Masuk7
อมแล้วก็คาย รถหรูขับเคลื่อนออกจากคอนโดที่บารอนเป็นสัมปทานหลักเพื่อตรงไปยังโรงแรมดังใจกลางกรุง การร่วมโต๊ะอาหารในคืนนี้เห็นทีจะไม่ใช่การร่วมรับประทานอาหารธรรมดาๆ ดูจากชุดและการแต่งหน้าที่จัดเต็มขนาดนี้ จะต้องมีคนสำคัญๆอยู่ในวงอาหารด้วยสินะ เซรินครุ่นคริดแต่ก็ยิ้มไปเรื่อยอย่างไม่ใส่ใจ เธอดูเหมือนคนปกติที่ไม่ปกติซะทีเดียว แอชตันมองเซรินที่กระดี๊กระด๊านั่งจำสิ่งที่เขาต้องการให้เธอจำ เธอดูไม่มีอะไรผิดปกติไปจากคนทั่วไป หากเธอไม่พูดพร่ำก็เป็นอันใช้ได้ แต่ก็ชื่นชมอยู่ได้ไม่นาน “แอชตัน” “อืม” “ยัยหอยเชลล์นี่ใครคะ?” เธอพูดแล้วยกรูปถ่ายของหญิงสาวคนนึงที่ทำให้เธอรู้สึกคุ้นหน้าค่าตา เพียงแค่ไม่คุ้นชื่อ เธอคงเป็นลูกท่านหลานเธอสินะ เพราะสังคมของฉันมันมีแต่คนมีเงินถุงเงินถัง แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น ความทรงจำของเธอก็แทบจะจดจำใครไม่ได้เลย นอกจากพ่อและแม่ “..ราเชล==^” “รู้ค่ะ แต่หน้าเธอเหมือนหอยเชลล์นี่ ซีดเผือดเป็นเนื้อหอย ก็ดูจะน่ากรุบกรอบแล้วก็อร่อยอยู่หรอก แต่ฉันไม่ชอบเธอเลย เธอดูแพงนะ แต่ว่าเธอเหมือนคนนิสัยไม่ดี” “….” “เธอสำคัญมากหรือเปล่า? เธอไปร่วมโต๊ะอาหารกับเราไหม? คือฉันเพิ่งนึกได้ ฉันเองก็เคยนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับแอชตันแล้วก็คุณพ่อคุณแม่แอชตันเหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าการที่เราเคยนั่งกินข้าวด้วยกันในวันนั้น มันจะไม่ใช่วันเดียวอย่างที่ฉันเข้าใจ” “….” “ฉันคิดว่าฉันผิดหวังนิดหน่อยที่วันนั้น พ่อไม่เสนอจับเราคลุมถุงชนให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่ก็นะ ตอนนั้นแอชตันไม่ได้หุ่นเช้งน่าเชี๊ยะขนาดนี้นี่ ผอมกระหร่องไม่ตรงไทป์ฉันสุดๆ คุณหนูเซรินอย่างฉันไม่แลตามองมันก็คงไม่แปลก” ท่าทางขอเธอเริ่มเพ้อพก ยกมือลูบคางตัวเองพลันเหลือกตามองฝ้ามองเพดานรถ “ฉันหนะ วาดฝันว่าการแต่งงานของฉันมันจะต้องไม่ธรรมดา” “….” “แอชตัน ถ้านายต้องการใช้ประโยชน์จากฉัน ก็ช่วยใช้ประโยชน์จากกันให้ถึงที่สุดด้วยเถอะ” เธอมันบ้าจริงๆ เซรินมีแววตาเป็นประกาย กรายๆว่าตื่นเต้นกับชีวิตนอกโรงพยาบาล เห็นทีว่าเกือบปีที่ถูกจองจำในโรงพยาบาลบ้าแบบนั้น จะทำให้เธอเหมือนมนุษย์ถ้ำที่เพิ่งได้ออกมาเจอโลกภายนอก “ความต้องการสูงสุดที่นายต้องการจากฉันคนนี้คืออะไร?” เธอยกมือทาบอกด้วยท่าทีสุภาพอีกครั้ง แต่เพราะว่าแอชตันไม่ตอบ เซรินเลยถอนหายใจ เธอสะบัดผมราวกับว่าความยาวของมันทำให้เธอหงุดหงิดก่อนจะกระชากดึงเน็กไทของแอชตันทันควัน พร้อมๆกับปืนหนึ่งกระบอกที่พุ่งมาจ่อขมับของเธอทันทีจากตำแหน่งที่นั่งข้างคนขับ “ไม่เป็นไร” มาเฟียพูดกับลูกน้องตัวเองอย่างธาน เมื่อเทียบกับอีรอนแล้ว ธานยังไม่เคยเห็นฤทธิ์ของเธอ เขาก็แค่ปกป้องคนเป็นนายให้ถึงที่สุด ปืนกระบอกนั้นถูกเก็บ “..ใจร้อนกันเหมือนเลยน๊า ทั้งหัวหน้า ทั้งลูกน้องเลย” “ผมต้องคุ้มกัน” “จากมือเล็กๆที่ดึงเนคไทนะเหรอ? ฉันดูอันตรายจนฆ่าคนได้เลยเหรอคะ? ฉันก็เเค่ดึงเพื่อที่จะ..” “….” “..จู จุ๊บ นิดๆหน่อยๆ” ว่าแล้วก็หอมแก้มแอชตันโชว์ไปที เธอยิ้มร่า “โอ้ย! ชื่นใจ” “คุกคามจนถึงที่สุดจริงๆนะครับ” “ก็แอชตันชอบทำเป็นใบ้ขัดใจฉันนี่ จำไว้นะ ถ้าเวลาฉันต้องการคำตอบและยังนิ่งไม่ไหวติงแบบนี้ ฉันจะจูบแอชตันจนกว่าแอชตันจะยอมปริปากพูดเลย” “หึ๊~ ไม่เข็ด?” “ก็ไม่นะ” “….” “ชอบค่ะ มากกว่านี้ก็ยังได้~” ที่เบาะหลังของรถเหมือนมีพลังหยินหยางก็ไม่กราย แอชตันนิ่งขรึม ส่วนเซรินก็สดใสกระดี๊กระด๊า คนสนิทของมาเฟียที่นั่งอยู่เบาะหน้าหันมองหน้ากัน “..หวังว่าวันนี้ จะผ่านไปได้ด้วยดี” “มันต้องดีอยู่แล้วค่ะ!!” เซรินผลุนผลันใช้มือเกาะเบาะคนขับแล้วยื่นหน้าไปพูดใกล้ๆ จนอีรอนผงะเธอถึงกลับมานั่งสงบเสงี่ยมเช่นเดิม ยกเรียวขาสวยผิวเนียนผ่องไขว้ห้าง เดรสยาวที่แหวกสูงโชว์เรียวขายาวสวยต่อหน้ามาเฟียที่พยายามจะมองไปนอกรถ แอชตันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ห้องแต่งตัว ที่เขาทำไปก็แค่จะให้ทุกอย่างมันจบๆไป เธอจะได้อันตธานออกไปจากห้องของเขาแล้วทำหน้าที่ตามที่เขามอบให้ “มีอะไรคืบหน้าหรือเปล่า” “ไม่มีครับนาย จากข้อมูลที่เราได้จากไอ้นั่น ตอนนี้พวกมันยังไม่เคลื่อนไหว เป็นไปได้ว่ามันอาจจะกำลังลังเลว่าควรเริ่มจากบริษัทไหนก่อนที่ล้มละลายไป เพราะตอนนี้เท่าที่ผมเช็คมา บริษัทที่ทำเกี่ยวจิวเวลรี่และเพชรที่ล้มละลายไปมีทั้งหมดห้าบริษัท เป็นบริษัทเล็กสาม และบริษัทใหญ่สองครับ” มาเฟียพยักหน้า Siren Gems จัดอยู่ในบริษัทใหญ่ ถึงข้อมูลที่ได้มามันจะพุ่งเป้ามาที่บริษัทของเซรินก่อน แต่เหมือนบริษัทเล็กๆคงจะเป็นปัญหากวนใจพวกมันไม่ใช่น้อย และอีกเหตุผลที่พวกมันอาจจะคิดไม่ถึง.. คือเซริน แอชตันแค่เหลือบมองเธอ ก่อนที่รถหรูจะจอดที่หน้าโรงแรมหรูใจกลางเมือง เซรินไม่ได้ดูตื่นเต้นอะไรเธอคงมาในสถานที่แบบนี้จนเคยชิน “ถึงแล้วครับนาย” “พวกมึงลงไปก่อน กูมีเรื่องต้องคุยกับเซริน” “หื้มม~?” เสียงหวานขานสงสัย แต่ก็ไม่ได้ซุกซนอะไร เธอนั่งสงบเสงี่ยมและรอให้ลูกน้องคนสนิทของแอชตันลงไปจากรถ “อะไรเหรอ?” “..