LOGINกว่าสิบสามชั่วโมงผ่านไปหลังจากที่เครื่องบินออกจากสนามบินต้นทาง ในห้องค็อกพิตตอนนี้มีการสลับนักบินครั้งสุดท้าย แต่ครั้งนี้จะพิเศษสักหน่อย
อันที่จริง ไฟลต์ที่ดูเหมือนเป็นการให้เคย์สึเกะเก็บชั่วโมงบินนั้นดูเหมือนจะเป็นแค่คำพูดที่ไม่ได้จริงเสียทีเดียว
เมื่อตอนบรีฟไฟลต์ คนที่ถูกบันทึกชื่อเป็น Pilot Flying ตอนช่วงแลนด์กลับกลายเป็นชื่อของเขา ซึ่งสนามบินมิลานในช่วงฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปรของอากาศไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่มันก็ไม่ได้ยากสำหรับเขา
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังทำหน้าที่อย่างรอบคอบไม่ประมาทเหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา
นอกจากการสังเกตการณ์โดยกัปตันทานากะที่เป็นผู้ดูแลฝูงบินใหม่ที่เขาสังกัดอยู่ปัจจุบันในเรื่องฝีมือ เขาก็รู้ว่าตลอดเวลาที่เป็นนักบินผู้ดูแลของเคย์สึเกะก็ถูกกัปตันทั้งสองสลับกันสังเกตการณ์อยู่เสมอ รวมถึงการทำงานอื่นๆ ว่าเขาทำมันได้ดีมากน้อยแค่ไหน
ไฟลต์นี้คนที่ถูกประเมินไม่ใช่เคย์สึเกะอย่างที่คิดไว้แต่แรก แต่เป็นเขาเองที่ถูกสังเกตการณ์ตลอดเวลา
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจความคิดของกัปตันทานากะ ถ้าเขาเป็นกัปตันอาจจะทำแบบเดียวกัน
เพราะการที่ให้นักบินที่อายุน้อยกว่ามาเป็นนักบินพี่เลี้ยงให้นักบินที่อายุมากกว่า แม้ชั่วโมงบินรวมของเขาจะมากกว่าเพราะเขาเริ่มบินเร็ว และประสบการณ์ตรงกับเครื่องรุ่นนี้เยอะกว่าแบบเคย์สึเกะเทียบไม่ติด ในฐานะกัปตันที่ไม่ได้เห็นกันมาตั้งแต่เริ่มบินแอร์ไลน์ จะทำการประเมินเองก็ไม่น่าแปลกใจ
ส่วนเคย์สึเกะที่นั่งอยู่บน Jumpseat [1]ต้องกลายเป็นผู้สังเกตการณ์เขาแทน และดูเหมือนอีกฝ่ายก็อยากเห็นฝีมือจริงๆ ของเขาเหมือนกัน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาสังเกตการณ์ในห้องนักบิน
ตอนที่เขาย้ายกลับมาสายการบินบ้านเกิดตามคำชักชวนของกัปตันอาคาริ ก็เคยได้ยินชื่อ FO[2] คาโม่ เคย์สึเกะอยู่บ้าง ว่าขึ้นชื่อเรื่องความตรงไปตรงมาจนโดนหมายหัว แม้จะมีฝีมือ แต่บุคลิกดื้อรั้นทำให้ยังไม่ถูกโปรโมต จนกระทั่งฝูงใหม่เปิด และเขาถูกมอบหมายให้เป็นคนดูแลโดยตรง
แต่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเขาได้แต่นั่งดูเคย์สึเกะทั้งในการบินจริงและใน Simulation เขาก็เข้าใจได้ว่าทำไมกัปตันถึงดึงมาอยู่ในฝูงและทำไมต้องเป็นเขาเท่านั้นที่ต้องเป็นผู้ดูแลของนักบินผู้ช่วยคนนี้
