Masuk“โต๊ะไหนวะ”
เจไดชะเง้อมองเพราะยังไม่กระจ่าง ในขณะที่เกรย์เหลือบมองแบบนิ่งๆ “โต๊ะนั้น ที่มีผู้หญิงนั่งอยู่คนเดียว ฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะ” คนที่บังเอิญเดินมาชนกูตอนเดินกลับมาจากห้องน้ำ… อันนี้เกียร์คิดในใจ แต่ขี้เกียจอธิบายเพราะไม่ใช่เรื่องสำคัญ ส่วนเรื่องที่ยัยนั่นนั่งอยู่คนเดียว เขาก็ไม่แปลกใจ ทั้งๆที่เธอบอกว่ามากับเพื่อนสองคน นั่นเพราะตอนที่ผู้หญิงสองคนที่โต๊ะนั้นลุกออกไป เขาเห็นเข้าพอดี แต่ตอนแรกเขาไม่รู้หรอก ว่าสองคนนั้นเป็นเพื่อนยัยขี้เมานั่น จนกระทั่งเธอเดินกลับมาที่โต๊ะ เขาเลยพอเดาได้ ว่าสองคนนั้นเองที่เป็นเพื่อนยัยเมรี และแน่นอน เขาไม่ต้องเดาให้มากความก็รู้ ว่าเพื่อนสองคนนั้นของยัยนั่น…หวังดีประสงค์ร้าย ไม่งั้นคงไม่ทิ้งเพื่อนเอาไว้กลางผับทั้งๆที่เพื่อนเมาแอ๋หมดสภาพแบบนี้หรอก แถมยัยนั่นก็ยังดูอ่อนต่อโลกไม่ทันคนอีกต่างหาก …แต่ก็ดีว่ะ เพราะมันเข้าทางเขา!//
“น้อง น้องครับ”
คนนั่งฟุบอยู่กับโต๊ะถูกเรียกให้จำต้องชะโงกหน้าปรือตาขึ้นมอง ทั้งที่มึนตึ๊บ โลกหมุนติ้วๆๆไปหมด ก่อนเธอจะเห็นว่าคนที่เข้ามาสะกิดเรียกเธอเป็นผู้ชายท่าทางหื่นกามหน้าตาก็ไม่น่าไว้ใจตั้งสองสามคน “เอ่อ ค่ะ” แพทริเซียฝืนตอบอย่างมึนๆ ตาก็มัวๆ อยากจะลุกเดินหนีผู้ชายน่ากลัวสามคนนี้ไปที่อื่น แต่ก็ไม่ไหว “น้องมาคนเดียวเหรอครับ” “มา มากับเพื่อนค่ะ” “เอ แต่เพื่อนไม่อยู่นี่ สงสัยกลับไปแล้วมั้ง งั้นพวกพี่ไปส่งบ้านมั้ยอ่า ท่าทางน้องไม่ไหวนะเนี่ย” “ไม่จำเป็นต้องรบกวนพวกมึงหรอกว่ะ คนนี้ของกู เดี๋ยวกูจัดการเอง” เสียงนั้นไม่ใช่ของแพทริเซีย แต่เป็นเสียงของเสือที่จ้องจะตะครุบเหยื่อเนื้ออ่อนเช่นเธอมาตั้งนานแล้ว และเขาจะไม่มีทางยอมให้หมาที่ไหนมาแย่งเหยื่ออันโอชะนี้ของเขาไปเขมือบเป็นอันขาด เพราะงั้นพูดจบ เกียร์ถึงได้เดินเข้าไปคว้าแขนแพริเซียให้ลุกขึ้นแล้วโอบไหล่เธอเข้ามาไว้ในอ้อมแขนจงใจแสดงความเป็นเจ้าของทันที “ไป กลับเหอะ ดึกแล้ว ง่วงนอน” ว่าแล้วก็พาแพทริเซียเดินออกมาทันที เธอเองก็หมดเรี่ยวแรงจะต่อต้านขัดขืน ถึงได้ปลิวตามเขามาอย่างเหยื่อผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่จนกระทั่งถึงรถ และเกียร์ก็เปิดประตูให้เสร็จสรรพ ก่อนยัดร่างเมามายหมดเรี่ยวแรงของเธอเข้าไป จากนั้นก็ตามขึ้นมา เตรียมจะออกรถ แต่เสียงคนเมายั้งไว้ “นาย จะพาเราไปไหนเหรอ” “ไปที่ที่อยากไป”@Gear’s Condo
