로그인“ตอนนี้เนี่ยนะ?” พายถามออกไปแล้วขมวดคิ้วใส่เขา แต่ภีมแค่ยักไหล่อย่างไม่คิดอะไร ราวกับว่าสิ่งที่เธอถามไม่ใช่สิ่งที่ควรจะถาม เพราะเธอรู้ดีอยู่แลวว่าเขาเป็นคนยังไง บรรยากาศแบบนี้แถมยังอยู่ด้วยกันแค่สองคน ไม่มีทางเลยที่เขาจะปล่อยให้เธอหลุดมือไป
“มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยสนใจว่าเป็นตอนไหน ถ้ากูอยากได้ กูก็แค่ต้องได้” ปลายนิ้วของภีมเกลี่ยผมที่ปกหน้าเธอไปเหน็บหูก่อนจะลูบแก้มเธอแผ่วเบา สายตาเขาในตอนนี้ไม่ใช่สายตาเย็นชาอย่างที่ใครเคยได้เห็นเลยแม้แต่น้อย เพราะมันเป็นสายตาที่เขาใช้มอบให้พะพายแค่คนเดียวในฐานะ FWB คนโปรดของเขา…
“ภีม….”
“เลิกพูดที ชื่อกูเอาไว้รอเรียกตอนมึงครางเถอะ คุกเข่าลงได้แล้ว” เขาเอานิ้วกดที่ปากเอเป็นชิงห้ามปราม ภีมไม่อยากเสียอารมณ์ในเวลาแบบนี้ เขากดไหล่เธอให้นั่งลงไปแทนการบอกว่าเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธเขาเด็ดขาด แต่สิ่งที่ทำให้ภีมพึงพอใจจนแค่นยิ้มมุมปากคือคนข้างหน้าที่นั่งลงไปตามแรงกดอย่างไม่ได้ขัดขืนอะไร
“เอาแต่ใจจังว่ะ” แม้ปากเล็กๆจะบ่นไม่หยุดแต่เธอกลับค่อยๆปลดกระดุมกางเกงเขาออก กางเกงยีนส์สีซีดถูกดึงลงไปพร้อมกับกางเกงบล็อกเซอร์ เผยให้เห็นเอ็นร้อนที่เริ่มจะแข็งขืนขึ้นมาจากแรงปรารถนา แค่มือเล็กกอบกุมลงไปเขาก็หลุดเสียงครางต่ำออกมา และนี่แหละคือเหตุผลที่เขาทำข้อตกลงให้พายมาอยู่ตรงนี้ เพราะเธอทำให้เขารู้สึกได้เพียงแค่การสัมผัสเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“หรือจะให้เอาแต่มึงละ ดูดดีๆดิว่ะ” ภีมบ่นไม่หยุดแต่ภายในเสียงบ่นนั้นกับมีเสียงครางต่ำปะปนอยู่ด้วย เขาเอื้อมมือไปกดหัวพายเอาไว้เชิดหน้าขึ้นแล้วซี๊ดปาก ยามท่ลิ้นเล็กของเธอไล้วนส่วนหัวสลับกลับอมมันเข้าออกเขาก็ยิ่งสติเตลิดไปไกล เด็ดขนาดนี้ภีมจะปล่อยอีกคนไปได้ยังไง
“อื้อ อึก” เสียงอื้ออึงใยลำคอดังขึ้นเมื่อภีมกดหัวเอาไว้แล้วกระแทกสวนกับเข้าริฝีปากเล็กไปอย่างไม่มียั้งแรง มือบางจับต้นขาทั้งสองข้างของเขาเอาไว้เพื่อพยุ่งตัวเอง
แรงเสียดสีของริมฝีปากเล็กทำให้ภีมคลั่งจนแทบบ้า เขาแหงนหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกปริ่มสุขเต็มที ภีมส่งเสียงครางและเสียงหอบหายใจประสานกัน สะโพกของเขายังขยับไม่ยอมหยุดก่อนจะกระแทกเต็มแรงเข้าไปอีกสองสามครั้งแล้วปลดปล่อยธารน้ำรักขาวขุ่นของเขาออกมาจนเต็มปากเธอ
