เข้าสู่ระบบบทที่4 อยู่ดีๆ ก็หึง
ค่ำวันศุกร์แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาสะท้อนกับแก้วไวน์สีชมพูอ่อน และเสียงเพลงแจ๊สสดจากมุมเวที งานเลี้ยงสังสรรค์ประจำไตรมาสของบริษัทบัญชีที่ไอรินเพิ่งเริ่มงานได้ไม่นาน แต่ชื่อของเธอ...กลับกลายเป็นที่พูดถึงในหมู่พนักงานทุกแผนกอย่างรวดเร็ว “ไอริน...สวยจนผู้บริหารยังมองตามไม่ละสายตาเลยมั้ง” เพื่อนร่วมงานกระซิบพลางหัวเราะคิก ไอรินเพียงยิ้มบางๆ แล้วยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบ ไม่ได้ตอบอะไร คืนนี้เธอสวมเดรสยาวเปิดไหล่สีแดง ผ่าข้างโชว์เรียวขา แต่งหน้าบางเฉียบแบบโปรเฟสชันนัล ผมยาวสลวยถูกปล่อย แต่กลับดูแพงจนหลายคนต้องมองซ้ำ แม้จะเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว แต่วันนี้เธอ “ดูดีจนใครก็ไม่กล้าดูถูก” แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท...ยังแอบยืนคุยกับเธออย่างเป็นกันเอง ไอรินยิ้มตอบแบบสุภาพแต่ภายในใจ — เธอไม่ได้เปิดให้ใครเข้าใกล้เลย เพราะใครบางคน...เคยเข้ามาใกล้เกินไป แล้วจากไป อีกมุมของห้องจัดเลี้ยง — ด้านระเบียง VIP ชั้นบนซันยืนในชุดสูทเข้ม สวมแว่นบางตามสไตล์ เขาไม่ควรอยู่ที่นี่ แต่นัดคุยธุรกิจกับกลุ่มทุนต่างชาติจบก่อนกำหนด และเมื่อเดินผ่านมา...เขาเห็น "เธอ" ไอริน...ในเดรสแดง หัวเราะกับเพื่อนร่วมงาน ใบหน้าดูมีความสุข ไม่มีแววเศร้า ไม่มีร่องรอยเจ็บ ไม่มีความรู้สึกผิดใดๆ ไม่มีแม้แต่...แววคิดถึงเขาเลย ซันกำแก้วในมือนิ่งสายตาคมจับจ้องเธอราวกับโลกทั้งใบถูกเบือนมาให้เห็นแค่เธอคนเดียว “เธอมองไม่เห็นเราด้วยซ้ำ…” “เธอลืมพี่แล้วหรอยัยเด็กดื้อ” ทันใดนั้น เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง — ผู้บริหารหนุ่ม เดินมาเทไวน์ให้เธอเองกับมือ พูดคุยใกล้ชิดเกินกว่าความสุภาพ ไอรินไม่ได้ผลักไส แค่ยิ้มจางๆ อย่างไม่ใส่ใจ แต่แค่นั้น...ก็ทำให้เลือดในกายซันเดือดขึ้นมาเฉียบพลัน "มึงเป็นใครว่ะ?" เสียงในหัวของเขาดังก้อง ซันขยับจะเดินลงไป...แต่ก็หยุดไว้กลางทาง เขาไม่มีสิทธิ์เพราะเขาคือคนที่ไม่เคยกลับไปหาเธอเลยตั้งแต่คืนนั้น เขาคือคนที่เลือกจะเงียบแล้วคาดหวังให้เธอ...รอ? ไอรินหันหน้าไปมองวิวแม่น้ำด้านข้างในมือเธอมีแก้วไวน์แดง แต่ยังไม่ดื่ม แววตาเหม่อลอย เงียบงัน “พี่ซัน...