รู้ใช่ไหมว่าต้องทำตัวยังไง” “อื้ม แอชตันไม่ชอบยัยหอยเชลล์ เพราะงั้นฉันต้องประกบแอชตันไม่ห่าง ต้องพรอดรักเมื่อสถานการณ์จำเป็น ทำตัวเป็นเมียเก็บแล้วก็..” “….” “ใส่ใจแอชตันทุกระเบียดนิ้ว” หน้าสวยหันไปยิ้มหวานๆให้กับเขา อีกฝ่ายเผลอมองหน้าสวยๆนานอยู่หลายนาทีตั้งแต่เธอแปลงโฉม “แต่ว่ามีอีกเรื่องที่ฉันต้องถามก่อน ตรงนี้..” เธอชี้ไปที่เอกสารใบหนึ่ง มันคือของไวน์ต่างๆ ระเบียบทำเนียมการดื่มกินต่างๆ “ฉันดื่มแอลกฮอล์ได้นะ แต่ฉันแพ้ไวน์ทุกชนิด ทำเนียมของพวกแอชตันคือดื่มไวน์บนโต๊ะอาหาร” เซรินบอกเขาออกไปแบบนั้น เธอวางเอกสารลงแล้วเอียงหัวไถ่ถามในระยะประชิดด้วยสีหน้าที่บ๊องแบ๊วซะเหลือเกิน “แค่อมได้ไหม?” “….” “อมแล้วก็คาย” ดวงตากลมบ๊อกกระพริบปริบๆ ก่อนจะส่งเสียง ‘หื้ม?’ เชิงถามอีกครั้ง “ไม่ใช่อะไรนะ ฉันแค่อยากทำในสิ่งที่แอชตันอยากให้ทำ เพราะถ้าฉันทำดีแอชตันก็จะให้ฉันมีชีวิตสนุกๆข้างนอกแบบนี้.. ถ้าฉันแค่อมแล้วคายได้ ฉันจะทำแหละ” ริมฝีปากยิ้มเป็นเส้นตรง แต่มาเฟียอย่างแอชตันเผลอกลืนน้ำลายได้ยังไง เขาหายใจไม่ทั่วท้องเลยสักนิดที่จู่ๆเธอก็มาพูดจาแบบนี้ แถมยัง ลูกอ้อนลูกชนไม่เบาเลย “ได้ อมแล้วก็คาย” “โอเค๊~” “แต่ฉันอนุญาตให้แค่ไวน์ เพราะถ้าเป็นอย่างอื่น..” มือหนาเลื่อนขึ้นบีบแก้มชับบี้ๆของเธอจนแก้มยู่ “เธอต้องกลืน” “แน่อยู่แล้ว เพราะถ้าเป็นเหล้าฉันกลืนมันทุกหยดเลยจ้าาาาา^0^” เธอทำท่าวันทยาหัตถ์รับคำสั่ง แอชตันยังคงนิ่งกลืนน้ำลายและแค่นใจกับสิ่งที่ตนทำ ก่อนจะลงจากรถไปดื้อๆ ทิ้งให้เซรินพยายามดึงตัวเองลงจากรถอย่างไม่สนใจ “ผัวขาาา รอก๊อนนน!!” ร่างสูงแค่นเสียงในลำคอ ใช่.. วันนี้ เขาจะต้องสวมบทเป็นผัวเป็นเมีย กับเธอ ﹎.εїз︷✿‧:﹎ กดเข้าชั้น กดใจ คอมเมนต์กันเนอะๆน๊าาาา เวลาคอมเมนต์น้อยนี่คนเขียนใจแป้วนะบอกก่อน อุตส่าห์เสริฟ์ให้นางเอกเป็นบ้าตั้งแต่ต้นเรื่องแบบนี้ ถ้าไม่ฟินกันนี่คนเขียนจะเป็นบ้าแทนแล้วนะ🤪 เมอิวอนนักอ่านที่น่ารักนะคะ กดใจวันละหนสองหนเป็นการระดมหัวจิตหัวใจให้กันสุดๆ กดเข้าชั้นด้วยนะคะ♥️🤏🏻ตอนพิเศษ3“เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อนะคะคุณ ที่สะไภ้อย่างเซรินเลี้ยงลูกได้ดีแบบนี้” วันเวลาผ่านมาสิบเจ็ดปี จริงอย่างที่หลายๆคนว่า อีกไม่กี่ปีก็ไม่เหลือใครอยู่ตรงนี้แล้ว.. ในห้องเรียบง่าย สะอาดสะอ้าน หญิงสาวแค่นไปทางสูงวัยจนใกล้ชรายืนมองรูปถ่ายรวมของครอบครัว..