LOGINฝนกำหมัดแน่น เตรียมจะพุ่งเข้าไปสั่งสอน แต่สายตาของเจ๊วีที่กวาดมองไปรอบ ๆ ดันไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างเสียก่อน
สายตาของนางไปหยุดอยู่ที่มุมมืด ที่ซึ่งรามยืนอยู่
แสงไฟสปอตไลต์สาดผ่านพอดีเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคาย จมูกโด่งเป็นสัน และรูปร่างสูงใหญ่ที่ดูแข็งแกร่งสมชายชาตรีภายใต้ชุดสูทพอดีตัว
เจ๊วีชะงักค้าง พร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว นางเลียริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว อารมณ์โกรธเมื่อกี้หายวับไปราวกับเล่นละคร
“อุ๊ยตายของดี” ว่าแล้วเจ๊วีสะบัดผมยาวสลวย เดินนวยนาดตรงเข้าไปหาราม ท่าทางเหมือนแมวยั่วสวาทที่เจอเหยื่ออันโอชะ
รามยืนนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แต่แววตาสีฟ้าครามฉายแววรังเกียจและระแวดระวัง เขาไม่ขยับหนีเพราะหน้าที่คือการรักษาความปลอดภัยและสังเกตการณ์
“น้องสุดหล่อ” เจ๊วีเดินเข้าไปประชิดตัวรามจนหน้าอกหน้าใจไซซ์บึ้มแทบจะเกยอกเขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฉุนกึกปะทะจมูก
“ไม่ต้องเอาน้องท็อปแล้วก็ได้ เจ๊เอาคนนี้ คืนนี้ไปนั่งดริงก์กับเจ๊นะจ๊ะ เจ๊จ่ายไม่อั้น หรือจะให้เจ๊เลี้ยงดูปูเสื่อก็ได้นะ เจ๊เลี้ยงไหว” มือเรียวสวยที่เต็มไปด้วยแหวนเพชรเม็ดโตเอื้อมไปหมายจะลูบไล้แผงอกกว้างของชายหนุ่ม
รามเกร็งตัวแข็งทื่อ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ขากรรไกรขบแน่นจนเป็นสันนูน เขาเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ทำร้ายผู้หญิง แต่เขาก็ขยับตัวถอยหลังหนีหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะ
“อย่าเล่นตัวสิจ๊ะ” เจ๊วีไม่ยอมแพ้ ยิ่งหนียิ่งตาม “หน้าตาแบบนี้เป็นดาราได้เลยนะเนี่ย มามะ ให้เจ๊เช็กของหน่อยว่าแน่นจริงไหม”
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่น ไม่ใช่เสียงตบหน้า แต่เป็นเสียงมือเรียวยาวของฝนที่พุ่งเข้ามาปัดมือของเจ๊วีออกอย่างแรง จนเจ๊วีเซถลา
ฝนก้าวเข้ามายืนขวางหน้ารามไว้ราวกับแม่เสือหวงลูก อกกระเพื่อมด้วยความโกรธที่พุ่งปรี๊ดทะลุปรอท
‘กล้าดียังไงจะมาจับของของฉัน มือคู่นั้นฉันยังไม่ได้จับเลยนะยะ หล่อนเป็นใครมาแตะต้อง’
“โอ๊ย นังบ้า แกตีมือฉันทำไม” เจ๊วีกรีดร้องพลางลูบมือตัวเองป้อย ๆ จ้องหน้าฝนด้วยสายตาอาฆาต
ทว่าฝนกลับเชิดหน้าขึ้นใส่ “ขอโทษนะคะ คุณพี่” เธอเน้นคำว่าคุณพี่ด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “สินค้าในร้านนี้มีไว้บริการ แต่คนนี้ของส่วนตัวค่ะ”
“ไม่ได้มีไว้ขายและไม่ได้มีไว้โชว์ เชิญคุณกลับไปหาเสี่ย เอ้ย กลับไปหาคนดูแลที่บ้านเถอะค่ะ แล้วก็เก็บเงินไว้ฉีดโบท็อกซ์ดีกว่า อย่ามาเปย์ผู้ชายแถวนี้เลย อายเด็กมันเปล่า ๆ”
