เข้าสู่ระบบบทที่3 เดินหน้าต่อไป
เสียงประตูเพนต์เฮาส์ดังแกรกเบาๆ ขณะที่ไอรินค่อยๆ แง้มประตูออก เธอหันกลับมามองภายในห้องอีกครั้ง...เงียบสนิทซันไม่ได้ตามออกมา “ดีแล้ว” เธอพึมพำกับตัวเองในใจไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาอีกเมื่อคืนมันเป็นความผิดพลาด เธอคิดแบบนั้น ไอรินก้มมองร่างกายตัวเองที่เจ็บหนึบไปหมด ขาแทบไม่มีแรงก้าว แต่เธอก็ยังลากตัวเองเข้าแท็กซี่หน้าคอนโดของเขา ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เธอก็กลับมาถึง “คอนโดเล็กๆ” ที่เธอเช่าอยู่ ห้องเก่าแต่สะอาด เพดานต่ำกว่าในเพนต์เฮาส์ของซันมากนักแต่นี่คือที่ของเธอ เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า พยายามแต่งหน้าให้ดูดี ทั้งที่แทบไม่ไหว หยิบซองเอกสารสมัครงานแนบอกแล้วเดินออกจากห้องด้วยสีหน้าแน่วแน่...แม้ขาจะสั่นก็ตาม แต่ทั้งหมดนี้ ซันเห็น ทุกอย่าง จากอีกฝั่งของถนน เขานั่งในรถมองผ่านกระจกบานหนึ่งขึ้นไปยังห้องของเธอ ตั้งแต่ตอนที่เห็นเธอหายเข้าไปในคอนโดเล็กๆ ตั้งแต่ตอนที่เธอลากขากลับเข้าห้องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและจนกระทั่ง...เธอแต่งตัวแล้วเดินออกมาอีกครั้ง พร้อมจะขึ้นรถเมล์ไปสมัครงานทั้งที่เพิ่งผ่านคืนแรกกับเขา “ดื้อเป็นบ้า” เขากระซิบกับตัวเองอย่างหัวเสีย มือจับพวงมาลัยแน่น เท้าเหยียบคันเร่งเบาๆ เขาแค่ขับรถตามช้าๆ เฝ้ามองเธอเดินกะเผลกๆ ไปถึงป้ายรถเมล์ยืนพิงเสา มือหนึ่งถือซองเอกสาร อีกมือกอดตัวเองแน่นคล้ายจะทรงตัวไม่อยู่ เธอไม่บ่น ไม่โทรหาใคร ไม่ขอให้เขาช่วย เธอสู้...จนวินาทีสุดท้ายจนร่างบางนั้นเริ่มโงนเงน ดวงตาหลับลงช้าๆ และร่างทั้งร่างเอนจะล้มลงกับพื้นคอนกรีต แต่ไม่ทันถึงพื้น ร่างของไอรินถูกรับไว้ทันโดยอ้อมแขนที่กว้าง อุ่น และเต็มไปด้วยแรงที่เธอไม่มีในตอนนี้ “ไอริน!” เสียงของซันดังใกล้ใบหูเธอ ขณะที่เขาอุ้มร่างเธอแนบอกแน่น สายตาคนทั้งป้ายรถเมล์หันมองด้วยความตกใจ “ฮึ่ก...” ไอรินหลับตา พึมพำเบาๆ “อย่าทำเสียงดังสิ...เขิน...” ซันกัดฟันแน่น พึมพำอย่างหัวเสีย “ยัยเด็กบ้า...” ก่อนจะรีบพาเธอเดินตรงกลับรถยนต์หรูที่จอดริมทาง เปิดประตูโยนซองเอกสารเธอขึ้นเบาะหลัง แล้ววางตัวเธอลงเบาะ มือข้างหนึ่งเช็ดเหงื่อบนหน้าผากเธอ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวชัดเจนไปตามพื้นกระเบื้องเงาวับในโรงบาลเอกชนแห่งหนึ่งบรรยากาศเงียบสงบของเช้าวันธรรมดาถูกแทนที่ด้วยภาพชายในสูทดำหรู ที่กำลังอุ้มหญิงสาวร่างเล็กในอ้อมแขนแน่นหนา ไอรินหมดสติ ใบหน้าแดงจัดจากไข้ ตัวร้อนจี๋จนเขารู้สึกได้ผ่านเนื้อผ้า ซันไม่พูดกับใครสักคำแค่สบตา...