Masuk3 วันต่อมา...
@มหาวิทยาลัยxxx…
แสงแดดยามบ่ายสาดลงบนสนามบาสเกตบอลกลางแจ้ง เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังเป็นจังหวะ เสียงหัวเราะและเสียงตะโกนแซวกันของกลุ่มผู้ชายดังกึกก้อง
เด็กสาวยืนนิ่งอยู่ข้างสนาม มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ข้างตัว ร่างบางในวัย18ปีดูเล็กและเปราะบางท่ามกลางบรรยากาศคึกคักนั้น
“...” สายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ร่างของเขาสูงเด่นเป็นสง่า เขากำลังวิ่งอยู่กลางสนาม เหงื่อซึมตามกรอบหน้า เสื้อกล้ามเผยให้เห็นแผ่นหลังและแขนแข็งแรง
“...” ทุกการเคลื่อนไหวของเขามั่นใจ เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดสายตาของสาวๆที่ยืนรอส่งเสียงเชียร์รอบสนาม เพื่อนๆ ส่งลูกบาสให้เขา เสียงเชียร์ดังขึ้นเมื่อเขาชู้ตลงห่วงอย่างสวยงาม
“...” หัวใจของนาบีเต้นแรง เธอกลืนน้ำลายลงอย่างประหม่า นี่ไม่ใช่แค่การแอบมองธรรมดา แต่มันคือ ‘ภารกิจ’ ที่นาบีต้องทำให้สำเร็จ คำพูดของเพื่อนแม่ยังดังซ้ำอยู่ในหัว
‘วิธีการไหนก็ได้ ที่จะทำให้ลูกชายฉัน สนใจเธอ’
เพื่อแม่ พี่สาว และเงิน 5 แสนนั้น...
“...” มือของนาบีสั่นเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะทำมันไม่ถูกต้อง ความกลัวแล่นวาบขึ้นมาในอก
เธอกลัวสายตาของเขา กลัวว่าจะถูกจับได้ กลัวว่าตัวเองจะถลำลึกเกินกว่าที่ตั้งใจเอาไว้ แต่ภาพเงินจำนวนมากที่ถูกวางเป็นเงื่อนไข ก็ผุดขึ้นมาพร้อมกับความจริงอันโหดร้ายของชีวิตเธอ
“ฉันไม่มีทางเลือกเลย...” นาบีพึมพำกับตัวเองเบาๆ
จังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มที่กำลังเป็นเป้าหมายของภารกิจกำลังหยุดพัก เขารับผ้าขนหนูจากเพื่อน ก่อนที่จะเงยหน้าหันมาทางข้างสนาม สายตาของเขาสบเข้ากับเธอโดยบังเอิญ
เด็กสาวสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจแทบหลุดออกจากอก เธอรีบหลบตา และสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมความกล้า เขาคนนั้นกำลังเดินใกล้เข้ามา...ก้าวหนึ่ง…ก้าวสอง…
วินาทีนั้น นาบีตัดสินใจวิ่งเข้าไปยื่นขวดน้ำดื่มให้กับเขา
“พี่คะ...เอ่อ… ดื่มน้ำหน่อยไหมคะ”
เสียงของเธอสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด
อนาวินทร์ชะงักไปเล็กน้อย เขาหันมามองเธอด้วยความตกใจปนงุนงง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ
‘ผู้หญิงคนนี้คือใคร’
เขาไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อน ไม่รู้จัก ไม่คุ้นเคย และไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอถึงเข้ามาหาเขาอย่างกะทันหันแบบนี้
สายตาของเขากวาดมองเธอเพียงครู่เดียว ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างไม่ใส่ใจ ท่าทีของเขาชัดเจน ไม่เปิดรับ และไม่สนใจ
“ไม่เป็นไร...”
