Partager

บทที่ 2

Auteur: Sweet Rain
last update Date de publication: 2025-05-06 16:22:57

คินน์ คณิณกรณ์ เพียงแค่เอ่ยชื่อของเขา ไม่มีทางที่จะไม่มีใครไม่รู้จัก ชื่อเสียงที่โด่งดังเพราะความเพียบพร้อมของเจ้าตัวที่เกิดมาในตระกูลเก่าแก่ที่มีอิทธิพลในทวีปเอเชีย อีกทั้งฐานะที่รวยล้นฟ้าจนยากที่จะหาใครมาเปรียบเทียบ และสิ่งที่ทำให้สาว ๆ มากมายอยากจะใกล้ชิดกับเขาก็คงไม่พ้นใบหน้าคมคายที่แฝงความดุดันเอาไว้

ธุรกิจมากกว่าหลายร้อยอย่างกลายเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ที่มีเงินรายได้หมุนเวียนเฉียดแสนล้านทุกปี ยังไม่นับรวมธุรกิจที่ขยายสาขาไปยังต่างประเทศซึ่งก็มีรายได้มหาศาลไม่แพ้กัน

ภายใต้หน้ากากของนักธุรกิจแสนล้านนั้นยังคงมีเชื้อสายของต้นตระกูลที่เป็นหนึ่งในแก๊งมาเฟียที่มีอำนาจและเส้นสายมากมายจนยากที่ใครจะเข้าถึงตัวตนด้านมืดของพวกเขาได้

รถสปอร์ตสีขาวแล่นเข้ามาจอดด้านหน้าของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีเพียงคนในครอบครัวอาศัยอยู่ด้วยกัน มาเฟียหนุ่มก้าวเท้าลงจากรถและรีบไปอุ้มใครอีกคนออกมา พลางยื่นกุญแจให้คนขับรถ

คนด้านในที่กำลังรอฟังข่าวอย่างร้อนรนก็รีบวิ่งแจ้นมาหาพี่ชายด้วยความเป็นห่วง

“นั่นใครคะ” ควีนเอ่ยถาม ก่อนจะพุ่งเข้าไปช่วยดูอาการของหญิงสาวแปลกหน้า แต่เมื่อเห็นว่าไม่ได้เป็นอะไรมากก็คลายกังวลลง

“ผู้หญิงคนนี้โผล่เข้ามาตอนที่พี่กำลังจะบุกเข้าไปช่วยไอ้โคลด์ โดนพวกนั้นไล่ล่ามา ก็เลยช่วยเอาไว้แต่ขี้เกียจพาไปโรงพยาบาลน่ะ” คนปากแข็งไม่ยอมรับว่าเป็นห่วงแต่กลับกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าขี้เกียจแทน

ควีนแอบอมยิ้มเล็กน้อยพลางสำรวจตามเรือนร่างที่สะบักสะบอมจนน่าสงสาร ผู้หญิงคนนี้ตัวเล็กและผอมบางจนแทบไม่มีเนื้อเลยสักนิด

“ทำไมเธอถึงมีรอยแผลเยอะขนาดนี้ล่ะคะ คงไม่ใช่แค่โดนพวกนั้นไล่ล่ามาเฉย ๆ แต่น่าจะต้องหนีออกมาจากที่ไหนสักแห่งก่อนหน้านี้แน่นอนเลยค่ะ” ขนาดยังไม่ได้ตรวจดูดี ๆ ควีนยังพอจะรู้ว่าบาดแผลตามร่างกายมีทั้งใหม่และเก่า ยิ่งมองก็ยิ่งอนาถใจที่เห็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ โดนทำร้าย

“ถ้างั้นพี่ฝากเธอช่วยจัดการหน่อยแล้วกันนะ”

