Masukเขา นักบินที่ไม่เคยพลาดการลงจอด และเธอ ผู้หญิงที่เคยหล่นหายไปจากฟ้าของเขาครั้งหนึ่ง เขาเคยปล่อยให้เธอลอยห่างไปในความสูงแต่ครั้งนี้... เขาจะบินกลับมาจนกว่าจะ “แตะที่ใจ”และ “จอดที่เธอ”
Lihat lebih banyakปีที่สองของการเดบิวต์เป็นศิลปิน
‘โมริสึกิ มิโซระ สมาชิกวง Fairish จะเข้าร่วมชมงาน Fashion Show ของแบรนด์ F ในฐานะ Global Ambassador’
ข่าวใหญ่ของสมาชิกที่กลบกระแสต่างๆ นานาของวง ทั้งดีทั้งร้ายทิ้งทั้งหมด โดยพาดหัวนั้นมีรูปของเจ้าของชื่อ โมริสึกิ มิโซระ หญิงสาวผู้เป็นโปรดิวเซอร์และซับโวคอลของวง ที่อยู่ในชุดแฟชั่นคอลเล็กชันล่าสุดของแบรนด์ดังกล่าว
[ว๊าย! แฟร์ริชมีแบรนด์ที่เป็น Global Ambassador ครบทุกคนเลยนะ ค่ายขยันทำงานเกิน ปรบมือ]
[มาช้าแต่มานะ]
[เป็นแอมครบห้าคนแล้ว ปรบมือค่า!]
กระแสความตื่นเต้นกับข่าวนี้ใน SNS เรียกว่าเป็นกระแสที่ค่อนข้างรุนแรง เพราะวงแฟร์ริชทั้งห้าคน มิโซระ เป็นคนสุดท้ายที่ถูกยกขึ้นเป็น Global Ambassador ของแบรนด์ใหญ่ต่างประเทศ โดยก่อนหน้านี้เธอเป็นมิวส์อยู่นาน
ในขณะเดียวกัน เจ้าของร่างเล็กที่อยู่ในข่าวตอนนี้อยู่ที่สนามบินเพื่อจะเดินทางไปมิลานอย่างที่สื่อได้กล่าวไว้
วันนี้หญิงสาวอยู่ในชุดกางเกงยีนส์ที่มีโลโก้แบรนด์เป็นแพตเทิร์นทั้งชิ้น คู่กับเสื้อแขนยาวสีขาวรัดรูปและผมสีน้ำตาลอ่อน กำลังยืนให้สื่อมวลชนถ่ายรูป
มิโซระนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสวยที่ตีคู่มากับอาซึนะ ทั้งสองให้ความรู้สึกสวยหวานที่แตกต่าง แม้เธออาจไม่ได้ดึงดูดตั้งแต่แรกเห็น แต่มิโซระมักจะเป็นสมาชิกที่ทำให้แฟนคลับเกิดปรากฏการณ์กล้องไหลมากที่สุด คือขณะที่แฟนคลับกำลังถ่ายคนอื่นอยู่ สุดท้ายกล้องก็มาจับที่มิโซระอยู่ดี
“มิโซระ กล้องนี้หน่อยจ้า!”
“ทางนี้ด้วยค่า!”
