เข้าสู่ระบบเช้าวันต่อมา…
แพทริเซียรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วพยายามลุกขึ้นมานั่งพร้อมความรู้สึกปวดหัวและความรู้สึกปวดร้าวระบมไปทั้งตัว ก่อนดวงตาของเธอที่ตอนนี้เริ่มหายจากอาการพร่ามัวจะบังเอิญมองตรงไปข้างหน้าแล้วเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ริมระเบียง ผู้ชายที่เธอเหมือนจะจำได้ว่าเขาคือเกียร์ หนุ่มฮอตคณะวิศวะที่เธอเดินชนในผับเมื่อคืน …หลังจากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ค่อยจะได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ตอนนี้เธอมาอยู่บนเตียงได้ยังไง? แถมมีเขาอยู่ในห้องด้วย! และสภาพของเขาที่ใส่แค่กางเกงยีนส์ตัวเดียว เท่านั้นก็ทำเส้นประสาททุกเส้นของเธอกระตุก สัญชาตญาณเริ่มรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง ก่อนเธอจะกลับมาก้มมองตัวเองอย่างรวดเร็วเพราะก่อนหน้านี้เหมือนเธอจะลืมมองสภาพตัวเองไป แต่ตอนนี้ ตอนนี้เธอเห็นแล้ว เห็นสภาพตัวเองแล้ว หัวใจถึงได้เต้นแรงจนแทบทะลุออกมา …เธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้า …เขาก็ใส่แค่กางเกง และเมื่อคืนนี้…เธอเมา! “ตื่นแล้วเหรอ” เหมือนจังหวะที่ระบบประสาทของแพทริเซียตื่นตัวทุกอย่าง และหัวใจกำลังสูบฉีดเลือดอย่างแรง โดยที่มือเธอก็รีบดึงผ้าห่มนวมสีขาวขึ้นมาปิดถึงหน้าอกทันทีหลังจากที่รู้ตัว จากที่เมื่อกี้มันคลุมอยู่แค่ตรงเอวเธอ คนที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ก็เหมือนจะหันมาเห็นเธอพอดี เขาถึงได้ทิ้งก้านบุหรี่ลงถังขยะที่วางอยู่ตรงระเบียงแล้วเดินกลับเข้ามาหาเธอที่ปลายเตียง เธอที่ตอนนี้จ้องเขาอย่างภาวนาว่าอย่าให้คำตอบของเขาในคำถามที่เธอกำลังจะถามมันเป็นอย่างที่เธอกลัวเลย แม้ทุกอย่างมันจะส่อไปทางนั้น(99.99%)ก็ตาม “เมื่อคืนนายทำอะไรเรา” “เอา” เขาตอบคำเดียวสั้นๆ แต่ก็เป็นคำตอบที่สามารถยืนยันได้เป็นอย่างดี …ว่าฟ้าปฏิเสธคำภาวนาของเธอ! หัวใจแพทนิเซียถึงได้หล่นวูบ แม้เกียร์ตอบด้วยน้ำเสียงธรรมดาเหมือนเรื่องที่เขาทำมันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือเลวทรามต่ำช้าอะไร ในเมื่อคำว่าเลวสำหรับเขามันเรื่องธรรมดา เรียกได้ว่ามันเป็นสันดานของเขาไปแล้ว ติดตรงที่คนถูกกระทำไม่ใช่ เธอไม่คิดเช่นนั้น ไม่ได้คิดว่าการโดนกระทำแบบนั้นมันเป็นเรื่องปกติธรรมดา ในเมื่อเธอไม่เคยผ่านมือใคร และรับไม่ได้ที่อยู่ๆก็เสียความบริสุทธิ์ไปให้ผู้ชายที่ดูเหมือนแม้กระทั่งชื่อของเธอ เขาก็ยังไม่รู้เลย เธอกับเขาเรียกได้ว่าไม่เคยรู้จักกันเลย เธอเสียตัวให้กับผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักกัน ถึงแม้เธอจะรู้ชื่อเขาก็ตาม แต่ก็รู้แค่ชื่อ ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว นั่นก็ถือได้ว่าเธอกับเขาไม่ได้รู้จักกัน แล้วเขา เขาทำแบบนั้นกับเธอทำไม “นายทำแบบนั้นทำไม แล้วทำได้ไง” ตอนถามคนเพิ่งถูกขโมยความบริสุทธิ์ก็ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ เบ้าตาเธอร้อนผ่าว เธอทั้งเสียใจและทั้งกลัว ต่างจากคนเป็นโจรอย่างเกียร์ที่ตอนนี้ยังมองแพทริเซียแล้วยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร และเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงต้องโอเว่อร์ขนาดนั้น แค่เสียซิง ไม่ได้ตายซะหน่อย แถมเรื่องแบบนี้มันก็โคตรธรรมดาเลย “แล้วทำไมจะทำไม่ได้ ผู้ชายเอาผู้หญิงมันเรื่องธรรมดา อย่าดราม่าได้ป่ะ แค่เรื่องเสียซิง” “นายไม่ใช่คนที่เสีย นายก็พูดได้สิ!” แพทริเซียตวาดออกไป พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ทำให้คนเลวในสันดานรู้สึกอะไร “อืม ฉันพูดได้ แล้วไงต่อ” “เลว!” “ไม่เถียง” เกียร์สวนกลับมาหน้าตาเฉย ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้อีก จนแพทริเซียต้องกระชับผ้าห่มที่หน้าอกแล้วกระถดถอยหลังด้วยความกลัว หน้าขาวๆใสๆตอนนี้ซีดเผือดและอาบเพรื่อด้วยน้ำตา ตัวก็สั่นสะท้านไปหมดแล้ว “อย่าเข้ามานะ” “กลัวอะไร ฉันเห็นหมดแล้วทุกอย่าง จับมาหมดแล้วด้วยทุกส่วน ทุกตารางนิ้วบนตัวเธอ รู้ไว้ว่ามันผ่านมือฉันหมดแล้ว เพราะฉะนั้นกับฉัน…” เกียร์เว้นวรรคคำพูดเพื่อโน้มตัวลงไปหาแพทริเซียพร้อมกับค้ำสองมือลงบนเตียง หวังล้อมกรอบสองข้างของเธอ เธอที่กำลังนั่งกุมริมผ้าห่มตรงหน้าอกจนมือสั่น ก่อนเขาจะเลื่อนหน้าร้ายๆเข้าไปพูดใกล้ๆ “เธอไม่จำเป็นต้องหวงตัว” “…” แพทริเซียเม้มปากด้วยความขมขื่นจนห้อเลือด แต่เธอไม่พูดอะไร มันพูดไม่ออก มันก็เลยเหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้เกียร์พูดต่อ “เงียบแปลว่าเข้าใจ งั้นใส่เสื้อผ้า เดี๋ยวฉันไปส่ง ปกติพักที่ไหน” “ไม่ต้องมายุ่ง เรากลับของเราเองได้” คราวนี้เธอพูด แต่ไม่ได้ตวาด เสียงเธอเหมือนคนที่กำลังโกรธและเสียใจไม่หาย ซึ่งมันดูไม่น่ากลัวเลย เขาเลยไม่กลัว และไม่คิดเซ้าซี้ เมื่อเธอต้องการแบบนั้น “ก็ตามใจ” เกียร์บอกแล้วละห่างออกไป หันหลังเดินเข้าห้องน้ำ ไม่สนใจแพทริเซียอีก