LOGINถึงเวลาทวงแค้น 2
“....” เธอเม้มปากแน่นพลางส่งสายตาอ้อนวอน ทำหน้าเหมือนหมาน้อยจนตรอก หวังว่าจะได้รับความเมตตาจากชายหนุ่มบ้าง แต่เจ้าของร่างสูงกว่าไม่ได้มีทีท่าว่าจะลดราวาศอกแต่อย่างใด
“ไม่ต้องมาทำสำออย แล้วอย่ามาบีบน้ำตาให้ฉันเห็นใจ” เขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น เหมือนกับจะจูบอีกครั้ง หญิงสาวต้องรีบเบือนหน้าหนี “พอดีฉันแพ้ทางผู้หญิงเจ้าน้ำตาน่ะ ยิ่งเห็นยิ่งมีอารมณ์” สายตาหื่นกามของเขาทำเธอขนลุกซู่ ตอนแรกเกือบจะปล่อยโฮออกมาแล้วจริง ๆ ได้ยินแบบนี้รีบฮึบแทบไม่ทัน
“จะทำอะไรก็เชิญ” เธอตอบอย่างคนปลงตก “แต่อย่าทำแรงนะ ฉันไม่เคย” บอกเขาเสียงอ่อน
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบาง ๆ ให้กับคำพูดที่ไม่น่าเชื่อได้ของเธอ ถึงคนตรงหน้าจะไม่ได้สวยโดดเด่นอะไรมาก แต่เขาไม่เชื่อหรอกว่าเธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์ อย่างน้อยก็น่าจะเคยมีแฟนมาสักคนแหละ
“นี่ฉันได้สาวแรร์ไอเทม? ฮึ ไม่รับปากเรื่องความแรง พอดีฉันมันโคตรถึก เป็นพวกความต้องการสูง อารมณ์รุนแรงน่ะ ชอบตอกหนัก ๆ” เขาขู่ให้เธอกลัว และเธอก็กลัวจริง กลัวจนตัวสั่นขาสั่นไปหมดแล้ว “ยิ่งรูไหนไม่เคยใช้งานยิ่งต้องซอยถี่ ๆ”
“...” เธออ้าปากค้างไปเลย ไม่คิดว่าเขาจะพูดตรงขนาดนี้ หญิงสาวหน้าแดงก่ำ ใบหน้าร้อนเห่อขึ้นทันที
“น...นายล้อเล่นใช่มั้ย?”
“พูดจริงพูดเล่นเดี๋ยวก็รู้”
อุบ...
พูดจบชายหนุ่มก็มอบจูบอันเร่าร้อนให้ทันที หญิงสาวไม่เพียงหนีไม่ได้ แต่ยังต้องยอมจำนนแต่โดยดี ขัดขืนไปก็พลอยจะทำให้เจ็บตัว จึงยืนนิ่ง ๆ ให้เขากระทำไปตามใจ
คิดเสียว่าเป็นประสบการณ์ของชีวิต อย่างน้อยเขาก็หน้าตาดีมาก สาว ๆ หลายคนที่ชื่นชอบและเล็งเขาไว้ อาจจะไม่ได้เห็นขาอ่อนของเขาเลยด้วยซ้ำ
มือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเนียน ซุกซนไปจนถึงก้นเด้ง “อ่า” เธอเผลอร้องเบา ๆ ไป ๆ มา ๆ ร่างกายกับตอบสนองอย่างน่าอัศจรรย์ คงเพราะฤทธิ์จูบจากลิ้นแฉะที่วาบหวามผสมฝ่ามือร้อนที่เคล้าคลึงผิวกายของเธอไม่หยุด อ่อนระทวยไปหมดทั้งตัว
