LOGINฟาริคใช้สายตาเรียบนิ่งของเขาจ้องมาที่ริมฝีปากของเลย์ลาครู่หนึ่งและเหมือนว่าใบหน้าหล่อคมคายกำลังขยับโน้มเข้าไปหาเธอ
เลย์ลาที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกตัวแข็งทื่อมือเรียวของเธอที่วางอยู่บนบ่าเขากำลังกำเสื้อคลุมที่เขากำลังสวมใส่แน่น
ก๊อก! ก๊อก!
แต่ทว่าเสียงเคาะประตูห้องพักหรูก็ดังขึ้นทำให้คนตัวเล็กที่กำลังนั่งตัวเกร็งอยู่บนตักแกร่งรีบดีดตัวลุกพรวดออกจากตักของฟาริค
"อะ เอ่อ ละ เลย์ลาขอตัวไปเก็บของก่อนนะคะ เดี๋ยวเลย์ลาต้องมีไปทำธุระข้างนอกต่อค่ะ"
เลย์ลาเอ่ยพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก เธอก้มหัวให้
ฟาริคเล็กน้อยก่อนจะรีบหมุนตัวเดินไปเปิดประตูแล้วเธอก็พบเข้ากับลูอิสที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูพอดีเลย์ลาก้มหัวให้ลูอิสเล็กน้อยก่อนที่เธอจะรีบสาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็วด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก ทำเอาลูอิสถึงกับมองตามแผ่นหลังของเลย์ลาไปด้วยสายตางุนงง
"มึงมาทำไม" เสียงทุ้มต่ำของฟาริคเอ่ยพูดกับลูอิสด้วยสีหน้าหงุดหงิด ทำเอาลูอิสที่สาวเท้าเข้ามาแสดงสีหน้างุนงงไปยิ่งกว่าเดิม
"เฮียเรียกผมให้เอาเอกสารมาให้ไงครับ"
"กูเรียกไปตั้งนานทำไมเพิ่งเอามาตอนนี้"
"ก็เฮียบอกผมว่าอีกยี่สิบนาทีค่อยเข้ามา เฮียจะอาบน้ำก่อนผมก็เลยรอยี่สิบนาทีแล้วค่อยเข้ามาครับ"
"อืม มึงนี่ตรงเวลาดีเนอะ"
"แน่นอนครับ ไม่อย่างนั้นผมจะได้มาเป็นลูกน้องคนสนิทของเฮียเหรอครับ" ลูอิสยกยิ้มขึ้นมาด้วยสีหน้าภูมิใจ
"อันนี้กูไม่ได้ชมนะ กูประชด"
"อ้าว" ลูอิสทำหน้าเหวอออกมาแต่ในตอนนั้นดวงตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับแก้วกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกตรงหน้าเจ้านายของเขา
"ว่าแต่แก้วกาแฟใครเหรอครับเฮีย"
"ของกู"
"แต่เฮียไม่ดื่มกาแฟไม่ใช่เหรอครับ"
"…" ฟาริคเงียบไม่ตอบอะไรกลับไป เขาเพียงแค่ใช้สายตาเรียบนิ่งของตัวเองจ้องมองไปที่แก้วกาแฟนั้นแถมในหัวก็พลางไปนึกถึงร่างเล็กของใครบางคน ลูอิสมองท่าทีของเจ้านายของตัวเองด้วยสีหน้างุนงงแต่เมื่อในหัวพลางนึกไปถึงท่าทีของเลย์ลาเมื่อสักครู่นี้ลูอิสก็ค่อย ๆ
ยกยิ้มออกมาอย่างเริ่มเข้าใจอะไรได้ฟาริคดึงสายตาราบเรียบของตัวเองออกมาจากแก้วกาแฟก่อนจะตวัดสายตาไปมองหน้าลูกน้องตัวเองแทน
"ยิ้มเหี้ยอะไรของมึง"
"ผมเปล่าครับ" ลูอิสรีบหุบยิ้มก่อนจะแสดงสีหน้าจริงจังในแบบของลูกน้องคนสนิทของมาเฟียหนุ่ม
"เปล่าอะไร ก็เมื่อกี้มึงยิ้มอยู่" ฟาริคที่รู้ว่าลูอิสกำลังจะกวนประสาทก็เลิกคิ้วถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่งตามแบบที่เขาชอบทำเช่นกัน
"เฮียผมถามจริง ๆ เฮียกำลังชอบเธอใช่มั้ยครับ"
"ไอ้นี่ พูดอะไรเพ้อเจ้อ กูไม่สนใจเรื่องไร้สาระแบบนั้นอยู่แล้ว"
"…" แม้ลูอิสจะได้ยินเจ้านายตัวเองปฏิเสธออกมาเสียงแข็ง แต่ยังคงทำหน้าไม่เชื่อออกมาอยู่ดี
"กูก็แค่เอ็นดูเธอ กูไม่เอาเด็กที่อายุเกือบเท่าน้องตัวเองมาทำเมียหรอก กูไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องไร้สาระพวกนั้นด้วย งานกูเยอะจะตายมึงก็รู้"
"งานเยอะแต่ก็ยังจะจัดหาที่หลับที่นอนให้เธอแถมยังเรียกเธอมาหาทุกวั๊น ทุกวัน"
"มึงทำงานกับกูมากี่ปีมึงเคยเห็นกูสนใจเรื่องอะไรแบบนั้นมั้ย กูเคยบอกมึงแล้วไงว่ากูไม่ได้สนใจอะไรเธอแบบนั้น กูก็แค่สงสารเธอ"
"เพราะทำงานกับเฮียมาหลายปีนี่แหละครับถึงรู้ว่าอาการของเฮียตอนนี้มันเริ่มไม่ปกติ"
เมื่อถูกหยอกล้อจนเกือบจะจนมุม ฟาริคก็หยิบกระดาษแผ่นนึงมาขยำ ๆ ในมือก่อนจะปาใส่ลูกน้องตัวเองทันทีด้วยความหงุดหงิด
"พูดมากจริง ๆ มึง ออกไปได้แล้วกูปวดหัว"
"ครับเฮีย งั้นผมวางเอกสารไว้ตรงนี้นะครับ" ลูอิสพูดขึ้นก่อนจะวางซองเอกสารไว้ตรงโต๊ะข้าง ๆ แก้วกาแฟ จังหวะที่จะหมุนตัวกลับลูอิสก็ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าติดกวนก่อนจะเอ่ยพูดกับเจ้านายตัวเองว่า
"แต่ถ้าเฮียมีอะไรอยากปรึกษา เรียกผมได้นะครับ ผมช่ำชอง"
"กู ไม่ ต้อง การ!" ฟาริคตะโกนไปตามหลังก่อนจะหยิบกระดาษมาขยำ ๆ และง้างมือทำท่าจะปาใส่ลูอิสอีกครั้ง
"กูน่าจะเอาไอ้เดียนไว้แล้วส่งมึงให้ไอ้ฟิลิกซ์ นิสัยแบบเดียวกันแม่งอยู่ด้วยกันได้เลย ไอ้เวร"
อีกด้าน
"สายตาเมื่อกี้มันคืออะไรน่ะ" เลย์ลายืนอยู่หน้ากระจกและเอ่ยพูดขึ้นกับตัวเอง เธอใช้ดวงตากลมของตัวเองมองเงาสะท้อนใบหน้าของตัวเองในกระจกและพบว่าตัวเธอเองมีสีหน้าที่แดงก่ำในตอนนี้ เลย์ลาหลับตาและพยายามสลัดภาพที่ฟาริคกำลังโน้มใบหน้าเข้ามาหาเธอออกจากหัว แต่ทว่าทั้งภาพและกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากร่างกายของฟาริคที่เธอได้กลิ่นมันยังคงหอมหวนติดอยู่ที่ปลายจมูกเธอไม่หาย
หากเมื่อกี้ไม่มีเสียงเคาะประตูเกิดขึ้นมันจะเกิดอะไรขึ้นนะ
เธอจมอยู่กับความคิดของตัวเองนานหลายนาที ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเธอที่เหมือนมาช่วยเรียกให้ได้สติกลับมาดังขึ้น
"เลย์ลา ตอนนี้อยู่ไหนแล้วเหรอ"