ไม่สนแม้แต่จะถามชื่อเธอด้วยซ้ำ ในเมื่อเขาได้เธอแล้ว ได้สิ่งที่เขาต้องการจากเธอแล้ว เพราะงั้นจากนี้เธอจะไปไหนก็ไป ทางใครทางมัน อย่างเขามันคืนเดียวจบอยู่แล้ว ต่างจากแพทริเซียที่พอเกียร์ลับตาไป น้ำตาระลอกใหม่ของเธอก็ไหลออกมาอีก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรมานั่งเสียใจตอนนี้ เพราะสิ่งที่เธอต้องทำตอนนี้ คือรีบลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าแล้วออกไปจากห้องของเขา “โอ๊ย!” ความรีบร้อนทำให้ลืมไปว่าร่างกายยังไม่หายระบมเพราะรอยบอบช้ำและฉีกขาด เพราะเธอทั้งโดนพรากพรหมจรรย์ทั้งโดนเสือร้ายขบขย้ำไปตั้งหลายต่อหลายยกอย่างไม่รู้จักพอ “เป็นไรอ่ะ เจ็บตรงไหน” เสียงนั้นทำให้แพทริเซียที่ตอนนี้ล้มนั่งพับเพียบลงกับพื้นทั้งผ้าห่มตกใจ ไม่คิดว่าเกียร์จะเดินกลับออกมาจากห้องน้ำเพราะเสียงร้องของเธอตอนเผลอล้มลงเพราะความรีบร้อน “ว่าไง ตกลงเจ็บตรงไหน” ตอนนี้เขาเดินเข้ามาเกือบถึงเธอแล้ว ก่อนจะถามเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงธรรมดา เหมือนถามเพราะแค่อยากรู้มากกว่า ไม่ได้เป็นห่วงอะไร “…” แพทริเซียไม่พูด แต่เงยมองเกียร์แล้วบอกทางสายตา ว่าเขายังมีหน้ามาถามอีกเหรอ ว่าเธอ ‘เจ็บตรงไหน’ “จริงสินะ” และเขาก็เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นออก สายตาจึงเปลี่ยนเป็นเริ่มมองคนบนพื้นอย่างโลมเลียแล้วพุ่งลงไปอุ้มเธอขึ้นมาแนบอกอย่างที่เธอไม่ทันตั้งตัว “ว้าย! นี่นาย ทำอะไร ปล่อยนะ อย่าทำอะไรเราอีกเลยนะ ไม่เอา ไม่เอาแล้ว” แพทริเซียพยายามดันอกแกร่งเปลือยเปล่าของเกียร์ “นิ่งๆ อย่ากระตุ้นฉันอีกรอบ” “แต่ว่าเรา เรา” “ถ้าไม่หยุดฉันเอาเธออีกรอบจริงๆ” คำขู่นี้ทำคนขี้ขลาดตาขาวรีบหุบปากฉับและหยุดการกระทำแทบไม่ทัน เขาถึงค่อยวางเธอลงบนเตียงได้ถนัด แถมหยิบเสื้อผ้าเธอจากบนพื้นขึ้นมาโยนให้เสร็จสรรพ “ใส่ซะ ฉันไปใส่เสื้อแป๊บ เดี๋ยวไปส่ง” เขาบอกเสียงเรียบ ไม่ได้สงสาร แค่สมเพชเวทนา “แต่เราบอกนายแล้วว่าเรากลับเอง” “เจียมสังขารหน่อย สภาพนี้คงได้ตายกลางทางก่อนได้ถึงบ้าน” “แต่เรา” “เงียบ แล้วใส่เสื้อ”แพทริคบอก ก่อนกรกันต์จะเสริม“ใช่คับ นี่คับ ที่พวกเราสัญญาว่าจะเอามาให้แดดดี๊กับหม่ามี้ดู” ทั้งคู่พูดจบก็พร้อมใจกันโชว์ภาพวาดครอบครัวให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ดู“โหหห สวยจังเลย กินกันไม่ลงเลยนะเนี่ย ทั้งสองคนเลยคับ” หม่ามี้แพทริเซียที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ยิ้มบอกคนแรก