Masuk‘ถ้าต้องการเงินและอยู่ที่นี่ต่อ ขึ้นเตียงกับฉันคืนหนึ่ง’ 'ขอพระเจ้าส่งคุณไปหลุมที่ลึกที่สุด...อาเมน’ สเตฟานจ้องมองข้อความในกระดาษโน้ตอย่างแทบไม่เชื่อสายตา หึ...เจ้าหล่อนกล้ามาก! “พวกมึงหาผู้หญิงไทยคนนี้มาให้กูให้ได้!” …… สเตฟาน แม็คเคนซี่ หรือฟาน วัย 32 ปี ทายาทเจ้าของธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ในลาสเวกัส เขาเป็นเจ้าพ่อเงินกู้ทั้งในและนอกระบบที่ทรงอิทธิพล บุคลิกหล่อเข้ม ดุ เอาจริง กินดุ สำหรับเขา... ผู้หญิงคือที่ระบายเท่านั้น! วีรตา รัตนวัลย์ หรือ น้องไวน์ สาวไทยวัย 22 ปี เรียนจบปริญญาตรีด้านการบัญชีและการเงิน แม่ของเธอแต่งงานกับชายอเมริกันเจ้าของผับหรูในลาสเวกัส พาเธอมาอยู่อเมริกาตั้งแต่อายุ 10 ปี เธอจะทำอย่างไรเมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้พบกับเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่เธอแสนเกลียดขี้หน้าและอาชีพของเขา... แต่ดูเหมือนยิ่งหนีจะยิ่งเจอ...ยิ่งต่อต้านยิ่งพ่ายแพ้ต่อพลังอำนาจลึกเร้นที่ค่อยแทรกซึมเข้ามาครอบงำหัวใจของเธอ
Lihat lebih banyak"Kenapa bukan kamu aja yang mati!”
Teriaknya semakin kencang, tidak peduli dengan para pelayat yang menatap iba pada seorang gadis yang sedari tadi terduduk diam dengan tangis tanpa suara. Aira duduk membisu. Ibunya menyalahkannya atas kematian kembarannya, Lyra. Ibunya mendorong bahu Aira yang diam. "Ini semua gara-gara kamu! Seharusnya kamu yang mati, bukan anakku!" teriak Indah kejam. Wanita ini bahkan mendorong Aira hingga terjengkang. "Mah... jangan begini. Apa kata orang yang dengar nantinya?" Ahmad, sang suami, masih berusaha menenangkan istrinya. Aira meringis. Luka di telapak tangannya terasa semakin perih saat tanah basah masuk ke dalam lukanya hingga kembali berdarah. "Maaf, maafkan Aira." "Berhenti meminta maaf! Dasar anak sial!" Aira membeku. Bahkan ibunya sama sekali tidak khawatir dengan luka-luka di tubuhnya. Lagi-lagi, Aira hanya bisa meminta maaf. Ia tahu sang ibu sangat membencinya sedari dulu. Bagai permata dan batu kerikil, Aira bagi ibunya hanyalah batu kerikil yang tidak berguna dan selalu ingin ia singkirkan, berbeda dengan Lyra yang seperti permata. Dia selalu disayangi, dipuja, dan dibanggakan. Yang ia ingat, orang mengatakan kalau dia adalah anak pembawa sial. Keadaan diperparah waktu kecil, Aira sering sakit-sakitan dan sangat rewel. Ditambah mertua yang selalu menyalahkannya atas Aira yang selalu menangis, membuatnya tega menyakiti anaknya itu sampai hampir meregang nyawa. Hal itu membuat ibu mertuanya melaporkannya pada polisi hingga Indah ditangkap. Tapi dia hanya mendapat pengobatan karena mengenai kejiwaan, dan tiga bulan kemudian bisa keluar, dengan syarat dia tidak boleh menemui kedua putrinya hingga berumur lima tahun. "Dasar anak sial! Anak tak berguna! Kamu harus bertanggung jawab atas ini semua!" bentak Indah lagi. Kali ini rambut Aira yang menjadi sasaran. Tarikan kuat dari mamanya seakan mampu mengoyak kulit kepala Aira. Bahkan