Masukอาหารเย็นมื้อแรกของชีวิตแต่งงานจบลงด้วยการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้สามี ถึงพี่พีทจะบอกว่ากินยาเดี๋ยวก็ดีขึ้น แต่เธอก็ยังไม่อุ่นใจ ด้วยความอยากรู้สึกผิดน้อยลง ก็เลยตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะช่วยทายาคาลาไมน์ให้สามีไปเลยทั่วทั้งตัว
"พี่ทาเองได้ครับ" "ไม่ค่ะ ญาทาให้" คนตัวเล็กรีบแย่งขวดคาลาไมน์มากำไว้ในมือ ในเมื่อเธอเป็นต้นเหตุ เธอก็ควรจะรับผิดชอบให้ดีที่สุด เอาตรงๆ เธอไม่ไว้ใจพี่พีท เพราะถ้าพี่พีทปากโป้งและย่ามารู้ทีหลังว่าเธอนั่งมองเฉยๆ โดยไม่ทำเหี้ยอะไรเลย เธอได้โดนย่าอบรมหูชาข้ามวันข้ามคืนแน่ๆ "เดี๋ยวญาถอดเสื้อให้ค่ะ" พูดจบเธอก็ยื่นมือออกไป แต่ก็ถูกมือหนาห้ามไว้ด้วยการกุมข้อมือเล็กๆ ไว้ก่อน ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ๆ ก็แดงก่ำขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุทำเธออดที่จะใช้มืออีกข้างยื่นไปแตะไม่ได้ "ทำไมหน้าแดงขนาดนี้เนี่ย" ญารินพูดพร้อมกับยื่นหน้าสวยๆ ที่เต็มไปด้วยความสงสัยเข้ามาดูใกล้ๆ "หรือว่ายาที่กินไปยังไม่ออกฤทธิ์" หญิงสาวพึมพำ โดยหารู้ไม่ว่าการกระทำของเธอนั่นล่ะเป็นตัวกระตุ้น เดี๋ยวก็มาจับตรงนั้น เดี๋ยวก็มาแตะซ้ำๆ ตรงนี้ สัมผัสชวนให้คิดเลยเถิดไปไกลมันทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของชายหนุ่มเต้นแรง และถ้าเขายังปล่อยให้เธอทำตามแต่ใจ แตะไม่ดูตาม้าตาเรือ มีหวังคงทนไม่ไหวได้จับเธอกดลงตรงโซฟานี้แน่ๆ "พี่ว่าพี่ถอดเองดีกว่า" ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกำยำวับๆ แวมๆ และมันก็เป็นอาหารตาล่อให้สาวเวอร์จิ้นอย่างญารินเผลอมองตามนิ้วเรียวนั้นอย่างไม่รู้ตัว กว่าเธอจะรู้ว่าหลงใหลไปกับภาพกร้าวใจตรงหน้าก็ตอนที่ได้ยินเสียงทุ้มของชายหนุ่มถามขึ้นมาว่า "สรุป...ญาจะทาให้พี่ไหมครับ" คนตัวเล็กที่รู้ตัวว่าถูกจับได้ถึงกับหน้าแดง รีบก้มหน้าซ่อนความเขินอายด้วยท่าทีเก้อเขิน ปากได้รูปพึมพำขมุบขมิบต่อว่าตัวเองเบาๆ ที่เผลอตัวจ้องมองแผงอกของสามีจนตาค้าง น่าอายจริงๆ ญารินเอ้ยยยย รีบๆ ทาดีกว่า... หญิงสาวคิด พร้อมกับเทยาใส่ฝ่ามือ เธอค่อยๆ ทาไล่ไปตามผื่นแดงที่กระจายไปทั่วทั้งตัว คนทาก็ทาไป ส่วนคนมองก็ได้แต่กลั้นขำกับท่าทีเลิ่กลั่กน่าเอ็นดู ญารินยังคงดูน่ารักเสมอในสายตาเขา เธอเป็นผู้หญิงที่ยิ้มเก่ง พูดเก่ง ร่าเริงสดใส หนำซ้ำยังแอบดื้อเงียบ ไม่ฟังใครเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน จะมีเปลี่ยนก็แค่..... เธอจำเขาไม่ได้!!!! นัยน์ตาสีนิลแลดูหม่นลงเล็กน้อยเมื่อหวนนึกถึงความทรงจำในอดีต แน่นอนว่าเขายังจำความรู้สึกวันนั้นได้ดี วันที่เขาถือช่อดอกไม้ไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล แต่กลับถูกถามกลับมาด้วยสีหน้างงๆ ว่า "พี่เป็นใคร" สีหน้าที่สับสนและคำพูดที่ราวกับว่าเป็นคนไม่รู้จักกันทำเอาเขาถึงกับชาวาบไปทั้งตัว ตั้งใจว่าจะยิ้มให้เธอ แต่มันก็ยิ้มไม่ออก เธอแทบไม่สนใจเขาด้วยซ้ำ แววตาที่เคยมองกัน ไม่มีที่ว่างเหลือให้เขาได้มีตัวตน มันทำให้เขาที่ตั้งใจมาบอกข่าวดีให้รู้ว่าสอบติดหมอแล้วทำตัวไม่ถูก ทำได้แค่หันไปถามถามคุณหมอที่ยืนข้างๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และคำตอบที่ได้ฟังก็ทำเอาเขาแทบทรุดหมดแรง เพราะหมอบอกว่ามันเป็นผลข้างเคียงที่อาจพบได้บ้างหลังจากเข้ารับการผ่าตัดเนื้องอกในสมอง ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีทั้งคนที่ญารินจำได้และจำไม่ได้ และหนึ่งในคนที่เธอจำไม่ได้ก็คือ "เขา" คำถามเดิมๆ วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำไมจะต้องเป็น "เขา" ที่ถูกลืม คุณหมอบอกว่าไม่ต้องกังวล แค่ต้องให้เวลาคนไข้ได้พัก และจากนั้นก็ค่อยๆ ปะติดปะต่อความทรงจำ ทุกอย่างจะต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะกลไกในในสมองมันเป็นอะไรที่ซับซ้อน ยิ่งไปเร่งรัดก็ยิ่งมีแต่จะแย่ลง ข้อนี้เขารู้ดี และเขาเองก็เข้าใจ แต่ทว่า... ทำไมต้องมาเป็นตอนนี้ ตอนที่เขาต้องห่างกับเธอเพื่อไปเรียนต่อแพทย์ที่มหาวิทยาลัยต่างจังหวัดด้วย แล้วอย่างนี้เขาจะเอาเวลาที่ไหนมารื้อฟื้นความทรงจำที่หายไปกับเธอ สุดท้าย..... คนที่มีหน้าที่อย่างเขาก็ทำได้แค่คิดถึง ต่างคนก็เดินไปตามทางของตัวเอง และความทรงจำดีๆ ที่มีร่วมกันก็ค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากแค่หนึ่งปีก็เพิ่มเป็นหลายปี หมุนเวียนเปลี่ยนผัน จนกระทั่ง... เศษเสี้ยวแห่งความทรงจำก็ได้หวนคืนกลับมาอีกครั้งเพราะความบังเอิญ ความบังเอิญที่เกิดจากความไม่ได้ตั้งใจทำให้เขาได้มาเจอผู้หญิงที่ชื่อ "ญาริน" แบบงงๆ ในค่ำคืนหนึ่งที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องโวยวาย เขาตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ แน่นอนว่าเขาจำเธอไม่ได้ เพราะมันทั้งมืดและเธอก็เปลี่ยนไปมาก เสียงที่แหลมสูงจนแสบแก้วหู มันทำให้เขาที่เพิ่งตื่นนั่งงงเป็นไก่ตาแตก มันทำให้เขาสบสนว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะพอตื่นขึ้นมาก็ถูกทุกสายตาจับจ้องมองมาที่เขาเป็นตาเดียว