تسجيل الدخول
Peat Dote วิศวะหลงรัก
จุดเริ่มต้นเกิดจากความเข้าใจผิด สู่ความสัมพันธ์ที่ยากเกินห้ามใจ
ครืด ครืด~
มือถือที่ดังอยู่บนลิ้นชักหัวเตียงทำให้เปลือกตาของผมขยับขึ้นเล็กน้อย พลางควานมือเพื่อหยิบมันมาดูว่าเป็นเสียงของปลายสายที่โทรเข้ามาหรือเป็นเพียงแค่เสียงนาฬิกาปลุก ทว่าพอเปิดตาขึ้นหรี่มองหน้าจอที่สว่างวาบภายในห้องนอนที่แคบและไม่ได้กว้างมากนัก มีเพียงแสงจากบานเกร็ดที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้ตรงประตูหลังเท่านั้นที่พอจะทำให้รู้ว่าเวลานี้เป็นเวลากี่โมง
“ฮัลโหล” กรอกเสียงลงไปและกดหน้าลงบนหมอน ไม่อยากลุกเลยแหะ รู้สึกเมื่อยตัวชะมัด
(“หนักเลยดิเฮีย”) เสียงเข้มแหบพร่าปะปนมากับเสียงหัวเราะ (“ใกล้เข้าคลาสแล้ว อีกครึ่งชั่วโมง”)
“อือ เมื่อคืนซัดหนักไปหน่อย”
(“เฮียมึงโคตรขี้เมาอะ”)
“ไม่ใช่เพราะมึงเหรอไอ้ฟินน์ที่คะยั้นคะยอให้กูดื่ม” ผมบ่นเล็กน้อย รู้สึกคอแห้งจนต้องลุกขึ้นนั่งยีเส้นผมสีดำสนิทของตัวเอง คว้าเอาขวดน้ำที่โยนอยู่ตรงปลายเท้าขึ้นมากระดกดื่ม “เออกูยอมรับว่ากูมันคอเหล้า”
(“เมาได้ทุกวัน ไม่ต้องมาโทษกูเลย”) สรรพนามอาจดูแปลกไปสักหน่อย แต่เชื่อเถอะ มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว (“เอากาแฟปะ เดี๋ยวซื้อไว้ให้”)
“อเมริกาโน่” บอกความต้องการจึงลุกขึ้นหยิบผ้าขนหนูพาดบนบ่า “พายแอปเปิ้ลด้วย”
(“เออ กูรอที่เดิมนะเฮีย”)
จบบทสนทนาผมก็วางสายโยนมือถือลงบนเตียงและเปิดประตูเข้าห้องน้ำเพื่อให้น้ำเย็นๆ ช่วยชะล้างให้สร่างเมาสักหน่อย เนื่องจากเมื่อคืนผมถูกไอ้ฟินน์ลากไปสนามแข่งรถด้วยกัน ตอนแรกก็แค่จะให้ไปช่วยดูเรื่องรถให้ สุดท้ายมันดันแข่งรถชนะแล้วพาผมไปเมาที่ผับแถวพัทยา เมาจนปลิ้นทั้งที่คอแข็งมากแต่ดื่มไปขนาดนั้นไม่ช็อกตายก็ดีแค่ไหนแล้ว
เมื่ออาบน้ำจนตัวเองสร่างเมาเรียบร้อย ผมก็คว้ากางเกงยีนส์สีซีดขาดเข่ามาสวมและตามด้วยเสื้อยืดสีขาว พร้อมช้อปสีแดงเลือดหมูมาสวมทับอีกทีเพื่อเตรียมตัวไปมหาลัย มือซ้ายที่ห้อยสร้อยเกียร์เอาไว้คว้ากุญแจรถ ของจำเป็นออกจากห้องปิดประตูล็อกเรียบร้อยจึงก้าวเท้าลงบันไดมาก็ต้องหยุดชะงักที่เห็นใครบางคนนั่งบนเบาะรถมอเตอร์ไซค์คันโปรดของผม
“หลบ”
“พี่พีทขา” ดวงตาคมเฉี่ยวกลอกขึ้นบนพลางยกมือแคะหูของตัวเอง “เหมี่ยวมีเรียน ช่วยไปส่งหน่อยสิคะ”
“ฉันก็ต้องไปเรียน”
