LOGIN“ฉันต้องช่วยเธออยู่แล้ว แต่ว่าตอนนี้ ลูกชายเธอรู้หรือเปล่า ว่าเธอกำลังตามสืบเรื่องของเขาอยู่”
“ไม่รู้...ตอนแรก ฉันแค่เอะใจ ว่าทำไมตาวินทร์ ถึงบอกกับฉันว่าเรียนจบแล้ว จะขอทำงานเลย จะไม่ไปเรียนต่อต่างประเทศ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ตาวินทร์อยากไปเรียนต่อ และจะกลับมาบริหารบริษัทสืบทอดจากฉัน”
“เธอสงสัย ก็เลยจ้างนักสืบงั้นเหรอ”
“ใช่...แค่สองวัน นักสืบก็ได้รายละเอียดมาอย่างที่เธอเห็นนี่ไง ทำไมนะจอมขวัญ ทำไมตาวินทร์ถึงไม่ไปคบคนอื่น ทำไมต้องไปคบกับไอรินด้วยนะ...แล้ว...โลกนี้กว้างมาก ทำไมเขาสองคนถึงได้ไปเจอกันได้”
‘ไอริน’ คืออดีต ที่นับดาวเก็บซ่อนไว้มานานถึง 24 ปี!
และความลับที่เก็บซ่อนไว้นั้นก็คือ‘ไอรินเป็นลูกสาวของนับดาว’ นั่นเอง...
24ปีที่แล้ว...
‘นับดาว’ กับ ‘เพียงใจ’ ทะเลาะกันเพราะแย่ง ‘เอกนรินทร์’ ชายคนที่ทั้งสองรักมาก...
แต่แล้ว...เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของนับดาวฉับพลัน...เมื่อเพียงใจมาบอกเธอว่า
‘ฉันท้องกับเอกรินทร์นะ’
นับดาวในตอนนั้น...ช็อกจนเป็นลมไปชั่วขณะ เธอไม่คิดเลยว่าเพื่อนรักของเธอ...และเธอ...ที่กำลังแย่งกันจีบเอกนรินทร์กัน อยู่ดีๆ เพื่อนของเธอก็ดันไปมีความสัมพันธ์กับเอกรินทร์ก่อน...ทั้งที่นับดาวกับเพื่อนเคยตกลงกันไว้ว่า ‘จะสู้กันด้วยความรัก’ และให้เอกนรินทร์เป็นคนตัดสินใจเลือก...
นับดาวคิดไม่เลยว่า ตัวเองจะโดนแทงข้างหลัง หนำซ้ำคนที่แทง กลับเป็นเพื่อนและชายคนที่เธอรักมาก ทั้งสองคนช่วยกันถือมีดมาเสียบลงกลางหลังของเธออย่างจัง...
การทะเลาะครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้น...
นับดาวเสียใจมาก...แต่สุดท้ายการเสียใจของเธอก็ได้รับการตัดสินจากเด็กในท้องของเพียงใจ...และจากการเลือกของเอกนรินทร์...
จากความเสียใจอันสุดซึ้งบวกกับความโกรธแค้น มันเลยทำให้นับดาว ที่ตอนนั้นอายุเพียง 18ปี ได้ประชดความรักที่แตกสลายโดยการไปนอนกับผู้ชายคนหนึ่ง และพลาดท่าท้องในเวลาต่อมา...
