Mag-log inเสียงโหวกเหวกดังก้องใต้อาคารสูง สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่มหาวิทลัยรัฐบาลที่มีผู้คนจำนวนมากเพราะมันเต็มไปด้วยเหล่านักศึกษากระเป๋าหนัก และทายาทของคนมีฐานะทั้งหลายมากระจุกรวมตัวกัน รวมไปถึงแก๊งเพื่อนสนิททั้งสามคนที่เวลาพัดผ่านจนสามสาวเติบโตขึ้นมาสวยสะพรั่งนั่งจับกลุ่มหยอกล้อกันอยู่ตรงโต๊ะด้านในสุดติดริมทางเดิน
“…ฉันอยากย้ายคณะเลยอะ ดูสิ ตึกวิศวะมีแต่หนุ่มหล่อ ๆ ทั้งนั้นเลย”
จีน่าที่แต่ก่อนว่าสวยแล้วตอนนี้ยิ่งสวยขึ้นกว่าเดิมจนหนุ่ม ๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาต้องเหลียวมองกันเป็นแถบ สาวฮอตยกแขนขึ้นวางบนโต๊ะแล้วเท้าคางมองหนุ่มนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกันด้วยแววตาหยาดเยิ้มเป็นประกายระยิบระยับ
“ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเปลี่ยนไปกี่ยุค…ยัยนี่ก็แรดเหมือนเดิม”
ฮารุกรอกตาขวับไปมองเซียที่เพิ่งพูดประโยคชวนทะเลาะออกมา เธอส่งสายตาตำหนิทันทีเพราะไม่ต้องการให้จีน่าวีน หรืออารมณ์เสียขึ้นมาในตอนนี้ที่บรรยากาศรอบตัวกำลังดี ๆ
“…ไม่เป็นไร วันนี้ฉันสวยมีแต่หนุ่มหล่อสนใจฉัน ฉันจะให้อภัยในความปากหมาของแก…เซีย”
สาวหน้าเหวี่ยงทำหน้าเชิดแล้วสะบัดผมใส่เพื่อนสนิทอีกคนที่โตมาสวยคมกินกันไม่ลง เซียได้แต่มองความมั่นอกมั่นใจของจีน่าที่ดูท่าน่าจะพกมาเกินร้อยด้วยสายตาว่างเปล่าแกมล้อเลียน
“แล้วนี่จะไม่แยกย้ายกันไปเรียนเหรอ? จะนั่งดูผู้ชายอีกนานปะ”
“…ก็”
“แหม ทำเป็นไม่รู้ไปได้นะยัยเซีย ที่ยัยฮารุมันชวนพวกเรามารวมตัวกันที่คณะมันทุกวันก็เพราะอยากมีเพื่อนมาดักรอเจอหนุ่มหล่อคนเดียวในใจของมันน่ะสิ…ว่าแต่ ทำไมวันนี้พี่เขามาสายจังล่ะ?”
ปากเล็กที่กำลังจะอ้าอธิบายถูกยัยจีน่าเพื่อนตัวดีชิงพูดเสียก่อน ฮารุเลยได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ ยอมรับออกไปแล้วมองเพื่อนสาวอย่างจีน่าหันซ้ายหันขวามองหาโทบิ หรือรุ่นพี่ที่เธอแอบชอบจนถึงขนาดตามมาเรียนคณะเดียวกันกับเขาในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน…
“เป็นเอามาก”
เซียยังคงน้ำเสียงเอือมระอาไว้ได้เป็นอย่างดี สาวห้าวยกแขนขึ้นกอดอกปล่อยผมดำยาวตกลงด้านหลังแล้วหลุบตามองนาฬิกาตรงข้อมืออย่างคนรอเวลาเพื่อที่จะได้ออกไปจากสถานที่ตรงนี้
“มาแล้ว ๆ”
ทันทีที่จีน่าส่งเสียงบอกพร้อมเขย่าแขนเธอเต็มแรงเพื่อส่งสัญญาณว่าคนที่เธอรอเจอหน้าเดินเข้ามาใต้อาคารแล้ว ฮารุรีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมพร้อมดันแว่นเฉิ่ม ๆ ของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง คนตัวเล็กสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเตรียมจะลุกออกจากโต๊ะเพื่อทักทายชายหนุ่มที่เขากำลังเดินตรงมาทางเธอ
“…สวัสดีค่ะ พะ พี่”
วึบ!
