เข้าสู่ระบบเช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในแผนกประชาสัมพันธ์บนชั้นยี่สิบแปดกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ความคึกคักในวันนี้ไม่ได้มาจากเสียงเพลงหรือเสียงเมาท์มอยเรื่องแฟชั่น หากแต่มาจากวัตถุขนาดใหญ่ที่วางเด่นเป็นสง่าอยู่บนโต๊ะทำงานของลลิตา
ช่อดอกกุหลาบสีแดงสดนำเข้าจากฮอลแลนด์จำนวนเก้าร้อยเก้าสิบเก้าดอก ถูกจัดช่ออย่างอลังการจนแทบจะบังหน้าจอคอมพิวเตอร์มิด ความหรูหราของมันเรียกเสียงฮือฮาจากพนักงานสาว ๆ และเจ๊มดแดงที่รีบวิ่งถลาเข้ามาส่องดูการ์ดใบจิ๋วที่แนบมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“โอ๊ยยยย นังลิตา! แม่เจ้าโว้ย! กุหลาบนำเข้าช่อนี้ราคาเหยียบแสนแน่ ๆ ใครส่งมาเปย์แกแต่เช้าเนี่ยฮะ!”
เจ๊มดแดงกรี๊ดกร๊าด บิดตัวไปมาด้วยความอิจฉาตาร้อน
“อย่าบอกนะว่าคุณภามสุดหล่อแผนกไอทีส่งมาง้อเรื่องเมื่อวาน! กรี๊ด!”
“เพ้อเจ้อใหญ่แล้วเจ๊ คนพรรค์นั้นไม่มีทางทำอะไรโรแมนติกแบบนี้หรอก” ลลิตาตอบด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ ใบหน้าสวยเฉี่ยวไม่ได้มีความตื่นเต้นดีใจเลยแม้แต่น้อย
มือเรียวเอื้อมไปหยิบการ์ดสีครีมขอบทองที่เสียบอยู่กลางช่อดอกไม้ขึ้นมาเปิดอ่าน ข้อความที่เขียนด้วยลายมือตวัด ๆ คุ้นตา ทำเอาความดันโลหิตของเธอพุ่งปรี๊ด
‘ดีใจที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งนะครับลิตา กุหลาบช่อนี้สำหรับความสำเร็จของพรีเซนต์เมื่อวาน และสำหรับจุดเริ่มต้นใหม่ของเรา เที่ยงนี้ไปทานข้าวด้วยกันนะครับ ผมจะรอที่ล็อบบี้ – กฤต’
ลลิตากัดฟันกรอด ขยำการ์ดใบนั้นจนยับยู่ยี่แล้วโยนลงถังขยะอย่างไม่ไยดี ผู้ชายคนนี้ช่างหน้าด้านหน้าทนเกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้เสียอีก คิดว่าแค่ส่งดอกไม้ราคาแพงมาให้แล้วเธอจะใจอ่อนวิ่งกลับไปซบซอกคอเขาเหมือนอีโง่คนเดิมในอดีตหรือไง
“ว้าย ทิ้งทำไมยะ! ตกลงใครส่งมา”
“ลูกค้าวีไอพีโรคจิตค่ะเจ๊” ลลิตาตอบปัด ๆ พยายามดันช่อดอกไม้ยักษ์นั่นให้พ้นทาง “เจ๊อยากได้ก็เอาไปเลยนะ ลิตาเหม็น รกโต๊ะทำงานด้วย”
ทว่าก่อนที่เจ๊มดแดงจะได้อ้าปากถามต่อ พี่หวาน ผู้จัดการแผนกพีอาร์ก็เดินหน้าตั้งเข้ามาที่โต๊ะของลลิตาเสียก่อน
“ลิตา! เตรียมตัวเลยนะลูก บอสเพิ่งโทร.สายตรงมาบอกว่า คุณกฤต ตัวแทนลูกค้าระดับวีไอพีของเรา รีเควสต์ขอให้ลิตาไปทานมื้อเที่ยงด้วยเพื่อคุยรายละเอียดแคมเปญระดมทุนแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ลิตาต้องไปดูแลลูกค้านะ งานนี้พลาดไม่ได้เด็ดขาด บอสกำชับมาว่าต้องตามใจคุณกฤตทุกอย่าง”
คำสั่งประกาศิตนั้นทำเอาลลิตาแทบทรุด หญิงสาวเบิกตากว้าง
“พี่หวานคะ แต่ลิตามีงานค้างต้องเคลียร์นะคะ ให้คนอื่นไปแทน...”
