LOGINถึงแม้สายตาของฟาริคที่จ้องมองเธออยู่นั้นราวกับว่าเขากำลังต้องการจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว แต่เลย์ลาเองไม่ทันได้สังเกตแววตานั้นเพราะสีหน้าราบเรียบของฟาริคปกปิดไว้ทั้งหมด
และเธอกำลังตกใจเพราะคิดว่าเป็นคนที่ทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมา
"เลย์ลาไม่ได้ตั้งใจ คุณฟาริคกำลังได้พักผ่อนแท้ ๆ เลย์ลาทำให้คุณฟาริคตื่นเลย"
"ไม่เป็นไร" ฟาริคเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้หลับอย่างที่เธอคิดก็ตาม แต่เลย์ลาที่ยิ่งได้ยินแบบนั้นก็ยังคงทำหน้างอกล่าวโทษตัวเองในใจ
"ฉันบอกว่าไม่เป็นอะไรไง" ฟาริคเอ่ยย้ำอีกครั้งเพราะเห็นสีหน้าของเลย์ลาที่กำลังทำหน้างออยู่ ในตอนนั้นเลย์ลาจึงค่อย ๆ พยักหน้าให้เขาและแปรเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นปกติ
"งั้นคุณฟาริคสะดวกคุยมั้ยคะ เลย์ลาจะถามว่าคุณฟาริคเรียกเลย์ลาให้มาหา มีอะไรรึเปล่าคะ"
"เธออยากย้ายมาอยู่ที่นี่มั้ย" ฟาริคเอ่ยพูดขึ้นอย่างไม่อ้อมค้อม เขาครุ่นคิดเรื่องนี้มาทั้งคืนหลังจากเห็นว่าหอพักที่เธออยู่ค่อนข้างอันตราย มันเป็นที่เปลี่ยวห่างไกลจากถนนหลักพอสมควร แถมเมื่อคืนเขายังสังเกตเห็นกลุ่มวัยรุ่นท่าทีไม่เป็นมิตรจับกลุ่มมั่วสุมกันอยู่บริเวณนั้นอีกด้วย
"ที่นี่หมายถึงที่ไหนเหรอคะ" เธอถามเพราะไม่รู้จริง ๆ เพราะที่นี่คือกาสิโนมันมีที่พักอยู่ด้วยแบบนั้นเหรอ
"ก็ที่นี่ มันมีห้องพักอยู่ถ้าเธอสนใจ"
"ไม่เป็นไรค่ะคุณฟาริค เลย์ลารบกวนคุณฟาริคมาหลายอย่างแล้วค่ะ"
แน่นอนว่าเลย์ลาเลือกที่จะปฏิเสธเพราะด้วยนิสัยขี้เกรงใจและอีกอย่างฟาริคก็ช่วยเหลือเธอมามากมายจนเธอไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณเขายังไงแล้ว
"อยู่ที่นี่มันสะดวกกว่าแล้วอีกอย่างเธอก็ทำงานที่นี่อยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเงินและเสียเวลาเดินทางกลับบ้านตอนดึก ๆ ดื่น ๆ แถวนี้มันไม่มีรถประจำทางหรอกนะ"
เลย์ลาเงียบไปอย่างนึกคิด เพราะว่าตอนที่เธอเดินทางมาป้ายรถประจำทางอยู่ห่างจากกาสิโนเกือบหนึ่งกิโลเมตร เรื่องเดินมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเธอเลย แต่ปัญหาสำหรับเธอคือเธอเลิกงานช่วงเวลาเที่ยงคืนของทุกวันมันเลยทำให้เลย์ลาค่อนข้างกังวลเรื่องความปลอดภัย
"ไปดูห้องก่อนก็ได้เผื่อจะเปลี่ยนใจ"
"เลย์ลาไม่ได้กังวลเรื่องนั้นอยู่แล้วค่ะ เลย์ลาอยู่ได้ทุกที่ แต่เลย์ลาแค่ไม่อยากรบกวนอะไรคุณฟาริคมากไปกว่านี้แล้วค่ะ"
"ลุกมาสิ"
นอกจากฟาริคเหมือนจะไม่สนใจคำปฏิเสธของเธอแล้ว ตอนนี้มาเฟียหนุ่มยังเหมือนกำลังจะยัดเยียดที่อยู่ใหม่ให้เธออีกด้วย