เสียงลมกระทบใส่ใบหน้าขาวซีดเต็มแรงจนเสื้อผ้าที่ฮารุสวมใส่ขยับไปตามแรงของมัน ปากเล็กอ้านิ่งไม่ทันได้พูดทักทายจบประโยคคนที่เธอรอเจอเขาก็เดินผ่านหน้าไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง ฮารุมองตามแผ่นหลังกว้างของคนที่ตนแอบชอบด้วยความไม่เข้าใจ แม้เขาจะมีพฤติกรรมเฉยชาแบบนี้กับเธอมาตลอดสามปีก็ตาม
สามสาวผงกหัวคลี่ยิ้มบาง ๆ ส่งให้เพื่อนสนิทโทบิอย่าง ‘เฟย’ แทน เมื่อหนุ่มผมสกินเฮดหันมาทักทายตามมารยาทแทนเพื่อนของตนก่อนจะเดินหายเข้าไปในอาคารเรียนเช่นกัน
“…ไหนแกบอกว่าความสัมพันธ์ของแกกับพี่เขาพัฒนาแล้วไง”
เป็นจีน่าที่หันขวับกลับมาถามเพื่อนด้วยความสงสัย แต่พอเห็นสีหน้าของฮารุสาวมั่นก็พอจะเข้าใจโดยไม่ต้องรอให้เพื่อนของตัวเองอธิบายเพิ่ม
“พัฒนาลงเหวน่ะสิ ดูก็รู้ว่าไม่ได้สนใจแกสักนิด เลิกตามวอแวมันได้ละ”
เซียเท้าแขนกับโต๊ะแล้วยันตัวเองลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินไปยังอาคารเรียนของตนเอง
“…ช่วงนี้พี่เขาคงเครียด ๆ เรื่องเรียนมั้ง ใกล้จะจบแล้วไง”
เธอเอ่ยเสียงอ้อมแอ้มหาเหตุผลมาสนับสนุนในพฤติกรรมเฉยชาของโทบิ แม้ในใจลึก ๆ จะรู้ดีว่าผู้ชายคนนั้นไม่ได้สนใจตัวเองเลยก็ตาม แต่จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อคนมันชอบไปแล้ว เธอยอมทิ้งความฝันของตัวเองแล้วมาเรียนคณะเดียวกันกับเขา ไหนจะพยายามส่งข้อความไปหาอยู่ตลอดเพราะอยากมีตัวตนในชีวิตของผู้ชายคนนั้น อยากให้เขาเห็นว่าเธอมีความรักที่บริสุทธิ์ และจงรักภักดีขนาดไหน
“เออ ช่างเหอะ! ไปเรียนไปเดี๋ยวสาย ไว้เจอกัน”
จีน่าพูดปัดแล้วดันเพื่อนทั้งสองคนให้แยกย้ายไปคนละทาง สามสาวแยกกันเดินไปยังอาคารเรียนของตนเอง จะมีก็แต่คนตัวเล็กที่จำใจมาเรียนคณะวิศวะฯ เพราะอยากอยู่ใกล้ผู้ชายที่ตัวเองแอบชอบนี่แหละ
ยากก็ยาก เรียนก็ไม่เข้าใจ แต่จะทำยังไงได้…
“ใช่ว่าจะได้เจอกันที่ไหน”
ฮารุเดินคอตกกอดหนังสือเล่มหนาออกมาจากห้อง เธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในคลาสแถมตั้งแต่ก้าวขาเข้ามาเป็นเฟรชชี่ในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกันกับโทบิ เธอก็ยังไม่เคยได้มีโอกาสเจอเขาจัง ๆ สักหนเดียว นอกจากเดินสวนกันบ้างเหมือนช่วงเช้าที่ผ่านมา แล้วก็แค่นั้น
มือบางหยิบมือถือขึ้นมาดูข้อความเข้าที่เพื่อนของเธอส่งมาบอกว่ากำลังเดินมารวมตัวกันหน้าอาคารเรียน ฮารุเก็บมันเข้ากระเป๋าตามเดิมแล้วก้าวขาลงไปตามขั้นบันไดด้วยความรู้สึกห่อเหี่ยว ใบหน้าสวยก้มงุดมองแต่พื้นกระทั่งเสียงท่อไอเสียของรถซูเปอร์คาร์ดังกระหึ่มขึ้น เธอถึงได้เงยหน้ากลับขึ้นมา
บรื๊นนน!!
