Share

บทที่ 5

Penulis: Sweet Rain
last update Tanggal publikasi: 2025-05-06 16:24:45

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของต้นหนาวเริ่มต้นขึ้นในไม่กี่เดือนต่อมา เธอเข้าเรียนคณะบริหารของมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ โดยมีเป้าหมายว่าจะกลับมาช่วยงานที่บริษัทในอนาคต

“ต้นหนาว ขอลอกการบ้านหน่อยสิ” เสียงทะเล้นของเพื่อนในกลุ่มอย่างกล้าหาญเอ่ยดังมาแต่ไกล ใบหน้าหล่อฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าของเธอ

“ทำไมนายไม่ทำเอง มาลอกฉันอยู่ได้”

“ก็มันยาก” กล้าหาญทำหน้าหงอยเมื่อโดนต่อว่า

ต้นหนาวที่ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำกับเพื่อน จึงยอมยกการบ้านของตัวเองให้เพื่อนลอกอย่างง่ายดาย

แก๊งของต้นหนาวประกอบได้ด้วยสมาชิกทั้งหมดสี่คน คือ เธอ กล้าหาญ มะเหมี่ยว และสาริน ซึ่งทุกคนก็ล้วนแล้วแต่มาจากครอบครัวที่มีฐานะดีถึงดีมาก ระดับมหาเศรษฐีเลยก็ว่าได้ เพราะมหาวิทยาลัยนี้เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ค่าเทอมแพงมากที่สุด

ตอนแรกเริ่มเธอรู้จักแค่เพียงมะเหมี่ยว แต่หลังจากนั้นก็มีสารินกับกล้าหาญเข้ามาอยู่ด้วยเพราะต้องทำงานกลุ่มด้วยกัน แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้เป็นเพื่อนสนิทกันมาจนถึงตอนนี้

“หนาว เย็นนี้ไปกินชาบูกันไหม” มะเหมี่ยวที่รักการกินเป็นที่สุดไม่ลืมที่จะเอ่ยชวนต้นหนาว

“ไม่ล่ะ ฉันอยากกลับบ้านมากกว่า”

“ตามใจนะ พรุ่งนี้เจอกัน บาย~”

เธอโบกมือลากับเพื่อนๆ ตรงหน้ามหาลัย ก่อนที่ลุงมิ่งคนขับรถของที่บ้านจะออกมารับเธอที่มหาวิทยาลัยเหมือนอย่างเช่นทุกวัน

เพียงไม่นานเธอก็กลับมาถึงบ้านด้วยสีหน้าไม่สู้ดี จู่ๆ ก็ปวดหัวเวียนหัวตั้งแต่เรียนภาคเช้าคล้ายจะไม่สบาย แต่ก็ทนเก็บอาการไม่ให้ใครรู้จนกลับมาถึงบ้าน

“ต้นหนาว พี่ซื้อขนมมาฝาก” ควีนกลับมาบ้านเกือบทุกวันเพราะกลัวว่าต้นหนาวจะเหงาเมื่อต้องอยู่บ้านคนเดียว คนอื่นๆ ต่างก็มีภาระหน้าที่จึงไม่ค่อยได้อยู่ติดบ้านกันสักเท่าไร

“ขอบคุณค่ะ”

“ไม่สบายเหรอ หน้าดูซีดๆ นะ” ควีนสังเกตเห็นได้ทันที

“นิดหน่อยค่ะ มึนหัวตั้งแต่เช้าแล้ว”

“ถ้างั้นก็กินยาแล้วรีบไปพักผ่อนเถอะ”

“ค่ะ” ต้นหนาวรีบวิ่งไปขึ้นบันไดหวังจะกลับไปพักผ่อนบนห้อง อีกแค่ไม่กี่ก้าวก็จะพ้นบันได แต่ขาของเธอดันอ่อนแรงลงกะทันหัน ร่างกายของเธอกำลังเอนไปข้างหลัง

