LOGIN“ชอบงั้นเหรอ!”
ร่างสูงบนเตียงกระตุกเกร็งอีกครั้งราวกับคลื่นความร้อนแล่นผ่านทั้งตัว อนาวินทร์ยันศอกขึ้นพยุงตัวเองเพื่อจะลุกจากที่นอน กล้ามเนื้อที่แผ่นอกตึงเครียดจนเห็นเส้นเลือดนูนชัด ดวงตาที่เคยพร่าเลือนบัดนี้เปิดกว้างขึ้น แดงก่ำและดุดัน
“ใช่ค่ะ ในเมื่อหนูชอบ หนูก็ต้องใช้วิธีนี้ไงคะ”
นาบีตอบกลับเขาไปอย่างดุดันเช่นกัน เพื่อให้ผู้ชายคนนี้เกิดความโกรธ และพาตัวเองลุกจากเตียง
“ฉันมีแฟนแล้ว! เธอยังจะ...อึ้มมม์...”
สายตาคมดุจ้องเขม็งไปที่เด็กสาวชุดแดงสุดเซ็กซี่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว
และเขาเห็น...
สมาร์ทโฟนในมือเธอ กำลังกดอะไรบางอย่าง ท่าทีของเธอระวังตัว…เหมือนกำลังจับเหยื่อ
ความเข้าใจแล่นเข้ามาในวินาทีนั้นทันที...
กรามเขากระตุกแน่น เสียงหายใจหอบหนักยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะฝืนกลืนคำพูดที่เหมือนติดอยู่ในลำคอ แล้วตะคอกออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“ชอบฉันมาก…ถึงขนาดทำเรื่องเลวๆ แบบนี้เลยใช่มั้ย!”
“...” คำพูดของเขานั้นกระแทกใส่เธอเหมือนฝ่ามือฟาดกลางหน้า นาบีชะงักไปเสี้ยววินาที แต่ยังไม่ถอย มือที่ถือสมาร์ทโฟนสั่นเล็กน้อย แม้เธอพยายามคุมให้นิ่งที่สุด
ในขณะที่บนเตียง อนาวินทร์พยายามดันตัวเองลุกขึ้นอีกครั้ง คราวนี้สำเร็จเพียงครึ่งเดียว ร่างสูงโงนเงน นั่งค้างอยู่ที่ขอบเตียง ไหล่กว้างสั่นระริกเพราะแรงต้านของฤทธิ์ยาที่กำลังเล่นงานเส้นประสาททุกส่วนในร่างกาย
เหงื่อไหลตามขมับและลำคอ ทั้งที่บรรยากาศภายในห้องเย็นเฉียบ กล้ามเนื้อเกร็งกระตุกเป็นระยะ แต่สายตาที่มองเธอชัดเจน เต็มไปด้วยความโกรธ และความเกลียด
“หนูไม่สนหรอกค่ะ ถ้าคุณทนความต้องการของตัวเองไม่ไหว ก็เชิญเลยสิคะ”
นาบีพยายามยั่วยุให้เขาเกิดความโกรธเธอให้มากขึ้น ในขณะที่หัวใจของเธอกำลังเต้นแรงเป็นอย่างมาก นาบีกลัว แต่เธอก็ต้องทำ ขอแค่เขาลุกขึ้นมากอดเธอเท่านั้น ทุกอย่างก็จะสำเร็จ
“สกปรก!...เธอคิดว่าฉันจะยอม…ให้เธอใช้ของแบบนี้จับฉันงั้นเหรอ…” เขากัดฟัน เสียงต่ำสั่น
“งั้น คุณจะทำอะไรได้คะ”
“อย่าท้าทายฉัน! ฉันขอเตือนไว้ก่อน!”