perban di pelipisnya ikut lepas hingga tetesan darah keluar di balik jahitan lukanya. Aira mencoba melepaskan tangan mamanya yang masih terus menjambaknya. "Ampun, Ma! Sakit... Maafkan Aira." ucap Aira, sudah tak tahan lagi. Seketika air matanya menetes dan berlomba-lomba keluar. Sakit di tubuhnya tak sebanding dengan perlakuan dari mamanya yang terus menyalahkannya. "Maaf? Kamu pikir dengan kamu minta maaf anakku kembali, hah!" Indah masih tidak mau melepaskan tarikannya, walau darah terus menetes hingga membasahi wajah Aira. Membuat Ahmad yang sedari tadi melerai semakin kalang kabut. Beberapa orang mencoba melerai hingga Indah akhirnya melepaskan Aira. “Membunuh anakmu yang satu lagi tidak membangunkan anak kesayanganmu.” Suara itu nyaring, semua orang mendongak mengarah suara yang melerai ibu menghukum anaknya. “Kalian pikir saya tidak tahu bahwa kalian memeras cucu saya untuk membiayai hidup kalian selama ini hanya karena cucu saya mencintai putri kalian?" Suara berat dari lelaki berumur delapan puluh tahun terdengar tegas, membuat suasana terasa mencekam. "Sekarang putri Anda meninggal, terus siapa yang akan mempertanggungjawabkan ini semua?," kata Mandala lagi, yang kali ini membuat Indah mengangkat wajahnya, ingin protes. Bagai jatuh ditimpa tangga, semuanya mencekam. “Bahkan hampir 8 miliar selama 7 bulan bekerja! Dengan rincian biaya yang dibuat tak masuk akal, yang sebenarnya digunakan untuk biaya membeli tas, mobil, sepatu merek terkenal, biaya jalan-jalan ke luar negeri, dan biaya foya-foya. Kalian pikir saya tidak tahu?" kata Mandala lagi sambil menyerahkan kertas catatan berisi hasil transferan dari ATM perusahaan ke rekening bank yang ternyata, setelah diselidiki, atas nama Indah—ibu dari Lyra. Kurang satu tahun bekerja, Lyra bisa membelikan mobil, membuatkan rumah untuk kedua orang tuanya yang cukup mewah. "Terus Anda mau bagaimana? Mempertanggungjawabkan di pengadilan atau mengembalikan uang 3 miliar? Saya sudah memberi keringanan dari kerugian yang diakibatkan mendiang anak anda ." "Tuan, mohon maafkan kami. Jangan penjarakan kami," kata Ahmad memohon dengan air matanya menggenang, sangat terkejut dengan semua masalah yang bertubi-tubi menimpa keluarganya. "Berarti kalian memilih mengembalikan uang 3 miliar," kata Mandala menyimpulkan. Duka yang masih menyelimuti dan masalah yang kembali datang tidak membuat Mandala sedikit saja merasa kasihan. "Tuan, bisakah dengan cara lain? Kami tidak mempunyai uang sebanyak itu," pinta ayah Aira dengan memelas. Tubuhnya bergetar hebat karena takut. Mandala sedikit berpikir. "Cara lain? Contohnya?" Indah berbinar, seakan baru saja mendapat keberuntungan. "Anda bisa mengambil putri kami menggantikan kembarannya yang melakukan kesalahan. Hanya itu yang bisa kami berikan,"“อี๊ฟกลัวว่าสักวันหนึ่งคุณจะเบื่ออี๊ฟน่ะเจมส์ อี๊ฟเป็นคนทุ่มเทกับงาน คุณก็เห็นว่าอี๊ฟต้องทำคลินิกห้าวันครึ่งต่อสัปดาห์แน่ะ ส่วนคุณเองก็ทำงานเหมือนกัน ต่างคนต่างยุ่ง เราจะมีเวลาที่ไหนสร้างครอบครัวด้วยกันล่ะคะเจมส์”หญิงสาวเอ่ยแล้วถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เวลานี้เขากับหล่อนคบหากันอย่างมีความสุข เพราะเหมือนเป็นแฟนกันอยู่แต่อีฟเวอรีนไม่แน่ใจเมื่อสถานะเปลี่ยนไป ทุกอย่างจะเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะเห็นตัวอย่างมาเยอะแยะมากมายที่ ตอนเป็นแฟนกันนั้นรักและมีความสุขด้วยกันดีมาก แต่พอแต่งงานแล้วกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว“ผมรู้ว่าคุณรักงานของคุณ งานคุณเป็นงานที่มีประโยชน์และผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าหากคุณอยากจะทำมันไปเรื่อยๆ หลังแต่งงาน ส่วนผมได้วางแผนเอาไว้แล้ว ผมกับเบนอยู่กับเจ้านายมานาน เรียนรู้เรื่องธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และทำมาหลายปีแล้ว กับเจ้านายนั้น อยู่ด้วยก็เพราะรักและผูกพันกัน และก็ไม่ได้ทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายแล้วทุกวันนี้ ผมมีเวลาให้คุณอย่างเต็มที่แน่นอนจ้ะที่รัก เจ้านายไม่ได้บังคับกะเกณฑ์อะไรพวกผมเลย จะอยู่จะไปเมื่อไหร่ก็มีอิสระอย่างเต็มที่”เจมส์กล่าวอธิบายอย่างละเอียด
“นิโคลัส คอสต้า...ขวัญใจเราเอง”โจซิเฟียเผลอพูดเสียงตื่นเต้น ทำเอาเบนต้องหันไปมอง ใบหน้าจิ้มจิ้มกำลังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ ใช้ช้อนชี้ไปที่จอทีวี ชายหนุ่มจุดยิ้มก่อนจะส่ายหน้าแล้วนั่งทานข้าวอย่างเงียบๆ“อ้าวกินกันแล้วเหรอ”เจมส์ร้องถาม เบนและโจซิเฟียหันไปมองเห็นเขาเดินโอบไหล่อีฟเวอรีนออกมา ทั้งคู่ผมเปียกหมาดเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ เบนกระตุกยิ้มรู้ทันให้เพื่อนรัก เจมส์จ้องหน้าทันทีเพราะเขารู้ว่ามันกำลังจะพูดอะไรออกมา“หยุดเลยไอ้เบน อย่าเสือก...”เจมส์ส่งเสียงห้ามจ้องหน้าเบนใช้สายตาปราม เพราะเขาไม่ต้องการให้อีฟเวอรีนเก้อเขินกระดากอาย ดีไม่ดี คืนนี้จะไม่ได้จัดหนักตามที่ได้หวังเอาไว้ แต่จะถูกไล่กลับแทนเบนยักไหล่แล้วหันไปสบตากับโจซิเฟียโดยบังเอิญ หล่อนหน้าแดงปลั่งรีบก้มหน้าตักข้าวคำเบ่อเร้อใส่ปากเพื่อแก้เขินทันที ชายหนุ่มยิ้มกว้าง จะว่าไปแล้วเวลาทอมเขินก็น่ารักไปอีกแบบนะ เบนคิดสนุกอยู่คนเดียว“อร่อยใช่มั้ยล่ะโจ อี๊ฟบอกแล้วว่าเบนทำอาหารอร่อย”อีฟเวอรีนเห็นโจซิเฟียตักข้าวทานอย่างไม่พูดจา โจซิเฟียจึงเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มนิดหนึ่ง“ผมช่วยกันทำกับโจครับอี๊ฟ”เบนกล่าวแก้ให้ ทำให้โจซิเฟียรู้สึกว่าเขาเป
“หั่นหมูให้ดูลายเนื้อแล้วหั่นตัดตามขวางสิ อย่าหั่นตามยาวมันเคี้ยวยาก”เสียงทุ้มสั่งกำกับเมื่อเห็นหล่อนหั่นตามอำเภอใจ โจซิเฟียจึงทำตาม แอบรู้สึกทึ่งที่เขาใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยถึงเพียงนี้ หล่อนไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย“ส่วนเนื้อไก่ถึงจะหั่นแนวยาว เพราะเนื้อไก่ถ้าหั่นแนวขวางมันจะแตกง่าย เปื่อยยุ่ยหมดเวลาทำสุก” เขาให้ความรู้“ว้าว โจเพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ พี่เบนน่าจะไปเป็นเชฟแทนเป็นบอดี้การ์ดนะ”หญิงสาวเอ่ยแซ็วพร้อมกับเงยหน้าขึ้นยิ้มเห็นเขี้ยวน่ารัก เผลอเรียกเขาอย่างสนิทสนม เบนกระพริบตานิดหนึ่งก่อนจะรีบเมินสายตา