ANMELDENคืนวันศุกร์ ณ Elysia
ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด
จังหวะดนตรีกระแทกอากาศเป็นระลอก คล้ายชีพจรของสถานที่ที่ไม่เคยหลับใหล ผนังทั้งสี่ด้านสั่นสะเทือนรับจังหวะเดียวกับหัวใจของนักท่องราตรี แสงสีฉาบไล้ไปทั่วความมืดสลัว เงาร่างผู้คนทับซ้อน เคลื่อนไหวอย่างไร้กฎเกณฑ์ บรรยากาศขมุกขมัว ปะปนความเร่าร้อนและความลับ สมศักดิ์ศรีบาร์โฮสต์อันดับหนึ่งของกรุงเทพฯ
ฝนในชุดเดรสเกาะอกสีน้ำเงินเข้มขับผิวขาวจัด ยืนกอดอกพิงระเบียงชั้นวีไอพีมองลงไปที่ฟลอร์ด้านล่างด้วยสายตานางพญาที่กำลังตรวจตราอาณาจักร ข้างกายเธอคือ ฟ้าแฝดพี่ที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็กยอดจองโต๊ะในแท็บเล็ต
“วันนี้โต๊ะเต็มเอี๊ยดเลยแฮะ” ฟ้าเปรยขึ้น “ยอดเปิดเมมเบอร์ใหม่พุ่งกระฉูด สงสัยกระแสปากต่อปากเรื่องพวกเรากลับมาบริหารจะแรงจริง”
“ไม่ใช่แค่เพราะเราหรอกมั้งฟ้า” ฝนตอบเสียงเรียบ แต่สายตาคมกริบจิกกัดไปที่มุมมืดด้านหนึ่งของร้าน
ตรงมุมนั้น ภายใต้เงาสลัวที่ไม่ค่อยมีแสงไฟส่องถึง มีร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทของราม ยืนสงบนิ่งอยู่ในท่าตามระเบียบพัก มือไพล่หลัง ใบหน้าเรียบเฉยราวกับรูปปั้นหินสลัก เขาพยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับความมืดเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจตามหลักการอารักขา
แต่ขอโทษทีเถอะ ความหล่อระดับ HD ของเขามันทะลุความมืดออกมาแบบตาแตก ยิ่งพยายามซ่อน มันก็ยิ่งน่าค้นหา
ลูกค้าสาว ๆ โต๊ะริมพากันชะโงกหน้ามองบอดี้การ์ดหนุ่มตาเป็นมัน บางคนถึงกับยกโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายรัว ๆ เสียงกรี๊ดกร๊าดกระซิบกระซาบดังมาเข้าหูฝนเป็นระยะ
“แก การ์ดคนนั้นงานดีมาก”
“หล่อวัวตายควายล้ม เบ้าหน้าฟ้าประทานชัด ๆ”
“ถามน้องเขาซิว่ารับจ็อบพิเศษไหม คืนละแสนเจ๊ก็จ่าย”
‘หนอย พวกผีเปรต นั่นมันของส่วนตัวย่ะ’ ฝนขบกรามแน่น จิกเล็บลงบนต้นแขนตัวเองด้วยความหมั่นไส้ อยากจะเดินลงไปเอาป้ายห้ามมองไปแขวนคอรามให้รู้แล้วรู้รอด
ส่วนทางฝั่งโฮสต์หนุ่ม ๆ ในร้านก็เริ่มทำหน้าบอกบุญไม่รับ พากันมองแรงใส่รามด้วยความอิจฉา ก็แหม อุตส่าห์แต่งหน้าเซ็ตผมมาอย่างดี เต้นยั่วแทบตาย แต่ลูกค้าดันไปกรี๊ดไอ้เสาหินทื่อ ๆ ตรงมุมห้องซะงั้น
“ฝนจ้องจนรามตัวพรุนหมดแล้ว” ฟ้าแซวปนขบขัน
“ไม่ได้จ้องซะหน่อย แค่ตรวจสอบความปลอดภัย” ฝนแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ ก่อนจะสะบัดหน้าหนี “เบื่อพวกชะนีหิวโซ ไปดูความเรียบร้อยข้างล่างดีกว่า” แต่ทว่าความสงบสุขของค่ำคืนนี้กำลังจะจบลงแล้ว
ปัง
เสียงประตูร้านถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนการ์ดหน้าประตูแทบจะกระเด็น พร้อมกับการปรากฏตัวของขบวนเสด็จที่ทำเอาคนทั้งร้านต้องเหลียวหลัง