เพราะถ้าไม่ใช่เขา เคย์สึเกะคงจะเป็นนักบินมีฝีมือที่ถูกความเฉยชากลืนกินแน่นอน
“ถ้ากลัวนักก็กลับไปนอนรอในห้องนอนได้นะ” เสียงเรียบไม่แสดงถึงความโอ้อวดของมิทสึคุนิเอ่ยแซวเคย์สึเกะที่เหมือนจะเกร็งกว่าคนขับเสียอีก ทั้งสั่นขาเบาๆ ทั้งกำมือแน่น
ถึงจะหันไปแซวอย่างนั้นแต่สายตาของเขาก็ไม่ได้ละไปจากหน้าจอและอุปกรณ์ตรงหน้า ทำให้สองคนที่อยู่ข้างๆ รู้ได้ทันทีว่าเขามีประสบการณ์พวกนี้มามากพอ
สำหรับเขา การแลนด์ที่มิลานในช่วงเวลานี้อาจจะไม่ได้ง่าย แต่มันก็ไม่ได้ตึงมือของเขาเกินไป
เดิมทีเขาบินอยู่ที่สายการบินใหญ่แห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นฮับการบินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่บีบบังคับให้เขาบินไฟลต์ระยะกลางและยาวเป็นหลัก
เขาผ่านสภาพอากาศที่เลวร้ายและบินข้ามทวีปมาค่อนข้างเยอะ ถึงเขาจะรู้สึกว่ามันอาจจะไม่ได้ยากที่สุด แต่เขาก็ยังคงทำทุกอย่างอย่างรอบคอบที่สุด
“คุโจ เธอติดต่อ แอเรีย[3] ด้วยล่ะ” กัปตันทานากะเอ่ย ร่างสูงหันไปกดปุ่มสื่อสารพร้อมกับติดต่อกับทางเอเรียคอนโทรลทันที เพื่อให้ทางแอเรียติดต่อขั้นต่อๆ ไป
“กัปตันอาคาริดูไว้ใจนายนะ ถึงจะรู้ว่าเป็นนายแลนด์ก็ยังพักได้แบบนั้น” เคย์สึเกะคงจะอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น เมื่อมิทสึคุนิติดต่อกับเอเรียจบ
“ฉันกับกัปตันมาจากแอร์ไลน์เดียวกัน คนประเมิน SFO[4]ให้ฉันก็คือกัปตันอาคาริ ถ้าเขาไม่เชื่อฉัน ก็หมายความว่าเขาไม่เชื่อตัวเองน่ะสิ”
คำตอบเรียบๆ อย่างตรงไปตรงมาของมิทสึคุนิทำให้ห้องนักบินเงียบลงไปถนัดตา นั่นเป็นเรื่องจริงที่คนอาจจะลืมกันไป
“ก็จริงของนาย” เคย์สึเกะเลิกคิ้วพร้อมกับยิ้มมุมปาก
ใครจะรู้ว่าในอกของเคย์สึเกะนั้นมีไฟเล็กๆ ถูกจุดขึ้นทีละนิด ราวกับว่าเคย์สึเกะเห็นแล้วว่าเขาจะต้องเก่งกว่านี้เพื่อที่จะชนะใคร
“เครื่องจะถึงสนามบินในอีกสิบนาทีครับ” มิทสึคุนิสื่อสารกับทุกคนในห้องโดยสารเมื่อมาถึงจุดที่ต้องสื่อสารแล้ว
ท่ามกลางสายฝนเกาะกราวบนกระจกหน้าเครื่อง ที่ปัดน้ำฝนดังเป็นระลอกเพื่อทำให้ทัศนวิสัยตรงหน้าไม่เลวร้ายจนเกินไป ดวงตาในกรอบแว่นของชายหนุ่มมองออกไปยังท้องฟ้าที่ยังค่อนข้างมืด แต่ยังเห็นไฟของแนวรันเวย์ที่อยู่ข้างหน้า
แต่เขาก็มั่นใจว่าเขาลงจอดได้แน่นอน
“AJN-297 heavy ลมทิศ 250 ความเร็ว 23 น็อต อนุญาตให้ลงจอด Runway 35L” เสียงวิทยุของแอเรียพูดกลับมา
“อนุญาตให้ลงจอดที่ Runway 35L AJN-297” เสียงสนทนาขออนุญาตระหว่างกัปตันกับหอบังคับการดังขึ้น ก่อนที่จะหันมามองเขาที่ตอนนี้มืออยู่ที่คันบังคับด้านข้างรออยู่แล้ว
