เข้าสู่ระบบ“สักปีหน้า เด็ก ๆ โตขึ้นอีกหน่อย เราน่าจะพากันไปเที่ยวทั้งครอบครัวนะ” พี่สาวของไลออนเป็นคนเปิดประเด็นขึ้นมา เพราะเธอเองก็คิดถึงครอบครัวตัวเองทางฝั่งนี้มาก ๆ แต่ด้วยภาระเรื่องลูก ๆ และงานของสามีทำให้เธอขยับตัวไปไหนมาไหนลำบาก“งั้นให้เหมาเครื่องบินไปทัวร์ยุโรปกันสักสองเดือนดีไหม?” ไลออนเองก็เหมือนจะเห
เสียงถาโถมกายเข้าหาเนื้อแนบเนื้อดังกังวาน ตับ ตับ ตับ...เตียงขนาดใหญ่โยกย้ายไปตามแรงขับเคลื่อน คนตัวเล็กยกมือขึ้นปิดริมฝีปากตัวเองแน่นไม่ให้เปล่งเสียงครางออกมาแม้ว่าจะทั้งจุกและเจ็บในช่วงแรก ๆ ริมฝีปากร้อนไซ้ตามลำคอก่อนจะลงไปบีบสองเต้าและสลับดูดดื่มน้ำนมสดจากเต้าของเธอ พร้อมกับขย่มเข้าหาไปพลาง ๆ บี
สามเดือนต่อมา แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอนใหญ่ที่ถูกดัดแปลงให้เหมาะสำหรับเลี้ยงเด็กอ่อน เสียงหัวเราะคิกคักเบา ๆ ดังขึ้นจากมุมห้อง ลิเดียกำลังนั่งพิงหมอนสามเหลี่ยม มือหนึ่งประคองลูกสาวตัวน้อย“ลูน่า” ที่กำลังดื่มนมจากอกแม่อย่างเพลิดเพลิน ส่วนอีกมุมหนึ่งของเตียง ไลออนกำลังนั่งกับลูกช
ณ ห้องคลอด โรงพยาบาลฮ่องกงวันที่ 31 ธันวาคมเวลา 23:30 น.เสียงร้องครวญครางของลิเดียดังก้องไปทั่วห้องคลอด เธอกัดฟันแน่น พยายามสูดลมหายใจเข้าออกตามที่หมอแนะนำ ความเจ็บปวดที่บีบรัดทั่วร่างทำให้เธอแทบหมดแรง ไลออนยืนอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง มือใหญ่ของเขากอบกุมมือเล็กของเธอแน่นจนเธอรู้สึกถึงความอบอุ่นนั้น“
“คืนนี้มันสวยงามราวกับความฝันเลยนะคะ” ลิเดียพูดเบา ๆ เสียงของเธอแทบจะกลมกลืนไปกับสายลม แต่ไลออนได้ยินทุกคำชัดเจน“แต่มันไม่ใช่แค่ฝันนะ… เพราะเราสองคนทำให้มันกลายเป็นความจริงแล้วนี่ไง” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น แฝงความรักและความมุ่งมั่นลิเดียหันหน้าขึ้นมาสบตาเขา ใบหน้าของเธออยู่ใกล้เพียงลมหายใจเดียว ไล
“ยังไม่หิวน่ะ ว่าแต่นี่ทำกระทงเองเหรอเลย?” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะยื่นมือใหญ่จับกลีบดอกบัวมาวางบนใบตองตามเธอ ซึ่งใบตองก็แหลกคามือของเขาเลย“….” ร่างสูงยิ้มเจื่อน ๆ เพราะจากที่จะช่วยทำน่าจะช่วยพังกระทงเสียมากกว่า“มือหนักแบบคุณน่ะ นั่งมองเฉย ๆ ดีกว่านะคะ” ลิเดียหยุดมือที่กำลังจัดดอกไม้แล้วหันมามองเขา
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ลีอองจะค่อย ๆ เปิดประตูเข้ามาอย่างช้า ๆ ดวงตาคมของเขาสะท้อนความเป็นห่วงมากมายที่ฝังอยู่ภายในใจ ร่างสูงเดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงของผู้ป่วย“ลิเดีย...นี่พี่เองนะ” เขาเอ่ยแนะนำตัวเองด้วยท่าทีประหม่าเล็กน้อย ลิเดียจ้องมองใบหน้าของเขานิ่ง ๆ สายตาของเธอในตอนนี้มัน
“…ไหวไหม?” ในตอนที่ลีอองพยุงดินลุกขึ้นมาตั้งท่าจะเดินตามหลังพวกเขาไป “กูอนุญาตให้เข้าแค่คนในครอบครัวเท่านั้น ฟังภาษาคนไม่เข้าใจรึไง?” “ว่า... คนนอกไม่เกี่ยว” ดินที่ยืนข้างลีอองพูดแทรกทันที “แต่คุณลีอองกับคุณหนูเป็นนายกู กูต้องดูแล” “ถุย!” ไลออนถ่มน้ำลายใส่หน้าดิน เสียงของมันดังสะท้อนในความเงียบ
“มึงฟังนะ...ใจจริงกูก็ไม่ได้กีดกันให้มึงเจอลิเดียหรอก” ไลออนพูดเสียงเย็น มือหนาโอบเอวลิเดียแน่นขึ้น ก่อนจะรั้งเธอให้มาหลบอยู่ด้านหลังของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ ลีอองจ้องตาเขม็ง “เหอะ ๆ ๆ มึงพูดเหมือนตัวเองเป็นนักบุญ...สุภาพบุรุษที่ดูแลปกป้องน้องกูอย่างดี” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย เขายิ้มเย็น
ดวงตาคมกริบของทั้งสองส่องประกายแห่งความคั่งแค้นและไม่ลดละ ความเงียบที่ปกคลุมบริเวณหน้าห้องฉุกเฉินกลับเต็มไปด้วยความกดดัน สำหรับไลออนถ้าลีอองไม่ใช่พี่ชายแท้ ๆ ของลิเดียเขาก็คงไม่เอาไว้เช่นกัน ผ่านไปเพียงแค่ไม่ถึงสิบนาที เสียงเปิดประตูฉุกเฉินก็ดังขึ้น หมอที่ดูแลลิเดียเดินออกมาในชุดกาวน์สีขาวสะอาด ดวง