น้ำเสียงของชายหนุ่มสุภาพ แต่เย็นชาและมีระยะห่างอย่างชัดเจน เขาไม่ได้ยื่นมือมารับขวดน้ำ ไม่แม้แต่จะสบตาเธออีกครั้ง ในหัวของเขามีเพียงภาพของแฟนสาวที่เขารักมาก ผู้หญิงที่เขาซื่อสัตย์และไม่คิดจะเผลอไผลให้ใครอื่น
“เอ่อ...” เด็กสาวยืนค้างอยู่ตรงหน้า
“...” อนาวินทร์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจะเดินผ่านไป แขนของเขาเผลอปัดโดนขวดน้ำในมือเธอ
พลั่ก!
ขวดน้ำหล่นลงกระแทกพื้น กลิ้งไปตามขอบสนาม เสียงนั้นดังพอจะทำให้เพื่อนๆ หันมามอง
“เอ้า ไอ้วินทร์...”
ภูริที่มองเหตุการณ์อยู่ก่อนแล้ว งงกับสิ่งที่เพื่อนของเขาทำ เป็นอย่างมาก ‘นี่มึงกล้าทำกับ นางฟ้าน่ารักขนาดนี้เลยเหรอวะ’
“!!!”
นาบีสะดุ้ง ใบหน้าซีดเผือดทันที มือที่ว่างเปล่ากำแน่น ความอับอายและความตกใจถาโถมเข้ามาพร้อมกัน
“...” อนาวินทร์ชะงักไปเสี้ยววินาที เขาหันกลับมามองขวดน้ำที่กลิ้งอยู่บนพื้น ก่อนจะพูดสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ขอโทษครับ ผมมีแฟนแล้ว”
แค่นั้น…
ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีความลังเล เขาเดินออกจากสนาม ทิ้งให้เด็กสาวยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น หัวใจเธอสั่นไหว ความกลัว และความรู้สึกผิดหวังประดังเข้ามาในคราวเดียว ภารกิจที่เธอคิดว่ายาก…มันยากกว่าที่เธอจินตนาการไว้มาก...
“ต้องขอโทษแทนไอ้วินทร์เพื่อนพี่ด้วยนะครับ”
ภูริเดินเข้ามาพูดปลอบใจเด็กสาวหน้าตาน่ารักคนนี้อย่างเสียดาย ‘เด็กใหม่หรือไง ทำไม เขาไม่เคยเห็นเลย’
“ไม่เป็นไรค่ะ...”
นาบีพยักหน้า แล้วเธอจะต้องทำยังไงต่อ แค่วันแรก เขาก็เป็นแบบนี้แล้ว
“น้องเป็นเด็กใหม่เหรอครับ”
“ใช่ค่ะ...”
“ชื่ออะไรครับ”
“นาบีค่ะ”
“ชื่อน่ารักมากเลย นาบี ที่แปลว่าผีเสื้อแสนสวยนั่นเหรอครับ”
“แค่ผีเสื้อค่ะ ไม่ถึงกับแสนสวยหรอกค่ะ”
“สวยสิ ทำไมจะไม่สวย พี่ไม่เคยเห็นใครสวยและน่ารักแบบน้องมาก่อนเลยนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“พี่ยังไม่มีแฟนนะ ถ้าเพื่อนพี่มันไม่สนใจ พี่ก็ยินดีนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ นาบีชอบพี่เขา อยากเป็นแฟนกับพี่...เอ่อ...พี่วินทร์ค่ะ”
เจตนา และเป้าหมายนาบีต้องชัดเจน ถึงแม้วันนี้จะยังห่างไกลความสำเร็จ แต่ว่า เธอจะต้องพยายามทำให้ได้
“เพื่อนพี่มันมีแฟนแล้วนะ อีกอย่าง อีกไม่กี่เดือนมันก็เรียนจบ และมันก็จะแต่งงานแล้ว พี่ว่า นาบีมาช้าเกินไปแล้วครับ”
“แต่งงานเหรอคะ?”
“ใช่สิ น้องเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ เอาแบบนี้นะ เรามาแลกไอดีแชทกันมั้ย ไว้คุยกันเล่นๆ เผื่อน้องจะพิจารณาพี่ไงครับ”
“ได้ค่ะ”
อย่างน้อย เผื่อเป็นตัวช่วยไว้ใช้ประโยชน์ก็ยังดีกว่านะ
....................
