Share

บทที่ 5 ไม่ถูกเวลา

Author: Sharp pencil
last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-16 11:58:33

อุ่น…

ความรู้สึกแรกแล่นเข้ามาพร้อมกับลมหายใจแผ่วเบาข้างกาย ทำให้ร่างบางค่อยๆ รู้สึกตัว เธอกะพริบตาปรับสายตา ก่อนจะมองไปรอบห้อง เห็นผนังด้านหนึ่งที่มีตู้เสื้อผ้าเปิดค้างไว้ และชุดยูนิฟอร์มสีขาวกับสูทสีเข้มเข้มแขวนอยู่ภายใน…

ชุดที่สะท้อนถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าของมัน

มือบางเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นตามาเปิดดู ตัวเลขบนหน้าจอบอกว่ายังเป็นเวลาเช้าตรู่ ก่อนที่สายตาของเธอจะหยุดอยู่ที่ภาพวอลเปเปอร์… ภาพของชายหนุ่มเจ้าของเครื่อง

และในวินาทีนั้นเอง ความทรงจำของเมื่อคืนก็ค่อยๆ ไหลกลับมาอีกครั้ง

เมื่อคืน… เธอทำมันลงไปแล้วสินะ

ร่างเล็กค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ แต่ก็รู้สึกถึงแขนแข็งแรงที่พาดอยู่รอบเอว เธอจึงขยับตัวอย่างระมัดระวังให้หลุดออกจากอ้อมแขนนั้นโดยเบาที่สุด เพราะไม่อยากรบกวนชายหนุ่มที่กำลังหลับอยู่

เมื่อพ้นจากอ้อมกอดแล้ว มือบางก็ค่อยๆ เก็บเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมา ถอดเสื้อของอีกฝ่ายที่คลุมอยู่บนร่างออก แล้วสวมชุดของตนกลับคืนอย่างเงียบเชียบ

เธอถอนหายใจยาว ราวกับอยากปลดปล่อยสิ่งที่กดทับอยู่ในใจ

แต่เมื่อหันไปมองใบหน้าคมที่ยังหลับสนิท หัวใจกลับรู้สึกหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม

เธอต้องยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า เขาเป็นผู้ชายที่ดูดี ทั้งรูปร่างและบุคลิกบ่งบอกถึงความมั่นคง และหากมองผ่านสายตาของใครก็ตาม เขาคงเป็นหนึ่งในผู้ชายที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝันแน่นอน

มือบางเอื้อมไปปัดปอยผมที่ปรกใบหน้าของเขาออกเล็กน้อยอย่างเงียบงัน

สำหรับมิโซระที่ไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน แต่สิ่งหนึ่งที่เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนคือ… เขาดูแลเธอดีมาก ทุกการกระทำไม่มีสิ่งใดทำให้เธอรู้สึกถูกคุกคามเลยแม้แต่น้อย

จะมองว่าเธอใจง่าย หรือเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองมากเกินไปก็ไม่ผิดนัก แต่เธอเชื่อเสมอว่า… สายตาของคนเราโกหกกันไม่ได้

แววตาของชายคนนี้ ตั้งแต่วันที่เจอกันบนเครื่องบิน วันที่เขายื่นมือช่วยเหลืออย่างเงียบๆ ค่ำคืนที่ได้พูดคุยกัน จนถึงทุกช่วงเวลาที่อยู่ใกล้กัน…

ในนั้นไม่มีความต้องการ หากแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น และความเข้าใจที่ไม่ต้องเอ่ยเป็นคำพูด

ริมฝีปากของเธอเม้มเข้าหากันบางเบา สะท้อนความรู้สึกเจือปนทั้งเศร้าและเสียดาย

“ถ้าฉันเจอคุณในเวลาที่เหมาะสมกว่านี้… ฉันคง…”

เสียงหวานสั่นเล็กน้อยเอ่ยออกมาเบาบาง มือเย็นๆ แตะลงบนใบหน้าของเขาอย่างอ่อนโยนที่สุด

ร่างเล็กสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายตอบสนองกลับมา มืออุ่นจับข้อมือของเธอไว้เบาๆ ดวงตาของเขาค่อยๆ ลืมขึ้นมามองเธอ ก่อนจะโน้มลงจูบที่ฝ่ามือของเธอแผ่วเบา

“ผมรอคุณได้นะครับ” น้ำเสียงนุ่มแหบเล็กน้อย แววตาปรือที่มองกลับมาเต็มไปด้วยความอบอุ่นไม่เปลี่ยนไป

หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

“คือ…” มิโซระไม่คิดว่าเขาจะตื่น จึงเผลอชะงักไปด้วยความตกใจ

เธอชักมือกลับทันที ก่อนจะลุกขึ้นยืนข้างเตียง คว้าโทรศัพท์ของตัวเองแล้วรีบออกจากห้องไป

ฝีเท้าของเธอเร่งราวกับกำลังหนีบางสิ่ง แต่หัวใจกลับโหยหาสิ่งที่เธอเพิ่งทิ้งไว้ข้างหลัง

เดิมเธอตั้งใจจะจากไปอย่างเงียบๆ แต่เขากลับตื่นขึ้นมาเสียก่อน

และที่แย่ที่สุดคือ… เขาได้ยินความคิดที่เธอไม่ควรเอ่ยออกไป

บนลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนลง ริมฝีปากบางเม้มแน่น หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ

เธอเพิ่งถูกทิ้งมาแท้ๆ

…แล้วจะมาหวั่นไหวกับผู้ชายคนอื่นได้อย่างไร

มิโซระหลับตาลง ถอนหายใจช้าๆ หลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถหยุดความสับสนในหัว

รวมถึงการเต้นที่ไม่เป็นปกติของหัวใจได้เลย…

ในห้องที่เพิ่งเกิดเหตุการณ์เมื่อครู่ มิทสึคุนิยังคงนอนนิ่ง มองแผ่นหลังบางที่รีบเร่งจากไปด้วยความตกใจ ก่อนจะขยับตัวนอนหงาย แล้วยกมือขึ้นก่ายหน้าผากตัวเองอย่างอ่อนล้า

หลังจากที่เขาเผลอฉกฉวยโอกาสที่ไม่ควรเกิดขึ้นเมื่อคืน มือที่เคยอยากยื่นออกไปรั้งเธอไว้ถูกกำแน่นแทน เขารู้ดีว่า หากปล่อยให้อารมณ์นำทางไปมากกว่านั้น อีกฝ่ายมีเพียงแต่จะถูกเงาของอดีตตามหลอกหลอนไม่รู้จบ…

และเขาคงไม่มีวันกลายเป็นอนาคตของเธอได้

…เห้อ

เขาไม่เคยคิดเลยว่าความสัมพันธ์เพียงคืนเดียว จะทิ้งร่องรอยไว้ในใจได้ลึกขนาดนี้

ถ้าได้เจอกันในเวลาที่เหมาะสมกว่านี้…  จะมีโอกาสแบบนั้นอยู่จริงไหมนะ

ในขณะนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเครื่องประดับชิ้นเล็กที่ตกอยู่บนพื้น แสงสะท้อนจากมันยังคงสะดุดตาไม่จางหาย…

ราวกับหัวใจของเขาที่ควรดับลงไปแล้ว แต่กลับยังมีประกายแห่งความหวังเล็กๆ เหลืออยู่เงียบๆ

นักบินหนุ่มลุกขึ้นไปเก็บมัน ก่อนจะพบว่าเป็นต่างหูที่มีจี้เล็กๆ ของแบรนด์ในเครือตระกูลอาราตะ ซึ่งน่าจะเป็นต่างหูที่สั่งทำเฉพาะ

เมื่อสังเกตดีๆ เขาก็เห็นชื่อของเจ้าของถูกสลักไว้จางๆ บนนั้น

มือใหญ่กำมันแน่นโดยไม่รู้ตัว

เขาตัดสินใจเก็บมันไว้ ไม่ใช่เพื่อเป็นเครื่องยืนยันตัวเธอ… แต่เพื่อมัดหัวใจของตัวเองเอาไว้กับคืนที่ผ่านมา

แม้จะรู้ว่าความหวังนี้แทบไม่มีอยู่จริง แต่เขาก็ยังอยากเก็บความเจ็บปวดนี้ไว้… ไม่ยอมให้มันเลือนหายไปง่ายๆ