คงลืมหนูไปแล้ว” เธอปิดเปลือกตาข่มความรู้สึกบางอย่างให้จมลง เธอไม่รู้เลยว่า...ตรงมุมมืดด้านบน มีใครคนหนึ่งกำลังมองเธอเหมือนคนจะขาดใจ แต่เขาไม่เดินเข้าไปเพราะเขาไม่แน่ใจว่าเธอจะอยากเห็นหน้าเขาอีกหรือเปล่า และนั่นคือสิ่งที่ทรมานซันที่สุดในชีวิต... แต่แล้ว...ไอรินหันไปทางระเบียงเหมือนถูกบางอย่างในใจดึงดูดและเขาก็เดินออกมาพอดี แสงไฟจากห้องจัดเลี้ยงกระทบใบหน้าคมเข้มของเขา สูทดำแบบเดียวกับคืนนั้นแว่นกรอบบางและสายตา... ที่ไม่ได้ละจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว หัวใจไอรินแทบหยุดเต้นเธออยากจะหันหนีแต่ร่างกายไม่ขยับดวงตาทั้งสองสบกันตรงๆ เหมือนเวลาทั้งห้องหยุดนิ่ง “พี่ซัน” เสียงของเธอเบามากแต่มันดังพอในหูของเขา เธอยังเรียกเขาแบบเดิม...แบบที่ไม่มีใครเคยเรียกแล้วทำให้หัวใจเขาอ่อนแรงเท่านี้ ซันค่อยๆ เดินลงจากชั้นบนผ่านผู้คนที่เหมือนไม่มีอยู่จริงในสายตาเขา ตรงไปหาเธอ...ช้าๆ ในมือของเขาไม่มีแก้วไวน์ ไม่มีมือถือ ไม่มีบทสนทนาเตรียมไว้ มีแค่สายตาและความรู้สึกที่เก็บไว้เกินจะอดทน เมื่อมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ... “ไอริน” เขาเรียกชื่อเธอ...สั้นๆ เสียงแหบต่ำ แฝงอะไรบางอย่างที่เจ็บลึกเกินจะพูดเป็นคำได้ ไอรินเม้มปากแน่นความรู้สึกทั้งหมดที่กั้นไว้เริ่มไหลย้อนกลับ เธอพยายามทำใจให้เย็น แต่เสียงเขา...ชื่อนั้น...มันทำลายทุกเกราะ เขายืนมองเธออยู่อย่างนั้นเหมือนกำลังรอฟังบางอย่างหรือไม่ก็หวังว่าเธอจะหนี เพื่อที่เขาจะได้ตาม... เธอกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบากแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย — ยิ้มแบบที่เหมือนจะร้องไห้ “หายดีแล้วเหรอ” เขาถามเบาๆ “ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ แม้ในใจจะสั่นมากกว่าทุกคืนที่ผ่านมา เขาพยักหน้าแล้วพูดต่อ...ช้าๆ “คิดถึงนะ” คำง่ายๆ ที่ไม่เคยพูดแต่ตอนนี้มันออกมาแบบไม่ต้องเตรียม เธอเงยหน้ามองเขาอีกครั้งดวงตาสั่นไหวเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไร เสียงจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “ไอ! หัวหน้าเรียกไปถ่ายรูปกลุ่ม!” เธอสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนถูกดึงกลับจากโลกอีกใบหันไปมองต้นเสียง แล้วหันกลับมา แต่เขาไม่ได้อยู่ตรงหน้าเธอแล้ว ซันเดินหายเข้าไปในกลุ่มคนเหมือนไม่เคยมาเหลือแค่หัวใจของเธอที่ยังเต้นแรงกับความรู้สึกที่ทิ้งไว้ในอากาศว่า ครั้งนี้...