ฟุบ...เขาอุ้มเธอกลับมาทิ้งลงที่โซฟาตัวเดิม ปีนคร่อมร่างแบบบาง ก่อนจะจับขาเธอแยกออกเล็กน้อย พยายามดันเจ้าแท่งลำใหญ่เข้าไปในกายอุ่นของเธอ
“อ๊ะ!/อ่า” ทั้งคู่ทำหน้าตาเหยเกพลางส่งเสียงครางขึ้นพร้อมกัน
“เข้ายากจัง อย่าเกร็งสิ” เขาดุเธอ รู้สึกเจ็บตรงปลายแท่งร้อน เพราะช่องทางสวาทแทงเข้าลำบากเหลือเกิน
“ฉันไม่ได้เกร็งนะ” เธอตอบเสียงแหบพร่า
“ยังซิงอยู่จริงดิ?” เขาเริ่มเชื่อ
“อืม” เธอพยักหน้าเบา ๆ พลางกัดริมฝีปากล่าง
เขาชะงักพร้อมกับสบตาเธออยู่หลายวินาที เหมือนคนกำลังใช้ความคิดบางอย่าง
“งั้นฉันจะค่อย ๆ สอดใส่ ปล่อยตัวตามสบายนะ” เขากระซิบบอก จากนั้นพยายามยัดมันเข้าไปอีกรอบ เอวหนาขยับช้า ๆ ตามร่องเสียว
สวบ! ตัดสินใจยัดมันเข้าไปอีกครั้ง จนลึกสุดลำ
“อ่า ซี้ด” เขาครางต่ำซู้ดปากซู้ดคอ เพราะรู้สึกได้ถึงความคับแน่นขนัดรัดติ้ว ไม่ได้รู้สึกแบบนี้นานมากแล้ว มันดีมาก
“ฟินดีจริง ๆ”
ส่วนน้อยหน่าไม่ได้ส่งเสียงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน เพราะเจ้าตัวเม้มปากไว้แน่น แม้เจ็บจะตายอยู่แล้ว เธอยังงงอยู่ว่าทำไมคนถึงได้ชอบเซ็กซ์กันจัง ทั้งที่มันเจ็บมากมายขนาดนี้
“ฟินตรงไหนก่อน”
ตับ ตับ ตับ....
“อ๊ะ! อ่า อ่า...”
เสียงเนื้อกระทบกันเสียงดังลั่นห้อง บวกกับเสียงครางของหญิงสาวที่อดกลั้นไว้ไม่อยู่ เขาเร่งทั้งความเร็วความแรง โหมกระหน่ำใส่ตัวเธอไม่ยั้ง น้ำหวานไหลเยิ้มอาบกุหลาบงาม ช่วยให้ลื่นไหลบรรเทาความเจ็บลงได้บ้าง
“เบาหน่อยได้มั้ย?” เธอเอ่ยเสียงกระเส่าร้องขอชีวิต เขาจึงผ่อนแรงลงเปลี่ยนเป็นจังหวะเนิบนาบแทน ซึ่งพอผ่อนแรงให้ช้าลง หญิงสาวถึงได้รับรู้ถึงความสุขที่แท้จริง เธอเผลอหลับตาพริ้มกัดริมฝีปากตอบสนองท่วงท่าของเขา
“แบบนี้สินะความรู้สึกดี ความเสียวมันรู้สึกแบบนี้นี่เอง มันจั๊กจี้?”
