Masukบทที่4 อยู่ดีๆ ก็หึง
ค่ำวันศุกร์แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาสะท้อนกับแก้วไวน์สีชมพูอ่อน และเสียงเพลงแจ๊สสดจากมุมเวที งานเลี้ยงสังสรรค์ประจำไตรมาสของบริษัทบัญชีที่ไอรินเพิ่งเริ่มงานได้ไม่นาน แต่ชื่อของเธอ...กลับกลายเป็นที่พูดถึงในหมู่พนักงานทุกแผนกอย่างรวดเร็ว “ไอริน...สวยจนผู้บริหารยังมองตามไม่ละสายตาเลยมั้ง” เพื่อนร่วมงานกระซิบพลางหัวเราะคิก ไอรินเพียงยิ้มบางๆ แล้วยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบ ไม่ได้ตอบอะไร คืนนี้เธอสวมเดรสยาวเปิดไหล่สีแดง ผ่าข้างโชว์เรียวขา แต่งหน้าบางเฉียบแบบโปรเฟสชันนัล ผมยาวสลวยถูกปล่อย แต่กลับดูแพงจนหลายคนต้องมองซ้ำ แม้จะเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว แต่วันนี้เธอ “ดูดีจนใครก็ไม่กล้าดูถูก” แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท...ยังแอบยืนคุยกับเธออย่างเป็นกันเอง ไอรินยิ้มตอบแบบสุภาพแต่ภายในใจ — เธอไม่ได้เปิดให้ใครเข้าใกล้เลย เพราะใครบางคน...เคยเข้ามาใกล้เกินไป แล้วจากไป อีกมุมของห้องจัดเลี้ยง — ด้านระเบียง VIP ชั้นบนซันยืนในชุดสูทเข้ม สวมแว่นบางตามสไตล์ เขาไม่ควรอยู่ที่นี่ แต่นัดคุยธุรกิจกับกลุ่มทุนต่างชาติจบก่อนกำหนด และเมื่อเดินผ่านมา...เขาเห็น "เธอ" ไอริน...ในเดรสแดง หัวเราะกับเพื่อนร่วมงาน ใบหน้าดูมีความสุข ไม่มีแววเศร้า ไม่มีร่องรอยเจ็บ ไม่มีความรู้สึกผิดใดๆ ไม่มีแม้แต่...แววคิดถึงเขาเลย ซันกำแก้วในมือนิ่งสายตาคมจับจ้องเธอราวกับโลกทั้งใบถูกเบือนมาให้เห็นแค่เธอคนเดียว “เธอมองไม่เห็นเราด้วยซ้ำ…” “เธอลืมพี่แล้วหรอยัยเด็กดื้อ” ทันใดนั้น เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง — ผู้บริหารหนุ่ม เดินมาเทไวน์ให้เธอเองกับมือ พูดคุยใกล้ชิดเกินกว่าความสุภาพ ไอรินไม่ได้ผลักไส แค่ยิ้มจางๆ อย่างไม่ใส่ใจ แต่แค่นั้น...ก็ทำให้เลือดในกายซันเดือดขึ้นมาเฉียบพลัน "มึงเป็นใครว่ะ?" เสียงในหัวของเขาดังก้อง ซันขยับจะเดินลงไป...แต่ก็หยุดไว้กลางทาง เขาไม่มีสิทธิ์เพราะเขาคือคนที่ไม่เคยกลับไปหาเธอเลยตั้งแต่คืนนั้น เขาคือคนที่เลือกจะเงียบแล้วคาดหวังให้เธอ...รอ? ไอรินหันหน้าไปมองวิวแม่น้ำด้านข้างในมือเธอมีแก้วไวน์แดง แต่ยังไม่ดื่ม แววตาเหม่อลอย เงียบงัน “พี่ซัน...คงลืมหนูไปแล้ว” เธอปิดเปลือกตาข่มความรู้สึกบางอย่างให้จมลง เธอไม่รู้เลยว่า...