“ไม่ได้จ้ะ! ลูกค้าระบุชื่อลิตาคนเดียวเท่านั้น” พี่หวานตัดบทอย่างเด็ดขาด “อย่าทำให้บริษัทเสียเครดิตนะลิตา นี่มันโปรเจกต์พันล้าน แต่งตัวสวย ๆ แล้วลงไปรอลูกค้าที่ล็อบบี้ตอนสิบเอ็ดโมงครึ่งได้เลย”
ลลิตาอ้าปากค้าง รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกต้อนให้จนมุม กฤตใช้เส้นสายและอำนาจในฐานะลูกค้าวีไอพีมากดดันเธอผ่านสายงานโดยตรง ผู้ชายคนนี้รู้ดีว่าลลิตาเป็นคนมีทีเด็ดเรื่องความเป็นมืออาชีพ และเธอจะไม่มีวันยอมทิ้งงานของบริษัทแน่ ๆ
หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง มือเรียวยกขึ้นนวดขมับตัวเองเบา ๆ ความหวาดกลัวและความอึดอัดก่อตัวขึ้นในใจ เธอไม่อยากไป ไม่อยากไปนั่งปั้นหน้ายิ้มให้ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอ แต่ในโลกของการทำงาน เธอไม่มีทางเลือกอื่นเลย
***********************************
ลลิตาในชุดเดรสสีเบจเรียบหรูยืนรออยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับด้วยใบหน้าที่ตึงเปรี๊ยะ พยายามรักษาระยะห่างจากร่างสูงของกฤตที่ยืนส่งยิ้มหวานกวนประสาทอยู่ข้าง ๆ
“ผมดีใจนะที่คุณยอมลงมา” กฤตเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลราวกับพระเอกซีรีส์ แต่มันกลับทำให้ลลิตารู้สึกขนลุกซู่ “ผมจองโต๊ะที่ห้องอาหารฝรั่งเศสบนดาดฟ้าตึกข้าง ๆ ไว้ เราจะได้มีเวลา ‘คุยงาน’ กันแบบส่วนตัว”
“ลิตาลงมาเพราะหน้าที่ค่ะคุณกฤต กรุณาแยกแยะด้วย” หญิงสาวตอบเสียงแข็ง เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
“ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะลิตา” กฤตหัวเราะเบา ๆ เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ จงใจยื่นมือไปแตะแผ่นหลังบางของลลิตาเพื่อดันให้เธอเดินไปทางประตูทางออก “ไปกันเถอะ รถผมจอดรออยู่แล้ว”
ลลิตาสะดุ้งเตรียมจะเบี่ยงตัวหลบสัมผัสนั้น ทว่า...