“ทางเดียวกัน ไปส่งเหมี่ยวหน่อยนะคะ”
“ไปเอง” ผมไม่ค่อยชอบการที่จะต้องให้ใครมานั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สักเท่าไหร่ โอเค มันอาจจะเป็นรถเก่าๆ อย่างเวฟ 100 สีน้ำเงินที่พังก็ซ่อมขับใหม่ได้ อย่าหาว่าหยิ่งเลยนะ ผมเป็นพวกที่ไม่ค่อยจะใส่ใจผู้หญิงที่พร้อมพลีกายให้แม้กระทั่งเหมี่ยว ลูกสาวเจ้าของหอที่ตามตื้อผมตั้งแต่มาอยู่จนถึงตอนนี้ “ฉันรีบ”
“ทำไมทียัยขนมพี่พีทให้ซ้อนได้คะ!” โวยวายและถอยห่างผมพลางเท้าเอวอย่างหาเรื่อง ผมจึงตวัดขาขึ้นคร่อมรถหยิบหมวกกันน็อกสวมและหรี่สายตามองหล่อนอย่างไม่สบอารมณ์
“ขนมคือข้อยกเว้น ส่วนเธอไม่ใช่”
“พี่พีท!”
“รำคาญ”
สตาร์ทรถและขับออกมาทันอย่างหงุดหงิด ที่ขนมคือข้อยกเว้นก็เพราะว่าขนมเป็นเหมือนน้องสาวของผมคนหนึ่งไง เป็นคนเดียวที่ผมแคร์มากกว่าผู้หญิงคนไหนด้วยซ้ำ มันอาจจะดูเหมือนกับว่าใครต่อใครมองว่าเราสองคนเป็นมากกว่าพี่น้องที่ผมขีดเส้นเอาไว้ แต่ขอให้เชื่อเถอะผมไม่เคยมองขนมเป็นอย่างอื่นได้เลย อาจจะเพราะชีวิตของเราสองคนคล้ายกันนั่นแหละ
เรื่องที่ ‘จน’ และต้องดิ้นรนหาทางออกให้กับชีวิตแสนเฮงซวยของตัวเอง ตอนนี้ผมไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงขนมอีกต่อไป เธอได้รับความรักที่ดีจากแฟนหนุ่มอย่างคุณภาค (จากเรื่อง เสี่ยภาคหวงรัก) นั่นทำให้หลังจากนี้ชีวิตของผมจะไม่มีขนมเข้ามาวนเวียนอีกต่อไปเหมือนเมื่อก่อนที่เคยมีเธออยู่ข้างๆ
คณะวิศวกรรมศาสตร์
ขับรถมาจอดที่คณะวิศวะ ผมเรียนวิศวะเครื่องกลปี 4 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการศึกษาแล้ว อาจดูเหมือนว่างนะแต่จะบอกว่าเรียนหนักมากเพิ่งผ่านการฝึกงานไปตอนปี 3 ดังนั้นปีสุดท้ายก็เน้นเรื่องจบนั่นแหละ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงมายังที่ประจำที่ไอ้ฟินน์นั่งรออยู่ มันโบกมือให้ผมที่ลานเกียร์ใต้ต้นไม้
“มึงอาบน้ำแล้วจริงปะเฮีย กลิ่นเหล้ายังหึ่งอยู่เลย” ไอ้ฟินน์โน้มใบหน้ามาพลางยกมือปัดจมูกตัวเอง
“ห่า” ผมสบถทันทีที่ก้มหน้าดมเสื้อช้อปของตัวเอง “หยิบตัวเมื่อคืนมาแน่”
“ขนมไม่ได้อยู่ช่วยซักเสื้อผ้าให้เหมือนก่อน ทำเองก็คงจะลำบากอะดิ”
“หนมไม่ทำให้ ก็ใช่ว่ากูจะเป็นง่อยทำเองไม่ได้” มองค้อนไอ้ฟินน์ที่ยกยิ้มมุมปาก ดูดกาแฟอเมริกาโน่ของตัวเอง ส่วนของผมก็คือละลายจนกลายเป็นน้ำ รสชาติคงจืดชืดแน่เลย “พายแอปเปิ้ลกูล่ะ”