ไม่ทันที่จะเสพความสุขเต็มที่ คนบนตัวก็กลับมาเร่งจังหวะรัวเร็วอีกครั้ง คราวนี้สะโพกขยับเข้าออก ปากก็ก้มลงดูดดึงยอดถันอย่างบ้าคลั่ง มือสองข้างเคล้นคลึงสองเต้านุ่มด้วยแรงปรารถนาที่ลุกโชน
สองร่างถูกครอบงำด้วยอารมณ์ราคะ ร่างบางทั้งดีดดิ้นพร้อมกับท่าแอ่นกายบิดเร้า เขาขย่มและขย้ำเธออย่างเมามัน
จังหวะเร่าร้อนดำเนินต่อเนื่องอยู่หลายนาที โดยมีเขาเป็นคนคุมเกมอยู่เหนือเธอ จวบจนถึงจุดหมาย จากแรงที่เหมือนจะตก เขากลับมาเร่งจังหวะขยับเข้าออกอีกรอบก่อนจบไฟนอล
“อ๊า!/อื้อ”
จนท้ายที่สุด ทั้งคู่ก็ถึงเป้าหมายไปพร้อมกัน ร่างบางกระตุกภายในตอดรัดเขา ส่วนเขาตอบสนองโดยการปล่อยน้ำกามหลั่งไหลอาบเรียวขาสวย พึ่งมานึกได้ว่าลืมใส่ถุงป้องกันก็ตอนเสร็จภารกิจแล้ว
“ฉันลืมใส่ถุง” เขาพูดสีหน้าเรียบเฉย ดูไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจนัก ก่อนจะถอนน้องชายออกจากตัวเธอ
“ทำไงดีล่ะ” เธอลุกพรวดขึ้น หน้าตาตื่นตระหนก “ฉันกินยาคุมฉุกเฉินได้ ว่าแต่นาย...ไม่เป็นโรคอะไรใช่มั้ย?” สิ่งที่กังวลคือเรื่องโรคติดต่อ
เขาหันขวับมองเธอด้วยสายตาไม่พอใจ “ฉันไม่ได้สำส่อนขนาดนั้น พึ่งตรวจโรคมาอาทิตย์ที่แล้ว สะอาดดี” เขาตอบน้ำเสียงแดกดัน
“ก็แค่ถามดู”
“ใส่เสื้อผ้าซะ เดี๋ยวฉันไปส่ง”
“ไม่ต้อง กลับเองได้”
“ไม่ต้องรังเกียจฉันขนาดนั้นหรอก หอเราก็อยู่ตรงข้ามกัน อีกอย่างพี่โมก็สั่งไว้ด้วย อย่าเรื่องมากรีบไปแต่งตัว ชักช้าฉันจัดเธออีกรอบแน่”
น้อยหน่าได้ยินประโยคสุดท้าย รีบกระโดดไปหยิบชุดมาใส่ในทันที
ขณะที่มองตามหลังเธอไป เขาเอาแต่นั่งคิดไม่ตก ทำไมหัวใจเต้นผิดจังหวะแปลก ๆ ปกติไม่เคยลืมที่จะใส่ถุงป้องกัน แม้จะเมาและเงี่ยนแค่ไหน ของสิ่งนี้จะต้องใส่ให้ได้ กับเธอดันลืม
คงไม่ได้รู้สึกพิเศษกับผู้หญิงคนนี้หรอกนะหัวใจ ไม่ใช่สเปกเลยสักนิด มาตรฐานเขาต้องสวยระดับดารานางแบบ ส่วนยัยนี่แค่น่ารักนิด ๆ สวยเบา ๆ พอไม่ระคายตา
@หน้าคอนโดกมลกานต์
“ถึงแล้ว” เขาบอกเธอ เมื่อรถยนต์คันสีดำเงามาหยุดในลานจอดรถของคอนโด ปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยเสร็จ จึงหันไปหาคนข้าง ๆ “หลับเหรอ? ฮึ” เห็นว่าเธอนอนอ้าปากหวอจึงอดยิ้มไม่ได้ “เพลียขนาดนั้นเลย” วายุโน้มหน้าเข้าไปสำรวจใบหน้าใสของเธอใกล้ ๆ เผลอยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่รู้ตัว แววตาที่มองเธอมันมีประกายของคนมีความสุขโดยไม่รู้ตัว
“เป็นอะไรไปวะ ทำไมใจเต้นแบบนี้” ดึงสติกลับมาได้รีบยกมือขึ้นทาบอกดูจังหวะของหัวใจที่เต้นผิดปกติ
ทันใดนั้นน้อยหน่าลืมตาขึ้นมาสบตาเขาเข้าพอดี “นายเป็นอะไร ทำไมหน้าแดง?”
เป็นคำถามที่เขาถึงกับลุกลี้ลุกลน ทำอะไรไม่ถูก “หน้าแดงอะไร ฉันดื่มเยอะ”
“อ๋อ” เธอตอบรับพลางมองไปรอบรถด้านนอก “นี่ไม่ใช่หอฉันนี่”
“คอนโดฉันเอง หอเธออยู่ข้างหลัง เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึง”
“อ้อ จริงด้วย” เธอตอบพร้อมปลดเข็มขัดนิรภัย “ขอบใจนะที่มาส่ง”
“ขอบใจแค่เรื่องนี้เหรอ? แล้วเรื่องที่ฉันยอมเสียตัวให้เธอล่ะ ไม่คิดจะขอบคุณหน่อยรึไง” สายตาที่มองเธอราวกับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์
“เรื่องอะไรต้องขอบใจ ฉันไม่แจ้งความจับข้อหาข่มขืนก็บุญแล้ว”
เขาหัวเราะลั่น “สมยอมยังบอกว่าเราข่มขืน เป็นไง ลีลาฉันใช้ได้มั้ย”
“ทุเรศ ยังมีหน้ามาถามอีก นายไม่อายบ้างรึไง พูดแบบนี้ได้หน้าตาเฉย”
“อ้าว ทำไมอะ ฉันพูดกับเธอแค่สองคน ยอมรับมาเถอะว่าชอบ เคลิ้มกับรสจูบของฉันมั้ย?” ยังพยายามยียวนกวนเธอไม่เลิก “ฉันว่าเธอชอบนะ เคลิ้มเชียว อยากขึ้นไปจัดอีกสักรอบที่ห้องฉันมั้ย ใช้ร่างกายฉันให้คุ้ม”
“บ้า! ไม่มีวัน ฉันกับนาย แค่ครั้งเดียวพอ เชอะ!” เธอรีบตอบก่อนลงจากรถ แถมปิดประตูเสียงดังใส่เจ้าของรถ
ทว่าเขากลับไม่ว่าอะไร ทั้งที่เป็นคนค่อนข้างหวงรถ ยิ้มชอบใจมองตามหลังเธอจนลับตาไป
หอพักเธอชื่อกมลกานต์ ชื่อเดียวกับคอนโดที่เขาอยู่ แถมยังอยู่ในรั้วเดียวกัน เพราะเจ้าของเป็นคนเดียวกัน ตึกหนึ่งเป็นโซนของคนพอมีพอกิน อีกฝั่งเป็นของคนมีจะกินขึ้นมาหน่อย
“ตลกหน้ายัยนี่ชะมัด” ในขณะที่นึกถึงหน้าเธอ ภาพที่เร่าร้อนก็พลันฉายชัดขึ้นมาในหัว ภาพที่จูบและสัมผัสร่างกายของเธอ มันทำให้ใจเขาเต้นโครมครามอย่างห้ามไม่ได้ คิดแล้วก็เผลอหลับตาพริ้ม มือหนึ่งข้างเลื่อนมากุมเป้ากางเกงอย่างไม่รู้ตัว ทว่าเมื่อฉุกคิดขึ้นได้
“เป็นอะไรไปวะเนี่ย คงไม่ได้หลงยัยนั่นหรอกนะ เล่นของใส่เรารึเปล่าวะ” บ่นพึมพำกับตัวเอง เขาไม่เคยมีอาการแบบนี้กับสาวคนไหนมาก่อน จะสวยจะโดนใจแค่ไหน ชื่นชมเสร็จแล้วก็ลืม ไม่ได้มานั่งนึกถึงอยู่แบบนี้
กับเธอคนนี้มันมีอะไรแตกต่างออกไป หัวใจเขาชอบเต้นแรงเวลาที่นึกถึง เป็นความรู้สึกดีที่เขายอมรับไม่ได้
บทส่งท้าย@คาเฟ่หนอนชอบจิบชาฝ่ามือเล็กผลักประตูเข้ามาในร้านคาเฟ่ขนาดกลางที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในโลกของนวนิยายแฟนตาซีที่นี่มีชั้นหนังสือที่มีหนังสือให้อ่านฟรีแบบจุใจ ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางนวนิยายทุกหมวดหมู่ รวมถึงการ์ตูนทั้งไทยและต่างประเทศ เป็นกึ่งคาเฟ่กึ่งห้องสมุดก็ว่าได้ต่างกันตรงที่ห้องสมุดจะเงียบสงบ แต่ที่นี่มีเพลงให้ฟังเบา ๆ พร้อมแอร์เย็นฉ่ำตลอดเวลาที่ให้บริการถึงคาเฟ่แห่งนี้จะพึ่งเปิดให้บริการได้เพียงสองเดือนเท่านั้น ทว่า...