… … …

เวลาท้องถิ่นช่วงบ่ายกว่าๆ สนามบินในมิลานยังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คน บางคนกำลังจะเดินทาง บางคนกำลังโบกมือลา ขณะที่เขาเพิ่งปล่อยมือจากบางสิ่งที่อยากรั้งไว้มากที่สุดในรอบหลายปี

กลุ่มนักบินของสายการบินจากฝั่งเอเชียกำลังเดินตรงไปยังเทอร์มินอล หลังจบการบรีฟตามปกติ โดยมีผู้โดยสารและลูกเรือจากหลายสายการบินเดินปะปนกันอยู่

“ทำไมวันนี้นายดูเงียบๆ ล่ะ” อาคาริ กัปตันอีกคนเดินเข้ามาข้างๆ ด้วยท่าทีเป็นห่วง “มีอะไรหนักใจก็บอกฉันได้นะ เหมือนเดิม”

สำหรับมิทสึคุนิ กัปตันอาคาริเป็นเหมือนอาจารย์คนสำคัญ คนที่เขาเคยร่วมงานกันมาตั้งแต่ยังอยู่สายตะวันออกกลาง ความคุ้นเคยนั้นทำให้ทั้งสองคนสนิทกันไม่น้อย

“ไม่มีอะไรหรอกครับ”

เขาจะบอกได้ยังไง… ว่าเขาตกหลุมรักผู้โดยสารคนหนึ่ง และก็รู้ว่าแทบจะไม่มีสิทธิ์ภายในเวลาไม่ถึงสองวัน

นอกจากมันจะไม่ใช่เรื่องปกติที่นักบินกับผู้โดยสารจะสานสัมพันธ์กันต่อแล้ว มันยังอาจส่งผลกระทบต่อฝ่ายหญิงที่มีชื่อเสียงขนาดนั้นอีกด้วย

“ช่วงนี้เธอทำงานหนัก พวกเราคงต้องรบกวนเธอไปอีกสักพักนะ” อาคาริพูดพลางตบบ่าของชายหนุ่มอย่างเข้าใจ ดูเหมือนเขาจะคิดว่าอีกฝ่ายแค่เหนื่อยล้าจากงานเท่านั้น

ร่างสูงเพียงก้มหัวรับเล็กน้อย

“มิทสึคุนิ นายจะแวะซื้ออะไรก่อนไหม หรือจะขึ้นเครื่องเลย” เคย์สึเกะที่กำลังเดินดูขนม พลางล้วงกระเป๋ากางเกงไปด้วย หันมาถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามเคย หากอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในชุดนักบิน เขาคงเดินเข้ามาคล้องคอไปแล้ว

“นายนี่ก็เหมือนเด็กจริงๆ ต้องมีของกินติดตัวตลอดนี่นะ” มิทสึคุนิพูด แต่ก็ยังเดินตามเขาไป พลางกวาดตามองของรอบตัว ถึงไม่ได้อยากกินอะไรเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้คิดจะขัดอีกฝ่ายเช่นกัน

“อยู่บนเครื่องมันเครียดจะตายชัก…”

“ก็ถูกของนาย แต่ระวังเรื่องน้ำหนักกับสุขภาพหน่อยก็ดี” มิทสึคุนิเห็นด้วยกับเรื่องความเครียดและความกดดันในการทำงาน แต่ก็อดย้ำเรื่องสุขภาพของอีกฝ่ายไม่ได้

“เราก็ออกกำลังกายอยู่ด้วยกันไม่ใช่หรือไง ขี้บ่นจริงๆ” เคย์สึเกะหันมาแยกเขี้ยวใส่ ก่อนจะหันไปสนใจชั้นวางขนมต่อ

“ว่าแต่เมื่อคืน นายปิดห้องเร็วนะ… ไม่มีใครอยู่กับนายใช่ไหม”

คำถามนั้นทำให้เขาชะงักเล็กน้อย ด้วยความที่ทั้งสองเป็นคนรุ่นเดียวกัน และเคย์สึเกะมักจะแวะมาที่ห้องเสมอเมื่อได้บินด้วยกัน แต่เมื่อคืนเขากลับล็อกห้องแน่นหนาโดยไม่คิดถึงเรื่องนั้นเลย