พนักงานต้อนรับก็รีบพยักหน้า เรียกเจ้าหน้าที่พาไปห้องฉุกเฉินทันทีเขาเดินตามเข้าไป ชะลอฝีเท้าช่วงที่วางร่างเธอลงบนเตียงตรวจกลางห้อง ใบหน้าเรียบนิ่ง แต่หางตาแดงนิดๆ จากความกังวล หมอและพยาบาลขอให้เขารอด้านนอก ซันไม่เถียงแค่ยืนอยู่เงียบๆ หน้าห้อง สีหน้าแข็งแต่แววตาเต็มไปด้วยความร้อนรุ่ม เขายืนอย่างนั้น...เกือบครึ่งชั่วโมงไม่ขยับ ทั้งที่ปกติชีวิตเขาแทบไม่เคยหยุด ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเปิดประตู เขาจะหันขวับไปทันทีแต่ก็ไม่มีเสียงใดเป็นของเธอ ..... ห้องพักผู้ป่วยพิเศษชั้นบนสุดของโรงบาลเอกชนที่ดีที่สุดในเมือง เงียบ สะอาด และดูปลอดภัย ไอรินนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง สีหน้าดูสงบกว่าตอนอยู่ในห้องฉุกเฉิน ผ้าห่มสีครีมเนื้อนุ่มห่มจนถึงอก เครื่องวัดชีพจรแสดงตัวเลขคงที่ ซันยืนอยู่ข้างเตียง มองใบหน้าเธอนิ่งนานโดยไม่พูดอะไร จากนั้นเขาก็ถอนหายใจเบาๆ เดินออกจากห้อง พยาบาลและหมอที่รออยู่ด้านหน้ารีบโค้งให้ “ให้เธออยู่ที่นี่จนกว่าจะหายดี” เขาหยิบบัตรเครดิตสีดำส่งให้พยาบาล “ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ใส่บนชื่อนี้” “ค่ะคุณซัน...แล้วเรื่องเอกสารคนไข้” ซันหยิบกระเป๋าสตางค์ของไอรินที่พกมาด้วย เปิดมันอย่างเบามือ แล้วหยิบบัตรประชาชนของเธอออกมา เขาเหลือบตามองชื่อ-นามสกุลบนบัตรอีกครั้ง "ไอริน อัครวัฒน์" เพียงเท่านั้น เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นต่อเข้าระบบเซิร์ฟเวอร์ลับผ่านแอปที่ไม่มีชื่อ ปลายนิ้วเรียวยาวพิมพ์ข้อมูลลงไปด้วยความคุ้นเคยภายในไม่ถึงนาที ข้อมูลส่วนตัวของไอริน...ก็ไหลขึ้นบนหน้าจอเหมือนน้ำทะลัก เกิด: พิษณุโลก ไม่มีข้อมูลบิดามารดา อาศัยในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนถึงอายุ 18 ออกจากระบบรัฐเมื่อเรียนจบ ม.6 ทำงานพาร์ตไทม์ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ ส่งตัวเองเรียนบัญชี จบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 ไม่มีประวัติคดี ไม่มีแม้แต่ใบสั่ง เครดิตสะอาด ไม่มีหนี้ อาศัยห้องเช่าเพียงลำพัง ผู้หญิงคนนี้...ไม่เคยมีใครดูแล ซันนิ่งไป เขาไล่นิ้วบนหน้าจอช้าๆ เหมือนกำลังอ่านอะไรที่มากกว่าข้อความ “...ขยันจนจบมหาลัยด้วยตัวคนเดียว?” “...อยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่มีญาติ?” “...เด็กดีขนาดนี้ กลับถูกลากไปเป็นของเล่นของคนอย่างวิชัย?” คิ้วเขาขมวดแน่น ดวงตาเงียบกริบเหมือนทะเลก่อนพายุ เขาเคยสืบประวัติคนเป็นร้อย แต่ไม่มีใครเคยกระแทกใจเขาได้เท่าผู้หญิงคนนี้ และไม่เคยมีครั้งไหน...ที่เขารู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนแย่ขนาดนี้ "เมื่อคืน เธอไม่ควรเจ็บขนาดนั้น" "ไม่ควรเป็นเธอเลยด้วยซ้ำ" เขาเก็บบัตรประชาชนใส่กระเป๋าสตางค์ของเธอคืนเดินกลับเข้าไปในห้องเงียบๆ เพื่อเข้าไปดูเธออีกครั้งก่อนจะออกไปทำงาน เวลาบ่ายโมงตรง — ที่ตึก "เมฆา" สำนักงานใหญ่ของอาณาจักรธุรกิจที่มีทั้งห้างหรู ผับ น้ำมัน และระบบลับที่ไม่มีชื่อในเอกสารราชการ ออฟฟิศชั้นบนของซัน — ถูกออกแบบอย่างเรียบหรูและลึกลับ ภายในห้องประชุมลับประจำตัวเขา ซันนั่งอยู่หัวโต๊ะ มือไขว้กันแน่นอยู่บนแฟ้มงานสีดำ ใบหน้าสงบนิ่ง แต่ดวงตาคมใต้กรอบแว่นบางกริบ...แดงคล้ำเพราะความเพลียและตอนนี้เขากลับมาทำงานแต่ไม่ได้ลืมว่า “เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น” “เรียกมันมา” เสียงทุ้มของซันเอ่ยขึ้นสั้นๆ ไม่ถึงสิบวินาที พี่ต้นกับพี่เจษก็เดินเข้ามาในห้อง คนหนึ่งดูนิ่ง อีกคนหน้าตารนๆ อย่างเห็นได้ชัด พี่ต้นโค้งให้ พี่เจษไม่กล้าสบตา “นั่ง” ซันพูดเรียบๆ แต่น้ำเสียงแข็งจนไม่มีใครกล้าขัด ทั้งคู่ทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ซันยังไม่พูดอะไรเพียงแค่เปิดแฟ้มตรงหน้า วางโทรศัพท์ลง และหมุนจอแท็บเล็ตให้ทั้งสองคนเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อคืน ภาพชัดเจน — ไอรินนั่งหัวเราะกับเพื่อน พี่เจษเดินผ่านโต๊ะก่อนแวบหนึ่งจะเห็นมือเขา “หยิบอะไรบางอย่าง” ใส่ลงไปในขวดเหล้าวินาทีนั้นสั้นมาก แต่คนที่เคยเป็นแฮกเกอร์...ดูแวบเดียวก็รู้ ซันกดหยุดภาพ “อธิบายมา” เสียงของเขาเย็น...เย็นยิ่งกว่าอุณหภูมิในห้อง พี่เจษเริ่มเหงื่อซึมพี่ต้นหันมองข้างๆ อย่างอึ้ง “โทษครับคุณซัน ผมไม่ได้หมายจะทำให้เธอเป็นแบบนั้นนะครับ” ซันขยับตัวเล็กน้อยในเก้าอี้ “แล้วใครบอกให้มึงยุ่ง?” ปัง! เสียงฝ่ามือตบโต๊ะกระแทกดังลั่นทั้งห้อง พี่ต้นสะดุ้งเฮือกพี่เจษหน้าเผือดทันที “อย่า ‘คิด’ แทนกูอีก จำไว้นะเจษถ้าไม่ใช่กูสั่งมึงไม่มีสิทธิ์แตะต้องอะไรในผับเลย แม้แต่นิดเดียว!” “ขอโทษครับคุณซันผมผิดไปแล้ว” “ยานั่นถ้าเธอแพ้ขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้นมึงรู้มั้ย?!” ซันคำราม “ถ้าเมื่อคืนเกิดอะไรกับไอริน กูไม่แค่ไล่มึงออก...