LOGINAku dan suamiku sudah menikah lima tahun. Akhirnya, aku hamil anaknya. Namun, tiba-tiba adik kelasku malah mencariku dengan perut hamil. Dia mengatakan itu adalah anak suamiku dan memintaku mengizinkannya melahirkan. Aku tertawa. Kemudian, aku menyerahkan laporan pemeriksaan kepada suamiku, yang menyatakan bahwa dia mandul.
View More“แม่ รอนังนั่นฟื้นก่อน แล้วแม่ไปบอกให้นังนั่นไปให้การกับตำรวจนะว่าถูกชิงชวนลวนลาม ป้าใหญ่ของชิงชวนเพิ่งให้เงินหนูมา 200 หยวน ป้าเขาบอกว่า ถ้าชิงชวนถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลวนลามจริง จะเพิ่มให้อีก 300 หยวน”
“อะไรนะ ?! ความผิดฐานลวนลามนี่โดนเล่นงานหนักเลยนะ เรายังไม่รู้เลยว่าไอ้ชิงชวนลวนลามนังเจียงสวี่จริงหรือเปล่า อย่างน้อย…ก็น่าจะรอให้นังนั่นฟื้นก่อนสิ จะได้ถามว่าไอ้ชิงชวนลวนลามมันจริงไหม ?”
“จะถามอะไรอีกเล่า ตอนที่มันถูกหามมาที่โรงพยาบาล เสื้อชั้นนอกขาดยับเลยนะแม่ ต้องเป็นเพราะไอ้บ้านั่นเห็นนังเจียงสวี่หน้าตาสะสวย เลยฉวยโอกาสตอนที่นังเจียงสวี่หมดสติทำเรื่องตำทรามนั้นแน่ ๆ”
‘เจียงหงอู่’ พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจราวกับตอกตะปู ก่อนจะกล่อมแม่ตัวเองด้วยสีหน้าที่ลังเลว่า
“ยังไงชิงชวนก็แค่ไอ้เด็กไร้ประโยชน์ไม่มีงานทำ เป็นลูกของศักดินาใจคด มีดีตรงไหนกัน แม้แต่ป้าใหญ่ของมันยังอยากให้มันติดคุกเลย เราแค่พูดไม่กี่คำเอง ก็ได้เงินมาตั้ง 500 หยวนแล้ว ไม่รับก็โง่แล้วแม่”
500 หยวนเลยเหรอ ? สามีหล่อนทำงานได้เดือนละ 35 หยวนเอง อยู่ ๆ เงินก็หล่นตรงหน้า เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ ใครบ้างที่จะไม่อยากได้เล่า ‘สวี่หลิงจือ’ เหลือบมองเจียงสวี่ที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง ก่อนจะกัดฟันพูดเพราะความโลภว่า
“รอให้นังเจียงสวี่ฟื้นก่อนเถอะ แม่จะพุดกับมันว่า หลังจากที่มันตกลงมาจากสันเขา ไอ้ชิงชวนได้ฉวยโอกาสตอนที่มันหมดสติทำลายศักดิ์ศรีของมัน จากนั้น...ก็บอกให้มันไปรีบไปแจ้งความที่โรงพักซะ”
“แม่พูดถูก แม่ทำถูกแล้ว เดี๋ยวหนูจะไปเอาเงินอีก 300 หยวนที่เหลือกับป้าใหญ่ไอ้ชีชวนก่อนนะ ส่วนแม่...ก็รออยู่ที่นี่แหละ รอนังเจียงสวี่ฟื้นแล้วรีบพามันไปแจ้งความที่โรงพักนะ”
สิ้นเสียง...หลิงจือก็หยิกแขนอันผอมบางใต้ผ้าห่มของเจียงสวี่อย่างแรงจนเป็นรอย แต่...คนบนเตียงกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
“หมอบอกว่ากว่ามันจะฟื้นก็อีกนาน ลูกไปที่โรงพักแจ้งความก่อนนะ ไปบอกกับตำรวจว่า ทุกคำพูดที่เราให้การมาจากปากนังเจียงสวี่หลังจากที่มันฟื้น”
ก่อนจะออกจากห้องคนไข้ไป หลิงจือยังฉีกเสื้อคลุมของเจียงสวี่ออกเป็นเศษ ๆ แล้วนำไปที่โรงพักใช้เป็นหลักฐานว่าเจียงสวี่ถูกชิงชวนขืนใจจริง ๆ
“นังเด็กตัวซวย แกไม่มีค่าพออยู่รักษาตำแหน่งงานอีกแล้ว ตอนนี้...ความบริสุทธิ์ของแกพังป่นปี้แล้ว พอได้สติก็เตรียมตัวไประเห็จทำงานที่ชนบทอันห่างไกลได้เลย”
ความจริงแล้ว เจียงสวี่ได้สติก่อนหน้านั้นแล้ว ตอนที่...หลิงจือหยิกแขนเธอ ความเจ็บปวดแล่นวาบจนร่างสั่น แต่...เธอก็ข่มใจไว้พยายามไม่ส่งเสียงร้องออกมา เธอต้องรอให้สองแม่ลูกคู่นี้ออกไปก่อน เพราะเธอจะไม่มีวันยอมให้เหตุการณ์มันซ้ำรอยเหมือนชาติที่แล้วอีก...