“ร้านยังไม่ได้อบ”
“พี่พีท” ผมเอี้ยวหน้าไปมองตามเสียงเรียกจึงเห็นว่ามีนักศึกษาผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาดี สวยและดูเซ็กซี่มากๆ ฉีกยิ้มกว้างให้ผมวางถุงแบรนด์เนมห้าถุง “เอาไปสิคะ เสื้อผ้าแล้วก็ของใช้ดีๆ กิ๊กให้ค่ะ”
“ฉันไม่ใช่ขอทาน”
“กิ๊กเปล่ามองพี่พีทแบบนั้นนะคะ อยากให้เพราะอยากให้”
“ให้เพราะหวังให้เฮียพีทมันล่อหรือเปล่า เอาดีๆ” คำพูดที่เสียดสีและดูหยาบคายเป็นของไอ้ฟินน์ แน่นอนว่าทุกคนรู้สรรพนามของไอ้ฟินน์ดีว่ามันค่อนข้างปากแซ่บ พูดจาหยาบคาย แบดบอยดูไม่เหมาะกับหน้าตาหล่อๆ ของมันสักนิด หากผมเป็นแบบมันได้สักครึ่ง ผู้หญิงที่ชอบผมก็คงไม่พร้อมใจกันเปย์เพื่อเอาตัวมาล่อผมหรอก “อยากโดนเฮียพีทเยสขนาดนั้นเชียว”
“...” หล่อนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ส่วนผมก็ดูดกาแฟและไม่คิดจะแตะต้องของพวกนี้สักนิด
“ถึงเฮียมันจะหล่อลากดิน มันก็เลือกผู้หญิงที่อยากจะเยสนะ” ไอ้ฟินน์กระตุกยิ้มมุมปาก “อีกอย่างมันไม่ใช่แมงดา แต่ถ้าเธออยากโดนเยสขนาดนั้น ลองมาเยสกับฉันไหมล่ะ ฉันก็เยสถึงใจเหมือนกัน”
“อ้อไม่อะค่ะ” เธอปฏิเสธไอ้ฟินน์ “เพราะอยากโดนเฮียพีท ไม่ได้อยากโดนคนอื่น”
“งั้นก็กลับไปนอนฝันถึงฉันก่อนก็แล้วกัน” ผมตวัดสายตามองหล่อนที่ยกยิ้มมุมปาก ราวกับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรหากโดนผมปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เพราะได้แค่ฝัน ให้เอาฟรีฉันยังไม่เอาเลย”
“หูย แรงฉิบหาย”
ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมถูกผู้หญิงที่ชอบตามจีบแบบคล้ายกับถูกคุกคาม เหมือนศิลปินที่มีแฟนคลับเอาของมาเปย์เพื่อจะได้ใกล้ชิด ผมไม่ใช่ดาราไม่ใช่คนดัง ผมเป็นแค่พีท วิศวะเครื่องกลปีสี่ที่จน ขับเวฟเก่าๆ และรักศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่ยอมเกาะผู้หญิงเป็นแมงดาให้ผู้หญิงเลี้ยงแน่นอน หากยิ่งปฏิเสธก็ต้องรีบถอยห่าง ผู้หญิงบางคนก็ชอบที่จะก้าวมาเล่นกับไฟอย่างผม คล้ายกับการอยากเอาชนะมากกว่าชอบกันจริงๆ
“ผู้หญิงมาจีบมึงมีแต่ระดับท็อปทั้งนั้น มึงตายด้านเกินไปปะวะเฮีย”
“กูไม่ได้ตายด้าน กูแค่ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับชีวิตกู”