เหล่าช่างภาพทั้งของสื่อมวลชนและบ้านเบสต่างๆ รัวชัตเตอร์ไม่หยุด ขณะหญิงสาวยืนยิ้มหันไปรอบๆ ท่ามกลางสายลมที่ค่อนข้างหนาว
“มิโซระ” เสียงของรินโกะ ผู้จัดการที่จะติดตามเธอไปด้วยในงานครั้งนี้เรียก พร้อมกับเมย์ น้องสาวคนเล็กของทีมโปรดิวเซอร์แฟร์ริชที่เดินทางไปด้วยกัน วิ่งมารับเธอ
“ขอบคุณนะคะ” เสียงหวานพูดกับสื่อมวลชนดังชัด ก่อนร่างเล็กจะโค้งสี่สิบห้าองศาให้กับช่างภาพ แล้วเดินไปพลางโบกมือไปด้วย
การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ยาวนัก เพียงแค่สองสามวันเพื่อไปทำงานเท่านั้น และตารางงานนี้ไม่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่แรก เป็นการเพิ่มเข้ามาอย่างกะทันหัน จึงมีทีมงานตามไปเพียงไม่กี่คน
ร่างเล็กเดินเข้าไปโดยมีพนักงานรักษาความปลอดภัยของสนามบินอำนวยความสะดวก เพราะแฟนคลับไม่ได้มามากนัก การเคลียร์พื้นที่จึงค่อนข้างง่าย
โดยไม่รู้เลยว่า ท่ามกลางผู้โดยสารที่ดูปกติ กลับมีคนคนหนึ่งที่จ้องมองมิโซระอยู่ตลอดโดยไม่ละสายตา
เมื่อทั้งสามคนผ่านด่านเช็กอินและเข้าสู่แอร์ไซด์ [1]สำหรับผู้ที่มีตั๋วหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เหล่าช่างภาพและสื่อต่างๆ ก็ถูกกันออกไปเพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น
“นี่ขนาดขอให้ข่าวลงก่อนมาแค่ชั่วโมงเดียวนะเนี่ย” รินโกะที่โล่งใจเมื่อทุกอย่างสงบบ่นออกมา เพราะการเดินทางครั้งนี้มีคนว่างน้อย และมิโซระก็ไม่อยากให้จ้างการ์ดเพิ่มมาก เธอมองว่าตัวเองไปคนเดียว และในบรรดาสมาชิก เธอมีความนิยมน้อยที่สุด จึงคิดว่าป้องกันพอเป็นพิธีก็เพียงพอแล้ว
“เห็นไหมคะ คนรักพี่มิโซระเยอะแยะ” เมย์ยิ้มอย่างตื่นเต้น เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้ไปทำงานในยุโรปแบบจริงจัง แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ ก็ตาม
“ตื่นเต้นใช่ไหมเนี่ย นี่พี่จินให้เบี้ยเลี้ยงมาเท่าไหร่ เดี๋ยวพี่ท็อปเพิ่มให้ เอาไว้ซื้อของฝากกลับบ้าน” มิโซระหันไปคุยกับเมย์ด้วยความเอ็นดู เพราะอีกฝ่ายเป็นเด็กที่สุดในทีมสตาฟ
“พี่จินให้มาเยอะแล้ว ฉันเกรงใจค่ะ ไปไหนกับพี่ๆ พี่ๆ ก็ให้พ็อกเก็ตมันนี่ฉันตลอดเลย” เมย์ยกมือปฏิเสธแทบจะทันทีด้วยความเกรงใจ เพราะเมย์เป็นคนแบบนี้ พวกเธอที่เป็นศิลปินทุกคนเลยเอ็นดูเด็กคนนี้เป็นพิเศษ
มิโซระไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยกยิ้ม โดยไม่ทันสังเกตรอบข้างเลยสักนิดว่ามีคนเดินตามและแอบมองพวกเธอมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว
เพราะพวกเธอมาถึงค่อนข้างเร็วกว่ากำหนดมาก จึงมีเวลานั่งรอที่แอร์ไซด์อยู่นาน สองผู้จัดการจึงสลับกันไปซื้อของเตรียมไว้ถือขึ้นเครื่อง เพราะการเดินทางครั้งนี้อาจใช้เวลากว่าสิบห้าชั่วโมงกว่าจะถึงปลายทาง แม้พวกเธอจะจองที่นั่งชั้นเฟิร์สต์คลาสไว้แล้วก็ตาม
เมื่อผู้จัดการทั้งสองกลับมานั่ง และหลังจากผ่านไปหลายนาที ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจเธอมากนัก มิโซระจึงลุกขึ้น