....................
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เจียงสวี่กับทีมผลิต ได้ขึ้นเขาไปเก็บเกาลัด แต่...โชคร้ายดันพลัดหลงเข้าไปในหุบลึก แล้วยังกลิ้งตกลงมาจากสันเขาอีก เป็น ‘กู้ชิงชวน’ ที่แบกเธอออกมาจากซอกเขา พาไปส่งที่โรงพยาบาลเพื่อรักษา
ตลอด 6 ชั่วโมงเต็ม ชิงชวนไม่หยุดพักเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่แล้ว…ย่ากับอาของเธอกลับใส่ร้ายว่าเขาฉวยโอกาสตอนที่เธอหมดสติทำเรื่องเลวทราม เพราะชาติกำเนิดของชิงชวนไม่ดี จึงไม่มีใครเชื่อคำพูดของเขาเลย
ตอนนั้น...เธอหมดสติไปนานกว่าสองสัปดาห์ พอรู้สึกตัวอีกที ชิงชวนก็ถูกส่งตัวไปที่เรือนจำชิงซานเพื่อรับโทษแล้ว เธอยังไม่ทันได้เป็นพยานล้างมลทินให้เขาเลย ก็ถูกคนใส่ร้ายว่ากักตุนของเกร็งกำไร และถูกพิพากษาจำคุกหลายปี
ครึ่งชีวิตของเธอกับชิงชวน ถูกพวกคนเลวพวกนั้นทำลายจนย่อยยับ วันที่เธอพ้นโทษ คนที่เรียกตัวเองว่าญาติ ไม่เห็นใครโผล่หน้ามาสักคน มีแค่ชิงชวนที่ยืนรอรับเธออยู่ เขาพาเธอกลับบ้าน พาลงใต้ไปทำมาค้าขาย
ใช้เวลาไม่ถึง 10 ปี ผู้ชายคนนั้นก็กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งนครฉิน และตลอด 10 ปีนั้นเขามอบแต่สิ่งดี ๆ ให้เธอ จนวันที่เธอล้มป่วยหนักใกล้สิ้นใจตาย ชิงชวนเจ็บปวดราวหัวใจแตกสลาย เสียงแหบพร่าเอ่ยถาม
“ทั้งชีวิตนี้ คุณยังมีสิ่งใดที่ค้างคาใจหรือเปล่า ?” เจียงสวี่รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย พูดประโยคท้ายของชีวิตว่า
“วันนั้น…ตอนที่ฉันตกจากสันเขา คุณเป็นแบกฉันไปส่งที่โรงพยาบาลใช่มั้ย ? ถ้าฉันได้สติเร็วกว่านั้น คุณคงไม่ต้องติดคุกอย่างไร้ความผิดหลายปีแบบนั้น”
สิ้นเสียง...เธอก็หมดลมหายใจลาโลกไป แต่...พอเธอลืมตาตื่นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเธอเองได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อ 15 ปีก่อน บางที…ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต ฟ้าอาจได้ยินเสียงหัวใจของเธอ ถึงให้เธอย้อนเวลากลับมาในตอนที่เธออายุ 17
ในวันที่กำลังปีนเขาเก็บเกาลัด พลัดตกลงจากสันเขา และถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาล คราวนี้…เจียงสวี่ฟื้นเร็วกว่าครั้งก่อน เธอรีบคว้าเสื้อคลุมเก่าของผู้ชายที่วางอยู่บนตู้หัวเตียง หลบสายตาแพทย์และพยาบาลออกมาอย่างเงียบ ๆ แล้วออกจากโรงพยาบาลไป
เธอมีเวลาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น คนที่ช่วยเธอกำลังจะถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลวนลาม เธอต้องรีบไปให้การกับตำรวจให้ทัน ก่อนอื่น...ต้องช่วยชิงชวนออกมาให้ได้ก่อน ไม่ให้พวกคนชั่วลากเขาเข้าคุกด้วยข้อหาที่ไม่เป็นธรรมนี้
...ที่ห้องสอบสวน...