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ผู้บริหารที่ตั้งอยู่ด้านหลังดังขึ้น พร้อมกับบานประตูที่เปิดออก ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวออกมาด้วยท่วงท่าที่สง่างามและดุดันราวกับนายแบบกำลังเดินเฉิดฉายบนรันเวย์
ภคินอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ขับให้ผิวขาวจัดและโครงหน้าคมคายของเขาดูโดดเด่นสะดุดตา ดวงตาคมกริบภายใต้เลนส์แว่นสีเงินตวัดมองตรงมาที่มือของกฤตซึ่งกำลังแตะอยู่บนแผ่นหลังของลลิตา รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนอากาศบริเวณล็อบบี้แทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง
“ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะการรับประทานอาหารกลางวันครับ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้น ภคินก้าวเท้ายาว ๆ เข้ามาหยุดยืนขวางหน้าระหว่างลลิตากับประตูทางออก ในมือหนามีไอแพดเครื่องบางที่เปิดหน้าต่างระบบโปรแกรมอะไรบางอย่างเอาไว้
รถสปอร์ตคันหรูแล่นทะยานเข้าสู่ลานจอดรถส่วนตัวของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางเมือง ก่อนจะจอดสนิทลงในช่องจอดวีไอพี ตลอดเส้นทางที่นั่งรถกลับมา แป้งได้แต่นั่งเงียบกริบ สมองของพีอาร์สาวตัวท็อปกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลเหตุการณ์เหนือจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ไอ้พี่ไอทีจอมกวนที่ชอบใส่เสื้อยืดขาดเข่ากินข้าวกล่องเซเว่น กลายเป็นมหาเศรษฐีสั่งการบอดี้การ์ดนับสิบคนไปถล่มห้องสวีทโรงแรมหรู ตั้มดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันมามองตุ๊กตาหน้ารถที่ยังคงนั่งเบิกตากว้างเป็นนกฮูก ชายหนุ่มอมยิ้ม เอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธออย่างเบามือ “ถึงแล้วครับเมียจ๋า จะเดินลงไปเอง หรือจะให้พี่อุ้มดี” เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างแก้มทำเอาแป้งสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบหดคอหนี&nb
“ระ... รถพอร์ช? คนของเรา? บอส?” แป้งทวนคำศัพท์แปลกประหลาดที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของไอ้พี่ไอทีจอมกวนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ มองผู้ชายตรงหน้าที่เพิ่งจะสั่งการลูกน้องที่ไหนก็ไม่รู้ผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยมาดของมาเฟียคุมถิ่น นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ไอ้พี่ตั้มหัวฟูที่ชอบใส่เสื้อยืดขาด ๆ มากินข้าวกล่องเซเว่นกับเธอเมื่อวันก่อน ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นบอสอะไรไปได้ล่ะ “พี่ตั้ม นี่พี่เป็นใครกันแน่คะ แป้งงงไปหมดแล้วนะ” พีอาร์สาวเขย่าแขนเสื้อเขา ร้องถามด้วยความสับสน ตั้มเก็บสมาร์ตโฟนลงกระเป๋ากางเกง รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเมื่อครู่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให
แกร๊ก... เสียงลูกบิดประตูห้องแพนทรีถูกหมุนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ราวกับเป็นเสียงสับสวิตช์ประหารชีวิต แป้งที่กำลังระดมทุบตีแผงอกของตั้มอยู่ถึงกับชะงักกึก ร่างเล็กรีบกระโดดถอยห่างจากไอ้พี่ไอทีตัวต้นเหตุไปเกือบสองเมตร หญิงสาวยืนตัวลีบติดเคาน์เตอร์ชงกาแฟ ก้มหน้าผุดลุกผุดนั่งราวกับนักโทษที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา ลลิตา หัวหน้าแผนกพีอาร์คนสวยเดินถือแก้วมัคเซรามิกเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาเฉี่ยวคมกวาดมองสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงของลูกน้องสาว สลับกับรอยลิปสติกสีพีชที่เลอะอยู่ตรงมุมปากของลูกน้องสามี ก่อนที่รอยยิ้มรู้ทันจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน “พี่มารบกวนการ... เอ่อ... ‘เชื่อมต่อเครือข่ายความสัมพันธ์ของพวกเราหรือเปล่าจ๊ะ” ลลิตาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “พะ... พี่ลิตา! คือ... คือ