เขาคิดถึงเธอจริงๆ? เวลาผ่านไปเดือนกว่า ตั้งแต่วันที่ไอรินเจอซันในงานเลี้ยงคืนนั้น...เธอคิดว่าเขาจะกลับมา เธอคิดว่าเขาจะพูดอะไรสักอย่าง...แต่เขาไม่ทำ ในขณะที่หัวใจเธอยังวนเวียนอยู่กับเขา โลกของเธอก็ค่อยๆ มีคนเดินเข้ามาอย่างอ่อนโยน “พี่เอก” ผู้บริหารวัยสามสิบกลาง เป็นผู้ชายที่ทุกคนในบริษัทให้ความเคารพเขาใจดี พูดจาอบอุ่น และยิ้มเสมอแต่กับไอริน...สายตาเขาดูพิเศษกว่าใคร เขามักจะเข้ามาทักเธอในตอนเช้าซื้อกาแฟมาให้โดยบอกว่า “ซื้อเกินมาอีกแก้ว” หรือบางวันก็แค่เดินผ่านโต๊ะเธอแล้วถามว่า “เมื่อคืนฝนตกนอนหลับรึเปล่า?” เธอยิ้มตอบบ้างเขินบ้างแต่ไม่เคยเปิดใจมากกว่านั้น และแล้ว...ของชิ้นแรกก็มา วันจันทร์นั้น ไอรินมาทำงานตามปกติบนโต๊ะของเธอ มีกล่องเล็กๆ วางอยู่ พร้อมการ์ดใบจิ๋ว "ขนมอร่อยๆ ไว้กินตอนหิวนะ" ไม่มีชื่อผู้ส่งเธอหันไปมองโต๊ะพี่เอกแต่เขาก็แค่ยิ้มให้บางๆ อย่างคนที่ไม่รู้เรื่อง วันอังคาร กล่องใหม่มาถึงเป็นพวงกุญแจแมวตัวเล็กๆ ที่เหมือนตัวที่เธอห้อยไว้ พร้อมการ์ดเขียนลายมือสวยเรียบ "คิดถึง" เธอเริ่มแปลกใจแต่ก็ยังคิดว่า...คงเป็นพี่เอก วันพุธ มีขนมเค้กพร้อมการ์ดใบเล็กๆ เช่นเคย “ใครกันแน่...ที่ส่งของพวกนี้มา” เธอเคยอยากถามพี่เอกแต่เขากลับดูไม่รู้เรื่องและไม่เคยพูดถึงเลยสักครั้ง เขายังคงเป็นสุภาพบุรุษ เดินเข้ามาคุยเรื่องงานถามสารทุกข์สุขดิบแต่ไม่เคยพูดว่าเป็นคนส่งของเลยสักครั้งเดียว ด้าน “ซัน”เขาไม่ได้แสดงตัวอีกแต่เฝ้าดูอยู่ทุกวัน ให้ทีมงานเงาของเขาส่งของตามคำสั่ง — เลือกวัน เลือกช่วงเวลา เลือกคำเขียนที่ “เหมือนเป็นคนรู้จักเธอดี” เพราะเขากลัวว่า...ถ้าเดินเข้าไปอีกเธอจะอยากคุยกับเขามั้ย แต่เขาก็ห้ามใจไม่ได้ที่จะอยากเห็นเธอ แม้เขาจะไม่ได้อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนั้น วันศุกร์ของขวัญวันสุดท้ายในสัปดาห์เป็นกล่องเครื่องประดับเล็กๆ เปิดออกมาเป็น “กำไลเส้นบาง” เงินแท้เรียบง่าย แต่สลักด้านในไว้ว่า..."Only You” ไอรินชะงัก เธอรู้ทันที... “พี่เอกไม่เขียนคำแบบนี้หรอก...” “ไม่มีใครในบริษัทพูดแบบนี้” ...