“แคกๆ!!” พายสำลักแล้วรีบผละตัวออกมา เธอคว้าเอากรดาษทิชชูที่วางอยู่ไม่ไกลมาคายน้ำรักของเขาออกมา ภีมมองของเหลวสีขาวที่เปอะอยู่ตรงปากเธอแล้วแค่นยิ้ม เขาจับเอากระดาษทิชชูในมือเธอโยนออกไป แล้วรวบตัวเธออุ้มขึ้นไปนั่งบนโต๊ะอีกครั้ง
ภีมไม่ได้พูดอะไรมากเขาใช้จมูกซุกไซร้ปตามลำคอเขาแล้วขบเม้มสลับฝั่งไปมาอย่างเร่าร้อน กระดุมเสื้อกนักศึกษาค่อยๆถูกปลดออกไปโดยที่เขาไม่ได้ละใบหน้าไปไหนแม้แต่น้อย ก่อนจะชะงักไปเพราะพายดันอกเขาเอาไว้
“เดี๋ยวก่อน มึงมีถุงยางรึเปล่า? วันนี้ไม่ปลอดภัยนะ ครั้งก่อนก็ไม่ด้ใส่ ถ้าพลาดขึ้นมาจะทำยังไง” ภีมคิดขึ้นได้เมื่อได้ยินคำถามนั้นจากคนตรงหน้า เขาแค่มีอารณ์จนลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย ปกติเขาเอาแต่ใจไม่ยอมหยุดหรอก แต่ในเมื่อเธอบอกว่าเป็นช่วงอันตรายแบบนี้ก็ไม่เสี่ยงดีกว่า
“เฮ่อ กูไม่ได้พกมา” เขาผละออกก่อนจะติดกระดุมเสื้อของเธอให้เข้าที่ แล้วหันไปหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดน้ำรักที่เลอะมุมปากเธออยู่ออกไป เห็นทีวันนี้คงต้องหยุดเท่านี้ แต่อย่างน้อยเธอก็ใช้ปากช่วยเขาเอาไว้มากแล้ว
ภีมหรี่ตาสังเกตท่าทางของอีกคนที่นั่งอยู่ท่าเดิม เขาเลื่อนสายตามามองเรียวขาเล็กที่เบียดเข้าหากันก่อนจะรอบหัวเราะในลำคอ ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้เธออีกครั้งก่อนจะจับขาเธออ้าออกจนเธอสะดุ้ง
“มึงจะทำอะไร?”
“ช่วยมึงไง? ไม่อยากเสร็จหรอ?” เขากระซิบข้างหูก่อนจะล้วงมือเข้าไปใต้กระโปรงของเธอ เรียวนิ้วยาวเกลี่ยให้กางเกงในเธอแหวกออกก่อนจะลูบไล้จุดกระสันให้เธอจนเธอสะดุ้งโผเข้ากอดเขา
“อ่า อ๊ะ อื้อ ภีม”
“แฉะขนาดนี้ น่าเสียดายชิบหาย เอาไว้ต่อไปกูจะติดถุงยางไว้ในกระเป๋าก็แล้วกัน” ภีมพูดเสียงกระเส่า เขาขบเม้มคอของเธอไปพร้อมๆกับเรียวนิ้วที่ถูจุดกระสันของเธออย่างไม่ปรานี
ภีมใช้ขาแหวกเรียวขาเล็กของคนตรงหน้าให้อ้ากว้างขึ้นแล้วออกแรงยกขึ้นนิดหน่อยก่อนที่เขาจะแทรกนิ้วเข้าไปพร้อมกันทีเดียวทั้งสองนิ้ว ภีมชักนิ้วเข้าออกอย่างเชื่องช้าก่อนเขาจะค่อยๆเพิ่มจังหวะไปเรื่อยๆ
“อื้อ อึ๊ อึ๊ ภีม อื้อ”
“ชิบหาย เรียกกูเสียงหวานขนาดนี้ กูจะอดใจไหวหรอว่ะ?” ภีมก้มลงนัวจบเธออย่างรุ่นแรง เพียงเพื่อต้องการปกปิดเสียงครางนั้นเอาไว้ แต่แทนที่เขาจะรู้สึกดีขึ้นกลับยิ่งรู้สึกร้อนลุ่มไปทั้งตัว มือหนาข้างหนึ่งที่ยังว่างใช้ขยำหน้าอกเธออย่างเอาแต่ใจ
“พาย….กูว่ากูไม่ไหวอ่ะ”
“มะ ไม่ไหวอะไร?”