มือที่อยู่ห่างจากราวบันไดเพียงแค่คืบเดียวแต่ก็ไม่อาจคว้าอะไรไว้ได้ ตามมาด้วยเสียงร้องวี้ดว้ายด้วยความตกใจของแม่บ้านที่กำลังลงมาจากชั้นสอง

“ว้ายยยยย คุณต้นหนาว...” นั่นคือเสียงสุดท้ายที่ได้ยิน ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบลงไปพร้อมความรู้สึกชาที่ศีรษะ

“ต้นหนาว!” ควีนที่กำลังเตรียมจะกลับไปทำงานต่อ ก็ต้องวิ่งกลับเข้ามาในบ้านเมื่อได้ยินเสียงแม่บ้านร้องขึ้น

“คุณควีนคะ คุณต้นหนาวตกบันไดค่ะ”

“ช่วยควีนพาต้นหนาวขึ้นรถหน่อยค่ะ” ควีนตรวจประเมินอาการคร่าวๆ ก่อนจะขอให้แม่บ้านช่วยพาร่างของเด็กสาวที่นอนจมกองเลือดขึ้นรถยนต์

หญิงสาวถูกนำตัวส่งเข้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลภายในสิบห้านาที โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เพียงแค่หัวแตกเท่านั้น แต่ก็ต้องรอดูอาการในโรงพยาบาลอีกหลายวัน เผื่อว่ามีอาการแทรกซ้อนร่วมด้วย

“ช่วยย้ายคนไข้ไปไว้ที่ห้อง VIP ด้วยนะคะ”

โรงพยาบาลที่ควีนทำงานอยู่ปัจจุบัน เป็นโรงพยาบาลของคุณตาที่ยกให้กับเธอก่อนที่จะเสีย ปัจจุบันเธอจึงเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนี้ ซึ่งชั้นบนสุดของตึกผู้ป่วยในโรงพยาบาลก็จะเป็นห้องวีไอพีสำหรับคนในครอบครัว

“โทรบอกพี่คินน์ดีไหมนะ” จู่ๆ ควีนก็นึกอยากแกล้งพี่ชายให้ปั่นป่วนใจ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาคินน์ทันที

“พี่คินน์คะ”

(ว่าไงยัยน้องสาวตัวแสบ)

“ตอนนี้ต้นหนาวอยู่โรงพยาบาลค่ะ”

(ไปทำอะไร) เสียงของคนปลายสายเหมือนจะตกใจเล็กน้อย แต่ยังคงพยายามนิ่งเฉยไม่แสดงอาการออกมา

“พอดีว่าต้นหนาวพักผ่อนน้อยทำให้หน้ามืด วูบตกบันไดจนหัวฟาดพื้นค่ะ”

(...)

“ตอนนี้นอนอยู่ห้องวีไอพี แต่ว่าพี่คินน์ไม่ต้องมานะคะ เดี๋ยวจะโดนพ่อดุ” ควีนรู้ดีว่าพี่ชายเพิ่งจะกลับมาจากอิตาลีและมีไฟล์ทจะต้องบินกลับไปพรุ่งนี้เช้า เรียกว่าทำงานจนหัวหมุนเลยทีเดียว

(คิดจะโทรมาแกล้งพี่เหรอ)

“เปล่าค่ะ แค่ไม่อยากข้ามหน้าข้ามตา เลยโทรมาบอกให้พี่รู้สักหน่อย”

(ถ้าไม่มีอะไร ก็แค่นี้นะ)

ควีนรู้สึกเหมือนโดนขัดใจเล็กน้อย เมื่อน้ำเสียงของคินน์เรียบนิ่งราวกับไม่ได้เป็นห่วงต้นหนาวเลยสักนิด ดูเหมือนแผนปั่นคินน์จะไม่ได้ผลซะแล้วสิ