“…นั่นใครน่ะ”
ปากเล็กพึมพำเมื่อสายตาเห็นหนุ่มหล่อบ้านรวยที่เธอแอบชอบเขามาหลายปีเดินอ้อมจากฝั่งคนขับเพื่อมาเปิดประตูรถแสนแพงให้ผู้หญิงคนหนึ่งได้ก้าวเข้าไปนั่ง ฮารุไม่รอช้าเร่งฝีเท้าเดินตรงเข้าไปหาสองคนนั้นทันที
“ใคร?”
เสียงฮารุเรียกความสนใจให้ชายหนุ่มเจ้าของรถหันกลับมาหาตัวเอง เธอจ้องหน้าเขาก่อนจะเหลือบตามองผู้หญิงหน้าตาสะสวยอีกคนที่ตอนนี้เข้าไปนั่งอยู่ในรถของรุ่นพี่ที่เธอชอบแล้ว แถมเธอยังสังเกตเห็นความรำคาญใจที่โทบิแสดงมันออกมาผ่านสายตาของเขาอีกต่างหาก
“แฟน”
“…”
เสียงทุ้มดังก้องวนอยู่ในหัว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ ฮารุปล่อยหนังสือเล่มหนาในมือตกลงกับพื้นเสียงดังฟุบ เธอกระพริบตาถี่ ๆ แล้วสูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้ง
“…ไม่จริง ออกมานะ!”
คนตัวเล็กส่ายหน้าช้า ๆ แล้วตรงรี่เข้าไปกระชากผู้หญิงที่นั่งเป็นตุ๊กตาออกมาจากรถของผู้ชายที่เธอชอบ ฮารุใช้แรงทั้งหมดกระชากตัวผู้หญิงคนนั้นออกมาได้สำเร็จก่อนที่เธอจะถูกโทบิกระชากแขนเหวี่ยงให้ออกห่างเต็มแรง
พลั่ก!
“เป็นบ้ารึไง! ทำตัวน่าสมเพช”
โทบิกดเสียงต่ำ เขายืนเท้าเอวมองฮารุนั่งกองอยู่กับพื้นด้วยท่าทางหงุดหงิด มือหนายกขึ้นเสยผมอย่างคนหัวเสียก่อนที่ผู้หญิงสวยคนนั้นจะเดินเข้ามาคล้องแขนแล้วลูบต้นแขนเขาช้า ๆ เพื่อบรรเทาอารมณ์ร้อนของโทบิให้ลดลง
“…ขอโทษแคนดี้ซะ กับพฤติกรรมแย่ ๆ ของเธอ”
“ไม่”
ฮารุสวนกลับทันควันเธอปรายตามองผู้หญิงที่เป็นหนามหัวใจเพียงนิดก่อนจะยันตัวส่งตัวเองลุกขึ้นยืนพร้อมความรู้สึกปวดร้าวตามเนื้อตัว
“…เกิดอะไรขึ้น!? แกโอเคไหม?”