ยกเว้นคนๆ หนึ่งที่ไม่เคยพูดอะไรตรงๆ แต่สายตาเขา...ไม่เคยโกหก วันเสาร์ จุดเปลี่ยนที่เริ่มขึ้น เอกชวนไอรินไปทานข้าวเธอลังเลแต่ก็ตอบตกลงเพราะไม่อยากเสียมารยาทและนัดกับเธอว่าตอนเย็นจะไปรับหน้าคอนโด .................... สายลมเย็นวันเสาร์ปะทะใบหน้าเขา...แต่ความรู้สึกข้างในกลับร้อนราวกับไฟเผาซันนั่งอยู่ในรถเบนซ์สีดำเงาจอดริมฟุตบาทหน้าคอนโดของเธอในมือเขาคือกล่องของขวัญอีกชิ้นเพื่อมารอเจอเธอ แต่เขายังไม่กล้าแม้แต่จะเปิดประตูลงไปให้ ประตูกระจกของคอนโดเปิดออกเธอเดินออกมาช้าๆ ในชุดกระโปรงพลิ้วสีเบจ ใส่รองเท้าคัทชูเล็กๆ ผมยาวถูกรวบหลวมๆ แต่งหน้าอ่อนๆ แค่เห็น...หัวใจเขาก็เต้นผิดจังหวะ เหมือนวันแรกที่เจอเธอที่ GrooveWizzแต่วันนี้...เธอไม่ได้มาเพื่อเขา ไอรินหยุดยืนหน้าทางออกไม่ถึงสิบวินาทีรถซีดานสีขาวก็มาจอดเทียบ พี่เอกเดินลงมาด้วยเสื้อเชิ้ตขาว กางเกงผ้าเรียบยิ้มบางให้เธอ เธอยิ้มกลับ...และหัวเราะเบาๆ เธอจับต้นแขนเขานิดหน่อยตอนจะขึ้นรถแล้วทั้งคู่ก็ขับออกไป ในรถของซัน เงียบกริบมีเพียงเสียงหายใจของเขา...ที่เริ่มหนักขึ้น มือที่จับพวงมาลัยแน่นขึ้นเรื่อยๆ ข้อนิ้วขาวซีดแต่เขาไม่ขยับไปไหน เขาแค่เฝ้ามอง...จนรถคู่นั้นเลี้ยวหายไป ในใจเขา... เจ็บแต่ไม่ใช่แค่เจ็บธรรมดามันเหมือนบางอย่างถูกบิดข้างใน อึดอัด...แน่น...จนสุดท้ายเขาต้องระบายด้วยคำเดียว “ไอ้โง่...” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงเบาจนแทบไม่มีใครได้ยินแต่แววตานั้น...แดงจัดและเปียกเงา “มึงเฝ้ามองเขาทุกวัน...แต่ไม่กล้าเข้าไปบอกอะไรเลย” “แล้วจะโทษใคร...ถ้าเขาจะไปรักคนอื่น?” เขาโยนกล่องของขวัญลงเบาะข้างแรงๆ เปิดเครื่องยนต์ ขับออกไปจากตรงนั้นโดยไม่มีจุดหมาย ในร้านอาหารฝรั่งเศสไอรินนั่งอยู่ตรงข้ามพี่เอกที่ดูอบอุ่นอย่างที่สุดเขาเอาใจใส่เธอทุกอย่าง คอยดูแลเวลาสั่งอาหารชวนคุยเรื่องทั่วไปไม่แตะเนื้อต้องตัว แต่ใช้สายตาพูดความรู้สึกแทนทุกอย่าง “ไอริน...รู้ใช่ไหมว่าพี่ชอบเรา” เสียงของเขานุ่มนวล เธอชะงักนิดหนึ่งแล้วค่อยๆ พยักหน้า “รู้ค่ะ” เธอตอบเบาๆ “แล้วคิดยังไงกับพี่?” พี่เอกถามตรงๆ ด้วยรอยยิ้ม ไอรินนิ่งไป นาน... เธอไม่ได้อยากโกหกแต่เธอก็ไม่อยากให้ความหวังเพราะในใจของเธอ...ยังเต็มไปด้วย “เขา” ภาพซัน...