ตามกฎของนักบินและลูกเรือ ห้ามให้บุคคลอื่นเข้ามาในชั้นที่พักเด็ดขาด และเมื่อคืน… เขาได้ละเมิดมันไปแล้ว

มิทสึคุนินิ่งเงียบ ไม่กล้าตอบอะไรออกมา จนพอรู้ตัวอีกที เคย์สึเกะก็เอื้อมมาจับตรงคอเสื้อของเขา บริเวณที่ยังปรากฏรอยจางๆ จากเหตุการณ์เมื่อคืน

ดวงตาของเคย์สึเกะหรี่ลงทันที

“แผลรบเมื่อคืน… ชัดจังเลยนะ ใครกัน ลูกเรือคนไหนหรอ” เคย์สึเกะขยับเข้ามาใกล้ เอ่ยถามด้วยสีหน้ามีเลศนัย

“ไม่ใช่ลูกเรือ ฉันไม่ทำแบบนายหรอก” มิทสึคุนิตอบเสียงต่ำ พร้อมแววตาเตือนเล็กน้อยจากเรื่องที่อีกฝ่ายเคยถูกลูกเรือมาเคาะห้อง

เขาปล่อยให้อีกฝ่ายล้อเล่นต่อไป แต่ในใจกลับนึกถึงเจ้าของรอยจางๆ บนคอ… คนที่เขาไม่แน่ใจว่าจะได้เจอกันอีกหรือไม่

“ไม่ทำกับลูกเรือหรอ งั้นฉันนอนกับนายแทนก็ได้นะ”

“เหอะ ฉันไม่ชอบผู้ชาย”

“ฉันก็ไม่ได้ชอบนายเว้ย”

“พวกนายสองคนเถียงกันได้ตลอดจริงๆ” กัปตันทานากะที่เดินมาทีหลังพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเตือน

“ขอโทษครับ” ทั้งคู่โค้งให้อย่างพร้อมเพรียง เมื่อกัปตันเดินจากไป

“เดี๋ยวฉันจะแฉนายกับทีมนะ” เคย์สึเกะก็หรี่ตามองเขาอีกครั้ง

มิทสึคุนิได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“ซื้อขนมของนายไปเถอะ ฉันไปซื้อกาแฟ เดี๋ยวจะซื้อฝาก” มิทสึคุนิส่ายหน้าให้นักบินผู้ช่วยด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ ก่อนจะเดินแยกออกมา

ในตอนนี้ เขาคิดถึงเพียงการกลับบ้านเพื่อพักผ่อนทั้งกายและใจ

เขาไม่อยากเถียง ไม่อยากอธิบายอะไรกับใครอีกแล้ว เพราะแค่ความคิดที่วิ่งวุ่นในหัวและความแปรปรวนในใจ… ก็หนักเกินกว่าจะรับไหว

ทั้งสองคนจึงแยกกันไปซื้อของเผื่อกัน ก่อนจะกลับมาพร้อมกันอีกครั้ง และเดินขึ้นเครื่องตามเวลาที่กำหนด

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทส่งท้าย

    การพักงานวันที่สิบสองของมิทสึคุนิ หลังจากที่มิโซระทำงานเสร็จทั้งหมด หญิงสาวก็หลับบนรถ SUV คันหรูที่นั่งสบายที่สุดในชีวิตไปตลอดทาง จนไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองไม่ได้ถูกพากลับบ้านเหมือนทุกๆ วันกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบๆ ชั่วโมง รอบข้างมืดหมดแล้ว หญิงสาวจึงค่อยๆ ตื่นและมองไปรอบๆ ก็พบว่าที่นี่มันไม่ใช่ทางไปบ้านของเธอ แต่มันเป็นทางของเขตจังหวัดคานากาวะแล้ว“ไปไหนคะเนี่ย” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างสงสัย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้ม“ทำตัวน่าสงสัยนะคะ”“ผมแค่บังคับให้คุณทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับผมเท่านั้นเอง ยังไงคุณก็ไม่มีงานไปอีกสามวันนี่ครับ” มิทสึคุนิพูดจบ มิโซระก็หรี่ตามองช้าๆ แต่นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มยิ้ม“ยังไงก็... ค้างต่างจังหวัดสักวันสองวันนะครับ ผมเตรียมเสื้อผ้ามาให้แล้ว”“ก็ต้องแบบนั้นแหละค่ะ แต่อยากรู้จังว่าจะพาไปไหน”มิโซระตอนนี้เธอตื่นแล้วก็มองไปรอบๆ อย่างใจจดจ่อ ส่วนมิทสึคุนิก็ยกยิ้มพยายามขับไปตามทางเพราะเขามีนัดทานมื้อเย็น และเขาต้องไปให้ทัน อีกอย่างเขาจะพามิโซระไปช้ากว

