LOGINเกียร์แทรกแกมขู่ด้วยสายตา ก่อนเดินหายไปในห้องแต่งตัว และดูเหมือนไม่ทันถึงนาทีด้วยซ้ำ เขาก็เดินกลับออกมาพร้อมเสื้อยืดสีควันบุหรี่ ส่วนกางเกงยังเป็นกางเกงยีนส์ตัวเดิม เพราะเมื่อกี้เขายังไม่ได้ถอด ก็ดันได้ยินเสียงเธอร้อง เลยออกมาจากห้องน้ำซะก่อน
“จะเสร็จรึยัง” เกียร์ถาม เพราะตอนนี้แพทริเซียใส่ได้แค่เสื้อ กระโปรงเหมือนจะยัง เพราะเขาออกมาซะก่อน เธอที่กำลังจะใส่กระโปรงกลับตามเดิมเลยตกใจจนต้องเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมส่วนล่างของเธออีกรอบ “เอ่อ ใกล้แล้ว นายหัน หันไปก่อนสิ” “หันเหรอ ทำไม อาย?” “เอ่อ เรา เรา” “บอกแล้วไงว่าไม่ต้องอาย เพราะของเธออ่ะ ฉันเห็นหมดแล้ว รีบใส่ซะ หรือจะให้ช่วยใส่ ก็ได้นะ” แล้วเกียร์ก็ทำท่าจะเดินเข้าไปหาแพทริเซีย แต่เธอรีบห้ามไว้ “เอ่อ ไม่ ไม่ต้อง เราใส่แล้ว เราใส่เองได้ นายอยู่ตรงนั้นแหละ ไม่ต้องเข้ามา” “งั้นก็เร็วๆ” เขายอมหยุดตามที่เธอบอก “อือ อืม” แพทริเซียจำใจพยักหน้า แล้วจัดการใส่กระโปรงอย่างทุลักทุเล และเกียร์เห็นแล้วรู้สึกว่ามันขัดตาเขาซะเหลือเกิน “มานี่มา ชักช้า” เขาเลยเข้าไปจัดการใส่ให้เธอเอง ไม่ถึงวิก็เสร็จ แต่เสร็จแล้วเขาก็ไม่ได้ปล่อยเธอหรอก กลับอุ้มเธอขึ้นมา “ว้าย นายทำอะไร” “อุ้มไง ไม่รู้จัก?” เกียร์เอียงหน้าเลิกคิ้วถามแพทริเซียด้วยสีหน้ากวน(ตีน) “รู้จัก แต่นายอุ้มเราทำไม” “เพราะถ้าให้เธอเดินเอง คงถึงรถชาติหน้า ซึ่งมันเสียเวลาฉัน” “ถ้ากลัวเสียเวลา นายก็ปล่อยเราลง เราบอกแล้วไง เรากลับเอ…อื้อ!” เขาก้มลงจูบเธอเอาดื้อๆเพื่อตัดความรำคาญ ที่เธอยังเอาแต่พูดประโยคเดิมราวกับสิ่งที่เขาบอกเธอไป เธอไม่ได้รู้เรื่อง ก่อนเขาจะถอนจูบออกแรงๆ มองเธอด้วยสายตาดุๆ “จูบนี้แค่เตือน แต่ถ้าแหกปากอีกที ฉันจะเปลี่ยนจากจูบเป็นกดเธอแทน แล้วถ้าอยากโดนกดแทนการได้กลับบ้าน ก็เชิญแหกปากอีกที” เกียร์ขู่เสียงเรียบ ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูห้องแล้วคว้ากุญแจรถกับคีย์การ์ดคอนโด แล้วก็ไม่ลืมกระเป๋าสะพายของแพทริเซียด้วย ก่อนเขาจะเปิดประตูออกด้วยมือเดียว จากนั้นก็อุ้มเธอเดินออกมา เธอที่ตอนนี้เงียบกริบแทบจะไม่กล้าแม้แต่จะปล่อยเสียงลมหายใจให้เล็ดลอดออกมา เพราะเธอสยบต่อคำขู่ของเขาจนทั้งตัวทั้งลมหายใจมันสั่นไปหมดตั้งแต่แรกแล้ว หน้าสวยแต่ซีดเผือดนั่นเป็นสิ่งช่วยยืนยันได้ดี @ลานจอดรถ เกียร์จัดการวางแพทริเซียลงบนเบาะข้างคนขับเบาๆพร้อมกระเป๋าเธอที่เขาวางให้บนตักอย่างไม่ค่อยเบามือนัก แต่ก็ไม่ได้แรงจนเกินไป ก่อนจะปิดประตูรถฝั่งเธอแล้วเดินอ้อมไปขึ้นนั่งประจำตำแหน่งคนขับ จัดการคาดเบลล์แล้วทำท่าจะออกรถ แต่ก็เหลือบไปเห็นว่าแพทริเซียยังนั่งนิ่งๆ ตอนเขาวางเธอ เธออยู่ท่าไหน ตอนนี้ก็ยังอยู่ท่านั้น “คาดเบลล์ด้วย” “…” “ได้ยินที่พูดมั้ย” เหมือนเธอจะไม่ได้ยินคำบอกของเขาเมื่อกี้ จนเขาต้องย้ำจนครั้งนี้คนเผลอเหม่อลอยตกใจจนถึงกับสะดุ้งตอบรับแทบไม่ทัน “เอ่อ อือ อืม นะ…นายว่าอะไรนะ” “ฉันบอกให้เธอคาดเบลล์” “เอ่อ อืม” แล้วเธอก็รีบทำตามด้วยอาการมือไม้สั่น ลนลานจนมือไม้เหมือนจะพันกันไปหมด จนเกียร์อดนึกขำในใจไม่ได้ …ยัยนี่กลัวเขาขนาดนี้เลยเหรอ หึ “เรียบร้อยยัง” “อืม” เธอตอบโดยไม่กล้ามองหน้าเขาหรอก กลัว “ดี” แล้วเกียร์ก็ออกรถ และขับไปเรื่อยๆตามทางที่ค่อนข้างจะโล่งเพราะยังเป็นตอนเช้า และวันนี้เป็นวันหยุด จึงไม่ค่อยมีรถในเวลานี้ “เออ แล้วตกลงบ้านอยู่ไหน” คนขับเพิ่งจะนึกออกว่าเขายังไม่ได้ถามเธอ แต่กลับขับรถออกมาแล้ว “เราอยู่คอนโด Parthenon ที่ข้างหน้านี่เอง แต่ เดี๋ยวถึงตลาดข้างหน้านั่น นายจอดเลยก็ได้ เราจะซื้อของหน่อย” “ของอะไร” “เอ่อ เรา ต้องบอกนายด้วยเหรอ” “ของอะไร” การที่เกียร์ถามย้ำด้วยน้ำเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อยเหมือนแทนคำตอบว่า ‘ใช่ เธอต้องบอก’ และแพทริเซียก็รับรู้แล้วในตอนนี้ เธอจึงกลืนน้ำลายลงคอไปอย่างฝืดๆแล้วฝืนตอบอย่างยากลำบาก เพราะความจริงไม่ได้อยากจะตอบ “เรา จะซื้อยาคุม” พอเธอตอบ เกียร์ก็หันมามอง อาจเป็นเพราะรถติดไฟแดงพอดี เขาถึงหันมามองเธอได้ “ไม่ต้องซื้อ” “ไม่ได้ ต้องซื้อ เรากลัว เรากลัวท้อ…” “ตอนเอาฉันใส่ถุง” เขาแทรก “เพราะงั้นไม่ต้องกลัวจะท้อง” เธอควรจะดีใจหรือเสียใจดีที่เขาบอกว่าตอนมีเซ็กส์กับเธอเขาป้องกัน ในเมื่อคำพูดธรรมดาๆของเขามันเหมือนเป็นการตอกย้ำเธอ ว่าความบริสุทธิ์ของเธอ มันไม่อยู่กับเธอแล้ว แต่ถึงจะรู้สึกแปล๊บๆในอก แต่แพทริเซียก็จำใจข่มอาการเอาไว้แล้วพยักหน้าพร้อมตอบรับเบาๆ “อือ อืม” คำตอบรับนั้น เกียร์ไม่ได้สนใจอะไร ไม่ได้หันมองมาที่แพทริเซียด้วยซ้ำ เขาสนแค่การทะยานรถออกไป เพราะเหมือนไฟเขียวจะมาพอดี แต่ถึงจะไม่ไฟเขียวพอดี เขาก็คงไม่คิดจะสนใจเธออยู่ดี