“ได้ค่ะ แต่จะพาเธอไปไว้ห้องไหนล่ะคะ” ตอนนี้ทุกห้องในบ้านก็มีคนอยู่ครบ ห้องรับแขกก็ไม่ได้ทำความสะอาดเอาไว้คงจะมีแต่ฝุ่นเต็มไปหมด ส่วนห้องของพ่อกับแม่ก็คงจะใช้ไม่ได้อยู่แล้ว

“ห้องพี่ก็ได้”

“เอางั้นเหรอคะ?” เธอมองพี่ชายด้วยความประหลาดใจ สองตามองพี่ชายสลับกับหญิงสาวในอ้อมแขนของเขา อดคิดไปเรื่อยไม่ได้ว่าอาจจะมีพรหมลิขิตเกิดขึ้น...

“อืม รีบไปเถอะ” คินน์ตัดบท ก่อนจะรีบเดินนำหน้าน้องสาวพาคนในอ้อมแขนขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านที่แบ่งโซนแต่ละห้องเอาไว้อย่างชัดเจน และห้องที่อยู่ซ้ายมือสุดก็คือห้องนอนของเขาที่ไม่ค่อยได้กลับมานอนสักเท่าไร

ร่างบางถูกวางลงบนเตียงอย่างง่ายดาย กระทั่งคินน์ยังรู้สึกว่าหญิงสาวตัวเบาหว่องจนน่าประหลาด แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปและรีบเดินออกไปข้างนอกเมื่อควีนเดินเข้ามาแทนที่

คุณหมอสาวไฟแรงเพิ่งจะเรียนจบแพทย์จากอเมริกาเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่เธอกลับเพิ่งจะอายุยี่สิบสองปีถ้วนเพราะความฉลาดเป็นกรดและไอคิวที่สูงจนทำให้การสอบเข้าแพทย์ในวัยสิบหกปีไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอนัก

มือเรียวใช้ผ้าเปียกชุบน้ำบิดจนหมาดแล้วจึงค่อย ๆ เช็ดตัวให้กับร่างบางบนเตียงอย่างไม่รังเกียจ แต่ยิ่งเช็ดรอยเปื้อนออกจากผิวขาวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเผยให้เห็นบาดแผลมากมายที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะใต้ร่มผ้าและด้านนอกก็ตาม

“น่าสงสารจัง เก่งมาก ๆ ที่หนีออกมาได้ขนาดนี้” สายตาอ่อนโยนมองใบหน้าหวานที่ซูบผอมไม่เหมาะสมกับวัยเลยสักนิด อดคิดไม่ได้ว่าเธอต้องเจออะไรมาบ้างถึงได้หนีจนมาเจอเรื่องแบบนี้ แต่ก็โชคดีที่พี่ชายของเธอตัดสินใจช่วยเอาไว้

ควีนจัดการเช็ดตัว ทำแผล และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับหญิงสาวจนเรียบร้อย แม้จะอยากอยู่เฝ้าต่อจนกว่าจะฟื้น แต่พรุ่งนี้เธอยังมีหน้าที่ที่จะต้องไปเข้าเวรที่โรงพยาบาลต่ออีก

“เรียบร้อยแล้วค่ะ ฝากพี่คินน์ช่วยเฝ้าเธอแทนหน่อยนะคะ ควีนต้องเข้าเวรพรุ่งนี้แต่เช้าเลยค่ะ”

“ไม่เป็นไร ไปพักผ่อนเถอะ” ฝ่ามือหนาลูบศีรษะของน้องสาวอย่างแผ่วเบา ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้สามพี่น้องก็ยังคงรักกันแน่นแฟ้นเหมือนเดิม แม้ปกติแล้วชอบหาเรื่องทะเลาะกันไปเรื่อยเหมือนเด็กไม่ยอมโตก็ตาม

“ค่ะ” เธอคลี่ยิ้มบาง ๆ ส่งให้พี่ชาย ก่อนจะเดินแยกกลับไปพักผ่อนที่ห้องนอนของตัวเอง หลังจากที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันเพราะเป็นห่วงพี่ชายทั้งสองคนมาก

ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องนอนของตัวเองที่มีหญิงสาวแปลกหน้ากำลังนอนอยู่บนเตียง ความรู้สึกบางอย่างทำให้เขาตัดสินใจพาเธอกลับมาด้วย ทั้งที่จะพาไปส่งโรงพยาบาลแล้วปล่อยให้ญาติมาตามหาเองก็ได้

วันต่อมา...

แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านกระจกระเบียงเข้ามาภายในห้องนอน บรรยากาศที่แสนอบอุ่นและนุ่มสบายอย่างที่ร่างบางไม่เคยได้สัมผัสทำเอาเธอแทบไม่อยากจะตื่น ทว่าความทรงจำเมื่อคืนก็พลันย้อนกลับเข้ามาในหัวทำให้ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างด้วยความตกใจ

ต้นหนาวหันมองไปรอบตัวด้วยความตกใจ ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลอย่างที่เธอควรจะอยู่ แต่กลับเป็นห้องนอนกว้างขวางที่มีเฟอร์นิเจอร์หรูหราและข้าวของราคาแพง

ท่าทางแปลก ๆ ของหญิงสาวตกอยู่ในสายตาของคินน์ที่กำลังนั่งอยู่ที่โซฟาอีกฝั่งของห้องเพราะอยู่เฝ้าเธอมาตลอดทั้งคืน

“ฟื้นแล้วสินะ”

“เอ่อ...ที่นี่ที่ไหนคะ” แม้จะเป็นลมไป แต่ต้นหนาวยังจำได้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าคือคนเดียวกับที่ดึงเธอไปหลบหลังต้นไม้ระหว่างที่กำลังยิงปะทะกัน

ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้พลางมองใบหน้าหวานอย่างเพ่งพินิจ แต่สีหน้าของเขายังคงเรียบนิ่งและไร้อารมณ์เหมือนเดิม

“บ้านของฉัน”

“คุณคงไม่ได้คิดจะทำอะไร...หรอกใช่ไหม”

“ฉันไม่คิดอะไรแบบนั้นหรอกน่ะ ตัวเธอสกปรกมอมแมมอย่างกับลูกหมาตกขี้โคลน”

ต้นหนาวโล่งใจขึ้นนิดหน่อย เมื่อเขาพูดแบบนั้น เนื้อตัวของเธอสกปรกมอมแมมอย่างที่เขาว่า แต่เหมือนลูกหมาอันนี้เธอไม่แน่ใจสักเท่าไร ตัวเธอก็ไม่ได้เล็ก จะไปเหมือนลูกหมาได้ยังไงกัน

“รีบลุกออกไปซะ ฉันจะนอน” เขาพูดใส่อารมณ์ด้วยความรำคาญใจอย่างบอกไม่ถูก

“ค...ค่ะ” ร่างบางรีบเด้งตัวลุกออกจากเตียงทันทีที่โดนไล่ ก่อนจะเดินงุนงงออกมานอกห้อง

‘แล้วจะไปที่ไหนต่อ...’

นัยน์ตาสีเข้มสั่นระริกด้วยรู้ดีว่าตนไม่มีที่ที่จะไป พลางหันมองไปรอบ ๆ ด้วยความงุนงง ขณะเดียวกันก็ตื่นตาตื่นใจไปกับความหรูหราและความใหญ่ของที่นี่

หากจะเรียกว่าบ้านก็คงไม่ถูกนัก อาจจะเรียกว่าคฤหาสน์ก็เห็นจะได้ เหมือนกับบ้านในละครหลังข่าวที่เธอเคยแอบเจ๊สรเปิดดูตอนกลางคืนไม่มีผิด

“ฟื้นแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง” จู่ๆ ก็มีผู้หญิงโผล่เข้ามาถามเธอ พร้อมกับยกหลังมือขึ้นมาทาบบนหน้าผากของเธอเพื่อวัดไข้

“ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ” เธอเอ่ยตอบเสียงแผ่ว

“แล้วพี่คินน์ล่ะ” อีกฝ่ายถามกลับพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นกันเอง ซึ่งต้นหนาวไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน นอกจากแม่ของเธอ หัวใจดวงน้อย ๆ เต้นแรงที่หน้าอกข้างซ้ายด้วยความรู้สึกดีบางอย่างต่อคนตรงหน้า

“คินน์?” ก่อนจะทวนชื่อของคนที่อีกฝ่ายถามหาซ้ำ

“คนที่พาเธอมาไง” ควีนรีบอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ

“นอนอยู่ในห้องค่ะ” ต้นหนาวเอ่ยตอบ พลางหันไปมองรอบ ๆ ตัวอีกครั้งอย่างระมัดระวัง

“แล้วบ้านของเธออยู่ที่ไหน ให้ฉันไปส่งไหม” คุณหมอสาวไม่ด่วนถามถึงรอยแผลพวกนั้น แต่แอบหยั่งเชิงเล็กน้อยเพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่เธอคาดเดาเอาไว้เมื่อคืนถูกต้องหรือไม่

“ห...หนู ไม่มีบ้านค่ะ”

“เธอชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ แล้วครอบครัวของเธอล่ะ” ควีนยิงคำถามใส่คนตรงหน้ารัว ๆ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสารที่มีต่ออีกฝ่าย

“หนูชื่อต้นหนาวค่ะ อายุสิบเก้าแล้วค่ะ หนู...ไม่มีครอบครัวค่ะ แม่เสียไปตั้งแต่สามปีที่แล้วค่ะ” ต้นหนาวอธิบายกับหญิงสาวตรงหน้าไปตามตรง ท่าทางใสซื่อไร้เดียงสายิ่งทำให้ควีนรู้สึกเอ็นดูและสงสารเด็กสาวตรงหน้ามากกว่าเดิม และเธอก็คิดว่าพ่อกับแม่คงจะคิดไม่ต่างกันนัก

“น่าสงสารจัง แล้วก่อนหน้านี้ทำอีท่าไหนถึงได้หนีมาเจอกับพวกนักเลงที่โกดังนั่นล่ะ” ฝ่ามือเรียวลูบศีรษะของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองมาที่ต้นหนาวไม่หยุดจนเธอเริ่มซึมซับได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน

‘ความรู้สึกของการถูกรักจากคนอื่น’

ในสายตาของต้นหนาวตอนนี้ หญิงสาวตรงหน้าไม่ต่างอะไรกับนางฟ้าผู้แสนใจดีที่กำลังปลอบโยนเธอด้วยคำพูดและการกระทำที่นุ่มนวล

“หนูหนีออกมาจากซ่องค่ะ”

“ซ่อง?” คำตอบที่ควีนคาดไม่ถึงเลยจริง ๆ ไม่แปลกใจที่เด็กสาวตรงหน้าหนีออกมาจนสุดชีวิตจนกระทั่งได้มาเจอกับพวกนักเลงที่โกดังและต้องหนีตายต่ออีก

“แม่ของหนูทำงานที่นั่นค่ะ เป็นคนทำความสะอาดและดูแลทุกคนในซ่อง แต่พอแม่จากไป เจ๊สรก็ให้หนูทำงานแทนแม่ค่ะ...” เด็กสาวรีบอธิบายด้วยกลัวว่าคนตรงหน้าจะเข้าใจว่าแม่เธอเป็นผู้หญิงที่ขายตัว แต่แท้จริงแล้วเป็นเหมือนคนรับใช้ในซ่องนั่นต่างหาก

“ถ้างั้นแสดงว่าแผลตามตัวของเธอก็มาจากฝีมือของพวกนั้นเหรอ”

“ค่ะ พอมีโอกาส หนูก็เลยแอบเข้าไปเอาเงินที่เจ๊สรไม่ยอมจ่ายให้หนูแล้วก็หนีออกมาค่ะ” สีหน้าในตอนท้ายของต้นหนาวเต็มไปด้วยความดีใจที่หนีจะหลุดพ้นมาจากที่นั่นได้