เลย์ลายอมเดินตามฟาริคไปเงียบ ๆ ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่ากาสิโนใหญ่โตจะมีโซนนี้ซ่อนอยู่อีกด้วย เป็นโซนที่ไม่มีคนหรือลูกน้องของฟาริคพลุกพล่านเพราะมันเป็นโซนส่วนตัวสำหรับฟาริคเอง มีเพียงลูกน้องคนสนิทไม่กี่คนที่จะได้รับอนุญาตมาที่โซนนี้ แต่ก็เมื่อฟาริคเอ่ยเรียกเพราะต้องการใช้งานเท่านั้น
ฟาริคเปิดประตูห้องห้องหนึ่ง ก่อนจะหันไปพูดกับเลย์ลาที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง
"เข้ามาสิ"
เลย์ลาสาวเท้าเดินตามเขาเข้าไป คนตัวเล็กกวาดสายตามองไปรอบห้อง เธออ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็นเพราะห้องกว้างขวางอย่างกับคอนโดหรูแถมยังมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน
"เลย์ลาขอบคุณ คุณฟาริคมากจริง ๆ นะคะที่ใจดีกับเลย์ลาขนาดนี้ แต่เลย์ลาคงรับไว้ไม่ได้ เลย์ลาอยู่หอพักแบบเดิมดีกว่าค่ะ เลย์ลาจะตั้งใจทำงานและไม่มาทำงานสายแน่นอนค่ะคุณฟาริค" เลย์ลายกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยบอกฟาริคด้วยท่าทีนอบน้อม
ฟาริคที่ได้ยินคำปฏิเสธของเธอก็ยังคงแสดงสีหน้าเรียบนิ่งออกมา เขาใช้ดวงตาคมจ้องมองไปยังคนตัวเล็กที่กุมมือตัวเองและก้มหน้าใส่เขาอยู่
"เลย์ลา…ที่ฉันพูดไปเหมือนกำลังขอร้องให้เธออยู่ที่นี่เหรอ" น้ำเสียงเย็นชาที่ถูกพ่นออกมาจากปากฟาริคทำให้เลย์ลาที่ได้ยินเม้มปากแน่น แน่นอนว่าเธอปฏิเสธเขาไปตอนนี้มันคงไม่เป็นผลดีกับเธอเท่าไหร่
"ถ้าฉันบอกให้เธออยู่ที่นี่ เธอก็ต้องอยู่"
"เลย์ลาเกรงใจจริง ๆ นะคะ เลย์ลาไม่ได้อยากรบกวนอะไรคุณฟาริคเลย"
"ถ้าเกรงใจก็เลิกปฏิเสธฉัน เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนฉันกำลังอ้อนวอนให้เธออยู่ที่นี่"
"ค่ะคุณฟาริค เลย์ลาเข้าใจแล้วค่ะ" เลย์ลาเอ่ยพูดเสียงเบาก่อนจะก้มหน้าลงราวกับเด็กกำลังโดนดุ ฟาริคหลุบมองคนตรงหน้าครู่หนึ่ง
"คีย์การ์ดใช้สแกนผ่านประตูด้านนอก ส่วนห้องนี้รหัสสามห้าสองห้า โซนนี้จะไม่มีใครนอกจากฉันและคนที่ฉันอนุญาต เพราะฉะนั้นมันปลอดภัยสำหรับเธอ" ฟาริคพูดขึ้นพร้อมกับยื่นคีย์การ์ดให้กับเลย์ลา มือเรียวของเธอจึงเอื้อมไปรับคีย์การ์ดมาอย่างปฏิเสธไม่ได้
"ขอบคุณค่ะคุณฟาริค ถ้าอย่างนั้นเลย์ลาขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ"
"เดี๋ยว"
"มีอะไรเหรอคะคุณฟาริค"
"จะย้ายเข้ามาวันไหน"
"เลย์ลายังไม่แน่ใจค่ะ เลย์ลาต้องทำเรื่องย้ายออกจากหอพักก่อน"
พอได้ยินคำตอบฟาริคไม่ได้เอ่ยถามอะไรต่อ