เพราะผู้ชายใจร้ายไร้ความดีไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษอย่างเขาก็คงสนใจแค่เรื่องเซ็กส์และความต้องการของตัวเองเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นโดยเฉพาะความรู้สึกของคนที่ต้องสูญเสียอย่างเธอเขาคงไม่สน ผู้หญิงอย่างเธอสำหรับพวกผู้ชายอย่างเขาแล้ว ก็คงถูกเห็นเป็นแค่กระดาษทิชชู่แผ่นนึง @Parthenon Condo “เดี๋ยว” เกียร์จับแขนแพทริเซียไว้เมื่อมาถึงคอนโด เพราะพอเขาจอดรถ แพทริเซียก็ทำท่าจะลงจากรถทันทีโดยไม่คิดพูดจาหรือกล่าวลาสักคำ เพราะเธอคงไม่มีกะจิตกะใจจะไปกล่าวร่ำลากับคนที่พูดกันตรงๆก็คือเขาฉวยโอกาสข่มขืนเธอตอนเธอเมาอย่างไม่รู้สึกผิดอะไรเลยนั่นแหละ แล้วถ้าจะไปแจ้งความ เธอก็ไม่กล้าพอที่จะประจานตัวเอง เพราะแค่นี้โชคชะตาเธอก็เหมือนจะโหดร้ายพออยู่แล้ว เธอรู้ว่าการปล่อยคนผิดลอยนวลมันเหมือนทำให้เขาได้ใจและไปกระทำผิดซ้ำอีก แต่เธอก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะเธออายเกินกว่าที่จะประจานตัวเองด้วยการเอาเรื่องนี้ไปบอกตำรวจจริงๆ “…” การที่เกียร์จับแขนแพทริเซีย แพทริเซียไม่พูดไม่เอ่ยคำใด เพียงแต่หันไปถามด้วยสายตา “แน่ใจเหรอว่าเดินขึ้นไปไหว ให้ไปส่งมั้ย” “ไม่ต้อง เราไปเองได้” คราวนี้แพทริเซียบอกนิ่งๆก่อนแกะมือเกียร์ออกแล้วลงจากรถมาเลย ส่วนเขาก็ไม่คิดจะลงตาม เขาทำเพียงแค่มองตามเธอ มองตามจนเธอเดินกะเผลกหายลับเข้าไปในคอนโด เขาถึงเพิ่งจะนึกอะไรออก “จริงด้วยว่ะ ลืมถามชื่อไปเลย”แพทริคบอก ก่อนกรกันต์จะเสริม“ใช่คับ นี่คับ ที่พวกเราสัญญาว่าจะเอามาให้แดดดี๊กับหม่ามี้ดู” ทั้งคู่พูดจบก็พร้อมใจกันโชว์ภาพวาดครอบครัวให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ดู“โหหห สวยจังเลย กินกันไม่ลงเลยนะเนี่ย ทั้งสองคนเลยคับ” หม่ามี้แพทริเซียที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ยิ้มบอกคนแรก ตามด้วยเสียงเอ่ยชมของแดดดี๊เกียร์“นั่นสิครับ สวยทั้งสองคนเลย มะ แดดดี๊ให้รางวัล” เกียร์ไม่พูดเปล่า แต่หอมแก้มลูกชายทั้งสองคน คนละสองฟอดซ้ายขวา(ซ้าย 1 ฟอด ขวา 1 ฟอด = 2 ฟอด) แล้วแบบนี้คนเป็นแม่อย่างแพทริเซียจะยอมน้อยหน้าได้ไง ไม่มีทางหรอก“ได้รางวัลจากแดดดี๊แล้ว งั้นถึงตาหม่ามี้ให้รางวัลบ้างดีกว่า เอามั้ยคะ” ^^“เอาค้าบบ” สองหนุ่มพร้อมใจกันตอบ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปให้คนเป็นแม่หอมแก้มซ้ายขวาคนละสองฟอดเช่นเดียวกับคนเป็นพ่อ งานนี้ทำเอาสองหนุ่มน้อยยิ้มแก้มปริไม่ยอมหุบ แต่มีคนนึงที่เริ่มยิ้มไม่ออก เพราะเกิดอิจฉาลูกขึ้นมาซะงั้น“อือ ให้รางวัลคนลูกแล้ว ให้รางวัลคนพ่อบ้างสิครับหม่ามี้” เกียร์ยื่นหน้าเข้าไปอ้อนแพทริเซีย (เชื่อเค้าเลย กับลูกก็ไม่ยอมลงให้เลยจริงๆ)“โอ๋ๆๆ แดดดี๊น้อยใจเหรอคะ ไม่ต้องน้อยใจนะ มะๆ เดี๋ยวหม่ามี้ให้รางวัลแดดดี
@ลานจอดรถปึก!เกียร์จูงมือแพทริเซียมาถึงรถ ก่อนเขาจะเปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่ง จากนั้นก็ปิดประตูแล้วเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับแล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งบ้าง และในขณะที่กำลังจะคาดเบลล์(แต่ยังไม่ทันคาด) เกียร์ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นแพทริเซียนั่งขยับไปขยับมาเหมือนกำลังนั่งไม่ติด หน้าก็นิ่วคิ้วก็ขมวด แถมเบลล์เธอเองก็ยังไม่ได้คาด แน่นอน อาการของเธอมันผิดปกติจนเกียร์รีบทิ้งการคาดเบลล์ของตัวเองแล้วหันไปถามแพทริเซียด้วยความเป็นห่วงทันที “เป็นอะไรเหรอ”“ไม่รู้สิ เหมือนเรานั่งทับอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้ เหมือนมันทิ่มๆอยู่ตรงก้นเราอ่ะ เราก็เลยลองขยับดูให้แน่ใจว่ามันเหมือนมีอะไรอยู่จริงรึเปล่า หรือว่าเรารู้สึกไปเอง เพราะบนเบาะ ความจริงมันก็ไม่น่ามีอะไร เพราะเมื่อเช้าตอนมาก็ไม่เห็นจะรู้สึกว่ามีอะไรทิ่มๆเราเลย เมื่อตอนเที่ยงก็ไม่มี” แพทริเซียอธิบายยืดยาวด้วยอาการเดิม คือขยับไปขยับมาด้วยอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะกำลังครุ่นคิด กำลังพินิจพิจารณาว่าเธอรู้สึกไปเองหรือว่าบนเบาะมันมีอะไรทิ่มก้นเธออยู่จริงๆ“งั้นเหรอ งั้นมะ เดี๋ยวฉันดูให้” เกียร์ไม่พูดเปล่า และไม่คิดจะรอคำตอบด้วย เพราะเขาพูดจบปุ๊บก็โน้มตัวมาหาเธอปั๊บ
หลังเรียนจบโทกันทั้งคู่@Patrington MJ Thailand Co.,Ltd. (บริษัทแด๊ดของแพทริเซีย)..12:18 น.“รอเรานานมั้ย” แพทริเซียยิ้มหวานให้เกียร์ทันทีที่ลงมาถึงด้านล่างแล้วเห็นเกียร์นั่งรอเธออยู่ที่โซฟาตรงโซนรับแขกของบริษัทเหมือนทุกๆวัน ..เขามารอรับเธอไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันทุกวัน ด้วยเหตุผลเดิมๆเหมือนตอนสมัยเรียน คือทนไม่ไหวถ้าไม่ได้กินข้าวกับเมีย ทนไม่ได้จริงๆถ้าต้องทนจนกระทั่งถึงตอนเย็นทีเดียว กว่าจะได้เห็นหน้าเมีย“ไม่นาน..” เกียร์ที่ลุกขึ้นเดินเข้ามาหาแพทริเซียทันทีที่เห็นเธอบอกพลางเดินมาเรื่อยๆจนมาเจอกันครึ่งทาง และเหมือนประโยคที่เขาบอกเธอ มันยังไม่จบ เขาถึงพูดต่อ“แต่ถ้าช้ากว่านี้ ฉันจะขึ้นไปตามแล้ว”“หืม? ทำไมต้องขึ้นไปตาม”“เพราะว่าทนคิดถึงไม่ไหว ใจจะขาด” เกียร์บอกอย่างไม่ปิดบังอาการ ว่าเขาใจจะขาดจริงๆกับการไม่ได้เห็นหน้าเธอแม้เพียงเสี้ยววินาที“เว่อร์รึเปล่า เมื่อเช้าก็เพิ่งเห็นไป” แถมเห็นทุกวัน ทั้งเช้าเที่ยงเย็น กลางคืนเขาก็นอนกอดเธอทุกคืนอีกต่างหาก เพราะถึงเรียนจบแล้ว ทำงานกันทั้งคู่แล้ว โดยที่แพทริเซียเรียนจบปุ๊บ แด๊ดกับมัมของเธอก็ให้เธอมาทำงานฝ่ายบริหารที่บริษัทปั๊บ ส่วนเกียร์ เข
คำตอบมาเร็วปานจรวด เมื่อเกียร์พุ่งจมูกเข้าไปกดกับแก้มแพทริเซียตั้งแต่เธอยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ ไม่งั้นเธอคงไม่ตกใจจนเผลออุทาน ตาก็โตจนแทบถลนออกนอกเบ้า“หอมแก้ม” :) หอมเสร็จแล้วเกียร์ถึงค่อยตอบ แถมยิ้มหวานให้อีกต่างหาก“นายนี่นะ” ..ฉวยโอกาสตลอด ประโยคหลังแพทริเซียต่อในใจ ก่อนจะนึกอะไรได้ เมื่อเห็นว่าเกียร์ยิ้มได้แล้ว (ฉวยโอกาสเธอได้แล้ว)“แล้วนี่นายหายโมโหเรื่องเมื่อกี้แล้วเหรอ” ที่นึกได้ขึ้นมาก็คือเรื่องนี้ ก่อนจะเพิ่งรู้ว่าเธอไม่น่าถามเลย เมื่อเกียร์พลันหุบยิ้ม สีหน้าแววตาก็เปลี่ยนทันที“ยัง”“อ้าว นึกว่าหายแล้วซะอีก” ก็เห็นฉวยโอกาสเราได้แล้ว.. เธอต่อในใจอีกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือครั้งนี้เกียร์เหมือนจะรู้ทัน ว่าเธอแอบนินทาเขาในใจ เขาถึงได้ตอบคำถามเธอให้“ที่หอมแก้มเธอได้ มันก็เรื่องนึง ส่วนเรื่องโมโหยัยนั่นมันก็เรื่องนึง และเธอพูดขึ้นมาก็ดีแล้ว ฉันจะได้ถือโอกาสพูดซะเลย”“พูดอะไรเหรอ”“ก็พูดเรื่องยัยนั่นไง ถ้าเธอยอมให้ฉันจัดการยัยนั่นตั้งแต่แรก ยัยนั่นก็คงไม่กล้ากลับมาหาเรื่องเธอแบบนี้ เห็นมั้ยว่าผลของการใจดีเกินไป มันก็ไม่ได้ส่งผลดีเสมอไป โดยเฉพาะการใจดีกับคนที่ไม่สมควรได้รับมัน หรือพูด