เขาพยายามทรงตัว ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ขาจะสั่นและความสมดุลแทบพัง มือหนึ่งกดขอบเตียงแน่นจนเส้นเอ็นขึ้น อีกมือยกขึ้นเหมือนจะปัดความพร่ามัวออกจากสายตา
แล้วเขาก้าว…
ก้าวแรกหนักและไม่มั่นคง ก้าวที่สองแทบสะดุด แต่ยังมุ่งตรงเข้าหาเธอ
“...” นาบีหัวใจหล่นวูบ เธอถอยหลังทันทีหนึ่งก้าวตามแผน ระยะห่างยังคงปลอดภัย มือที่ถือสมาร์ทโฟนยังเล็งอยู่ แต่ในอกกลับสั่นแรงขึ้นอย่างควบคุมยาก เพราะเธอเห็นแล้ว
เขาไม่ใช่เหยื่อที่หมดทางสู้ แม้ร่างกายกำลังถูกยาบีบคั้นจนแทบแตกสลาย แต่ศักดิ์ศรีและความโกรธในตัวเขายังยืนหยัดอย่างดุร้าย
อนาวินทร์ยืนห่างเธอเพียงเอื้อมมือถึง ลมหายใจร้อนจัดพ่นกระทบผิวหน้าเธอ ดวงตาคมกริบก้มลงมองสมาร์ทโฟนในมือเธออีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้ากลับมาจ้องเธอตรงๆ
“ปิดมันเดี๋ยวนี้!”
ร่างสูงโน้มเข้ามาใกล้อีกนิด แม้จะสั่น แม้จะโงนเงน แต่แรงกดดันจากตัวเขากลับท่วมท้นจนบรรยากาศทั้งห้องตึงเครียด!
“ไม่ค่ะ หนูต้องการเก็บมันไว้เป็นความทรงจำ ว่าคุณ เคยเป็นของหนูมาก่อน” นาบีโกหกเขาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
“หรือเธออยากให้ฉันจำหน้าเธอตอนนี้ไว้…แล้วทำให้เธอเสียใจไปทั้งชีวิต!”
คำขู่ถูกพ่นออกมาช้าๆ ผ่านฟันที่ขบกันแน่น ทั้งโกรธ ทั้งชิงชัง และยังคงต่อสู้กับไฟที่กำลังเผาร่างเขาจากภายใน
เขาก้าวพรวดทีเดียวถึงร่างบางพร้อมกับเอื้อมมือหมายจะคว้าไปที่สมาร์ทโฟน แต่ทว่า ปลายนิ้วของเขายังไม่ทันแตะสมาร์ทโฟนในมือเธอเลยด้วยซ้ำ เขาก็เปลี่ยนเป้าหมายกะทันหัน
“อยากลองดีมากใช่มั้ย! เดี๋ยวฉันจัดให้!”
“อุ้ย!”
นาบีก็ถูกกระชากเข้าไปหาอย่างแรง แผ่นอกที่ร้อนระอุชนเข้ากับร่างเธอเต็มแรง แขนแข็งแกร่งตวัดรัดรอบเอวบาง จนเธอแทบหายใจไม่ออก กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมเหงื่อและไอร้อนจากผิวเขาโอบล้อมเธอทันที
“เธอ...” สันกรามของชายหนุ่มขบกันแน่น
“พี่วินทร์คะ”
นาบีแกล้งยั่วยุเข้าไปอีก
‘แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วสำหรับคลิปสร้างความร้าวฉาน’
เธอหันไปมองกล้องอย่างท้าทายสายตา มือบางลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังของชายหนุ่ม
เพียงเสี้ยววินาที...
จากนั้น...
มือบางก็เริ่มผลักอกกว้างออกจากตัว...
“ปล่อย! หนูไม่ทำแล้ว!”
นาบีเริ่มดิ้นสุดแรง เมื่อเขาเริ่มกอดรัดเธอแน่นขึ้น ศอกดันอกเขา พยายามบิดตัวหนี แต่แรงกอดนั้นกลับแน่นขึ้นอีกเหมือนเหล็กหนีบ
“เธอยั่วฉันเองนะ! คิดจะหนี! มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!”