แต่มึงจะไม่มีที่ยืนในวงการนี้อีกเลย!” เสียงในห้องเงียบสนิทพี่ต้นยังนิ่ง พี่เจษสั่นไปทั้งตัว ซันหันไปหาพี่ต้น “ฝากดูแลผับสักพัก กูไม่ไว้ใจใครแล้วตอนนี้” “ครับคุณซัน” เขาหันมองเจษอีกครั้ง “ออกไป...ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจ” เจษลุกแทบไม่ทันโค้งตัวอย่างรีบเร่งแล้วเดินออกไปพร้อมเหงื่อโชกหลัง เมื่อประตูปิดลงซันเอนตัวพิงพนักเก้าอี้หลับตา สูดลมหายใจหนักๆ ในใจของเขาตอนนี้ไม่ใช่แค่โกรธ ..... ห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลเงียบสงบ อากาศเย็นสบาย ยามสายของวันที่สามไอรินนั่งพิงหมอน ห่มผ้าอยู่บนเตียงดวงตาเรียบนิ่งแต่ลึกในใจนั้นมีความว่างเปล่าเกินบรรยายสองวันที่ผ่านมาหมอก็เข้ามาตรวจตามเวลาพยาบาลดูแลอย่างดี อาหารมีทุกมื้อ น้ำร้อน ผ้าห่ม อุปกรณ์ทุกอย่างหรูเกินกว่าที่คนธรรมดาจะได้รับ แต่... “เขา” ไม่เคยโผล่มาเลย แม้แต่เงาแม้แต่ข้อความแม้แต่เสียงเคาะประตู “เข้าใจแล้วล่ะ” เธอพึมพำกับตัวเอง ขณะลูบหลังมือตัวเองเบาๆ คืนนั้นมันอาจจะสำคัญสำหรับเธอเพราะมันเป็น “ครั้งแรก” แต่สำหรับเขา...เธอก็อาจจะเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่เคยคิดจะจดจำ เธอถอนหายใจเจ็บใจตัวเองมากกว่าอะไรทั้งหมดที่กล้าหวังเพียงน้อยนิดว่าเขาจะเห็นเธอเป็น "ใครสักคน" ไอรินค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง พยาบาลจะเข้ามาช่วย แต่เธอโบกมือเบาๆ “ไม่เป็นไรค่ะ หนูโอเคแล้ว” เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บของน้อยชิ้นใส่กระเป๋าผ้าใบเก่าแล้วออกจากโรงพยาบาลเงียบๆ โดยไม่รบกวนใคร — เช่นเดียวกับทุกครั้งในชีวิตที่ผ่านมา ไม่ถึงสองวันหลังจากออกจากโรงพยาบาลไอรินเดินถือแฟ้มเอกสารไปสมัครงานทั่วเมือง แววตาเธอยังมุ่งมั่นแม้บางทีจะปวดหน่วงในท้องน้อยจากบาดแผลเก่าแม้จะมีคำถามวนอยู่ในหัวว่า “เขาเห็นเธอเป็นอะไรบ้างไหม” แต่เธอก็ไม่หยุดเดินเธอยื่นสมัครหลายที่จนในที่สุด...บริษัทบัญชีขนาดกลางแห่งหนึ่งก็รับเธอเข้าทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บัญชีทั่วไป เริ่มงานสัปดาห์หน้า เธอก้มมองกระดาษใบจ้างงานในมือและถอนหายใจยาวอีกครั้งก่อนจะยิ้มให้ตัวเองในเงาสะท้อนของตึกกระจก “ไม่เป็นไร...