เกียร์ถอนหายใจอย่างยอมจำนนแล้วบอก แต่ถึงจะยอมตามใจเมีย แต่เกียร์ก็อดไม่ได้ที่จะแขวะอย่างนึกหมั่นไส้ยัยคนใจดีเกินไป“เพิ่งรู้นะ ว่าฉันมีเมียเป็นแม่พระ” “เราแค่ไม่อยากให้นายทำร้ายใคร มันเป็นเรื่องที่ไม่ดี”“เหรอ ถ้างั้นทำเรื่องดีๆต่อก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็กดเมียลงกับเตียงทันที ..คนเจ้าเล่ห์ประมาณว่าเปลี่ยนโหมดโคตรเร็ว เร็วจนคนโดนกดให้นอนราบลงกับเตียงอย่างไม่ทันตั้งตัวถึงกับร้องประท้วงแทบไม่ทัน“ว้าย เกียร์ พอแล้ว ยังไม่อิ่มอีกเหรอ”“ไม่อิ่ม กับเธอ กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม” เกียร์ยิ้มหวานสื่อความหมายชัดเจนถึงความรู้สึกที่ลึกซึ้งรวมถึงความต้องการและความหื่นกระหาย ก่อนจะก้มลงจูบคนใต้ร่างด้วยรสจูบหวานละมุน แล้วก็เหมือนอย่างเคย คือแพทริเซียไม่เคยต่อต้านเกียร์ได้ ถึงได้ยินยอมโอนอ่อนผ่อนตาม เพราะความรักที่มีให้เขามันเต็มหัวใจ ไม่ต่างจากเขา ที่หัวใจทั้งสี่ห้อง มีแต่เธอ:วันต่อมา@1-J Brown University @2-Faculty of Engineering หลังจากขับรถไปส่งแพทริเซียที่คณะบริหารแล้ว เกียร์ก็ขับรถมาที่คณะวิศวะของตัวเอง และการที่เขาเดินควงกุญแจรถเข้ามาใต้ตึกอย่างอารมณ์ดีนั้นมันก็ทำให้เจไดกับคชาและสายฟ้าที่นั่งอย
“ฮึ?” แพทริเซียขมวดคิ้วแล้วหันมองตามสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเกียร์ไป“อุ๊ย จริงด้วยสิ เราลืมไปเลย” เธออุทานเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางของตัวเอง“ลืม? ลืมอะไร แล้วตกลงนั่นกระเป๋าอะไร” “กระเป๋าเสื้อผ้า”“กระเป๋าเสื้อผ้า?”“อืม”“แล้วเธอเอามาทำไม เธอจะไปไหน ฉันไม่ให้เธอไปนะ” เกียร์ตกใจขึ้นมา“เราก็ไม่ได้จะไปไหนซะหน่อย แต่ที่เราเอามาด้วย เพราะเรากะจะเก็บเสื้อผ้าหนีตามมาอยู่กับสามี”“สามี? หมายถึง..”“นายไง” เธอตอบแล้วยิ้มเขินๆ ความจริงก็อายอยู่หรอก แต่มาถึงขนาดนี้แล้ว คงไม่มีอะไรต้ององต้องอายกันแล้ว“เดี๋ยวนะแพทริเซีย คือฉันงงไปหมดแล้ว” เกียร์ทำหน้างงได้โคตรชัดเจน จนแพทริเซียหลุดหัวเราะเบาๆออกมา“เวลานายทำหน้างงแบบนี้ก็ดูเอ๋อดีนะ”“ไม่ขำครับเมีย อธิบายมาเลย อะไรยังไง” คนทำหน้าเอ๋อ ตอนนี้เข้าโหมดจริงจังซะงั้น“ก็ได้ เดี๋ยวอธิบายให้ฟัง คือความจริงเรากะจะมาง้อนายด้วยการเก็บเสื้อผ้าหนีตามมาอยู่กับนายซะเลย แต่พอมาถึง เห็นหน้านายมันก็ทำอะไรไม่ถูก แล้วก็กลัวนายไม่หายงอนจนเผลอน้ำตาแตกซะก่อน เลยไม่ได้ใช้วิธีนี้ ก็ที่เราบอกว่าเราลืมไปเลยนั่นไง” พอเธออธิบาย เกียร์ก็ถึงบางอ้อ แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่เ


![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