“คุณหมอควีนคะ มีคนมารอพบค่ะ”

“ค่ะ เดี๋ยวควีนจะรีบไปค่ะ” พยาบาลสาวรีบเดินนำหน้าควีนไปยังห้องรับรองแขกที่มีใครคนหนึ่งกำลังรออยู่

ผ่านไปนานกว่าห้าชั่วโมง ต้นหนาวที่นอนอยู่บนเตียงจึงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บที่ศีรษะด้านหลัง

กลิ่นของห้อง ลักษณะของเตียง และสายน้ำเกลือที่อยู่ข้างเตียง ทำให้เธอพอจะรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เมื่อนึกย้อนกลับไปก็พอจะจำได้คร่าวๆ ว่าตัวเองรู้สึกเหมือนจะเป็นลมและหงายหลังตกลงมาจากบันได

ถือว่าโชคดีที่แค่หัวแตกไม่ได้แขนขาหักเพิ่มเติม คิดแล้วก็นึกโกรธตัวเองที่ไม่ยอมนอนพักทั้งที่รู้ตัวดีว่าร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรงอยู่แล้ว

“เป็นยังไงบ้าง”

“คุณมาที่นี่ได้ยังไงคะ?” จู่ๆ คินน์ก็พุ่งออกมาจากระเบียงพร้อมกับเอ่ยถามเธอด้วยน้ำเสียงห่วงใย

“ถ้าไม่อยากให้ฉันโดนลงโทษ ก็อย่าบอกใครว่าฉันมาที่นี่”

“เอ่อ... ค่ะ” ต้นหนาวพยักหน้าหงึกๆ ตอบเขา

“ฉันแค่แวะมาดูเธอ”

“คุณหายไปไหนมาเหรอคะ” เธออดถามสิ่งที่ตนสงสัยไม่ได้ เพราะเขาหายเงียบไปเลย ไม่เคยกลับมาบ้านเลยสักครั้ง

“ฉันถูกส่งไปดูแลธุรกิจฝั่งยุโรป พ่อสั่งไม่ให้ฉันกลับมา”

“แล้วคุณไม่กลัวพี่ควีนมาเจอเข้าเหรอคะ”

“เดี๋ยวฉันก็จะกลับแล้ว”

“ถ้างั้นก็รีบกลับไปเถอะค่ะ เดี๋ยวพี่ควีนมาเจอจะเป็นเรื่องเอา” ต้นหนาวไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถึงขนาดที่วสันต์กับอรดาเอ่ยปากสั่งห้าม ก็แสดงว่าต้องเด็ดขาดมากๆ

“อืม ห้ามให้ใครรู้หรือหลุดปากเด็ดขาด”

“ค่ะ หนาวจะเก็บความลับไว้เป็นอย่างดีเลยค่ะ” เธอทำท่ารูดซิปปิดปากอย่างติดตลก ก่อนจะมองร่างสูงที่รีบออกไปจากห้องอย่างระมัดระวัง

“อ้าว ฟื้นแล้วเหรอหนาว” ควีนที่เพิ่งจะลงเวรจึงแวะมาดูต้นหนาวพลางสอดสายตามองหาว่ามีใครแอบเข้ามาหรือเปล่า

“ค่ะ”

“รู้สึกเจ็บตรงไหนอีกไหม แล้วมีใครเข้ามาหาหรือเปล่า” คำถามที่ถามของควีนทำให้ต้นหนาวเลิ่กลั่กเล็กน้อย แต่ก็พยายามทำตัวไม่ให้ดูมีพิรุธ

“เจ็บที่ข้อมือนิดหน่อยค่ะ หนาวก็เพิ่งตื่น ยังไม่เห็นมีใครเข้ามานะคะ”

“ถ้างั้นเดี๋ยวพี่จะบอกหมอที่ดูแลให้นะ หนาวน่าจะต้องแอดมิทที่โรงพยาบาลอีกสักสองสามวันถึงจะออกได้”