ในเวลาต่อมา...
ณ ภัตตาคารสุดหรู...
“อะไรนะ! แต่งงานงั้นเหรอ!”
นับดาวยกมือทาบอก ก่อนที่จะค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งเพราะแข้งขาของเธอสั่นไปหมดแล้ว เมื่อรู้ความจริงจากปากของเด็กสาว
“คุณไม่รู้เหรอคะ ว่าลูกชายคุณกำลังคิดที่จะแต่งงาน”
“ฉะ-ฉันไม่รู้เลย...”
หัวใจของนับดาวเต้นแรงขึ้น มือที่วางบนอกกำลังกดเอาไว้ เธอจะทำยังไงดี สองปีที่พวกเขาคบกันมานั้น มันมากกว่าที่นับดาวคิดไว้เสียแล้ว
“เอ่อ...คุณคะ?”
นาบียื่นมือออกไปกุมมืออันเย็นเฉียบของเพื่อนแม่เพื่อปลอบใจทันที นาบีไม่รู้ว่า มันเกิดอะไรขึ้น แต่ท่าทีของเพื่อนแม่คนนี้ ดูเขาจะเสียใจมาก
“ฉัน...” นับดาวพูดไม่ออก เธอกำลังช็อก
“คุณใจเย็นๆ ก่อนนะคะ”
“ฉัน...จะทำยังไงดีล่ะ...นาบี...เธอ...ช่วยฉันคิดหน่อยได้มั้ย”
นับดาวไม่รู้ว่า เธอจะต้องไปทางไหนต่อแล้ว นับดาวมาช้าเกินไปหรือเปล่านะ
“คุณคุยกับลูกชายคุณ ไม่ได้เหรอคะ?”
“ไม่ได้...ตาวินทร์ไม่มีวันเข้าใจฉันแน่”
“ทำไมล่ะคะ...ถ้าคุณบอกเหตุผลดีๆ กับเขา หนูเชื่อว่าเขาจะต้องฟังคุณนะคะ”
“เหตุผลอะไรล่ะนาบี...แค่ความจริง...ฉันยังไม่กล้าพูดกับลูกเลย...แล้วฉันจะใช้เหตุผลอะไรได้”
“งั้นคุณ...ช่วยบอกเหตุผลให้หนูหน่อยได้มั้ยคะ ว่าทำไม คุณถึงคิดจะแยกลูกชายคุณกับแฟนเขาคะ? หนูไม่เข้าใจค่ะ ว่าทำไม เหตุผลที่คุณจะแยกพวกเขาสองคน มันเพราะอะไร เผื่อหนูจะช่วยคุณคิดหาทางออกได้ค่ะ”
“...” นับดาวเงยหน้ามองเด็กสาวอย่างชั่งใจ
‘เธอควรจะบอกเด็กคนนี้ดีมั้ยนะ’
“หนูสัญญา ว่าหนูจะเก็บเรื่องทุกเรื่อง ที่คุณบอกหนูไว้เป็นความลับ ไม่บอกใคร แม้กระทั่งแม่ของหนูค่ะ คุณเชื่อใจหนูได้ค่ะ”
“ฉัน...”
นับดาวยังเหลือตัวเลือกอื่นอีกไหม นอกจากเด็กคนนี้ หลายวันที่ผ่านมา เธอได้สัมผัสและพูดคุยกับเด็กคนนี้ มันทำให้นับดาวรู้สึกว่า เด็กคนนี้...ก็น่าจะ...ไว้ใจได้นะ
.......................