“งั้น...หมายความว่า ตอนที่ชิงชวนช่วยเธอ เขาไม่ได้มีพฤติกรรมลวนลามอะไรเลยใช่มั้ย ?”
“ไม่มีค่ะ ตอนนั้น...ฉันยังมีสติอยู่ ฉันรู้สึกรับรู้ได้ทุกอย่าง ใกล้ถึงโรงพยาบาลฉันถึงหมดสติไป” ดวงตากลมใสของเจียงสวี่ฉายแววประหลาดใจ
“คุณตำรวจ ชิงชวนเขาเป็นคนดีจริง ๆ นะคะ เขาแบกฉันเดินลัดเลาะลงมาจากเขาตั้ง 6 ชั่วโมง ฝ่าป่าข้ามเขามาส่งถึงโรงพยาบาล คุณตำรวจห้ามใส่ร้ายคนดี ๆ อย่างชิงชวนนะคะ ฉันตั้งใจจะมอบธงเกียรติคุณให้เขาอยู่เลยค่ะ”
ตำรวจหญิงที่กำลังจดบันทึกชะงักไป แล้วเงยหน้ามองเด็กหญิงที่อยู่ตรงหน้า เธออายุราว ๆ 17-18 ปี ดวงตาใสสะอาดปราศจากมลทิน ไม่เหมือนคนกำลังโกหกเลยแม้แต่น้อย หรือว่า…พวกเขาจะเข้าใจผิดชิงชวนผู้ที่มีชาติกำเนิดจากครอบครัวศักดินากันนะ ตั้งแต่เขาถูกพาตัวมาที่นี่ ก็เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดอะไรสักคำ
“เมื่อกี้ย่าของเธอเพิ่งมาที่นี่ บอกว่าเธอฟื้นที่โรงพยาบาลแล้วคิดอยากจะฆ่าตัวตาย และเธอยังบอกด้วยว่าชิงชวนเป็นคนลวมลามเธอตอนที่อยู่ในป่า เสื้อของเธอเองก็ถูกฉีกขาด”
ตำรวจหญิงหยิบเศษเสื้อผ้าฝ้ายที่ขาดยับขึ้นมาให้เจียงสวี่ดู มันคือหลักฐานที่ย่าของเธอนำมาให้พวกเขาเป็นหลักฐาน
“ย่าของเธอบอกว่า ตอนที่ชิงชวนพาเธอไปส่งที่โรงพยาบาล เสื้อเธอก็ขาดยับหมดแล้ว”
ตำรวจหญิงรู้สึกสงสารและเห็นใจเจียงสวี่มาก จึงปลอบใจเธอว่า
“หรือเป็นเพราะเธอกลัวเรื่องนี้จะกระทบถึงชื่อเสียงของเธอ เธอถึงได้เปลี่ยนคำให้การ ไม่ต้องห่วงหรอกนะ พวกเราจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ จะไม่เปิดเผยชื่อเหยื่ออย่างแน่นอน”
เก็บเป็นความลับงั้นเหรอ ? แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอว่าเป็นข้อกล่าวหาไร้หลักฐานน่ะ ตำรวจดึงเรื่องนี้มาใส่ร้ายชิงชวนได้ยังไง ? ชาติที่แล้ว หลังจากที่หลิงจือกลับจากสถานี ก็แพร่ข่าวไปทั่วว่าเธอถูกชิงชวนทำมิดีมิร้าย ทำให้ตำแหน่งงานที่กำลังจะจัดสรรให้เธอหลุดลอยไป