"เลย์ลายังไม่ได้ออกไปเลยค่ะ พี่กวินมีอะไรหรือเปล่าคะ"
"พี่จะฝากเลย์ลาซื้อของเข้ามาหน่อยได้มั้ย พอดีว่ากล่องใส่ขนมเค้กที่ร้านมันหมด พี่เตรียมเปิดร้านอยู่เลยไม่สะดวกขับรถออกไปซื้อ"
"อ๋อ ได้เลยค่ะพี่กวิน เดี๋ยวเลย์ลาแวะซื้อให้แล้วจะรีบเข้าไปนะคะ"
"ไม่ต้องรีบก็ได้ เดินทางมาดี ๆ ก็พอ เพิ่งเปิดร้านคนยังไม่เยอะเท่าไหร่หรอก"
"รับทราบค่ะพี่กวิน" เลย์ลาขานตอบกวินเจ้าของร้านกาแฟที่เธอกำลังทำงานอยู่ก่อนที่เลย์ลาจะรีบจัดข้าวของของตัวเองอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเธอก็รีบสาวเท้าออกมาจากห้องพักของเธอ จังหวะที่เธอเปิดประตู เธอเหลือบไปมองประตูห้องตรงข้ามเล็กน้อยและเห็นว่ามันปิดสนิทอยู่ สุดท้ายร่างเล็กก็ละสายตาออกมาและรีบสาวเท้าเดินออกมาทันที
ใช้เวลาไม่นานเลย์ลาก็เดินทางถึงร้านกาแฟที่อยู่ใกล้มหาลัยของตัวเอง
"พี่กวิน เลย์ลามาแล้วค่ะ" เลย์ลาเอ่ยทักทายกวินเจ้าของร้านกาแฟที่เธอทำงานด้วยมานานนับปี มือเรียวของเลย์ลาถือถุงกล่องขนมเค้กมืออีกข้างก็ถือกระเป๋าสะพายตัวเองด้วยท่าทีพะรุงพะรัง
"เดี๋ยวพี่ช่วย" กวินเดินเข้าไปหาเลย์ลาก่อนจะเอื้อมไปช่วยหยิบถุงกล่องขนมเค้กมาถือ
"ขอบคุณนะคะพี่กวิน"
"ไม่น่าใช้เราให้ซื้อของเลย ถุงอันนี้กับคนถือเกือบจะเท่ากันอยู่แล้ว"
"พี่กวินอย่าหาแกล้งเลย์ลา เลย์ลาสูงตั้งร้อยห้าสิบห้าเลยนะคะ"
"เลย์ลา เราใช้คำว่าตั้งร้อยห้าสิบห้าเลยเหรอ"
"เลย์ลาจะไปฟ้องกรมแรงงาน โดนเจ้าของร้านแกล้งทุกวันเลย" เลย์ลาแสดงสีหน้างอแงออกมาเมื่อโดนกวินพูดหยอกล้อเรื่องส่วนสูงของเธอ
"หึ เขาจะไล่เรากลับมาน่ะสิ เพราะพี่พูดความจริงทั้งนั้น"
"เลย์ลาไปจัดของดีกว่า อยู่ไปก็โดนพี่กวินแกล้งเปล่า ๆ" เลย์ลาหันไปทำหน้ายู่ใส่กวินก่อนจะสาวเท้าเดินไปสวมใส่ผ้ากันเปื้อนและเริ่มจัดข้าวของแบบที่เธอทำเป็นประจำ
กวินลอบยิ้มออกมาเบา ๆ ด้วยความชอบใจในท่าทีน่าเอ็นดูของเลย์ลา ก่อนที่เขาจะหยิบถุงกล่องขนมเค้กไปเก็บไว้ที่ชั้นเก็บของ
เมื่อถึงเวลาทำงานเลย์ลายังคงทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจเหมือนเคย เธอเต็มที่กับทุกอย่างที่เธอรับผิดชอบมาโดยตลอด
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปช่วงพลบค่ำ
ถึงเวลาเลิกงาน เลย์ลาช่วยกวินเก็บของเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ จากนั้นเธอก็เดินไปถอดผ้ากันเปื้อนออกและเดินไปหยิบกระเป๋าของตัวเอง
"พี่กวินเลย์ลากลับก่อนนะคะ พอดีเลย์ลามีไปทำงานต่อค่ะ"
"เดี๋ยวพี่ไปส่งมั้ย" กวินที่กำลังถอดผ้ากันเปื้อนออกก็หันไปเอ่ยพูดกับเลย์ลา