แต่ขอโทษที่ตาแก่ยายแก่อย่างฉันสองคนอายุยืนและยังไม่ตายไว ก็แค่ฉากๆนึงที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตได้ผ่านมาถึงจุดที่มองรูปถ่ายแล้วตกตะกอนกับอดีตนลินรัตน์เดินมาหาธวัชชัย สามีที่นั่งจิบกาแฟยามเช้าแบบทุกวัน แม้ร่างกายจะอ่อนแอลงแต่ยังไม่โรยรา สองตายายนั่งมองผ่านระเบียงที่เปิดอ้าซ่า ลมพัดในความสูงที่ชั้นสองของตัวบ้าน การเฝ้ามองเภริณและพิณวาถูกซ้อมอย่างหนักหน่วงเป็นเสมือนละครยามเช้าหลังลืมตาตื่นเห็นที่ว่าคนที่มีแววน่าจะฝากฝังกิจการบางภาคส่วนให้อย่างหมดห่วงน่าจะเป็นเภริณแฝดคนพี่ แม้จะอายุเพียงสิบเจ็ดปีแต่แฝดพี่คนนี้ได้พ่อมาเต็มๆ ป้องกันตัวดีเป็นที่หนึ่ง การตัดสินใจเด็ดขาด ไม่รักสวยรักงามทำทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ แข็งแกร่ง“ฟู้ว์~ เสียงลมหายใจผ่อนปรนหลังจากการต่อสู้ประชิดตัวจบลง วันนี้เภริณทำได้ดีและทุกครั้งที่ซ้อมเสร็จเธอมักจะมีรอ
ตอนพิเศษ217ปีต่อมา…‘บาดแผลในใจก็ต้องเผชิญหน้าสิ’‘การยึดติดนั้นงดงามและเลอค่าจะตายไป’‘ก็นะ ชีวิตเป็นอะไรที่ไม่เข้าใจบ้างก็ได้’ประโยคที่ฉันพูดออกจากปาก ฉันยังไม่ทิ้งมันไป บาดแผลในใจ การยึดติด และชีวิตก็เป็นอะไรที่ไม่ต้องเข้าใจบ้างก็ได้แบบนั้น ฉันว่ามันคือความจริงของมนุษย์เลยนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าประโยคง่ายๆที่เคยพูดออกไป กลับทำยากกว่าที่ผ่านมา หรือว่าเป็นเพราะฉันกำลังจะหายป่วยเหรอ?ไม่ชินเท่าไหร่เลยแฮะ ถ้าการที่อาการป่วยของฉันมันจะหายไปแล้วมันจะพรากความมั่นหน้ามั่นโหนกไปจากฉันด้วย ก็รู้สึกไม่โอเคเท่าไหร่ การใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังจนเข้าขั้นระแวงเนี่ย ไม่ใช่วิถีของฉันเลยจริงๆ เฮ้ออ.. ยุติการรักษาดีไหมนะ? การเป็นคนที่สติไม่ดี ไม่เห็นต้องคิดอะไรเยอะแยะขนาดนี้เลยมาจนถึงตอนนี้หุ่นฉันก็กลับมาสวยเช้งน่ากระเด๊ะ น่าเจี๊ยะเหมือนเดิม เพราะฉันได้คลอดลูกสาวที่ค่อนข้างแสนรู้มาถึงสองคน ใช่.. ฉันได้ลูกแฝด แฝดหญิง ถือเป็นข่าวที่ดีมากสำหรับฉัน แต่ชีวิตของลูกสาวทั้งสองคงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่ๆ เพราะทันทีที่รู้ว่าได้ลูกแฝดสาวสองคน แอชตันก็ต้องเร่งเริ่มโปรแกรมการเรียนการ