ตรงมุมมืดด้านบน มีใครคนหนึ่งกำลังมองเธอเหมือนคนจะขาดใจ แต่เขาไม่เดินเข้าไปเพราะเขาไม่แน่ใจว่าเธอจะอยากเห็นหน้าเขาอีกหรือเปล่า และนั่นคือสิ่งที่ทรมานซันที่สุดในชีวิต... แต่แล้ว...ไอรินหันไปทางระเบียงเหมือนถูกบางอย่างในใจดึงดูดและเขาก็เดินออกมาพอดี แสงไฟจากห้องจัดเลี้ยงกระทบใบหน้าคมเข้มของเขา สูทดำแบบเดียวกับคืนนั้นแว่นกรอบบางและสายตา... ที่ไม่ได้ละจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว หัวใจไอรินแทบหยุดเต้นเธออยากจะหันหนีแต่ร่างกายไม่ขยับดวงตาทั้งสองสบกันตรงๆ เหมือนเวลาทั้งห้องหยุดนิ่ง “พี่ซัน” เสียงของเธอเบามากแต่มันดังพอในหูของเขา เธอยังเรียกเขาแบบเดิม...แบบที่ไม่มีใครเคยเรียกแล้วทำให้หัวใจเขาอ่อนแรงเท่านี้ ซันค่อยๆ เดินลงจากชั้นบนผ่านผู้คนที่เหมือนไม่มีอยู่จริงในสายตาเขา ตรงไปหาเธอ...ช้าๆ ในมือของเขาไม่มีแก้วไวน์ ไม่มีมือถือ ไม่มีบทสนทนาเตรียมไว้ มีแค่สายตาและความรู้สึกที่เก็บไว้เกินจะอดทน เมื่อมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ... “ไอริน” เขาเรียกชื่อเธอ...สั้นๆ เสียงแหบต่ำ แฝงอะไรบางอย่างที่เจ็บลึกเกินจะพูดเป็นคำได้ ไอรินเม้มปากแน่นความรู้สึกทั้งหมดที่กั้นไว้เริ่มไหลย้อนกลับ เธอพยายามทำใจให้เย็น แต่เสียงเขา...ชื่อนั้น...มันทำลายทุกเกราะ เขายืนมองเธออยู่อย่างนั้นเหมือนกำลังรอฟังบางอย่างหรือไม่ก็หวังว่าเธอจะหนี เพื่อที่เขาจะได้ตาม... เธอกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบากแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย — ยิ้มแบบที่เหมือนจะร้องไห้ “หายดีแล้วเหรอ” เขาถามเบาๆ “ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ แม้ในใจจะสั่นมากกว่าทุกคืนที่ผ่านมา เขาพยักหน้าแล้วพูดต่อ...ช้าๆ “คิดถึงนะ” คำง่ายๆ ที่ไม่เคยพูดแต่ตอนนี้มันออกมาแบบไม่ต้องเตรียม เธอเงยหน้ามองเขาอีกครั้งดวงตาสั่นไหวเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไร เสียงจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “ไอ! หัวหน้าเรียกไปถ่ายรูปกลุ่ม!” เธอสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนถูกดึงกลับจากโลกอีกใบหันไปมองต้นเสียง แล้วหันกลับมา แต่เขาไม่ได้อยู่ตรงหน้าเธอแล้ว ซันเดินหายเข้าไปในกลุ่มคนเหมือนไม่เคยมาเหลือแค่หัวใจของเธอที่ยังเต้นแรงกับความรู้สึกที่ทิ้งไว้ในอากาศว่า ครั้งนี้...เขาคิดถึงเธอจริงๆ? เวลาผ่านไปเดือนกว่า ตั้งแต่วันที่ไอรินเจอซันในงานเลี้ยงคืนนั้น...เธอคิดว่าเขาจะกลับมา เธอคิดว่าเขาจะพูดอะไรสักอย่าง...