ทุกคนดูตกใจ เขาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน และนั่นก็คือเหตุผลที่เขานั่งเป็นใบ้ ไม่หือ ไม่อือ ไม่พูด ไม่จา เมื่อได้ยินเธอเรียกแทนตัวเองอยู่หลายครั้งว่า "ญาริน" เขาไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม?? ชายหนุ่มถามตัวเองซ้ำๆ ขณะฟังหญิงสาวข้างกายแก้ตัวยาวเหยียด เขาแทบไม่ได้ฟังสิ่งที่เธอพูดเลยจริงๆ มันเหมือนกับว่าอยู่ๆ โลกทั้งใบก็หยุดหมุนไปดื้อๆ มันดีใจจนพูดไม่ออก นี่เขาได้เจอกับเธออีกครั้งแล้วจริงๆ ใช่ไหม "ญาริน" หลานสาวของย่าฤดีชื่อนี้มีแค่คนเดียว และคนๆ นั้นก็คือผู้หญิงที่นั่งทำหน้าตกใจจนตาแทบถลนแถมยังเอาแต่กระทุ้งข้อศอกใส่เขายิกๆ ให้ช่วยพูดเข้าข้างเธอ เขารู้ดีว่าเธอไม่อยากแต่งงานกับเขา แต่จะให้เขาทิ้งโอกาสดีๆ เช่นนี้ไปได้อย่างไร ดังนั้นคำว่า "ไม่เห็นด้วย" ที่เธออยากได้ยินจึงเปลี่ยนมาเป็น "ผมจะรับผิดชอบเองครับ" โดยทันที ชายหนุ่มคิดพลันยิ้มจางๆ ที่มุมปาก นัยน์ตาคมเข้มแอบมองใบหน้าสวยหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจในการทายาแก้คัน อยากจะบอกว่าพอก่อนแต่ใจมันก็ชอบให้มือนิ่มๆ นั้นลูบไล้ ปล่อยให้ลูบไปลูบมา จนตอนนี้กลายเป็นว่าทั่วทั้งตัวของเขาทั้งแขน ขา หน้า หลัง ถูกเธอละเลงยาจนทั่วทุกซอกทุกมุม "ดีขึ้นไหมคะ" หญิงสาวช้อนตามอง "ดีมากๆ เลยครับ" ชายหนุ่มตอบพร้อมกับยื่นหน้าหล่อๆ เข้าใกล้หญิงสาวจนได้ยินเสียงลมหายใจ คนที่ตั้งตัวไม่ทันถึงกับผงะ เพราะกลัวว่าจะโดนเหมือนตอนกลางวัน ดังนั้นเธอก็เลยทำตัวไม่ถูก จะอยู่ก็กลัว จะเดินหนีไปเลยก็น่าเกลียด สุดท้ายก็เลยหาทางเลี่ยงด้วยการบอกว่าจะเอาขวดยาไปเก็บซะเลย ง่ายดี ดูมีเหตุผลด้วย "เกือบไปแล้ว..." หญิงสาวพึมพำในลำคอพลางยกมือขึ้นมาแนบอกที่กระเพื่อมขึ้นลง หัวใจของเธอเต้นเร็วและแรงจนพาลให้หายใจไม่ทั่วท้อง เธอไม่รู้ว่าอาการอย่างนี้มันเรียกว่าอะไร แต่มันทำให้เธอหงุดหงิดตัวเองยังไงพิกล มุมปากหยักยกยกยิ้มจางๆ ขณะมองตามแผ่นหลังบอบบางที่ผละออกไป คนจริงจังอย่างเขาถ้าได้มุ่งมั่นว่าจะทำอะไรสักอย่าง ก็จะตั้งใจทำให้ถึงที่สุด ดังนั้น.... ถึงญาจำพี่ยังไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะพี่ตั้งใจว่าจะทำให้ญาตกหลุมรักพี่อีกครั้งให้ได้เลย คอยดู!! พอเข้าใจกัน...ทุกอย่างมันก็ลงตัว!!