“ตาเธอแล้ว คุโจ”
“รับทราบครับ” เสียงเรียบตอบนิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้น แม้จริงๆ ลึกๆ จะแอบเกร็งอยู่ไม่น้อย
“ความสูงหนึ่งพันฟุต ทุกอย่างคงที่” เสียงของกัปตันทานากะที่ทำหน้าที่มอนิเตอร์ทุกอย่างรายงานตามขั้นตอน
“รับทราบ ดำเนินการต่อ” ชายหนุ่มรับด้วยความเรียบนิ่ง ดวงตาของเขายังมองไปยังสัญญาณนำร่องอย่างไม่คลาดสายตา
ขณะที่เครื่องกำลังไปข้างหน้า แสงไฟของแนว Runway ก็ค่อยๆ ส่องทะลุม่านฝนมาเป็นริ้วๆ เครื่องสั่นไหวตามแรงลม แต่เขายังคุมคันบังคับแน่น แค่ขยับเล็กน้อยก็พอให้แนวร่อนกลับมาตรง
“ห้าร้อยฟุต ยังคงที่” กัปตันทานากะยังคงรายงานต่อ
“ดำเนินการต่อ” ร่างสูงตอบแต่ปาก แต่ดวงตายังคงจ้องภาพตรงหน้าอยู่
“เห็นไฟนำทางแล้ว” ไม่นานนัก ไฟนำทางก็อยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มพาเครื่องลงไปอยู่ระหว่างกลางของไฟนำทางอย่างใจเย็นจนกระทั่งลงจอด
แม้จะยังมีลมอยู่บ้าง แต่ชายหนุ่มก็คุ้นเคยกับคันบังคับไม่น้อย เขาขยับปรับได้อย่างชำนาญ
“หนึ่งร้อย ห้าสิบ สี่สิบ สามสิบ… Retard[5]” เสียงของระบบกล่าวเป็นระยะ
ในห้องนักบินทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด จนกระทั่ง
ฉับ!
เสียงของยางล้อเครื่องบินแตะ Runway ดังแน่นแต่ดังเท่าที่ทุกคนคาดหวังไว้เข้ามาในหูของนักบิน เสียงรายงานของกัปตันทานากะตามขั้นตอนยังคงเป็นไปอยู่ ส่วนร่างสูงก็แอบยกยิ้มในใจพร้อมกับลดความเร็วของเครื่องเพื่อให้เครื่องหยุดได้ในระยะที่เหมาะสม จนในที่สุดเครื่องก็จอดนิ่ง
เสียงปรบมือของกัปตันและผู้สังเกตการณ์ดังขึ้นจนคนที่ทำการจอดหันมอง
“ให้ตายสิ นายนี่มันคนบ้าชัดๆ” เคย์สึเกะชื่นชมก็จริงแต่ก็อดอึ้งไม่ได้ที่อีกฝ่ายตัดสินใจลงจอดทั้งๆ ที่อากาศและทัศนวิสัยมันแย่ขนาดนี้
แม้ตามมาตรฐานมันจะลงจอดได้ก็จริง แต่ทัศนวิสัยที่เห็นมันแย่มากๆ
เก่งชะมัด! นั่นคือสิ่งที่ดังก้องในหัวของเคย์สึเกะ และเขาก็ไม่อยากแพ้ สักวันเขาก็ต้องทำได้แบบนี้
ส่วนชายหนุ่มที่เพิ่งแลนด์จบก็ถอนหายใจยาวเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มตั้งท่าจะแลนด์ ดวงตาใต้กรอบแว่นแม้จะยังคงนิ่งสงบ แต่ในอกกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใจเต้นแรงใช้ได้
เขาก็คงเป็นคนบ้าแบบที่เคย์สึเกะว่าจริงๆ
“เธอพูดจบไฟลต์เลยนะ คุโจ” กัปตันทานากะยกหน้าที่จบไฟลต์ให้กับเขา จึงยกสายสื่อสารขึ้นมา
… … …
ฉับ!