คราวนี้ไม่ใช่ป้าแก่ ๆ ที่ไหน แต่เป็นหญิงสาวสวยสะพรั่งวัยสามสิบต้น ๆ ที่สวยจัดจ้านจนน่าตะลึง เธอสวมเดรสสั้นรัดรูปสีทองแบรนด์ Versace ที่ขับเน้นเรือนร่างอวบอัดแบบที่ผู้ชายเห็นแล้วต้องน้ำลายหก ผิวขาวผ่องที่ผ่านการเข้าคลินิกความงามมาอย่างดีเปล่งประกายท้าแสงไฟ ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แม้จะดูออกว่าผ่านมีดหมอมาบ้างแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสวยเป๊ะระดับพริตตี้ตัวท็อป
มือข้างหนึ่งถือกระเป๋า Hermes Birkin ใบละล้าน อีกข้างควงกุญแจรถซูเปอร์คาร์
ด้านหลังเธอมีชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงสามคนเดินตามมาติด ๆ ราวกับบอดี้การ์ดส่วนตัว
นี่คือ เจ๊วี เมียน้อยเบอร์หนึ่งของเสี่ยเม้งที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวย รวย และร้ายกาจที่สุดในวงการ
“เด็กเสิร์ฟ ไปเรียกท็อปให้มาหาฉันเดี๋ยวนี้” เจ๊วีแผดเสียงหวานแต่แหลมปรี๊ด ก่อนเดินดุ่ม ๆ ไปยึดโต๊ะโซฟาตัวใหญ่กลางร้านแล้วไล่ลูกค้ากลุ่มเดิมที่นั่งอยู่กระเจิงด้วยสายตาดูถูก
“เอ่อ คุณผู้หญิงครับ” ผู้จัดการร้านรีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามา “คือน้องท็อปติดลูกค้าโต๊ะอื่นอยู่ครับ คิวจองยาวไปถึงเที่ยงคืนเลยครับ”
เพล้ง!
แก้ววิสกี้ราคาแพงถูกปาลงพื้นแตกกระจายเฉียดเท้าผู้จัดการร้านไปนิดเดียว
“ฉันไม่สน” เจ๊วีตวาดลั่น หน้าสวย ๆ บิดเบี้ยวด้วยความเอาแต่ใจ “ฉันมีเงิน ฉันจะเอาท็อป ไปลากมา นังเด็กพวกนั้นมันจ่ายเท่าไหร่ ฉันจ่ายให้สามเท่า ไปเรียกมาเดี๋ยวนี้”
เสียงเพลงในร้านเงียบลงทันที ดีเจรีบหรี่เสียงเพราะบรรยากาศเริ่มมาคุ
ฟ้ากับฝนรีบเดินลงมาจากชั้น VIP
“ใจเย็น ๆ นะคะคุณลูกค้า” ฟ้าผู้ใจเย็นเอ่ยด้วยน้ำเสียงประนีประนอม “ทางเราต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ แต่น้องท็อปติดคิวแล้วจริง ๆ เรามีน้องโฮสต์คนอื่นที่งานดีไม่แพ้กัน”
“ฉันไม่เอา” เจ๊วีชี้หน้าฟ้าชนิดเล็บเจลสีแดงสดแทบจะจิ้มตา “ร้านบ้าอะไรวะ บริการห่วยแตก นี่ฉันเป็นลูกค้าระดับ VVIP นะโว้ย รู้ไหมว่าผัวฉันเป็นใคร ถ้าฉันโทรฟ้องเฮีย ร้านพวกแกเละแน่”
“ดิฉันไม่ทราบค่ะว่าสามีคุณเป็นใคร” ฝนแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
แม้เจ๊วีจะสวยจัดจ้าน แต่เมื่อมายืนเทียบกับฝนที่เป็นของแท้ ทั้งชาติตระกูลและสมอง รัศมีของเจ๊วีก็ดูหม่นหมองลงกลายเป็นของก็อปเกรดต่ำทันที
“แต่ที่นี่มีกฎระเบียบ ถ้าคุณไม่พอใจเชิญไปร้านอื่นค่ะ” ฝนพูดเสียงเรียบ
“อ้าว นังเด็กเมื่อวานซืน” เจ๊วีของขึ้นเต้นเร่า ๆ บนส้นสูงห้านิ้ว “แกกล้าดียังไงมาไล่ฉัน แกรู้ไหมว่าชุดที่ฉันใส่อยู่นี่ซื้อร้านทั้งร้านแกได้เลยนะ พ่อแม่แกไม่สั่งสอนเหรอว่าต้องบริการลูกค้ายังไง”