แค่เรายังลุกไหว ทุกอย่างก็เริ่มใหม่ได้” .... ห้องพักเล็กๆ บนคอนโดเก่าเป็นห้องที่เงียบเรียบง่ายและอบอุ่น ไอรินวางกระเป๋าผ้าใบเดิมลงบนโต๊ะถอนหายใจเบาๆ เหมือนทุกวัน เธอเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดตัวหลวมกับกางเกงขาสั้นก่อนจะเดินมานั่งที่โซฟาเก่าๆ แล้วเปิดทีวีด้วยความเคยชิน เธอไม่ได้ดูข่าวบันเทิงมาหลายวันแต่คืนนี้...มันเปิดค้างไว้อยู่ช่องเดิม “และในช่วงบ่ายที่ผ่านมา รองกรรมการบริหารเครือบารมีอนันต์ ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมกับตัวแทนรัฐมนตรีเศรษฐกิจ” เธอเงยหน้าขึ้นสายตาจับจ้องไปยังหน้าจอทันทีที่เห็นภาพชายในสูทดำยืนอยู่กลางกลุ่มนักข่าวและผู้บริหารระดับประเทศ “อาทิตย์ บารมีอนันต์” เธออ้าปากนิดๆ เหมือนลืมหายใจภาพเขาในจอ หล่อมาก...ในแบบที่เธอเคยเห็นใกล้ๆ มากกว่านี้ แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิม เสียงพิธีกรยังพูดต่อไม่หยุด “อาทิตย์ บารมีอนันต์ หนึ่งในสี่หุ้นส่วนเจ้าของห้างเมฆาที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ หนึ่งในผู้บริหารเครือปั๊มน้ำมัน ‘บารมีออย’ เจ้าของสิทธิ์การลงทุนในธุรกิจพลังงานสีเขียว และแน่นอน...น้องชายเจ้าของผับหรูชื่อดัง GrooveWizz” ภาพในจอสลับเป็นภาพเขาในงานต่างๆ ในรถซูเปอร์คาร์ บนเวทีสัมภาษณ์ ในมุมเงียบๆ กับแก้ววิสกี้ในมือ และที่ทำให้ใจเธอหยุดเต้น... คือภาพมุมหนึ่ง — ที่เธอเห็นตัวเองยืนอยู่ข้างเขาในผับคืนนั้น กล้องนักข่าวจับภาพเธอไว้ได้เสี้ยววินาที แม้แค่ด้านหลัง...แต่เธอจำได้ดี “เขาเป็นใครกันแน่วะ โคตรรวยเลย” เธอพึมพำเสียงแผ่ว คนที่พูดน้อย เย็นชาแต่ซื้อห้อง VIP ให้เธอนอน คนที่ยืนอยู่เงียบๆ หน้าเตียงโรงพยาบาล คนที่ด่าใครสักคนด้วยเสียงเย็นยะเยือกว่าเหล็ก... เขาคือ "อาทิตย์ บารมีอนันต์" คนเดียวกับในข่าว คนที่ทั้งประเทศจับตามอง แต่เธอ...เคยนอนอยู่ข้างเขาในค่ำคืนที่ไม่มีใครรู้ ไอรินเบือนหน้าหนีทีวี กอดหมอนใบเล็กแน่น หัวใจเต้นแรงแบบไม่มีเหตุผล “เธอมันโง่...โง่ที่คิดว่าเขาจะจำเธอได้” น้ำตาเอ่อขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวเธอกำลังพยายามลืมแต่ภาพเขาในทีวี กลับ “ตอก” ความรู้สึกทุกอย่างให้ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม เขาอาจจะลืมเธอไปแล้ว...แต่เธอจะไม่มีวันลืมเขาได้เลยบทที่20 ให้20ล้านเลยNCหลังจากจบการประชุมวันนั้นไอรินเดินออกมาจากห้องประชุมพร้อมซัน ทุกคนในทีมมองมาด้วยรอยยิ้มโล่งใจ สุดท้ายความเข้าใจผิดระหว่างสองคนนี้ก็คลี่คลายลงได้ซักทีซันก้มลงกระซิบที่ข้างหูไอรินเสียงเบา“ขึ้นรถเลยครับคุณแม่ของลูก… พ่อจะเลี้ยงดูให้เหมือนเป็นทองคำแท่งพันล้าน”ไอรินเลิกคิ้วหัวเราะหึๆ เบาๆ“พันล้านเลยเหรอ...