กลายเป็นไม่มีงานทำ เธอจึงต้องเอาของป่าที่บ้านไปขาย สุดท้าย...กลับถูกฟ้องร้องว่ากักตุนเกร็งกำไร จนต้องติดคุกอยู่หลายปีกว่าจะได้ออกมา เสื้อที่ถูกฉีกเละนี้ ความจริงแล้ว มันคือของขวัญที่เธอถักให้ตัวเองเมื่อตอนที่เธออายุครบ 17 ปี
เธอรักเสื้อตัวนี้มาก จนไม่กล้านำออกมาใส่บ่อย ๆ แต่...เจียงสวี่เพิ่งใส่เสื้อตัวนี้ครั้งแรก กลับถูกผู้เป็นย่าทำให้กลายเป็นหลักฐานมัดตัวชายที่เธอรัก ตอนเธอถูกหามไปส่งที่โรงพยาบาล เสี้อมีรอยขาดจากกิ่งไม้นิดเดียว
แต่...เพราะย่าอยากจะใส่ร้ายเธอ ถึงได้ฉีกเสื้อตัวนี้นำมาเป็นหลักฐานให้กับตำรวจ เพียงเพราะเงิน 500 หยวน ย่าถึงกับลงมือทำลายชื่อเสียงของเธออย่างนั้นเหรอ ? พอได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เธอก็ไม่เชื่อใครหน้าไหนอีก
“ตอนที่ฉันถูกหามไปส่งที่โรงพยาบาล เสื้อมีรอยขาดนิดหน่อยเอง ทำไมพอมาถึงสถานีตำรวจ ถึงกลายเป็นผ้าขี้ริ้วอย่างนี้ล่ะคะ ?”
เจียงสวี่สะบัดเสื้อที่ถูกใช้เป็นหลักฐานอย่างแรง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
“คุณตำรวจคะ เสื้อตัวนี้ ต้องเป็นฝีมือของย่าฉันแน่ ๆ ที่ฉีกมันขาดค่ะ ถ้าคุณตำรวจไม่เชื่อ คุณตำรวจไปถามหมอที่รักษาฉันได้เลย หมอยืนยันความบริสุทธิ์ให้ฉันได้ค่ะ”
เด็กสาวตัวเล็ก แต่...พูดจามีเหตุผลชัดเจน ทำให้ตำรวจหญิงเริ่มลังเล เรื่องเสื้อ...แค่ไปถามหมอที่รักษาเจียงสวี่ก็รู้ความจริงแล้ว แต่...มีสิ่งหนึ่งที่ตำรวจหญิงยังสงสัยอยู่
“สวี่หลิงจือคือย่าแท้ ๆ ของเธอ เรื่องศักดิ์ศรีของผู้หญิงถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง ทำไมย่าของเธอถึงใส่ร้ายเธอแบบนี้ ฉันไม่เข้าใจ ย่าเธอทำไปทำไม ?”
ย่าทำไปทำไมอย่างนั้นเหรอ ?