บ่ายวันพุธ บรรยากาศในแผนกพีอาร์ดูคึกคักเป็นพิเศษเมื่อมีแขกต่างแผนกมาเยือน วิน หนุ่มหล่อเดือนประจำแผนกเซลส์ ผู้มาพร้อมกับรอยยิ้มละลายใจและคารมที่พลิ้วไหวดั่งสายน้ำ กำลังยืนเท้าแขนอยู่กับพาร์ทิชันกั้นโต๊ะทำงานของแป้ง ในมือของเขามีแก้วชาเขียวมัทฉะปั่นจากร้านคาเฟ่ชื่อดังแบรนด์เงือกเขียววางแหมะอยู่ตรงหน้าพีอาร์สาว “น้องแป้งครับ วันนี้พี่เห็นเราหน้าเครียด ๆ ตั้งแต่เช้า เลยแอบลงไปซื้อชาเขียวร้านโปรดมาให้ เติมน้ำตาลหน่อยจะได้สดชื่นนะครับ” วินส่งยิ้มหวานหยดย้อย นัยน์ตาแพรวพราวราวกับลูกหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่กำลังออดอ้อนเจ้าของ แป้งชะงักมือที่กำลังรัวคีย์บอร์ด หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองแก้วชาเขียวสลับกับใบหน้าหล่อสไตล์โอปป้าของหนุ่มเซลส์ รอยยิ้มการค้าถูกงัดออกมาใช้อัตโนมัติ
“นี่มันบ้าไปแล้ว บ้าไปแล้วจริง ๆ” แป้งพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วขณะนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยดวงตาเหม่อลอย นัยน์ตากลมโตภายใต้การแต่งหน้าลุคเวิร์กกิ้งวูแมนสุดเนี้ยบกำลังสั่นระริก ผ่านมาแล้วสามวันเต็ม ๆ นับตั้งแต่เหตุการณ์สแกนลายนิ้วมือสุดวาบหวามในมุมมืดของห้องเซิร์ฟเวอร์ พีอาร์สาวตัวท็อปพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเวลาอยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอท่องกฎเหล็ก ‘ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด’ เอาไว้ในใจเป็นร้อยรอบทุกครั้งที่ต้องเดินผ่านหรือทำทีเป็นกะพริบตาทักทายเพื่อนร่วมงาน ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้ให้ความร่วมมือในการปกปิดความลับนี้เลยแม้แต่น้อย ไอ้พี่ไอทีหัวฟูนั่นกำลังทำให้ระบบประสาทของเธอรวนอย่างหนัก ตลอดสามวันที่ผ่านมา แป้งต้องเผชิญกับสารพัดวิธีจ
แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านทึบแสงระบบอัตโนมัติ ปลุกให้ร่างเล็กที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาค่อย ๆ ปรือตาขึ้น แป้งนิ่วหน้าเมื่อความรู้สึกปวดหนึบแล่นริ้วไปทั่วทั้งร่าง โดยเฉพาะบริเวณสะโพกและช่วงขาทั้งสองข้าง หญิงสาวพยายามขยับตัว แต่ความหนักอึ้งบริเวณเอวทำให้เธอต้องก้มลงมอง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบว่าท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกำลังพาดทับอยู่บนตัวเธอ ความทรงจำอันเร่าร้อนเมื่อคืนไหลบ่าเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ ทั้งฤทธิ์ยา รสจูบดุดัน เสียงคราง และจังหวะรักที่สั่นคลอนไปทั้งหัวใจ... พีอาร์สาวค่อย ๆ หันขวับไปมองคนข้างกายอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ผู้ชายที่นอนคว่ำหน้าหลับสนิทอยู่ข้างเธอคือคนเดียวกับคนที่อุ้มเธอออกมาจากคลับเมื่อคืน ชายหนุ่มที่สลัดคราบไอทีสายเซอร์ กลายเป็นหนุ่มหล่อเนียบที่กระชากใจจนเธอเป็นฝ่ายกระโจนเข้าใส่เขาเอง&nbs







