Share

ตอนที่ 17 หวั่นไหว

last update Terakhir Diperbarui: 2025-04-20 21:06:19

หลังจากที่ผมได้เจอกับมีนาอีกครั้งผมตั้งใจว่าวันนี้จะลาเธอครั้งสุดท้ายแล้วกลับกรุงเทพฯ แต่ว่าคุณยายของมาริสาท่านขอให้เราอยู่ต่อและผมคิดว่าผมควรจะให้เธออยู่ต่อเพื่อเป็นการขอบคุณเธอที่พาผมมาที่นี่ ตอนแรกเธอจะให้ผมกลับไปก่อนแล้วเธอจะตามไปทีหลังแต่เพราะว่ามีบางอย่างกวนใจผมอยู่ผมจึงไม่อยากให้เธออยู่ที่คนเดียว บางอย่างที่ว่าก็คือพี่ชายข้างบ้านที่ชอบมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆเธอจนผมรู้สึกรำคาญ

วันนี้เป็นวันที่อากาศแจ่มใส เธอจึงชวนผมไปเที่ยวถ่ายรูปด้วยกัน ผมก็ไม่ได้อยากไปสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่อยากให้เธอต้องไปเพียงลำพังจึงยอมไปเป็นเพื่อนเธอ เมื่อมาถึงที่หมายเธอก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีอกดีใจ เหมือนเด็กน้อยที่พ่อพามาเที่ยวไม่มีผิด ผมเห็นท่าทีของเธอแล้วก็เผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัว ไม่รู้ทำไมผมจึงหุบยิ้มไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เธอหันมา นี่เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายปีของผมมันจึงทำให้รู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกัน ผมเฝ้ามองเธออยู่ไม่ไกล เธอวิ่งเล่นไปมาจนเริ่มหมดแรง เธอจึงชวนผมหาที่นั่งพักทานอาหารกลางวันกัน เราเดินไปเจอที่ๆหนึ่งใกล้ธารน้ำจึงตัดสินใจนั่งพักกันที่นั่น เธอถามผมว่าจะทานอะไร ผมจึงบอกไปว่าขอกาแฟแก้วเดียวก็พอแต่เธอก็ยื่นกาแฟพร้อมแซนวิสมาให้ผม ผมจึงยื่นกลับไปแต่เธอปฏิเสธที่จะรับคืนและยื่นกลับมาให้ผมและพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ผมรู้ว่ามันคือการแสดงแต่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะรับมา ใบหน้าเธอเหมือนเด็กน้อยที่ขี้อ้อนผมจึงปฏิเสธเธอไม่ลงจริงๆ เมื่อทานเสร็จเราก็กะจะนั่งเล่นอีกสักหน่อยแล้วค่อยไปต่อ แต่ผมเหลือบไปเห็นเศษขนมปังติดที่แก้มของเธอแล้วอดขำไม่ได้ เธอช่างเหมือนเด็กๆที่ชอบกินมูมมามเลอะเทอะไปทั่ว ผมจึงเอื้อมมือไปเพื่อจะยิบเศษขนมปังออกให้แต่เธอก็เอียงหน้าหลบผมจึงใช้มืออีกข้างล็อคเอวของเธอเพื่อไม่ให้เธอขยับหนี เมื่อผมขยับเข้าไปใกล้ๆ ใบหน้าของเราก็ใกล้กันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ผมเพิ่งจะสังเกตุเห็นใบหน้าเธอใกล้ๆ เธอมีดวงตาที่กลมโตและใสเป็นประกาย จมูกโด่งพอดีกับใบหน้า แก้มขาวเนียนและริมฝีปากเล็กๆอมชมพูระเรื่อ ผมเพิ่งรู้ว่าจริงๆแล้วเธอน่ารักและมีเสน่ห์ในแบบของตัวเธอเอง เราจ้องกันอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงบางอย่างหล่นลงจากที่สูงกระทบพื้นดินดัง ตุ้บ! เราจึงได้สติกลับมาและรีบเก็บข้าวของเพื่อเดินทางต่อ

