Masuk1 สัปดาห์ต่อมา
ตึก...ตึก...ตึก หญิงสาวในชุดนักศึกษาที่สวมทับด้วยเสื้อช๊อปคณะของวิศวะกับกระโปรงทรงเอสั้นอย่างถูกระเบียบกับรองเท้าผ้าใบตัวโปรด ผมยาวถูกมัดรวบตึงเพราะเธอเป็นคนขี้ร้อนเอามากๆ นานๆ ทีจึงจะปล่อยผมกับใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ เพราะเธอเป็นคนไม่ค่อยแต่งเท่าไหร่ แต่ถ้าไปมหาลัยแบบนี้จะแต่งให้เบาบาง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ดูสวยและมีเสน่ห์เหมือนเดิม "พรีม จะออกไปพร้อมกับลุงเลยมั้ย เดี๋ยวรอพี่แพทก่อนแล้วเราออกไปพร้อมกัน" "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พรีมไปเองได้ เดี๋ยวคุณหญิงจะไม่พอใจเอานะคะคุณลุง ^_^" เธอพูดกับผู้เป็นพ่อด้วยรอยยิ้มเหมือนทุกครั้ง แต่ไม่ลืมที่จะเอ่ยถึงใครอีกคนที่ไม่ชอบหน้าเธอมากๆ "พรีมไปก่อนนะคะ" "เดี๋ยวยัยพรีม!" "มีอะไรหรือเปล่าคะพี่แพท" เธอถามพี่สาวที่เรียกเธอ "ฝากเอาเอกสารไปส่งให้ฉันหน่อยสิ เดี๋ยวฉันต้องไปเข้ากิจกรรมอีก" "เอกสารอะไรเหรอคะ?" "ไม่ต้องถามมากแค่เอาเอกสารไปส่งให้ฉันก็พอ" "งั้นพี่ก็คงต้องเอาไปส่งเองนะคะ เช้านี้พรีมก็ไม่ว่างเหมือนกัน" เธอต้องรีบเอารายงานไปเข้าเล่มอีก วันนี้เธอจึงค่อนข้างไปมหาลัยเช้ากว่าปกติ "พรีมไปก่อนนะคะ" "พรีม! ยัยพรีม!" "พอแล้วแพท น้องก็มีธุระต้องไปทำเหมือนกัน" เสียงตะโกนเรียกดังจากข้างหลังเธอ แต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอกลับไปเอาเอกสารนั่นหรอกนะ เพราะเธอรีบมากจริงๆ และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่แพทชอบให้เธอทำอะไรให้ โดยที่ตัวเองนั้นก็ไม่ได้ยุ่งหรือมีธุระอะไรมากมาย ร่างบางรอรถเมล์ไม่นานก็รีบขึ้นไปทันที จนกระทั่งมาถึงหน้ามหาลัยของเธอ จึงรีบลงจากรถแล้วไปหาเพื่อนสนิทที่นัดกันไว้ "พรีม/พรีม!" "โทษทีที่มาช้า" "แค่ 10 นาทีเองไม่เป็นไรหรอก" "เฟิร์น" "ฉันไม่ได้ว่าอะไรจริงๆ นะ :-)" "จ้าาา" เฟิร์นคือเพื่อนคนสนิทของเธอ เราทั้งคู่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่มัธยมจนตอนนี้ก็เรียนมหาลัยเดียวกัน แต่คนละคณะ เธอกับเพื่อนคนนี้เรียกได้ว่าสนิทกันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ถึงแม้เฟิร์นจะดูเป็นคนพูดตรงๆ ห้าวๆ แต่ขอบอกเลยว่ายัยนี่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอจริงๆ "แล้วนี่ไปเที่ยวกับครอบครัวที่แสนจะอบอุ่นมาคงไม่ได้แผลกลับมาหรอกนะ" "อย่ามาประชด" เธอคิดถึงตอนที่ไปต่างประเทศก็อดคิดถึงบรรยากาศแบบนั้นไม่ได้เลยจริงๆ เพราะเธอเป็นคนชอบฤดูหนาวเอามากๆ เลยน่ะสิ "ก็มันจริงนี่" "ไม่มีหรอกน่า