อนาวินทร์หายใจหอบรุนแรง ใบหน้าก้มลงใกล้ซอกคอเธอจนสัมผัสลมหายใจร้อนจัด เสียงครางต่ำหลุดลอดออกมาอย่างทรมานปนดุร้าย แขนที่โอบเธอสั่นระริก ทั้งจากแรงโทสะและไฟปรารถนาที่กำลังลุกลามในเส้นเลือด
“หนูไม่ทำแล้ว!”
มือของนาบีที่ยังถือสมาร์ทโฟนนั้นกดปิดปฏิบัติการถ่ายคลิปของเธอไว้เพียงแค่นั้น เพราะว่าตอนนี้ เธอจะต้องเอาตัวรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชคนนี้ให้รอดเสียก่อน
กล้องปิดแล้ว...อนาวินทร์รู้ตัวได้ในทันที ดวงตาแดงก่ำกวาดลงเห็นแสงหน้าจอ
“เธอ!”
มือใหญ่ตวัดปัด สมาร์ทโฟนกระเด็นหลุดจากมือเธอทันที เสียงกระแทกพื้น ก่อนจะไถลห่างออกไปใต้โต๊ะข้างเตียง
และในวินาทีเดียวกัน ร่างของอวบอิ่มชุดแดงก็ลอยจากพื้น
“ไม่นะ! หนูไม่ทำมันแล้ว!”
“สายไปแล้ว...ยาหยี!”
ร่างสูงอุ้มเธอขึ้นทั้งตัวอย่างหยาบกระด้าง ราวกับยกของไร้น้ำหนัก ก่อนเหวี่ยงโยนลงบนเตียงกว้าง
พลั่ก!
ที่นอนยุบลึกตามแรงกระแทก ลมหายใจเธอสะดุดทันที และก่อนที่เธอจะทันขยับ ร่างสูงก็ทิ้งตัวทับลงมา
“ไม่นะ! นะ-หนูขอโทษ! หนูไม่ทำแล้ว! ปล่อยนะ!”
แรงกดมหาศาลปิดกั้นการหนี แขนแข็งแกร่งกดสองข้างตัวเธอไว้กับที่นอน ดวงตาคมกริบจ้องลงมาด้วยแววตาที่แทบไม่เหลืออารมณ์ใดๆ อีกแล้ว นอกจากความโกรธแค้น และถูกไฟปรารถนาเผาไหม้พร้อมกัน
“อยากเอากับฉันมากนักใช่มั้ย…”
เขากัดคำผ่านลมหายใจหอบจัด เสียงแหบต่ำจนสั่น
“ดี! ฉันจะให้เธอจำคืนนี้ไปทั้งชีวิต!”
ร่างกำยำสั่นไหวเหนือร่างบอบบาง กล้ามเนื้อเกร็งตึงเหมือนกำลังต่อสู้กับตัวเองเฮือกสุดท้าย แต่ความดุร้ายในสายตากลับล้นทะลัก ขณะที่มือเขากดตรึงข้อมือเธอลงกับเตียง และการควบคุมสุดท้ายในตัวเขา ก็ขาดสะบั้นลงในเสี้ยววินาทีนั้นทันที!
……………………….