Patrick membawa orang tua dan adiknya yang selalu membutuhkan bantuan kami, berlutut di depanku, memohon agar aku tidak bercerai.Namun, pada akhirnya karena campur tangan orang tuaku, perceraian tetap terjadi di bawah tekanan dan paksaan. Karena Patrick yang bersalah, dia harus pergi tanpa membawa apa-apa.Setelah keluar dari pengadilan negeri, Patrick tampak sangat cemas. Dia khawatir masalah penyalahgunaan dana perusahaan akan terbongkar."Meskipun pernikahan kita sudah berakhir, aku nggak akan menambah bebanmu. Sebelum akhir tahun, kalau kamu bisa melunasinya, semuanya akan baik-baik saja."Itulah kalimat terakhir yang aku ucapkan kepada Patrick. Kemudian, aku menjual rumah dan memberi semua uangnya kepada orang tuaku.Pindahan kerja yang kuupayakan akhirnya juga terwujud. Sebelum pergi, aku mengajak Sally dan Sonny makan bersama. Namun, Sonny tidak bisa hadir.Dia dipindahkan ke kota lain untuk menjadi manajer cabang dan kebetulan aku juga akan ke kota itu nanti. Pindahan ini tida
Sebelum masalah dengan Rachel selesai, Patrick sudah terjebak dengan masalah utang yang berbunga dan tidak bisa dilunasinya lagi. Orang-orang terus datang untuk menagih.Pria pecundang ini pun lagi-lagi menangis dan mengakui kesalahannya, berharap aku akan melewati masa sulit ini bersamanya.Aku berdalih bahwa tabunganku yang sebelumnya sudah digunakan untuk investasi. Jika aku menariknya sekarang, kerugiannya akan sangat besar. Selain itu, jumlahnya juga tidak cukup untuk melunasi utangnya.Patrick yang punya gengsi tinggi tidak mau meminjam uang dari siapa pun. Pada akhirnya, dia terjebak dalam situasi yang semakin sulit.Setelah menikah bertahun-tahun, sebenarnya aku ingin berhenti mempermainkan Patrick. Namun, dalam situasi seperti ini, Patrick masih belum berhenti dari kebiasaan buruknya dalam bermain wanita. Dalam sebulan, dia diam-diam keluar dua atau tiga kali.Meskipun terus mengatakan mencintaiku dan melakukan beberapa perubahan, sifat dasarnya tetap sulit untuk diubah. Setel
Satu kalimat itu langsung membuat kerumunan heboh. Semua orang mulai bergosip dan memperlihatkan ekspresi yang berbeda-beda. Kemudian, aku menyingkirkan kerumunan dan berjalan ke depan.Begitu melihatku, wajah Patrick langsung pucat karena panik. Rachel juga menyadari ada yang aneh sehingga mengikuti arah pandang Patrick.Saat melihatku, tebersit kepanikan pada tatapannya.Aku hanya menatap Patrick tanpa melirik Rachel ataupun berbicara. Patrick bergegas mendekat dan meraih lenganku. "Sayang, kapan kamu kemari?"Aku meletakkan tanganku yang satu lagi di atas lengannya, terlihat seperti terkejut dan hampir tidak berdiri dengan stabil. "Aku sudah mendengar semuanya ...."Saat ini, Rachel seharusnya sudah menyadari bahwa dia terperangkap dalam rencanaku. Dia lantas maju untuk menjelaskan, "Kak Sofie sudah tahu semuanya sejak awal. Tanpa bantuannya, aku nggak mungkin bisa melahirkan dengan lancar."Patrick menatapku dan Rachel secara bergantian dengan tatapan terkejut. Mungkin karena kebin
Saat rencanaku mulai membuahkan hasil, Rachel melahirkan prematur. Tanpa tipu muslihatku, bisa dibilang dia sangat beruntung karena melahirkan seorang anak laki-laki. Anak itu akan melanjutkan garis keturunan keluarga Patrick.Selama proses melahirkannya, aku tidak melakukan apa-apa dan mengunjunginya seperti biasa. Bahkan, aku menunjukkan antusiasme yang besar terhadap anak itu. Aku ingin membuat Rachel percaya bahwa aku menginginkan anak itu.Setelah anak itu genap sebulan dan dibawa pulang, aku duduk dan mengobrol dengannya. Aku memberinya kartu bank, lalu berkata, "Di dalam kartu ini ada uang 1 miliar. Aku bawa anakmu, kamu pergi dari sini."Mungkin Rachel tidak menyangka aku akan begitu dermawan. Dia termangu sejenak, lalu menerima kartu itu dan menatapku dengan ekspresi sedih. "Izinkan aku menghabiskan satu malam lagi bersama anakku. Besok kamu bisa membawanya pergi."Ekspresi yang dipenuhi cinta kasih kepada sang anak, tetapi juga tidak bisa merelakan uang. Sungguh akting yang l






Selamat datang di dunia fiksi kami - Goodnovel. Jika Anda menyukai novel ini untuk menjelajahi dunia, menjadi penulis novel asli online untuk menambah penghasilan, bergabung dengan kami. Anda dapat membaca atau membuat berbagai jenis buku, seperti novel roman, bacaan epik, novel manusia serigala, novel fantasi, novel sejarah dan sebagainya yang berkualitas tinggi. Jika Anda seorang penulis, maka akan memperoleh banyak inspirasi untuk membuat karya yang lebih baik. Terlebih lagi, karya Anda menjadi lebih menarik dan disukai pembaca.
reviews