ตามด้วยเสียงเอ่ยชมของแดดดี๊เกียร์“นั่นสิครับ สวยทั้งสองคนเลย มะ แดดดี๊ให้รางวัล” เกียร์ไม่พูดเปล่า แต่หอมแก้มลูกชายทั้งสองคน คนละสองฟอดซ้ายขวา(ซ้าย 1 ฟอด ขวา 1 ฟอด = 2 ฟอด) แล้วแบบนี้คนเป็นแม่อย่างแพทริเซียจะยอมน้อยหน้าได้ไง ไม่มีทางหรอก“ได้รางวัลจากแดดดี๊แล้ว งั้นถึงตาหม่ามี้ให้รางวัลบ้างดีกว่า เอามั้ยคะ” ^^“เอาค้าบบ” สองหนุ่มพร้อมใจกันตอบ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปให้คนเป็นแม่หอมแก้มซ้ายขวาคนละสองฟอดเช่นเดียวกับคนเป็นพ่อ งานนี้ทำเอาสองหนุ่มน้อยยิ้มแก้มปริไม่ยอมหุบ แต่มีคนนึงที่เริ่มยิ้มไม่ออก เพราะเกิดอิจฉาลูกขึ้นมาซะงั้น“อือ ให้รางวัลคนลูกแล้ว ให้รางวัลคนพ่อบ้างสิครับหม่ามี้” เกียร์ยื่นหน้าเข้าไปอ้อนแพทริเซีย (เชื่อเค้าเลย กับลูกก็ไม่ยอมลงให้เลยจริงๆ)“โอ๋ๆๆ แดดดี๊น้อยใจเหรอคะ ไม่ต้องน้อยใจนะ มะๆ เดี๋ยวหม่ามี้ให้รางวัลแดดดี
@ลานจอดรถปึก!เกียร์จูงมือแพทริเซียมาถึงรถ ก่อนเขาจะเปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่ง จากนั้นก็ปิดประตูแล้วเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับแล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งบ้าง และในขณะที่กำลังจะคาดเบลล์(แต่ยังไม่ทันคาด) เกียร์ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นแพทริเซียนั่งขยับไปขยับมาเหมือนกำลังนั่งไม่ติด หน้าก็นิ่วคิ้วก็ขมวด แถมเบลล์เธอเองก็ยังไม่ได้คาด แน่นอน อาการของเธอมันผิดปกติจนเกียร์รีบทิ้งการคาดเบลล์ของตัวเองแล้วหันไปถามแพทริเซียด้วยความเป็นห่วงทันที “เป็นอะไรเหรอ”“ไม่รู้สิ เหมือนเรานั่งทับอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้ เหมือนมันทิ่มๆอยู่ตรงก้นเราอ่ะ เราก็เลยลองขยับดูให้แน่ใจว่ามันเหมือนมีอะไรอยู่จริงรึเปล่า หรือว่าเรารู้สึกไปเอง เพราะบนเบาะ ความจริงมันก็ไม่น่ามีอะไร เพราะเมื่อเช้าตอนมาก็ไม่เห็นจะรู้สึกว่ามีอะไรทิ่มๆเราเลย เมื่อตอนเที่ยงก็ไม่มี” แพทริเซียอธิบายยืดยาวด้วยอาการเดิม คือขยับไปขยับมาด้วยอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะกำลังครุ่นคิด กำลังพินิจพิจารณาว่าเธอรู้สึกไปเองหรือว่าบนเบาะมันมีอะไรทิ่มก้นเธออยู่จริงๆ“งั้นเหรอ งั้นมะ เดี๋ยวฉันดูให้” เกียร์ไม่พูดเปล่า และไม่คิดจะรอคำตอบด้วย เพราะเขาพูดจบปุ๊บก็โน้มตัวมาหาเธอปั๊บ