หลังจากคลอดลูกได้เพียงไม่นาน นับดาวก็ถูกพ่อแม่จับแต่งงานกับมหาเศรษฐีคนหนึ่ง โดยเธอทิ้งลูกสาวไว้กับพ่อของเขา
ในตอนนั้น นับดาวยังเด็ก เธอยังไร้เดียงสา แต่เธอตัดสินใจทิ้งลูกไว้กับเขา [เกริกพล] ซึ่งฐานะของเกริกพลในตอนนั้น ถือว่าดีมาก นับดาวเลยคิดว่า ถ้าทิ้งลูกไว้กับเขา ก็จะเป็นการดีที่สุด
ส่วนชีวิตของนับดาว หลังจากนั้น 2 ปีต่อมา เธอก็ได้ให้กำเนิดลูกชายอีกหนึ่งคน ซึ่งเกิดกับสามีมหาเศรษฐีคนนั้น และปัจจุบันเขาก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว
‘อนาวินทร์’ คือบุตรชายเพียงคนเดียวของนับดาว และเป็นคนที่จะต้องสืบทอดกิจการทุกอย่างของตระกูลอัศวภัชรกุล หลังจากสามีของเธอเสียชีวิตลงเมื่อ 2ปีที่แล้ว...
“เอ่อ...นับดาว...ที่เธอเคยบอกฉันว่า เธอจะเริ่มเข้าหาไอริน และไปสารภาพว่าเธอเป็นแม่ เธอได้ทำหรือยัง”
“ยังเลย...ฉันยังไม่กล้าที่จะคุยกับลูก ได้แต่แอบดูลูกอยู่ห่างๆ ตลอด ไอรินเป็นเด็กดี เรียนเก่ง หลังจากเรียนจบไอรินก็ได้บริหารงานต่อจากคุณเกริกพล ตอนนี้กำลังรับตำแหน่ง CEO คนใหม่”
“แล้วถ้าเราจะบอกตาวินทร์ไปตรงๆ เลยดีมั้ย ว่าไอรินคือพี่สาวของเขา”
“ไม่ได้!...ตาวินทร์จะรู้เรื่องนี้ไม่ได้ และถ้ารู้ ตาวินทร์คงจะช็อกแน่ และอีกอย่าง ตาวินทร์ก็คงเกลียดแม่อย่างฉัน ที่ปิดบังเขามาตลอด แล้วความรู้สึกของตาวินทร์จะเป็นยังไงล่ะจอมขวัญ”
“บอกตาวินทร์ไม่ได้ งั้น บอกไอรินดีกว่ามั้ย ฉันเชื่อว่าไอรินโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไอรินอายุ 24แล้วนะ ฉันว่า เด็กคนนี้ต้องเข้าใจเธอสิ”
“แล้วถ้าไอรินรู้ ว่าฉันเป็นแม่ ซึ่งตลอด 24ปีมานี้ ฉันไม่เคยไปสารภาพกับไอรินเลยสักครั้ง ว่าฉันเป็นแม่ ทั้งที่ฉันก็ได้เห็นการเจริญเติบโตของลูกทุกวัน ไอรินต้องอยู่กับแม่เลี้ยง ทั้งที่แม่ของตัวเองก็ยังมีชีวิตอยู่ ไอรินจะรู้สึกกับฉันยังไงล่ะจอมขวัญ เรื่องนี้ มันต้องใช้เวลาอีกสักพัก ฉันถึงจะบอกลูก”
“โอย...จะทำไงดีล่ะ...ไม่ได้ทั้งสองทาง งั้น เอาแบบนี้นะ จ้างคนมาจีบไอริน เพื่อแยกตาวินทร์ออกจากไอรินดีมั้ย”
“อืม...ก็เป็นความคิดที่ดีนะ”
“เพราะเธอไม่อยากให้ทั้งสองคนรู้ ฉันว่าแบบนี้ก็น่าจะได้นะ มันอาจจะดูร้ายไปหน่อย แต่เชื่อสิ ความรักของหนุ่มสาว เดี๋ยวก็ลืมกันไปเองแหละ”
“แล้วมันจะได้ผลเหรอจอมขวัญ”
“มันก็ต้องลองนะนับดาว ในเมื่อเธอเองไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้แล้ว...เอ่อ...แล้วนักสืบเขาได้สืบลึกลงไปหรือเปล่า”
“ลึกยังไง?”