“แล้วมหาลัยล่ะคะ” ต้นหนาวห่วงเรื่องเรียนของตัวเองมากที่สุด เพราะกลัวว่าจะเรียนตามเพื่อนไม่ทัน ต่อให้ตัวเองจะเก่งขนาดไหนก็เถอะ

“พี่โทรคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาให้แล้ว หลังออกจากโรงพยาบาลเอาใบรับรองแพทย์ไปยืนยันกับอาจารย์แต่ละวิชาก็พอ”

“ค่ะ” ควีนมองดูเด็กสาวที่หน้างอง้ำเมื่อได้ยินว่าต้องอยู่โรงพยาบาลต่ออีกสองสามวัน ก่อนจะยกมือขึ้นยีผมของเธอเบาๆ

“เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่จะมาเยี่ยมนะ”

“กลับมากันแล้วเหรอคะ” ต้นหนาวเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะก่อนหน้านี้กำหนดกลับคือเดือนหน้า

“อืม พอได้ยินว่าหนาวตกบันไดก็รีบกลับมากันเลย”

“แบบนี้หนาวก็ทำให้ทุกคนเสียการเสียงานน่ะสิ”

“ไม่ใช่สักหน่อย รีบกลับมาหาเพราะทุกคนเป็นห่วงหนาวต่างหาก” หากเป็นเรื่องของคนในครอบครัว แบบนี้ไม่เรียกว่าเสียการเสียงาน

ควีนมองดูต้นหนาวด้วยความเอ็นดู เพราะเธอมักจะเป็นห่วงความรู้สึกของคนอื่นเสมอ จนบางครั้งก็เป็นผลเสียกับตัวเอง

“แล้วจะมาถึงเมื่อไหร่คะ”

“อีกสักพักใหญ่ๆ ก็น่าจะถึงแล้วนะ ถ้าง่วงก็นอนพักผ่อนก่อนก็ได้ ไม่ต้องรอหรอก”

“ได้ยังไงคะ หนาวเองก็อยากเจอหน้าพ่อสันต์แม่อรจะแย่แล้ว” เด็กสาวออดอ้อนเก่งเป็นที่หนึ่ง

“ตื่นมาก็ยังได้เจอ นอนพักเถอะ โดนคุณแม่ดุขึ้นมา พี่ไม่รู้ด้วยน้า~” คุณหมอสาวขู่เล็กน้อย แต่ต้นหนาวกลับไม่ได้กลัวเลยสักนิด กลับกันยังหัวเราะออกมาอีกด้วย

“แม่อรไม่ดุหนาวหรอกค่ะ”

“หึๆ ถึงไม่ดุแต่คนป่วยก็ต้องพักผ่อนเข้าใจไหม” คราวนี้ไม่ได้อ้างชื่อของแม่เพื่อมาขู่ แต่ควีนกลับดุด้วยตัวเองเลย

“เข้าใจแล้วค่ะ” ยิ้มทะเล้นบนใบหน้าของเด็กสาว ทำให้ควีนยิ้มตามทันที ก่อนจะยกนาฬิกาขึ้นมาดูก่อนจะพบว่าเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว

“นอนพักได้แล้ว พี่ไม่ได้ขู่นะแต่พูดจริง”

“ก็ได้ค่ะ” ต้นหนาวยอมทำตามอย่างว่าง่าย ทิ้งตัวลงนอนตะแคงเพราะศีรษะด้านหลังเป็นแผลจะนอนหงายไม่ได้

“เจอกันพรุ่งนี้เช้านะ” มือเรียวดึงผ้าห่มมาห่มให้คนบนเตียง ก่อนที่จะเอ่ยบอกแล้วจึงหันไปปิดไฟและเดินออกจากห้องไป

บรรยากาศวังเวงทำให้ต้นหนาวรู้สึกกลัว เดิมทีก็ชอบดูหนังสยองขวัญอยู่แล้ว จินตนาการของเธอเลยยิ่งบรรเจิดจ้าคิดไปเรื่อยตลอดเวลา ไม่ว่าจะผีแบบไหน ก็มีแต่ภาพผุดขึ้นมาในหัวของเธอไม่หยุด

ร่างบางมุดเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยความกลัวจนไม่กล้าออกมาเพราะกลัวจะโดนจ๊ะเอ๋โดยไม่ทันได้ตั้งตัวกระทั่งผล็อยหลับไป...

