LOGINวันนี้เป็นงานแต่งงานของดาวเหนือกับเฮียไฟ งานเช้าจัดที่บ้านของดาวเหนือ งานเช้าเป็นพิธีเรียบง่าย แขกก็ผู้หลักผู้ใหญ่ที่รู้จักมาร่วมอวยพร แขกจะเยอะตอนงานเย็น งานเลี้ยงเย็นจัดขึ้นที่คาเฟ่กลางทุ่งเฮียไฟเชิญแขกเยอะมาก ได้ยินดาวเหนือบอกว่าตอนแรกเฮียไฟจะจัดงานสามวันสามคืนเอาให้คนรู้ให้ทั่วว่าเฮียไฟแต่งเมีย ทว่าดาวเหนือเบรกไว้ก่อนเพราะงบจะบานปลาย แค่ตอนนี้ดาวเหนือก็บ่นแล้วว่าเสียดายเงิน บ่นว่าถึงจะครั้งเดียวในชีวิตแต่ถ้าเยอะเกินไปก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ กิ๊บทำได้แค่ปลอบเพื่อนไปว่า ‘ที่เฮียไฟทำก็เพราะรักเพราะอยากให้คนรู้ว่าดาวคือคนสำคัญ’
กิ๊บไปทั้งงานเช้าและงานเย็น งานเช้าไปพร้อมกับเฮียฌอห์ณและพร้อมรัก งานเย็นยัยหนูพร้อมรักไปอยู่บ้านย่าบัวกับปู่สัน ผู้ใหญ่ทั้งสองอยากให้หลานสะใภ้เปิดหูเปิดตาบ้างก็เลยอาสาเอาพร้อมรักไปนอนที่บ้าน พูดก็พูดอยากเอาเหลนไปนอนด้วยจึงหาข้ออ้าง
งานเลี้ยงตอนเย็นกิ๊บจึงมากับเฮียฌอห์ณสองคน ตอนแรกจะแยกกันมาแต่เฮียเขาบอกว่า ‘เผื่อเฮียเมากิ๊บขับกลับ’
ทั้งสองคุยกันมากขึ้น หมายถึงเรื่องอื่น ๆ นะ ปกติคุยแต่เรื่องลูก เมื่อคุยกันมากขึ้นจึงค่อนข้างสนิทใจในระดับหนึ่ง เป็นระดับที่กิ๊บยังย้ำเตือนตัวเองเสมอว่าเธอกับเขาเป็นเพียงพ่อแม่ของยัยหนูพร้อมรัก
แล้วสถานการณ์ตอนนี้ก็ยิ่งย้ำว่าเธอและเขาไม่ควรแต่งงานกัน เฮียฌอห์ณที่นั่งอยู่ข้างกิ๊บลุกออกไปเพราะแฟนเก่าของเขาอยากคุยด้วย หลังจากเขาลุกออกไปคนทั้งโต๊ะก็หันมองหน้ากิ๊บ มองเหมือนว่ากิ๊บเป็นตัวตลก ทุกสายตาที่จ้องมาทำให้กิ๊บทำตัวไม่ถูก สิ่งที่กลบเกลื่อนสถานการณ์ตึงเครียดตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว กิ๊บเริ่มเทเหล้ากระดกดื่มย้อมความอายที่สามีในนามมอบให้ ต้องดื่ม ดื่ม ดื่ม ดื่มให้เยอะจะได้ไม่ต้องรู้สึกอะไร ดื่มให้เยอะจะได้ไม่ต้องแคร์สายตานินทาที่มองมา
เพราะคิดว่ารสชาติเหล้าไม่ได้อร่อย โตมาจึงไม่ค่อยแตะมัน ตั้งแต่มีพร้อมรักก็ไม่เคยแตะอีก แต่ทำไมกิ๊บถึงรู้สึกว่าวันนี้รสชาติเหล้ามันอร่อย กินเท่าไหร่ก็ไม่พอ
กิ๊บไม่ได้เสียใจที่เขาไปกับแฟนเก่า สิ่งที่กิ๊บเสียใจก็คือคนเยอะขนาดนี้เขาไม่รักษาหน้าเธอเลย ที่ผ่านมาเขาทำเธออายไม่พอหรือไงวันนี้ถึงได้เหยียบซ้ำให้คนในงานที่รู้เรื่องราวของเราพูดกันสนุกปาก