แต่เขาไม่ทำ ในขณะที่หัวใจเธอยังวนเวียนอยู่กับเขา โลกของเธอก็ค่อยๆ มีคนเดินเข้ามาอย่างอ่อนโยน “พี่เอก” ผู้บริหารวัยสามสิบกลาง เป็นผู้ชายที่ทุกคนในบริษัทให้ความเคารพเขาใจดี พูดจาอบอุ่น และยิ้มเสมอแต่กับไอริน...สายตาเขาดูพิเศษกว่าใคร เขามักจะเข้ามาทักเธอในตอนเช้าซื้อกาแฟมาให้โดยบอกว่า “ซื้อเกินมาอีกแก้ว” หรือบางวันก็แค่เดินผ่านโต๊ะเธอแล้วถามว่า “เมื่อคืนฝนตกนอนหลับรึเปล่า?” เธอยิ้มตอบบ้างเขินบ้างแต่ไม่เคยเปิดใจมากกว่านั้น และแล้ว...ของชิ้นแรกก็มา วันจันทร์นั้น ไอรินมาทำงานตามปกติบนโต๊ะของเธอ มีกล่องเล็กๆ วางอยู่ พร้อมการ์ดใบจิ๋ว "ขนมอร่อยๆ ไว้กินตอนหิวนะ" ไม่มีชื่อผู้ส่งเธอหันไปมองโต๊ะพี่เอกแต่เขาก็แค่ยิ้มให้บางๆ อย่างคนที่ไม่รู้เรื่อง วันอังคาร กล่องใหม่มาถึงเป็นพวงกุญแจแมวตัวเล็กๆ ที่เหมือนตัวที่เธอห้อยไว้ พร้อมการ์ดเขียนลายมือสวยเรียบ "คิดถึง" เธอเริ่มแปลกใจแต่ก็ยังคิดว่า...คงเป็นพี่เอก วันพุธ มีขนมเค้กพร้อมการ์ดใบเล็กๆ เช่นเคย “ใครกันแน่...ที่ส่งของพวกนี้มา” เธอเคยอยากถามพี่เอกแต่เขากลับดูไม่รู้เรื่องและไม่เคยพูดถึงเลยสักครั้ง เขายังคงเป็นสุภาพบุรุษ เดินเข้ามาคุยเรื่องงานถามสารทุกข์สุขดิบแต่ไม่เคยพูดว่าเป็นคนส่งของเลยสักครั้งเดียว ด้าน “ซัน”เขาไม่ได้แสดงตัวอีกแต่เฝ้าดูอยู่ทุกวัน ให้ทีมงานเงาของเขาส่งของตามคำสั่ง — เลือกวัน เลือกช่วงเวลา เลือกคำเขียนที่ “เหมือนเป็นคนรู้จักเธอดี” เพราะเขากลัวว่า...ถ้าเดินเข้าไปอีกเธอจะอยากคุยกับเขามั้ย แต่เขาก็ห้ามใจไม่ได้ที่จะอยากเห็นเธอ แม้เขาจะไม่ได้อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนั้น วันศุกร์ของขวัญวันสุดท้ายในสัปดาห์เป็นกล่องเครื่องประดับเล็กๆ เปิดออกมาเป็น “กำไลเส้นบาง” เงินแท้เรียบง่าย แต่สลักด้านในไว้ว่า..."Only You” ไอรินชะงัก เธอรู้ทันที... “พี่เอกไม่เขียนคำแบบนี้หรอก...” “ไม่มีใครในบริษัทพูดแบบนี้” ...ยกเว้นคนๆ หนึ่งที่ไม่เคยพูดอะไรตรงๆ แต่สายตาเขา...ไม่เคยโกหก วันเสาร์ จุดเปลี่ยนที่เริ่มขึ้น เอกชวนไอรินไปทานข้าวเธอลังเลแต่ก็ตอบตกลงเพราะไม่อยากเสียมารยาทและนัดกับเธอว่าตอนเย็นจะไปรับหน้าคอนโด .................... สายลมเย็นวันเสาร์ปะทะใบหน้าเขา...แต่ความรู้สึกข้างในกลับร้อนราวกับไฟเผาซันนั่งอยู่ในรถเบนซ์สีดำเงาจอดริมฟุตบาทหน้าคอนโดของเธอในมือเขาคือกล่องของขวัญอีกชิ้นเพื่อมารอเจอเธอ แต่เขายังไม่กล้าแม้แต่จะเปิดประตูลงไปให้ ประตูกระจกของคอนโดเปิดออกเธอเดินออกมาช้าๆ ในชุดกระโปรงพลิ้วสีเบจ ใส่รองเท้าคัทชูเล็กๆ ผมยาวถูกรวบหลวมๆ แต่งหน้าอ่อนๆ แค่เห็น...