“ต้นหนาวน่าจะกำลังนอนหลับอยู่ค่ะ” เสียงของควีนเอ่ยบอกกับวสันต์และอรดาที่เพิ่งจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาล

ภาพที่เด็กสาวนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มทั้งตัวทำให้ควีนหัวเราะออกมาเล็กน้อย อาการแบบนี้ก็คงไม่พ้นกลัวผีไปได้

“แล้วทำไมนอนแบบนี้ล่ะ”

“คงจะกลัวผีมั้งคะ” ทุกคนหัวเราะออกมาพร้อมกันพลางมองร่างบางที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงคนไข้

“ควีนไปพักผ่อนเถอะลูก เดี๋ยวทางนี้พ่อกับแม่ดูแลต่อเอง”

“ค่ะ ตอนสายๆ จะเข้ามาหานะคะ”

“จ้ะ” สองแม่ลูกกอดกัน ควีนไม่ลืมที่จะหันมาหอมแก้มคนเป็นพ่อแล้วจึงค่อยกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักแพทย์

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 91

    กระทั่งผ่านไปเกือบสิบนาที ปรมิณทร์เดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีเพียงผ้าขนหนูผูกเอวไว้ผืนเดียว เป้าหมายของเขาคือคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงโดยไม่ต้องสงสัย “เพียงฟ้า” เขาเอ่ยเรียกชื่อคนที่กำลังนอนหลับตาอยู่บนเตียง เปลือกขยับไปมาแต่ไม่ยอมลืมตามองเขา ก่อนที่จะประทับริมฝีปากจุมพิตลงบนหน้าผากของหญิงสาว

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 90

    จึงกลายเป็นปรมิณทร์ที่ต้องยอมแพ้ให้กับกฎที่เพียงฟ้าตั้งขึ้น เฝ้ารอคอยแต่วันหยุดที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับคนรักตลอดทั้งวัน “ใกล้จะเลิกงานแล้ว ปล่อยฟ้าได้แล้ว” “ก็ได้” รองประธานหนุ่มทำหน้าละห้อย ก่อนจะยอมปล่อยคนบนตักอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะกลัวว่าจะโดนเพียงฟ้าโกรธมากกว่า “

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 89

    แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน ก่อนที่จะถูกปิดลงโดยฝีมือของปรมิณทร์ที่ตื่นมาก่อนหน้านี้ เขาหันกลับไปมองคนตัวเล็กที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเธอกำลังได้พักผ่อนอย่างสบายใจ หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดหนึ่งปี ปรมิณทร์ยกยิ้มมุมปากพลางก้มลงไป

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 88

    “อ๊ะ... มันอึดอัด” เธอเอ่ยบอกอย่างเขินอาย แต่ก็เป็นสัญญาณบอกกับคนตรงหน้าว่าเธอรู้สึกดีขึ้นกว่าในตอนแรกแล้ว เจ้าของดวงตาสีเข้มไล่มองตั้งแต่ใบหน้าสวยลากผ่านลงมายังก้อนเนื้ออวบที่กำลังถูกกอบกุมด้วยฝ่ามือของเขา กระทั่งมาถึงหน้าท้องแบนที่ยังคงมีความนุ่มนิ่มให้พอได้จับอย่างเต็มไม้เต็มมือ จรดลงที