ตอนพิเศษ1หลายเดือนต่อมาอย่าหวัง! ว่าฉันจะเล่าเรื่องท้องโตเป็นลูกบอลให้ฟัง บอกเลยว่าร่างกายเล็กๆของฉันที่ต้องแบกสิ่งมีชีวิตที่ขึ้นชื่อว่าสายเลือดของตัวเองกับแอชตันมันหนักเอาการ จะกินจะนอนก็ลำบาก ไอ้เราก็วาดฝันแล้วว่าถ้าท้องจะมีชีวิตประดุจเจ้าหญิง ทั้งที่เกลียดทุกเรื่องเล่านิทานที่เกี่ยวกับเจ้าหญิงแต่ก็ไม่วายเสร่ออยากจะเป็น..เจ้าหญิง เขาไม่ได้ทำตัวขี้เดียจเกียจคร้าน นั่งกินนอนกินเสพภาษีประชาชนเฉยๆหรอกเหรอ นึกว่าชีวิตที่ฉันฝันจะใกล้เคียงกับสิ่งนั้นซะอีก เสียเวลาเคยอยากจะเป็นมาซะตั้งนาน แอชตันที่เพิ่งตื่นและหาเมียตัวเองไม่เจอเดินงัวเงียลงมาที่ชั้นล่าง ครัวที่เคยสะอาดสะอ้านเละเทะนิดหน่อย เศษขนมปังที่ตัดขอบไหม้ๆทิ้ง กับขนมปังปิ้งจนไหม้ที่ถูกทิ้งลงถังขยะอีกสามสี่แผ่น ไม่สิ.. เป็นสิบๆแผ่น เขายืนมองมันก่อนที่สมองแบลงค์ๆของเขาจะตื่นตัว“ขนมปังปิ้งไหม? ฉันปิ้งขนมปังไว้ให้แล้ว ซอสก็มีนะ ไข่ดาวทอดน้ำก็อยู่ตรงนู้น หยิบเอาเองแล้วกัน”“..ทำไมทำเยอะขนาดนี้”“เน้นบุฟเฟ่ต์จ่ะ^^” แอชตันถอนหายใจเล็กน้อย ใช่.. เธอทำทุกอย่างเหมือนเน้นให้อาหารเป็นบุฟเฟ่ต์ที่ตักเท่าไหร่ก็เติมได้ไม่อั้น.. หมายถึงของที่ทำเส
68 ปลดล็อค END“..ผมชอบเธอ~” ท่ามกลางความมืดหลังงานเเต่งเสร็จสิ้น เสียงละเมอของแอชตันปลุกให้ฉันตื่น ดูมีความสุขจนล้นอกเลยน๊าา เซรินพลิกตัวนอนคว่ำในชุดนอนแขนขายาว มองจ้องใบหน้าคมคายคาตาไม่ละไปไหน ก่อนจะใช้ปลายนิ้วแตะสันจมูกโด่งจนอีกฝ่ายรู้สึกตัวเหล่มอง“ถึงขนาดสารภาพรักในฝันเลยนี่ แสดงว่าชอบเธอมากเลยสินะ?”“อืม ชอบมาก”“ระหว่างคนในฝันกับฉันคนนี้ชอบใครมากกว่ากัน?”“..ก็ต้องคนที่เก็บเอามาฝันสิ” เซรินจากที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเพราะกำลังคิดว่าคนคนนั้นคือตัวเอง ดึงตึงขมวดอารมณ์และรอยยิ้มหายไปฉันพลัน “ชิ๊ โยกจนเอวแทบหักนายบอกชอบคนในฝัน ให้ตายสิหย่ากันเลยไหม” มาเฟียหนุ่มแค่นขำสวมรั้งกอดเอวบางๆที่ต้องระวังเป็นพิเศษ หากเป็นแบบทุกทีเขาคงจะเติมเต็มคำรักจนฉ่ำแฉะ แต่ตอนนี้เห็นทีจะไม่ได้ “ฉันชอบเธอ”“….”“หมายความว่าฉันรักเธอ จะไปเก็บผู้หญิงที่ไหนมาฝันล่ะ” เซรินที่ทำทีงอแงเริ่มตระหนักนิ่ง“..ตาสว่างแล้วสิท่า”“ตาสว่าง?”“ก็ตระหนักถึงความเป็นจริงไง เหมือนฝันบ้าๆอยู่แต่แล้วก็ตื่นจากฝัน”“อื้มมม~”“เรื่องง่ายๆไม่เข้าใจได้ยังไง” แอชตันแค่นเสียงขำในลำคอ “มีนมให้จับมีตูดให้บีบ ถ้ายังเอาแต่ฝันถึงผ