ฉันเชื่อฟังคุณหญิงกับพี่แพททุกอย่าง!" เธอพูดด้วยรอยยิ้ม แต่ถึงอย่างนั้นภายในใจเธอกลับไม่ยิ้มตามเลย "เหอะ! พวกนั้นคงอยากให้แกเป็นครอบครัวเดียวกันหรอกนะ อ่อ ยกเว้นลุงของแกน่ะ" "เฟิร์น!" "ตกลงแกจะไม่ย้ายคณะจริงๆ" "อืม เปลี่ยนใจแล้วล่ะ ถึงไม่มีเพื่อนผู้หญิงก็ยังทีเพื่อนผู้ชาย" "ยัยพวกนั้นก็ยิ่งหมั่นไส้แกอีกน่ะสิพรีม คิดให้ดีๆ ล่ะ เฮ้อออ...อย่างว่าแหละนะเพื่อนฉันมันสวยจริงๆ" "หยุดพูดไร้สาระได้แล้วน่า ไปกันเถอะ เดี๋ยวรายงานของฉันจะไม่เสร็จจริงๆ เพราะมัวแต่คุยกับแกอยู่เนี่ย" "อืม" ทั้งสองคนรีบเดินไปที่ร้านถ่ายเอกสารของมหาวิทยาลัยและรีบเข้าเล่มรายงานของตัวเองทันที หลังจากนั้นจึงแยกย้ายกันไปที่คณะของตัวเอง _____________ วันนี้เธอมีเรียนแค่วิชาเดียว แต่กลับรู้สึกเหมือนเรียนหลายวิชายังไงไม่รู้สิ ตั้งแต่ที่เธอเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เธอคิดว่ามันจะดีกว่าม.ปลายซะอีก แต่กลับกันมันทั้งยาก งานก็เยอะ ยิ่งเธอไม่มีเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกันเลยนั้นยิ่งยากเข้าไปอีก เฮ้อ นี่แค่ปีแรกเองนะ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองจะไปไม่รอดซะแล้วสิ... "สำหรับเด็กปี 1 ที่เพิ่งจะสนิทกันได้ไม่นาน อาจารย์คิดว่าโปรเจคที่อาจารย์ให้ทำจะช่วยทำให้พวกเราสนิทกันมากขึ้นนะคะ...." อาจารย์พูดถึงเรื่องรายงานกลุ่มที่ไม่ว่าวิชาไหนก็จะมีงานกลุ่มกันทั้งนั้น นี่เป็นวิชาที่ 3 แล้วที่เธอต้องทำงานกลุ่ม "ส่งความคืบหน้าให้อาจารย์อาทิตย์หน้านะคะ" พออาจารย์พพูดจบก็เดินออกไปทันที ครืดดด! กึก! ระหว่างที่พรีมกำลังเก็บของอยู่นั้น เพื่อนผู้ชายที่เรียนเอกเดียวกันก็เดินเข้ามาหาเธอ "พรีม" "หืม?" "มีกลุ่มอยู่มั้ย อยู่กลุ่มเดียวกันหรือเปล่า" เขาถามเธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง "ฉันอยู่ได้เหรอ?" ฉันถามกลับทันทีพลางมองไปรอบๆ ห้องที่มีเพื่อนคนอื่นกำลังมองมาที่ฉันอยู่ ผู้ชายที่เข้ามาทักพรีมนั้นเป็นถึงเดือนคณะ และก็คงไม่ต้องพูดถึงความหล่อ เก่ง เพราะเขานั้นมีครบจริงๆ "อยู่ได้ดิ ตกลงหรือเปล่า" "อืม" "ถ้าจะทำเดี๋ยวบอกอีกทีแล้วกัน" "อืม" หลังจากที่เพื่อนผู้ชายคนนั้นเดินออกไป ทุกสายตาของพวกผู้หญิงต่างมองมาที่ร่างบางพร้อมกับหันไปซุบซิบกัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงได้ยินมันอยู่ดี แต่แค่ไม่ใส่ใจ เพราะเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เปิดเทอมแล้ว เธอก็ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงเหมือนกันว่าทำไมเพื่อนถึงไม่พูดหรือไม่คุยกับเธอเลย ทั้งๆ ที่เธอก็พยายามเข้าหามาโดยตลอด แต่กลับโดนเมินทุกครั้ง เธอจึงเลือกที่จะคุยกับเพื่อนผู้ชายมากกว่า เพราะรู้สึกสบายใจ ไม่ต้องมานั่งปั้นหน้าเข้าหากัน เหนื่อยเปล่าๆ หลังจากที่เรียนเสร็จ ร่างบางเดินออกมาที่หน้ามหาวิทยาลัยคนเดียว เพราะเพื่อนสนิทของเธอนั้นมีเรียนตอนบ่ายอีกเธอจึงกลับคนเดียว เธอเลือกที่จะนั่งรถเมล์เพื่อไปห้างแห่งหนึ่งใจกลางกรุง เพราะต้องการที่จะซื้ออุปกรณ์วาดภาพ ซึ่งเป็นงานอดิเรกของเธอ ตึก...ตึก...ตึก เธอเดินไปที่มุมประจำก่อนที่สอดสายตามองหาอุปกรณ์วาดภาพ พอเห็นสิ่งที่ต้องการจึงเดินเข้าไปหยิบมันทันที พรึ่บ! "อ่ะ!" "หืม" "เอาก่อนเลยค่ะ ^_^" "ขอบใจนะจ๊ะหนู" เธอมองหญิงวัยกลางคนที่กำลังเลือกแผ่นกระดาษวาดภาพ ดูจากใบหน้าที่ยังดูสวย อ่อนวัยเหมือนกับว่าดูแลตัวเองอย่างดี รวมถึงท่าทางและการแต่งตัวของท่านแล้วคงเป็นคนมีฐานะแน่นอน "หนูชอบวาดภาพเหรอจ๊ะ" "คะ!" เพราะมัวแต่เหม่อมอง จึงตกใจเล็กน้อยที่คุณน้าคนนี้พูดกับเธอ "อ่อ ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ แต่แค่วาดเป็นงานอดิเรกเฉยๆ ค่ะ" "แบบนี้นี่เอง อ่ะ! ฉันเลือกเสร็จแล้วล่ะจ๊ะ" "ค่ะ ^_^" พรึ่บ! ตุบ! "คุณน้าคะ! เป็นอะไรหรือเปล่าคะ" เธอประคองแขนท่านไว้อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าท่านทำท่าจะล้มลง "ฉันเวียนหัวนิดหน่อยน่ะจ๊ะ ขอบใจมากนะหนู" "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณน้าไหวมั้ยคะ" เธอถามท่านด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่สายตาจะสอดส่องหาคนที่คิดว่าจะมากับท่านด้วย "คุณน้ามากับใครเหรอคะ" "ฉันนั่งรถมาคนเดียว คิดว่าจะออกมาซื้ออุปกรณ์พวกนี้เสร็จก็จะกลับแล้วล่ะจ๊ะ อีกอย่างแอบลูกชายมาด้วยน่ะ" ท่านกระซิบประโยคหลังให้ฉันฟัง จนฉันอดยิ้มไม่ได้จริงๆ "คุณน้าโทรให้ลูกชายมารับสิคะ หนูว่ามันจะดีกว่าถ้านะนั่งแท็กซี่กลับคนเดียวนะคะ" "ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ บ้านฉันอยู่ใกล้แค่นี้เอง ขอบใจมากนะจ๊ะหนูที่เป็นห่วง" "ค่ะ" ร่างบางได้แต่ยืนมองหญิงวัยกลางคนคนนั้นเดินจากไปนิ่งๆ แล้วเดินเลือกซื้อของที่เหลือต่อจนเสร็จสิ้น.... ตึก...ตึก...ตึก "เอ๊ะ นั่นคุณน้าคนนั้นนี่นา" เธอเดินเข้าไปหาท่านที่นั่งรอใครอยู่ "ยังไม่กลับอีกเหรอคะ" "อ้าว หนูนี่เอง ยังหรอกจ้ะ ฉันกำลังรอลูกชายมารับน่ะ แล้วหนูล่ะจ๊ะซื้อของเสร็จเรียบร้อยดีใช่มั้ย" "ค่ะ หนูกำลังจะกลับแล้วเจอคุณน้าก่อน" "เอ๊ะ! นั่นไงรถลูกชายฉัน หนูมายังไงจ๊ะ" ท่านหันมาหาเธอพร้อมกับถามด้วยรอยยิ้ม "อ่อ นั่งรถเมล์มาค่ะ ลูกชายคุณน้ามาแล้ว