สองเท้าหนักของเขาสาวเท้าเดินผ่านร่างของเลย์ลาและเดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง"…" เลย์ลาเองก็ได้แต่ใช้ดวงตากลมของตัวเองมองตามแผ่นหลังแกร่งนั้นไป เธอเม้มปากเข้าหากันแน่นพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องอีกครั้ง
"คุณฟาริคใจดีกับเลย์ลาอีกแล้ว"
สีหน้าเกรงใจถูกฉายขึ้นบนใบหน้าของเลย์ลา แต่ไม่นานเรียวปากสวยก็ยกยิ้มขึ้นมาด้วยความดีใจ การได้มาเจอกับฟาริคเหมือนจะเปลี่ยนชีวิตเธอแล้วจริง ๆ เธอได้งานประจำแถมยังมีที่พักให้เธออีกด้วย
"เลย์ลาจะตั้งใจทำงานแล้วก็เชื่อฟังคุณฟาริคทุกอย่างเลยค่ะ"
เลย์ลาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าตั้งมั่น เธอฉีกยิ้มดีใจ หลังจากนั้นเลย์ลาก็รีบหมุนตัวออกจากห้องและสาวเท้ากลับไปทำงานดังเดิม
จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง
คนตัวเล็กกลับมาถึงหอพักของตัวเอง เธอสาวเท้าเข้าไปอาบน้ำเป็นอันดับแรก ก่อนจะออกมาด้วยชุดนอนสบายตัว เลย์ลาเดินไปหย่อนก้นลงที่เตียงนอนขนาดพอดี ในหัวพลางนึกถึงชายหนุ่มท่าทีน่าเกรงขามที่จิตใจดีตรงข้ามกับรูปลักษณ์ภายนอกอย่างน่าเหลือเชื่อ
เขาใจดีกับเธอจนเธออยากจะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนเขา อยากทำทุกอย่างให้เขาประทับใจและสบายใจเพราะสำหรับเธอแล้วฟาริคคือผู้มีพระคุณสำหรับเธอ
บางทีการได้มาพบเจอกับเขาอาจจะทำให้ชีวิตเธอดีขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อก็ได้"คุณฟาริคใจดีมากเลย โชคดีจริง ๆ ที่เราได้มาเจอผู้ใหญ่ที่ใจดีกับเราขนาดนี้ วันนั้นเรามองไม่ผิดจริง ๆ ว่าสายตาที่เรียบนิ่งของเขากำลังสงสารและเห็นใจเราอยู่"
เรียวปากสวยยกยิ้มเมื่อเอ่ยชื่อชายผู้มีพระคุณขึ้นในตอนนั้นมือเรียวของเลย์ลาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดค้นหา ‘วิธีนวดผ่อนคลาย’
เธอใช้สายตาไล่อ่านคำแนะนำมากมายที่แสดงอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ด้วยท่าทีตั้งใจ เพราะเลย์ลาตั้งใจไว้แล้วว่าครั้งหน้าจะต้องนวดให้คุณฟาริคแบบชำนาญ
"ทำแบบนี้หรือเปล่านะ" เลย์ลาพูดขึ้นเธอพลางยกมือขึ้นมาทำท่าตามตัวอย่างที่แสดงอยู่บนหน้าจอ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความตั้งใจ