“ก็ลึกถึงขั้นรู้ว่า ตาวินทร์กับไอรินมีความสัมพันธ์กันหรือยัง เธออย่าลืม ว่าเขาคบกันตั้งสองปีเลยนะ”
“อืม...ยังนะ...นักสืบบอกฉันแล้ว ว่าเขาสองคน ยังไม่ถึงขั้นนั้น คบแค่เป็นแฟนกันธรรมดา แต่ว่า รักกันมาก และนักสืบยังบอกอีกว่า เขาสองคนหน้าตาคล้ายกันมากเลยนะ...แบบนี้...ฉันยิ่งใจคอไม่ดีเลยจอมขวัญ”
“เธอใจเย็นๆ ก่อนนะ เอาเป็นว่า เราจ้างผู้ชายมาจีบไอริน แย่งไอรินไปจากตาวินทร์ แบบนี้น่าจะได้ผลดีกว่านะ”
“แล้วฉันจะไปจ้างใครล่ะ ผู้ชายคนไหนจะมารับจ้างทำเรื่องประหลาดแบบนี้กัน อีกอย่าง ฉันอยากให้เรื่องนี้ คนรู้น้อยที่สุดนะ”
“ก็ต้องหาคนที่ใกล้ตัว และไว้ใจได้ไง”
“ถ้าใกล้ตัว กับ ไว้ใจได้ มันจะเป็นใครได้อีกล่ะ ก็ลูกชายเธอไงจอมขวัญ ตาภูริไง เขาเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว เรื่องนี้ ตาภูริทำได้แน่นอน!”
“เธอจะบ้าเหรอนับดาว ลูกชายฉันเนี่ยนะ”
“ทำไมล่ะ”
“เฮ้อ...ลูกชายฉัน เป็นเพื่อนรักกับตาวินทร์ เรียนห้องเดียวกัน ไปไหนด้วยกัน อยู่ดีๆ ตาภูริไปแย่งตาวินทร์ แบบนี้น่ะเหรอนับดาว...เธอคิดว่าลูกชายเราสองคน จะโง่เชื่อเราขนาดนั้นเหรอ?”
“จริงสิ...ฉันลืมคิดไปเลย”
“งั้น...มีอีกวิธีหนึ่ง...คือจ้างผู้หญิง ถ้าเป็นผู้หญิงจะง่ายกว่านะ แล้วมีตัวเลือกเยอะด้วย”
“จ้างมาเป็นมือที่สาม คือมาจีบตาวินทร์ใช่มั้ย”
“ใช่...มาจีบตาวินทร์ ทำให้ไอรินหึง ทะเลาะ และเลิกกัน วิธีนี้ฉันว่าง่ายกว่า”
“แล้ว...เราจะเอาใครล่ะ ถ้าเจอผู้หญิงรอบจัด แบล็คเมล์ฉันกลับอีกล่ะ ทำไงจอมขวัญ”
“จริงสิ...วันนั้นเธอเล่าให้ฉันฟังว่า เพียงใจมีลูกสาวสองคนไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่ คนโตอายุ 24 แต่ว่าป่วย ส่วนคนเล็กอายุ 18 กำลังเรียนอยู่*มหาลัยปี1 ทำไมเหรอ? เธออย่าบอกนะ ว่าเธอจะให้ฉัน เอาลูกของเพียงใจไปทำเรื่องนี้”
“แล้วเธอมีตัวเลือกที่ดีกว่านี้มั้ยล่ะ เพียงใจยืมเงินเธอด้วยไม่ใช่เหรอ ใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างสิ”
“...”
.......................