งั้นหนูกลับก่อนนะคะ" "เดี๋ยวฉันไปส่งหนูดีกว่านะ จะได้ตอบแทนที่หนูช่วยฉันก่อนหน้านี้" "ไม่เป็นไรค่ะคุณน้า" เธอที่กำลังจะเดินออกไป เพราะไม่อยากให้ท่านไปส่งนั้นก็ต้องรีบประคองท่านอีกครั้ง เพราะดูท่านกำลังจะล้ม พรึ่บ! "คุณน้า!" เกือบไปแล้ว "เดี๋ยวหนูประคองไปที่รถนะคะ" เธอพาท่านเดินไปข้างหน้าที่มีรถยนต์คันหรูกำลังขับเข้ามาจอดตรงหน้าเธอพอดี "ค่อยๆ เดินนะคะ" "ขอบใจมากนะจ๊ะ" หมับ! "ทำอะไรแม่ฉัน!!" "เฮือกกก!!" พรึ่บ! กึก! ตุบ! "โอ๊ย!" เธอถูกผลักออกอย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัวจึงล้มลงกับพื้นอย่างแรง ก่อนที่จะร้องออกมาด้วยความเจ็บแล้วเงยหน้าขึ้นมองคนที่ผลักเธออย่างไม่พอใจ "มาผลักฉันทำไมเนี่ย! ซี๊ดดดด!" เจ็บชะมัดเลย! "คิไล!" "เธอเป็นใคร!" ".....!!"🔷🔷🔷🔷📍เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย👇คอมเมนต์กันเข้ามาได้น๊าา🙏🥹😍1 สัปดาห์ต่อมา... ข่าวคราวของคิไลและพรีมดังกระฉ่อนไปทั่วมหาวิทยาลัย ต่อจากข่าวของดีเคย์และเลิฟ ถึงแม้ว่าจะมีข่าวเรื่องความรักของพวกเขา แต่ยังไงการใช้ชีวิตของเธอก็เป็นปกติตามเดิม "พวกฉันกลับก่อนนะพรีม" "อื้ม" เธอโบกมือให้กับเพื่อนทั้งสอง ก่อนที่ตัวเองจะเดินเข้าไปที่ใต้ตึกสภาเพื่อรอคนรัก เพราะทั้งสองนัดกันไว้ว่าจะไปทานข้าวกับแม่ของเขาที่บ้าน สายตาหลายคู่มองมาที่เธอแล้วหันไปกระซิบกระซาบกัน แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ก่อนที่เธอจะก้มหน้าทำอะไรบางอย่างเพื่อรอเขา "ทำไมไม่โทรมา" เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ทำให้เธอรีบเก็บกระดาษวาดภาพของตัวเองทันทีเพื่อไม่ให้เขาเห็น "พรีมไม่ได้รอนานค่ะ อ่ะ สวัสดีค่ะพี่เลิฟ" "จ๊ะ ไว้ถ้าว่างตรงกันเมื่อไหร่ไปเที่ยวกันนะ" "ค่ะ" "เอ่อ...คิไล ดีเคย์?" "อยู่ข้างบน" "อ่อ งั้นพี่ไปก่อนนะ" เธอยิ้มให้กับพี่เลิฟ แฟนของพี่ดีเคย์ ก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาพี่คิไลที่กำลังมองเธออยู่ "ไปกันเถอะค่ะ คุณน้าคงรอนานแล้ว" "วันนี้วันอะไร" จู่ๆ คิไลก็ถามเธอขึ้นมา แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเธอ เขาก็ถึงกับถอนหายใจแล้วเดินไปข้างหน้าทันที "
ซ่าาาา...ซ่าาาา ซ่าาาา... "กรี๊ดดดดด ฮ่าฮ่าฮ่า" เสียงคลื่นทะเลที่ซัดกระทบฝั่งอย่างแรงทำให้หญิงสาวที่กำลังเล่นน้ำทะเลอยู่ส่งเสียงร้องออกมาแล้วก็หัวเราะคนเดียว พอหันกลับไปมองลืมตาชายหนุ่มที่นั่งมองเธออยู่เธอก็ยิ้มให้เขาแล้วตะโกนเรียกให้มาเล่นน้ำทะเลด้วยกัน "มาเล่นด้วยกันสิคะพี่คิไล วันนี้วันสุดท้ายแล้วนะคะ!" เมื่อคืนก่อนหลังจากที่พวกเพื่อนๆ รวมถึงครอบครัวของพี่ดีเคย์ที่มาเซอร์ไพรส์ให้กับพี่เลิฟในการขอแต่งงานก็เสร็จสิ้นไปด้วยดี ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนั้นสร้างความประทับใจให้กับเธอจริงๆ เธอคิดว่าต่อจากนี้ชีวิตของรุ่นพี่ทั้งสองจะต้องมีความสุขที่สุด เพราะมีของขวัญสุดแสนจะพิเศษที่อยู่ในท้องของพี่เลิฟด้วย "ขึ้นมาได้แล้ว เดี๋ยวจะเป็นหวัด" เสียงเข้มเอ่ยเรียกเธอ "ขออีก 10 นาทีค่ะ" เธอต่อรองเวลาราวกับเด็กน้อย ซึ่งเขาก็ยอมให้อยู่ดี หญิงสาวก็ยังคงเล่นต่ออีกสักพัก ซึ่งเธอเล่นมาประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วและตอนนี้ก็เริ่มมืดมากแล้ว เพราะเธอเลือกที่จะเล่นน้ำในช่วงเย็นแทนที่จะเล่นในตอนกลางเช้าหรือกลางวัน เพราะเธอมัวแต่ไปเที่ยวที่อื่นกับชายหนุ่ม หลังจากที่ได้เล่นน้ำทะเลอย่างพอใจแล้ว ร่างบางเดินเข้า
"พี่รักเธอ พรีมายา" "พี่รักเธอ พรีมายา" หมับ! "พรีม!" "เฮือกกก!!" "เป็นอะไรของแกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว อย่าบอกนะว่าเขินที่พี่คิไลบอกรักอ่ะ" "เฟิร์น!" ฉันไม่น่าบอกยัยเพื่อนคนนี้เลยจริงๆ ถึงแม้ว่าจะผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วก็ตาม แต่คำพูดที่พี่คิไลบอกรักเธอในคืนนั้นมันก็ยังคงดังก้องกังวานอยู่ในหัวของเธอมาตลอด เธอคิดว่าตอนนั้นตัวเองอาจจะหูแว่วไปด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังย้ำคำเดิมมันถึงทำให้เธอช็อกจนทำตัวไม่ถูกมาจนถึงทุกวันนี้ ที่พอเจอหน้าเขาทีไรเธอก็จะหน้าแดง หัวใจเต้นรัวเร็วตลอดแม้ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ที่เดียวกับเขาก็ตาม "ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันดูแกออกนะ" "ฉันไม่น่าเล่าให้แกฟังเลย" "แกไม่เล่าฉันก็พอดูออกแหละ แต่ไอ้เรื่องที่บอกรักเนี่ย พี่เขาบอกรักแกยังไงเหรอ?" เฟิร์นคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ "ไม่บอก! กลับกันได้แล้ว" "โอเคๆ" หลังจากนั้นทั้งสองสาวก็เดินออกจากห้างแล้วเฟิร์นที่เป็นเพื่อนของพรีมก็ไปส่งเธอที่บ้านหลังหนึ่งที่เธอเคยมาส่งเมื่อวันก่อน กึก! "ขอบใจนะที่ไปช่วยเลือกเป็นเพื่อน" "สบายมาก อ่อ มีชุดหนึ่งที่ฉันอยากให้แกใส่เป็นพิเศษ อย่าลืมเอาไปด้วยล่ะ" "หืม? ชุดอะไรเหรอ แกช่วยฉันเลือกแค่ชุดว่ายน