กลับได้รับการตอบรับที่ดีเกินที่คาดเอาไว้ ยอดขายเกินเป้าหมายไปมาก เจ้าของก็พลอยยิ้มร่าได้ทั้งวัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ติดรั้วมหาวิทยาลัย และอีกเหตุผลหนึ่ง คงเป็นเพราะเจ้าของคาเฟ่เป็นคนที่มีชื่อเสียงพอสมควร จึงทำให้คาเฟ่แห่งนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง“วันนี้คนเยอะมั้ยเกล” น้อยหน่าเอ่ยถามพนักงานที่ประจำอยู่ตำแหน่งแคชเชียร์“พี่น้อยหน่าสวัสดีค่ะ เยอะมากค่ะ ตอนนี้มีอยู่สิบกว่าบิลค่ะ ยังมีออเดอร์ที่โทร.มาสั่งอีกนะคะ” พนักงานสาวพนมมือไหว้เจ้าของคาเฟ่ ก่อนจะหันไปชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้าต่อ เธอดูเร่งรีบสุด ๆ“เดี๋ยวพี่ช่วย” เจ้าข
รักอีกครั้ง...มันดีมากBy: Wayuวันเวลาเดินเร็วมาก เร็วจนผมอยากจะกดหยุดมันเอาไว้ กลัวว่าความสุขที่มีเธออยู่ข้าง ๆ มันจะจางหายไปตลอดสามเดือนที่ผ่านมาผมได้พิสูจน์ตัวเองให้น้อยหน่าและคนรอบตัวที่รักเธอเห็นแล้วว่าผมจริงใจและรักเธอมากแค่ไหนผมลาออกจากการเป็นโฮสต์ก็เพราะเธอ แต่ยังคงหาเงินเอาไว้เปย์เธอได้อยู่เรื่อย ๆ จากการรับงานวาดปกนิยายของนักเขียนชื่อดังหลาย ๆ นามปากกา รวมถึงนักเขียนสุดที่รักของผมที่กำลังฮอตในกระแสอยู่ตอนนี้ อย่าง ‘พริ้มงาม’ นักเขียนหน้าใหม่ติดหนึ่งในมาแรงใช่ครับ ตอนนี้น้อยหน่าเปลี่ยนมาใช้นามปากกาใหม่แล้ว เดิมชื่อ ‘นาราเอล’ ที่เขียนนิยายแฟนตาซีเป็นหลัก พอได้ลองเปลี่ยนแนวเขียนใหม่ มันทำให้เธอค้นพบตัวเองและช่องทางทำเงินได้มากขึ้นกม่าเดิมหลายเท่าตัวน้อยหน่าจึงตัดสินใจหันหัวเรือไปอีกทาง เปลี่ยนมาเขียนแนวรักโรแมนติกแบบผู้ใหญ่ มีทั้งชายรักหญิง หญิงรักหญิง และชายรักชาย ใช้เวลาเพียงไม่นานเธอก็สามารถสร้างผลงานพร้อมฐานแฟนคลับได้มากมาย โดยมีผมที่เป็นทั้งแรงใจและแรงสนับสนุนอยู่เบื้องหลังในทุกผลงานเพราะปกนิยายทุกเรื่องของ พริ้มงาม ผมในนามปากกา Win Kaze เป็นผู้วาดเองกับมือ ผมตั้งใจใ
