมา เป็นแบบนี้ หนูก็เข้าใจคุณค่ะ ตอนนี้ มันยังมีเวลานะคะ คุณแก
3 วันต่อมา... @มหาวิทยาลัยxxx… แสงแดดยามบ่ายสาดลงบนสนามบาสเกตบอลกลางแจ้ง เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังเป็นจังหวะ เสียงหัวเราะและเสียงตะโกนแซวกันของกลุ่มผู้ชายดังกึกก้องเด็กสาวยืนนิ่งอยู่ข้างสนาม มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ข้างตัว ร่างบางในวัย18ปีดูเล็กและเปราะบางท่ามกลางบรรยากาศคึกคักนั้น“...” สายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ร่างของเขาสูงเด่นเป็นสง่า เขากำลังวิ่งอยู่กลางสนาม เหงื่อซึมตามกรอบหน้า เสื้อกล้ามเผยให้เห็นแผ่นหลังและแขนแข็งแรง“...” ทุกการเคลื่อนไหวของเขามั่นใจ เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดสายตาของสาวๆที่ยืนรอส่งเสียงเชียร์รอบสนาม เพื่อนๆ ส่งลูกบาสให้เขา เสียงเชียร์ดังขึ้นเมื่อเขาชู้ตลงห่วงอย่างสวยงาม “...” หัวใจของนาบีเต้นแรง เธอกลืนน้ำลายลงอย่างประหม่า นี่ไม่ใช่แค่การแอบมองธรรมดา แต่มันคือ ‘ภารกิจ’ ที่นาบีต้องทำให้สำเร็จ คำพูดของเพื่อนแม่ยังดังซ้ำอยู่ในหัว‘วิธีการไหนก็ได้ ที่จะทำให้ลูกชายฉัน สนใจเธอ’ เพื่อแม่ พี่สาว และเงิน 5 แสนนั้น...“...” มือของนาบีสั่นเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะทำมันไม่ถูกต้อง ความกลัวแล่นวาบขึ้นมาในอกเธอกลัวส