กึก
เส้นความอดทนของฝนขาดผึงในบัดดล ‘เดี๋ยวแม่จะตบให้ซิลิโคนเบี้ยวเลย’
เช้าวันหยุดของโรงเรียนนานาชาติ แต่กับมนุษย์เงินเดือนนั้นคือวันธรรมดาวันหนึ่ง ณ อาคารกระจกสูงระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท กรีนพลัส คลีน เคมิคอล จำกัด (มหาชน)บรรยากาศในโซนออฟฟิศชั้นผู้บริหารวันนี้คึกคักไปด้วยพนักงานระดับหัวกะทิและหัวหน้าแผนกที่ถูกเรียกตัวมาปั่นโปรเจกต์ด่วน ทุกคนต่างสวมชุดทำงานนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และกองเอกสารกันอย่างจริงจังและเป็นมืออาชีพ จนกระทั่งสัญญาณแห่งความปั่นป่วนระดับสิบกะโหลกได้เดินทางมาถึงติ๊งเสียงลิฟต์ผู้บริหารเปิดออก ตามมาด้วยเสียงรองเท้าหนังขัดมันวับที่ก้าวเดินอย่างทรงพลัง เขาคือ วรา เฌอสรัล ประธานใหญ่ ปรากฏตัวในชุดสูทสีเทาเข้ม ทรงผมเซ็ตเนี้ยบไม่มีกระดิกเลยสักเส้น แม้จะวางมือจากการบริหารเต็มตัวไปแล้ว แต่มาดและความน่าเกรงขามก็ยังแผ่กระจายจนพนักงานที่เดินผ่านต้องรีบก้มหัวทักทายแทบไม่ทันทว่า วันนี้จุดศูนย์กลางของจักรวาลไม่ได้อยู่ที่วราแต่อย่างใด หากแต่อยู่ที่ก้อนซาลาเปาเดินได้ที่กำลังเดินอยู่ข้างขาของเขาต่างหากมือใหญ่ที่มีรอยเหี่ยวย่นตามวัยกำลังจูงมือเล็กป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบเอาไว้ด้วยความทะนุถนอมขั้นสุดเรย์ ไท
บ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ ควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบสุข แต่สำหรับครอบครัวที่มีสิ่งมีชีวิตวัยกำลังซนถึงสามคน คำว่าสงบ มักไม่มีอยู่จริงเมื่อแสงแดดอ่อน ๆ ยามบ่ายทาบทับลงบนพรมเปอร์เซียผืนหนากลางห้องนั่งเล่น ฝนในชุดสบาย ๆ กำลังนั่งไขว่ห้างยกแก้วอเมริกาโน่เย็นขึ้นจิบอยู่บนโซฟาตัวยาว ในขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองเอกสารสรุปผลประกอบการผ่านหน้าจอแท็บเล็ต‘ถึงจะลูกสามแล้ว แต่ฝีมือของฉันก็ยังไม่ตก สงสัยต้องขอรางวัลจากคุณสามีสักหน่อย’ ฝนคิดในใจอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นตัวเลขกำไรที่พุ่งทะยานเกินเป้าหมายถัดไปเบื้องหน้าของหญิงสาว บนพรมผืนหนานั่นเต็มไปด้วยอาณาจักรของเล่นขนาดย่อม ทั้งกองทัพตุ๊กตาขนสัตว์และบล็อกไม้ที่ลุคซื้อมาให้ ล้วนถูกเทกระจาดเกลื่อนกลาด แต่ของเล่นราคาแพงเหล่านั้นกลับถูกเมินเฉยไปโดยสิ้นเชิง เพราะความสนใจของ ริริน และ รียา แฝดหญิงวัยสองขวบ แก้วตาดวงใจของรามกำลังพุ่งเป้าไปที่สิ่งอื่น... กล่องเครื่องประดับบุกำมะหยี่สีแดงของแม่ที่แง้มไว้และสายตาของสองแฝดก็ดันปะทะเข้ากับเข็มกลัดเพชรแท้ล้อมทับทิมดีไซน์อลังการที่วราเพิ่งไปปาดหน้าชาวบ้านทำการประมูลมาด้วยราคาสูงลิ่ว พร้อมคำสั่งประกาศิตว่า ‘เก