67 ไม่ควรตาย ต๊อก แต๊ก ต๊อก แต๊ก.. เซรินก้าวเดินตามหมอทิวอย่างว่าง่าย “นี่ฉันเป็นโรคร้ายหรือเปล่าค๊ะ? แบบว่า จะตายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า?”“ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้น”“ก็ไม่รู้สิ ฉันไม่ใช่ลูกรักของสิ่งที่เรียกโชคชะตานี่ ที่ถามนี่จะได้เผื่อใจ พ่อแม่ตาย สมบัติก็ล้มละลายจนเป็นบ้าสุดท้ายตายเพราะมะเร็ง โศกนาถกรรมชีวิตสุดๆ”“….” และเพราะหมอทิวเอี้ยวมองคนที่เดินตามเล็กน้อย เซรินที่ยังตาแป๋วก็ตอบกลับไปด้วยความมั่นใจ“ชีวิตบัดซบมักเกิดกับตระกูลที่มั่งคั่งค่ะ ไม่เคยได้ยินเหรอคะ ชีวิตคนรวยมักจะไม่มีความสุข เหมือนโดนกลั่นแกล้งเลยนะ เกิดมามีพร้อมทุกอย่าง เงินทองก็ใช้ทั้งชาติไม่หมดซื้อได้ทุกอย่างที่ต้องการ แต่กลับซื้อความสุขไม่ได้ ต้องควานหาเอง” เซรินเต๊ะท่าคิดเล็กน้อยในขณะที่เดินตาม“ก็ถ้าให้เกิดมาเพรียบพร้อมขนาดนี้ ก็น่าจะเสริฟ์ความสุขให้ถึงที่แบบนั้นสิ ชีวิตรวยๆถึงจะมีค่า”“ฮ่า คุณนี่เข้าใจพูดจังนะครับ ไม่แปลกใจที่ไอ้แอชมันเลือกคุณ”“ก็นะไม่ใช่ว่าฉันเข้าใจพูดสักนิด ยัยนักเขียนนั่นแหละมั้งที่สั่งให้ฉันพูด”“ฮ่าๆ นี่ผมหลุดเข้ามาในนิยายที่มีคุณเป็นนางเอกสินะครับ”“จริงๆก็ไม่อยากจะเป็นนางเอกหรอกนะ เ
66อาการออกพิธีการแต่งงานยิ่งใหญ่แต่กลับมีความเรียบง่ายเกิดขึ้นแบบฉับพลัน เหมือนเซรินเธอต้องการความยิ่งใหญ่เพียงเพราะเธอกำลังปกปิดบาดแผลทางใจที่ตัวเองมีแบบไม่รู้ตัว ถือว่าเป็นบุญพาวาสนาส่งของเซรินจริงอย่างว่า เพราะถ้าคนที่แต่งงานด้วยเป็นคนปกติทั่วๆไป ต่อให้ขายบ้านขายรถ ก็เหมือนจะเนรมิตทางเข้างานที่อลังการแบบนี้ไม่ได้ แต่เบื้องหลังคือแอชตันเองก็คอยปรึกษาจิตแพทย์ที่ทำการรักษาเซรินอยู่เสมอเรื่องที่จนป่านนี้แล้ว อาการโอเวอร์แอคติ้งของเธอมันยังไม่หายไป และได้คำตอบที่เรียบง่ายแล้วเข้าใจได้ง่ายที่สุดกลับมา‘เข้าใจเธอหน่อยนะคะ มันเป็นการปกปิดบาดแผลในจิตใจของเธอในรูปแบบหนึ่งค่ะ’ใช่.. ใช้เงินเขาปกปิดบาดแผลทางใจไปเป็นล้านๆ อย่างว่า.. บาดแผลทางใจคนเรามีราคาไม่เท่ากันหลังจากที่ได้รู้เรื่องรู้ราวกันว่าที่ผ่านมา ที่อาการของเซรินรุ้มๆดอนๆมาตลอดก็เป็นเพราะโรสิตาหรือผู้ดูแลโรสด้วย ที่คอยให้ยากระตุ้นอาการอยู่เสมอ ทำให้อาการที่ควรจะหายไวกลับหายช้าแบบต้องรอคอยเวลา แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับแอชตันอีกแล้ว เขารู้แล้วว่าเขาควรสยบเธอด้วยวิธีไหน และควรทำยังไงให้เธอพอใจและไม่เสียใจกับเรื่องที่ละเอียดอ่อนอ