“จะบอกว่ามึงไม่คบใครไม่ได้ดิ มึงเคยมีแฟนแต่เลิกกันไปแล้ว” เลิกกันด้วยดีนะ ไปด้วยกันไม่ได้ก็จบไม่ได้เลิกกันแบบมองหน้ากันไม่ติด ไม่นับนะอันนั้นตั้งแต่สมัยเรียนปีหนึ่งแล้ว “เฮียพีทขี้เมา ยาจก หน้าหล่อ สาวที่ไหนเห็นก็อยากได้”
“หึ” ฉายาส้นตีนที่พวกมันตั้งให้ผมอะนะ จะบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ถูกทุกอย่างที่พูดมาตรงกับผมหมดนั่นแหละ
“พีท” ดูดกาแฟเกือบหมดแก้วก็เหลือบตามองร่างบอบบางของผู้หญิงคนหนึ่งสวมกระโปรงทรงเอสั้นแหวกข้าง เสื้อนักศึกษาสีขาวรัดหน้าอกหน้าใจใหญ่โต ทับด้วยช้อปสีแดงเหมือนกับผมล้วงมือลงกระเป๋าเสื้อพลางแบมือ “เมื่อวานยืมไอแพดไป เอามาเลยฉันต้องใช้”
ลอบมองใบหน้าสวยเก๋ ผมสีส้มมัดรวบไว้ตรงท้ายทอยและยัยนี่ไม่ใช่ใครที่ไหน ดาวคณะวิศวะสุดฮอตเหมือนกับผมนั่นและ “ลืม”
“ได้ไงอะพีท”
“เมื่อคืนไอ้ฟินน์พาไปเมา รีบมาเลยไม่ได้หยิบมาให้” คนตรงหน้าแสดงออกด้วยสีหน้าบูดบึ้งก่อนจะเอื้อมมือมาผลักศีรษะผม รู้ว่าอายุของเราสองคนห่างกันถึงสองปี ใช่ ผมอายุ 25 ส่วนยัยนี่เพิ่งจะ 23 มันถูกต้องแล้วไงเรียนปีสี่อายุประมาณนี้คือถูกต้อง ที่ไม่ถูกคือผมเข้าเรียนช้ากว่าชาวบ้านเขาก็เท่านั้น แต่ไม่มีใครรู้ยกเว้นเพื่อนสนิทกันในกลุ่ม
“มึงไปผลักหัวเฮียทำห่าอะไรเนี่ยวาด”
“จะผลักหัวมึงด้วยนั่นแหละฟินน์ พากันไปเมาทุกวันจนลืมของกู” ผมไม่ได้สนิทกับวาดดาวขนาดขึ้นมึงกูแบบที่ไอ้ฟินน์กับวาดดาวใช้นะ สองคนนี้จะสนิทกันมากกว่าตั้งแต่สมัยรับน้องปีหนึ่งแล้ว
“เดี๋ยวนี้ขึ้นมึงขึ้นกูกับกู?” ไอ้ฟินน์ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
“แล้วแต่อารมณ์ วันนี้รมไม่ดีเพราะไม่ได้ของคืนก็โดนกูขึ้นมึงขึ้นกูนั่นแหละ!” วาดดาวแยกเขี้ยวใส่ไอ้ฟินน์และสะบัดหนีไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนวิศวะคนอื่น
“เฮียพีท!” วันนี้มันเป็นวันเหี้ยอะไรของผมนักหนาวะ มีแต่คนเรียกเฮียแม่งทั้งวันจริงๆ ถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ขณะยกมือสางเส้นผมขึ้น มองเด็กวิศวะเครื่องกลปีหนึ่งอย่างไอ้บาส ลูกชายเจ้าของอู่รถที่ผมทำงานหอบแฮ่กเหมือนหมาและคว้าเอาแก้วกาแฟที่ผมดูดไม่หมดไปดื่มแก้กระหายบ้าง “พ่อโทรมาบอกว่าลูกค้าประจำรถเสียหน้ามหาลัย”
“แล้ว?”
“จะให้เฮียไปดูให้ก่อนกว่ารถลากที่อู่จะมาถึง” คลาสเรียนก็ต้องเข้า งานก็ดันมาเข้าอีก เอาไงดีพีท
“บอกจารย์ให้กูด้วยว่ากูป่วย”
“เดี๋ยวดิเฮีย มึงจะให้กูบอกแบบนั้นได้ไงวะ!”