กว่าจะมาถึงคอนโด เหยื่ออันโอชะของเขาก็หลับไปแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะเขาอุ้มเธอขึ้นห้องได้สบาย และแล้วก็มาถึงเตียง… มาถึงเวลาที่เขารอคอย… และเขาจะไม่รออีกแล้ว ในเมื่อหิวมานานแล้ว ตั้งแต่เห็นหน้าเธอครั้งแรกตอนเธอเดินมาชน “อยากรู้จริงๆ เนื้อเธอจะหวานขนาดไหน ยัยขี้เมา” เกียร์ยิ้มมุมปาก มองคนเมาบนเตียงที่ตอนนี้นอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยแววตาชั่วร้ายและหิวกระหายเป็นที่สุด ก่อนเขาจะถอดเสื้อตัวเองออกแล้วโยนทิ้งลงพื้นไป จากนั้นก็ขึ้นไปถอดของเธอบ้าง ถอดจนหมดทุกชิ้น จนบนเนื้อตัวขาวนวลเนียนอมชมพูของเธอไม่หลงเหลืออะไรปกปิดแม้แต่ชิ้นเดียว “แม่งโคตรน่ากิน” แววตาเสือร้ายเปล่งประกายถึงความหื่นกระหายออกมาเป็นเท่าตัว เมื่อเห็นเรือนร่างกวางน้อยยั่วยวนอยู่ตรงหน้าเต็มๆตา “คืนนี้ฉันจะกลืนกินเธอทั้งตัว เอาให้ไม่เหลือซากเลยคอยดู” ว่าแล้วก็ก้มลงจูบคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่ตอนนี้ทั้งหลับทั้งเมาจนไม่รู้ตัว ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้แม้กระทั่งว่ากำลังเสียจูบแรกให้เสือผู้หญิงตัวร้ายบนร่างอย่างดูดดื่ม เขาลืมไป ว่าปากเธอคงจะต้องแดงช้ำบวมเจ่อเพราะแรงจูบรุนแรงจากเขา แต่ถึงจะไม่ลืม เขาก็ห้ามตัวเองไม่อยู่แล้ว เธอแม่งน่ากินไปทั้งตัว และเขาอยากจะเข้าไปกินถึงในตัวเธอแล้ว ตอนนี้เกียร์ถึงได้ยืนเข่าขึ้น รูดซิปแล้วถอดกางเกงตัวเองจนหมดทุกตัวทั้งตัวนอกตัวใน จากนั้นก็เอื้อมไปหยิบถุงยางมาสวมใส่ให้แท่งเอ็บอวบใหญ่(ยาว)ทั้งๆที่ค่อนข้างแน่ใจ ว่าเหยื่อไร้ทางสู้ของเขาคงยังไม่เคยผ่านมือใคร แต่กันไว้ก็ดีกว่าแก้ อีกอย่าง การป้องกันก็เป็นสิ่งพื้นฐานที่เขาทำ ทำเหมือนกันทุกๆครั้งเวลานอนกับผู้หญิงทุกคน แต่สิ่งที่ไม่เหมือน คือคืนนี้ผู้หญิงที่เขาจะนอนด้วยไม่ได้สมยอม เพราะเขากำลังจะลักหลับเธอ กำลังจะลักหลับผู้หญิง ทั้งที่ไม่เคยทำ ปกติผู้หญิงจะมาเสนอตัวนอนด้วยเอง แต่กับยัยอ่อนต่อโลกตรงหน้า เขาอยากได้จนไม่คิดสนใจวิธีการในการได้เธอมาจริงๆ …เขาอยากได้ก็ต้องได้ อยากกินก็ต้องได้กิน “โทษฉันไม่ได้นะ ก็เธออยากน่ากินเองทำไม” คนคิดเข้าข้างตัวเองไม่พูดเปล่า แต่จัดการคร่อมเธอให้แนบชิดขึ้น ก่อนแยกขาเธอออกอีกนิด จากนั้นก็จับดุ้นแก่นกายลำใหญ่ของเขาดันเข้าไปในรูรักของเธอ “โอ๊ะ! แคบชิบ!” เกียร์กัดฟันอย่างแสบสัน ไม่เคยรู้สึกคับแน่นขนาดนี้มาก่อน เพราะผู้หญิงที่เขาเคยผ่านมาแต่ละคน