“อีเด็กเวร แกกล้าด่าฉันเหรอ ได้ เดี๋ยวแกรอฉันเลย” พูดจบเจ๊วีก็เดินออกจากร้านไป แต่ไม่นานนักก็กลับมาใหม่พร้อมกับเสียงที่ตะโกนแข่งกับเสียงเพลง “พังร้านมันเดี๋ยวนี้ เอาอีเด็กปากดีนี่มาตบสั่งสอน”
สิ้นเสียงคำสั่ง ลูกน้องร่างยักษ์สามคนก็พุ่งเข้ามาทันที และเป้าหมายก็คือฝนธิดา แต่ครั้งนี้ฝนไม่ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว เพราะเธอรู้ดีว่า กำแพงข้างหลังเธอนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน
วูบ
เงาสีดำเคลื่อนที่ผ่านตัวเธอไปอย่างรวดเร็ว รามก้าวออกมาจากด้านหลังฝน ทิ้งมาดบอดี้การ์ดผู้เงียบขรึมเหลือเพียงสัญชาตญาณนักล่าที่ถูกปลุกให้ตื่น
ลูกน้องคนแรกง้างหมัดจะต่อย รามย่อตัวหลบหมัดนั้นอย่างง่ายดาย แล้วสวนด้วยการกระแทกฝ่ามือเข้าที่ปลายคาง ปึก ร่างยักษ์หน้าหงาย ถอยหลังเซไปชนพวกเดียวกัน
คนที่สองคว้าขวดเหล้าบนโต๊ะวิ่งเข้าใส่ แต่รามก็เตะตัดขาจนมันเสียหลักล้มคว่ำก่อนเหยียบข้อมือที่ถือขวดเหล้าของมันเต็มแรง
กร๊อบ
“อ๊ากกกก” เสียงร้องโหยหวนดังลั่นร้าน
คนที่สาม ซึ่งตัวใหญ่ที่สุดพยายามจะอ้อมไปจับตัวฝน
“อย่าแตะต้องเธอ” รามคำรามเสียงต่ำที่เย็นยะเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็งก่อนพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อเจ้ายักษ์นั่น แล้วเหวี่ยงมันข้ามไหล่ด้วยท่าทุ่มยูโดที่สวยงามและรุนแรง
โครม
ร่างใหญ่ยักษ์กระแทกโต๊ะกระจกจนแตกละเอียด นอนร้องครวญครางหมดสภาพในพริบตา
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รามยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางร่างของชายฉกรรจ์สามคนที่นอนเกลื่อนพื้น เขาขยับคอเสื้อสูทเล็กน้อย จัดเนคไทให้เข้าที่ ไม่มีความเหนื่อยหอบ ไม่มีรอยยับ มีเพียงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจนเจ๊วียืนขาสั่นพั่บ ๆ
เจ๊วีหน้าซีดเผือด ความสวยที่ภูมิใจนักหนาช่วยอะไรไม่ได้ในสถานการณ์นี้
รามค่อย ๆ หันไปมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่าก่อนผายมือไปทางประตูร้าน “เชิญครับ”
เจ๊วีกัดฟันกรอด ทั้งโกรธทั้งอาย นางรีบสะบัดหน้า เดินกระแทกส้นสูงหนีออกไปอย่างทุลักทุเล ไม่หันมามองลูกน้องตัวเองด้วยซ้ำ
“ฝะ ฝากไว้ก่อนเถอะ ฉันจะฟ้องผัวฉัน ร้านแกเละแน่” เสียงตะโกนอาฆาตดังแว่วมาไกล ๆ
เมื่อศัตรูจากไป เสียงปรบมือเกรียวกราวก็ดังขึ้นจากลูกค้าและพนักงานในร้าน รามถอนหายใจยาว ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด ก่อนหันกลับมามองฝนด้วยความเป็นห่วง
“บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ”
ฝนยืนยิ้มแป้น ดวงตาเป็นประกายวิบวับยิ่งกว่าเดิม เธอเดินเข้าไปใกล้เขาแล้วใช้นิ้วจิ้มที่ต้นแขนแข็ง ๆ ของเขาเบา ๆ
“พี่ไม่เจ็บหรอก แต่รามน่ะ เจ็บมือไหม ต่อยซะแรงเชียว”
“ไม่ครับ” รามตอบสั้น ๆ
“ดีแล้ว” ฝนเขย่งปลายเท้าขึ้น กระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาบอดี้การ์ดหนุ่มขนลุกซู่เป็นครั้งที่ร้อย