ท่ามกลางเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่ม ท่ามกลางผู้คนมากมายที่พากันพูดคุยหัวเราะกันสนุกปาก กวินตารู้สึกได้ว่าสายตาแทบทุกคู่มองเธอเหมือนตัวตลก พวกเขากำลังหัวเราะการกระทำโง่เขลาของเธอ พวกเขากำลังบอกว่าสิ่งที่เธอทำในวันนั้นเป็นเพียงการเรียกร้องความสนใจให้ได้เฮียฌอห์ณมาเป็นสามี พวกเขาเหล่านี้ไม่เคยนึกถึงความรู้สึกเธอ ไม่คิดถึงจิตใจของเธอ
แล้วเธอจะอยู่ตรงนี้ทำไม
ควรลุกออกไปจากที่นี่ ใช่ เธอควรหาที่หลบ หลบอยู่ในที่ที่ไม่มีใครเห็นเธอ
ปึก! ชนเข้ากับใครกับเนี่ย คนยิ่งมึนพอโดนชนก็เวียนหัวไปหมดเลย โอย…ทำไมพื้นมันไม่นิ่งเลย แผ่นดินไหวเหรอ ไม่มั้ง ไม่น่าใช่แบบนั้น ไม่เห็นได้ยินเสียงคนกรี๊ด ยังมีเสียงดนตรีดังเหมือนเดิมเป๊ะ
“ขะ ขอโทษ” ไม่รู้ว่าเธอผิดหรือคนชนผิด แต่กิ๊บคิดว่าอาจจะเป็นกิ๊บที่ไม่ดูตาม้าตาเรือเอง ถ้าดูให้ดีมีเหรอจะเจอคนมีเจ้าของ ผิดที่กิ๊บ มันผิดที่กิ๊บเอง ทุกอย่างมันผิดเพราะกิ๊บตาไม่ดี มองคนไม่ออก กิ๊บโง่เอง
“ฉันสิต้องขอโทษ เธอร้องไห้ทำเนี่ย”
“อยากกลับบ้าน” จู่ ๆ ก็อยากกลับบ้าน อยากเห็นหน้าลูก อยากได้ยินเสียงลูก อยากให้ลูกบอกรัก บอกว่าแม่กิ๊บดีที่สุด หนูรักแม่มาก แม่สำคัญกับหนู ลูก ลูกเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้กิ๊บรู้สึกว่าตัวเธอมีค่า ถ้าไม่มีลูกทุกอย่างต้องจบต้องพังไปแล้วแน่ ๆ
“บ้านเธออยู่ไหน”
“นู่น” ยกมือขึ้นแล้วก็ชี้ ชี้ไปไหนก็ไม่รู้ อืม ชี้ไปบ้านแหละ บ้านของกิ๊บ บ้านที่มีลูกสาวรออยู่ “คิดถึงจัง”
“เฮ้ยเธออย่าร้อง มา ๆ ฉันไปส่งเธอเอง” เขาบอกว่าร้องเหรอ ร้องไห้อีกแล้วสินะยัยกิ๊บ ยัยคนไม่ได้เรื่อง ทำเป็นแค่ร้องไห้หรือไง “บอกว่าอย่าร้อง ทำไมร้องหนักกว่าเดิม ไม่ต้องร้องฉันจะพาเธอไปส่งบ้านเอง”
“…” รู้เพียงว่าเขายื่นมือมาเช็ดน้ำตาจากใบหน้า เขาคือใครก็ไม่รู้ จากนั้นเขาก็คว้ามือเธอไปจับ เขาบอกว่าจะไปส่งบ้าน เธอก็พยักหน้าแล้วก็เดินตามใครคนหนึ่งไปเรื่อย ๆ คิดเพียงว่าเดี๋ยวก็ถึงบ้าน เดี๋ยวก็เจอลูก เดี๋ยวก็ได้กอดลูก
คิดได้แค่นั้นแล้วทุกอย่างก็ตัดไป
รู้สึกตัวอีกทีก็นอนอยู่บนที่นอนในห้องนอน ปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง กลับถึงบ้านได้ยังไงนะ อืม จำอะไรไม่ได้เลย ทำไมถึงจำไม่ได้เลยล่ะ
เดินออกมาจากห้องนอนด้วยความมึน ปวดหัวสุด ๆ ปวดแบบที่ไม่เคยปวดขนาดนี้มาก่อน
ก็แน่ล่ะทั้งชีวิตเคยเมาขนาดนี้ที่ไหนกัน