หลังจากแยกกับกวิน เลย์ลาก็เดินเข้ามาด้านในกาสิโน เธอใช้มือล้วงไปในกระเป๋าสะพายและหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาสแกนประตูด้านหน้าเพื่อจะไปที่ห้องพักของตัวเอง"อ๊ะ! ตะ ตกใจหมดเลย"แต่ทันทีที่ประตูเปิดออกเลย์ลาก็ต้องสะดุ้งเฮือกออกมาด้วยความตกใจเมื่อเจอฟาริคยืนพิงกำแพงและกอดอกมองเธออยู่"ใครล่ะคนที่มาส่ง" ฟาริคเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแบบที่เขาชอบทำเป็นประจำ"คุณฟาริคเห็นด้วยเหรอคะ""ทำไม ฉันเห็นไม่ได้หรือไม่ควรเห็นอย่างนั้นเหรอ?" คำถามของฟาริคทำเอาเลย์ลารีบส่ายหัวออกมารัว ๆ"เลย์ลาแค่สงสัยเฉย ๆ ค่ะ ตอนนั้นเลย์ลาไม่เห็นคุณฟาริคก็เลยไม่นึกว่าคุณฟาริคอยู่ตรงนั้นด้วย""จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องอะไรที่ฉันต้องมาสนใจหรอก แต่ฉันบอกเธอเพราะว่าฉันหวังดี…เลย์ลา เธอไม่สมควรมีแฟนเวลานี้หรอกนะ เธอยังต้องตั้งใจเรียนแถมยังต้องตั้งใจทำงานไม่ใช่เหรอ""แต่ว่า…" เลย์ลาที่ได้ยินคำพูดของฟาริคก็แสดงสีหน้างุนงงออกมา แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรต่อ"ฉันไม่ได้อะไรกับชีวิตรักของเธอหรอก ที่ฉันบอกฉันก็แค่หวังดี""เลย์ลารู้ค่ะว่าคุณฟาริคหวังดีกับเลย์ลา แต่พี่คนนั้น…""คบกันไปตอนนี้เดี๋ยวในอนาคตก็เลิกกัน ฉันไม่ได้แช่ง
ฟาริคใช้สายตาเรียบนิ่งของเขาจ้องมาที่ริมฝีปากของเลย์ลาครู่หนึ่งและเหมือนว่าใบหน้าหล่อคมคายกำลังขยับโน้มเข้าไปหาเธอเลย์ลาที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกตัวแข็งทื่อมือเรียวของเธอที่วางอยู่บนบ่าเขากำลังกำเสื้อคลุมที่เขากำลังสวมใส่แน่นก๊อก! ก๊อก!แต่ทว่าเสียงเคาะประตูห้องพักหรูก็ดังขึ้นทำให้คนตัวเล็กที่กำลังนั่งตัวเกร็งอยู่บนตักแกร่งรีบดีดตัวลุกพรวดออกจากตักของฟาริค"อะ เอ่อ ละ เลย์ลาขอตัวไปเก็บของก่อนนะคะ เดี๋ยวเลย์ลาต้องมีไปทำธุระข้างนอกต่อค่ะ"เลย์ลาเอ่ยพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก เธอก้มหัวให้ฟาริคเล็กน้อยก่อนจะรีบหมุนตัวเดินไปเปิดประตูแล้วเธอก็พบเข้ากับลูอิสที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูพอดีเลย์ลาก้มหัวให้ลูอิสเล็กน้อยก่อนที่เธอจะรีบสาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็วด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก ทำเอาลูอิสถึงกับมองตามแผ่นหลังของเลย์ลาไปด้วยสายตางุนงง"มึงมาทำไม" เสียงทุ้มต่ำของฟาริคเอ่ยพูดกับลูอิสด้วยสีหน้าหงุดหงิด ทำเอาลูอิสที่สาวเท้าเข้ามาแสดงสีหน้างุนงงไปยิ่งกว่าเดิม"เฮียเรียกผมให้เอาเอกสารมาให้ไงครับ""กูเรียกไปตั้งนานทำไมเพิ่งเอามาตอนนี้""ก็เฮียบอกผมว่าอีกยี่สิบนาทีค่อยเข้ามา เฮียจะอาบน้ำก่อนผมก็เลยรอยี่สิบนาทีแล้