1 สัปดาห์ต่อมา... หลังจากที่ผ่านสถานการณ์เลวร้าย ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แต่ยังมีเรื่องหนึ่งที่ทำให้หญิงสาวนั่งเหม่อคิดเรื่องอะไรบางอย่างในหัวตลอดช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ก็คือเรื่องของครอบครัวลุงเธอ ที่ตอนนี้ยังอยู่ในเรือนจำและพอเธอจะขอเยี่ยมก็ไม่ได้อีก เพราะทั้งสองคนไม่อยากพบเธอ ไหนจะเรื่องของพี่แพทที่ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพราะปัญหาสุขภาพจิตที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนมันทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เพราะครอบครัวนั้นก็เป็นคนเลี้ยงดูเธอมาจนถึงทุกวันนี้ ชายหนุ่มที่สังเกตเธอมาตลอดตัดสินใจถามเธอ เพราะตอนแรกเขาคิดว่าเธอจะเล่าให้เขาฟังเอง แต่เธอกลับเก็บมันไว้ในใจคนเดียว "เหม่ออะไร" "เปล่าค่ะ แล้วนี่เราจะไปกันได้หรือยังคะ?" เธอเปลี่ยนเรื่องทันที "อืม" "ไปกันเถอะค่ะ" "ชุดนี้?" "ค่ะ" พรีมยิ้มให้กับกับชายหนุ่ม แล้วเดินนำออกไปข้างนอกทันที เพราะถ้าขืนอยู่ที่ห้องต่อมีหวังเธอได้กลับไปเปลี่ยนชุดอีกแน่ เพราะก่อนหน้านี้เธอถูกเขาบอกให้เปลี่ยนไปสองชุดแล้วน่ะสิ! หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ขึ้นรถไปโดยที่ชายหนุ่มที่เป็นคนขับยังคงทำหน้าบึ้งตลอดทางจนมาถึงที่ผับของเพื่อนเขา และเมื่อ
"พบศพนายภพพิพัฒน์และลูกน้องถูกยิงเสียที่โรงแรมร้างแห่งหนึ่ง โดยคาดว่าคนร้ายจะเป็นคู่อริ ตอนนี้ยังตามจับตัวไม่ได้....." พรึ่บ! "ครอบครัวของนายภพพิพัฒน์ถูกตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการฆาตกรรมนายอัครเดชที่เสียชีวิตเมื่อ 2 ปีก่อน...." ไม่ว่าจะเปิดเข้าโซเชียลแต่ละแพลตฟอร์มหรือเปิดทีวีแต่ละช่องก็มีแต่ข่าวของนายภพพิพัฒน์และครอบครัวของเขา ที่ตอนนี้กำลังเป็นข่าวดังอย่างมาก พรึ่บ! กึก! "ในที่สุดผลกรรมก็ตามทันคนแบบนี้จนได้สินะ" เดม่อนเอ่ยขึ้น "ไม่ใช่กรรมแต่เป็นคิไลมากกว่านะ" ดีเคย์พูดพร้อมกับนั่งจิบกาแฟมองหน้าคิไล ตอนนี้ทั้งสามหนุ่มกำลังนั่งพูดคุยกันเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมาที่คอนโดที่พวกเขาชอบมาสิงสถิตกันที่นี่ เพราะหลังจากเกิดเรื่องผ่านไป 1 วันข่าวก็เผยแพร่ในทันที โดยที่มีเดม่อนและดีเคย์ให้ความช่วยเหลือคิไลในเรื่องของคดี "กูได้ยินว่ายัยแพทไม่ยอมพูดอะไรเลย? มึงอย่าบอกนะว่ายัยนั่นเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด?" เดม่อนถามคิไล "อืม" "คนไม่เคยเจออะไรแบบนี้คงช็อกไปเหมือนกัน แล้วถ้ายัยนั่นให้การว่าเป็นมึงที่ฆ่าพี่ชายตัวเอง?" "คงไม่มีใครเชื่อ" "เพราะมึงทำให้ยัยนั่นเป็นบ้าน่ะสิวะ กูเห็น