“แม่กิ๊บตื่นแล้ว แม่กิ๊บตื่นแล้ว” ยัยหนูพร้อมรักลงจากเก้าอี้วิ่งเข้ามากอดขาแม่กิ๊บด้วยความคิดถึง
แม่กิ๊บอุ้มลูกสาวขึ้นมาแล้วก็หอมแก้มนุ่มนิ่ม แก้มนุ่ม ๆ ของลูกสาวชื่นใจที่สุด “ตื่นแล้วค่ะ หนูมาเมื่อไหร่คะ”
“เมื่อเช้าค่า พ่อไปรับ”
“เหรอคะ แล้วพ่อไปไหนคะ”
“แกะข้าวค่า”
“พ่อซื้ออะไรมาให้หนูกินคะ” ถามพลางอุ้มลูกสาวมานั่งที่เก้าอี้ ด้วยน้ำหนักตัวของลูกอุ้มบ่อย ๆ ไม่ไหว แต่ลูกสาวก็ชอบให้อุ้มเหลือเกิน
“หมูปิ้งค่า แวะซื้อมา”
“แบบนี้ก็ถูกใจเลยใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่า หนูชอบหมูมัน”
“แล้วเมื่อคืนนอนบ้านทวดเป็นยังไงบ้างคะ หลับสนิทไหม”
“ดีมาก หนูชอบ ทวดเล่านิทานหนุกมาก”
“คิดถึงแม่หรือเปล่า”
“คิดถึงค่า”
“จริงเหรอ ถ้าให้ไปอีกไปไหม”
“ไปค่า”
“เอ๋ แล้วแบบนี้เรียกคิดถึงแบบไหนน้า”
“ข้าวมาแล้ว” เฮียฌอห์ณเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมถ้วยข้าวลูก เป็นข้าวสวยคลุกกับหมูปิ้งที่เพิ่งซื้อมา ยัยหนูพร้อมรักจะกินข้าวเหนียวกับหมูปิ้งไม่ได้ เหตุผลง่าย ๆ ก็คือหมูปิ้งหมดก่อนข้าวเหนียว ได้เดือดร้อนไปซื้อหมูปิ้งเพิ่มเพราะบอกว่ายังไม่อิ่ม
“ว้าว น่ากินจังเลย” แทบจะเป็นคำพูดติดตัวของยัยหนูพร้อมรักเวลาที่เห็นของอร่อย
“น่ากินก็กินให้หมดนะคะ” เฮียฌอห์ณยิ้มให้ลูกสาวแล้วหันมามองแม่ของลูก ยื่นมือมาแตะที่หน้าผากแล้วถาม “ปวดหัวหรือเปล่า”
“...ค่ะ” ก็งงกับท่าทางของเฮีย ทว่าตอนนี้ปวดหัวจริง ๆ ที่พูดคุยกับลูกเนี่ยพยายามฝืนยิ้มสุด ๆ ไม่อยากให้ลูกถามว่าแม่เป็นอะไร
บ่ายสองโมงครึ่งกิ๊บออกไปรับลูกสาวพร้อมกับซื้อข้าวเที่ยงให้เฮียฌอห์ณ ตั้งแต่เช้าเขากินแค่ข้าวต้มหนึ่งถ้วย ไม่ได้กินเยอะก็เพราะค่อนข้างมึนหัว แวะซื้อข้าวแล้วก็ซื้อขนมให้ลูกสาว รายนี้ได้ของกินก็ถูกใจใหญ่เลย มาถึงออฟฟิศตาก็นั่งแกะขนมและของเล่น“เฮียกินข้าวก่อน”“ยังไม่เสร็จเลย”“ไม่หิวข้าวเหรอ”“ขี้เกียจล้างมือ ค่อยกินรอบเดียว”“แปลว่าหิว”“หิว เมื่อเช้ากินข้าวมาหน่อยเดียว”“…”“ซื้อข้าวปั้นในเว่นมากินรองท้องก่อนไหม”“มือเลอะ”“แค่อ้าปาก”“เอาครับ” รีบเอาอย่างไวเลยสิ นี่มันโอกาสที่ไม่ได้มีมาบ่อย ๆ“รอก่อนนะคะ เดินกลับไปที่ออฟฟิศก่อน”“ครับ” หันมายิ้มให้แม่ของลูกหนึ่งที แต่ว่าเธอไม่ยิ้มตอบนี่สิ เดินหน้านิ่งกลับไปทางออฟฟิศซะงั้น ก็น่าจะยิ้มให้กันบ้าง