เมื่อเก็บข้าวของเสร็จแล้วเราก็ออกเดินทางต่อ เธอกลับมาระริกระรี้อีกครั้ง ในขณะที่เดินขึ้นเขาอยู่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เพราะความประมาทของเธอจึงทำให้เธอก้าวเท้าพลาดจึงล้มลงมาทับผมที่อยู่ข้างล่าง ทำให้ปากของเรานั้นกระแทกกัน และผมก็ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงจนแทบจะทะลุอกออกมา ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร เมื่อเธอลุกขึ้นได้และหันมามองหน้าผม และบอกว่าปากผมแตก แต่แปลกนะที่ผมไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย ผมจึงบอกเธอว่าไม่เป็นอะไรและชวนเธอกลับบ้านทันที

ในระหว่างทางที่เดินทางกลับบ้านผมสังเกตุเห็นเธอเดินขากระเผก คงเป็นเพราะลื่นล้มตอนนั้น ผมจึงหันไปบอกกับเธอว่า "เดี๋ยวเรานั่งพักตรงนี้กันก่อนแล้วกัน เจ็บมากหรือเปล่า ฉันขอดูขาเธอหน่อย แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปต่อ" ผมพาเธอไปนั่งตรงโขดหินใกล้ๆเพื่อจะดูขาข้างที่เจ็บ แต่เธอกลับตอบผมว่า "ไม่เป็นไรค่ะ เราไปกันต่อเถอะค่ะ แค่นี้เองฉันทนได้ไม่เจ็บเท่าไหร่หรอกค่ะ" เธอยิ้มและพยายามจะลุกขึ้นเดินไปต่อแต่ผมก็กดไหล่เธอให้นั่งลง จากนั้นก็เริ่มถอดรองเท้าของเธอเพื่อจะดูอาการ ข้อเท้าของเธอบวมแดงน่าจะเกิดการเคล็ดขัดยอก ผมจึงนวดเท้าให้เธอเพื่อบรรเทาอาการปวด เธอร้องลั่นด้วยความเจ็บ ผมจึงอดขำเธอไม่ได้ "เป็นไงคนเก่ง ไหนบอกไม่เจ็บไง แล้วแหกปากร้องซะลั่นเชียว ฮ่าฮ่าฮ่า" เธอทำหน้าบูดบึ้งและตอบผมว่า "ก็ตอนแรกมันไม่เจ็บนี่คะ มาเจ็บตอนคุณบีบให้นี่แหละค่ะ" ผมจึงลุกขึ้นแล้วบอกกับเธอว่า "งั้นก็ขี่หลังฉันเธอจะได้ไม่เจ็บไปมากกว่านี้ หรือจะให้ฉันอุ้มเอาไหม" ทีแรกเธอก็ทำท่าทีปฏิเสธแต่คงเพราะเจ็บมากจึงยอมขี่หลังผม

ในระหว่างทางเราต่างคนต่างเงียบกันมาตลอดจนเธอเริ่มเอ่ยปากถามผมว่า "คุณรู้ได้ยังไงว่าข้อเท้าฉันเคล็ด แล้วคุณยังรู้ด้วยว่าควรจะนวดยังไง คุณเคยทำแบบนี้ให้ใครหรือคะ" ผมเงียบไปสักพักก่อนจะตอบเธอว่า "ตอนเด็กๆฉันเล่นกับพี่กวินแล้วเจ็บตัวอยู่บ่อยๆ พี่กวินก็จะทำแบบนี้ให้เสมอ แต่ฉันไม่เคยทำให้ใครหรอกนะ กับมีนาเองก็ไม่เคยทำให้ เธอเป็นคนแรกเนี่ยแหละ สำนึกบุญคุณครั้งนี้ให้ดีหล่ะ" เราใช้เวลาเดินทางไม่นานก็กลับมาถึงบ้าน จากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป วันนี้เป็นวันแรกในรอบหลายปีที่ทำให้ผมมีความสุขมากที่สุดก็ว่าได้

เช้าวันต่อมาเป็นวันที่ผมจะต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ ผมจึงไปที่วัดพร้อมกับดอกกุหลาบสีขาวช่อหนึ่งเอาไปให้มีนาและร่ำลาเธอครั้งสุดท้าย ผมบอกกับเธอว่าจากนี้ไปผมจะใช้ชีวิตให้ดีและมีความสุขเผื่อส่วนของเธอด้วย และผมคิดว่าผมพบความสุขครั้งใหม่แล้วและผมสัญญาว่าผมจะรักษาความสุขครั้งนี้ให้ดีที่สุดและจะไม่ยอมให้อะไรมาพรากมันไปจากผมได้อีก