“ปล่อยหนูนะ! หนูไม่ทำแล้ว!” “เธออยากได้ฉันนักไม่ใช่เหรอ! ลิ้มรสคนที่เธอชอบหน่อยเป็นไร...”ตบะของอนาวินทร์ขาดสะบั้นไปตั้งแต่รู้ว่าเขาถูกพามาที่นี่ และอนาวินทร์ไม่เคยคิดเลยว่า เธอจะคลั่งรักเขาถึงขนาดทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ “หนูขอโทษ...” ข้อมือของนาบีถูกกดตรึงกับที่นอนแน่นจนเจ็บแปลบ เธอดิ้นเพื่อสะบัดและบิดหนีสุดแรง พยายามสอดเข่าดันลำตัวเขาออก แต่เขากลับกดทับหนักขึ้นราวกับไม่รู้ตัวถึงแรงที่ใช้ “สายไปแล้ว”“ปล่อยหนู…!” เสียงเธอแตกพร่าแต่เขาแทบไม่ได้ยิน ดวงตาแดงก่ำของชายหนุ่มพร่าไหวระหว่างโทสะกับแรงกระตุ้นที่เผาผลาญประสาทสัมผัสทั้งหมดลมหายใจเขาหนักกระแทกลงบนใบหน้าเธอ มือที่กดไว้นั้นอยู่สั่นและกระชากแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องการลงโทษมากกว่าจะควบคุมแคว่ก! ชุดเดรสแดงสุดเซ็กซี่ถูกกระชากอย่างแรงจนขาดออกจากกัน เผยให้เห็นเนินเนื้อขาวนวลก้อนใหญ่ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยบราเซียร์สีสวย“ไม่นะ!”นาบีพยายามขดตัวเองเอาไว้ เพื่อปิดบังสายตาอันหื่นกระหายที่จ้องลงมาราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังตะครุบเหยื่อ แต่ทว่า นาบีก็ไม่สามารถที่จะทำได้อย่างที่เธอต้องการ ร่างใหญ่กดทับร่าง
“ชอบงั้นเหรอ!”ร่างสูงบนเตียงกระตุกเกร็งอีกครั้งราวกับคลื่นความร้อนแล่นผ่านทั้งตัว อนาวินทร์ยันศอกขึ้นพยุงตัวเองเพื่อจะลุกจากที่นอน กล้ามเนื้อที่แผ่นอกตึงเครียดจนเห็นเส้นเลือดนูนชัด ดวงตาที่เคยพร่าเลือนบัดนี้เปิดกว้างขึ้น แดงก่ำและดุดัน “ใช่ค่ะ ในเมื่อหนูชอบ หนูก็ต้องใช้วิธีนี้ไงคะ”นาบีตอบกลับเขาไปอย่างดุดันเช่นกัน เพื่อให้ผู้ชายคนนี้เกิดความโกรธ และพาตัวเองลุกจากเตียง “ฉันมีแฟนแล้ว! เธอยังจะ...อึ้มมม์...”สายตาคมดุจ้องเขม็งไปที่เด็กสาวชุดแดงสุดเซ็กซี่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวและเขาเห็น...สมาร์ทโฟนในมือเธอ กำลังกดอะไรบางอย่าง ท่าทีของเธอระวังตัว…เหมือนกำลังจับเหยื่อความเข้าใจแล่นเข้ามาในวินาทีนั้นทันที...กรามเขากระตุกแน่น เสียงหายใจหอบหนักยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะฝืนกลืนคำพูดที่เหมือนติดอยู่ในลำคอ แล้วตะคอกออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ชอบฉันมาก…ถึงขนาดทำเรื่องเลวๆ แบบนี้เลยใช่มั้ย!”“...” คำพูดของเขานั้นกระแทกใส่เธอเหมือนฝ่ามือฟาดกลางหน้า นาบีชะงักไปเสี้ยววินาที แต่ยังไม่ถอย มือที่ถือสมาร์ทโฟนสั่นเล็กน้อย แม้เธอพยายามคุมให้นิ่งที่สุดในขณะที่บนเตียง อนาวินทร์พยายาม