"ไม่เป็นไรค่ะ เลย์ลานั่งรถเมล์ไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว"
"เดี๋ยวพี่ไปส่ง อยากไปขับรถเล่นพอดี" กวินยกยิ้มพูดขึ้นต่อ พร้อมกับเดินสาวเท้าไปเก็บของใส่กระเป๋าสะพายและคว้ากุญแจรถบิ๊กไบค์ของตัวเองมาถือไว้ในมือ
"เจ้าของร้านพอปิดร้านแล้วก็ว่างแบบนี้นี่เอง" เลย์ลาที่ค่อนข้างสนิทกับกวินพอสมควรก็พูดกวนเขาไปเล็กน้อยตามนิสัยของหญิงสาว
"แน่นอน พี่ใจดีขนาดนี้อย่าลืมไปถอนฟ้องกรมแรงงานล่ะ" คำตอบที่กวินตอบกลับมาทำให้เลย์ลาหัวเราะออกมาในลำคอเบา ๆ
หึ
กวินก็ลอบยิ้มออกมาก่อนจะเดินไปหยิบหมวกกันน็อกของตัวเองมาถือไว้ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินมาที่รถบิ๊กไบค์คันใหญ่ของกวิน
"ใส่ซะสิ" กวินยื่นหมวกกันน็อกของตัวเองให้กับเลย์ลา
"แล้วพี่กวินล่ะคะ" เลย์ลาเอ่ยถามเขากลับ ในขณะที่มือก็เอื้อมไปหยิบหมวกกันน็อกนั้นมา
"พี่มีประกัน เธอใส่ไว้เถอะน่า"
"ค่ะ ขอบคุณนะคะ"
หลังจากนั้นรถบิ๊กไบคันใหญ่ก็ถูกขับออกมาโดยเลย์ลาที่นั่งซ้อนอยู่ก็ใช้มือกำชายเสื้อของกวินแน่น แต่โชคดีที่กวินไม่ได้ขับเร็ว ใช้เวลาไม่นานรถบิ๊กไบค์ก็ขับมาจอดหน้ากาสิโนหรูใจกลางเมือง
เลย์ลาก็ค่อย ๆ กระโดดลงจากรถและถอดหมวกกันน็อกยื่นให้กวิน ซึ่งตอนนั้นมันเป็นจังหวะเดียวกับที่รถหรูของฟาริคกำลังเลี้ยวเข้ากาสิโนตัวเองพอดี ดวงตาของฟาริคจ้องมองเลย์ลาที่กำลังยืนฉีกยิ้มให้ชายหนุ่มที่คร่อมบิ๊กไบค์อยู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนที่รถของเขาจะขับเข้าไปในกาสิโนโดยที่เลย์ลาไม่ทันได้สังเกตเห็น
"ทำงานที่นี่เหรอ" กวินเอ่ยถามเลย์ลา เลย์ลาที่ได้ยินก็พยักหน้าและยิ้มตอบ
"ใช่ค่ะ"
"งั้นพี่กลับแล้วนะ ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ"
"รับทราบค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาส่งเลย์ลา"
หลังจากแยกกับกวิน เลย์ลาก็เดินเข้ามาด้านในกาสิโน เธอใช้มือล้วงไปในกระเป๋าสะพายและหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาสแกนประตูด้านหน้าเพื่อจะไปที่ห้องพักของตัวเอง"อ๊ะ! ตะ ตกใจหมดเลย"แต่ทันทีที่ประตูเปิดออกเลย์ลาก็ต้องสะดุ้งเฮือกออกมาด้วยความตกใจเมื่อเจอฟาริคยืนพิงกำแพงและกอดอกมองเธออยู่"ใครล่ะคนที่มาส่ง" ฟาริคเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแบบที่เขาชอบทำเป็นประจำ"คุณฟาริคเห็นด้วยเหรอคะ""ทำไม ฉันเห็นไม่ได้หรือไม่ควรเห็นอย่างนั้นเหรอ?" คำถามของฟาริคทำเอาเลย์ลารีบส่ายหัวออกมารัว