ล้วนแล้วแต่ผ่านศึกสงครามกันมาแล้วทั้งนั้น แต่กับคนที่เขากำลังพยายามรวมร่างอยู่ตอนนี้ เขาแน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่าเธอยังซิง เลือดนั่นยืนยันได้ เลือดที่ซึมออกมาตามรอยเชื่อมประสานที่เขากำลังก้มมองอยู่ตอนนี้ บวกกับของเขาไซส์เกินพิกัด ปากทางรักคับแคบของเธอมันเลยฉีกขาด และความเจ็บ มันก็เหมือนจะมีอานุภาพร้ายแรงมากพอที่จะทำให้คนหลับเกิดความรู้สึก แม้จะไม่เต็มร้อยก็ตาม “อือ เจ็บ” แพทริเซียละเมอบอกอย่างกึ่งหลับกึ่งตื่น บอกอย่างรวดร้าวทรมานทั้งที่ยังหลับตา เธอรู้สึกเหมือนมีท่อนอะไรแข็งๆแทรกผ่านเข้ามาตรงกึ่งกลางกาย และเธอไม่รู้ว่าเรื่องจริงหรือความฝัน รู้แต่ว่าตอนนี้ เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด พร้อมจิกเล็บลงบนต้นแขนของเกียร์เต็มแรงอย่างไม่รู้ตัว “โอ้ว ทนนิดนึงยัยขี้เมา อีกนิด อีกนิด อ่า ดันจะสุดแล้ว ซี้ดด คับชิบหายเลย เสียวคxxแม่ง อู้วว” เกียร์ครางบอก ท่อนแกร่งข้างล่างเขาก็พยายามดันมันอย่างยากลำบาก ก่อนที่ความพยายามจะนำพาเขาไปสู่ความสำเร็จ “อ่า! เข้าได้สุดทางสักที แม่งของเธอโคตรฟิตเลย รัดคxxฉันจะแตกแล้ว โอ้ว นี่ขนาดยังไม่ได้ขยับเลย ซี้ดด…” เกียร์บอกด้วยน้ำเสียงติดขัด เพราะร้าวรานจากการตอดรัดของร่องแคบ แต่เขาก็พอใจไม่น้อยเลย ยอมรับว่าร่องเธอโคตรถูกใจ และในเมื่อถูกใจ มันก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะไม่ลงมือดื่มด่ำความหฤหรรษ์จากร่องลึกของเธอด้วยการลงมือขยับลำแกร่งเข้าออก ผับ ผับ ผับ… ช่วงแรกดูเหมือนจะยากลำบากหน่อย แต่พอช่วงกลางๆ เขาก็รู้สึกว่าความฝืดเคืองเริ่มลดลง ท่อนเอ็น(ใหญ่ยาว)ของเขาเริ่มจะขยับเข้าออกได้สะดวก ขยับไปจนกระทั่งในที่สุด ความอัดอั้นก็แตกปะทุจากปลายคxx “อ่าา เพราะเธอฟิต ฉันเลยเสร็จเร็ว ยัยลูกกวาง” เกียร์บอกเสียงแหบพร่าสุขสม ก่อนทิ้งตัวลงไปฟุบตรงร่องอกแพทริเซียที่ตอนนี้ก็ยังนิ่วหน้าราวกับอยู่ในความฝัน โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่ามันเป็นความจริง และจริงที่สุดคือเธอเสียของรักไปแล้วอย่างไม่รู้ตัว เสียให้เสือร้ายที่ตอนนี้กำลังมีกำลังวังชาระลอกใหม่ … คนอย่างเกียร์ ครั้งเดียวไม่เคยพอ…เกียร์แทรกแกมขู่ด้วยสายตา ก่อนเดินหายไปในห้องแต่งตัว และดูเหมือนไม่ทันถึงนาทีด้วยซ้ำ เขาก็เดินกลับออกมาพร้อมเสื้อยืดสีควันบุหรี่ ส่วนกางเกงยังเป็นกางเกงยีนส์ตัวเดิม เพราะเมื่อกี้เขายังไม่ได้ถอด ก็ดันได้ยินเสียงเธอร้อง เลยออกมาจากห้องน้ำซะก่อน“จะเสร็จรึยัง” เกียร์ถาม เพราะตอนนี้แพทริเซียใส่ได้แค่เสื้อ กระโปรงเหมือนจะยัง เพราะเขาออกมาซะก่อน เธอที่กำลังจะใส่กระโปรงกลับตามเดิมเลยตกใจจนต้องเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมส่วนล่างของเธออีกรอบ“เอ่อ ใกล้แล้ว นายหัน หันไปก่อนสิ” “หันเหรอ ทำไม อาย?”