“อยากเอามึงไงถามมาได้” เขาพูดเสียงหอบแล้วก้มลงไปซุกที่คอเธออีกครั้ง
“แต่วันนี้มันอันตราย….”
“กูจะป่ล่อยนอก จะชักออกมาให้ทัน สัญญา….กูขอได้ไหม? นะพาย” เสียงออดอ้อนของเขาทำให้ใจเธออ่อนยวบ ไม่ง่ายเลยที่ภีมจะพูดด้วยน้ำเสียงนี้ ใบหน้าหวานของพายขึ้นสีแดงระเรื่อทั้งร้อนเห่อ
“กะ ก็ได้…ถ้ามึงพูดแบบนั้น”
ร้านอาหารญี่ปุ่นโทนอุ่นสลัวดูจะอึดอัดน้อยลงกว่าครั้งก่อนๆ ภีมนั่งจ้องถ้วยน้ำชาในมือด้วยความรู้สึกที่เหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ พ่อของเขายังคงกดดันเรื่องการหมั้นหมายไม่เลิกรา และวันนี้เขาก็ถูกกึ่งบังคับให้มาทานมื้อกลางวันกับรดาอีกครั้ง ภีมพยายามทำหน้านิ่งแต่แววตาซ่อนความกังวลไว้ไม่มิด เพราะเขารู้ดีว่าเขากำลังโกหกพายว่ามาช่วยงานที่บริษัทรุ่นพี่"ภีมคะ... เลิกทำหน้าเหมือนจะไปออกรบได้แล้วค่ะ" รดาเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะเบาๆ ท่าทางของเธอวันนี้ดูผ่อนคลายและเป็นกันเองผิดกับวันแรกที่เจอกัน ภีมเงยหน้าขึ้นมอง "ขอโทษครับรดา ผมแค่... รู้สึกไม่ค่อยดีที่ต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้ลับหลัง.....""รดารู้ค่ะ และรดาก็มีเรื่องสำคัญจะบอกภีมเหมือนกัน" หญิงสาววางตะเกียบลงแล้วจ้องหน้าเขาด้วยแววตาจริงจัง "ความจริงรดาเองก็มีคนที่รดารักอยู่แล้วค่ะ เขาเรียนอยู่ที่อังกฤษ และรดาก็ไม่คิดจะแต่งงานกับใครนอกจากเขาเหมือนกัน"คำสารภาพของรดาทำให้ภีมชะงักไปครู่หนึ่งเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งปลดล็อกรหัสผ่านสำเร็จ ความหนักอึ้งในใจเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด"แล้วทำไมรดาถึงยอมมาเจอผมล่ะครับ?""ก็เพื่อจะมาตกลงกับภีมไงคะ ว่าเราสองคนมาเ
บรรยากาศในมหาวิทยาลัยวันแรกหลังจากกลับจากทริปเชียงใหม่ดูจะสดใสเป็นพิเศษสำหรับพวกเราสี่คน รอยยิ้มของพายยังคงประดับอยู่บนใบหน้าเหมือนคนคนมีความสุขจนล้นปรี่ ส่วนภีมเองแม้จะกลับมาสวมมาดนิ่งขรึมเหมือนเดิม แต่แววตาที่เขามองพายนั้นนุ่มนวลขึ้นจนใครๆก็สังเกตเห็น"เย็นนี้มึงอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมพาย?" ภีมถามขณะที่เดินเคียงข้างพายไปตามทางเดินใต้ตึกวิศวะ มือข้างหนึ่งของเขาคว้ากระเป๋าคอมพิวเตอร์ของพายมาถือไว้ให้เหมือนเป็นเรื่องปกติ"กูเห็นมึงบ่นว่าอยากกินซูชิตั้งแต่อยู่บนเครื่องแล้ว""เออ... กูก็อยากกินนะมึง แต่รินมันบอกว่าอยากกินหมูกระทะฉลองโปรเจกต์จบ มึงโอเคเปล่าวะ?" พายเงยหน้าขึ้นถามคนตัวสูง"กูยังไงก็ได้ ตามใจมึง..."ตึ๊ด... ตึ๊ด...เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของภีมสั่นรัวขึ้นมาขัดจังหวะ ภีมขมวดคิ้วเมื่อเห็นชื่อที่โชว์อยู่บนหน้าจอ 'แม่'"แป๊บนะมึง แม่กูโทรมา" ภีมบอกพายก่อนจะปลีกตัวออกไปคุยโทรศัพท์ห่างออกไปเล็กน้อย พายยืนมองแผ่นหลังของภีมที่ดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีที่รับสาย เขาพยักหน้าสองสามครั้งก่อนจะวางสายแล้วเดินกลับมาหาเธอด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก"มีอะไรหรือเปล่ามึง?" พายถามด้วยความ
"มึงนอนห้องกูนะภีม ถึงมันจะแคบไปหน่อยแต่เตียงกูนุ่มนะเว้ย" พายพูดพลางเปิดประตูไม้บานเก่าเข้าไปในห้องนอนที่เธอโตมาห้องนอนของพายมีกลิ่นอายความทรงจำที่เรียบง่าย มีโต๊ะไม้ตัวเล็กที่มีหนังสือวางอยู่ประปราย หมอนอิงสีตุ่นๆและหน้าต่างบานพับที่เปิดออกไปเห็นยอดไม้และท้องฟ้าสีครามเข้มภีมเดินเข้ามาในห้องพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ เขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับความแคบ"มึงดูอะไรของมึงนักหนาวะภีม?" พายถามพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงสปริงเก่าๆที่ส่งเสียงดัง เคร้ง"กูก็แค่อยากรู้ว่ามึงโตมายังไง" ภีมตอบเสียงเรียบก่อนจะเดินไปหยุดที่กรอบรูปตั้งโต๊ะรูปหนึ่ง"นี่มึงตอนประถมเหรอพาย? ทำไมหน้ามึงเหมือนเด็กผู้ชายจังวะ แววตามึงดูซนฉิบหาย""เออ... ตอนนั้นกูตัดผมสั้นเท่าหู แย่งไอติมเด็กผู้ชายแถวบ้านกินเป็นว่าเล่น" พายลุกขึ้นเดินไปยืนข้างๆเขา"แต่มึงดูตอนนี้สิ กูโตมาสวยขนาดนี้ มึงควรภูมิใจนะที่ได้กูอ่ะ"ภีมหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาหันมามองหน้าพายที่ตอนนี้อยู่ใกล้กันจนลมหายใจเป่ารดผิว"เออ... กูก็ภูมิใจอยู่นี่ไง ถึงได้หวงมึงจนหน้ามืดตามัวแบบวันนี้"ภีมรวบเอวบางของพายเข้ามากอดไว้หลวมๆ เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมๆที่ไม่มีกลิ่นน้ำหอมร
เช้าวันต่อมา อากาศที่เชียงใหม่เย็นสบายจนน่าอิจฉา ยายทองจัดแจงเตรียมตะกร้าหวายใบเก่งส่งให้พาย บอกว่าวันนี้มีตลาดนัดใหญ่ในหมู่บ้าน ให้พายพาสองหนุ่มกับหนึ่งสาวไปหาซื้อของกินมาทำกับข้าวเย็นนี้ โดยเฉพาะภีมที่ยายดูจะโอ๋เป็นพิเศษจนพายแอบหมั่นไส้"พาย... ช่วยเอาหมวกนี่ไปใส่ให้ภีมด้วย แดดเริ่มแรงเดี๋ยวผิวขาวๆของเขามันจะไหม้เอา" ยายทองสั่ง พายรับหมวกปีกกว้างมาแล้วหันไปหาภีมที่กำลังยืนบิดขี้เกียจอยู่ใต้ถุนบ้าน ภีมในชุดเสื้อยืดสีพื้นกางเกงขาสั้นดูสบายตามาก แต่ความนิ่งขรึมของเขาก็ยังทำเอาสาวๆแถวนี้มองกันตาค้าง"มานี่มามึง