ในสูทดำที่นั่งเงียบๆ อยู่บนชั้นลอยผับ ที่ห่มผ้าให้เธอ ที่ยื่นมือมาดึงเธอไว้ตอนเป็นลม แต่เธอสัมผัสได้พี่เอกมองเธอด้วยสายตาจริงใจเขาไม่ได้กดดันแต่คำถามของเขาทำให้เธอต้องนิ่ง“แล้วคิดยังไงกับพี่?” ไอรินสูดหายใจเข้าเบาๆ มือเธอวางบนตัก สะกดใจตัวเองไม่ให้หลบตา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา…ตรงๆ “พี่เอกเป็นผู้ชายที่ดีมากนะคะ ดีจนไอรินไม่อยากให้พี่ต้องมาเสียเวลา กับคนที่ยังไม่สามารถรักใครได้เต็มหัวใจ” พี่เอกนิ่งแววตาไม่ได้ตกใจแต่เริ่มเศร้า... “หนูไม่อยากโกหกค่ะ” เสียงของเธอเบาลง “มีบางอย่างในใจ ที่ยังค้างอยู่…และหนูยังหาทางจัดการมันไม่ได้” พี่เอกไม่ได้ถามว่าคือใคร “งั้นแปลว่า...พี่ยังมีโอกาสไหม?” เขาถามด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่แฝงความเจ็บปวด ไอรินเม้มปากนิดหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าอย่างนุ่มนวล “พี่ไม่ควรต้องรอคนที่ลังเลค่ะ” “คนอย่างพี่ ควรเจอใครสักคนที่เลือกพี่เป็นอันดับหนึ่ง โดยไม่ต้องคิดเลย” เธอยิ้มให้เขาแววตาจริงใจ และอ่อนโยน “ขอบคุณที่พี่ชอบไอรินนะคะ…แค่นี้ก็มากพอแล้วจริงๆ” ขณะที่อีกฝั่งหนึ่ง... ซันจอดรถที่ตึกเมฆานั่งอยู่คนเดียวในห้องทำงานหรูไฟยังไม่เปิดมีเพียงแสงจากนีออนนอกตึกสะท้อนเข้ามา เขาเปิดกล่องของขวัญที่ไม่ได้ส่งให้เธอในวันนี้มันเป็น “เข็มกลัดรูปปีกนางฟ้า” สลักไว้ด้านหลังว่า..."คิดถึงเสมอ" เขายิ้มแต่ในแววตา...เต็มไปด้วยความพ่ายแพ้บทที่20 ให้20ล้านเลยNCหลังจากจบการประชุมวันนั้นไอรินเดินออกมาจากห้องประชุมพร้อมซัน ทุกคนในทีมมองมาด้วยรอยยิ้มโล่งใจ สุดท้ายความเข้าใจผิดระหว่างสองคนนี้ก็คลี่คลายลงได้ซักทีซันก้มลงกระซิบที่ข้างหูไอรินเสียงเบา“ขึ้นรถเลยครับคุณแม่ของลูก… พ่อจะเลี้ยงดูให้เหมือนเป็นทองคำแท่งพันล้าน”ไอรินเลิกคิ้วหัวเราะหึๆ เบาๆ“พันล้านเลยเหรอ...เว่อร์นะเธอ”“ถ้าเมียจะน่ารักขนาดนี้… โอนให้เลยก็ได้นะ”ไอรินยังไม่ทันตอบอะไร โทรศัพท์ของเธอก็เด้งแจ้งเตือนจากแอปธนาคารติ๊ง! เงินเข้าบัญชี 10,000,000 บาทเธอเบิกตากว้าง หันขวับไปมองซันที่กำลังนั่งทำหน้ายิ้มร้าย ๆ อยู่ข้าง ๆ“สิบล้านแรก สำหรับลูกเรา”“ส่วนอันนี้…”ติ๊ง! เงินเข้าบัญชีอีก 10,000,000 บาท“สิบล้านที่เมียพี่ให้อภัย อย่าหนีอีกนะเว้ย ไม่งั้นจะตามถึงดวงจันทร์”ไอรินทั้งอึ้งทั้งขำ จนต้องตบอกเขาเบาๆ“บ้าเอ๊ย! โอนมาแบบนี้จะให้เอาไปทำไร!?”“จะได้ไม่มีข้ออ้างหนีผัวอีกไง... อยู่ด้วยกันยันลงโลงเลยน่ะเมียจ๋า”พอขึ้นรถได้ ซันก็พาไอรินไปที่ร้านอาหารหรูริมแม่น้ำ ซึ่งเขาจองโต๊ะไว้ล่วงหน้า(ทั้งที่เพิ่งคืนดีกันเมื่อกี้นั่นแหละ)พอไปถึง ก็จัดเมนูที่เธอชอบที่สุด ทั้ง
