Masuk‘ถ้าต้องการเงินและอยู่ที่นี่ต่อ ขึ้นเตียงกับฉันคืนหนึ่ง’ 'ขอพระเจ้าส่งคุณไปหลุมที่ลึกที่สุด...อาเมน’ สเตฟานจ้องมองข้อความในกระดาษโน้ตอย่างแทบไม่เชื่อสายตา หึ...เจ้าหล่อนกล้ามาก! “พวกมึงหาผู้หญิงไทยคนนี้มาให้กูให้ได้!” …… สเตฟาน แม็คเคนซี่ หรือฟาน วัย 32 ปี ทายาทเจ้าของธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ในลาสเวกัส เขาเป็นเจ้าพ่อเงินกู้ทั้งในและนอกระบบที่ทรงอิทธิพล บุคลิกหล่อเข้ม ดุ เอาจริง กินดุ สำหรับเขา... ผู้หญิงคือที่ระบายเท่านั้น! วีรตา รัตนวัลย์ หรือ น้องไวน์ สาวไทยวัย 22 ปี เรียนจบปริญญาตรีด้านการบัญชีและการเงิน แม่ของเธอแต่งงานกับชายอเมริกันเจ้าของผับหรูในลาสเวกัส พาเธอมาอยู่อเมริกาตั้งแต่อายุ 10 ปี เธอจะทำอย่างไรเมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้พบกับเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่เธอแสนเกลียดขี้หน้าและอาชีพของเขา... แต่ดูเหมือนยิ่งหนีจะยิ่งเจอ...ยิ่งต่อต้านยิ่งพ่ายแพ้ต่อพลังอำนาจลึกเร้นที่ค่อยแทรกซึมเข้ามาครอบงำหัวใจของเธอ
Lihat lebih banyakย้อนอดีตกลับไปเมื่อหกปีก่อน
ณ อพาร์ตเม้นต์หรูใจกลางเมืองบอสตัน
“อ๊าๆ...ฟานขา...อีก...อูวย์...พีชเสียวมาก...แรงอีกดาร์ลิ้ง”
เสียงร้องครวญดังในห้องนอนใหญ่ ร่างอวบอั๋นขาวจั๊วะของพิชนีกำลังคลานสี่ขาอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ ด้านหลังมีร่างสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเข้มร้ายกาจ เรือนกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยของ
สเตฟาน แม็คเคนซี่อยู่แนบชิด ร่างใหญ่กำยำเกร็งกระตุกเฮือกเพื่อปลดปล่อยความอัดอั้นจนเต็มเครื่องป้องกัน
เขาถอนถอยตัวตนออกมาก้าวยาวไปยังห้องน้ำทันที จัดการถอดถุงยางทิ้งถังขยะและชำระล้าง ใบหน้าคร้ามคมกอปรด้วย คิ้วหนาเป็นปื้นพาดขนานไปกับดวงตาคมกริบ คมเสียจนน่ากลัวจะบาดหัวใจสาวน้อยสาวใหญ่ให้เหวอะหวะเล่นหากเผลอจ้องนานเกินสองนาที ผมสีน้ำตาลเข้มหยักศกสั้นถูกเสยขึ้นอย่างลวกๆ ปากหนาหยักได้รูปนานๆ จึงจะยกยิ้มทีนั้นเวลานี้ไร้รอยยิ้ม
สเตฟาน แม็คเคนซี่ วัยยี่สิบหกปีพาร่างสูงพันท่อนล่างด้วยผ้าเช็ดตัวหมิ่นเหม่เดินออกมาจากห้องน้ำ ร่างอวบอั๋นเปลือยเปล่าของพิชนีนั่งกึ่งนอนด้วยท่ายั่วยวน ปล่อยทรวงอกอวบอร้าอร่ามเปลือยโชว์พาดบนหมอนไม่มีกระดากอาย มือลูบแก้มสะโพกโด่งงอนของตัวเองไปมา ส่งสายตายั่วอารมณ์กามใคร่มายังร่างสูงสมาร์ต
พิชนีเป็นหญิงสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน อายุสิบแปดปีกำลังเรียนอยู่ปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เมืองบอสตัน สเตฟานพอใจในความสาวสดและความช่างเอาใจ โดยเฉพาะบทบาทเร่าร้อนถึงพริกถึงขิงยามอยู่บนเตียงของหล่อนดังเช่นผู้ชายที่กำลังสนุกกับชีวิต