รักหวนคืน“ว่าไง หรือไม่กล้า” วายุถามย้ำเมื่อเห็นว่าน้อยหน่ายังนั่งนิ่งไม่ยอมขยับตัว ลงมือจุมพิตแฟนใหม่ให้เขาดู“ผมจูบพี่เองดีกว่านะ” เอ็มบอกเธอ และกำลังจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาว ทว่าจังหวะที่ปากหยักเกือบจะแนบชิดริมฝีปากของเธอ ชายหนุ่มต้องชะงักกลางคัน“มึงหยุดเลยนะ!” วายุตะคอกเสียงดังลั่นรถ พร้อมกับหันหลังมาทำตาดุใส่หนุ่มรุ่นน้อง ใจเขาแทบหล่นเกือบเห็นช็อตเด็ดเอ็มกระตุกยิ้มหนึ่งข้าง ก่อนจะผละตัวออกห่างกลับไปนั่งตัวตรง ทำให้หญิงสาวแอบถอนหายใจเบา ๆ ไปด้วย“มีอะไรอีกพี่ พี่ให้เราจูบกันให้ดู ผมกำลังจะรีบทำให้เสร็จ”“กูท้าน้อยหน่า ไม่ได้ท้ามึง อยู่เฉย ๆ อย่าสะเหล่อ” เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า อดที่จะเหวี่ยงใส่เอ็มไม่ได้“อ๋อครับ” เอ็มตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวน ชายหนุ่มพอจะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นแค่ส่วนเกินของอดีตคู่รักของรุ่นพี่ทั้งสอง แต่จะไหลตามน้ำไปก่อน อยากรู้เหมือนกันว่าฝ่ายหญิงจะกล้าแลกไหมหากเธอกล้าจูบเขา ทั้งที่ไม่ได้รักไม่ได้ชอบเขา แสดงว่าเธอคงเกลียดวายุแล้วจริง ๆ แต่ถ้าไม่...“ดูให้เต็มสองตานายเลยนะ” น้อยหน่ายกสองมือขึ้นเข้าไปประคองกรอบหน้าหล่อของคนข้าง ๆ ให้หันมาสบตากันใจเธอเต้นโคร
รู้ทันเกมวันต่อมา@ตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์“เฮ้ยไอ้เวรเดน มึงมีเรียนต่อรึเปล่าวะ?” วายุถามเพื่อน ขณะที่กำลังเดินออกจากห้องเรียนรายวิชาแรกของวัน“มีอีกทีบ่ายสามโมง ทำไมวะ?”“กูมีเรื่องจะปรึกษา ไปคุยกันที่ห้องกูหน่อยสิวะ ซื้อข้าวไปกินด้วย”“ปรึกษาเรื่องอะไรวะ?”“เรื่องน้อยหน่า”เอเดนเลิกคิ้วขึ้นอย่างงง ๆ “ทำไม? มึงยังแก้แค้นเขาไม่สะใจอีกเหรอวะ” เพื่อนถามกลับอย่างยียวน วายุจึงตวัดหางตามองค้อนให้หนึ่งที“อย่ากวน กูจะง้อน้อยหน่าต่างหากล่ะ”“เฮอ” เพื่อนสนิทถอนหายใจแรง ท้อใจกับอาการไบโพลาร์ของเพื่อนรัก“กูจริงจังนะมึง ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น มึงน่าจะรู้จักนิสัยกูดี”“เพราะกูรู้ไง กูถึงหนักใจเนี่ย มึงมีนิสัยชอบเอาชนะและชอบเอาคืน” เอเดนกลัวว่าเพื่อนจะหลอกใช้ตัวเองเป็นเครื่องมือทำร้ายใจคนอื่น เหมือนอย่างที่เขื่อนเคยเจอ“ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง กูเป็นคนอย่างงั้นเหรอวะ?” เขาถึงกับหันกลับมาสงสัยในตัวเอง“เออดิวะ ไม่รู้ตัวอีก กับคนที่รักมากอย่างน้อยหน่ามึงยังทำเขาลง ไม่เรียกเจ้าคิดเจ้าแค้นให้เรียกอะไรวะ”วายุขมวดคิ้วมุ่น เขามองกลับมาดูตัวตนของตัวเองอีกครั้ง ยืนนิ่งนึกถึงวีรกรรมของตัวเองที่ทำไว้ในอดีตอยู่พักใ