“ปล่อยหนูนะ! หนูไม่ทำแล้ว!” “เธออยากได้ฉันนักไม่ใช่เหรอ! ลิ้มรสคนที่เธอชอบหน่อยเป็นไร...”ตบะของอนาวินทร์ขาดสะบั้นไปตั้งแต่รู้ว่าเขาถูกพามาที่นี่ และอนาวินทร์ไม่เคยคิดเลยว่า เธอจะคลั่งรักเขาถึงขนาดทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ “หนูขอโทษ...” ข้อมือของนาบีถูกกดตรึงกับที่นอนแน่นจนเจ็บแปลบ เธอดิ้นเพื่อสะบัดและบิดหนีสุดแรง พยายามสอดเข่าดันลำตัวเขาออก แต่เขากลับกดทับหนักขึ้นราวกับไม่รู้ตัวถึงแรงที่ใช้ “สายไปแล้ว”“ปล่อยหนู…!” เสียงเธอแตกพร่าแต่เขาแทบไม่ได้ยิน ดวงตาแดงก่ำของชายหนุ่มพร่าไหวระหว่างโทสะกับแรงกระตุ้นที่เผาผลาญประสาทสัมผัสทั้งหมดลมหายใจเขาหนักกระแทกลงบนใบหน้าเธอ มือที่กดไว้นั้นอยู่สั่นและกระชากแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องการลงโทษมากกว่าจะควบคุมแคว่ก! ชุดเดรสแดงสุดเซ็กซี่ถูกกระชากอย่างแรงจนขาดออกจากกัน เผยให้เห็นเนินเนื้อขาวนวลก้อนใหญ่ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยบราเซียร์สีสวย“ไม่นะ!”นาบีพยายามขดตัวเองเอาไว้ เพื่อปิดบังสายตาอันหื่นกระหายที่จ้องลงมาราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังตะครุบเหยื่อ แต่ทว่า นาบีก็ไม่สามารถที่จะทำได้อย่างที่เธอต้องการ ร่างใหญ่กดทับร่าง
“ชอบงั้นเหรอ!”ร่างสูงบนเตียงกระตุกเกร็งอีกครั้งราวกับคลื่นความร้อนแล่นผ่านทั้งตัว อนาวินทร์ยันศอกขึ้นพยุงตัวเองเพื่อจะลุกจากที่นอน กล้ามเนื้อที่แผ่นอกตึงเครียดจนเห็นเส้นเลือดนูนชัด ดวงตาที่เคยพร่าเลือนบัดนี้เปิดกว้างขึ้น แดงก่ำและดุดัน “ใช่ค่ะ ในเมื่อหนูชอบ หนูก็ต้องใช้วิธีนี้ไงคะ”นาบีตอบกลับเขาไปอย่างดุดันเช่นกัน เพื่อให้ผู้ชายคนนี้เกิดความโกรธ และพาตัวเองลุกจากเตียง “ฉันมีแฟนแล้ว! เธอยังจะ...อึ้มมม์...”สายตาคมดุจ้องเขม็งไปที่เด็กสาวชุดแดงสุดเซ็กซี่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวและเขาเห็น...สมาร์ทโฟนในมือเธอ กำลังกดอะไรบางอย่าง ท่าทีของเธอระวังตัว…เหมือนกำลังจับเหยื่อความเข้าใจแล่นเข้ามาในวินาทีนั้นทันที...กรามเขากระตุกแน่น เสียงหายใจหอบหนักยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะฝืนกลืนคำพูดที่เหมือนติดอยู่ในลำคอ แล้วตะคอกออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ชอบฉันมาก…ถึงขนาดทำเรื่องเลวๆ แบบนี้เลยใช่มั้ย!”“...” คำพูดของเขานั้นกระแทกใส่เธอเหมือนฝ่ามือฟาดกลางหน้า นาบีชะงักไปเสี้ยววินาที แต่ยังไม่ถอย มือที่ถือสมาร์ทโฟนสั่นเล็กน้อย แม้เธอพยายามคุมให้นิ่งที่สุดในขณะที่บนเตียง อนาวินทร์พยายาม