เสียงของล้อดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกหนักแน่นแต่ไม่ได้แรงเท่าที่คิด ผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่องต่างปรบมือทันทีเมื่อเครื่องบินหยุดลง เพราะการลงจอดในสภาพที่มีทั้งลมทั้งฝนไม่ใช่เรื่องง่าย จนหลายคนทำใจแล้วว่าเครื่องคงดีเลย์ แต่จนแล้วจนรอด นักบินก็พาแลนด์ได้อย่างนิ่มกว่าที่คิดและปลอดภัย
ไม่นานก็มีเสียงของชายหนุ่มดังขึ้นจากไมค์สื่อสารของห้องนักบินเป็นภาษาอังกฤษ
“ท่านผู้โดยสารทุกท่าน ขณะนี้เครื่องบินของเราได้ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติมิลาน มัลเปนซาแล้ว เวลาท้องถิ่นขณะนี้คือสิบเจ็ดนาฬิกาสามสิบห้านาที อุณหภูมิข้างนอกอยู่ที่สิบสี่องศาเซลเซียส มีฝนตกเล็กน้อย
ในนามของสายการบิน AJN และลูกเรือทุกคน ขอขอบคุณที่เลือกเดินทางกับเราในครั้งนี้ และหวังว่าจะได้มีโอกาสต้อนรับทุกท่านอีกครั้งในโอกาสต่อไป”
สิ้นเสียงประกาศของนักบิน ผู้โดยสารทั้งลำปรบมือดังขึ้นอย่างชื่นชม เพราะใครๆ ก็รู้ดีว่ามิลานในช่วงต้นปีแบบนี้ขึ้นชื่อเรื่องดีเลย์ แต่การที่นักบินจอดได้อย่างปลอดภัยนั้นหมายถึงพวกเขาจะไม่ดีเลย์อย่างแน่นอน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากกว่าการดีเลย์
“เพื่อความปลอดภัย กรุณานั่งประจำที่จนกว่าเครื่องบินจะหยุดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ขอให้คืนนี้เป็นคืนที่ดีของทุกท่าน”
เครื่องบินที่จอดแล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวไปยังเทอร์มินัลที่ว่างอยู่ ใช้เวลาไม่เกินสิบนาที
มิโซระที่ลุ้นอยู่ตั้งแต่เห็นว่าฝนตกก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย เธอรู้ดีว่าสำหรับนักบินมันจะยากหรือง่ายแค่ไหน
ถ้าฝนตกอาจจะไม่ได้ลงจอด แต่เหมือนนักบินครั้งนี้จะมีฝีมือมากทีเดียว
ที่สำคัญการได้ลงจอดนั่นหมายถึงทุกคนจะได้ไปพักผ่อนได้เร็วขึ้น ไม่ก็จะได้ไปทำธุระที่นัดหมายได้ตามเวลา
ตอนที่เสียงประกาศในห้องนักบินประกาศออกมาก็ทำให้เธอยิ้มออกมาบางๆ เสียงนี้แม้จะไม่ได้รู้จักกันส่วนตัว แค่คุยกันไม่กี่คำก็จำความสงบและนิ่งแบบนี้ได้ดี
จะเป็นเขาที่พาพวกเธอลงอย่างปลอดภัยสินะ
อย่างไรก็ตาม เธอก็รู้สึกขอบคุณเขาตั้งแต่ที่สนามบินต้นทางแล้ว ถ้าเกิดที่ มิลานนี้เธอมีโอกาสได้บังเอิญเจอเขา เธอก็อยากขอบคุณเขาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
“ไปกันเถอะค่ะ” เมื่อเครื่องบินจอดเรียบร้อยพร้อมกับประตูของเครื่องเปิด ทั้งสามคนที่แทบจะไม่มีของถือขึ้นมาบนเครื่องก็ลุกขึ้นเพื่อที่จะออกไปข้างนอกและตรงไปที่โรงแรมเพื่อพักผ่อนเอาแรงกันก่อน
[1] Jumpseat ที่นั่งพิเศษในห้องนักบินที่มักจะอยู่ด้านหลังที่นั่งหลักของกัปตันและนักบินผู้ช่วย
[2] First Officer คือ นักบินผู้ช่วย
[3] Area Control การควบคุมจราจรทางอากาศที่ดูแลเครื่องบินที่กำลังบินอยู่ตามเส้นทางบินภายในเขตรับผิดชอบของศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศ
[4] Senior First Officer คือ ตำแหน่งนักบินผู้ช่วยระดับอาวุโส ซึ่งเป็นตำแหน่งรองลงมาจากกัปตัน