“ปล่อยหนูนะ! หนูไม่ทำแล้ว!” “เธออยากได้ฉันนักไม่ใช่เหรอ! ลิ้มรสคนที่เธอชอบหน่อยเป็นไร...”ตบะของอนาวินทร์ขาดสะบั้นไปตั้งแต่รู้ว่าเขาถูกพามาที่นี่ และอนาวินทร์ไม่เคยคิดเลยว่า เธอจะคลั่งรักเขาถึงขนาดทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ “หนูขอโทษ...” ข้อมือของนาบีถูกกดตรึงกับที่นอนแน่นจนเจ็บแปลบ เธอดิ้นเพื่อสะบัดและบิดหนีสุดแรง พยายามสอดเข่าดันลำตัวเขาออก แต่เขากลับกดทับหนักขึ้นราวกับไม่รู้ตัวถึงแรงที่ใช้ “สายไปแล้ว”“ปล่อยหนู…!” เสียงเธอแตกพร่าแต่เขาแทบไม่ได้ยิน ดวงตาแดงก่ำของชายหนุ่มพร่าไหวระหว่างโทสะกับแรงกระตุ้นที่เผาผลาญประสาทสัมผัสทั้งหมดลมหายใจเขาหนักกระแทกลงบนใบหน้าเธอ มือที่กดไว้นั้นอยู่สั่นและกระชากแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องการลงโทษมากกว่าจะควบคุมแคว่ก! ชุดเดรสแดงสุดเซ็กซี่ถูกกระชากอย่างแรงจนขาดออกจากกัน เผยให้เห็นเนินเนื้อขาวนวลก้อนใหญ่ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยบราเซียร์สีสวย“ไม่นะ!”นาบีพยายามขดตัวเองเอาไว้ เพื่อปิดบังสายตาอันหื่นกระหายที่จ้องลงมาราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังตะครุบเหยื่อ แต่ทว่า นาบีก็ไม่สามารถที่จะทำได้อย่างที่เธอต้องการ ร่างใหญ่กดทับร่าง
“ชอบงั้นเหรอ!”ร่างสูงบนเตียงกระตุกเกร็งอีกครั้งราวกับคลื่นความร้อนแล่นผ่านทั้งตัว อนาวินทร์ยันศอกขึ้นพยุงตัวเองเพื่อจะลุกจากที่นอน กล้ามเนื้อที่แผ่นอกตึงเครียดจนเห็นเส้นเลือดนูนชัด ดวงตาที่เคยพร่าเลือนบัดนี้เปิดกว้างขึ้น แดงก่ำและดุดัน “ใช่ค่ะ ในเมื่อหนูชอบ หนูก็ต้องใช้วิธีนี้ไงคะ”นาบีตอบกลับเขาไปอย่างดุดันเช่นกัน เพื่อให้ผู้ชายคนนี้เกิดความโกรธ และพาตัวเองลุกจากเตียง “ฉันมีแฟนแล้ว! เธอยังจะ...อึ้มมม์...”สายตาคมดุจ้องเขม็งไปที่เด็กสาวชุดแดงสุดเซ็กซี่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวและเขาเห็น...สมาร์ทโฟนในมือเธอ กำลังกดอะไรบางอย่าง ท่าทีของเธอระวังตัว…เหมือนกำลังจับเหยื่อความเข้าใจแล่นเข้ามาในวินาทีนั้นทันที...กรามเขากระตุกแน่น เสียงหายใจหอบหนักยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะฝืนกลืนคำพูดที่เหมือนติดอยู่ในลำคอ แล้วตะคอกออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ชอบฉันมาก…ถึงขนาดทำเรื่องเลวๆ แบบนี้เลยใช่มั้ย!”“...” คำพูดของเขานั้นกระแทกใส่เธอเหมือนฝ่ามือฟาดกลางหน้า นาบีชะงักไปเสี้ยววินาที แต่ยังไม่ถอย มือที่ถือสมาร์ทโฟนสั่นเล็กน้อย แม้เธอพยายามคุมให้นิ่งที่สุดในขณะที่บนเตียง อนาวินทร์พยายาม