“เดี๋ยวฉันไปซื้อกาแฟกับขนมก่อนนะคะ”
รินโกะพยักหน้าอนุญาต ร่างเล็กจึงเดินไปยังร้านกาแฟยอดนิยม ซึ่งเป็นแบรนด์มาตรฐานของแทบทุกประเทศ โดยมีผู้ชายร่างสูงในชุดเครื่องแบบที่คาดว่าเป็นนักบินยืนอยู่ก่อนหน้าแล้ว
“มิโซระ” เสียงของผู้ชายเรียกเธอจากด้านหลัง ทำให้หญิงสาวหันไปตามเสียง และเห็นชายแปลกหน้าที่เธอไม่คุ้นเคย
“ในที่สุดเราก็มีเวลาคุยกันตามลำพังเสียที”
คำพูดนั้นทำให้เธอรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือสตอล์กเกอร์ที่ช่วงนี้ตามเธออยู่ตลอด แม้กระทั่งยังไปรอเธอที่หน้าบริษัททุกวัน นั่นเป็นสาเหตุที่เธอกับรินโกะเลือกจะปล่อยข่าวเรื่องงานวันนี้ในชั่วโมงสุดท้ายและรีบเดินทางออกมาทันที
มือบางเย็นเฉียบจนแทบถือโทรศัพท์ไม่อยู่ ในหัวมีเพียงเสียงหัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ความกลัวตีขึ้นมาจนอยากจะตะโกนขอความช่วยเหลือให้ดังที่สุด เธอรู้ว่าเธอต้องหนี แต่ขากลับไม่ยอมขยับ
“อย่าเข้ามานะคะ! กรี๊ด!” มิโซระพยายามห้าม เมื่ออีกฝ่ายยังคงเดินเข้ามาโดยไม่คิดจะหยุด
เธอถอยจนชนเข้ากับแผ่นอกแข็งแรงของใครบางคน แรงกระแทกทำให้แทบเสียหลัก แต่กลับมีมือใหญ่รับเธอไว้แน่น
หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ความกลัวตีรวนในอกจนเธอเผลอยกมือกำชายแขนสูทสีเข้มของเขาไว้แน่น ราวกับเกาะที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว
“จะทำอะไร ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
เสียงทุ้มต่ำเหนือศีรษะของเธอแทรกเข้ามาในโสตประสาท ราวกับดึงสติที่กำลังกระจัดกระจายให้กลับมาอยู่กับความอบอุ่นจากมือที่ถูกประคองไว้บางเบา ราวกับโลกหยุดเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ
กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของผู้ชายที่ไม่คุ้นลอยแตะจมูก ทั้งที่เธอไม่รู้จัก แต่มันกลับทำให้เธอสงบใจได้อย่างน่าประหลาด
ผู้ชายที่เธอเผลอจับแขนเสื้อไว้ ทำทุกอย่างอย่างรวดเร็ว ร่างสูงดึงเธอมาไว้ข้างหลัง พร้อมถอยจนหลังของเธอติดเคาน์เตอร์ ก่อนจะประคองมือของเธอเบาๆ และตะโกนเสียงดังเพื่อให้พนักงานรักษาความปลอดภัยรู้ตัว
ความอบอุ่นจากมือเขาทำให้ความกลัวในอกของเธอค่อยๆ จางลง
วินาทีที่หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มใต้กรอบแว่นพอดี…
นั่นคือครั้งแรกที่เธอรู้ว่า ความปลอดภัย อาจมีเสียงและกลิ่นเป็นของใครบางคนอยู่ในนั้น
“แกอย่ามายุ่ง!”
พูดจบชายคนนั้นก็พุ่งเข้ามาเหมือนจะทำร้ายคนที่มาช่วยเธอ แต่เขาเร็วกว่า ร่างสูงขยับตัวหลบ พลางพาเธอถอยไปด้วยกัน
“ทำร้ายร่างกายนักบินในเครื่องแบบที่เขตแอร์ไซด์เป็นคดีอาญาระดับประเทศนะ” ร่างสูงที่ช่วยเธอพูดข่มขู่อีกฝ่าย เธอไม่เห็นหน้าเขา ใบหน้าสวยก้มลงอย่างหวาดกลัว มือข้างหนึ่งปล่อยให้มือใหญ่กว่าประคอง ส่วนอีกมือจับด้านหลังสูทเครื่องแบบของเขาด้วยอาการสั่นเทา ริมฝีปากเม้มแน่น