...โปรดติดตามตอนต่อไป...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • The Devil Wedding วิวาห์รักของนายปีศาจ   ตอนที่ 25 ตอนจบ

    ชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ จากคนที่เคยคิดว่าไม่น่าจะมารักกันได้ ก็กลับกลายเป็นว่าได้มารักกัน และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขนี่ก็ผ่านมาสามเดือนแล้วหลังจากวันที่ฉันและคุณศรันย์ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน ในทุกๆวันที่เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างสามีและภรรยาเรามีความสุขกันมาก คุณศรันย์เคยขอฉันแต่งงานใหม่ แต่ฉันก็ปฏิเสธไป เพราะเราได้แต่งงานกันไปครั้งนึงแล้ว ถึงแม้ว่าการแต่งงานในตอนนั้นมันจะเป็นงานแต่งงานหลอกๆก็ตาม แต่ความรู้สึกที่เรามีให้กันในตอนนี้มันคือของจริง ฉันจึงคิดว่ามันไม่จำเป็นที่เราจะต้องจัดงานแต่งงานขึ้นมาอีก ปล่อยให้มันเป็นไปแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วนี่ก็ใกล้จะถึงวันครบรอบ 30 ปีที่ก่อตั้งบริษัท เดอะวันแล้ว ฉันและคุณศรันย์เรายุ่งกับการเตรียมงานกันอย่างมาก เพราะเราตั้งใจว่าจะทำให้ทุกคนที่มางานได้รับความสุขกลับไป ธีมส์ของงานในครั้งนี้คือ "วันพิเศษ แด่คนที่พิเศษ" รายละเอียดของงานคืออยากให้คนที่มาร่วมงานได้บอกความรู้สึกที่มีให้อีกฝ่ายได้รับรู้ หากอีกฝ่ายตอบรับความรู้สึกนั้น เรามีของรางวัลให้ไปเที่ยวพักรีสอร์ท 2วัน 1คืน (ซึ่งแน่นอนว่ารีสอร์ทนั้นเป็นของบ้านฉันเอง) ในขณะที่เรากำลังเตรียมง

  • The Devil Wedding วิวาห์รักของนายปีศาจ   ตอนที่ 24 สิ้นสุดสัญญา

    ช่วงเวลาในตอนนี้มันช่างพิเศษเสียเหลือเกิน ฉันได้อยู่ในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของชายที่ฉันไม่คิดว่าจะได้มารักกัน ใบหน้าของฉันแนบกับหน้าอกของเขาและได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ราวกับว่าหัวใจดวงนั้นจะระเบิดออกมาใส่หน้าฉันเสียให้ได้ เรายืนกอดกันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเขาก็พูดกับฉันว่า "ฉันว่าเรามาจบสัญญานี่กันดีกว่านะ" เมื่อฉันได้ยินแบบนั้นก็หน้าซีดและใจสั่น น้ำตาก็ไหลมาคลอๆที่เบ้าตา ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอตอบกลับเขาไปว่า "ที่คุณทำมาทั้งหมดนี้เพียงเพื่ออยากจะจบสัญญานี่หรือคะ ได้ค่ะ! งั้นเรามาจบสัญญากันเถอะ!" ฉันพูดจบก็หันหลังเพื่อที่จะเดินหนีออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด เพราะไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตาของฉันในขณะที่ฉันกำลังหันหลังเพื่อก้าวเดินหนีไปนั้น เขาก็คว้าแขนของฉันแล้วดึงกลับไปกอดอีกครั้งแล้วพูดว่า "นี่! ฟังฉันพูดให้จบก่อนสิ! เธอจะรีบไปไหน ทำตัวเป็นนางเอกละครไปได้ ที่ฉันหมายถึงก็คือให้เรายุติสัญญาจอมปลอมนี่ แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ต่างหาก ยัยบื้อเอ๊ย!" เมื่อได้ยินแบบนั้นฉันก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก โอ้ย!ทำไมฉันถึงได้ทำอะไรน่าอายแบบนั้นกันนะ! ยัยมาริสายัยโง่เอ๊ย! "ขอโทษนะคะ ที่ฉันด่ว