แต่ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง... “รับอะไรดีครับ”นาบีเหลือบมองเมนูเครื่องดื่ม ก่อนเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่จงใจให้ดังพอที่คนข้างๆ จะได้ยิน...กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมากับการขยับตัวเล็กน้อยนั้น ก็เพียงพอจะรบกวนสมาธิของเป้าหมายทั้งสองโดยไม่ต้องแตะต้องเลยด้วยซ้ำ^^ นาบียกแก้วขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมสวยเหลือบไปสบกับเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนหนีราวกับไม่ได้ตั้งใจ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มบางๆ อย่างมีเลศนัยภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั้น ชัดเจนอยู่ในหัว เธอต้องทำให้เขาสนใจ และต้องทำให้เขารู้ว่า เธอก็สนใจเขาอยู่เช่นกัน และจากแววตาที่เริ่มหันกลับมามองซ้ำอีกครั้งของเป้าหมาย นาบีก็รู้เลยทันทีว่า…เธอได้ก้าวเข้ามาใกล้เป้าหมายไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว...แต่ทว่าอีกด้านหนึ่ง...“กูจะลุกไปล่ะนะ...”“ยังก่อน...เธออาจจะมากับใครก็ได้นะ มึง*เสร่อเข้าไป เดี๋ยวได้หน้าแตกหรอก”“กูก็แค่เข้าไปทักน้องเขามั้ย”“รอสักพัก เชื่อกู”“กูว่าน้องเขา ต้องเอามึงแน่ว่ะ มึงว่ามั้ยวินทร์”“กูไม่รู้”เพราะอนาวินทร์ไม่แน่ใจสายตาคู่นั้นเลย ถ้าจะเข้าข้างตัวเอง ก็จริงอย่างที่เพื่อนของเขาพูด แต่ถ้าไม่ เธอก็แค่หว่านเสน่
วันต่อมา... @คลับหรูย่านทองหล่อ... “เฮ้ย! ไอ้วินทร์ กูอยู่นี่!” “...” อนาวินทร์มองเพื่อนของเขาที่กำลังโบกมือโบกไม้เรียกเขาอยู่หน้าห้องวีไอพีในคลับหรูตามการนัดหมายในวันนี้ “มาๆ นั่งๆ ตอนแรกกูคิดว่ามึงจะไม่มาซะแล้ว” “จริงๆ กูก็จะไม่มาหรอก แต่ว่า วันนี้ไอรินไปติดต่องานที่ต่างประเทศหลายวัน กูก็เลยอยู่ว่างๆ แล้วมึงล่ะ คิดยังไงถึงชวนกูมานั่งที่นี่” “ก็แม่กูดิ บอกให้กูมาพูดเรื่องไปเรียนต่อ*เมกากับมึง กูบอกแม่กูแล้ว ว่ามึงไม่ไปหรอก มึงจะแต่งงาน แต่แม่กูก็ไม่เชื่อ ยังจะบอกว่า วันนั้นมึงอาจจะไม่ทันคิดดีก็ได้” “กูไม่ไป จะพูดยังไงกูก็ไม่ไป มึงมาเสียเที่ยวแล้วภูริ” “เออๆ ช่างมันเถอะ กูรู้ ว่าแต่ เรื่องที่มึงไม่ไปเรียนต่อเพราะมึงจะแต่งงาน มึงได้บอกแม่มึงยังวินทร์?” “ยังเลย ช่วงนี้แม่กูยุ่งๆ กูก็เลยยังไม่ได้คุยกับแม่เลย” “แล้วมึงตกลงกับคุณไอรินเขาแล้วเหรอ?” “คุยแล้ว...ทำไมมึงห่วงเรื่องกูจังวะภูริ” “ก็เพราะกูคิดว่า มันเร็วเกินไปถ้ามึงจะแต่งงานไงล่ะ ความจริงเรายังอยู่ในช่วงวัยรุ่นอยู