ไอ้บาสวิ่งตามผมมาซ้อนมอเตอร์ไซค์เหมือนลิง ขณะที่ผมขับรถออกจากมหาลัยตามที่ไอ้บาสบอก ลูกค้าประจำรถเสียอยู่หน้ามหาลัยจริงด้วย เป็นลูกค้าประจำตรงไหนกันวะ ไอ้บาสพูดซะทำให้ผมต้องยกเลิกเข้าคลาสจำต้องหันไปมองค้อนมันที่หัวเราะแห้งๆ
“ไหนมึงบอกว่าลูกค้าประจำ” ผายมือไปหาลูกค้าผู้หญิงที่กำลังยืนคุยสายกับใครบางโวยวายเสียยกใหญ่
“พ่อบอกว่าให้ช่วยดูแปบเดียว ลูกค้าโทรไปโวย คงคิดว่าใช้หน้าตาหล่อๆ ของเฮียพีทสยบลูกค้าได้มั้ง”
“ไอ้ควาย” ไม่อยากจะสรรหาคำด่ามันจริงๆ ไอ้บาสมันกวนส้นตีนผมได้ตลอดเวลา ถอนหายใจพลางเดินสาวเท้าไปหยุดด้านหลังลูกค้าสาวที่กำลังคุยสายกับพ่อไอ้บาส พอหันมาเห็นผมจากที่แหกปากอยู่ก็หยุดทันที “ผมเป็นช่างที่อู่ครับ กว่ารถลากจะมา ผมจะดูรถให้ก่อน”
“อะ เอ่อ ค่ะ”
ทันทีที่ผมพูดดูเธอจะเย็นลงและคุยกับปลายสายหรือที่อู่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ขยับมายืนดูเครื่องยนต์ที่กระโปรงหน้ารถทว่าไม่มีอุปกรณ์จึงทำได้เพียงจับไปตรงนั้นตรงนี้เพื่อหาสาเหตุ ด้วยอาการที่ร้อนระอุ เสียงรถที่สัญจรไปมาทำให้เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มกรอบหน้า ฝ่ามือหนาเสยเส้นผมขึ้นอย่างลวกๆ โดยไม่รู้เลยว่าหน้าของผมจะมีคราบดำๆ จากเครื่องยนต์ติดบนใบหน้าตัวเองไปด้วย ผมถอดเสื้อช้อปสีแดงออกโยนให้ไอ้บาสพาดบ่า
ยืนรอเพียงไม่นานช่างที่อู่ก็มา แต่รถลากต้องใช้เวลาเนื่องจากรถค่อนข้างติด ดังนั้นพอมีอุปกรณ์ผมก็เลยลงมือซ่อมรถให้ลูกค้าก่อนชั่วคราว เสื้อยืดสีขาวเลอะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมัน เปียกชุ่มฉ่ำไปด้วยเหงื่อราวกับเพิ่งผ่านการอาบน้ำมาหมาดๆ ผมก้มหน้าลงใช้ชายเสื้อยืดเช็ดคราบบนใบหน้า
“พักกินข้าวกินน้ำก่อนสิคะ ฉันซื้อมาฝากค่ะ” เจ้าของรถคนสวยมาหยุดข้างๆ ผมพลางยื่นถุงกล่องข้าวกับน้ำเปล่าพร้อมแก้วกระดาษมาให้ “นี่ก็เที่ยงกว่าแล้วด้วย”
[50%]
*------------------------------------------------*
“พี่น้ำฟ้า”“ตอนแรกพี่เห็นพี่ก็คิดว่าตัวเองตาฝาดนะ อาจจะเป็นของเลียนแบบ พยายามมองให้มันกว้างแต่ใครจะไปคิดกันล่ะว่ามุมมองของพี่มันจะแคบได้ขนาดนี้” พี่น้ำฟ้าประคองแก้มฉันด้วยสองมือ “ตอนที่เห็นพีทอยู่กับน้ำหวาน พี่อิจฉามากเลยนะที่หวานได้เจอกับเขาก่อน”“...”