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 40 แถลงการณ์สุดท้าย

    โต๊ะแถลงการณ์ของบริษัท Starlight Entertainment ที่จัดร่วมกับสายการบิน AJN เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถูกจัดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ของสนามบินมิทสึคุนิในชุดนักบินเดินขึ้นมานั่งที่ฝั่งของ AJN ในฐานะผู้เสียหายจากการข่มขู่และทำร้ายร่างกายที่สนามบิน รวมถึงผู้เสียหายจากการใส่ร้ายส่วนมิโซระนั่งอยู่ฝั่ง Starlight โดยมีจินและผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรอีกคนอยู่ด้วย และตรงกลางระหว่างทั้งสองบริษัทคือตัวแทนจากสนามบินหลังจากเกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันที่สนามบิน และการที่สายการบินปล่อยให้ผู้โดยสารที่เคยมีประวัติขึ้นเครื่องมา ทั้งที่มีการรายงานว่ามีการข่มขู่ฆ่าตั้งแต่ต้นทางเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ เป็นความรับผิดชอบร่วมของสนามบินและสายการบินส่วน Starlight ในฐานะหนึ่งในผู้เสียหายที่ขึ้นมาเพื่อแถลงเฉพาะเรื่องแอคเคาท์ส่วนตัวของมิโซระเท่านั้น“เรื่องบัญชี SNS เดิมของมิโซระ พวกเราได้รับการติดต่อจากคนที่อยู่เบื้องหลังแล้ว เราได้ดำเนินการฟ้องตามกฎหมาย และได้ไกล่เกลี่ยเป็นที่เรียบร้อย ทางผู้ที่อยู่เบื้องหลังให้คำสัญญาแล้วว่าจะให้ความร่วมมือในการให้ข้

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 39 คนที่ผิดที่สุด

    หลังจากข่าวใหญ่ที่สนามบิน กระแสใน SNS ก็ดุเดือดมาก แม้ก่อนหน้านี้ทุกคนจะเริ่มตั้งคำถามกับมิทสึคุนิ มีคนบางส่วนที่ไม่ได้ชอบที่มิโซระในฐานะศิลปินหญิงแสดงออกแบบนี้แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขนาดนี้ และมิทสึคุนิก็ยังคงพยายามปกป้องมิโซระอย่างเห็นได้ชัดทุกคนก็ออกมาประณามคนที่ทำและชื่นชมคนเป็นนักบินกันเป็นทางเดียว ส่วนทางบริษัท Starlight ก็ออกมาแถลงการณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และขอประณามพฤติกรรมดังกล่าวบริษัทฯ จะดำเนินคดีกับทั้งสตอร์กเกอร์และคนที่อยู่เบื้องหลังให้ถึงที่สุดและอีกหนึ่งทางที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ที่สุดและเงียบมาตลอด ในที่สุดก็ออกประกาศออกมาสองฉบับฉบับที่หนึ่ง คือการประกาศ ‘ไทระ โคฮาคุ’ นักบินรวมถึงพนักงานระดับสูงบางคน ว่าไม่ได้เป็นพนักงานของสายการบินอีกต่อไปจากการผิด ‘วินัยร้ายแรง’ ของกลุ่มคนพวกนี้ โดยไม่ได้บอกถึงสาเหตุที่แน่ชัด ทำเอาทุกคนคาดเดากันไปต่างๆ นานาอีกหนึ่งฉบับคือหนังสือประณามการกระทำที่สนามบินของสตอร์กเกอร์คนนั้น ที่กระทำอุกอาจ และหนังสือขอโทษที่ปล่อยให้ผู้โดยสารคนนั้นขึ้นเครื่องมาพร้อมกับมิโซระแ