แต่ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง... “รับอะไรดีครับ”นาบีเหลือบมองเมนูเครื่องดื่ม ก่อนเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่จงใจให้ดังพอที่คนข้างๆ จะได้ยิน...กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมากับการขยับตัวเล็กน้อยนั้น ก็เพียงพอจะรบกวนสมาธิของเป้าหมายทั้งสองโดยไม่ต้องแตะต้องเลยด้วยซ้ำ^^ นาบียกแก้วขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมสวยเหลือบไปสบกับเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนหนีราวกับไม่ได้ตั้งใจ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มบางๆ อย่างมีเลศนัยภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั้น ชัดเจนอยู่ในหัว เธอต้องทำให้เขาสนใจ และต้องทำให้เขารู้ว่า เธอก็สนใจเขาอยู่เช่นกัน และจากแววตาที่เริ่มหันกลับมามองซ้ำอีกครั้งของเป้าหมาย นาบีก็รู้เลยทันทีว่า…เธอได้ก้าวเข้ามาใกล้เป้าหมายไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว...แต่ทว่าอีกด้านหนึ่ง...“กูจะลุกไปล่ะนะ...”“ยังก่อน...เธออาจจะมากับใครก็ได้นะ มึง*เสร่อเข้าไป เดี๋ยวได้หน้าแตกหรอก”“กูก็แค่เข้าไปทักน้องเขามั้ย”“รอสักพัก เชื่อกู”“กูว่าน้องเขา ต้องเอามึงแน่ว่ะ มึงว่ามั้ยวินทร์”“กูไม่รู้”เพราะอนาวินทร์ไม่แน่ใจสายตาคู่นั้นเลย ถ้าจะเข้าข้างตัวเอง ก็จริงอย่างที่เพื่อนของเขาพูด แต่ถ้าไม่ เธอก็แค่หว่านเสน่
วันต่อมา... @คลับหรูย่านทองหล่อ... “เฮ้ย! ไอ้วินทร์ กูอยู่นี่!” “...” อนาวินทร์มองเพื่อนของเขาที่กำลังโบกมือโบกไม้เรียกเขาอยู่หน้าห้องวีไอพีในคลับหรูตามการนัดหมายในวันนี้ “มาๆ นั่งๆ ตอนแรกกูคิดว่ามึงจะไม่มาซะแล้ว” “จริงๆ กูก็จะไม่มาหรอก แต่ว่า วันนี้ไอรินไปติดต่องานที่ต่างประเทศหลายวัน กูก็เลยอยู่ว่างๆ แล้วมึงล่ะ คิดยังไงถึงชวนกูมานั่งที่นี่” “ก็แม่กูดิ บอกให้กูมาพูดเรื่องไปเรียนต่อ*เมกากับมึง กูบอกแม่กูแล้ว ว่ามึงไม่ไปหรอก มึงจะแต่งงาน แต่แม่กูก็ไม่เชื่อ ยังจะบอกว่า วันนั้นมึงอาจจะไม่ทันคิดดีก็ได้” “กูไม่ไป จะพูดยังไงกูก็ไม่ไป มึงมาเสียเที่ยวแล้วภูริ” “เออๆ ช่างมันเถอะ กูรู้ ว่าแต่ เรื่องที่มึงไม่ไปเรียนต่อเพราะมึงจะแต่งงาน มึงได้บอกแม่มึงยังวินทร์?” “ยังเลย ช่วงนี้แม่กูยุ่งๆ กูก็เลยยังไม่ได้คุยกับแม่เลย” “แล้วมึงตกลงกับคุณไอรินเขาแล้วเหรอ?” “คุยแล้ว...ทำไมมึงห่วงเรื่องกูจังวะภูริ” “ก็เพราะกูคิดว่า มันเร็วเกินไปถ้ามึงจะแต่งงานไงล่ะ ความจริงเรายังอยู่ในช่วงวัยรุ่นอยู