“ขอบใจนะที่ปกป้อง ทำงานดีแบบนี้ เดี๋ยวคืนนี้พี่มีรางวัลพิเศษให้”
รามกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หูแดงเถือกขึ้นมาทันที เขาได้แต่ภาวนาในใจว่าขอให้เป็นโบนัสเงินสด ไม่ใช่โบนัสอย่างอื่นที่เขาต้องใช้ความอดทนทั้งชีวิตเพื่อต้านทานมัน
เช้าวันหยุดของโรงเรียนนานาชาติ แต่กับมนุษย์เงินเดือนนั้นคือวันธรรมดาวันหนึ่ง ณ อาคารกระจกสูงระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท กรีนพลัส คลีน เคมิคอล จำกัด (มหาชน)บรรยากาศในโซนออฟฟิศชั้นผู้บริหารวันนี้คึกคักไปด้วยพนักงานระดับหัวกะทิและหัวหน้าแผนกที่ถูกเรียกตัวมาปั่นโปรเจกต์ด่วน ทุกคนต่างสวมชุดทำงานนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และกองเอกสารกันอย่างจริงจังและเป็นมืออาชีพ จนกระทั่งสัญญาณแห่งความปั่นป่วนระดับสิบกะโหลกได้เดินทางมาถึงติ๊งเสียงลิฟต์ผู้บริหารเปิดออก ตามมาด้วยเสียงรองเท้าหนังขัดมันวับที่ก้าวเดินอย่างทรงพลัง เขาคือ วรา เฌอสรัล ประธานใหญ่ ปรากฏตัวในชุดสูทสีเทาเข้ม ทรงผมเซ็ตเนี้ยบไม่มีกระดิกเลยสักเส้น แม้จะวางมือจากการบริหารเต็มตัวไปแล้ว แต่มาดและความน่าเกรงขามก็ยังแผ่กระจายจนพนักงานที่เดินผ่านต้องรีบก้มหัวทักทายแทบไม่ทันทว่า วันนี้จุดศูนย์กลางของจักรวาลไม่ได้อยู่ที่วราแต่อย่างใด หากแต่อยู่ที่ก้อนซาลาเปาเดินได้ที่กำลังเดินอยู่ข้างขาของเขาต่างหากมือใหญ่ที่มีรอยเหี่ยวย่นตามวัยกำลังจูงมือเล็กป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบเอาไว้ด้วยความทะนุถนอมขั้นสุดเรย์ ไท
บ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ ควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบสุข แต่สำหรับครอบครัวที่มีสิ่งมีชีวิตวัยกำลังซนถึงสามคน คำว่าสงบ มักไม่มีอยู่จริงเมื่อแสงแดดอ่อน ๆ ยามบ่ายทาบทับลงบนพรมเปอร์เซียผืนหนากลางห้องนั่งเล่น ฝนในชุดสบาย ๆ กำลังนั่งไขว่ห้างยกแก้วอเมริกาโน่เย็นขึ้นจิบอยู่บนโซฟาตัวยาว ในขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองเอกสารสรุปผลประกอบการผ่านหน้าจอแท็บเล็ต‘ถึงจะลูกสามแล้ว แต่ฝีมือของฉันก็ยังไม่ตก สงสัยต้องขอรางวัลจากคุณสามีสักหน่อย’ ฝนคิดในใจอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นตัวเลขกำไรที่พุ่งทะยานเกินเป้าหมายถัดไปเบื้องหน้าของหญิงสาว บนพรมผืนหนานั่นเต็มไปด้วยอาณาจักรของเล่นขนาดย่อม ทั้งกองทัพตุ๊กตาขนสัตว์และบล็อกไม้ที่ลุคซื้อมาให้ ล้วนถูกเทกระจาดเกลื่อนกลาด แต่ของเล่นราคาแพงเหล่านั้นกลับถูกเมินเฉยไปโดยสิ้นเชิง เพราะความสนใจของ ริริน และ รียา แฝดหญิงวัยสองขวบ แก้วตาดวงใจของรามกำลังพุ่งเป้าไปที่สิ่งอื่น... กล่องเครื่องประดับบุกำมะหยี่สีแดงของแม่ที่แง้มไว้และสายตาของสองแฝดก็ดันปะทะเข้ากับเข็มกลัดเพชรแท้ล้อมทับทิมดีไซน์อลังการที่วราเพิ่งไปปาดหน้าชาวบ้านทำการประมูลมาด้วยราคาสูงลิ่ว พร้อมคำสั่งประกาศิตว่า ‘เก