ๆ"เลย์ลาแค่สงสัยเฉย ๆ ค่ะ ตอนนั้นเลย์ลาไม่เห็นคุณฟาริคก็เลยไม่นึกว่าคุณฟาริคอยู่ตรงนั้นด้วย""จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องอะไรที่ฉันต้องมาสนใจหรอก แต่ฉันบอกเธอเพราะว่าฉันหวังดี…เลย์ลา เธอไม่สมควรมีแฟนเวลานี้หรอกนะ เธอยังต้องตั้งใจเรียนแถมยังต้องตั้งใจทำงานไม่ใช่เหรอ""แต่ว่า…" เลย์ลาที่ได้ยินคำพูดของฟาริคก็แสดงสีหน้างุนงงออกมา แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรต่อ"ฉันไม่ได้อะไรกับชีวิตรักของเธอหรอก ที่ฉันบอกฉันก็แค่หวังดี""เลย์ลารู้ค่ะว่าคุณฟาริคหวังดีกับเลย์ลา แต่พี่คนนั้น…""คบกันไปตอนนี้เดี๋ยวในอนาคตก็เลิกกัน ฉันไม่ได้แช่ง
ฟาริคใช้สายตาเรียบนิ่งของเขาจ้องมาที่ริมฝีปากของเลย์ลาครู่หนึ่งและเหมือนว่าใบหน้าหล่อคมคายกำลังขยับโน้มเข้าไปหาเธอเลย์ลาที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกตัวแข็งทื่อมือเรียวของเธอที่วางอยู่บนบ่าเขากำลังกำเสื้อคลุมที่เขากำลังสวมใส่แน่นก๊อก! ก๊อก!แต่ทว่าเสียงเคาะประตูห้องพักหรูก็ดังขึ้นทำให้คนตัวเล็กที่กำลังนั่งตัวเกร็งอยู่บนตักแกร่งรีบดีดตัวลุกพรวดออกจากตักของฟาริค"อะ เอ่อ ละ เลย์ลาขอตัวไปเก็บของก่อนนะคะ เดี๋ยวเลย์ลาต้องมีไปทำธุระข้างนอกต่อค่ะ"เลย์ลาเอ่ยพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก เธอก้มหัวให้ฟาริคเล็กน้อยก่อนจะรีบหมุนตัวเดินไปเปิดประตูแล้วเธอก็พบเข้ากับลูอิสที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูพอดีเลย์ลาก้มหัวให้ลูอิสเล็กน้อยก่อนที่เธอจะรีบสาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็วด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก ทำเอาลูอิสถึงกับมองตามแผ่นหลังของเลย์ลาไปด้วยสายตางุนงง"มึงมาทำไม" เสียงทุ้มต่ำของฟาริคเอ่ยพูดกับลูอิสด้วยสีหน้าหงุดหงิด ทำเอาลูอิสที่สาวเท้าเข้ามาแสดงสีหน้างุนงงไปยิ่งกว่าเดิม"เฮียเรียกผมให้เอาเอกสารมาให้ไงครับ""กูเรียกไปตั้งนานทำไมเพิ่งเอามาตอนนี้""ก็เฮียบอกผมว่าอีกยี่สิบนาทีค่อยเข้ามา เฮียจะอาบน้ำก่อนผมก็เลยรอยี่สิบนาทีแล้
วันถัดมาวันนี้เราออกมามหาลัยตั้งแต่เช้าเพราะว่าวันนี้เรามีเรียน ตอนนี้เราเรียนอยู่มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ปีที่สอง เราเข้าเรียนช้ากว่าเพื่อนในวัยเดียวกันหนึ่งปีเราเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์เพราะเราชอบวาดรูปแล้วเราก็มีความฝันอยากเป็นนักวาดชื่อดังที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองเป็นหมื่นเป็นแสนต่อเดือนการได้เป็นนักวาดชื่อดังคืออาชีพในฝันของเราเลยเรานั่งเรียนจนถึงประมาณสิบโมงครึ่งก็เลิกเรียนแล้ว