คำว่า "รัก" ที่ออกมาจากปากภรรยาทำเอาหมอหนุ่มยิ้มแก้มปริไปหลายวัน นั่งก็ยิ้ม ยืนก็ยิ้มตรวจคนไข้ก็ยิ้ม ยิ้มจนหมอคิมต้องเบ้ปากใส่รัวๆ เพราะความอิจฉา ว่าแล้วเชียวว่าทำไมไอ้พีทมันถึงรักเมีย หลงเมีย ที่แท้ได้เมียสวยยังกับดารา แล้วยังนี้จะไม่ให้เขาอิจฉาได้ยังไงไอ้พีทนอนกอดเมีย...ส่วนเขาได้แต่กอดหมอนข้างไปวันๆอนิจจา....ชีวิตกูช่างว้าเหว่จริงๆ"ไอ้คิม""อะไรวะ!!"คิมเงยหน้าขึ้นจากชาร์ทคนไข้"เมียกูฝากมาบอกว่าอยากเจอมึง""อยากเจอกู??"หมอคิมทำหน้างงๆ ชี้นิ้วมาที่ตัวเอง"ใช่!!"พีทพยักหน้าพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้"มีกินข้าวไหม"ถามด้วยความระแวง"ไอ้เหี้ยคิม มึงลดหุ่นเหรอ ถึงได้ถามอะไรแปลกๆ เมียกูชวนไปทั้งทีจะให้มึงแดกน้ำเปล่าอย่างเดียวมันก็ไม่ใช่ มันก็ต้องมีกินข้าวสิวะ"คนที่ยังจดจำรสชาติปิ่นโตอาหารในวันนั้นได้ถึงกับสบถ "ฉิบ***" ในใจ เขาอยากจะไปนะ แต่เข้าใจไหมว่ามันลำบากใจหนักมาก หลงเมียพอเข้าใจ แต่มึงช่วยสงสารไตกูบ้าง ความเค็มที่ติดลิ้นในวันนั้นกูยังจำลากยาวมาจนถึงวันนี้"มึงว่างวันไหน""กูไม่แน่ใจ"คิมตอบออกไปแบบไม่ต้องคิด"วันอาทิตย์เย็นเป็นไง มึงไม่มีเวรน
"พะ....พี่พีท"ญารินเรียกชื่อสามีที่อยู่ๆ ก็วิ่งตรงเข้ามาสวมกอดเธอแบบไม่ทันได้ตั้งตัว อารมณ์คืองงหนักมากจริงๆ พ่อจ๋า!! ทั้งอาย ทั้งตกใจ เพราะตอนนี้เธอกำลังยืนกอดกับผัวอยู่หน้าเวที โดยมีผู้รับชมเป็นแขกของทางร้านที่พากันปรบมือให้อย่างชอบใจ และแน่นอนว่าเมื่อดูจากสายตาที่มองมาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอกับสามีได้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนเป็นที่เรียบร้อยเกิดอะไรขึ้น!!!ได้แต่ถามตัวเองที่กำลังยืนงงๆ ในดงนักดนตรี พอแหงนมองหน้าหล่อๆ ของผัวก็ยิ่งไม่เข้าใจ ตาของพี่พีทแดง ส่วนอ้อมแขนก็สั่นจนสัมผัสได้ กำลังจะอ้าปากถามว่านี่มันเรื่องอะไร แต่คำถามของสามีก็ทำเอาเธอชะงักไปซะก่อน ไมค์ที่ถือในมือถึงกับร่วงหล่นลงพื้นด้วยความตกใจ เมื่อเธอได้ยินสามีพูดข้างหูว่า"ญาจำพี่ได้แล้วเหรอครับ"คำถามนี้ทำเอาคนที่อยู่ในอ้อมแขนพูดไม่ออก บอกไม่ถูก พูดง่ายๆ ก็ยืนใบ้กินไปชั่วขณะ หัวใจมันเต้นแรง แถมยังหาเสียงตัวเองไม่เจอทำไมพี่พีทถึงรู้ว่าเธอจำได้ล่ะ เมื่อกี้เธอเผลอตัวพูดไปเหรอ ไม่นะ!! เธอไม่ได้พูด เธอไม่ได้เมาสักหน่อย และถ้าเธอพูดเธอก็ต้องจำได้สิ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวไปด้วยความสับสน ในเมื่อเธอไม่ได้พูด แล้วใครจะพูด ในเมื่อเรื่องน