หน้าบึ้งไปจะได้อะไรเล่าสองนาทีต่อมากิ๊บเดินกลับมาพร้อมข้าวห่อสาหร่ายแล้วก็น้ำอัดลมเย็น ๆ หนึ่งขวด เฮียฌอห์ณเขาชอบกินน้ำอัดลม“มาค่ะ อ้าปาก” นั่งยองข้าง ๆ แล้วก็ยื่นข้าวห่อสาหร่ายไข่กุ้งที่ปากเฮียฌอห์ณ เฮียแอบยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะอ้าปากกัดข้าวปั้นครึ่งอัน “แล้วดูหน้าเลอะอีกแล้ว เดี๋ยวลูกเจอก็หอมแก้มกันอีก”“เหงื่อไหล เช็ดไปเช็ดมาก็เลยดำ ” พู
“ถ้าอยากก็ไปหาที่ปลดปล่อย อย่ามายุ่งกับกิ๊บกิ๊บไม่ใช่ตัวแทนของใคร”“ตัวแทนอะไร” เขาพลิกตัวขึ้นคร่อม“ปล่อยกิ๊บ อย่ายุ่ง…อื้อ” ริมฝีปากเล็กถูกประกบด้วยกลีบปากของคนเมา เขาพยายามดันลิ้นเข้ามาในปากเล็กจนสำเร็จสองมือกดแขนคนตัวเล็กไม่ให้ขยับ ลิ้นก็พยายามเกี่ยวลิ้นเล็กไปมาเมื่อรู้ตัวว่าไร้แรงสู้ไหวกิ๊บจึงปล่อยตัวไร้เรี่ยวแรง จากนั้นก็เริ่มร้องไห้ สู้ไม่ได้จะทำอะไรได้นอกจากร้องไห้ให้อีกคนรู้สึกตัว ทว่าคนเมามีเหรอจะรู้ตัว ยิ่งเธอนิ่งยิ่งดีเพราะเขาจะได้ไม่ต้องออกแรงต่อจากนั้นไม่ถึงห้านาทีเขาก็สอดใส่ตัวตนเข้ามาในร่องคับแคบของอีกฝ่าย พยายามป้อนจูบแต่เธอไม่จูบตอบเขาจึงเปลี่ยนมาจูบไซ้ที่ลำคอแทน เขาเริ่มขยับสะโพกดันแท่งเอ็นเข้า ออก เข้า ออกด้วยความเนิบนาบเพื่อกระตุ้นให้อีกคนมีอารมณ์ร่วม แล้วไม่นานเธอที่ไม่ได้ตายด้านก็เกิดอารมณ์จากการเล้าโลมด้วยความใจเย็นมือเล็กยกขึ้นกดที่หัวเพื่อให้เขาดูดที่หน้าอกอยู่อย่างนั้นอย่าเพิ่งผงกหัวขึ้น ขณะเดียวกันเอวก็ขยับถี่ ๆเห็นว่าเธอมีอารมณ์ร่วมเขาก็ดูดอกอวบอิ่มจนเธอพอใจแล้วจึงขยับขึ้นมาป้อนจูบเร่าร้อนแล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นจูบที่คุ้นเคย ภายในห้องนอนเกิดเสียงเนื้อก
“ช่วงนี้มึงเป็นอะไรวะ หน้าเหมือนคนขี้ไม่ออก” เฮียไฟมองเพื่อนรักที่มานั่งดื่มหน้าบ้านเขา ตั้งแต่กลับมาจากฮันนีมูนก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหน ถ้าอยากปาร์ตี้กับเพื่อนก็ให้เพื่อนมากินเหล้าที่บ้านเพราะไม่อยากให้ดาวเหนือออกจากบ้านดึกดื่น กลัวพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นอันตรายกับลูกในท้อง คนเห่อลูกเห่อเมียก็อาการประมาณนี้“มันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ก็แค่เดี๋ยวนี้มีคนมาเกาะแกะแม่ของลูกมัน” เฮียทูผู้ชายที่รักความโสดเป็นชีวิตจิตใจเอ่ยด้วยใบหน้ามีความสุข