[5] ปฏิบัติการลดกำลังเครื่องยนต์อย่างรวดเร็วในระหว่างขั้นตอนการลงจอด
การพักงานวันที่สิบสองของมิทสึคุนิ หลังจากที่มิโซระทำงานเสร็จทั้งหมด หญิงสาวก็หลับบนรถ SUV คันหรูที่นั่งสบายที่สุดในชีวิตไปตลอดทาง จนไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองไม่ได้ถูกพากลับบ้านเหมือนทุกๆ วันกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบๆ ชั่วโมง รอบข้างมืดหมดแล้ว หญิงสาวจึงค่อยๆ ตื่นและมองไปรอบๆ ก็พบว่าที่นี่มันไม่ใช่ทางไปบ้านของเธอ แต่มันเป็นทางของเขตจังหวัดคานากาวะแล้ว“ไปไหนคะเนี่ย” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างสงสัย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้ม“ทำตัวน่าสงสัยนะคะ”“ผมแค่บังคับให้คุณทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับผมเท่านั้นเอง ยังไงคุณก็ไม่มีงานไปอีกสามวันนี่ครับ” มิทสึคุนิพูดจบ มิโซระก็หรี่ตามองช้าๆ แต่นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มยิ้ม“ยังไงก็... ค้างต่างจังหวัดสักวันสองวันนะครับ ผมเตรียมเสื้อผ้ามาให้แล้ว”“ก็ต้องแบบนั้นแหละค่ะ แต่อยากรู้จังว่าจะพาไปไหน”มิโซระตอนนี้เธอตื่นแล้วก็มองไปรอบๆ อย่างใจจดจ่อ ส่วนมิทสึคุนิก็ยกยิ้มพยายามขับไปตามทางเพราะเขามีนัดทานมื้อเย็น และเขาต้องไปให้ทัน อีกอย่างเขาจะพามิโซระไปช้ากว
โต๊ะแถลงการณ์ของบริษัท Starlight Entertainment ที่จัดร่วมกับสายการบิน AJN เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถูกจัดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ของสนามบินมิทสึคุนิในชุดนักบินเดินขึ้นมานั่งที่ฝั่งของ AJN ในฐานะผู้เสียหายจากการข่มขู่และทำร้ายร่างกายที่สนามบิน รวมถึงผู้เสียหายจากการใส่ร้ายส่วนมิโซระนั่งอยู่ฝั่ง Starlight โดยมีจินและผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรอีกคนอยู่ด้วย และตรงกลางระหว่างทั้งสองบริษัทคือตัวแทนจากสนามบินหลังจากเกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันที่สนามบิน และการที่สายการบินปล่อยให้ผู้โดยสารที่เคยมีประวัติขึ้นเครื่องมา ทั้งที่มีการรายงานว่ามีการข่มขู่ฆ่าตั้งแต่ต้นทางเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ เป็นความรับผิดชอบร่วมของสนามบินและสายการบินส่วน Starlight ในฐานะหนึ่งในผู้เสียหายที่ขึ้นมาเพื่อแถลงเฉพาะเรื่องแอคเคาท์ส่วนตัวของมิโซระเท่านั้น“เรื่องบัญชี SNS เดิมของมิโซระ พวกเราได้รับการติดต่อจากคนที่อยู่เบื้องหลังแล้ว เราได้ดำเนินการฟ้องตามกฎหมาย และได้ไกล่เกลี่ยเป็นที่เรียบร้อย ทางผู้ที่อยู่เบื้องหลังให้คำสัญญาแล้วว่าจะให้ความร่วมมือในการให้ข้