“เอ่อ เรา เรา”“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องอาย เพราะของเธออ่ะ ฉันเห็นหมดแล้ว รีบใส่ซะ หรือจะให้ช่วยใส่ ก็ได้นะ” แล้วเกียร์ก็ทำท่าจะเดินเข้าไปหาแพทริเซีย แต่เธอรีบห้ามไว้“เอ่อ ไม่ ไม่ต้อง เราใส่แล้ว เราใส่เองได้ นายอยู่ตรงนั้นแหละ ไม่ต้องเข้ามา”“งั้นก็เร็วๆ” เขายอมหยุดตามที่เธอบอก“อือ อืม” แพทริเซียจำใจพยักหน้า แล้วจัดการใส่กระโปรงอย่างทุลักทุเล และเกียร์เห็นแล้วรู้สึกว่ามันขัดตาเขาซะเหลือเกิน“มานี่มา ชักช้า” เขาเลยเข้าไปจัดการใส่ให้เธอเอง ไม่ถึงวิก็เสร็จ แต่เสร็จแล้วเขาก็ไม่ได้ปล่อยเธอหรอก กลับอุ้มเธอขึ้นมา“ว้าย
เช้าวันต่อมา…แพทริเซียรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วพยายามลุกขึ้นมานั่งพร้อมความรู้สึกปวดหัวและความรู้สึกปวดร้าวระบมไปทั้งตัว ก่อนดวงตาของเธอที่ตอนนี้เริ่มหายจากอาการพร่ามัวจะบังเอิญมองตรงไปข้างหน้าแล้วเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ริมระเบียง ผู้ชายที่เธอเหมือนจะจำได้ว่าเขาคือเกียร์ หนุ่มฮอตคณะวิศวะที่เธอเดินชนในผับเมื่อคืน …หลังจากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ค่อยจะได้แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ตอนนี้เธอมาอยู่บนเตียงได้ยังไง?แถมมีเขาอยู่ในห้องด้วย!และสภาพของเขาที่ใส่แค่กางเกงยีนส์ตัวเดียว เท่านั้นก็ทำเส้นประสาททุกเส้นของเธอกระตุก สัญชาตญาณเริ่มรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง ก่อนเธอจะกลับมาก้มมองตัวเองอย่างรวดเร็วเพราะก่อนหน้านี้เหมือนเธอจะลืมมองสภาพตัวเองไป แต่ตอนนี้ ตอนนี้เธอเห็นแล้ว เห็นสภาพตัวเองแล้ว หัวใจถึงได้เต้นแรงจนแทบทะลุออกมา …เธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้า…เขาก็ใส่แค่กางเกง และเมื่อคืนนี้…เธอเมา!“ตื่นแล้วเหรอ” เหมือนจังหวะที่ระบบประสาทของแพทริเซียตื่นตัวทุกอย่าง และหัวใจกำลังสูบฉีดเลือดอย่างแรง โดยที่มือเธอก็รีบดึงผ้าห่มนวมสีขาวขึ้นมาปิดถึงหน้าอกทันทีหลังจากที่รู้ตัว จากที่เมื่อกี้มันค