เขาเห็นหล่อนน่ารักตั้งแต่เมื่อไหร่กันโจซิเฟียเห็นเขาเมินหน้าใส่ ฮึ คงจะเกลียดหล่อนมากจริงๆ แหละ พอกันเลย นี่ก็เผลอพูดเล่นเหมือนคุ้นเคยกับเขาไปได้ยังไงก็ไม่รู้ ยายโจซิเฟีย ระวังหน่อยสิยะ หญิงสาวเอ่ยกับตัวเองในใจ“หั่นเสร็จ ก็จัดการผักต่อ เปลี่ยนมีดกับเขียงก่อน”เขาเอ่ยสั่งกำกับ เบนมองเห็นปอยผมของหล่อนที่เป็นเส้นสลวยดูมีน้ำหนักและนุ่มลื่นหล่นมาบังตา หล่อนใช้หลังมือปัดอยู่สองสามครั้ง และบางครั้งก็ใช้ปากเป่าทำแก้มป่องน่าหยิกชายหนุ่มอดยิ้มเอ็นดูออกมาไม่ได้ ร่างสูงเดินไปค้นในลิ้นช
“อันดับแรก สวมผ้ากันเปื้อนก่อน”เบนเอื้อมมือไปปลดผ้ากันเปื้อนที่แขวนอยู่มาคล้องคอให้หญิงสาว มือหนาอ้อมไปรอบร่างบางเพื่อผูกสายรัดด้านหลังให้ โจซิเฟียจึงตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยปริยายกลิ่นอาฟเตอร์เชฟหอมกรุ่นลอยมาปะทะจมูก อีตานี่สำอางมาก หล่อนรู้แก่ใจดีเพราะเขาเป็นพวกบอดี้การ์ดเพลย์บอย นอนกับผู้หญิงนับไม่ถ้วนก็ต้องทำตัวให้สะอาดและหอมอยู่ตลอดเวลา“หอมไหม”เสียงถามปนหัวเราะเอ่ยดังใกล้หูทำให้โจซิเฟียสะดุ้งผงะตกใจ เพิ่งรู้ตัวว่าจมูกของหล่อนแตะตรงลำคอของเขาอยู่ และแตะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้“บ้า อย่ามาทำหว่านเสน่ห์กับโจ โจไม่สนหรอกเบนจามิน รู้อยู่แล้วว่าเราเกลียดกัน นี่ก็ไม่อยากเรื่องมากต่อหน้าอี๊ฟกับเจมส์เท่านั้นเอง”โจซิเฟียพูดออกไปตรงๆ เพราะต่างก็ไม่ชอบหน้ากันอย่างที่รู้ดี จะมัวมาเก็กฝืน ทำมีมารยาททำไมกันให้เสียเวลา เบนยักไหล่ ยังคงเรียกเขาเต็มยศตามเคย เพื่อเป็นการบอกเป็นนัยๆ ว่าเขากับหล่อนไม่ใช่คนคุ้นเคยกัน“ตามนั้นแหละ ตกลงว่าจะล้างผักมั้ย”เขาตัดบทอย่างง่ายๆ ไม่สนใจต่อปากต่อคำกับหล่อน ก็หล่อนเป็นทอมจะมาสนใจผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาได้ยังไง เบนชี้มือไปยังกะละมังและผักที่ต้องการล้าง โจซิเฟ
“ขอบคุณค่ะ”หล่อนตอบแล้วก้มไปจัดการชงกาแฟให้เขาและตัวเองต่อ มิคาเอลเอื้อมมือไปกุมมือหล่อน แจ็คคิวลีนจึงหยุดแล้วหันไปสบตากับเขา“ควีนครับ รักผมหรือเปล่า” ยังไม่พอใจที่หล่อนไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำที่เขารอฟังอยู่ออกมาเสียที“มิคคะ...อย่าทำท่าแบบนี้ต่อหน้าเด็กๆ เด็ดขาด บอกไว้ก่อน”หล่อนทำตาดุใส่ ก็มีอย่างเห
“โซวอยากไปเดินเที่ยวแถวๆ นี้ค่ะ แต่ยังไม่ได้สวัสดีป๋ามิค” ประตูห้องของมิคาเอลเปิดออกมา“เสียงดังอะไรกัน”เสียงทุ้มแกล้งทักขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปมองแล้วยิ้มให้ ร่างสูงใหญ่สวมเสื้อวูลสีเทาเข้มกับกางเกงยีนส์ดูเหมือนพี่ชายคนโตมากกว่าบิดาของสเตฟานกับแซม โซวเฟียรีบเดินเข้าไปหาแล้วหอมแก้มซ้ายขวาพร้อมกับกอดท
“แต่ตรงกันข้ามกับผมเลย ผมไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน พอมาเจอคุณ ผมรู้สึกแปลกไป”เขาแอบบอกความรู้สึกจริงๆ ออกไป หญิงสาวหันมามองทำตาโตทันที“จริงเหรอคะ ถ้างั้นคุณก็ยังพอเยียวยานะแบบนี้ และก็ยังไม่เคยลองกับผู้ชายด้วย” หล่อนทำเสียงตื่นเต้น“ถ้าผมเป็นผู้ชายเต็มตัว คงจะดีกว่าเป็นเกย์คุณว่ามั้ย”เขา
“ถ้างั้นอีฟขออาบน้ำแป๊บนะคะ”หญิงสาวกล่าวเป็นเชิงบอกให้เขาออกไป เจมส์กระพริบตาได้สติจึงพยักหน้าหงึกหงักแล้วรีบหันหลังหอบเสื้อผ้าของหล่อนออกจากห้องไปปกติพวกเสื้อผ้าพวกเขาจะมีแม่บ้านซักรีดให้ ในห้องจึงไม่มีเครื่องซักผ้า เจมส์โทรหาเบนทันที“เฮ้ย ไอ้เบนกูจะขึ้นไปซักผ้าห้องนาย” เขากระซิบผ่านเข้าไปในโทร