แต่ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง... “รับอะไรดีครับ”นาบีเหลือบมองเมนูเครื่องดื่ม ก่อนเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่จงใจให้ดังพอที่คนข้างๆ จะได้ยิน...กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมากับการขยับตัวเล็กน้อยนั้น ก็เพียงพอจะรบกวนสมาธิของเป้าหมายทั้งสองโดยไม่ต้องแตะต้องเลยด้วยซ้ำ^^ นาบียกแก้วขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมสวยเหลือบไปสบกับเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนหนีราวกับไม่ได้ตั้งใจ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มบางๆ อย่างมีเลศนัยภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั้น ชัดเจนอยู่ในหัว เธอต้องทำให้เขาสนใจ และต้องทำให้เขารู้ว่า เธอก็สนใจเขาอยู่เช่นกัน และจากแววตาที่เริ่มหันกลับมามองซ้ำอีกครั้งของเป้าหมาย นาบีก็รู้เลยทันทีว่า…เธอได้ก้าวเข้ามาใกล้เป้าหมายไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว...แต่ทว่าอีกด้านหนึ่ง...“กูจะลุกไปล่ะนะ...”“ยังก่อน...เธออาจจะมากับใครก็ได้นะ มึง*เสร่อเข้าไป เดี๋ยวได้หน้าแตกหรอก”“กูก็แค่เข้าไปทักน้องเขามั้ย”“รอสักพัก เชื่อกู”“กูว่าน้องเขา ต้องเอามึงแน่ว่ะ มึงว่ามั้ยวินทร์”“กูไม่รู้”เพราะอนาวินทร์ไม่แน่ใจสายตาคู่นั้นเลย ถ้าจะเข้าข้างตัวเอง ก็จริงอย่างที่เพื่อนของเขาพูด แต่ถ้าไม่ เธอก็แค่หว่านเสน่
วันต่อมา... @คลับหรูย่านทองหล่อ... “เฮ้ย! ไอ้วินทร์ กูอยู่นี่!” “...” อนาวินทร์มองเพื่อนของเขาที่กำลังโบกมือโบกไม้เรียกเขาอยู่หน้าห้องวีไอพีในคลับหรูตามการนัดหมายในวันนี้ “มาๆ นั่งๆ ตอนแรกกูคิดว่ามึงจะไม่มาซะแล้ว” “จริงๆ กูก็จะไม่มาหรอก แต่ว่า วันนี้ไอรินไปติดต่องานที่ต่างประเทศหลายวัน กูก็เลยอยู่ว่างๆ แล้วมึงล่ะ คิดยังไงถึงชวนกูมานั่งที่นี่” “ก็แม่กูดิ บอกให้กูมาพูดเรื่องไปเรียนต่อ*เมกากับมึง กูบอกแม่กูแล้ว ว่ามึงไม่ไปหรอก มึงจะแต่งงาน แต่แม่กูก็ไม่เชื่อ ยังจะบอกว่า วันนั้นมึงอาจจะไม่ทันคิดดีก็ได้” “กูไม่ไป จะพูดยังไงกูก็ไม่ไป มึงมาเสียเที่ยวแล้วภูริ” “เออๆ ช่างมันเถอะ กูรู้ ว่าแต่ เรื่องที่มึงไม่ไปเรียนต่อเพราะมึงจะแต่งงาน มึงได้บอกแม่มึงยังวินทร์?” “ยังเลย ช่วงนี้แม่กูยุ่งๆ กูก็เลยยังไม่ได้คุยกับแม่เลย” “แล้วมึงตกลงกับคุณไอรินเขาแล้วเหรอ?” “คุยแล้ว...ทำไมมึงห่วงเรื่องกูจังวะภูริ” “ก็เพราะกูคิดว่า มันเร็วเกินไปถ้ามึงจะแต่งงานไงล่ะ ความจริงเรายังอยู่ในช่วงวัยรุ่นอยู