ยายสั่งให้กูเอาหมวกมาประเคนให้เนี่ย" พายกวักมือเรียกภีม ภีมเดินเข้ามาหาพลางย่อตัวลงนิดหนึ่งเพื่อให้พายสวมหมวกให้ได้ถนัด"ยายมึงนี่ดูจะรักกูมากกว่ามึงแล้วนะพาย" ภีมพูดพลางกระตุกยิ้มมุมปาก"เออ... กูกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้วเนี่ย ไปเหอะมึง พวกไอ้เจกับรินมันเดินนำไปถึงนู่นแล้ว" พายคว้าแขนภีมแล้วออกแรงลากให้เดินไปด้วยกันบรรยากาศตลาดนัดบ้านทุ่งคึกคักไปด้วยผู้คน กลิ่นไส้อั่วทอดหอมๆและเสียงตะโกนขายของภาษาเหนือดังระงม ภีมเดินตามพายไปติดๆมือข้างหนึ่งของเขาจับชายเสื้อพายไว้แน่นเพราะกลัวคนเ
หลังจากที่พวกเราสู้ชีวิตกับโปรเจกต์เฟสสามมาอย่างยาวนาน จนแทบจะกลายเป็นซอมบี้เฝ้าห้องแล็บ ในที่สุดความพยายามก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อตัวเลขทุกอย่างรันออกมาได้อย่างไร้ที่ติและผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการแบบม้วนเดียวจบ ความสำเร็จครั้งนี้ทำเอาพวกเราสี่คน ทั้งภีม พาย เจ และริน แทบจะกระโดดกอดกันกลางห้องประชุม“ในเมื่อรวยความสำเร็จกันแล้ว เราไปหาความสุขใส่ตัวกันบ้างเถอะ!” รินตะโกนก้องห้องแล็บ“พาย... มึงเคยบอกว่าบ้านยายที่เชียงใหม่สวยมากไม่ใช่เหรอ ชวนพวกเราไปหน่อยสิ!” พายยิ้มกว้างพลางหันไปมองหน้าภีม“ไปไหมภีม? ไปสูดอากาศบริสุทธิ์พักสมองกันหน่อย ยายกูบ่นคิดถึงกูมานานแล้วด้วย ท่านบอกว่าอยากเจอเพื่อนที่กูเล่าให้ฟังบ่อยๆ” ภีมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยนิ่งเฉยในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นเมื่อเห็นแววตาอ้อนวอนของเธอ“ถ้ามึงอยากให้ไป... กูก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ”เช้าวันเดินทาง บรรยากาศที่สนามบินคึกคักเป็นพิเศษ เจและรินเดินนำไปก่อนพร้อมกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ ทิ้งให้ภีมและพายเดินตามหลังมาติดๆ ภีมในชุดเที่ยวที่ดูเรียบง่ายแต่กลับดูดีจนสาวๆในสนามบินหันมองตามกันเป็นแถวเมื่อขึ้นมาบนเครื่องบิน ภีมจัดการย
ลมเย็นๆบนดาดฟ้าคอนโดมิเนียมพัดผ่านร่างของคนสองคนที่ยังคงกอดกันกลม พายยังคงสะอื้นเบาๆอยู่ในอกกว้างของภีม เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงของเขาตอนนี้ชุ่มไปด้วยน้ำตาและคราบมาสคาร่าของเธอ แต่คนตัวสูงกลับไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด เขายังคงลูบหลังปลอบประโลมคนในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน"คนบ้า... มึงรู้ไหมว่ากูกลัวแค่ไหน" พายพูดเสียงอู้อี้อยู่กับอกเขา"กูคิดว่ามึงเป็นอะไรไปจริงๆ กูคิดว่ากูจะไม่ได้เจอมึงอีกแล้ว"ภีมกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะค่อยๆดันตัวพายออกมาเพื่อสบตาเขาใช้ปลายนิ้วโป้งเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มใสอย่างเบามือ แววตาของเขาในตอนนี้ไม่มีร่องรอยของคนเย็นชาที่แกล้งทำมาตลอดทั้งอาทิตย์เหลืออยู่เลย มีเพียงความรักและความรู้สึกผิดที่ฉายชัดอยู่ในนั้น"ขอโทษ... กูไม่ได้ตั้งใจจะทำให้มึงกลัวขนาดนี้" ภีมเอ่ยเสียงนุ่ม"กูแค่... อยากให้ทุกอย่างในวันนี้มันพิเศษที่สุด อยากให้มึงจดจำวันนี้ไปนานๆ""กูจำแม่นแน่ จำว่ามึงแกล้งกูจนเกือบหัวใจวาย" พายค้อนขวับให้หนึ่งที แต่ก็ยอมให้เขาจูงมือเดินไปที่โต๊ะดินเนอร์ที่จัดไว้อย่างสวยงามโต๊ะอาหารเล็กๆถูกประดับด้วยดอกไม้ที่พายชอบ กลิ่นหอมจางๆของอาหารโปรดของเธอโชยมาเตะจมูก บนดาดฟ้าแ
บ่ายที่แดดแผดเผาของลานหน้าคณะบริหารธุรกิจ บรรยากาศรอบข้างกลับดูเย็นเยียบขึ้นมาถนัดตาเมื่อร่างสูงในชุดช็อปสีน้ำเงินเข้มเดินเข้ามาในรัศมี ลมหายใจของสต๊าฟหลายคนสะดุดกึกเมื่อเห็นภีมเดือนวิศวะสายเนี้ยบผู้มีชื่อเสียงเรื่องความเฮี้ยบและโลกส่วนตัวสูง เดินดุ่มๆเข้ามากลางกองถ่ายแบบที่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข
ภาพเหตุการณ์ที่ห้องประชุมมของทีมยังคงฉายซ้ำอยู่ในหัวของภีมราวกับไฟล์วิดีโอที่วนลูปไม่จบสิ้น ภาพมือของไอ้ผู้ชายหน้าจืดนั่นที่ลูบลงบนกลุ่มผมนุ่มของพายอย่างถือวิสาสะ และรอยยิ้มของพายที่ไม่ได้ขยับหนี มันทำให้เส้นประสาทของภีมขาดผึงในเวลานั้น เขาคว้าข้อมือทั้งสองข้างของพายชูขึ้นเหนือศีรษะ กดตรึงไว้กับผนั
ณ โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวของเหล่านักศึกษาและกลิ่นอาหารที่คละคลุ้งไม่ได้ทำให้บรรยากาศระหว่างสองเพื่อนสนิทดูเปลี่ยนไปในสายตาคนรอบข้าง ภีมนั่งเขียวข้าวกะเพราหมูสับในจานด้วยท่าทางนิ่งขรึมเหมือนเดิม ส่วนพายก็กำลังหัวเราะคิกคักขณะคุยโทรศัพท์กับเพื่อนในคณะและยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมทีม
ภายในห้องแล็บคอมพิวเตอร์ชั้นสี่ของตึกวิศวกรรมศาสตร์ เสียงพัดลมระบายความร้อนจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ดังหึ่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับเป็นเสียงลมหายใจของสัตว์กลไกขนาดยักษ์ แสงสีฟ้าสลัวจากหน้าจอมอนิเตอร์สามเครื่องที่ตั้งเรียงรายสะท้อนลงบนใบหน้าคมคายของ ‘ภีม’ ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาเรียบเฉยที่กำลังจดจ่ออยู่กั





![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