คนที่ยืนฟังอยู่อีกฝั่งของประตูที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดของผู้หญิงที่ช่วยเหลือไว้ก็แอบเห็นใจเธอไม่น้อย

“ถ้างั้นก็แสดงว่าเธอไม่มีที่ไปเลยสินะ” น้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความคิดบางอย่างเอาไว้ ควีนจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความเห็นใจและอยากจะช่วยเหลือ

ก่อนบทสนทนาระหว่างทั้งสองสาวจะชะงักลง เมื่อคนด้านในเปิดประตูออกมามองไปที่หญิงสาวแปลกหน้าและน้องสาวที่กำลังยืนคุยกัน

“พี่คินน์คิดว่ายังไงคะ ถ้าควีนอยากให้ต้นหนาวมาอยู่ที่นี่กับเรา” แพทย์สาวหันไปมองพี่ชายด้วยสายตาออดอ้อนเล็กน้อย เพราะเธอดันถูกชะตากับเด็กสาวตรงหน้าไปแล้ว และคงจะทำใจไม่ได้หากต้องยอมปล่อยให้ต้นหนาวไปตกระกำลำบากคนเดียวต่อ

“เดี๋ยวพี่จัดการเอง เธอไม่รีบไปเข้าเวรหรือไง” เขาเอ่ยเตือนเมื่อเห็นว่าใกล้จะเลยเวลาที่น้องสาวมักจะออกไปจากบ้านแล้ว

“จริงด้วย! แต่อย่าเพิ่งให้ต้นหนาวไปไหนจนกว่าควีนจะกลับมานะคะ” ควีนก้มมองดูนาฬิกาข้อมือพลางเริ่มลุกลี้ลุกลนด้วยกลัวว่าจะไปทำงานสาย ก่อนจะหันมาเน้นย้ำพี่ชายเอาไว้อีกครั้งแล้วส่งยิ้มให้กับเด็กสาวและรีบวิ่งออกจากบ้านไป

คินน์หันมามองหญิงสาวแปลกหน้าที่ตนพามา พลางเพ่งมองอย่างพิจารณา จนอีกฝ่ายทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกเขาจ้อง

“เดี๋ยวหนาวออกไปจากที่นี่ก็ได้นะคะ”

“แล้วจะไปอยู่ไหน มีที่ไปเหรอ” น้ำเสียงกระแทกหนักของอีกฝ่ายทำเอาร่างบางผงะถอยหลังหนีด้วยความกลัว

“ม...ไม่มีค่ะ” เธอเอ่ยตอบเสียงสั่นเครือ

“อยากอยู่ที่นี่ไหม” หางคิ้วหนายกขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับน้ำเสียงที่ค่อย ๆ อ่อนโยนลงไปจากเดิม

“อยู่ที่นี่? หนาวจะอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” นัยน์ตาคู่โตเป็นประกาย จนลืมไปเสียสนิทว่าเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันเมื่อคืนเท่านั้น

“คุณพ่อคุณแม่ของฉันอายุก็เริ่มมากแล้ว พักหลังมานี้ฉันกับน้อง ๆ ก็ไม่ค่อยมีเวลากลับบ้าน ฉันอยากให้เธอช่วยดูแลท่านทั้งสอง” สมองที่ประมวลผลออกมาได้อย่างรวดเร็วจนเขาสามารถหาทางออกให้กับเด็กสาวตรงหน้าได้ และเขาก็มั่นใจว่าพ่อแม่คงจะไม่ขัดใจเรื่องนี้แน่นอน

“ให้หนาวดูแลคุณพ่อคุณแม่ของคุณเหรอคะ”

“ใช่ แล้วเธอจะได้อยู่ที่นี่และมีเงินเดือนทุกเดือน ไม่ต้องไปลำบากที่อื่น” เขาว่าพลางเลื่อนฝ่ามือมาลูบศีรษะของเธอเบา ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่มชวนให้ต้นหนาวเผลอยิ้มตามไปด้วย

“...”