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 38 สนามบินเดิม

    ‘สวัสดีครับ ผมกัปตันอินุอิ สายการบิน AJN จากประเทศออสเตรเลีย สู่ประเทศปลายทาง...’เสียงของกัปตันประกาศดังขึ้นบนเครื่อง สองหนุ่มสาวที่กำลังจะเดินทางกลับประเทศได้ขึ้นเครื่องตามเวลาเดิมที่กำหนดหลังจากที่มิทสึคุนิขอให้พนักงานต้อนรับภาคพื้นช่วยเหลือ ทางสายการบินก็ได้ตรวจสอบรายชื่อของผู้โดยสารทั้งไฟลต์ และไม่พบคนที่เคยมีประวัติที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรายชื่อผู้โดยสารก็ไม่ได้มีชื่อของผู้ชายคนนั้นที่เคยทำร้ายมิโซระเมื่อสองปีก่อนทางบริษัทฯ ให้ตัวเลือกกับทั้งสองคนว่าจะเปลี่ยนไฟลต์กลับไม่ว่าจะเป็นไฟล์ตที่เร็วที่สุดหรือหลังจากนั้นโดยสลับกับคนที่ Deadhead[1] กลับฐานแทน และอีกทางคือการกลับไฟล์ตเดิมมิทสึคุนิให้มิโซระเป็นคนตัดสินใจ มิโซระจึงเลือกกลับไฟลต์ที่จองไว้เพื่อไม่ให้เดือดร้อนลูกเรือคนอื่นๆ โดยให้ทางสายการบินและสนามบินได้เตรียมตัวเอาไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน และมิโซระเองก็ได้บอกทางค่ายไปแล้วเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้นตลอดไฟลต์หลายชั่วโมง ทั้งสองคนจองที่นั่งชั้นหนึ่งที่ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวและเลือกที่จะขึ้นเครื่องมาก่อนใคร จึงแทบจะไม่มีใครสังเกต

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 37 ความกังวลของมิทสึคุนิ

    [หลังจากที่ครบกำหนดสิบสี่วัน ขอให้นักบินผู้ช่วยคุโจ มิทสึคุนิ มารายงานตัวที่สายการบินตามตารางบินที่ระบุ]เนื้อความในอีเมลถูกส่งมายังอีเมลของมิทสึคุนิตั้งแต่เมื่อคืน ชายหนุ่มที่กำลังทานอาหารก่อนที่จะเตรียมตัวบินกลับประเทศมองด้วยความไม่ได้ใส่ใจนักมันไม่ได้ผิดจากที่คาด อย่างน้อยๆ เขาก็ได้วันพักมาสิบสี่วัน แม้จะทำให้ชั่วโมงบินในเดือนนี้ของเขาลดน้อยลงก็ตามความคุ้มค่าของการพักงานนี้ไม่ใช่การเอาคืนโคฮาคุ หรืออะไรอื่นๆ สิ่งที่เขารู้สึกขอบคุณที่ถูกพักงานคือเวลาที่ใช้กับมิโซระ ทุกวินาทีมันมีค่าจริงๆ“ดื่มกาแฟหน่อยไหมคะ” เสียงหวานของมิโซระทำให้ชายหนุ่มเงยหน้ามองตามเสียง“ไม่ล่ะครับ ไว้ผมไปดื่มที่สนามบินทีเดียวเลย” เขาเงยหน้าตอบมิโซระด้วยรอยยิ้ม อีกฝ่ายก็พยักหน้าก่อนจะลุกไปสั่งกาแฟร้อนยามเช้าในตอนนั้นเอง สำหรับมิทสึคุนิแล้วนั้น อีเมลเรื่องงานของเขายังไม่ได้สำคัญเท่ากับสิ่งที่รินโกะบอกเรื่องของสตอล์กเกอร์คนนั้นกลับเป็นสิ่งที่ติดในใจของเขามากกว่าเขาไม่อยากให้มิโซระเจอสถานการณ์แบบวันนั้นอีกใบหน้าคมคายใต้กรอบแว่นในชุดแฟชันที่ยังคงดูสุภาพม