หัวใจเขาก็เต้นผิดจังหวะ เหมือนวันแรกที่เจอเธอที่ GrooveWizzแต่วันนี้...เธอไม่ได้มาเพื่อเขา ไอรินหยุดยืนหน้าทางออกไม่ถึงสิบวินาทีรถซีดานสีขาวก็มาจอดเทียบ พี่เอกเดินลงมาด้วยเสื้อเชิ้ตขาว กางเกงผ้าเรียบยิ้มบางให้เธอ เธอยิ้มกลับ...และหัวเราะเบาๆ เธอจับต้นแขนเขานิดหน่อยตอนจะขึ้นรถแล้วทั้งคู่ก็ขับออกไป ในรถของซัน เงียบกริบมีเพียงเสียงหายใจของเขา...ที่เริ่มหนักขึ้น มือที่จับพวงมาลัยแน่นขึ้นเรื่อยๆ ข้อนิ้วขาวซีดแต่เขาไม่ขยับไปไหน เขาแค่เฝ้ามอง...จนรถคู่นั้นเลี้ยวหายไป ในใจเขา... เจ็บแต่ไม่ใช่แค่เจ็บธรรมดามันเหมือนบางอย่างถูกบิดข้างใน อึดอัด...แน่น...จนสุดท้ายเขาต้องระบายด้วยคำเดียว “ไอ้โง่...” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงเบาจนแทบไม่มีใครได้ยินแต่แววตานั้น...แดงจัดและเปียกเงา “มึงเฝ้ามองเขาทุกวัน...แต่ไม่กล้าเข้าไปบอกอะไรเลย” “แล้วจะโทษใคร...ถ้าเขาจะไปรักคนอื่น?” เขาโยนกล่องของขวัญลงเบาะข้างแรงๆ เปิดเครื่องยนต์ ขับออกไปจากตรงนั้นโดยไม่มีจุดหมาย ในร้านอาหารฝรั่งเศสไอรินนั่งอยู่ตรงข้ามพี่เอกที่ดูอบอุ่นอย่างที่สุดเขาเอาใจใส่เธอทุกอย่าง คอยดูแลเวลาสั่งอาหารชวนคุยเรื่องทั่วไปไม่แตะเนื้อต้องตัว แต่ใช้สายตาพูดความรู้สึกแทนทุกอย่าง “ไอริน...รู้ใช่ไหมว่าพี่ชอบเรา” เสียงของเขานุ่มนวล เธอชะงักนิดหนึ่งแล้วค่อยๆ พยักหน้า “รู้ค่ะ” เธอตอบเบาๆ “แล้วคิดยังไงกับพี่?” พี่เอกถามตรงๆ ด้วยรอยยิ้ม ไอรินนิ่งไป นาน... เธอไม่ได้อยากโกหกแต่เธอก็ไม่อยากให้ความหวังเพราะในใจของเธอ...ยังเต็มไปด้วย “เขา” ภาพซัน...ในสูทดำที่นั่งเงียบๆ อยู่บนชั้นลอยผับ ที่ห่มผ้าให้เธอ ที่ยื่นมือมาดึงเธอไว้ตอนเป็นลม แต่เธอสัมผัสได้พี่เอกมองเธอด้วยสายตาจริงใจเขาไม่ได้กดดันแต่คำถามของเขาทำให้เธอต้องนิ่ง“แล้วคิดยังไงกับพี่?” ไอรินสูดหายใจเข้าเบาๆ มือเธอวางบนตัก สะกดใจตัวเองไม่ให้หลบตา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา…ตรงๆ “พี่เอกเป็นผู้ชายที่ดีมากนะคะ ดีจนไอรินไม่อยากให้พี่ต้องมาเสียเวลา กับคนที่ยังไม่สามารถรักใครได้เต็มหัวใจ” พี่เอกนิ่งแววตาไม่ได้ตกใจแต่เริ่มเศร้า... “หนูไม่อยากโกหกค่ะ” เสียงของเธอเบาลง “มีบางอย่างในใจ ที่ยังค้างอยู่…และหนูยังหาทางจัดการมันไม่ได้” พี่เอกไม่ได้ถามว่าคือใคร “งั้นแปลว่า...