“สรุปว่าจะตกลงไหม” คินน์ทวงถามอีกครั้งเมื่อเด็กสาวยังคงไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนกับเขา

“ตกลงค่ะ”

“ตกลงค่ะ” น้ำเสียงร่าเริงตอบรับอีกฝ่ายด้วยความดีใจ ต้นหนาวรู้สึกคล้ายเหมือนโดนโชคหล่นทับเข้าเต็มเปา หนีออกมาจากซ่องได้ทันไรก็มีคนช่วยเหลือไว้แล้ว ถึงจะเกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้กลางดงกระสุนก็เถอะ

“ว่าแต่เธอเรียนจบชั้นไหนมา”

“หนาวเรียนจบแค่มอสามค่ะ” หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เจ๊สรก็ยื่นคำขาดว่าไม่ให้เธอไปเรียนต่อและให้มาช่วยงานที่ซ่องแทน แม้เกือบจะถูกจับขายอยู่หลายครั้งแต่เธอก็เอาตัวรอดมาได้เสมอ

“อืม หวังว่าเธอจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังที่ยอมไว้ใจหรอกนะ”

“ค่ะ หนาวสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวังเด็ดขาด” เพียงแค่นี้เธอก็ไม่รู้จะตอบแทนความดีของอีกฝ่ายยังไงแล้ว นอกจากจะช่วยเธอไว้เมื่อคืนแล้วยังจ้างให้เธอทำงานที่นี่อีก หากไม่ใช่เพราะเขา เธอก็อาจจะไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ แล้วชีวิตของเธอจะกลายเป็นยังไงก็ไม่มีทางรู้ได้เลย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 91

    กระทั่งผ่านไปเกือบสิบนาที ปรมิณทร์เดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีเพียงผ้าขนหนูผูกเอวไว้ผืนเดียว เป้าหมายของเขาคือคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงโดยไม่ต้องสงสัย “เพียงฟ้า” เขาเอ่ยเรียกชื่อคนที่กำลังนอนหลับตาอยู่บนเตียง เปลือกขยับไปมาแต่ไม่ยอมลืมตามองเขา ก่อนที่จะประทับริมฝีปากจุมพิตลงบนหน้าผากของหญิงสาว

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 90

    จึงกลายเป็นปรมิณทร์ที่ต้องยอมแพ้ให้กับกฎที่เพียงฟ้าตั้งขึ้น เฝ้ารอคอยแต่วันหยุดที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับคนรักตลอดทั้งวัน “ใกล้จะเลิกงานแล้ว ปล่อยฟ้าได้แล้ว” “ก็ได้” รองประธานหนุ่มทำหน้าละห้อย ก่อนจะยอมปล่อยคนบนตักอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะกลัวว่าจะโดนเพียงฟ้าโกรธมากกว่า “

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 89

    แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน ก่อนที่จะถูกปิดลงโดยฝีมือของปรมิณทร์ที่ตื่นมาก่อนหน้านี้ เขาหันกลับไปมองคนตัวเล็กที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเธอกำลังได้พักผ่อนอย่างสบายใจ หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดหนึ่งปี ปรมิณทร์ยกยิ้มมุมปากพลางก้มลงไป

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 88

    “อ๊ะ... มันอึดอัด” เธอเอ่ยบอกอย่างเขินอาย แต่ก็เป็นสัญญาณบอกกับคนตรงหน้าว่าเธอรู้สึกดีขึ้นกว่าในตอนแรกแล้ว เจ้าของดวงตาสีเข้มไล่มองตั้งแต่ใบหน้าสวยลากผ่านลงมายังก้อนเนื้ออวบที่กำลังถูกกอบกุมด้วยฝ่ามือของเขา กระทั่งมาถึงหน้าท้องแบนที่ยังคงมีความนุ่มนิ่มให้พอได้จับอย่างเต็มไม้เต็มมือ จรดลงที