ชายหนุ่มรู้จักหล่อนที่ลาสเวกัสเมืองที่เขาอยู่ ณ เวลานี้เขาชอบหล่อนมากกว่าผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมาซึ่งแน่นอนว่ามีมากมาย สเตฟานเป็นผู้ชายคนแรกของผู้หญิงทุกคนที่เขานอนด้วย เพราะคนอย่างสเตฟาน แม็คเคนซี่นั้นจะนอนกับหญิงสาวบริสุทธิ์เท่านั้น ปกติไม่เคยซ้ำหน้าและไม่เคยซ้ำเป็นครั้งที่สอง
ยกเว้นพิชนีที่เขาคิดจะเลี้ยงหล่อนเอาไว้สักระยะ ถึงขนาดเช่าอพาร์ตเม้นต์และจ่ายค่าเล่าเรียนเลี้ยงดูเป็นรายเดือนให้ ซึ่งเป็นเวลาสองเดือนแล้ว ซึ่งถือว่านานที่สุดเท่าที่สเตฟานเคยคบผู้หญิงมา เขาเช่าห้องหรูนี้ทำสัญญาเป็นรายปี เหตุที่ไม่ซื้อคอนโดให้เสียเลยนั้นก็เป็นเพราะเขายังไม่รู้ว่าจะเบื่อหล่อนเมื่อไหร่นั่นเอง
ถึงแม้เขาจะร่ำรวยมหาศาลแต่สเตฟานไม่ไร้สติถึงกับหว่านเงินไปทั่วอย่างเศรษฐีเพลย์บอยส่วนใหญ่ เขาเป็นพ่อค้าทางการเงินที่ใช้สมองคำนวณธุรกิจอย่างถ้วนถี่รอบคอบ ว่าถ้าหากเขาลงทุนแล้วการลงทุนของเขาจะต้องได้ผลกำไรคุ้มค่าเสมอ
ที่สำคัญไปกว่านั้น สเตฟาน แม็คเคนซี่ไม่เคยรักใครและไม่คิดจะรักเพราะความรักไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับคนอย่างเขา ตราบใดที่เขายังใช้เงินซื้อทุกอย่างได้ ผู้หญิงที่แวะเวียนเข้ามาในชีวิตของสเตฟานนั้นเพียงแค่เอาเงินปึกหนาๆ ฟาดหัว เจ้าหล่อนทั้งหลายก็พร้อมยอมศิโรราบคลานขึ้นเตียงกับเขาอย่างไร้อาการเกี่ยงงอนลังเล
ทุกอย่างมันง่ายไปเสียหมดสำหรับลูกชายมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจเงินทุนหลักทรัพย์ผู้มีอิทธิพล ความรักจึงถือเป็นเรื่องไร้สาระที่ชายหนุ่มยกมุมปากยิ้มเยาะตลอดมา ตราบใดที่มีเงินเสียอย่าง ทุกอย่างง่ายดายและราบรื่นเสมอ
สเตฟานยังไม่เคยเห็นใครปฏิเสธเงินและปฏิเสธเขา... เพราะฉะนั้นคำว่า...ไม่ได้... จึงไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของผู้ชายชื่อ สเตฟาน แม็คเคนซี่
“ใครอยู่ห้องเล็กนั่น?”
ร่างสูงก้าวขึ้นมานั่งเคียงข้าง สเตฟานเป็นคนช่างสังเกต ตั้งแต่เขาเช่าอพาร์ตเม้นต์สามห้องนอนให้หล่อนโดยให้ลูกน้องคนสนิทจัดการให้ทุกอย่าง ชายหนุ่มเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกด้วยมีธุระกับบิดาซึ่งมีฐานธุรกิจอยู่บอสตัน
เมื่อตอนเดินเข้ามาเห็นห้องเล็กริมสุดเปิดประตูแง้มไว้นิดหนึ่ง เห็นร่องรอยว่ามีผู้อาศัยอยู่ในห้องนั้น เขาจ่ายเงินเช่าห้องหรูให้หล่อนเพื่อที่เขาจะมาหาความสุข ไม่ต้องการให้ใครมาเป็นก้างขวางคอทั้งนั้น
พิชนีขยับไปนั่งเอาอกอวบขาวเบียดต้นแขนล่ำสันของเขา จมูกคลอเคลียแก้มสากอย่างยั่วเย้า หล่อนพอใจรูปร่างหน้าตาและเงินของเขา ไม่เสียแรงที่ได้เปิดบริสุทธิ์กับผู้ชายคนนี้ มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม
ตอนที่เจอกับสเตฟานนั้น พิชนีกำลังต้องการย้ายออกจากบ้านของบิดาและมารดาเพื่อใช้ชีวิตเสรีตามแบบหนุ่มสาวชาวอเมริกันทั้งหลาย พอดีประจวบเหมาะได้ไปเที่ยวลาสเวกัสในผับหรูแห่งหนึ่ง จึงได้รู้จักกับชายหนุ่มหล่อเหลาสุดเอ็กซ์ทั้งร่ำรวยมหาศาล แถมเรื่องบนเตียงก็สุดยอดจนหล่อนอิ่มเอมกระอักความสุขสมในทุกครั้ง
“อ๋อ...เด็กคนรู้จัก ชื่อไวน์ อายุสิบหกกำลังเรียนมัธยมปลายน่ะค่ะ พอดีพีชต้องการคนช่วยทำความสะอาดดูแลอพาร์ตเม้นต์ น้องเขาก็ต้องการที่อยู่พอดี”
พิชนีตอบ หล่อนรู้จักกับวีรตาหรือไวน์ เด็กสาววัยสิบหกปีกำลังเรียนไฮสกูล
“อี๊ฟกลัวว่าสักวันหนึ่งคุณจะเบื่ออี๊ฟน่ะเจมส์ อี๊ฟเป็นคนทุ่มเทกับงาน คุณก็เห็นว่าอี๊ฟต้องทำคลินิกห้าวันครึ่งต่อสัปดาห์แน่ะ ส่วนคุณเองก็ทำงานเหมือนกัน ต่างคนต่างยุ่ง เราจะมีเวลาที่ไหนสร้างครอบครัวด้วยกันล่ะคะเจมส์”หญิงสาวเอ่ยแล้วถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เวลานี้เขากับหล่อนคบหากันอย่างมีความสุข เพราะเหมือนเป็นแฟนกันอยู่แต่อีฟเวอรีนไม่แน่ใจเมื่อสถานะเปลี่ยนไป ทุกอย่างจะเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะเห็นตัวอย่างมาเยอะแยะมากมายที่ ตอนเป็นแฟนกันนั้นรักและมีความสุขด้วยกันดีมาก แต่พอแต่งงานแล้วกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว“ผมรู้ว่าคุณรักงานของคุณ งานคุณเป็นงานที่มีประโยชน์และผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าหากคุณอยากจะทำมันไปเรื่อยๆ หลังแต่งงาน ส่วนผมได้วางแผนเอาไว้แล้ว ผมกับเบนอยู่กับเจ้านายมานาน เรียนรู้เรื่องธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และทำมาหลายปีแล้ว กับเจ้านายนั้น อยู่ด้วยก็เพราะรักและผูกพันกัน และก็ไม่ได้ทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายแล้วทุกวันนี้ ผมมีเวลาให้คุณอย่างเต็มที่แน่นอนจ้ะที่รัก เจ้านายไม่ได้บังคับกะเกณฑ์อะไรพวกผมเลย จะอยู่จะไปเมื่อไหร่ก็มีอิสระอย่างเต็มที่”เจมส์กล่าวอธิบายอย่างละเอียด
“นิโคลัส คอสต้า...ขวัญใจเราเอง”โจซิเฟียเผลอพูดเสียงตื่นเต้น ทำเอาเบนต้องหันไปมอง ใบหน้าจิ้มจิ้มกำลังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ ใช้ช้อนชี้ไปที่จอทีวี ชายหนุ่มจุดยิ้มก่อนจะส่ายหน้าแล้วนั่งทานข้าวอย่างเงียบๆ“อ้าวกินกันแล้วเหรอ”เจมส์ร้องถาม เบนและโจซิเฟียหันไปมองเห็นเขาเดินโอบไหล่อีฟเวอรีนออกมา ทั้งคู่ผมเปียกหมาดเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ เบนกระตุกยิ้มรู้ทันให้เพื่อนรัก เจมส์จ้องหน้าทันทีเพราะเขารู้ว่ามันกำลังจะพูดอะไรออกมา“หยุดเลยไอ้เบน อย่าเสือก...”เจมส์ส่งเสียงห้ามจ้องหน้าเบนใช้สายตาปราม เพราะเขาไม่ต้องการให้อีฟเวอรีนเก้อเขินกระดากอาย ดีไม่ดี คืนนี้จะไม่ได้จัดหนักตามที่ได้หวังเอาไว้ แต่จะถูกไล่กลับแทนเบนยักไหล่แล้วหันไปสบตากับโจซิเฟียโดยบังเอิญ หล่อนหน้าแดงปลั่งรีบก้มหน้าตักข้าวคำเบ่อเร้อใส่ปากเพื่อแก้เขินทันที ชายหนุ่มยิ้มกว้าง จะว่าไปแล้วเวลาทอมเขินก็น่ารักไปอีกแบบนะ เบนคิดสนุกอยู่คนเดียว“อร่อยใช่มั้ยล่ะโจ อี๊ฟบอกแล้วว่าเบนทำอาหารอร่อย”อีฟเวอรีนเห็นโจซิเฟียตักข้าวทานอย่างไม่พูดจา โจซิเฟียจึงเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มนิดหนึ่ง“ผมช่วยกันทำกับโจครับอี๊ฟ”เบนกล่าวแก้ให้ ทำให้โจซิเฟียรู้สึกว่าเขาเป