“และพี่ก็คิดได้ว่าที่หวานพูดน่ะถูก ผู้ชายไม่ได้เหมือนกันทุกคนและพีทคือหนึ่งในนั้นที่ควรใช้หัวใจซื้อ ไม่ใช่ข้าวของเงินทอง”พี่น้ำฟ้าบอกว่าตอนที่เห็นเฮียพีทครั้งแรกที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ พี่น้ำฟ้ารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ใจดีและดูน่าค้นหามากๆ ตอนแรกพี่สาวฉันคิดเอาไว้ว่าคงเป็นแค่ความประทับใจ หากแต่ว่าพอบอกชอบเฮียพีท เขากลับบอกว่า ‘ผมรับความรู้สึกคุณไม่ได้ แต่ก็ขอบคุณมากที่ชื่นชอบผม’ พี่น้ำฟ้าบอกว่ายิ่งเขาพูดแบบนี้ก็ยิ่งอยากได้เขามากๆ ตอนที่เขาบอกว่ามีเมียแล้วพี่น้ำฟ้าก็ไม่ได้สนใจ หวังแค่ว่าข้าวของหรือเงินทองที่ยื่นให้จะทำให้เฮียพีทสนใจ คิดว่าเฮียจนก็คงอยากจะสุขสบาย แต่เปล่าเลยเฮียไม่คิดจะมองพี่น้ำฟ้าเลยสักครั้ง แม้ว่าพี่น้ำฟ้าจะสวย มั่นใจในตัวเองและมีความเป็นตัวของตัวเองสูงก็ตาม“ดูแลน้องสาวฉันให้ดีนะพีท”“ไม่ต้องบอก ผมก็ดูแลหวานดีอยู่แล้ว
“อย่าให้หวานต้องรู้เองเป็นครั้งที่สาม” เป็นคำขู่ที่ทำให้เฮียพีทไม่กล้าหือกับฉัน หากฉันรู้เองความเชื่อใจที่เคยมีให้เขาจะสูญเปล่าและอาจจะลามไปถึงการสั่นคลอนความสัมพันธ์ของเราสองคน“พี่สาวหวาน เธอชื่อไนลาหรือเปล่า” คิ้วของฉันขมวดกันเป็นปม“ทำไมเฮียรู้ชื่อพี่น้ำฟ้า...” เป็นชื่อที่พี่น้ำฟ้าใช้ตอนไปเรียนต่างประเทศและใช้มันมาตลอด เพื่อนๆ คนรู้จักหรือนักธุรกิจคู่ค้ามักจะเรียกพี่น้ำฟ้าด้วยชื่อนี้ แล้วทำไมเฮียพีทถึงได้รู้กันล่ะ ไม่เพียงแค่ฉันสงสัยหัวใจดวงนี้ก็เต้นแรงมากขึ้นด้วย“น้ำฟ้าคือผู้หญิงคนนั้นที่ชอบเฮีย”“อะ อะไรนะคะ!”“เธอชอบเฮีย ตามตื้อเฮียและพยายามเปย์ทุกอย่างเพื่อจะได้ตัวของเฮีย”“มะ ไม่จริงใช่ไหมคะ”“เฮียจะไม่ปิดบังอะไรหวานอีก” น้ำเสียงของเฮียพีทที่ดูจริงจังและสายตาที่ดูเด็ดเดี่ยวทำให้ฉันลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก มันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไงกัน “เรื่องมันเป็นแบบนี้น้ำหวาน”เรื่องราวทุกอย่างถูกเล่าออกมาจากริมฝีปากของคนที่ฉันรัก ทุกคำพูดของเฮียพีทฉันเชื่อหมดทุกคำแต่ที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองถูกค้อนหนักร้อยปอนด์ทุบใส่ศีรษะก็คือ... พี่น้ำฟ้าชอบผู้ชายคนเดียวกันกับฉั