“เสือก! ไม่ใช่เรื่องของแกแท้ๆ!” ชายคนนั้นพยายามจะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ก็ขยับตัวอย่างรวดเร็ว เข้ามารวบชายที่คลั่งคนนั้นทันที
“หยุดบ้าได้แล้ว นายโดนจับแล้ว เพื่อน! ไปกับพวกฉันทางนี้!” เจ้าหน้าที่ชายที่จับตัวคนนั้นไว้ตะโกนใส่หน้ามันเสียงดัง ตามมาด้วยเจ้าหน้าที่อีกสองสามคนที่เข้ามาช่วยกันรวบตัว พร้อมกับรินโกะและเมย์ที่ทิ้งสัมภาระก่อนขึ้นเครื่องแล้วรีบมาหาเธอพอดี
ดวงตาคู่สวยเห็นว่าผู้ชายคนนั้นโดนจับขาก็แทบทรุด แต่ชายหนุ่มในเครื่องแบบประคองเธอไว้ไม่ให้ล้ม
“นักบินผู้ช่วย ไม่เป็นไรนะครับ?” เจ้าหน้าที่ที่เพิ่งมาถึงหันไปถามผู้ชายที่เข้ามาช่วยเธอด้วยความเป็นห่วง นั่นทำให้เธอเพิ่งตั้งสติได้ว่าเขาคือนักบินที่มาซื้อกาแฟ และดันซวยเพราะเธอไปด้วย
“ผมไม่เป็นไร คุณดูผู้โดยสารเถอะ” เสียงทุ้มเรียบตอบกลับ พลางขยับแว่นบนใบหน้าอย่างช้าๆ แล้วหันมามองเธอ
“ผู้โดยสาร ไม่เป็นอะไรนะครับ?” เจ้าหน้าที่อีกคนเอ่ยถาม ทำให้เธอส่ายหน้าเบาๆ ถึงจะกลัวและตกใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังพอควบคุมสติได้
“ขอบคุณนะคะ เกือบทำให้คุณเดือดร้อนไปด้วยเลย” เธอหันไปหาร่างสูงในชุดเครื่องแบบ พร้อมโค้งเก้าสิบองศาสองสามครั้งเพื่อแสดงความรู้สึกผิดจากใจจริง
“ไม่เป็นไรครับ เรื่องนี้สนามบินน่าจะมีคำอธิบายให้คุณ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเพิ่มเติม คุณแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยนะครับ” นักบินคนนั้นพูดกับเธอด้วยท่าทางที่ดูเป็นห่วงจริงๆ เธอจึงพยักหน้ารับด้วยความขอบคุณ
“ขอบคุณจริงๆ นะคะ ที่คุณช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะ…” มิโซระกำมือแน่น วินาทีที่หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มใต้กรอบแว่นพอดี แววตาของเขาดูเรียบคมแต่มั่นคงกว่าที่เธอคิด เมื่อสบตากัน รอยยิ้มมุมปากที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกปลอดภัยขึ้น
ไม่รู้ว่าเพราะความโล่งใจหรือเพราะสายตาที่มั่นคงคู่นั้นกันแน่ ส่งผลให้หัวใจของเธอยังเต้นไม่เป็นจังหวะ
“ผมเลือกช่วยคุณเอง แล้วผมก็ไม่ได้เป็นอะไร คุณไม่ต้องรู้สึกผิดครับ” เสียงของเขาอ่อนลงจากเมื่อครู่หลายระดับ จนเธอรับรู้ได้ว่าเขาไม่ได้ถือสาอะไรจริงๆ
“อ… ออเดอร์ได้แล้วนะคะ”
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรต่อ เคาน์เตอร์กาแฟซึ่งกลับมาทำงานตามปกติหลังสถานการณ์สงบ ก็เรียกออเดอร์ของคุณนักบิน เขาหันไปมองก่อนจะเหลือบกลับมาที่เธออีกครั้ง
“เดินทางให้สนุกนะครับ” ร่างสูงเดินไปหยิบแก้วกาแฟของตัวเอง จึงก้าวออกไปจากตรงนั้น เพื่อกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ
ดวงตากลมคู่สวยจ้องแผ่นหลังนั้นจนลับตา แล้วจะถอนหายใจเบาๆ
“ไม่คิดเลยว่ามันจะตามเธอมาถึงนี่”
“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ครั้งนี้เขาก็โดนจับแล้ว คงไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีก”