“มาก็ดี พาเพื่อนพวกเธอไปให้ห่างจากฉัน”
โทบิมองรุ่นน้องตั้งแต่สมัยมัธยมอีกสองคนที่เพิ่งวิ่งเข้ามาประคองยัยเฉิ่มที่คอยตามวอแวเขามาหลายปี ปากหนาเอ่ยบอกเซียกับจีน่าแต่ตากลับจ้องใบหน้าขาวซีดใต้แว่นอยู่ตลอด เขาดึงตากลับหันไปจับพลิกแขนสาวสวยที่ตัวเองกำลังคั่วอยู่ด้วยความห่วงใย
“ไปเถอะ วันนี้แกต้องเข้าไปคุยกับที่บ้านหนิ”
เซียพูดพร้อมรั้งแขนเพื่อนสนิทตนเองที่ยังทำท่าจะเดินเข้าไปหารุ่นพี่ที่ตัวเองชอบ จีน่ารีบจับแขนฮารุไว้อีกข้างแล้วพยักเพยิดหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่เซียพูดทำให้คนตัวเล็กต้องยอมเดินจากออกมาแบบไม่มีทางเลือก
พลั่ก! “อื้มม…กะ กลับคอนโดก่อนไหม?” “ไม่ ที่นี่ไม่มีใครสักหน่อย ฉันทนไม่ไหวแล้ว” จุมพิตแผ่วเบาเมื่อสักครู่แปรเปลี่ยนเป็นจูบดูดดื่มเมื่อโทบิเริ่มคุมร่างกายตัวเองไว้ไม่อยู่ เขาอุ้มฮารุเดินเข้ามาด้านในก่อนจะปล่อยคนตัวเล็กให้ยืนด้วยขาตัวเองแล้วส่งมือไปช่วยปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างบางตรงหน้า ชายหนุ่มใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีก็ได้เห็นร่างนุ่มนิ่มเย้ายวนล่อนจ้อน เขาสาวเท้าเข้าไปประชิดก่อนจะรวบตัวฮารุขึ้นอุ้มอีกครั้งให้ขาเรียวเกี่ยวคล้องกับสะโพกตนเองไว้ “เธอก็ดูจะพร้อมนะ” “อืมมม ชอบจัง” ฮารุสูดปากทิ้งมือวางบนบ่าแกร่งกลีบดอกไม้งามมีแท่งร้อนเสียบเข้ามาในตัว กึ่งกลางตัวของเธอเปียกเยิ้มตั้งแต่ได้จูบกับโทบิที่หน้าบริษัทแล้ว… ปึก ปึก ปึก “ซี้ดด อาาา…แน่นฉิบ!” “ชอบไหมคะ อ๊ะ กระแทกฮารุแรง ๆ สิ อื้มมม” ฮารุเอ่ยท้าทายเสียงหวานเธอปรือตามองใบหน้าหล่อเหลาที่โทบิกำลังขบสันกรามแน่นแล้วกระหน่ำกดกระแทกตัวตนเข้าใส่ เขาส่งท่อนเอ็นเสยเข้ามาในโพรงสวาทเธอไม่เว้นช่วง มันทั้งเสียวสะท้านและเร่า
“ขอบคุณผู้ช่วยทุกคน ทีมงานทุกฝ่าย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างอาคารแห่งนี้เพื่อก่อตั้งเป็นบริษัทดีไซน์เนอร์ครบวงจร…ต้องขอบคุณจริง ๆ ค่ะ ที่ทุกท่านลงแรงกายแรงใจและทุ่มเทไปกับฮารุ” วู้ววว~ เสียงปรบมือผสมเสียงโห่ร้องดังกึกก้องทั่วอาคารเมื่อสาวสวยเจ้าของบริษัทขึ้นไปบนเวทีเพื่อเอ่ยขอบคุณการทำงานอย่างหนักตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ทุกฝ่ายทุ่มกันสุดตัว จนความสำเร็จฉายชัดออกมาเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เห็น “…ผมก็คงไม่มีคำพูดอะไรนอกจากขอบคุณ แผนงานนี้คงสำเร็จไม่ได้เลยถ้าขาดการวางแผนที่ดีของฮารุและความร่วมมือจากทุกคนครับ” แปะ แปะ แปะ โทบิรับไมค์จากฮารุมาถือไว้ในมือแม้เขาจะไม่อยากออกหน้าออกตาแต่คนตัวเล็กก็ไม่ยอม ฮารุเอาแต่ย้ำบอกว่ายังไงเขาก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แผนงานของเธอราบรื่น “พรุ่งนี้บริษัทของเราจะเปิดทำการวันแรก ฮารุหวังว่าทุกคนจะเตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาเริ่มลุยงานไปด้วยกันนะคะ!” ร่างบางยกกำปั้นขึ้นตรงหน้าฮารุฉีกยิ้มกว้างอีกครั้งก่อนจะเดินลงจากเวทีขนาดเล็กที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับงานเปิดตัวบริษัทอย่า
“รบกวนเอาเก้าอี้ตัวนี้ออกให้หน่อยครับ” “ไม่ต้องค่ะ ๆ ตัวนั้นก็ไม่ต้องค่ะ” ฮารุรีบหันไปบอกพนักงานเสิร์ฟที่กำลังเดินเข้ามายกเก้าอี้ตัวข้างเธอพลางชี้นิ้วไปที่เก้าอี้ว่างอีกตัวข้างจีน่าด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้พนักงานของร้านยกมันออกไปตามคำสั่งของมาร์ติน “อะไรของแกฮารุ เราจะได้มีพื้นที่เหลือ ๆ สั่งอาหารไปตั้งเยอะแยะจะมานั่งเบียดกันทำไม” จีน่าถามพลางจ้องใบหน้าสวยของเพื่อนสาวคนสนิทอย่างคนไม่เข้าใจในพฤติกรรมแปลก ๆ ของเพื่อนตัวเอง “…เดี๋ยวมีคนมาเพิ่มอีกสองคนไง จะเอาออกทำไมล่ะ” ฮารุอ้อมแอ้มพูดไม่เต็มเสียงเธอใช้ปลายนิ้วทัดผมที่หูด้วยท่าทางเขินอาย ปฏิกิริยาของคนตัวเล็กทำให้เพื่อนทั้งสามคนต่างหันไปมองหน้ากันเอง “อีกสองคน? แกหมายความว่าไง” เซียได้โอกาสพูดหลังจากเงียบอยู่นาน สาวหน้านิ่งหรี่ตาลงเพื่อสังเกตเพื่อนสาวผมบลอนด์ที่ยังไม่หยุดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับจานข้าว “…ก็ ก็ คือ” “แปลก ๆ ถึงขั้นติดอ่างแล้วเหรอ” ขวับ ชิ้ง! เธอตวัดตามองค้อนมาร์ตินแล้วทำปากมุบมิบแท
“…” ฮารุนอนนิ่งไม่กล้าขยับตัวแม้เธอจะรู้สึกตัวตื่นได้สักพักแล้ว นัยน์ตาสวยมองทอดออกไปนอกหน้าต่าง เธอรู้สึกหนักอึ้งบริเวณเอวเพราะมีแขนแกร่งของใครบางคนกอดกระชับไว้จนเธอไม่สามารถกระดุกกระดิกตัวได้ ในหัวของเธอมีคำถามมากมาย เธอยังไม่เข้าใจในสิ่งที่โทบิทำเท่าไหร่นัก หรือการที่เขาเข้ามาหาเธอเมื่อคืนนี้แล้วมานอนกกกอดจนถึงตอนนี้มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ หรือแค่เพราะเขาต้องการเรื่องอย่างว่าเท่านั้น… “…เกร็งอะไรขนาดนั้น หื้ม” เสียงทุ้มพูดชิดท้ายทอยเขากระเถิบตัวเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วกดแนบริมฝีปากลงที่หลังคอของเธอ ทำเอาคนตัวเล็กขนลุกซู่ต้องหดคอหนี ฮารุคลายความกังวลลงเมื่อโทบิค่อย ๆ คลายอ้อมแขนของเขาออกแล้วจับเธอพลิกนอนหันหน้าเข้าหากัน “…นอนกอดทั้งคืนแบบนั้น ใครจะไม่เกร็ง” “ไม่ได้เหรอ” “…” ระหว่างคิ้วของฮารุย่นเข้าหากัน เธอจ้องตาคมกลับไปเมื่อสัมผัสได้ถึงความออดอ้อนของโทบิ สายตากับน้ำเสียงของเขาตอนนี้มันจะไม่เหมือนคู่รักนอนกกกันไปหน่อยเหรอ… “เป็นอะไรของพี่ทำไมอยู่ดี ๆ ถึง…”