“โต๊ะไหนวะ” เจไดชะเง้อมองเพราะยังไม่กระจ่าง ในขณะที่เกรย์เหลือบมองแบบนิ่งๆ“โต๊ะนั้น ที่มีผู้หญิงนั่งอยู่คนเดียว ฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะ” คนที่บังเอิญเดินมาชนกูตอนเดินกลับมาจากห้องน้ำ…อันนี้เกียร์คิดในใจ แต่ขี้เกียจอธิบายเพราะไม่ใช่เรื่องสำคัญ ส่วนเรื่องที่ยัยนั่นนั่งอยู่คนเดียว เขาก็ไม่แปลกใจ ทั้งๆที่เธอบอกว่ามากับเพื่อนสองคน นั่นเพราะตอนที่ผู้หญิงสองคนที่โต๊ะนั้นลุกออกไป เขาเห็นเข้าพอดี แต่ตอนแรกเขาไม่รู้หรอก ว่าสองคนนั้นเป็นเพื่อนยัยขี้เมานั่น จนกระทั่งเธอเดินกลับมาที่โต๊ะ เขาเลยพอเดาได้ ว่าสองคนนั้นเองที่เป็นเพื่อนยัยเมรี และแน่นอน เขาไม่ต้องเดาให้มากความก็รู้ ว่าเพื่อนสองคนนั้นของยัยนั่น…หวังดีประสงค์ร้าย ไม่งั้นคงไม่ทิ้งเพื่อนเอาไว้กลางผับทั้งๆที่เพื่อนเมาแอ๋หมดสภาพแบบนี้หรอก แถมยัยนั่นก็ยังดูอ่อนต่อโลกไม่ทันคนอีกต่างหาก …แต่ก็ดีว่ะ เพราะมันเข้าทางเขา!//“น้อง น้องครับ” คนนั่งฟุบอยู่กับโต๊ะถูกเรียกให้จำต้องชะโงกหน้าปรือตาขึ้นมอง ทั้งที่มึนตึ๊บ โลกหมุนติ้วๆๆไปหมด ก่อนเธอจะเห็นว่าคนที่เข้ามาสะกิดเรียกเธอเป็นผู้ชายท่าทางหื่นกามหน้าตาก็ไม่น่าไว้ใจตั้งสองสามคน“เอ่อ ค่ะ” แพทริเซียฝ
@1-J Brown University @2-Faculty of Business Administration “แพท สอบมิดเทอมเสร็จแล้ว ไปดริ๊งค์กับพวกฉันป่ะ” “ไม่ละกัน พวกแกไปเถอะ เราจะกลับแล้วอ่ะ ขอบใจนะที่ชวน” แพทริเซียยิ้มบอก ก่อนจะทำท่าเดินผ่านคนชวนไป แพทริเซียเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แม่เธอเป็นคนไทย ส่วนพ่อเธอเป็นนักธุรกิจชาวอังกฤษ ฐานะร่ำรวย เพียบพร้อม เรียกได้ว่าชีวิตเธอค่อนข้างเพอร์เฟค สมบูรณ์แบบแทบทุกอย่าง ทั้งสวย รวย น่ารัก เรียนก็เก่ง ถ้าไม่ติดกับว่าแพทริเซียเป็นคนค่อนข้างซื่อ หัวอ่อน ไม่ทันคน เข้ากับคนไม่เก่ง เลยไม่มีเพื่อนสนิท เพื่อนผู้หญิงสองคนที่ทักเธอเมื่อกี้ ก็เป็นแค่เพื่อนที่เรียนคณะเดียวกัน คือบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังอันดับต้นของประเทศเท่านั้น “เดี๋ยวดิแก ไปหน่อยเหอะ นะๆ ถือซะว่าไปปลดปล่อยไง” เพื่อนสองคนเมื่อกี้นี้เดินตามมาดักหน้าแพทริเซียไว้ แล้วเซ้าซี้เหมือนอยากให้เธอไปด้วยให้ได้ “แต่ว่า เราไม่อยากกลับดึกน่ะ” “น่า ดึกก็ไม่เห็นเป็นไร เดี๋ยวพวกฉันไปส่งเอง สอบเสร็จทั้งที ไประบายออกบ้าง เห็นวันๆหมกมุ่นอยู่แต่กับหนังสือ เดี๋ยวสมองก็เครียดตายพอดี แกไม่สงสารสมองบ้างเหรอ” “เอ่อ คือเรา…” “ไม