พี่ยังมีโอกาสไหม?” เขาถามด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่แฝงความเจ็บปวด ไอรินเม้มปากนิดหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าอย่างนุ่มนวล “พี่ไม่ควรต้องรอคนที่ลังเลค่ะ” “คนอย่างพี่ ควรเจอใครสักคนที่เลือกพี่เป็นอันดับหนึ่ง โดยไม่ต้องคิดเลย” เธอยิ้มให้เขาแววตาจริงใจ และอ่อนโยน “ขอบคุณที่พี่ชอบไอรินนะคะ…แค่นี้ก็มากพอแล้วจริงๆ” ขณะที่อีกฝั่งหนึ่ง... ซันจอดรถที่ตึกเมฆานั่งอยู่คนเดียวในห้องทำงานหรูไฟยังไม่เปิดมีเพียงแสงจากนีออนนอกตึกสะท้อนเข้ามา เขาเปิดกล่องของขวัญที่ไม่ได้ส่งให้เธอในวันนี้มันเป็น “เข็มกลัดรูปปีกนางฟ้า” สลักไว้ด้านหลังว่า..."คิดถึงเสมอ" เขายิ้มแต่ในแววตา...เต็มไปด้วยความพ่ายแพ้บทที่45 ตอนพิเศษซันไอรินเช้าวันอากาศสดใสในเพนเฮ้าส์แสนอบอุ่น ไอรินสะดุ้งลุกขึ้นมาจากเตียงแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนรีบวิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ“ไอริน!” ซันที่ยังนอนกึ่งหลับกึ่งตื่นรีบดีดตัวขึ้นตามไปทันที ใจหายวาบ เพราะเสียงไอรินอาเจียนดังสะท้อนออกมาจากในห้องน้ำเขาผลักประตูเข้าไปอย่างร้อนรน เจอเธอนั่งคุกเข่าอยู่ตรงชักโครกใบหน้าซีดนิด ๆ เหงื่อซึมตามขมับ มือเล็ก ๆ กำขอบอ่างไว้แน่น“เป็นอะไร ทำไมไม่ปลุกพี่ก่อน!” เสียงเข้มแฝงความห่วงใยดังขึ้นทันที ก่อนที่เขาจะรีบเข้าไปนั่งยอง ๆ ข้างหลัง ใช้มือใหญ่ลูบหลังเบา ๆ “ไหวไหมครับ หื้ม?”ไอรินเงยหน้ามองเขานิดหน่อย พยายามฝืนยิ้ม แต่เสียงยังแผ่ว“หนู… อ้วกค่ะตั้งแต่เมื่อคืน รู้สึกแปลก ๆ ด้วย”ซันขมวดคิ้วทันที ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาคือ หรือว่า… แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงเคาะประตู ตึกตัก ๆ ก็ดังขึ้น“แม่ แม่ๆ ค้าบ~”เสียงทะเลดังมาก่อน ตามด้วยเสียงตะวัน “แม่ หนูหิว หม่ำ ๆๆ”สองแฝดวัยสองขวบกว่า ๆ ยืนดุกดิ๊กอยู่หน้าประตู เคาะไม่หยุด ซันได้ยินก็ถอนหายใจยาว แต่หันไปมองไอรินที่ยังนั่งอ่อนแรงอยู่ เขารีบเอาผ้าขนหนูเช็ดปากเช็ดหน้าเมียให้เรียบร้อย
บทที่44 ทะเลหมอกหนึ่งสัปดาห์ถัดมารถเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์อย่างสง่างาม รถเบนซ์คันหรูสองคันตามด้วย ทั้งสามครอบครัวนั่งกันมาพร้อมหน้า พร้อมลูกน้องติดตามคุ้มกันอีกห้าคน“โอ้โห…วิวแบบนี้ สุดกว่านี้ไม่มีแล้วมั้งคะพี่ซัน!” ไอรินที่นั่งข้างซันหันมาเบิกตากว้าง ขณะที่รถกำลังเลี้ยวเข้าสู่ถนนลาดขึ้นเขา โอบล้อมด้วยสายหมอกบาง ๆ ลอยเคลื่อนขนาบสองข้างทาง“แค่เห็นหนูตื่นเต้น