บทที่19 อยู่คนเดียวณ มุมร้านกาแฟในห้างเซ็นทรัล – ช่วงสายวันจันทร์“ไอริน?” เสียงเรียกของพลอยดังขึ้นทันทีที่เห็นใบหน้าคุ้นเคยในชุดสุภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่เดินออกมาจากร้านรับสมัครงานไอรินชะงัก หันไปมอง ตาเบิกโพลง “พี่พลอย? พี่พลับ?”ลูกพลับยกมือทักพลางรีบเดินเข้าไปกอด “หายไปไหนมา ทำไมไม่กลับบ้าน ทุกคนเป็นห่วงมากรู้มั้ย?”“พี่ซันตามหาทั้งคืนเลยนะ” พลอยพูดพลางจ้องเธอเขม็งแต่ก็เต็มไปด้วยความห่วงใย “นี่หน้ายังซีดอยู่เลย กินข้าวหรือยัง?”ไอรินยิ้มจาง ๆ ก่อนตอบเบา ๆ “กินแล้วค่ะ...เหนื่อยนิดหน่อย”ทั้งสามพากันนั่งลงในร้านกาแฟมุมสงบ ลูกพลับเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา“เรารู้ว่าพี่ซันผิด ไม่เคลียร์ตั้งแต่แรก แต่พี่ซันรักไอรินนะ เชื่อพี่เถอะ”“หนูก็เคยเชื่อคะ...” ไอรินยิ้มเศร้า น้ำเสียงปนแข็งเล็กน้อย “แต่ภาพที่เห็น มันเจ็บจนไม่อยากกลับไปซ้ำอีก”พลับเหลือบไปเห็นถุงยาโรงบาลและใบฝากครรภ์วางอยู่ข้างกระเป๋าไอริน เธอเลิกคิ้ว แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา แค่เก็บถุงนั้นไว้ในใจไอรินสังเกตสายตาของพลับเหมือนจะถามอะไร แต่เธอกลับนิ่ง เลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องแทน“หนูขอตัวก่อนนะคะ มีธุระต่อ ต้องรีบไป...” ไอรินพูดเสียงเบา
บทที่18 ไม่คุย ไม่มอง ไม่สนใจหลังจากกลับมาถึงเพนต์เฮ้าส์ ไอรินไม่พูดอะไรกับซันอีกแม้แต่คำเดียวเธอเดินเข้าไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้ว…ล็อกประตูห้องนอนอีกต่างหาก ทิ้งให้ซันนั่งเงียบ ๆ อยู่โซฟาคนเดียวเสียงล็อกประตูดัง แกร๊ก!