หลังจากข่าวใหญ่ที่สนามบิน กระแสใน SNS ก็ดุเดือดมาก แม้ก่อนหน้านี้ทุกคนจะเริ่มตั้งคำถามกับมิทสึคุนิ มีคนบางส่วนที่ไม่ได้ชอบที่มิโซระในฐานะศิลปินหญิงแสดงออกแบบนี้แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขนาดนี้ และมิทสึคุนิก็ยังคงพยายามปกป้องมิโซระอย่างเห็นได้ชัดทุกคนก็ออกมาประณามคนที่ทำและชื่นชมคนเป็นนักบินกันเป็นทางเดียว ส่วนทางบริษัท Starlight ก็ออกมาแถลงการณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และขอประณามพฤติกรรมดังกล่าวบริษัทฯ จะดำเนินคดีกับทั้งสตอร์กเกอร์และคนที่อยู่เบื้องหลังให้ถึงที่สุดและอีกหนึ่งทางที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ที่สุดและเงียบมาตลอด ในที่สุดก็ออกประกาศออกมาสองฉบับฉบับที่หนึ่ง คือการประกาศ ‘ไทระ โคฮาคุ’ นักบินรวมถึงพนักงานระดับสูงบางคน ว่าไม่ได้เป็นพนักงานของสายการบินอีกต่อไปจากการผิด ‘วินัยร้ายแรง’ ของกลุ่มคนพวกนี้ โดยไม่ได้บอกถึงสาเหตุที่แน่ชัด ทำเอาทุกคนคาดเดากันไปต่างๆ นานาอีกหนึ่งฉบับคือหนังสือประณามการกระทำที่สนามบินของสตอร์กเกอร์คนนั้น ที่กระทำอุกอาจ และหนังสือขอโทษที่ปล่อยให้ผู้โดยสารคนนั้นขึ้นเครื่องมาพร้อมกับมิโซระแ
‘สวัสดีครับ ผมกัปตันอินุอิ สายการบิน AJN จากประเทศออสเตรเลีย สู่ประเทศปลายทาง...’เสียงของกัปตันประกาศดังขึ้นบนเครื่อง สองหนุ่มสาวที่กำลังจะเดินทางกลับประเทศได้ขึ้นเครื่องตามเวลาเดิมที่กำหนดหลังจากที่มิทสึคุนิขอให้พนักงานต้อนรับภาคพื้นช่วยเหลือ ทางสายการบินก็ได้ตรวจสอบรายชื่อของผู้โดยสารทั้งไฟลต์ และไม่พบคนที่เคยมีประวัติที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรายชื่อผู้โดยสารก็ไม่ได้มีชื่อของผู้ชายคนนั้นที่เคยทำร้ายมิโซระเมื่อสองปีก่อนทางบริษัทฯ ให้ตัวเลือกกับทั้งสองคนว่าจะเปลี่ยนไฟลต์กลับไม่ว่าจะเป็นไฟล์ตที่เร็วที่สุดหรือหลังจากนั้นโดยสลับกับคนที่ Deadhead[1] กลับฐานแทน และอีกทางคือการกลับไฟล์ตเดิมมิทสึคุนิให้มิโซระเป็นคนตัดสินใจ มิโซระจึงเลือกกลับไฟลต์ที่จองไว้เพื่อไม่ให้เดือดร้อนลูกเรือคนอื่นๆ โดยให้ทางสายการบินและสนามบินได้เตรียมตัวเอาไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน และมิโซระเองก็ได้บอกทางค่ายไปแล้วเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้นตลอดไฟลต์หลายชั่วโมง ทั้งสองคนจองที่นั่งชั้นหนึ่งที่ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวและเลือกที่จะขึ้นเครื่องมาก่อนใคร จึงแทบจะไม่มีใครสังเกต
[หลังจากที่ครบกำหนดสิบสี่วัน ขอให้นักบินผู้ช่วยคุโจ มิทสึคุนิ มารายงานตัวที่สายการบินตามตารางบินที่ระบุ]เนื้อความในอีเมลถูกส่งมายังอีเมลของมิทสึคุนิตั้งแต่เมื่อคืน ชายหนุ่มที่กำลังทานอาหารก่อนที่จะเตรียมตัวบินกลับประเทศมองด้วยความไม่ได้ใส่ใจนักมันไม่ได้ผิดจากที่คาด อย่างน้อยๆ เขาก็ได้วันพักมาสิบสี่วัน แม้จะทำให้ชั่วโมงบินในเดือนนี้ของเขาลดน้อยลงก็ตามความคุ้มค่าของการพักงานนี้ไม่ใช่การเอาคืนโคฮาคุ หรืออะไรอื่นๆ สิ่งที่เขารู้สึกขอบคุณที่ถูกพักงานคือเวลาที่ใช้กับมิโซระ ทุกวินาทีมันมีค่าจริงๆ“ดื่มกาแฟหน่อยไหมคะ” เสียงหวานของมิโซระทำให้ชายหนุ่มเงยหน้ามองตามเสียง“ไม่ล่ะครับ ไว้ผมไปดื่มที่สนามบินทีเดียวเลย” เขาเงยหน้าตอบมิโซระด้วยรอยยิ้ม อีกฝ่ายก็พยักหน้าก่อนจะลุกไปสั่งกาแฟร้อนยามเช้าในตอนนั้นเอง สำหรับมิทสึคุนิแล้วนั้น อีเมลเรื่องงานของเขายังไม่ได้สำคัญเท่ากับสิ่งที่รินโกะบอกเรื่องของสตอล์กเกอร์คนนั้นกลับเป็นสิ่งที่ติดในใจของเขามากกว่าเขาไม่อยากให้มิโซระเจอสถานการณ์แบบวันนั้นอีกใบหน้าคมคายใต้กรอบแว่นในชุดแฟชันที่ยังคงดูสุภาพม