เจ้าแผนการBy: Noina “ฉันคิดถึงเธอ”“เก็บคำนี้ไว้ใช้กับผู้หญิงของนายเถอะ ฉันสะอิดสะเอียนที่ได้ยินจากปากนาย” ฉันสะบัดมือเขาทิ้ง แล้วหยัดกายยืนให้มั่นเหมือนอุดมการณ์ที่ตั้งใจทำให้ได้ ‘เจ็บแล้วต้องจำ โอกาสของเขาใช้ไปหมดแล้ว’ ก่อนจะเดินจากเขาไปแม้เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นแค่แผน แต่มันคือแผนที่เลือดเย็นมาก เขาคงหัวเราะเยาะฉันลับหลัง คงสะใจที่ได้เห็นน้ำตาของคนที่ยกใจให้เขาไปจนหมดฉันได้ยินเกือบทุกคำที่เขาเอื้อนเอ่ยออกมา เพราะแบตเตอรี่ของหูฟังดันหมดพอดี ยอมรับว่าแอบโล่งใจที่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นกับเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แล้วไง? เจตนาก็เพื่อทำร้ายความรู้สึกกันอยู่ดีย้ายหนีให้ห่างกันแล้วแท้ ๆ ยังตามมากวนใจจนได้ เมื่อเช้าเขาน่าจะตั้งใจมาดักรอฉัน เพราะเช้านี้เขาไม่มีเรียน ต่อไปคงหาทางตามตื๊อฉันอีกแน่ เพราะตอนคบกันเขาเคยขอตารางเรียนทั้งหมดของฉันไป ตอนนั้นรักกันดี อยากได้อะไรฉันก็ยอมเขาหมดเหนื่อยแค่ไหนฉันก็ยอม...โง่จริง ๆ เพราะแบบนี้เขาถึงได้ใจ สมควรเจ็บแล้ว น้อยหน่า“เดี๋ยวสิน้อยหน่า ฟังกันก่อนได้มั้ย?” เขายังเดินตามมาหน้าด้าน ๆ“พอเถอะนะวายุ ระหว่างเราให้มันจบแค่นี้เถอะ ฉันเหนื่อย”“ฉันก็เหนื่อย
หมาโบ้หลายวันผ่านไปถึงเรื่องความรักจะทำให้ดิ่ง แต่เรื่องงานกลับปังขึ้นเรื่อย ๆจากนักเขียนโนเนม ‘นาราเอล’ ที่แทบจะไม่มีใครรู้จักชื่อ ผู้ติดตามไม่ถึงหลักร้อย ปัจจุบันตัวเลขดีดขึ้นมาเกือบแตะไปที่หลักพันต้องขอบคุณเขาใช่ไหม?เธอใช้ประสบการณ์มีความรักจริงจังครั้งแรกมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ แต่งนิยายรักต่ออีกเรื่องตามที่นักอ่านร้องขอถึงเรื่องต่อไปปกนิยายจะไม่ใช่ลายเส้นของวายุ แต่เธอเชื่อว่านักอ่านจะไม่ทิ้งเธอเหมือนอย่างเขาที่บอกว่าทิ้ง เพราะพอจะเดาออกว่า ชายหนุ่มกลับมาเพื่อทำให้เธอเจ็บอย่างที่เขาเคยเจ็บ หากไม่จริงเขาคงรั้งเธอไว้ตั้งแต่วันนั้น แต่เขาปล่อยให้เธอเดินออกไปจากชีวิตง่าย ๆ ไม่ง้อไม่ตามไม่ตื๊อ สุดท้ายก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกหลายวันมานี้น้อยหน่าพอที่จะทำใจได้บ้างแล้ว ทว่า...จะมองไปมุมไหนของห้อง เงาเขายังติดตาอยู่ทุกที่เธอจึงตัดสินใจย้ายออกจากที่นี่ รายได้จากการขายนิยายเรื่องล่าสุดก็พอได้จับเงินก้อนเหมือนคนอื่นอยู่บ้าง มีเงินพอค่ามัดจำห้องใหม่ไม่ได้อยู่ใกล้ก็ไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก เธอต้องลืมเขาได้แน่ เพราะอยู่ที่นี่เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบขึ้นไปมองระเบียงห้องของเขา