ไอ้คนที่พูดตลอดว่าไม่รักทีตอนนี้จะเป็นจะตายเพราะมีคนมาสนใจเมีย“ใครวะ”“น้องชายไอ้โฟมอะ”“อ้อ เฟิร์สอะเหรอ มันก็เป็นคนดีนะ หล่อด้วย ดูเหมาะสมกับกิ๊บ”“เหมาะสมอะไร กูที่เป็นผัวนั่งอยู่ตรงนี้คนอื่นจะมาเหมาะสมได้ยังไง”“มึงหวงหรือมึงหึง”“มึงถามผิดแล้วไอ้ถา มึงต้องถามมันว่ามึงรักน้องกิ๊บเหรอ”“อะ งั้นกูถามใหม่ มึงรักน้องกิ๊บเหรอไอ้ฌอห์ณ”“...” ไม่มีคำตอบจากปากคนปากหนักตลอดสองอาทิตย์มานี้นับตั้งแต่เฮียฌอห์ณไปส่งกิ๊บที่วิทยาลัย พากิ๊บไปซื้อกระโปรงใหม่ ดูเหมือนว่ากิ๊บจะมีผู้ชายเข้ามาในชีวิต ดูเหมือนว่ากิ๊บจะคุยกับไอ้คนนั้นทุกวัน จับโทรศัพท์ก็บ่อย ไม่รู้จะจับท
“ทำไมกิ๊บต้องเป็นแฟนกับเฟิร์ส” เพิ่งรู้จักชื่อเขาวันนี้เอง รู้จักแบบไม่ได้อยากรู้จักด้วย ไหงถูกมองว่าเป็นแฟน“วันนั้นจะกลับบ้านกับมันนี่”“วันไหน?”เฮียฌอห์ณหันหน้ามามองแวบหนึ่ง หันไปมองถนนต่อแล้วพูดเสียงเรียบ “งานแต่งไอ้ไฟ”“แปลว่าวันนั้นเฟิร์สมาส่งกิ๊บที่บ้านเหรอคะ”“...” คำถามของเธอทำให้เฮียฌอห์ณหันมามองแล้วก็ไม่พูดอะไร แต่สายตาของเขามันแสดงชัดเจนว่าไม่พอใจ“กิ๊บจำเรื่องวันนั้นไม่ได้จริง ๆ จะเปิดดูกล้องก็ไม่มี เฮียจะมาทำเป็นโมโหกิ๊บทำไม กิ๊บทำอะไรผิด” แล้วมีสิทธิ์อะไรมาโมโห“...ช่างมันเถอะ”ทำไมวันนี้ได้ยินคำว่าช่างมันบ่อยนักล่ะ แล้วทำไมเฮียฌอห์ณต้องมาหงุดหงิดใส่เธอด้วย เขามีสิทธิ์อะไรมาไม่พอใจเธอ “ทำไมลูกไม่มาด้วยคะ”“ลูกหลับ อยู่กับปู่ย่า”“อ่อ แล้วนี่จะไปไหน” เฮียไม่ได้ยูเทิร์นรถกลับบ้าน“เข้าเมือง”“ไปทำอะไรคะ กิ๊บคิดถึงลูก อยากกอดลูกแล้ว”“ซื้อของ”“ทำไมไม่บอกก่อน กิ๊บจะได้นั่งรถกลับเอง”“นั่งรถไอ้นั่นกลับอะนะ”“นั่งรถประจำทาง แล้วนี่เฮียเป็นอะไร ทำไมมาหงุดหงิดใส่กิ๊บ ใช่เรื่องเหรอ”“…” เฮียฌอห์ณหันมาชักสีหน้าแล้วก็หันไปขับรถต่อเธอพูดอะไรผิด เขาเป็นบ้าอะไรของเขาเฮียฌอห์ณขับร
“เธอนี่มันเป็นขี้เมาที่จำอะไรไม่ได้เลยเนอะ”“...” ทั้งชีวิตกิ๊บเมาแค่ครั้งเดียวคือในงานแต่งเพื่อน ถึงจะจำอะไรไม่ค่อยได้ แต่ก็มั่นใจว่าไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ ที่งานแต่งของดาวเหนือใบหน้าผู้ชายคนนี้ไม่มีในความทรงจำ เขาน่าจะลองเชิงเธอมากกว่า คิดว่าทรงเธอเหมือนคนชอบเที่ยวกลางคืน กินเหล้าเมาใครหิ้วไปไหนก็ไปสินะ“เธอแม่งทำฉันโดนต่อยฟรีแล้วยังมาปั้นหน้านิ่งอีก ถามจริงเพิ่งเคยกินเหล้าเหรอถึงได้จำอะไรไม่ได้ขนาดนั้น”“นายพูดเรื่องอะไร” เธอนี่นะทำคนถูกต่อย บ้า จะมีเรื่องแบบนั้นที่ไหน“เฮ้อ...”“ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด”“ที่งานแต่งเฮียไฟไง”“นายรู้จักเฮียไฟได้ไง” อ้าว เค้าลางเริ่มมาแล้วสิ“ใครบ้างไม่รู้จักเฮียไฟ”“แล้วยังไง ทำไมถึงบอกว่าฉันทำให้นายโดนต่อย”“ถ้าเธอจะจำไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ”“อืม” ช่างมันก็ช่างมัน ไม่ซักไซ้อยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องสนใจ ไม่น่าจะใช่เรื่องสำคัญอะไร“เธอรู้ชื่อฉันไหม”“ไม่อะ ทำไมต้องรู้”“ก็เป็นเพื่อนกันไง ฉันชื่อเฟิร์ส”“อื้ม” ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนด้วยสักหน่อย ที่มาเรียนเพราะอยากได้วุฒิที่สูงขึ้นหน่อยเผื่อพ่อจะภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้บ้าง“ในเมื่อเรารู้จักกันแล้ว เลิกเรียนไ
หลังจากงานแต่งของดาวเหนือผ่านพ้นไปเฮียไฟก็พาดาวเหนือไปฮันนีมูนที่พังงาเป็นเวลาสองอาทิตย์ ตั้งแต่คืนกินเลี้ยงคืนนั้นก็ยังไม่ได้เจอเพื่อนอีกเลย นี่ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว คิดถึงดาวเหนือนะ ถ้าดาวเหนืออยู่บ้านก็จะมาเล่นที่บ้านกิ๊บบ่อย ๆ พอเพื่อนไม่อยู่ก็รู้สึกเหงา พร้อมรักก็เริ่มถามหาอาดาววันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่กิ๊บต้องไปเรียน อาทิตย์ก่อนไม่ได้ไปเพราะติดงานแต่งดาว“อะไรคะ” กำลังจะเดินออกจากบ้าน แต่เฮียฌอห์ณเขายื่นมือมาขวางด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง“กุญแจรถ”“…”“เดี๋ยวเฮียไปส่ง”“หนูไปเที่ยว” ลูกสาวที่อยู่ในอ้อมกอดพ่อเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ค่ะ ไปค่ะ” แม้จะงงกับเหตุการณ์ที่เฮียอาสาไปส่ง แต่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มของลูกทำให้แม่กิ๊บไม่ปฏิเสธครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เฮียฌอห์ณไปส่ง ปกติเขาจะเป็นคนดูลูกหรือไม่ก็พาลูกไปเล่นที่ร้านขายเครื่องมือ ให้ย่าบัวช่วยดู“กระโปรงมันหดเหรอ” คือประโยคคำถามเมื่อกิ๊บเข้ามานั่งในรถที่เบาะหลัง ลูกสาวนั่งคาร์ซีทเบาะหน้า“ทำไมมันหดคะ” ผ้าชนิดนี้มันไม่ใช่ผ้าที่จะหดได้“ไม่รู้สิ ดูมันสั้นดี เหมือนคนไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้า เดี๋ยวขากลับพาแวะซื้อ” ที่เขาพูดมามันคือคำชมใช่ไหมห