"อ้าวหนูญามาอยู่นี่เอง ป้าเดินหาตั้งนาน""เจ้กิ่ง" เจ้าของร้านอาหารกึ่งผับพอเห็นหลานเพื่อนปุ๊บก็รีบตรงเข้ามาหา ถึงวันแต่งงานเธอจะติดธุระไม่ได้ไปร่วมแสดงความยินดี แต่มองแค่ปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่ยืนข้างๆ หญิงสาวคือใคร พอได้ยินแว่วๆ มาบ้างว่าฤดีได้หลานเขยเป็นหมอ แต่นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจะหล่อกระแทกตาขนาดนี้เฮอะ!! ฤดีตาแหลมไม่เบาเลย~ว่าแล้วก็อดชมเพื่อนไม่ได้ เธอกับฤดีเป็นเพื่อนสนิทกันมานานเป็นสิบๆ ปี รู้ใจกันดียิ่งกว่าอะไร พอว่างตรงกันเมื่อไหร่พวกเธอก็มักจะนัดเจอกันเป็นประจำ พูดคุยเรื่องทั่วไป ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันและกันตามประสาคนแก่ ซึ่งส่วนใหญ่เธอจะเป็นฝ่ายรับฟังเพราะพูดไม่ทันฤดีที่ชอบมีเรื่องมาเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆ และมักจะจบด้วยการหยิบปัญหาหนักอกขึ้นมาระบาย นั่นก็คือ "กลัวหลานสาวคนโปรดขึ้นคาน" ไม่แค่พูดเปล่าแต่ยังไล่ถามเพื่อนๆ ในกลุ่มว่าพอมีหลานนิสัยดีๆ หน้าที่การงานมั่นคงแนะนำไหม?? พอลองแนะนำให้ก็เอาแต่บอกว่าไม่ตรงใจ สุดท้ายทุกคนก็ลงความเห็นว่า "แล้วแต่เลย" เห็นหาอยู่นาน ที่แท้ก็ชอบอย่างนี้นี่เอง คิดพลันยิ้มน้อยๆ ขณะพินิจมองหน้าหมอหนุ่มที่ยกมือไหว้เธอแหมๆ ~หลานเพื่อนก็
"อุ้ย!! ลืมไปว่ามีคนนอก พี่คนนี้คือ...."จูบจนพอใจแล้วก็ถามสามีที่ยังยืนงงๆ"อะ....อ๋อ เพื่อนพี่ครับ""อะไรนะคะ ญาไม่ค่อยได้ยิน"แกล้งถามซ้ำทั้งที่ได้ยินเต็มสองรูหู"เพื่อนพี่เองครับ!!"ครั้งนี้ตอบได้ชัดถ้อยชัดคำ โอเค!! เธอให้สามผ่าน ถือว่าพี่พีทยังทำหน้าที่สามีได้ดี ถามอะไรตอบหมด ส่วนคนที่โดนย้ำสถานะให้รู้ถึงสองครั้งก็ยืนหน้าชาไปตามระเบียบ"อ่ออออออ เพื่อนพี่พีทนี่เอง"มองคนที่หน้าแดงก่ำด้วยแรงโมโห แต่แค่นี้มันยังไม่พอ มันยังไม่สาแก่ใจ เธอจะต้องทำให้พี่เชอรี่รู้ เธอต้องทำให้พี่เชอรี่เห็นว่าไม่มีวันที่จะมาแย่งคนของเธอได้อีกเป็นครั้งที่สอง"พี่พีทคะ"หันไปทำเสียงอ้อนใส่ผัวที่ยืนงง บอกตามตรงว่าตามอารมณ์เมียไม่ทัน"ครับ""บอกรักญาหน่อยสิ!!""อะไรนะครับ!!"ไม่แน่ใจก็เลยถามเมียอีกที"ก็บอกรักญาไง"หยิกแก้มสามีขี้สงสัยไปแรงๆ หนึ่งที และนั่นก็ทำให้เขารู้ว่าจะต้องบอกรักเมียดังๆ ไม่อย่างนั้นแก้มที่โดนหยิกคงได้เขียวข้ามวันแน่ๆ"พี่รักญาครับ""เบาจังเลย~"แสร้งทำหน้าน้อยใจ เพื่อกระตุ้นให้ผัวพูดดังๆ แน่นอนว่าเธอได้ยินแล้ว ก็แค่อยากแชร์ให้เพื่อนของพี่พีทได้ยินด้วยก็เท่านั้นเอง"พี่รักญาครับ!!!!"พ