เหมือนเสียงกรีดลงกลางหัวใจซัน“ไอริน…เปิดประตูเถอะ พี่ขอโทษ…”ไม่มีเสียงตอบกลับจนเช้าไอรินตื่นก่อน ฟ้าเพิ่งสาง เธอแต่งตัวเงียบ ๆ จนเรียบร้อยเดินผ่านหน้าซันที่หลับอยู่บนโซฟา…แบบ ไม่แม้แต่จะมองซันสะดุ้งตื่นตอนประตูเปิด“ไอริน… จะไปไหน เดี๋ยวพี่ไปส่ง…”“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเรียกแท็กซี่เอง”เธอพูดสั้น ๆ เย็นชา แล้วเดินออกจากห้องทันทีซันได้แต่มองตามหลังเธอไป…แบบหมดคำพูดหัวใจเขารู้สึกเหมือนกำลังโดนลงโทษด้วย “ความเงียบ” ที่ทรมานกว่าการถูกตบวันนี้ไอรินยังคงมาทำงานตรงเวลา แต่งตัวเรียบร้อยสมบทบาทแต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ — เธอ ไม่พูดกับซันเลยแม้จะต้องเข้าไปในห้องทำงานเดียวกันแม้จะต้องทำงานตรงข้ามกัน ไอรินก็ไม่พูดแม้แต่คำว่า “ค่ะ” หรือ “พี่ซัน”แม้แต่ตอนพักกลางวัน ไอรินก็ลงไปกินข้าวคนเดียวปล่อยให้ซันนั่งมองข้าวในกล่องอย่างหมดอารมณ์อยู่คนเดียวทุกครั้งที่ซันพยายามจ
บทที่17 จ้องมองหลายเดือนผ่านไป—ชีวิตของไอรินดูจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขแบบที่เธอไม่เคยมีมาก่อน…เช้าแต่ละวันเธอลุกขึ้นมาแต่งตัวไปทำงานพร้อมกับซัน ได้ทำงานที่ชอบ ได้อยู่ใกล้คนที่รัก และมีครอบครัวของซันที่ให้ความอบอุ่นเหมือนครอบครัวจริง ๆ ไม่ว่าจะพี่เมฆ พี่ภูผา พลับ พลอย หรือหลานฝาแฝดที่มักจะมากอด มาอ้อนเธอทุกครั้งที่เจอทุกคนรักไอริน…แต่ในเงามืด ไม่ใช่ทุกคนที่ยินดีกับความสุขของเธอที่ตึกเก่าร้างในเขตชานเมือง รถเก๋งสีดำเก่า ๆ คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดสนิท ชายหนุ่มรูปร่างสันทัด หน้าตาธรรมดา แต่ดวงตาเจ้าเล่ห์และเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายเปิดประตูลงมา เขาคือ "ยศ" ลูกน้องคนสนิทของวิชัยเขาเดินเข้าไปในห้องที่มีกลิ่นอับ ภายในห้องมีเพียงเก้าอี้ตัวหนึ่ง กับชายผู้หนึ่งนั่งสูบบุหรี่อย่างใจเย็น“เป็นไง มึงตามดูมันมานานแล้ว มีอะไรคืบหน้า”เสียงห้าวกระด้างของวิชัยถามโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองยศพยักหน้า ก่อนส่งแฟ้มเอกสารบางอย่างให้ไป พร้อมพูดเสียงต่ำอย่างเคารพ“ไอ้ซัน—มันจะออกจากเพนเฮ้าพร้อมกับไอริน ไปถึงตึกเมฆาประมาณแปดโมงกว่า ๆ ทุกวันครับ ทำงานที่นั่น เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของมัน...วันไหนเจ้านั่นยุ่งมาก ๆ