พี่ก็ถือว่าคุ้มแล้วล่ะ” ซันยิ้มมุมปาก ลูบหัวภรรยาเบา ๆ ขณะสายตายังจับที่เส้นทางข้างหน้าอย่างมั่นคงพอรถมาถึงหน้าบ้านพักที่เช่าไว้ — บ้านพักสไตล์วิลล่าหรู 4 หลัง แยกเป็นสัดส่วน มีวิวหันหน้าสู่ไหล่เขา เปิดม่านกระจกกว้างปุ๊บ เจอหมอกปั๊บ! ด้านข้างมีสนามหญ้ากว้างไว้ให้เด็กวิ่งเล่น และโซนบาร์บีคิวที่เตรียมไว้พร้อมกับเก้าอี้ไม้ยาว ๆ พร้อมมุมถ่ายรูปที่ไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์เลยแม้แต่นิดเดียว“บ้านของพี่กับพลับตรงนี้เลยนะ” เมฆลงจากรถ พาเด็ก ๆ วิ่งไปดูสนามหญ้า ส่วนพลับยืนถ่ายวิดีโอไว้ลงสตอรีพร้อมเสียงหัวเราะแสบหู“บ้านของเราหลังนี้นะคะ!” ไอรินหันมายิ้มกว้างแล้วเปิดประตูรั้วเข้าไปสำรวจ ก่อนหันกลับมาโบกมือเรียกเด็ก ๆ แล
บทที่43 โกรธNCเสียงน้ำอุ่นจากฝักบัวไหลรินเป็นสายบางเบา ไอน้ำลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องน้ำขนาดใหญ่ของเพนเฮาส์ ไอรินกำลังใช้มือถูฟองสบู่เบา ๆ ที่แขนตัวเอง ท่ามกลางความรู้สึกเหนื่อยอ่อนทันใดนั้น — แกร๊ก“พี่ซัน!” เธอร้องเสียงหลงเมื่อเห็นร่างสูงเปิดประตูเข้ามาในห้องน้ำพร้อมผ้าเช็ดตัวพาดบ่า“อย่าไล่เลยน่า...” ซันยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมคู่อย่างกับเสือย่องเข้ามาในคอก “ก็เมียทั้งคนจะปล่อยให้อาบน้ำคนเดียวได้ยังไง”“อาบก็อาบไปสิคะ อย่ามาทำเนียน—” ไอรินถอยหนี แต่ก็ชนเข้ากับผนังพอดีซันโน้มตัวเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่น ๆ แผ่วที่แก้มเธอ “ยังโกรธอยู่เหรอ”“โกรธสิคะ...พี่ทำลูกหัวโน แฝดร้องจ้าเลยเห็นมั้ย!”“พี่ขอโทษแล้วไง คนมันเผลอไปหน่อย แฝดน่ะตัวหนักจะตาย” เขายื่นมือไปลูบผมเธอเบา ๆ“อย่าอ้อน หนูยังโกรธอยู่!” ไอรินเบะปาก สะบัดหน้าหนี แต่ใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อเพราะแรงสายตาที่อีกฝ่ายส่งมาซันไม่ยอมแพ้ เอามือโอบเอวเธอเข้ามาแนบตัว แล้วกระซิบเสียงพร่า “แล้วต้องทำยังไงหนูถึงจะหายโกรธล่ะ หื้ม?”ไอรินชะงัก “ก็...ก็ไม่รู้ แต่...อุ้ย! อะไรมันทิ่มหน้าท้องหนูอะ!”ซันหัวเราะเบา ๆ “อ้าว...หายโกรธแล้วเหรอ ยังไม่ทันได้อธิบา