“ถ้าคุณไม่สะดวกบอกหนู ก็ไม่เป็น...”“ตกลง! ฉันจะบอกเธอนะ”“ค่ะ…งั้นคุณเล่าเถอะค่ะ หนูพร้อมรับฟัง”“เหตุผลที่ฉันจะแยกตาวินทร์ออกจากแฟนของเขา ก็เพราะว่า ตาวินทร์กับแฟนเขาเป็น..พี่น้องกัน”“ห๊ะ! เอ่อ…เป็นพี่น้องกันงั้นเหรอคะ!”“ใช่...ฉันทุกข์ใจมาก และเรื่องนี้มันก็ยาวมาก สาเหตุที่ฉันทะเลาะกับพ่อแม่เธอ ก็มีส่วนด้วย”“พ่อกับแม่หนูเกี่ยวด้วยเหรอคะ”“อืม...เพราะว่าฉันประชดพ่อเธอไง เลยไปทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้น...จะโทษพ่อกับแม่เธอก็ไม่ถูกซะทีเดียวหรอก มันเป็นเพราะฉันเอง ที่รักจนเสียสติขนาดนั้น”“ตอนนั้น คุณอายุ 18 เองนะคะ ก็อาจจะยังไม่ได้คิดถึงขนาดนั้นค่ะ”“อายุของฉัน เท่ากับเธอในตอนนี้เลยนะ แต่เธอดูตัวเธอสินาบี เธอดูเป็นผู้ใหญ่กว่าฉันมาก เธออดทน แข็งแกร่ง ทั้งที่ตอนนั้น ฉันก็รุ่นราวคราวเดียวกับเธอ”“มันไม่เหมือนกันหรอกค่ะ ที่หนูเป็นแบบนี้ ก็เพราะหนูลำบากตั้งแต่เด็ก หนูต้องอดทน มันก็เลยทำให้หนูแข็งแกร่งอย่างที่คุณบอกว่าหนูเป็นค่ะ จริงๆ หนูก็ไม่ได้แกร่งอะไรเลยนะคะ”“อืม...แต่เธอทำให้ฉันอดชื่นชมในตัวเธอไม่ได้เลยนะ”“ในเมื่อเหตุผลที่คุณบอกมา เป็นแบบนี้ หนูก็เข้าใจคุณค่ะ ตอนนี้ มันยังมีเวลานะคะ คุณแก
3 วันต่อมา... @มหาวิทยาลัยxxx… แสงแดดยามบ่ายสาดลงบนสนามบาสเกตบอลกลางแจ้ง เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังเป็นจังหวะ เสียงหัวเราะและเสียงตะโกนแซวกันของกลุ่มผู้ชายดังกึกก้องเด็กสาวยืนนิ่งอยู่ข้างสนาม มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ข้างตัว ร่างบางในวัย18ปีดูเล็กและเปราะบางท่ามกลางบรรยากาศคึกคักนั้น“...” สายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ร่างของเขาสูงเด่นเป็นสง่า เขากำลังวิ่งอยู่กลางสนาม เหงื่อซึมตามกรอบหน้า เสื้อกล้ามเผยให้เห็นแผ่นหลังและแขนแข็งแรง“...” ทุกการเคลื่อนไหวของเขามั่นใจ เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดสายตาของสาวๆที่ยืนรอส่งเสียงเชียร์รอบสนาม เพื่อนๆ ส่งลูกบาสให้เขา เสียงเชียร์ดังขึ้นเมื่อเขาชู้ตลงห่วงอย่างสวยงาม “...” หัวใจของนาบีเต้นแรง เธอกลืนน้ำลายลงอย่างประหม่า นี่ไม่ใช่แค่การแอบมองธรรมดา แต่มันคือ ‘ภารกิจ’ ที่นาบีต้องทำให้สำเร็จ คำพูดของเพื่อนแม่ยังดังซ้ำอยู่ในหัว‘วิธีการไหนก็ได้ ที่จะทำให้ลูกชายฉัน สนใจเธอ’ เพื่อแม่ พี่สาว และเงิน 5 แสนนั้น...“...” มือของนาบีสั่นเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะทำมันไม่ถูกต้อง ความกลัวแล่นวาบขึ้นมาในอกเธอกลัวส