หลังจากที่มิโซระโพสต์ชี้แจงเรื่องราวทุกอย่างใน SNS ส่วนตัวของตัวเอง กระแสในอินเทอร์เน็ตก็เริ่มมีการสนับสนุนที่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนทั่วๆ ไป และแฟนคลับของศิลปินวงอื่นๆ ที่ก็อยากให้ศิลปินมีความสุขและพื้นที่ส่วนตัวแต่ก็ต้องยอมรับ ทุกอย่างในอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับชีวิตของศิลปินนั้นล้วนแล้วแต่ถูกขุดขึ้นมาได้ง่าย[ฉันชอบนะ ที่มิโซระออกมาแสดงจุดยืนแบบนี้ ขอบคุณที่ในประเทศนี้มีศิลปินแบบ Fairish และค่าย Starlight ไม่งั้นศิลปินก็คงเป็นพระเจ้าที่ไม่มีวันมีความรักอย่างเปิดเผยได้จริงๆ][ฉันในฐานะแฟนคลับของ No.1 นะ ฉันคิดว่าค่ายแสงดาวสุดยอดที่สุดแล้วจริงๆ พวกเราจะยืนข้างๆ พวกเธอตลอดไป][มิโซระสู้ๆ เธอไม่ได้ทำอะไรผิด เธอแค่อยากมีความสุขส่วนตัวบ้างก็เท่านั้น ฉันเชื่อว่าเธอจะกลับมาให้ความสุข และทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่อย่างที่เธอสัญญาแน่นอน]แฟนๆ ที่เข้าใจและอยากให้ศิลปินมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นก็ออกมาให้กำลังใจกันมากมาย แต่มันก็จะมีบางส่วนที่เริ่มขุดประวัติของมิทสึคุนินอกเหนือจากการศึกษาและการเป็นนักบิน[อันนี้ของจริงไหม เขาเคยแต่งงานแล้วหรอ ม
ปลายปีที่สามของการเดบิวต์ในฐานะศิลปิน‘การร่วมงานอย่างเป็นทางการรครั้งแรกระหว่าง AJN Airlines x Starlight Entertainment ในงานเปิดตัวฝูงบินใหม่ พร้อมกับการครบรอบเจ็ดปีของค่าย Starlight กำลังจะถูกจัดขึ้นในเร็วๆ นี้’การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเปิดฝูงบินใหม่ของหนึ่งในสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศถูก
อุ่น…ความรู้สึกแรกแล่นเข้ามาพร้อมกับลมหายใจแผ่วเบาข้างกาย ทำให้ร่างบางค่อยๆ รู้สึกตัว เธอกะพริบตาปรับสายตา ก่อนจะมองไปรอบห้อง เห็นผนังด้านหนึ่งที่มีตู้เสื้อผ้าเปิดค้างไว้ และชุดยูนิฟอร์มสีขาวกับสูทสีเข้มเข้มแขวนอยู่ภายใน…ชุดที่สะท้อนถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าของมันมือบางเอื้อมไปหยิบโทรศัพ
เลาจน์ของโรงแรมในช่วงเวลานี้ค่อนข้างเงียบและเป็นส่วนตัวชายหนุ่มชาวเอเชียร่างสูงนั่งอยู่ที่โต๊ะพร้อมเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ เนื่องจากวันพรุ่งนี้เขามีเที่ยวบินในช่วงบ่าย เขาจึงหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ทุกกรณีที่ไม่จำเป็นบนโต๊ะมีแท็บเล็ตเปิดเอกสารบรีฟรูต สลับกับแอปที่รายงานข่าวด้านการบิน เส้นทางบิน และสภา
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน แสงแฟลชสาดทั่วโซนสื่อมวลชนของงาน Milan Fashion Week ที่ประดับไปด้วยโลโก้ของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังจากทั่วทุกสารทิศ โดยเฉพาะจากอิตาลีขาเรียวก้าวลงจากลิมูซีนที่ทางแบรนด์เตรียมไว้ ท่ามกลางแสงแฟลชและเสียงชัตเตอร์ที่รายล้อมโดยไม่มีความตื่นกลัวแม้แต่น้อยส้นร