บรื้นนนน! ปัง! ปัง! เพล้ง! เอี๊ยดดด! รถยนต์จอดสนิทที่ริมทางเพราะถูกยิงที่ยางรถ ทำให้ชายหนุ่มและพวกลูกน้องที่ตามมาด้านหลังลงจากรถแล้วกระหน่ำยิงไปที่บุคคลที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด "ผมจะยิงสกัดพวกมันไว้ คุณคิไลตามมันไปกับคนที่เหลือของเรา!" ปัง! ปัง! เพล้ง! เพล้ง! คิไลกับพวกของเขาตามพวกมันที่ไปทางโรงแรมร้างที่อยู่ข้างทางด้านใน โดยเขาให้ลูกน้องแยกกันไปอีกทางหนึ่ง "จับเป็นไม่ได้ก็จับตายให้หมด!!" น้ำเสียงที่เอ่ยกับลูกน้องเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว ตึก...ตึก...ตึก เขาค่อยๆ เดินเข้าไปด้านในที่เต็มไปด้วยฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นที่ซ่อนตัวชั้นดีเลยสำหรับไอ้ภพพิพัฒน์! กึก! พรึ่บ! ปัง! ปัง! ปัง! เพล้ง! "damn!!" คิไลสบถออกมาเมื่อถูกลอบยิงจากด้านหลัง แต่เขาก็สามารถหลบลูกกระสุนได้ แล้วโต้กลับสวนไปในทันที ปัง! กึก! "วันนี้มึงได้ตายตามพ่อมึงไปแน่ไอ้คิไล!!" ภพพิพัฒน์ตะโกนขึ้นมาเสียงดังด้วยความเกลียดแค้น คิไลไม่ได้โต้ตอบอะไร เขาเพียงแค่ฟังเสียงที่มันพล่ามเพื่อหาต้นตอของเสียงนั้น "มึงอยากรู้มั้ยทำไมกูถึงฆ่าพ่อมึง!" "คุณคิไล..." ชู่~~ "ทางนั
หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยเสื้อคลุมยีนที่เข้ากับกางเกงยีนขายาวกับรองเท้าผ้าใบคู่ใจ ผมยาวถูกปล่อยสยายกลางหลัง ตอนนี้เธอกำลังยืนรอใครบางคนอยู่หน้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและเข้ายากมากอีกมหาวิทยาลัยหนึ่ง เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะสมัครที่นี่ให้เธอ เพราะทั้งค่าเทอมที่ดูจากนักศีกษาของที่นี่ก็รู้แ
สวบบบบ! "กรี๊ดดดด!" พรีมกรีดร้องเสียงดังลั่นเมื่อคิไลส่งแก่นกายร้อนเข้าไปในร่องสาวอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้ "แม่ง! แน่นว่ะ!" พรึ่บๆๆ "เจ็บ! อะ...เอามันออกไปนะ!" เธอดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมา "อย่าดิ้น!" "ไม่ๆๆ ฉะ...ฉันเจ็บ ฮึก!" ตุบๆๆ มือบางทุบอกแกร่งไม่หยุด แต่ก็ถูกมื
หลายวันผ่านไปทุกอย่างเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้งรวมถึงจิตใจของเธอที่เริ่มดีขึ้นมากกว่าเดิม พรีมายากลับมาสดใสขึ้นอีกครั้ง เพราะเธอพยายามตั้งสติและปล่อยผ่านกับเรื่องที่ผ่านมา วันนี้เธอมาเรียนตามปกติและกำลังนั่งรอเพื่อนที่ม้าหินอ่อนตรงหน้าตึกคณะ เพราะวันนี้เธอไม่มีกิจกรรมรับน้อง "น้องครับ" ".....
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "โอ๊ย!" ใบหน้าของหญิงสาวหันไปตามแรงตบจนเธอร้องเสียงหลงออกมา เพราะมันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดทางร่างกาย ทำให้เธอแทบไม่ได้สติแล้วในตอนนี้ หลังจากที่กลับมาจากบ้านหลังนั้น พรีมายาก็ถูกคุณหญิงของบ้านทำร้ายร่างกายด้วยความโกรธที่มาสวมรอยเป็นลูกสาวของท่าน ถึง