“ถ้าคุณไม่สะดวกบอกหนู ก็ไม่เป็น...”“ตกลง! ฉันจะบอกเธอนะ”“ค่ะ…งั้นคุณเล่าเถอะค่ะ หนูพร้อมรับฟัง”“เหตุผลที่ฉันจะแยกตาวินทร์ออกจากแฟนของเขา ก็เพราะว่า ตาวินทร์กับแฟนเขาเป็น..พี่น้องกัน”“ห๊ะ! เอ่อ…เป็นพี่น้องกันงั้นเหรอคะ!”“ใช่...ฉันทุกข์ใจมาก และเรื่องนี้มันก็ยาวมาก สาเหตุที่ฉันทะเลาะกับพ่อแม่เธอ ก็มีส่วนด้วย”“พ่อกับแม่หนูเกี่ยวด้วยเหรอคะ”“อืม...เพราะว่าฉันประชดพ่อเธอไง เลยไปทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้น...จะโทษพ่อกับแม่เธอก็ไม่ถูกซะทีเดียวหรอก มันเป็นเพราะฉันเอง ที่รักจนเสียสติขนาดนั้น”“ตอนนั้น คุณอายุ 18 เองนะคะ ก็อาจจะยังไม่ได้คิดถึงขนาดนั้นค่ะ”“อายุของฉัน เท่ากับเธอในตอนนี้เลยนะ แต่เธอดูตัวเธอสินาบี เธอดูเป็นผู้ใหญ่กว่าฉันมาก เธออดทน แข็งแกร่ง ทั้งที่ตอนนั้น ฉันก็รุ่นราวคราวเดียวกับเธอ”“มันไม่เหมือนกันหรอกค่ะ ที่หนูเป็นแบบนี้ ก็เพราะหนูลำบากตั้งแต่เด็ก หนูต้องอดทน มันก็เลยทำให้หนูแข็งแกร่งอย่างที่คุณบอกว่าหนูเป็นค่ะ จริงๆ หนูก็ไม่ได้แกร่งอะไรเลยนะคะ”“อืม...แต่เธอทำให้ฉันอดชื่นชมในตัวเธอไม่ได้เลยนะ”“ในเมื่อเหตุผลที่คุณบอกมา เป็นแบบนี้ หนูก็เข้าใจคุณค่ะ ตอนนี้ มันยังมีเวลานะคะ คุณแก
3 วันต่อมา... @มหาวิทยาลัยxxx… แสงแดดยามบ่ายสาดลงบนสนามบาสเกตบอลกลางแจ้ง เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังเป็นจังหวะ เสียงหัวเราะและเสียงตะโกนแซวกันของกลุ่มผู้ชายดังกึกก้องเด็กสาวยืนนิ่งอยู่ข้างสนาม มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ข้างตัว ร่างบางในวัย18ปีดูเล็กและเปราะบางท่ามกลางบรรยากาศคึกคักนั้น“...” สายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ร่างของเขาสูงเด่นเป็นสง่า เขากำลังวิ่งอยู่กลางสนาม เหงื่อซึมตามกรอบหน้า เสื้อกล้ามเผยให้เห็นแผ่นหลังและแขนแข็งแรง“...” ทุกการเคลื่อนไหวของเขามั่นใจ เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดสายตาของสาวๆที่ยืนรอส่งเสียงเชียร์รอบสนาม เพื่อนๆ ส่งลูกบาสให้เขา เสียงเชียร์ดังขึ้นเมื่อเขาชู้ตลงห่วงอย่างสวยงาม “...” หัวใจของนาบีเต้นแรง เธอกลืนน้ำลายลงอย่างประหม่า นี่ไม่ใช่แค่การแอบมองธรรมดา แต่มันคือ ‘ภารกิจ’ ที่นาบีต้องทำให้สำเร็จ คำพูดของเพื่อนแม่ยังดังซ้ำอยู่ในหัว‘วิธีการไหนก็ได้ ที่จะทำให้ลูกชายฉัน สนใจเธอ’ เพื่อแม่ พี่สาว และเงิน 5 แสนนั้น...“...” มือของนาบีสั่นเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะทำมันไม่ถูกต้อง ความกลัวแล่นวาบขึ้นมาในอกเธอกลัวส