สามสาวโล่งใจเมื่อทุกอย่างเหมือนจะจบ หากแต่ใน SNS ตอนนี้มีการอัปโหลดวิดีโอเหตุการณ์ ทำให้แฮชแท็ก #ProtectOurMisora เริ่มกลายเป็นกระแส
ก่อนจะตามมาด้วยเทรนด์ชื่นชม ‘ฮีโร่พิทักษ์ท้องฟ้า’ คนนั้น และด้วยรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น ชาวเน็ตจึงเริ่มตามสืบว่านักบินผู้ช่วยคนนั้นเป็นใครมาจากไหนกันแน่
[1]Air side เป็นส่วนที่อยู่หลังผ่านด่านตรวจความปลอดภัยแล้ว ซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้โดยสารจะรอขึ้นเครื่องและขึ้นเครื่องบิน
ปลายปีที่สามของการเดบิวต์ในฐานะศิลปิน‘การร่วมงานอย่างเป็นทางการรครั้งแรกระหว่าง AJN Airlines x Starlight Entertainment ในงานเปิดตัวฝูงบินใหม่ พร้อมกับการครบรอบเจ็ดปีของค่าย Starlight กำลังจะถูกจัดขึ้นในเร็วๆ นี้’การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเปิดฝูงบินใหม่ของหนึ่งในสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศถูกประกาศออกไปอย่างยิ่งใหญ่ ตามแผนที่วางไว้Starlight ตอบรับดีลนี้ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดและเม็ดเงินมหาศาล แต่ในอีกมุมหนึ่ง… นี่คือโอกาสสำคัญที่จะได้ร่วมงานกับองค์กรระดับแนวหน้า นอกเหนือจากอุตสาหกรรมแฟชั่นและสื่อที่คุ้นชินห้องประชุมของศิลปินในวันนี้เต็มไปด้วยตารางงานที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์นี้ทั้งหมด เพราะนอกจากสายการบินจะเชิญเข้าร่วมงานเปิดตัวฝูงบินใหม่แล้ว ยังมีแผนกิจกรรมโปรโมตในอีกหลายส่วนตามมาแฟร์ริช เกิร์ลกรุ๊ปที่กำลังมาแรงชนิดเบียดวงอันดับหนึ่งที่ครองแชมป์มานานนับสิบปีตกลงไปได้ภายในเวลาเพียงสามปีหลังจากนั้นทั้งสองฝั่งก็ผลัดกันขึ้นลงอยู่ตลอด แต่สิ่งที่แฟร์ริชมีเหนือกว่าคือเครดิตในฐานะแบรนด์สมาชิกทั้งห้าคนต่างถือครองตำแหน่ง Ambassador ของแบรนด์หรูระดับโลก“เพลงหรอคะ?”เสียงหวานและแผ่วเ
อุ่น…ความรู้สึกแรกแล่นเข้ามาพร้อมกับลมหายใจแผ่วเบาข้างกาย ทำให้ร่างบางค่อยๆ รู้สึกตัว เธอกะพริบตาปรับสายตา ก่อนจะมองไปรอบห้อง เห็นผนังด้านหนึ่งที่มีตู้เสื้อผ้าเปิดค้างไว้ และชุดยูนิฟอร์มสีขาวกับสูทสีเข้มเข้มแขวนอยู่ภายใน…ชุดที่สะท้อนถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าของมันมือบางเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นตามาเปิดดู ตัวเลขบนหน้าจอบอกว่ายังเป็นเวลาเช้าตรู่ ก่อนที่สายตาของเธอจะหยุดอยู่ที่ภาพวอลเปเปอร์… ภาพของชายหนุ่มเจ้าของเครื่องและในวินาทีนั้นเอง ความทรงจำของเมื่อคืนก็ค่อยๆ ไหลกลับมาอีกครั้งเมื่อคืน… เธอทำมันลงไปแล้วสินะร่างเล็กค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ แต่ก็รู้สึกถึงแขนแข็งแรงที่พาดอยู่รอบเอว เธอจึงขยับตัวอย่างระมัดระวังให้หลุดออกจากอ้อมแขนนั้นโดยเบาที่สุด เพราะไม่อยากรบกวนชายหนุ่มที่กำลังหลับอยู่เมื่อพ้นจากอ้อมกอดแล้ว มือบางก็ค่อยๆ เก็บเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมา ถอดเสื้อของอีกฝ่ายที่คลุมอยู่บนร่างออก แล้วสวมชุดของตนกลับคืนอย่างเงียบเชียบเธอถอนหายใจยาว ราวกับอยากปลดปล่อยสิ่งที่กดทับอยู่ในใจแต่เมื่อหันไปมองใบหน้าคมที่ยังหลับสนิท หัวใจกลับรู้สึกหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิมเธอต้องยอมรับอย่างหลี