เวลาเลิกตามตารางเรียนจริง ๆ คือสิบเอ็ดโมงแต่วันนี้เนื้อหาที่อาจารย์สอนค่อนข้างรวบรัดและไม่ได้ลงลึกมากเท่าไหร่จึงทำให้คลาสวันนี้เสร็จสิ้นไปอย่างรวดเร็วในตอนนั้นเราจึงรีบคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเองและเดินทางกลับหอพักเพื่อไปเอาของใช้ส่วนตัวที่เราได้เตรียมไว้บางส่วนไปเก็บที่กาสิโนใช้เวลาไม่นานเราก็ขนของใช้ของตัวเองและเดินทางไปที่กาสิโน เราแจ้งเรื่องย้ายออกกับทางหอพักแล้ว ซึ่งมันเป็นช่วงสิ้นเดือนพอดีทำให้เราต้องย้ายออกภายในสามวันนี้ แต่โชคดีที่ของใช้ของเราไม่มีอะไรมากมายเราสาวเท้าเข้ามาในกาสิโนของคุณฟาริคและเดินไปยังโซนที่แสนจะส่วนตัว เป็นโซนที่คุณฟาริคพาเราไปเมื่อวาน เราหยิบคีย์การ์ดที่
ถึงแม้สายตาของฟาริคที่จ้องมองเธออยู่นั้นราวกับว่าเขากำลังต้องการจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว แต่เลย์ลาเองไม่ทันได้สังเกตแววตานั้นเพราะสีหน้าราบเรียบของฟาริคปกปิดไว้ทั้งหมดและเธอกำลังตกใจเพราะคิดว่าเป็นคนที่ทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมา"เลย์ลาไม่ได้ตั้งใจ คุณฟาริคกำลังได้พักผ่อนแท้ ๆ เลย์ลาทำให้คุณฟาริคตื่นเลย""ไม่เป็นไร" ฟาริคเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้หลับอย่างที่เธอคิดก็ตาม แต่เลย์ลาที่ยิ่งได้ยินแบบนั้นก็ยังคงทำหน้างอกล่าวโทษตัวเองในใจ"ฉันบอกว่าไม่เป็นอะไรไง" ฟาริคเอ่ยย้ำอีกครั้งเพราะเห็นสีหน้าของเลย์ลาที่กำลังทำหน้างออยู่ ในตอนนั้นเลย์ลาจึงค่อย ๆ พยักหน้าให้เขาและแปรเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นปกติ"งั้นคุณฟาริคสะดวกคุยมั้ยคะ เลย์ลาจะถามว่าคุณฟาริคเรียกเลย์ลาให้มาหา มีอะไรรึเปล่าคะ""เธออยากย้ายมาอยู่ที่นี่มั้ย" ฟาริคเอ่ยพูดขึ้นอย่างไม่อ้อมค้อม เขาครุ่นคิดเรื่องนี้มาทั้งคืนหลังจากเห็นว่าหอพักที่เธออยู่ค่อนข้างอันตราย มันเป็นที่เปลี่ยวห่างไกลจากถนนหลักพอสมควร แถมเมื่อคืนเขายังสังเกตเห็นกลุ่มวัยรุ่นท่าทีไม่เป็นมิตรจับกลุ่มมั่วสุมกันอยู่บริเวณนั้นอีกด้วย"ที่นี่หมายถึงที่ไหนเหรอคะ"