“…อื้ม ลืมของเหรอ” ฮารุส่งตัวเองลุกขึ้นนั่งสาวสวยหอบร่างโอนเอนเดินโซซัดโซเซไปเปิดประตู เธอเข้าใจว่ามาร์ตินลืมอะไรสักอย่างแล้วคงกลับมาเอา ฮารุกดปลดล็อกผ่านระบบอัตโนมัติเธอยืนอยู่แบบนั้นทั้ง ๆ ที่ตายังไม่เปิดดี “พี่มา…อืมม” เสียงหวานขาดช่วงไปเมื่อชายหนุ่มข้างห้องก้าวขาเข้ามาในห้องเธอ เขารั้งเอวบางเข้าหาใช้สายตาสำรวจทั่วร่างฮารุเพียงครู่ก็แนบริมฝีปากประกบลงมาทันที “อะ อือ” คนตัวเล็กปัดป่ายมือพยายามดันอกแกร่งออก ปากของเธอถูกเขาดูดดึงก่อนที่ชายหนุ่มจะสอดลิ้นหนาเข้ามาไล่ต้อนลิ้นเรียวไปดูดกิน เขาเกี่ยวรั้งลิ้นเธอเพื่อแลกสัมผัสเร่าร้อน โทบิก้าวเท้าเดินแล้วกดไหล่ให้ฮารุลงไปคุกเข่ากับพื้น “อะ อะไรของพี่…ยังมึนอยู่ ไม่อยากทำ” ฮารุนั่งทิ้งตัวทับส้นเท้าเธอเงยหน้ามองใบหน้าหล่อคมของคนที่เธอไม่ได้เห็นหน้าเขามาหลายวัน โทบิยกยิ้มมุมปากเขาไม่พูดอะไรแต่กำลังถอดกางเกงนอนขายาวออกจากตัว “มึนสิดี เอากันน่าจะเพลิน” อึก! “อ่าาา” เสียงลำรักถูกดันเข้าไปในโพรงปากเล็กพร้อมกับเสียง
“ไปเที่ยวกันมาสนุกไหมคะ?” ทันทีที่ร่างบางโผล่พ้นเข้ามาในห้องประชุมฮารุก็เอ่ยปากแซวพ่อกับแม่ของตน เธอยักคิ้วลิ่วตามองผู้มีพระคุณด้วยสายตาหยอกล้อก่อนจะเดินไปหย่อนบั้นท้ายลงนั่งเก้าอี้ตัวใกล้ ๆ กัน “…เที่ยวตรงไหนพ่อกับแม่ไปประชุม” “ไม่ต้องมาโกหกหนูเลย เห็นนะว่าแอบไปดินเนอร์กันสองต่อสองหลังเสร็จงาน เกรงใจคนโสดบ้างสิ” สาวผมบลอนด์แกล้งทำปากคว่ำหลังไปไถดูโซเชียลของครอบครัวแล้วเห็นแม่ลงรูปไปทานดินเนอร์มื้อพิเศษพร้อมดอกไม้ช่อโตในมือ สวีทหวานกันออกหน้าออกตาจนลูกสาวแท้ ๆ อย่างเธอยังอดอิจฉาตาร้อนไม่ได้ “โอ๋ ๆ ไม่นอยนะลูกสาวแม่ แต่ถ้าทนดูไม่ไหวก็หาผู้ชายดี ๆ สักคนมาดามใจสิจ๊ะ” พิมดาวส่ายหน้าแล้วหันไปยิ้มกับสามีก่อนจะหันมาพูดทีเล่นทีจริงกับลูกสาวแสนสวยที่ยังนั่งทำหน้างอปากคว่ำไม่เลิก “ชิ! ไม่เอาหรอกกลัวไม่เจอผู้ชายดี ๆ แบบพ่อ” ฮารุส่ายหน้าเป็นพัลวันแม้ปากจะปฏิเสธไปแบบนั้นแต่วันนี้คนตัวเล็กตั้งอกตั้งใจแต่งหน้าแต่งตัวมาสวยพริ้งเพราะรู้ว่าจะได้เจอใครอีกคนที่ต้องมาฟังประชุมรายงานความคืบหน้าพร้อมกัน