  • The Devil Wedding วิวาห์รักของนายปีศาจ   ตอนที่ 23 คำอธิฐานที่อยากให้เป็นจริง

    ในชีวิตฉันเคยหวังว่าสักวันหนึ่งจะมีคนมาทำเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ แล้วในวันนั้นฉันคงจะมีความสุขมากๆ แต่ไม่คิดว่าวันนั้นที่ฉันหวังเอาไว้จะมาถึง เพราะเขาคนนี้ทำให้ความหวังของฉันเป็นจริง ความสุขที่คิดไว้ก็เกิดขึ้นจริง และมากกว่าที่คาดคิดไว้เสียอีกในตอนแรกฉันก็ไม่เข้าใจว่าเขาทำทั้งหมดนี้เพื่ออะไร จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี แต่ฉันก็มีความสุขมากกับสิ่งที่เขาทำให้ ไม่ว่าเขาจะทำไปเพื่ออะไรก็ตาม ขอแค่ให้เขาอยู่ข้างฉันแบบนี้ก็พอ คำอธิฐานในวันเกิดปีนี้ที่ฉันอยากจะขอก็คือ ฉันอยากให้เราได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปตลอดกาล และไม่อยากให้สัญญาจอมปลอมนั้นต้องจบลง เพราะตอนนี้ใจของฉันไม่ใช่ของฉันอีกต่อไปแล้วฉันยืนหลับตาและอธิฐานอยู่ครู่หนึ่ง ก็ได้ยินเสียงพูดขึ้นมาว่า "นี่เธอ! จะขออะไรหนักหนา เธอขอนานไปแล้วนะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คงให้เธอไม่ไหวหรอก ฮ่าฮ่าฮ่า" เสียงนั้นทำเอาฉันต้องรีบลืมตาขึ้นมาทันที เพราะกลัวว่าหากฉันหลับตานานกว่านี้เขาอาจจะพูดแซวฉันอีกก็เป็นได้ "ก็คุณเป็นคนบอกให้ฉันอธิฐานเองนี่คะ ฉันก็เลยขอเยอะหน่อย เผื่อว่าจะสมหวังกับเขาบ้าง" ฉันพูดตอบกลับเขา และเขาก็ถามฉันกลับมาว่า "แล้วเธอขออะไร

  • The Devil Wedding วิวาห์รักของนายปีศาจ   ตอนที่ 22 ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

    หลังจากงานเลี้ยงจบลง ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ วันเวลาผ่านไปได้สองเดือนครึ่งแล้วหลังจากที่เราแต่งงานกัน เหลือเวลาอีก15วันเท่านั้น สัญญาของเราสองคนก็จะจบลงวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ฉันตื่นมาตามปกติ แต่ที่แปลกไปจากเดิมก็คือ ฉันลืมตามมาเจอเขานอนอยู่ข้างๆพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้และพูดทักทายฉันว่า "อรุณสวัสดิ์ ตื่นเสียทีนะยัยขี้เซา ฉันมานอนอยู่ข้างๆตั้งนานยังไม่รู้สึกตัวอีก ถ้าเกิดว่ามีใครทำมิดีมิร้ายกับเธอจะทำยังไง" มันก็จริงอย่างที่เขาว่า เพราะฉันไม่รู้สึกตัวเลยจริงๆ ไม่รู้ว่าเขาเข้ามาตอนไหน แล้วทำไมเขาถึงได้มานอนอยู่ข้างๆฉันได้หล่ะ? พอคิดได้อย่างนั้นฉันเลยถามออกไป "แล้วคุณเข้ามาห้องฉันได้ยังไงคะ แถมยังมานอนข้างๆฉันอีก นี่คุณคิดจะทำอะไรฉันคะ ไม่ได้นะคุณ! ถึงเราจะเป็นสามีภรรยากันก็จริง แต่มันก็แค่ในนาม คุณไม่มีสิทธิทำอะไรฉันนะคะ" พอฉันพูดจบเขาก็หัวเราะลั่นและพูดว่า "นี่เธอ! เพี้ยนหรือเปล่า? นี่บ้านฉัน ฉันก็ต้องมีกุญแจไขเข้ามาอยู่แล้ว ที่ฉันเข้ามาเพราะฉันเคาะประตูเรียกเธอตั้งนานแล้วไม่มีเสียงตอบรับ ฉันกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรเลยรีบเข้ามาดู แต่เห็นเธอยังนอนกรนอยู่แถมละเมอด้วย และฉันขอบอกตรงนี้เล