เวลาผ่านล่วงเลยไปหลายชั่วโมงฟาริคที่กำลังนั่งอ่านเอกสารการก่อตั้งกาสิโนแห่งใหม่อย่างไร้สมาธิแบบที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน สุดท้ายเขาก็ต้องยอมแพ้และปิดแฟ้มเอกสารพวกนั้นลง เขาดันตัวลุกขึ้นก่อนจะหยิบเสื้อสูทสีดำของตัวเองที่วางพาดอยู่บนเก้าอี้มาถือไว้ก่อนที่สองเท้าหนักของมาเฟียหนุ่มจะเดินออกไปจากห้องทำงาน"เฮียจะกลับแล้วเหรอครับ" ลูอิสที่ยืนคุยงานอยู่หน้าห้องหันมาเอ่ยถามคนที่เปิดประตูออกมา"เออ ไปเตรียมรถ" เสียงทุ้มของฟาริคเอ่ยตอบด้วยท่าทีหงุดหงิดทำเอาลูอิสที่ได้ยินถึงกับขนลุกขึ้นมา ลูอิสก้มหัวรับคำสั่งของเจ้านายตัวเองก่อนจะเดินออกไป ส่วนฟาริคก็สาวเท้าเดินไปรอที่ประตูทางออกด้านหลัง ใช้เวลาไม่นานรถหรูก็ถูกขับมาจอดตรงหน้ามาเฟียหนุ่ม ฟาริคเดินขึ้นรถไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งจากนั้นรถหรูของเขาก็ขับเคลื่อนออกมาจากกาสิโนแต่เมื่อรถกำลังเคลื่อนตัวผ่านบริเวณด้านหน้าของกาสิโน ดวงตาคมของมาเฟียหนุ่มกลับไปสะดุดเข้ากับร่างเล็กของเลย์ลากำลังนั่งกอดเข่าอยู่บริเวณด้านหน้าของกาสิโน เนื้อตัวของเธอเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน แถมตอนนี้หน้ากาสิโนของเขาก็ไม่มีรถประจำทางผ่านมาสักคันเพราะมันไม่ใช่สายที่รถประจำทางวิ่งผ่าน"ล
"คะ คุณฟาริคว่ายังไงนะครับ" เสียงบัณฑิตเอ่ยถามฟาริคด้วยน้ำเสียงตกใจกับประโยคที่เพิ่งได้ยิน ไม่ต่างจากลูอิสที่กำลังแสดงสีหน้าคาดไม่ถึงเมื่อได้ยินว่าเจ้านายของตัวเองเอ่ยปากจะซื้อผู้หญิงคนนี้ลูอิสทำงานกับฟาริคมานานถึงสิบปีแต่ไม่เคยเห็นฟาริคแยแสหรือสนใจผู้หญิงคนไหน เพราะสำหรับเจ้านายเขาแล้วงานคือที่หนึ่งเสมอและฟาริคเป็นคนที่ไม่ยอมขาดทุนหรือเสียผลประโยชน์ของตัวเองอย่างแน่นอนฟาริคใช้สายตาจับจ้องไปที่ดวงตากลมของเลย์ลาที่กำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างมีความหวัง แต่เขาก็ต้องละสายตาออกจากเธอเมื่อบัณฑิตเอ่ยถามย้ำเขามาอีกครั้ง"คะ คุณฟาริคจะซื้อจริง ๆ ใช่มั้ยครับ""ถ้ากูไม่ซื้อ มึงจะทำยังไง?""ผมก็คงต้องขายยัยนี่ให้กับเสี่ยชัยยศครับ เพราะผมต้องใช้หนี้คุณนี่ครับ"มันเป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด ไอ้แก่สารเลวตั้งใจจะขายลูกตัวเองให้กับเสี่ยเหี้ยอะไรสักอย่างเพื่อนำเงินทั้งหมดมาใช้หนี้เขา…เป็นพ่อคนแบบไหนถึงทำกับลูกสาวตัวเองได้ขนาดนี้หมามันยังรักลูกตัวเองแต่ไอ้แก่นี่ทำตัวเสียชาติเกิด…หรือเขาควรจะยิงมันทิ้งไปเลยดี"ห้าล้านแลกกับหนี้ที่แกมีอยู่""แต่ถ้าผมขายให้เสี่ยชัยยศผมมั่นใจว่าผมจะได้มากกว่านี้นะครับ"




![ชีวิตนี้ฉันขอชดใช้ ด้วยลมหายใจสุดท้าย [SM] NC25++](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