เว่อร์นะเธอ”“ถ้าเมียจะน่ารักขนาดนี้… โอนให้เลยก็ได้นะ”ไอรินยังไม่ทันตอบอะไร โทรศัพท์ของเธอก็เด้งแจ้งเตือนจากแอปธนาคารติ๊ง! เงินเข้าบัญชี 10,000,000 บาทเธอเบิกตากว้าง หันขวับไปมองซันที่กำลังนั่งทำหน้ายิ้มร้าย ๆ อยู่ข้าง ๆ“สิบล้านแรก สำหรับลูกเรา”“ส่วนอันนี้…”ติ๊ง! เงินเข้าบัญชีอีก 10,000,000 บาท“สิบล้านที่เมียพี่ให้อภัย อย่าหนีอีกนะเว้ย ไม่งั้นจะตามถึงดวงจันทร์”ไอรินทั้งอึ้งทั้งขำ จนต้องตบอกเขาเบาๆ“บ้าเอ๊ย! โอนมาแบบนี้จะให้เอาไปทำไร!?”“จะได้ไม่มีข้ออ้างหนีผัวอีกไง... อยู่ด้วยกันยันลงโลงเลยน่ะเมียจ๋า”พอขึ้นรถได้ ซันก็พาไอรินไปที่ร้านอาหารหรูริมแม่น้ำ ซึ่งเขาจองโต๊ะไว้ล่วงหน้า(ทั้งที่เพิ่งคืนดีกันเมื่อกี้นั่นแหละ)พอไปถึง ก็จัดเมนูที่เธอชอบที่สุด ทั้ง
บทที่19 อยู่คนเดียวณ มุมร้านกาแฟในห้างเซ็นทรัล – ช่วงสายวันจันทร์“ไอริน?” เสียงเรียกของพลอยดังขึ้นทันทีที่เห็นใบหน้าคุ้นเคยในชุดสุภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่เดินออกมาจากร้านรับสมัครงานไอรินชะงัก หันไปมอง ตาเบิกโพลง “พี่พลอย? พี่พลับ?”ลูกพลับยกมือทักพลางรีบเดินเข้าไปกอด “หายไปไหนมา ทำไมไม่กลับบ้าน ทุกคนเป็นห่วงมากรู้มั้ย?”“พี่ซันตามหาทั้งคืนเลยนะ” พลอยพูดพลางจ้องเธอเขม็งแต่ก็เต็มไปด้วยความห่วงใย “นี่หน้ายังซีดอยู่เลย กินข้าวหรือยัง?”ไอรินยิ้มจาง ๆ ก่อนตอบเบา ๆ “กินแล้วค่ะ...เหนื่อยนิดหน่อย”ทั้งสามพากันนั่งลงในร้านกาแฟมุมสงบ ลูกพลับเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา“เรารู้ว่าพี่ซันผิด ไม่เคลียร์ตั้งแต่แรก แต่พี่ซันรักไอรินนะ เชื่อพี่เถอะ”“หนูก็เคยเชื่อคะ...” ไอรินยิ้มเศร้า น้ำเสียงปนแข็งเล็กน้อย “แต่ภาพที่เห็น มันเจ็บจนไม่อยากกลับไปซ้ำอีก”พลับเหลือบไปเห็นถุงยาโรงบาลและใบฝากครรภ์วางอยู่ข้างกระเป๋าไอริน เธอเลิกคิ้ว แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา แค่เก็บถุงนั้นไว้ในใจไอรินสังเกตสายตาของพลับเหมือนจะถามอะไร แต่เธอกลับนิ่ง เลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องแทน“หนูขอตัวก่อนนะคะ มีธุระต่อ ต้องรีบไป...” ไอรินพูดเสียงเบา