เสียงเจื้อยแจ้ว เสียงหัวเราะ และเสียงกรีดร้องวิ่งไล่จับกันดังระงมไปทั่วสนามหญ้าเทียมของโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ กลับมีมุมหนึ่งของสนามเด็กเล่นที่แผ่ซ่านไปด้วยรังสีความสงบเยือกเย็นณ โซนบ่อทรายขนาดใหญ่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ที่นั่นเด็กชายเรย์ ไทธัส หรือ เสี่ยเรย์ ในวัยสี่ขวบ กำลังยืนด้วยท่วงท่าที่ดูขัดกับวัยอย่างสิ้นเชิง ร่างอวบอ้วนในชุดนักเรียนปลดกระดุมคอออกสามเม็ด เผยให้เห็นสร้อยทองเก๊เกรดเอพรีเมียมเส้นเขื่องสะท้อนแสงแดดวิบวับ สองมือป้อม ๆ ไพล่ประสานกันอยู่ด้านหลัง แผ่นหลังตั้งตรง ยืดอกเชิดหน้า นัยน์ตาสีฟ้าครามที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างระแวดระวังเบื้องหน้าของเสี่ยเรย์คือ ปอนด์ เด็กชายร่างจ้ำม่ำที่กำลังคุกเข่าใช้พลั่วพลาสติกสีเหลืองตักทรายอย่างขะมักเขม้น โดยมีเพื่อนร่วมชั้นอนุบาล 1/2 อีกสามสี่คนคอยทำหน้าที่เป็นกรรมกรก่อสร้าง ช่วยกันลำเลียงทรายและน้ำมาปั้นเป็นรูปทรงปราสาทขนาดใหญ่ ซึ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระบบระเบียบภายใต้การคุมงานของลูกพี่เรย์‘อืม วันนี้ลูกน้องทำงานกันได้ดีมาก แบบนี้ต้องตบรางวัลซะหน่อย’ เสี่ยเรย์คิดในใจอย่างมาดมั่น มุมปากเล็ก ๆ ยกยิ้มอย่างพึงพอใจทว่าควา
หยาดฝนเม็ดเล็ก ๆ โปรยปรายลงมากระทบกระจกหน้าต่างรถยนต์คันหรูที่กำลังแล่นฝ่าการจราจรติดขัดของกรุงเทพมหานครในยามค่ำคืน แสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าและไฟท้ายรถยนต์สะท้อนเป็นเส้นสายพร่ามัว ทว่าสำหรับราม ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเบาะผู้โดยสารตอนหลัง ภาพเหล่านั้นไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเขาเลยแม้แต่น้อยอดีตบอดี้การ์ดผู้ก้าวขึ้นมาเป็นประธานบริษัทรักษาความปลอดภัยระดับโลก เอนศีรษะพิงพนักเบาะด้วยความเหนื่อยล้า ลำคอแกร่งถูกปลดเนกไทออกจนหลวมหลุดลุ่ย กระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทถูกปลดออกสองเม็ดเพื่อคลายความอึดอัด มือหนาหยาบกร้านยกขึ้นนวดหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นเป็นปมวันนี้เขาต้องรับมือกับการเจรจาธุรกิจที่ยืดเยื้อยาวนานถึงสิบสองชั่วโมงเต็ม สมองที่ถูกใช้งานอย่างหนักทำให้เขารู้สึกเหมือนพลังงานในร่างกายถูกสูบออกไปจนหมดเกลี้ยง‘เหนื่อยชะมัด อยากกลับไปกอดฝนกับลูกจะแย่แล้ว’ นัยน์ตาสีฟ้าครามที่เคยวางเฉยและเยือกเย็นเวลาอยู่ต่อหน้าลูกน้อง บัดนี้ทอประกายอ่อนล้าผสมกับความโหยหาอย่างลึกซึ้ง รามยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นมาดูเวลา เข็มสั้นชี้ที่เลขสองทุ่มตรง ซึ่งเป็นเวลาที่แก๊งฟันน้ำนมที่บ้านควรจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนแล้ว“เจย์ เหยียบ
เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ แสงแดดสาดส่องเข้าสู่วอล์กอินโคลเซต ทว่าอุณหภูมิภายในกลับคุกรุ่นด้วยรังสีความกดอากาศต่ำจากร่างสูงใหญ่ของผู้นำครอบครัวราม อดีตบอดี้การ์ดผู้ควบตำแหน่งประธานบริษัทรักษาความปลอดภัยระดับโลก กำลังยืนกลัดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งและเย็นชาประหนึ่งรูปสลัก นัยน์ตาสีฟ้าครามที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดวันนี้เขามีวาระการประชุมด่วนกับลูกค้าระดับวีไอพีจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นงานสำคัญที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือเลื่อนออกไปได้แต่สิ่งที่ทำให้สันกรามคมคายต้องขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ไม่ใช่เรื่องความเครียดจากงาน แต่เป็น ‘ภาพสะท้อน’ ในกระจกบานใหญ่ตรงหน้าต่างหาก“ฝน เปลี่ยนกระโปรงได้ไหมครับ” รามเอ่ยเสียงทุ้ม แฝงความเว้าวอนและคำสั่งในเวลาเดียวกัน“เปลี่ยนทำไม ทะมัดทะแมงดีออก จะได้เดินตามจับแฝดได้ถนัดไง” ฝนเลิกคิ้วพลางหมุนตัวเช็กความเรียบร้อยอยู่หน้ากระจกเงาบานเต็มตัววันนี้หญิงสาวมาในลุคที่ทำให้คนเป็นสามีถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอสวมเสื้อไหมพรมคอเต่าสีครีมพอดีตัวที่ขับเน้นความอวบอิ่มของทรวดทรงอย่างชัดเจน จับคู่กับกระโปรงหน
บ่ายวันอาทิตย์อันแสนสงบสุข ช่างเป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่าและหาได้ยากยิ่ง หลังจากต้องเผชิญกับความวุ่นวายตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นงานที่บริษัทรปภ. หรือการรับมือกับป๊าวราที่ชอบสรรหาเรื่องปวดหัวมาให้ไม่เว้นวันณ ห้องนั่งเล่นกว้างขวางของคฤหาสน์หรู เครื่องปรับอากาศคอนโทรลอุณหภูมิไว้อย่างเย็นฉ่ำ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลอดผ้าม่านโปร่งเข้ามาตกกระทบบนพรมเปอร์เซียสีขาวสะอาดตาราม ไรวินท์ ตอนนี้อยู่ในสภาพที่ผ่อนคลายที่สุด ชายหนุ่มสวมเพียงเสื้อยืดคอวีสีขาวที่ขับเน้นมัดกล้ามเนื้อ จับคู่กับกางเกงวอร์มสีเทาสบาย ๆ ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวนอนหงายเหยียดยาวอยู่บนพรมหนานุ่ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างลึกซึ้ง เส้นผมสีน้ำตาลทองที่มักจะเซตเนี้ยบกริบตกลงมาปรกหน้าผากอย่างไม่เป็นทรง ฝน ฝนธิดา ซีอีโอสาวจอมแสบขอตัวขึ้นไปแช่น้ำอุ่นบนห้องนอน ส่วน เสี่ยเรย์ ลูกชายคนโตก็กำลังง่วนอยู่กับการต่อเลโก้ปราสาทในห้องเด็กเล่น คฤหาสน์ทั้งหลังจึงดูเงียบสงบราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ทว่าความสงบสุขมักเป็นเพียงภาพลวงตาก่อนพายุลูกใหญ่จะพัดมาเสมอแกร๊กบานประตูห้องนั่งเล่นถูกผลักให้แง้มออกเพียงช่องเ