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 87

    ความนุ่มหยุ่นโดนสัมผัสด้วยฝ่ามืออุ่น ก่อนที่จะตามมาด้วยริมฝีปากหยักที่ดูดดึงยอดถันแรง ๆ ราวกับกำลังหงุดหงิด เรียวลิ้นอุ่นชื้นละเลงบนฐานยอดมาจนถึงปลายยอด “อ๊าส์...” เสียงหวานหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเป็นครั้งแรก เจ้าตัวแอบตกใจจนต้องรีบยกมือปิดปากเอาไว้ เพราะเสียงนั้นค่อนข้างจะฟังดูลามก

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 86

    “มิน เมามากแล้วนะ” เจ้าของร่างอวบพยายามจะห้ามคนที่ดื่มเหล้าราวกับเป็นน้ำเปล่าเหมือนคนอกหักไม่มีผิด แต่เลขาอย่างเธอก็ไม่กล้าถามอะไรไปมากกว่านั้น “อือ” ปรมิณทร์ตกอยู่ในอาการมึนเมาหลังจากที่ดื่มเหล้าเข้าไปหลายแก้วจนเพียงฟ้าต้องพยายามห้ามไม่ให้ดื่มไปมากกว่าเดิม “กลับคอนโดเถอะ เดี๋ยวฟ

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 37

    “อย่าลืมล่ะ… เธอยังไม่ได้ง้อฉัน” “รู้แล้วค่ะ” คนตัวเล็กแลบลิ้นใส่เข้าหน้าทะเล้น ก่อนจะรีบมองต้นทางและแอบออกจากห้องทำงานของเขาไปทันที@ไนต์คลับ หลังจากที่เลิกงาน ต้นหนาวก็รีบกลับมารอคินน์ที่คอนโดและเตรียมตัวรอเขาแวะมารับ แต่กว่าจะได้มาก็เกือบจะสี่ทุ่มแล้ว เพราะมัวแต่ง้อคนตัวสูงที่ไม

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 30

    ฤดูกาลแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาจนบางครั้งก็นึกตกใจที่จู่ๆ ก็ต้องก้าวไปสู่ช่วงวัยถัดไปของชีวิตแล้ว เด็กสาวอาภัพที่เติบโตมาอย่างยากลำบากในวันวาน เติบโตเป็นหญิงสาวที่ได้รับความรักจากคนรอบข้างอย่างเต็มเปี่ยม และกำลังจะเรียนจบมหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ‘เมื่อหลายเดือนก่อนยังเป็นน

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 29

    “เพราะมึงเลย” คินน์หันมาคาดโทษน้องชายที่ทำให้ต้นหนาวต้องร้องไห้ออกมา ก่อนจะดันหญิงสาวให้กลับเข้าไปรอในห้องนอน โคลด์เดินไปนั่ังที่โซฟา ก่อนที่เจ้าของห้องจะรีบเดินมาหาเขาที่โซฟาด้วยสีหน้าไม่พอใจที่ได้เห็นหน้าน้องชายสักเท่าไหร่ “นานแค่ไหนแล้วครับ” ชายหนุ่มอดที่จะเอ่ยถามพี่ชายไม่ได้ แม

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 19

    “ต้นหนาว” เธอเดินตรงเข้ามาหาร่างเล็กที่ยืนอยู่กับผู้ชายอีกคนที่สวมชุดนักศึกษาเหมือนกัน ทำเอาคนที่ยืนรออยู่ก็ตกใจเมื่อเห็นเธอเดินมาหา “พี่ควีน” “สวัสดีครับ” กล้าหาญรีบสวัสดีทักทาย เมื่อได้ยินต้นหนาวเรียกอีกฝ่ายว่า ‘พี่’ “สวัสดีจ้ะ ยังคุยกันอยู่หรือเปล่า พี่จะได้รอ”

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status