“ถ้าคุณไม่สะดวกบอกหนู ก็ไม่เป็น...”“ตกลง! ฉันจะบอกเธอนะ”“ค่ะ…งั้นคุณเล่าเถอะค่ะ หนูพร้อมรับฟัง”“เหตุผลที่ฉันจะแยกตาวินทร์ออกจากแฟนของเขา ก็เพราะว่า ตาวินทร์กับแฟนเขาเป็น..พี่น้องกัน”“ห๊ะ! เอ่อ…เป็นพี่น้องกันงั้นเหรอคะ!”“ใช่...ฉันทุกข์ใจมาก และเรื่องนี้มันก็ยาวมาก สาเหตุที่ฉันทะเลาะกับพ่อแม่เธอ ก็มีส่วนด้วย”“พ่อกับแม่หนูเกี่ยวด้วยเหรอคะ”“อืม...เพราะว่าฉันประชดพ่อเธอไง เลยไปทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้น...จะโทษพ่อกับแม่เธอก็ไม่ถูกซะทีเดียวหรอก มันเป็นเพราะฉันเอง ที่รักจนเสียสติขนาดนั้น”“ตอนนั้น คุณอายุ 18 เองนะคะ ก็อาจจะยังไม่ได้คิดถึงขนาดนั้นค่ะ”“อายุของฉัน เท่ากับเธอในตอนนี้เลยนะ แต่เธอดูตัวเธอสินาบี เธอดูเป็นผู้ใหญ่กว่าฉันมาก เธออดทน แข็งแกร่ง ทั้งที่ตอนนั้น ฉันก็รุ่นราวคราวเดียวกับเธอ”“มันไม่เหมือนกันหรอกค่ะ ที่หนูเป็นแบบนี้ ก็เพราะหนูลำบากตั้งแต่เด็ก หนูต้องอดทน มันก็เลยทำให้หนูแข็งแกร่งอย่างที่คุณบอกว่าหนูเป็นค่ะ จริงๆ หนูก็ไม่ได้แกร่งอะไรเลยนะคะ”“อืม...แต่เธอทำให้ฉันอดชื่นชมในตัวเธอไม่ได้เลยนะ”“ในเมื่อเหตุผลที่คุณบอกมา เป็นแบบนี้ หนูก็เข้าใจคุณค่ะ ตอนนี้ มันยังมีเวลานะคะ คุณแก
3 วันต่อมา... @มหาวิทยาลัยxxx… แสงแดดยามบ่ายสาดลงบนสนามบาสเกตบอลกลางแจ้ง เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังเป็นจังหวะ เสียงหัวเราะและเสียงตะโกนแซวกันของกลุ่มผู้ชายดังกึกก้องเด็กสาวยืนนิ่งอยู่ข้างสนาม มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ข้างตัว ร่างบางในวัย18ปีดูเล็กและเปราะบางท่ามกลางบรรยากาศคึกคักนั้น“...” สายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ร่างของเขาสูงเด่นเป็นสง่า เขากำลังวิ่งอยู่กลางสนาม เหงื่อซึมตามกรอบหน้า เสื้อกล้ามเผยให้เห็นแผ่นหลังและแขนแข็งแรง“...” ทุกการเคลื่อนไหวของเขามั่นใจ เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดสายตาของสาวๆที่ยืนรอส่งเสียงเชียร์รอบสนาม เพื่อนๆ ส่งลูกบาสให้เขา เสียงเชียร์ดังขึ้นเมื่อเขาชู้ตลงห่วงอย่างสวยงาม “...” หัวใจของนาบีเต้นแรง เธอกลืนน้ำลายลงอย่างประหม่า นี่ไม่ใช่แค่การแอบมองธรรมดา แต่มันคือ ‘ภารกิจ’ ที่นาบีต้องทำให้สำเร็จ คำพูดของเพื่อนแม่ยังดังซ้ำอยู่ในหัว‘วิธีการไหนก็ได้ ที่จะทำให้ลูกชายฉัน สนใจเธอ’ เพื่อแม่ พี่สาว และเงิน 5 แสนนั้น...“...” มือของนาบีสั่นเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะทำมันไม่ถูกต้อง ความกลัวแล่นวาบขึ้นมาในอกเธอกลัวส