บทที่18 ไม่คุย ไม่มอง ไม่สนใจหลังจากกลับมาถึงเพนต์เฮ้าส์ ไอรินไม่พูดอะไรกับซันอีกแม้แต่คำเดียวเธอเดินเข้าไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้ว…ล็อกประตูห้องนอนอีกต่างหาก ทิ้งให้ซันนั่งเงียบ ๆ อยู่โซฟาคนเดียวเสียงล็อกประตูดัง แกร๊ก!เหมือนเสียงกรีดลงกลางหัวใจซัน“ไอริน…เปิดประตูเถอะ พี่ขอโทษ…”ไม่มีเสียงตอบกลับจนเช้าไอรินตื่นก่อน ฟ้าเพิ่งสาง เธอแต่งตัวเงียบ ๆ จนเรียบร้อยเดินผ่านหน้าซันที่หลับอยู่บนโซฟา…แบบ ไม่แม้แต่จะมองซันสะดุ้งตื่นตอนประตูเปิด“ไอริน… จะไปไหน เดี๋ยวพี่ไปส่ง…”“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเรียกแท็กซี่เอง”เธอพูดสั้น ๆ เย็นชา แล้วเดินออกจากห้องทันทีซันได้แต่มองตามหลังเธอไป…แบบหมดคำพูดหัวใจเขารู้สึกเหมือนกำลังโดนลงโทษด้วย “ความเงียบ” ที่ทรมานกว่าการถูกตบวันนี้ไอรินยังคงมาทำงานตรงเวลา แต่งตัวเรียบร้อยสมบทบาทแต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ — เธอ ไม่พูดกับซันเลยแม้จะต้องเข้าไปในห้องทำงานเดียวกันแม้จะต้องทำงานตรงข้ามกัน ไอรินก็ไม่พูดแม้แต่คำว่า “ค่ะ” หรือ “พี่ซัน”แม้แต่ตอนพักกลางวัน ไอรินก็ลงไปกินข้าวคนเดียวปล่อยให้ซันนั่งมองข้าวในกล่องอย่างหมดอารมณ์อยู่คนเดียวทุกครั้งที่ซันพยายามจ
บทที่17 จ้องมองหลายเดือนผ่านไป—ชีวิตของไอรินดูจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขแบบที่เธอไม่เคยมีมาก่อน…เช้าแต่ละวันเธอลุกขึ้นมาแต่งตัวไปทำงานพร้อมกับซัน ได้ทำงานที่ชอบ ได้อยู่ใกล้คนที่รัก และมีครอบครัวของซันที่ให้ความอบอุ่นเหมือนครอบครัวจริง ๆ ไม่ว่าจะพี่เมฆ พี่ภูผา พลับ พลอย หรือหลานฝาแฝดที่มักจะมากอด มาอ้อนเธอทุกครั้งที่เจอทุกคนรักไอริน…แต่ในเงามืด ไม่ใช่ทุกคนที่ยินดีกับความสุขของเธอที่ตึกเก่าร้างในเขตชานเมือง รถเก๋งสีดำเก่า ๆ คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดสนิท ชายหนุ่มรูปร่างสันทัด หน้าตาธรรมดา แต่ดวงตาเจ้าเล่ห์และเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายเปิดประตูลงมา เขาคือ "ยศ" ลูกน้องคนสนิทของวิชัยเขาเดินเข้าไปในห้องที่มีกลิ่นอับ ภายในห้องมีเพียงเก้าอี้ตัวหนึ่ง กับชายผู้หนึ่งนั่งสูบบุหรี่อย่างใจเย็น“เป็นไง มึงตามดูมันมานานแล้ว มีอะไรคืบหน้า”เสียงห้าวกระด้างของวิชัยถามโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองยศพยักหน้า ก่อนส่งแฟ้มเอกสารบางอย่างให้ไป พร้อมพูดเสียงต่ำอย่างเคารพ“ไอ้ซัน—มันจะออกจากเพนเฮ้าพร้อมกับไอริน ไปถึงตึกเมฆาประมาณแปดโมงกว่า ๆ ทุกวันครับ ทำงานที่นั่น เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของมัน...วันไหนเจ้านั่นยุ่งมาก ๆ