เลาจน์ของโรงแรมในช่วงเวลานี้ค่อนข้างเงียบและเป็นส่วนตัวชายหนุ่มชาวเอเชียร่างสูงนั่งอยู่ที่โต๊ะพร้อมเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ เนื่องจากวันพรุ่งนี้เขามีเที่ยวบินในช่วงบ่าย เขาจึงหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ทุกกรณีที่ไม่จำเป็นบนโต๊ะมีแท็บเล็ตเปิดเอกสารบรีฟรูต สลับกับแอปที่รายงานข่าวด้านการบิน เส้นทางบิน และสภาพอากาศในภูมิภาคต่างๆ ที่เครื่องอาจต้องผ่าน เพื่อเตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้าใบหน้าคมที่ไร้กรอบแว่นจ้องหน้าจออย่างนิ่ง ลักยิ้มจางๆ บนแก้มยิ่งขับให้รูปลักษณ์ของเขาโดดเด่นจนคล้ายคนเจ้าชู้เกินไปเสียหน่อย จนดึงดูดสายตาบางคู่ของลูกเรือที่นั่งอยู่ไม่ไกลแต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาเสียสมาธิแม้แต่น้อย ตั้งแต่วันที่ผ่านเหตุการณ์วันนั้นและย้ายมาเป็นนักบินของสายการบินแห่งนี้เขาสาบานกับตัวเองแล้วว่า จะไม่สร้างความสัมพันธ์กับลูกเรือคนใดเกินกว่าเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะกับลูกเรือหญิงวงการนี้มีเรื่องราวให้เห็นมากเกินพอ และเขาไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของมันครืดเสียงเก้าอี้ถูกลากออกเบาๆ จากนั้นใครบางคนนั่งลงตรงข้ามโดยไม่ได้ขออนุญาต“I’m afraid you might be at the wrong table.” (ผมว่าคุณมาผิดโต๊ะแล้วนะครับ)ร่างสูงเอ่
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน แสงแฟลชสาดทั่วโซนสื่อมวลชนของงาน Milan Fashion Week ที่ประดับไปด้วยโลโก้ของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังจากทั่วทุกสารทิศ โดยเฉพาะจากอิตาลีขาเรียวก้าวลงจากลิมูซีนที่ทางแบรนด์เตรียมไว้ ท่ามกลางแสงแฟลชและเสียงชัตเตอร์ที่รายล้อมโดยไม่มีความตื่นกลัวแม้แต่น้อยส้นรองเท้าสัมผัสพรมอย่างมั่นคง ชุดสีฟ้าอ่อนเนื้อบางสะบัดรับลม เผยให้เห็นจุดเด่นที่แผ่นหลังเว้าลงจรดเอว เส้นผมลอนยาวพลิ้วไหวไล้ลำคอทุกครั้งที่เธอหมุนตัวท่วงท่าของเธอไม่เร่งไม่รีบร้อน ความอ่อนหวานปนเย้ายวนไม่ได้เกิดจากความจงใจ แต่เป็นสิ่งที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี“Misora! This way!”“Beautiful, bella!”เธอเพียงกวาดสายตาไปตามรอบด้าน ยิ้มมุมปากบางๆ ให้กับเลนส์ทุกตัวอย่างแม่นยำ ราวกับล็อกมุมถ่ายภาพหลักไว้ในหัวอย่างมืออาชีพเสียงของช่างภาพดังเรียกชื่อหญิงสาวในฐานะ Global Ambassador ให้หันมาสนใจเลนส์ของตน เธอยังคงเดินช้าๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้นอีกเล็กน้อย เพื่อให้ทุกกล้องสามารถบันทึกภาพของเธอได้ครบถ้วนที่สุดไม่นานเจ้าหน้าที่ของงานก็เข้ามาเดินนำ พร้อมประกบข้างเพื่อพาเธอไปยังที่นั่งแถวหน้าสุด ซึ่งเตรียม