บทที่42 เพนเฮ้าส์เช้าวันใหม่ที่เพนเฮ้าส์ครอบครัวบารมีอนันต์หลังจากวันที่ไปเยือนบ้านพี่เมฆกับพลับอย่างเต็มอิ่ม ครอบครัวเล็กๆ ของซันก็กลับมาใช้เวลาสงบ ๆ ในเพนเฮ้าส์ของตัวเองบ้างไอรินกับซันนอนตื่นสายกว่าปกตินิดหน่อยเพราะความเหนื่อย แต่ก็ยังมีโมเมนต์น่ารัก ๆ กันตั้งแต่เช้า ไอรินในเสื้อยืดตัวโคร่งของซัน เดินมาหอมแก้มสามีหนึ่งที ก่อนที่เจ้าลูกชายฝาแฝดตัวจ้อยจะมานอนซ้อนทับทั้งพ่อทั้งแม่แล้วส่งเสียงงอแงเบา ๆ"หิว หิว หิว พะโล้!""ปะป๊า หิวแล้วอะ หม่าม๊าไข่พะโล้~"ซันหัวเราะเบา ๆ ลูบผมลูกชายแล้วหันไปมองไอรินที่กำลังลุกจากเตียง"พี่ว่าเราเลี้ยงหมูน้อยสองคนรึเปล่า...ทำไมกินจุเหมือนคนโตเลย?"ไอรินหัวเราะแล้วหอมแก้มลูกชาย "ก็ลูกพี่ซันไงล่ะคะ! สงสัยได้พ่อมาเต็ม ๆ"เธอรีบเดินไปที่ครัว เตรียมวัตถุดิบแบบมืออาชีพ ทั้งไข่ต้ม หมูสามชั้น ซอสซีอิ๊วหอม ๆ และเครื่องเทศครบชุด ซันเดินตามมาแบบเนียน ๆ แล้วกอดจากด้านหลังแน่นขณะเธอกำลังหั่นหมู"เดี๋ยวโดนมีดนะคะ พี่ซัน!""ไม่ต้องมาห้ามเลย พี่อยากหอมเมีย" เขากระซิบเสียงต่ำใกล้หู จนไอรินหน้าร้อนวูบ"อย่าหยอดตอนหนูหั่นของได้มั้ย!""โอเค ๆ งั้นพี่ไปจัดโต๊ะก็ได้"ลูก
บทที่41 20นาทีNC“พะ...พี่ซัน อื้อ” ซันกดริมฝีปากลงที่ปากหยักได้รูปของไอรินทันทีเมื่อวางเธอบนเตียง แล้วจุมพิตเบาๆ ไปทั่วซอกคอ ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายบางเบาของไอริน และเธอก็เอียงคอรับปากและลิ้นร้อนๆ ชองเขาซันเอาเข่าแทรกกลางหว่างขาไอรินให้อ้าออก แล้วกดนิ้วแทรกลงไปที่เนินสาวอย่างรวดเร็ว แล้วนิ้วร้อนก็หลุบเข้าไป“อื้ออ...อ๊ะ”ไอรินยกเอวขึ้นเล็กน้อย เธอเกร็งเสียวไปทั้งตัว มืออีกข้างของซันก็บดเบียดที่ติ่งเสียวของไอรินไม่หยุด“อ๊า อ๊า หนูชอบแบบนี้ อ้าส์”“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ” ไอรินครางกระเส่า แล้วดึงใบหน้าเขาขึ้นมาจูบซอกคอและบดจูบที่ริมฝีปากเขาอย่างดูดดื่ม ท่อนล่างของไอรินก็ส่ายร่อนรับความเสียวซันชักเรียวนิ้วกระหนำจนไอรินหน่ำใจ ปลดปล่อยน้ำรักใสๆ พุ่งออกมา และถอนนิ้วออกก่อนเขาจะจับลำรักท่อนใหญ่จ่อไปที่เนินสาวของเธอ แล้วค่อยๆ เสียบแทงลงไป“อ๊ะ อ๊า”เมื่อลำรักเข้าจนมิดลำไอรินสะท้านทั้งตัวด้วยความเสียว มือสองข้างโอบไหล่เขาแล้วซบหน้าไปที่ซอกคอของซันเอวสอบขยับข้าเนินนาบก่อนจะเร่งจังหว่ะเร็วแรงขึ้น“อ๊ะ อื้อ อ๊า”ขาที่อ้าออกของไอรินเป็นรูปตัวเอ็มเริ่มยกขึ้นสูงตามแรงกระแทก และมือหนาสองข้างของซั