วันถัดมาวันนี้เราออกมามหาลัยตั้งแต่เช้าเพราะว่าวันนี้เรามีเรียน ตอนนี้เราเรียนอยู่มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ปีที่สอง เราเข้าเรียนช้ากว่าเพื่อนในวัยเดียวกันหนึ่งปีเราเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์เพราะเราชอบวาดรูปแล้วเราก็มีความฝันอยากเป็นนักวาดชื่อดังที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองเป็นหมื่นเป็นแสนต่อเดือนการได้เป็นนักวาดชื่อดังคืออาชีพในฝันของเราเลยเรานั่งเรียนจนถึงประมาณสิบโมงครึ่งก็เลิกเรียนแล้ว เวลาเลิกตามตารางเรียนจริง ๆ คือสิบเอ็ดโมงแต่วันนี้เนื้อหาที่อาจารย์สอนค่อนข้างรวบรัดและไม่ได้ลงลึกมากเท่าไหร่จึงทำให้คลาสวันนี้เสร็จสิ้นไปอย่างรวดเร็วในตอนนั้นเราจึงรีบคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเองและเดินทางกลับหอพักเพื่อไปเอาของใช้ส่วนตัวที่เราได้เตรียมไว้บางส่วนไปเก็บที่กาสิโนใช้เวลาไม่นานเราก็ขนของใช้ของตัวเองและเดินทางไปที่กาสิโน เราแจ้งเรื่องย้ายออกกับทางหอพักแล้ว ซึ่งมันเป็นช่วงสิ้นเดือนพอดีทำให้เราต้องย้ายออกภายในสามวันนี้ แต่โชคดีที่ของใช้ของเราไม่มีอะไรมากมายเราสาวเท้าเข้ามาในกาสิโนของคุณฟาริคและเดินไปยังโซนที่แสนจะส่วนตัว เป็นโซนที่คุณฟาริคพาเราไปเมื่อวาน เราหยิบคีย์การ์ดที่
ถึงแม้สายตาของฟาริคที่จ้องมองเธออยู่นั้นราวกับว่าเขากำลังต้องการจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว แต่เลย์ลาเองไม่ทันได้สังเกตแววตานั้นเพราะสีหน้าราบเรียบของฟาริคปกปิดไว้ทั้งหมดและเธอกำลังตกใจเพราะคิดว่าเป็นคนที่ทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมา"เลย์ลาไม่ได้ตั้งใจ คุณฟาริคกำลังได้พักผ่อนแท้ ๆ เลย์ลาทำให้คุณฟาริคตื่นเลย""ไม่เป็นไร" ฟาริคเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้หลับอย่างที่เธอคิดก็ตาม แต่เลย์ลาที่ยิ่งได้ยินแบบนั้นก็ยังคงทำหน้างอกล่าวโทษตัวเองในใจ"ฉันบอกว่าไม่เป็นอะไรไง" ฟาริคเอ่ยย้ำอีกครั้งเพราะเห็นสีหน้าของเลย์ลาที่กำลังทำหน้างออยู่ ในตอนนั้นเลย์ลาจึงค่อย ๆ พยักหน้าให้เขาและแปรเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นปกติ"งั้นคุณฟาริคสะดวกคุยมั้ยคะ เลย์ลาจะถามว่าคุณฟาริคเรียกเลย์ลาให้มาหา มีอะไรรึเปล่าคะ""เธออยากย้ายมาอยู่ที่นี่มั้ย" ฟาริคเอ่ยพูดขึ้นอย่างไม่อ้อมค้อม เขาครุ่นคิดเรื่องนี้มาทั้งคืนหลังจากเห็นว่าหอพักที่เธออยู่ค่อนข้างอันตราย มันเป็นที่เปลี่ยวห่างไกลจากถนนหลักพอสมควร แถมเมื่อคืนเขายังสังเกตเห็นกลุ่มวัยรุ่นท่าทีไม่เป็นมิตรจับกลุ่มมั่วสุมกันอยู่บริเวณนั้นอีกด้วย"ที่นี่หมายถึงที่ไหนเหรอคะ"
เวลาผ่านล่วงเลยไปหลายชั่วโมงฟาริคที่กำลังนั่งอ่านเอกสารการก่อตั้งกาสิโนแห่งใหม่อย่างไร้สมาธิแบบที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน สุดท้ายเขาก็ต้องยอมแพ้และปิดแฟ้มเอกสารพวกนั้นลง เขาดันตัวลุกขึ้นก่อนจะหยิบเสื้อสูทสีดำของตัวเองที่วางพาดอยู่บนเก้าอี้มาถือไว้ก่อนที่สองเท้าหนักของมาเฟียหนุ่มจะเดินออกไปจากห้องทำงาน"เฮียจะกลับแล้วเหรอครับ" ลูอิสที่ยืนคุยงานอยู่หน้าห้องหันมาเอ่ยถามคนที่เปิดประตูออกมา"เออ ไปเตรียมรถ" เสียงทุ้มของฟาริคเอ่ยตอบด้วยท่าทีหงุดหงิดทำเอาลูอิสที่ได้ยินถึงกับขนลุกขึ้นมา ลูอิสก้มหัวรับคำสั่งของเจ้านายตัวเองก่อนจะเดินออกไป ส่วนฟาริคก็สาวเท้าเดินไปรอที่ประตูทางออกด้านหลัง ใช้เวลาไม่นานรถหรูก็ถูกขับมาจอดตรงหน้ามาเฟียหนุ่ม ฟาริคเดินขึ้นรถไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งจากนั้นรถหรูของเขาก็ขับเคลื่อนออกมาจากกาสิโนแต่เมื่อรถกำลังเคลื่อนตัวผ่านบริเวณด้านหน้าของกาสิโน ดวงตาคมของมาเฟียหนุ่มกลับไปสะดุดเข้ากับร่างเล็กของเลย์ลากำลังนั่งกอดเข่าอยู่บริเวณด้านหน้าของกาสิโน เนื้อตัวของเธอเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน แถมตอนนี้หน้ากาสิโนของเขาก็ไม่มีรถประจำทางผ่านมาสักคันเพราะมันไม่ใช่สายที่รถประจำทางวิ่งผ่าน"ล
"คะ คุณฟาริคว่ายังไงนะครับ" เสียงบัณฑิตเอ่ยถามฟาริคด้วยน้ำเสียงตกใจกับประโยคที่เพิ่งได้ยิน ไม่ต่างจากลูอิสที่กำลังแสดงสีหน้าคาดไม่ถึงเมื่อได้ยินว่าเจ้านายของตัวเองเอ่ยปากจะซื้อผู้หญิงคนนี้ลูอิสทำงานกับฟาริคมานานถึงสิบปีแต่ไม่เคยเห็นฟาริคแยแสหรือสนใจผู้หญิงคนไหน เพราะสำหรับเจ้านายเขาแล้วงานคือที่หนึ่งเสมอและฟาริคเป็นคนที่ไม่ยอมขาดทุนหรือเสียผลประโยชน์ของตัวเองอย่างแน่นอนฟาริคใช้สายตาจับจ้องไปที่ดวงตากลมของเลย์ลาที่กำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างมีความหวัง แต่เขาก็ต้องละสายตาออกจากเธอเมื่อบัณฑิตเอ่ยถามย้ำเขามาอีกครั้ง"คะ คุณฟาริคจะซื้อจริง ๆ ใช่มั้ยครับ""ถ้ากูไม่ซื้อ มึงจะทำยังไง?""ผมก็คงต้องขายยัยนี่ให้กับเสี่ยชัยยศครับ เพราะผมต้องใช้หนี้คุณนี่ครับ"มันเป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด ไอ้แก่สารเลวตั้งใจจะขายลูกตัวเองให้กับเสี่ยเหี้ยอะไรสักอย่างเพื่อนำเงินทั้งหมดมาใช้หนี้เขา…เป็นพ่อคนแบบไหนถึงทำกับลูกสาวตัวเองได้ขนาดนี้หมามันยังรักลูกตัวเองแต่ไอ้แก่นี่ทำตัวเสียชาติเกิด…หรือเขาควรจะยิงมันทิ้งไปเลยดี"ห้าล้านแลกกับหนี้ที่แกมีอยู่""แต่ถ้าผมขายให้เสี่ยชัยยศผมมั่นใจว่าผมจะได้มากกว่านี้นะครับ"





![ภรรยา[ไม่]ร้ายของนักแข่ง](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