“หั่นหมูให้ดูลายเนื้อแล้วหั่นตัดตามขวางสิ อย่าหั่นตามยาวมันเคี้ยวยาก”เสียงทุ้มสั่งกำกับเมื่อเห็นหล่อนหั่นตามอำเภอใจ โจซิเฟียจึงทำตาม แอบรู้สึกทึ่งที่เขาใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยถึงเพียงนี้ หล่อนไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย“ส่วนเนื้อไก่ถึงจะหั่นแนวยาว เพราะเนื้อไก่ถ้าหั่นแนวขวางมันจะแตกง่าย เปื่อยยุ่ยหมดเวลาทำสุก” เขาให้ความรู้“ว้าว โจเพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ พี่เบนน่าจะไปเป็นเชฟแทนเป็นบอดี้การ์ดนะ”หญิงสาวเอ่ยแซ็วพร้อมกับเงยหน้าขึ้นยิ้มเห็นเขี้ยวน่ารัก เผลอเรียกเขาอย่างสนิทสนม เบนกระพริบตานิดหนึ่งก่อนจะรีบเมินสายตา เขาเห็นหล่อนน่ารักตั้งแต่เมื่อไหร่กันโจซิเฟียเห็นเขาเมินหน้าใส่ ฮึ คงจะเกลียดหล่อนมากจริงๆ แหละ พอกันเลย นี่ก็เผลอพูดเล่นเหมือนคุ้นเคยกับเขาไปได้ยังไงก็ไม่รู้ ยายโจซิเฟีย ระวังหน่อยสิยะ หญิงสาวเอ่ยกับตัวเองในใจ“หั่นเสร็จ ก็จัดการผักต่อ เปลี่ยนมีดกับเขียงก่อน”เขาเอ่ยสั่งกำกับ เบนมองเห็นปอยผมของหล่อนที่เป็นเส้นสลวยดูมีน้ำหนักและนุ่มลื่นหล่นมาบังตา หล่อนใช้หลังมือปัดอยู่สองสามครั้ง และบางครั้งก็ใช้ปากเป่าทำแก้มป่องน่าหยิกชายหนุ่มอดยิ้มเอ็นดูออกมาไม่ได้ ร่างสูงเดินไปค้นในลิ้นช
“อันดับแรก สวมผ้ากันเปื้อนก่อน”เบนเอื้อมมือไปปลดผ้ากันเปื้อนที่แขวนอยู่มาคล้องคอให้หญิงสาว มือหนาอ้อมไปรอบร่างบางเพื่อผูกสายรัดด้านหลังให้ โจซิเฟียจึงตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยปริยายกลิ่นอาฟเตอร์เชฟหอมกรุ่นลอยมาปะทะจมูก อีตานี่สำอางมาก หล่อนรู้แก่ใจดีเพราะเขาเป็นพวกบอดี้การ์ดเพลย์บอย นอนกับผู้หญิงนับไม่ถ้วนก็ต้องทำตัวให้สะอาดและหอมอยู่ตลอดเวลา“หอมไหม”เสียงถามปนหัวเราะเอ่ยดังใกล้หูทำให้โจซิเฟียสะดุ้งผงะตกใจ เพิ่งรู้ตัวว่าจมูกของหล่อนแตะตรงลำคอของเขาอยู่ และแตะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้“บ้า อย่ามาทำหว่านเสน่ห์กับโจ โจไม่สนหรอกเบนจามิน รู้อยู่แล้วว่าเราเกลียดกัน นี่ก็ไม่อยากเรื่องมากต่อหน้าอี๊ฟกับเจมส์เท่านั้นเอง”โจซิเฟียพูดออกไปตรงๆ เพราะต่างก็ไม่ชอบหน้ากันอย่างที่รู้ดี จะมัวมาเก็กฝืน ทำมีมารยาททำไมกันให้เสียเวลา เบนยักไหล่ ยังคงเรียกเขาเต็มยศตามเคย เพื่อเป็นการบอกเป็นนัยๆ ว่าเขากับหล่อนไม่ใช่คนคุ้นเคยกัน“ตามนั้นแหละ ตกลงว่าจะล้างผักมั้ย”เขาตัดบทอย่างง่ายๆ ไม่สนใจต่อปากต่อคำกับหล่อน ก็หล่อนเป็นทอมจะมาสนใจผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาได้ยังไง เบนชี้มือไปยังกะละมังและผักที่ต้องการล้าง โจซิเฟ