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 36 ผมเลือกเธอครับ

    หลังจากที่มิโซระโพสต์ชี้แจงเรื่องราวทุกอย่างใน SNS ส่วนตัวของตัวเอง กระแสในอินเทอร์เน็ตก็เริ่มมีการสนับสนุนที่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนทั่วๆ ไป และแฟนคลับของศิลปินวงอื่นๆ ที่ก็อยากให้ศิลปินมีความสุขและพื้นที่ส่วนตัวแต่ก็ต้องยอมรับ ทุกอย่างในอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับชีวิตของศิลปินนั้นล้วนแล้วแต่ถูกขุดขึ้นมาได้ง่าย[ฉันชอบนะ ที่มิโซระออกมาแสดงจุดยืนแบบนี้ ขอบคุณที่ในประเทศนี้มีศิลปินแบบ Fairish และค่าย Starlight ไม่งั้นศิลปินก็คงเป็นพระเจ้าที่ไม่มีวันมีความรักอย่างเปิดเผยได้จริงๆ][ฉันในฐานะแฟนคลับของ No.1 นะ ฉันคิดว่าค่ายแสงดาวสุดยอดที่สุดแล้วจริงๆ พวกเราจะยืนข้างๆ พวกเธอตลอดไป][มิโซระสู้ๆ เธอไม่ได้ทำอะไรผิด เธอแค่อยากมีความสุขส่วนตัวบ้างก็เท่านั้น ฉันเชื่อว่าเธอจะกลับมาให้ความสุข และทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่อย่างที่เธอสัญญาแน่นอน]แฟนๆ ที่เข้าใจและอยากให้ศิลปินมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นก็ออกมาให้กำลังใจกันมากมาย แต่มันก็จะมีบางส่วนที่เริ่มขุดประวัติของมิทสึคุนินอกเหนือจากการศึกษาและการเป็นนักบิน[อันนี้ของจริงไหม เขาเคยแต่งงานแล้วหรอ ม

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 3 นางฟ้าที่ร่วงหล่น

    เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน แสงแฟลชสาดทั่วโซนสื่อมวลชนของงาน Milan Fashion Week ที่ประดับไปด้วยโลโก้ของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังจากทั่วทุกสารทิศ โดยเฉพาะจากอิตาลีขาเรียวก้าวลงจากลิมูซีนที่ทางแบรนด์เตรียมไว้ ท่ามกลางแสงแฟลชและเสียงชัตเตอร์ที่รายล้อมโดยไม่มีความตื่นกลัวแม้แต่น้อยส้นร

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 1 Pilot Hero

    “สวัสดีค่ะ คุณนักบินคุโจ”เสียงของแอร์โฮสเตสบนเครื่องทักทายชายหนุ่มร่างสูงที่เดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟที่ปิดฝาเรียบร้อย“สวัสดีครับ” เสียงเรียบทักทายกลับ พร้อมโค้งเล็กน้อยเป็นการรับอย่างมีมารยาทชายหนุ่มร่างสูงในเครื่องแบบนักบินที่มีสามขีดบนแขนเสื้อ ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม ไหล่กว้างและแผ่นหลังตร

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทนำ

    ปีที่สองของการเดบิวต์เป็นศิลปิน‘โมริสึกิ มิโซระ สมาชิกวง Fairish จะเข้าร่วมชมงาน Fashion Show ของแบรนด์ F ในฐานะ Global Ambassador’ข่าวใหญ่ของสมาชิกที่กลบกระแสต่างๆ นานาของวง ทั้งดีทั้งร้ายทิ้งทั้งหมด โดยพาดหัวนั้นมีรูปของเจ้าของชื่อ โมริสึกิ มิโซระ หญิงสาวผู้เป็นโปรดิวเซอร์และซับโวคอลของวง ที่อย

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 2 มิลาน

    กว่าสิบสามชั่วโมงผ่านไปหลังจากที่เครื่องบินออกจากสนามบินต้นทาง ในห้องค็อกพิตตอนนี้มีการสลับนักบินครั้งสุดท้าย แต่ครั้งนี้จะพิเศษสักหน่อยอันที่จริง ไฟลต์ที่ดูเหมือนเป็นการให้เคย์สึเกะเก็บชั่วโมงบินนั้นดูเหมือนจะเป็นแค่คำพูดที่ไม่ได้จริงเสียทีเดียวเมื่อตอนบรีฟไฟลต์ คนที่ถูกบันทึกชื่อเป็น Pilot Flyi

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status