บทที่16 เริ่มงานวันแรกด้านไอ้วิชัยหลังจากถูกซันและวิทย์กระทืบจนยับและโยนร่างที่มีแต่บาดแผลทิ้งไว้หน้าสถานีตำรวจในตอนนั้น ชื่อของ “วิชัย” ก็ค่อย ๆ เลือนหายไปจากแวดวงที่เขาเคยแวะเวียนและกร่างไว้มากมาย ใคร ๆ ก็คิดว่าเขาคงรามือแล้ว... แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าในหัวของมัน ยังเต็มไปด้วยไฟแค้นที่รอวันลุกโชนอีกครั้ง“มึงคิดว่ากระทืบกูครั้งเดียว แล้วเรื่องจะจบง่าย ๆ เหรอ ไอ้ซัน... ไอ้สันดานมาเฟีย”“อีเด็กห้าวนั่น... กูจะเอาคืนให้ได้ กูไม่ลืมหรอก ว่ากูเคยโดนเอาขวดฟาดหัวไว้ยังไง”มันเก็บงำความอาฆาตไว้เงียบ ๆ ไม่ปรากฏตัว ไม่เคลื่อนไหวอะไรให้สะดุดตาแต่ในเงามืด “ยศ” มือขวาคนสนิทที่มันไว้ใจที่สุด ถูกสั่งให้คอย ตามดูไอรินอย่างลับ ๆ ตลอดสองปีที่ผ่านมา“ไปดูมันให้แน่ ๆ ว่าตอนนี้มันอยู่กับใคร อยู่ที่ไหน ไปไหนมาไหนยังไง กูจะเอาทุกอย่างมาวางแผนชำระหนี้เลือดเอง”ยศทำตามคำสั่งอย่างเงียบเชียบ ด้วยความที่มันชำนาญในการติดตาม ทำให้ไม่มีใครรู้เลยว่า “ไอริน” ถูกจับตามองมานานแล้วตอนออกจากคอนโด กระทั่ง…ช่วงที่เธออยู่กับซันในเพนเฮ้าหรู มันก็ยังมีคอยจับจ้องคอยรายงานทุกอย่างกลับไปให้วิชัยเสมอ“ตอนนี้อยู่กับไอ้ซันจริง ๆ
บทที่15 ไม่ให้นอนNCซันลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง หันมามองไอรินที่นอนแผ่หราอยู่ข้าง ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากประจำตัว“จะนอนแล้วเหรอ? อย่าเพิ่งนอน”“หายยัง?”“ไม่หาย” เธอตอบเสียงเรียบ ซันโน้มตัวลงมาใกล้ แล้วใช้นิ้วเขี่ยเบา ๆ ที่เอวเธอ “แต่พี่จะรักษาให้เอง...ด้วยการ จี้เอว”“อ้ะ! พี่ซัน!! ไม่เอาาา ฮ่าๆๆๆ” ไอรินสะดุ้งสุดตัวทันทีเมื่อมือใหญ่ของเขาจี้เอวข้างหนึ่ง ก่อนจะไถลนิ้วลูบเบา ๆ ขึ้นมาตามลำตัว“หนูมันขี้งอน ต้องให้พี่ปูไต่ไล่ระดับความดื้อ... เริ่มจากเท้า...ขึ้นมาน่อง...ต้นขา...”“พอเลย! เดี๋ยวโดนตบ!” ไอรินยกหมอนมาตีเขาเบา ๆ แต่ซันก็หลบได้ทัน แล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์“ปูไต่ขึ้นมาแล้วนะครับ... ต่อไปก็สะโพก... เอว... ท้องน้อย...”“กรี๊ดดดด!! พอแล้วพี่ซัน! หนูยอมแล้ว ฮ่าๆๆๆ” เธอทั้งหัวเราะทั้งดิ้น แต่ก็ไม่หลุดจากอ้อมแขนเขาสักทีแล้วเขาก็โน้มหน้าไปหอมแก้มซ้าย “หอมตรงนี้...”แล้วก็แก้มขวา “หอมตรงนี้อีก...”ตามด้วยจุ๊บเบา ๆ ที่ปลายจมูก “ตรงนี้น่ารักที่สุดเลย”แล้วก็ไล่จุ๊บไปที่หน้าผาก “ตรงนี้...ของคนพิเศษของพี่เท่านั้น”จุ๊บที่คางเบา ๆ แล้วหัวเราะ “ตรงนี้...ก็เอาไว้จุ๊บอ้อนเมีย เวลาทำหน้าเหมือนจะกัดพี่อ