พอเห็นภาพที่พี่คิมแท็กมา มันก็ทำให้เธอมั่นใจว่าพี่เชอรี่ยังคงชอบพี่พีทไม่เปลี่ยนแปลง นมโตๆ ที่บดๆ เบียดๆ แขนของสามีเธอ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกสิ่งที่พี่เชอรี่ทำล้วนดูจงใจ ตั้งแต่ที่เธอความจำเสื่อม พี่เชอรี่ก็ได้โอกาสอยู่ใกล้พี่พีท อาศัยจังหวะและโอกาสดีๆ เลื่อนขั้นจาก "เพื่อน" ขึ้นมาเป็น "แฟน" และใช่!! พี่เชอรี่ทำได้ เกือบหนึ่งปีที่ทั้งคู่เป็นแฟนกัน แต่เหตุผลการเลิกรานั้นเธอไม่รู้จริงๆ ถามว่าดีใจไหม??มันก็ดีใจอยู่ เพราะถ้าทั้งคู่ไปด้วยกันได้ดี เธอกับพี่พีทก็คงไม่มีวันได้แต่งงานและใช้คำว่าสามีภรรยาร่วมกัน และถึงจะเคยเป็นแฟนกันมาก่อน แต่มันใช่เหตุผลที่จะต้องเอาตัวมาติดสามีเธอยังกับปลิงขนาดนี้เหรอ ดูท่าเธอคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้พี่เชอรี่รู้ว่าจะมาแทะเล็ม อยากได้อยากเอาสามีคนอื่นอย่างนี้มันไม่ได้!!"ญารีบไปแต่งตัวให้สวยๆ เลย เดี๋ยวย่าจัดการเรื่องนี้ต่อเอง"คุณฤดีบอกกับหลานสาวที่วางใจให้เธอยื่นมือเข้ามาช่วยอีกแรง และเพราะความรีบร้อนทำให้ญารินไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่ผุดตรงมุมปากยับย่นนั้น ใช่!! ในเมื่อบอกว่าจะช่วย คนเป็นย่าอย่างเธอก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด อะไรที
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"เชอรี่ยิ้มทักทายพีทที่เพิ่งมาถึง แค่เพียงได้เห็นหน้าใกล้ๆ หัวใจก็เต้นแรง เขายังหล่อและดูดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย แววตาคู่สวยที่มองชายหนุ่มสั่นไหวด้วยความคิดถึง ตั้งแต่ที่เลิกรากันไป วันนั้นเขากับเธอก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยจนถึงวันนี้ แน่นอนว่าคนที่เลิกติดต่อไม่ใช่เธอ!! แต่เป็นเขาที่จงใจบล็อกเธอทุกช่องทาง แย่ไปกว่านั้นคือพอเรียนจบเขาก็ย้ายมาใช้ทุนที่ต่างจังหวัด เธอห่างกับเขาเพราะความจำเป็น อยากตามมาง้อแต่งานที่ทำกำลังไปได้สวย เธอยังลาออกจากงานไม่ได้ แต่มันจะยากอะไร ถ้าได้กลับมาคบกัน เธอจะทำให้พีทย้ายมาอยู่กับเธอ รอยยิ้มร้ายผุดที่มุมปากสวย ก่อนดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน พร้อมกับเดินไปดึงแขนให้เขามานั่งใกล้ๆ เธอ "ตรงนี้ว่าง มานั่งสิ""ไม่เป็นไร ผมจะนั่งกับไอ้คิม"เสียงทุ้มตอบ ปลายน้ำเสียงดูเย็นชาจนคนฟังสัมผัสได้ เชอรี่แสร้งทำหน้าเศร้า ก่อนจะพูดด้วยท่าทีน้อยใจว่า"พีทเกลียดเชอรี่มากเลยเหรอ...."ไม่พูดเปล่า แต่ดวงตาคู่สวยที่แต่งแต้มมาอย่างดีเริ่มคลอไปด้วยหยดน้ำใส แน่นอนว่าเธอตั้งใจทำตัวให้น่าสงสาร เธอรู้ว่าพีทเป็นคนยังไง ดังนั้นที่ผ่านมาถึงเลี่ยงไม่เจอเธอ "....."เขาเล