หลังเรียนจบโทกันทั้งคู่@Patrington MJ Thailand Co.,Ltd. (บริษัทแด๊ดของแพทริเซีย)..12:18 น.“รอเรานานมั้ย” แพทริเซียยิ้มหวานให้เกียร์ทันทีที่ลงมาถึงด้านล่างแล้วเห็นเกียร์นั่งรอเธออยู่ที่โซฟาตรงโซนรับแขกของบริษัทเหมือนทุกๆวัน ..เขามารอรับเธอไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันทุกวัน ด้วยเหตุผลเดิมๆเหมือนตอนสมัยเรียน คือทนไม่ไหวถ้าไม่ได้กินข้าวกับเมีย ทนไม่ได้จริงๆถ้าต้องทนจนกระทั่งถึงตอนเย็นทีเดียว กว่าจะได้เห็นหน้าเมีย“ไม่นาน..” เกียร์ที่ลุกขึ้นเดินเข้ามาหาแพทริเซียทันทีที่เห็นเธอบอกพลางเดินมาเรื่อยๆจนมาเจอกันครึ่งทาง และเหมือนประโยคที่เขาบอกเธอ มันยังไม่จบ เขาถึงพูดต่อ“แต่ถ้าช้ากว่านี้ ฉันจะขึ้นไปตามแล้ว”“หืม? ทำไมต้องขึ้นไปตาม”“เพราะว่าทนคิดถึงไม่ไหว ใจจะขาด” เกียร์บอกอย่างไม่ปิดบังอาการ ว่าเขาใจจะขาดจริงๆกับการไม่ได้เห็นหน้าเธอแม้เพียงเสี้ยววินาที“เว่อร์รึเปล่า เมื่อเช้าก็เพิ่งเห็นไป” แถมเห็นทุกวัน ทั้งเช้าเที่ยงเย็น กลางคืนเขาก็นอนกอดเธอทุกคืนอีกต่างหาก เพราะถึงเรียนจบแล้ว ทำงานกันทั้งคู่แล้ว โดยที่แพทริเซียเรียนจบปุ๊บ แด๊ดกับมัมของเธอก็ให้เธอมาทำงานฝ่ายบริหารที่บริษัทปั๊บ ส่วนเกียร์ เข
คำตอบมาเร็วปานจรวด เมื่อเกียร์พุ่งจมูกเข้าไปกดกับแก้มแพทริเซียตั้งแต่เธอยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ ไม่งั้นเธอคงไม่ตกใจจนเผลออุทาน ตาก็โตจนแทบถลนออกนอกเบ้า“หอมแก้ม” :) หอมเสร็จแล้วเกียร์ถึงค่อยตอบ แถมยิ้มหวานให้อีกต่างหาก“นายนี่นะ” ..ฉวยโอกาสตลอด ประโยคหลังแพทริเซียต่อในใจ ก่อนจะนึกอะไรได้ เมื่อเห็นว่าเกียร์ยิ้มได้แล้ว (ฉวยโอกาสเธอได้แล้ว)“แล้วนี่นายหายโมโหเรื่องเมื่อกี้แล้วเหรอ” ที่นึกได้ขึ้นมาก็คือเรื่องนี้ ก่อนจะเพิ่งรู้ว่าเธอไม่น่าถามเลย เมื่อเกียร์พลันหุบยิ้ม สีหน้าแววตาก็เปลี่ยนทันที“ยัง”“อ้าว นึกว่าหายแล้วซะอีก” ก็เห็นฉวยโอกาสเราได้แล้ว.. เธอต่อในใจอีกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือครั้งนี้เกียร์เหมือนจะรู้ทัน ว่าเธอแอบนินทาเขาในใจ เขาถึงได้ตอบคำถามเธอให้“ที่หอมแก้มเธอได้ มันก็เรื่องนึง ส่วนเรื่องโมโหยัยนั่นมันก็เรื่องนึง และเธอพูดขึ้นมาก็ดีแล้ว ฉันจะได้ถือโอกาสพูดซะเลย”“พูดอะไรเหรอ”“ก็พูดเรื่องยัยนั่นไง ถ้าเธอยอมให้ฉันจัดการยัยนั่นตั้งแต่แรก ยัยนั่นก็คงไม่กล้ากลับมาหาเรื่องเธอแบบนี้ เห็นมั้ยว่าผลของการใจดีเกินไป มันก็ไม่ได้ส่งผลดีเสมอไป โดยเฉพาะการใจดีกับคนที่ไม่สมควรได้รับมัน หรือพูด