บทที่16 เริ่มงานวันแรกด้านไอ้วิชัยหลังจากถูกซันและวิทย์กระทืบจนยับและโยนร่างที่มีแต่บาดแผลทิ้งไว้หน้าสถานีตำรวจในตอนนั้น ชื่อของ “วิชัย” ก็ค่อย ๆ เลือนหายไปจากแวดวงที่เขาเคยแวะเวียนและกร่างไว้มากมาย ใคร ๆ ก็คิดว่าเขาคงรามือแล้ว... แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าในหัวของมัน ยังเต็มไปด้วยไฟแค้นที่รอวันลุกโชนอีกครั้ง“มึงคิดว่ากระทืบกูครั้งเดียว แล้วเรื่องจะจบง่าย ๆ เหรอ ไอ้ซัน... ไอ้สันดานมาเฟีย”“อีเด็กห้าวนั่น... กูจะเอาคืนให้ได้ กูไม่ลืมหรอก ว่ากูเคยโดนเอาขวดฟาดหัวไว้ยังไง”มันเก็บงำความอาฆาตไว้เงียบ ๆ ไม่ปรากฏตัว ไม่เคลื่อนไหวอะไรให้สะดุดตาแต่ในเงามืด “ยศ” มือขวาคนสนิทที่มันไว้ใจที่สุด ถูกสั่งให้คอย ตามดูไอรินอย่างลับ ๆ ตลอดสองปีที่ผ่านมา“ไปดูมันให้แน่ ๆ ว่าตอนนี้มันอยู่กับใคร อยู่ที่ไหน ไปไหนมาไหนยังไง กูจะเอาทุกอย่างมาวางแผนชำระหนี้เลือดเอง”ยศทำตามคำสั่งอย่างเงียบเชียบ ด้วยความที่มันชำนาญในการติดตาม ทำให้ไม่มีใครรู้เลยว่า “ไอริน” ถูกจับตามองมานานแล้วตอนออกจากคอนโด กระทั่ง…ช่วงที่เธออยู่กับซันในเพนเฮ้าหรู มันก็ยังมีคอยจับจ้องคอยรายงานทุกอย่างกลับไปให้วิชัยเสมอ“ตอนนี้อยู่กับไอ้ซันจริง ๆ
บทที่15 ไม่ให้นอนNCซันลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง หันมามองไอรินที่นอนแผ่หราอยู่ข้าง ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากประจำตัว“จะนอนแล้วเหรอ? อย่าเพิ่งนอน”“หายยัง?”“ไม่หาย” เธอตอบเสียงเรียบ ซันโน้มตัวลงมาใกล้ แล้วใช้นิ้วเขี่ยเบา ๆ ที่เอวเธอ “แต่พี่จะรักษาให้เอง...ด้วยการ จี้เอว”“อ้ะ! พี่ซัน!! ไม่เอาาา ฮ่าๆๆๆ” ไอรินสะดุ้งสุดตัวทันทีเมื่อมือใหญ่ของเขาจี้เอวข้างหนึ่ง ก่อนจะไถลนิ้วลูบเบา ๆ ขึ้นมาตามลำตัว“หนูมันขี้งอน ต้องให้พี่ปูไต่ไล่ระดับความดื้อ... เริ่มจากเท้า...ขึ้นมาน่อง...ต้นขา...”“พอเลย! เดี๋ยวโดนตบ!” ไอรินยกหมอนมาตีเขาเบา ๆ แต่ซันก็หลบได้ทัน แล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์“ปูไต่ขึ้นมาแล้วนะครับ... ต่อไปก็สะโพก... เอว... ท้องน้อย...”“กรี๊ดดดด!! พอแล้วพี่ซัน! หนูยอมแล้ว ฮ่าๆๆๆ” เธอทั้งหัวเราะทั้งดิ้น แต่ก็ไม่หลุดจากอ้อมแขนเขาสักทีแล้วเขาก็โน้มหน้าไปหอมแก้มซ้าย “หอมตรงนี้...”แล้วก็แก้มขวา “หอมตรงนี้อีก...”ตามด้วยจุ๊บเบา ๆ ที่ปลายจมูก “ตรงนี้น่ารักที่สุดเลย”แล้วก็ไล่จุ๊บไปที่หน้าผาก “ตรงนี้...ของคนพิเศษของพี่เท่านั้น”จุ๊บที่คางเบา ๆ แล้วหัวเราะ “ตรงนี้...ก็เอาไว้จุ๊บอ้อนเมีย เวลาทำหน้าเหมือนจะกัดพี่อ