วิศวะหลงรัก EP30: น้ำหวานของเฮียพีท หวานที่สุด :ฉันสวมชุดเดรสสั้นสีขาวเปิดไหล่ระบายข้างผูกโบว์สีพื้น ช่วงตัวกระโปรงจะเป็นแบบมีเชือกรูดเพื่ออวดเรียวขายาว ผมสีบลอนด์คาราเมลที่เพิ่งไปทำมาก็มัดครึ่งศีรษะเป็นสีผมที่เฮียพีทเห็นแล้วคลั่งไคล้ฉันหนักมาก เอ่ยปากชมไม่หยุดว่า ‘เมียของเฮียทำสีผมแล้วสวยมาก’ ฉันนี่เขินจนตัวบิดเป็นน็อตแล้ว เริ่มตกแต่งใบหน้าหน้าสไตล์บางๆ ด้วยลุคที่ดูน่ารักและเซ็กซี่เมื่อสวมรองเท้าบูทสีดำถึงเข่าแทนการสวมส้นสูง ทำให้ฉันที่เดินเคียงคู่มากับแม่ถึงโรงแรมบนดาดฟ้าก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆ ที่วันนี้ก็มาถึง เฮียพีทส่งข้อความบอกฉันว่าเขากำลังจะถึงในอีกสิบนาทีซึ่งฉันกับแม่จะมาก่อนเวลานัด ส่วนพี่น้ำฟ้าก็จะตามมาทีหลังเช่นกันเนื่องจากติดงาน“คบกับพีทเป็นยังไงบ้างน้ำหวาน”“ดีค่ะ” ตอบผู้เป็นแม่ที่นั่งตรงข้ามกัน “เฮียพีทดีกับหวานมากเลยค่ะ”“แม่เพิ่งจะรู้นะว่าพีทเขาเป็นลูกชายของคุณพินิจกับคุณอุไรวรรณ”“คะ?”“ทั้งสองท่านเป็นคู่ค้ากับบริษัทแม่น่ะสิ ตอนที่รู้เรื่องแม่ช็อกไปเลย” แม่บอกว่าตอนไปบ้านของคุณพ่อเฮียพีท ได้เห็นรูปเฮียพีทที่ตั้งโชว์กลางบ้าน ท่านตกใจมากก็เลยสอบถามเกี่ยวกับเรื่องเฮียพี
“พรุ่งนี้เจอกันนะคะ”(“โอเคครับ เฮียแวะมาซื้อของไปให้ป๊ากับแม่ด้วย”)“เฮียน่าจะมารับหวานด้วย หวานอยากไปหาคุณพ่อกับคุณแม่เหมือนกัน” ฉันทำหน้าบูดใส่คนในจอที่โทรวีดิโอคอลมาหาฉันในช่วงบ่ายของวันหลังจากเลิกงานที่อู่ เฮียพีทบอกว่าจะแวะไปที่บ้านเพราะคุณพ่อกับคุณแม่เรียกไปคุย วันหยุดฉันก็เลยนั่งทำรายงานอยู่ที่ห้อง อีกอย่างพรุ่งนี้ก็จะถึงวันที่เรานัดไปดินเนอร์กันตามที่แม่ฉันชวนเฮียพีท(“ก็เอาไว้หลังจากเฮียไปดินเนอร์กับแม่หวาน เฮียก็ค่อยพาเรามาดินเนอร์กับพ่อแม่เฮีย โอเค?”)“ค่ะ” มองค้อนเฮียพีทที่หัวเราะออกมาเล็กน้อย เขาให้ฉันช่วยเลือกของไปฝากคุณพ่อกับคุณแม่ ฉันก็เลยบอกว่าให้เขาซื้อชาไปให้พวกท่านดีกว่า ผู้ใหญ่ชอบดื่มชาเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้วเพื่อสุขภาพของพวกท่านยังไงล่ะ “แล้วก็อย่าเมาด้วยนะคะ ไปเชียร์พี่ฟินน์ที่สนามแข่งน่ะ”(“รู้จักผัวตัวเองน้อยไปแล้วไหม คนอย่างเฮียเอาเหล้ามาอาบก็ยังไม่เมาเลย”)“เชื่อค่ะ แต่หวานกลัวเวลาเฮียขับรถกลับต่างหาก”(“สัญญาว่าจะไม่ดื่มเยอะ”) เฮียพีทชูสองนิ้วขึ้น (“ตั้งแต่เฮียมีหวาน เฮียไม่ขี้เมาแล้วนะ”)“ฉายาขี้เมา ยาจก หน้าหล่อคงใช้ไม่ได้กับเฮีย”(“หือ?”)“ตัดสองคำหน้าออ