  • The Devil Wedding วิวาห์รักของนายปีศาจ   ตอนที่ 21 งานเลี้ยงเต้นรำ

    เมื่อเราสองคนได้ของขวัญและชุดที่จะใส่ไปออกงานแล้ว เราก็เดินทางไปสถานที่จัดงานทันที เราเดินทางมาถึงสถานที่หนึ่ง ที่เหมือนกับคฤหาสน์ที่ดูหรูหราเหมือนกับในละคร ทางเข้าสองข้างทางมีดอกไม้หลากสียาวไปจนถึงตัวคฤหาสน์ ข้างหน้าก่อนเข้าไปในตัวอาคารมีน้ำพุขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ทุกอย่างมันเหมือนกับเราอยู่ในฉากละครฉากหนึ่ง ที่เป็นฉากของพวกไฮโซมางานเลี้ยงกัน ทุกคนแต่งตัวจัดเต็มไม่มีใครยอมใคร ทั้งหญิงและชายแต่งตัวดูดีกันทุกคน เมื่อเราสองคนเดินเข้าไปในงาน สิ่งที่ฉันเห็นคือ ความสวยงามอลังการงานสร้าง ยิ่งกว่าอยู่ในละครเสียอีก ทุกสิ่งทุกอย่างมีแต่ของแพงๆ จะหยิบจะจับอะไรทีต้องระวังอย่างมาก เพราะกลัวว่าถ้าทำพังจะไม่มีปัญญาจ่าย ในขณะที่ฉันกำลังยืนอึ้งอยู่นั้น เขาก็จับมือฉันและพูดว่า "อย่ายืนอึ้งนาน ถึงเธอจะทำอะไรพังก็ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันชดใช้ให้ เราไปหาคุณปู่กันเถอะ" เขาพูดพร้อมยิ้มเยาะฉัน และเราก็เดินไปหาคุณปู่เพื่อมอบของขวัญให้ "คุณปู่สวัสดีค่ะ สุขสันต์วันเกิดนะคะคุณปู่ ริสาขอให้คุณปู่มีอายุยืนนานอยู่กับหลานๆไปนานๆนะคะ" ฉันกล่าวสวัสสดีพร้อมอวยพรท่าน และท่านก็หัวเราะชอบใจและ

  • The Devil Wedding วิวาห์รักของนายปีศาจ   ตอนที่ 20 ดั่งความฝัน

    ตอนเป็นเด็ก ฉันเคยฝันอยากเป็นเจ้าหญิงที่ได้แต่งงานกับเจ้าชายรูปงามและครองรักกันอย่างมีความสุขตราบนานเท่านาน แต่พอฉันเติบโตขึ้น จึงทำให้ได้รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงแค่ความฝัน ในชีวิตจริงการที่เราได้พบเจอคนดีๆสักคน คนที่เขารักเราจริงไม่ทิ้งเราไปไหนไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็ตาม เขาก็จะอยู่เคียงข้างเราเสมอ ถ้าฉันได้เจอกับคนๆนั้นฉันจะรักษาเขาไว้ให้ดีที่สุดในขณะที่ฉันกำลังฝันถึงเจ้าชายรูปงามที่กำลังจะได้จุมพิตกันอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นทำให้ฉันสะดุ้งตื่นจากฝัน "กริ๊งงงงงงงงง" มันเป็นเสียงโทรศัพท์นั่นเอง แล้วฉันก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันอยู่ใกล้ๆฉัน ฉันจึงลืมตาขึ้นดู แล้วฉันก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในอ้อมแขนของใครสักคน ฉันจึงนึกย้อนไปถึงเรื่องเมื่อคืนนี้ ฉันจึงได้รู้ว่าอ้อมแขนนี้เป็นของใครและนั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า ฉันจึงค่อยๆขยับตัวลุกออกมาจากตรงนั้น แต่ก็มีเสียงพูดขึ้นมาว่า "ตื่นแล้วหรือ หลับสบายไหมยัยขี้เซา" ครั้งนี้เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนพร้อมด้วยรอยยิ้มที่เห็นแล้วละลาย ทำให้ฉันเคลิ้มไปอยู่ครู่หนึ่ง "ขอโทษนะคะ ที่ฉันมานอนตรงนี้ คุณคงจะอึดอันน่าดู ฉันจะรีบกลับห้องตัวเองเด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status