เสียงเจื้อยแจ้ว เสียงหัวเราะ และเสียงกรีดร้องวิ่งไล่จับกันดังระงมไปทั่วสนามหญ้าเทียมของโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ กลับมีมุมหนึ่งของสนามเด็กเล่นที่แผ่ซ่านไปด้วยรังสีความสงบเยือกเย็นณ โซนบ่อทรายขนาดใหญ่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ที่นั่นเด็กชายเรย์ ไทธัส หรือ เสี่ยเรย์ ในวัยสี่ขวบ กำลังยืนด้วยท่วงท่าที่ดูขัดกับวัยอย่างสิ้นเชิง ร่างอวบอ้วนในชุดนักเรียนปลดกระดุมคอออกสามเม็ด เผยให้เห็นสร้อยทองเก๊เกรดเอพรีเมียมเส้นเขื่องสะท้อนแสงแดดวิบวับ สองมือป้อม ๆ ไพล่ประสานกันอยู่ด้านหลัง แผ่นหลังตั้งตรง ยืดอกเชิดหน้า นัยน์ตาสีฟ้าครามที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างระแวดระวังเบื้องหน้าของเสี่ยเรย์คือ ปอนด์ เด็กชายร่างจ้ำม่ำที่กำลังคุกเข่าใช้พลั่วพลาสติกสีเหลืองตักทรายอย่างขะมักเขม้น โดยมีเพื่อนร่วมชั้นอนุบาล 1/2 อีกสามสี่คนคอยทำหน้าที่เป็นกรรมกรก่อสร้าง ช่วยกันลำเลียงทรายและน้ำมาปั้นเป็นรูปทรงปราสาทขนาดใหญ่ ซึ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระบบระเบียบภายใต้การคุมงานของลูกพี่เรย์‘อืม วันนี้ลูกน้องทำงานกันได้ดีมาก แบบนี้ต้องตบรางวัลซะหน่อย’ เสี่ยเรย์คิดในใจอย่างมาดมั่น มุมปากเล็ก ๆ ยกยิ้มอย่างพึงพอใจทว่าควา
หยาดฝนเม็ดเล็ก ๆ โปรยปรายลงมากระทบกระจกหน้าต่างรถยนต์คันหรูที่กำลังแล่นฝ่าการจราจรติดขัดของกรุงเทพมหานครในยามค่ำคืน แสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าและไฟท้ายรถยนต์สะท้อนเป็นเส้นสายพร่ามัว ทว่าสำหรับราม ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเบาะผู้โดยสารตอนหลัง ภาพเหล่านั้นไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเขาเลยแม้แต่น้อยอดีตบอดี้การ์ดผู้ก้าวขึ้นมาเป็นประธานบริษัทรักษาความปลอดภัยระดับโลก เอนศีรษะพิงพนักเบาะด้วยความเหนื่อยล้า ลำคอแกร่งถูกปลดเนกไทออกจนหลวมหลุดลุ่ย กระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทถูกปลดออกสองเม็ดเพื่อคลายความอึดอัด มือหนาหยาบกร้านยกขึ้นนวดหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นเป็นปมวันนี้เขาต้องรับมือกับการเจรจาธุรกิจที่ยืดเยื้อยาวนานถึงสิบสองชั่วโมงเต็ม สมองที่ถูกใช้งานอย่างหนักทำให้เขารู้สึกเหมือนพลังงานในร่างกายถูกสูบออกไปจนหมดเกลี้ยง‘เหนื่อยชะมัด อยากกลับไปกอดฝนกับลูกจะแย่แล้ว’ นัยน์ตาสีฟ้าครามที่เคยวางเฉยและเยือกเย็นเวลาอยู่ต่อหน้าลูกน้อง บัดนี้ทอประกายอ่อนล้าผสมกับความโหยหาอย่างลึกซึ้ง รามยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นมาดูเวลา เข็มสั้นชี้ที่เลขสองทุ่มตรง ซึ่งเป็นเวลาที่แก๊งฟันน้ำนมที่บ้านควรจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนแล้ว“เจย์ เหยียบ
เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ แสงแดดสาดส่องเข้าสู่วอล์กอินโคลเซต ทว่าอุณหภูมิภายในกลับคุกรุ่นด้วยรังสีความกดอากาศต่ำจากร่างสูงใหญ่ของผู้นำครอบครัวราม อดีตบอดี้การ์ดผู้ควบตำแหน่งประธานบริษัทรักษาความปลอดภัยระดับโลก กำลังยืนกลัดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งและเย็นชาประหนึ่งรูปสลัก นัยน์ตาสีฟ้าครามที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดวันนี้เขามีวาระการประชุมด่วนกับลูกค้าระดับวีไอพีจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นงานสำคัญที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือเลื่อนออกไปได้แต่สิ่งที่ทำให้สันกรามคมคายต้องขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ไม่ใช่เรื่องความเครียดจากงาน แต่เป็น ‘ภาพสะท้อน’ ในกระจกบานใหญ่ตรงหน้าต่างหาก“ฝน เปลี่ยนกระโปรงได้ไหมครับ” รามเอ่ยเสียงทุ้ม แฝงความเว้าวอนและคำสั่งในเวลาเดียวกัน“เปลี่ยนทำไม ทะมัดทะแมงดีออก จะได้เดินตามจับแฝดได้ถนัดไง” ฝนเลิกคิ้วพลางหมุนตัวเช็กความเรียบร้อยอยู่หน้ากระจกเงาบานเต็มตัววันนี้หญิงสาวมาในลุคที่ทำให้คนเป็นสามีถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอสวมเสื้อไหมพรมคอเต่าสีครีมพอดีตัวที่ขับเน้นความอวบอิ่มของทรวดทรงอย่างชัดเจน จับคู่กับกระโปรงหน
บ่ายวันอาทิตย์อันแสนสงบสุข ช่างเป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่าและหาได้ยากยิ่ง หลังจากต้องเผชิญกับความวุ่นวายตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นงานที่บริษัทรปภ. หรือการรับมือกับป๊าวราที่ชอบสรรหาเรื่องปวดหัวมาให้ไม่เว้นวันณ ห้องนั่งเล่นกว้างขวางของคฤหาสน์หรู เครื่องปรับอากาศคอนโทรลอุณหภูมิไว้อย่างเย็นฉ่ำ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลอดผ้าม่านโปร่งเข้ามาตกกระทบบนพรมเปอร์เซียสีขาวสะอาดตาราม ไรวินท์ ตอนนี้อยู่ในสภาพที่ผ่อนคลายที่สุด ชายหนุ่มสวมเพียงเสื้อยืดคอวีสีขาวที่ขับเน้นมัดกล้ามเนื้อ จับคู่กับกางเกงวอร์มสีเทาสบาย ๆ ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวนอนหงายเหยียดยาวอยู่บนพรมหนานุ่ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างลึกซึ้ง เส้นผมสีน้ำตาลทองที่มักจะเซตเนี้ยบกริบตกลงมาปรกหน้าผากอย่างไม่เป็นทรง ฝน ฝนธิดา ซีอีโอสาวจอมแสบขอตัวขึ้นไปแช่น้ำอุ่นบนห้องนอน ส่วน เสี่ยเรย์ ลูกชายคนโตก็กำลังง่วนอยู่กับการต่อเลโก้ปราสาทในห้องเด็กเล่น คฤหาสน์ทั้งหลังจึงดูเงียบสงบราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ทว่าความสงบสุขมักเป็นเพียงภาพลวงตาก่อนพายุลูกใหญ่จะพัดมาเสมอแกร๊กบานประตูห้องนั่งเล่นถูกผลักให้แง้มออกเพียงช่องเ