วิศวะหลงรัก EP29: เรื่องเข้าใจผิด :รีสอร์ทที่เฮียพีทจองเป็นบ้านพักหลังเล็กๆ ติดริมทะเล ที่สำคัญเลยคือมีสระน้ำขนาดย่อมให้แช่สวยๆ และวิวด้านหลังก็จะเป็นวิวทะเลที่กว้างสุดลูกหูลูกตา เป็นที่พักเงียบสงบเหมือนมีทะเลเป็นส่วนตัวเลย หลังจากที่ซื้อของเรียบร้อยเฮียพีทก็พาฉันไปหาอะไรกินและเดินเล่นซื้อเสื้อผ้า เนื่องจากเป็นทริปที่ไม่ได้วางแผนคิดจะมาก็คือมาเลย ทำให้ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาด้วย ดีนะที่ของใช้ส่วนตัวยังสามารถแวะซื้อที่ร้านได้ แม้ว่าทางรีสอร์ทจะมีให้ครบครันก็เถอะฉันลอบมองแผ่นหลังกว้างที่นั่งบนขอบปูนใต้สระน้ำที่เปิดไฟให้แสงสว่าง สายลมจากทะเลพัดผ่านผิวเนื้อทำให้ทุกอณูผิวสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่เย็นสบาย ไม่ได้หนาวเกินไป ดวงตาทอดมองท้องทะเลที่ถูกอาบไปด้วยความมืดมิด ต้นมะพร้าวเอนไหวตามแรงของลมที่พัดเอื่อยๆ ลอบมองเฮียพีทที่หยิบกระป๋องเบียร์ยกขึ้นดื่ม จากนั้นฉันที่เปลี่ยนชุดเป็นสวมแค่เสื้อยืดสีขาวบางๆ ก็หย่อนขาลงในน้ำทิ้งตัวลงนั่งข้างเขา ระดับน้ำก็อยู่ใต้ราวนมพอดี“หวานขอดื่มบ้างได้ไหมคะ?”“แน่ใจ”“แค่เบียร์ คงไม่เมาหรอกค่ะ” ตอนนั้นที่เมาน่ะเฮียพีทบอกว่าเหล้าที่พี่วาดดาวกินเป็นเหล้าแบบผสมจั
“ค้างเหรอคะ?”“ไปกลับไม่ไหวหรอก เฮียขี้เกียจ”“ทีตอนไปสนามแข่งยังขับกลับได้เลย”“ก็ตอนนั้นตัวคนเดียว” เฮียพีทพูดพลางกดล็อกหน้าจอมือถือ ฉันเพิ่งจะรู้นะว่าเฮียตั้งรูปฉันที่ถ่ายส่งให้ดู เป็นรูปที่ถ่ายคู่กับตุ๊กตาเพนกวิน เขาบอกว่ารูปนี้ฉันน่ารักมากๆ ชมจนฉันเขินหน้าร้อนผ่าวตลอด คนอื่นชมไม่รู้สึกเขิน พอเป็นเขาชมปุ๊บฉันเหมือนพร้อมละลายเป็นน้ำเลย “ตอนนี้มีเมียแล้ว กลัวเมียนั่งรถไปกลับจะเหนื่อย”เพราะเขาใจดีแบบนี้ถึงทำให้ผู้หญิงคนนั้นอยากได้เข้ามาเลยสินะ เอาจริงเฮียพีทมีนิสัยที่ชอบช่วยเหลือคนจริงๆ คงอาจเป็นประสบการณ์ในชีวิตตอนอดีตของเฮีย รวมไปถึงการถูกสั่งสอนจากคุณพ่อคุณแม่ที่เพียบพร้อม ทำให้ผู้ชายคนนี้ที่เคยมีชีวิตมืดมนได้เติบโตมาอย่างดีและเข้มแข็งมากขนาดนี้ ฉันดีใจนะที่วันนั้นเฮียพีทเลือกที่จะเดินกลับมาหาฉัน ดีกว่าปล่อยให้เรื่องตอนนั้นมันจบลง เราอาจจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน กลายเป็นคนที่เดินสวนกันไปมาและคงไม่ได้คบกันจนถึงตอนนี้“เฮียอยากเดตกับหวานมากกว่า”“รู้ได้ไง” เมื่อเฮียพีทจองที่พักเรียบร้อย เขาก็ขับรถปอร์เช่พาฉันออกนอกเมืองทันทีเหยียบคันเร่งแบบเต็มที่มาก แต่ไม่ได้เร็วจนฉันรู้สึกกลัวนะ