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 87

    ความนุ่มหยุ่นโดนสัมผัสด้วยฝ่ามืออุ่น ก่อนที่จะตามมาด้วยริมฝีปากหยักที่ดูดดึงยอดถันแรง ๆ ราวกับกำลังหงุดหงิด เรียวลิ้นอุ่นชื้นละเลงบนฐานยอดมาจนถึงปลายยอด “อ๊าส์...” เสียงหวานหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเป็นครั้งแรก เจ้าตัวแอบตกใจจนต้องรีบยกมือปิดปากเอาไว้ เพราะเสียงนั้นค่อนข้างจะฟังดูลามก

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 86

    “มิน เมามากแล้วนะ” เจ้าของร่างอวบพยายามจะห้ามคนที่ดื่มเหล้าราวกับเป็นน้ำเปล่าเหมือนคนอกหักไม่มีผิด แต่เลขาอย่างเธอก็ไม่กล้าถามอะไรไปมากกว่านั้น “อือ” ปรมิณทร์ตกอยู่ในอาการมึนเมาหลังจากที่ดื่มเหล้าเข้าไปหลายแก้วจนเพียงฟ้าต้องพยายามห้ามไม่ให้ดื่มไปมากกว่าเดิม “กลับคอนโดเถอะ เดี๋ยวฟ

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 63

    เช้าตรู่ของวันแรกของวันหยุดยาว แทนที่ต้นหนาวจะได้นอนอยู่บ้านตื่นสายๆ แต่กลับต้องโดนคินน์ดึงลุกจากเตียงแต่เช้าและย้ายมานอนในรถยนต์แทน เพราะเขาตั้งใจจะพาเธอไปพักผ่อน “ถึงแล้ว” คินน์ปลุกคนตัวเล็กอีกครั้งเมื่อมาถึงบ้านพักตากอากาศที่เคยพาต้นหนาวมาเมื่อประมาณสามปีที่แล้ว “อื้อ~ พามาที่นี

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 43

    วสันต์นัดหมายกับเพื่อนสนิทอย่างปรเมศ พร้อมกับลูกชายเพียงคนเดียวอย่าง ปรมิณทร์ ที่เพิ่งจะเรียนจบและกลับมาจากเมืองนอก หลังจากที่ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมานานเกือบสิบปี “สวัสดีครับคุณลุง” เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเฉกเช่นมารดายกมือไหว้ทักทายเพื่อนสนิทของพ่อด้วยความนอบน้อม ก่อนจะเลื่อนสายตามาจ้อง

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 38

    นัยน์ตาคู่กลมโน้มลงสบสายตากับชายหนุ่มพลันเลื่อนริมฝีปากลงมาสัมผัสกับริมฝีปากของเขาอย่างไร้ความกลัว มือเล็กลูบไล้ไปตามกล้ามเนื้อที่อัดแน่นเป็นมัดๆ ตั้งแต่แผงอกแกร่งจนไปถึงหน้าท้อง เรียวลิ้นเล็กพยายามแทรกผ่านริมฝีปากของเขาเข้ามายังโพรงปากอุ่นพลางเกี่ยวกระหวัดหยอกเย้าอย่างไร้ชั้นเชิง ทว่ากลับท

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 37

    “อย่าลืมล่ะ… เธอยังไม่ได้ง้อฉัน” “รู้แล้วค่ะ” คนตัวเล็กแลบลิ้นใส่เข้าหน้าทะเล้น ก่อนจะรีบมองต้นทางและแอบออกจากห้องทำงานของเขาไปทันที@ไนต์คลับ หลังจากที่เลิกงาน ต้นหนาวก็รีบกลับมารอคินน์ที่คอนโดและเตรียมตัวรอเขาแวะมารับ แต่กว่าจะได้มาก็เกือบจะสี่ทุ่มแล้ว เพราะมัวแต่ง้อคนตัวสูงที่ไม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status