บทที่40 ทำลายไฟสปอตไลต์ฉายวับวาบกลางลานจัดแสดงแฟชั่นโชว์หรูของแบรนด์ฝรั่งเศสชื่อดัง บรรยากาศคึกคักไปด้วยแขกวีไอพี ดารา นางแบบ นายแบบ และเหล่าผู้จัดจำหน่ายหรูทั้งไทยและต่างประเทศ แฟชั่นโชว์กำลังจะเริ่ม และหนึ่งในพรีเซนเตอร์หลักของแคมเปญนี้…ก็คือ แอนนา นางแบบสาวระดับเอเชียที่หวนคืนสู่วงการไทยด้วยเสียงฮือฮาเสียงประกาศจากพิธีกรเริ่มต้นขึ้น พร้อมไฟบนเวทีที่หรี่ลง เหลือเพียงแสงจากรันเวย์… และทันทีที่แอนนาเดินก้าวออกมาด้วยชุดเดรสปักคริสตัลหรูหรา บรรยากาศในฮอลล์ก็เปลี่ยนไปทันทีเสียงปรบมือดังขึ้น...แต่ไม่ทันถึงกลางรันเวย์ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากฝั่งประตูด้านข้าง“ปัง!!”“หยุดการแสดงทั้งหมดเดี๋ยวนี้!!”เสียงทุ้มต่ำ แหลมคมของชายคนหนึ่ง ดังแทรกทะลุกำแพงหูของทุกคนในงานซัน ในชุดสูทดำเรียบขรึม เดินตรงเข้ามากลางฮอลล์ พร้อม พี่เจษ และลูกน้องในแก๊งค์เมฆาของซันอีกสองคน เดินแหวกกลุ่มแขกวีไอพีอย่างไม่แยแสเขาหยุดยืนตรงกลางรันเวย์ข้างหลังคือฉากแบรนด์หรูข้างหน้า คือแอนนา ที่ชะงักอยู่กลางเวทีซันยกมือขึ้นและพูดเสียงนิ่ง ชัดถ้อยชัดคำ“ผมคือเจ้าของห้างนี้—เมฆา ผมมีเรื่องจำเป็นต้องแจ้งให้ทุกท่านท
บทที่39 จงใจ บ่ายวันเดียวกัน ณ ห้างเมฆา เสียงหัวเราะของเด็กแฝดสองคนดังแทรกอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศสงบ ผู้คนบางตา ไอรินในชุดแม็กซี่เดรสลินินสีครีม นั่งอยู่ข้างลูกชายแฝด—ทะเลและตะวัน ที่กำลังใช้ช้อนเล็กตักข้าวหน้าไข่ปลาเองอย่างตั้งใจ…แม้จะหกเลอะเทอะไปทั่วโต๊ะ “ตะวันจ๋า อย่าเอาช้อนไปทิ่มจมูกป
บทที่38 วันครอบครัวณ “ภูผา” คาเฟ่สุดหรูหลังออกจากวัด รถสามครอบครัวขับรถตามกันมายังร้านคาเฟ่ของ ภูผา ที่เปิดใกล้มหาลัยชั้นนำในกรุงเทพฯร้านล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เสียงน้ำตกจำลองเบา ๆด้านในตกแต่งอย่างดี พร้อมโซฟานุ่ม และห้องเด็กเล่นริมกระจกทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป…เด็กแฝดสี่ ก็กรี๊ดกร๊าดวิ่งเข้าไป
บทที่36 แผนบรรยากาศที่ห้างเมฆาครึกครื้นกว่าทุกที ด้วยบรรดาแขกผู้มีเกียรติหลากหลายเดินเข้าออกชั้นบริหารของห้างไม่ขาดสาย ทีมพีอาร์และบอดี้การ์ดเดินวุ่นเพื่อคัดกรองผู้มาติดต่อบนโต๊ะทำงานของซัน — ชายหนุ่มในสูทเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มกำลังไล่ดูตารางนัดหมาย ก่อนที่เลขาฯ จะเคาะประตูเบา ๆ แล้วเอ่ยอย่างสุภาพ
บทที่34 อิจฉาหลังจากมื้ออาหารสุดอบอุ่นผ่านไปพร้อมเสียงหัวเราะของลูกชายฝาแฝดที่อิ่มแปล้ ซันก็เช็ดหน้าให้ลูกพลางหันมาหอมแก้มภรรยาเบา ๆ แล้วกระซิบเสียงนุ่ม“อิ่มแล้วใช่ไหมครับคุณแม่คนสวย… พี่จะพาไปช้อปให้สนุกเลย วันนี้ให้หนูได้ฟาดเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจพี่นะ”ไอรินหลุดหัวเราะเบา ๆ “แน่ใจนะคะ พี่จะไม่หม