เกียร์ถอนหายใจอย่างยอมจำนนแล้วบอก แต่ถึงจะยอมตามใจเมีย แต่เกียร์ก็อดไม่ได้ที่จะแขวะอย่างนึกหมั่นไส้ยัยคนใจดีเกินไป“เพิ่งรู้นะ ว่าฉันมีเมียเป็นแม่พระ” “เราแค่ไม่อยากให้นายทำร้ายใคร มันเป็นเรื่องที่ไม่ดี”“เหรอ ถ้างั้นทำเรื่องดีๆต่อก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็กดเมียลงกับเตียงทันที ..คนเจ้าเล่ห์ประมาณว่าเปลี่ยนโหมดโคตรเร็ว เร็วจนคนโดนกดให้นอนราบลงกับเตียงอย่างไม่ทันตั้งตัวถึงกับร้องประท้วงแทบไม่ทัน“ว้าย เกียร์ พอแล้ว ยังไม่อิ่มอีกเหรอ”“ไม่อิ่ม กับเธอ กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม” เกียร์ยิ้มหวานสื่อความหมายชัดเจนถึงความรู้สึกที่ลึกซึ้งรวมถึงความต้องการและความหื่นกระหาย ก่อนจะก้มลงจูบคนใต้ร่างด้วยรสจูบหวานละมุน แล้วก็เหมือนอย่างเคย คือแพทริเซียไม่เคยต่อต้านเกียร์ได้ ถึงได้ยินยอมโอนอ่อนผ่อนตาม เพราะความรักที่มีให้เขามันเต็มหัวใจ ไม่ต่างจากเขา ที่หัวใจทั้งสี่ห้อง มีแต่เธอ:วันต่อมา@1-J Brown University @2-Faculty of Engineering หลังจากขับรถไปส่งแพทริเซียที่คณะบริหารแล้ว เกียร์ก็ขับรถมาที่คณะวิศวะของตัวเอง และการที่เขาเดินควงกุญแจรถเข้ามาใต้ตึกอย่างอารมณ์ดีนั้นมันก็ทำให้เจไดกับคชาและสายฟ้าที่นั่งอย
“ฮึ?” แพทริเซียขมวดคิ้วแล้วหันมองตามสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเกียร์ไป“อุ๊ย จริงด้วยสิ เราลืมไปเลย” เธออุทานเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางของตัวเอง“ลืม? ลืมอะไร แล้วตกลงนั่นกระเป๋าอะไร” “กระเป๋าเสื้อผ้า”“กระเป๋าเสื้อผ้า?”“อืม”“แล้วเธอเอามาทำไม เธอจะไปไหน ฉันไม่ให้เธอไปนะ” เกียร์ตกใจขึ้นมา“เราก็ไม่ได้จะไปไหนซะหน่อย แต่ที่เราเอามาด้วย เพราะเรากะจะเก็บเสื้อผ้าหนีตามมาอยู่กับสามี”“สามี? หมายถึง..”“นายไง” เธอตอบแล้วยิ้มเขินๆ ความจริงก็อายอยู่หรอก แต่มาถึงขนาดนี้แล้ว คงไม่มีอะไรต้ององต้องอายกันแล้ว“เดี๋ยวนะแพทริเซีย คือฉันงงไปหมดแล้ว” เกียร์ทำหน้างงได้โคตรชัดเจน จนแพทริเซียหลุดหัวเราะเบาๆออกมา“เวลานายทำหน้างงแบบนี้ก็ดูเอ๋อดีนะ”“ไม่ขำครับเมีย อธิบายมาเลย อะไรยังไง” คนทำหน้าเอ๋อ ตอนนี้เข้าโหมดจริงจังซะงั้น“ก็ได้ เดี๋ยวอธิบายให้ฟัง คือความจริงเรากะจะมาง้อนายด้วยการเก็บเสื้อผ้าหนีตามมาอยู่กับนายซะเลย แต่พอมาถึง เห็นหน้านายมันก็ทำอะไรไม่ถูก แล้วก็กลัวนายไม่หายงอนจนเผลอน้ำตาแตกซะก่อน เลยไม่ได้ใช้วิธีนี้ ก็ที่เราบอกว่าเราลืมไปเลยนั่นไง” พอเธออธิบาย เกียร์ก็ถึงบางอ้อ แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่เ







