LOGINวันถัดมา
วันนี้เราออกมามหาลัยตั้งแต่เช้าเพราะว่าวันนี้เรามีเรียน ตอนนี้เราเรียนอยู่มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ปีที่สอง เราเข้าเรียนช้ากว่าเพื่อนในวัยเดียวกันหนึ่งปี
เราเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์เพราะเราชอบวาดรูปแล้วเราก็มีความฝันอยากเป็นนักวาดชื่อดังที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองเป็นหมื่นเป็นแสนต่อเดือน
การได้เป็นนักวาดชื่อดังคืออาชีพในฝันของเราเลย
เรานั่งเรียนจนถึงประมาณสิบโมงครึ่งก็เลิกเรียนแล้ว เวลาเลิกตามตารางเรียนจริง ๆ คือสิบเอ็ดโมงแต่วันนี้เนื้อหาที่อาจารย์สอนค่อนข้างรวบรัดและไม่ได้ลงลึกมากเท่าไหร่จึงทำให้คลาสวันนี้เสร็จสิ้นไปอย่างรวดเร็ว
ในตอนนั้นเราจึงรีบคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเองและเดินทางกลับหอพักเพื่อไปเอาของใช้ส่วนตัวที่เราได้เตรียมไว้บางส่วนไปเก็บที่กาสิโน
ใช้เวลาไม่นานเราก็ขนของใช้ของตัวเองและเดินทางไปที่กาสิโน เราแจ้งเรื่องย้ายออกกับทางหอพักแล้ว ซึ่งมันเป็นช่วงสิ้นเดือนพอดีทำให้เราต้องย้ายออกภายในสามวันนี้ แต่โชคดีที่ของใช้ของเราไม่มีอะไรมากมาย
เราสาวเท้าเข้ามาในกาสิโนของคุณฟาริคและเดินไปยังโซนที่แสนจะส่วนตัว เป็นโซนที่คุณฟาริคพาเราไปเมื่อวาน เราหยิบคีย์การ์ดที่คุณฟาริคให้เรามาสแกนประตูด้านนอกก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไป
ตึกตึก
แต่ทันใดนั้นเองเราก็ชะงักเมื่อเห็นว่าคุณฟาริคกำลังสาวเท้าเดินออกมาจากห้องตรงข้ามห้องที่คุณฟาริคจะให้เราอยู่ ด้วยชุดคลุมสีดำแถมยังเปิดโชว์แผงอกด้วย
เรารีบก้มหน้างุดก่อนจะเอ่ยสวัสดีค่ะคุณเขา
"คุณฟาริค…สวัสดีค่ะ"
"เธอย้ายมาวันนี้เหรอ" เขาเอ่ยถาม
"ยังค่ะคุณฟาริค เลย์ลาทยอยเอาของมาไว้ค่ะ แต่เลย์ลาจะย้ายเข้ามาในอีกสองวันข้างหน้าค่ะ" เราเอ่ยตอบคุณฟาริคก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าไปมองก็เห็นว่าคุณฟาริคจ้องหน้าเราอยู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนเคย
คุณฟาริคคงถาม ๆ เราไป ไม่ได้สนใจและอยากรู้เท่าไหร่หรอก แต่เราคิดว่าควรจะบอกคุณฟาริคไว้
"ทำไมไม่ย้ายมาวันนี้เลย"
"เลย์ลายังเก็บของไม่เสร็จค่ะ…"
"…คุณฟาริคเพิ่งตื่นเหรอคะ เอากาแฟมั้ยคะ เดี๋ยวเลย์ลาไปเอามาให้ค่ะ" เรารีบเอ่ยถามคุณฟาริคเมื่อสังเกตเห็นว่าคุณฟาริคน่าจะเพิ่งตื่นนอน คงทำงานทั้งคืนแล้วไม่ได้กลับบ้านรึเปล่านะ
ไม่แปลกใจแล้วที่คุณฟาริคสร้างห้องแบบนี้ไว้ที่กาสิโนของเขา เพราะเวลาทำงานดึกดื่นคุณฟาริคก็สามารถนอนที่นี่ได้นั่นเอง แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่าคุณฟาริคให้เราอยู่ห้องตรงข้ามเขาเลยเหรอ?
"เอามาให้ฉันที่ห้อง" เสียงคุณฟาริคเอ่ยตอบกลับมาทำให้เราที่กำลังอยู่ในความคิดตัวเองได้สติขึ้นมา
"ได้ค่ะคุณฟาริค"
เราเดินเอาของของเราไปเก็บไว้ที่ห้อง ก่อนจะสาวเท้าออกไปโซนคล้าย ๆ กับห้องรับแขกเพื่อทำการชงกาแฟ ใช้เวลาไม่นานเราก็เดินออกมาพร้อมกับแก้วกาแฟในมือ เราเดินตรงไปที่ห้องของคุณฟาริคก่อนจะเห็นว่าประตูหน้าห้องถูกเปิดแง้มไว้อยู่
ก๊อก! ก๊อก!
แต่เราก็ใช้มือข้างหนึ่งเคาะประตูเพื่อขออนุญาตคุณฟาริคก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปในห้อง ในห้องของคุณฟาริคกว้างขวางกว่าห้องของเรามาก ภายในห้องตกแต่งเป็นสีดำซึ่งเข้ากับบุคลิกคุณฟาริคเป็นอย่างดี
เราเห็นคุณฟาริคนั่งมองเราอยู่ที่โซฟากลางห้องโถงขนาดใหญ่ คุณฟาริคยังใส่ชุดคลุมสีดำเหมือนเดิมเราจึงเดินเข้าไปพร้อมกับค่อย ๆ วางถาดกาแฟลงที่โต๊ะกระจกสีดำตรงหน้าของคุณฟาริค
"กาแฟมาแล้วค่ะคุณฟาริค" เราเอ่ยบอกคุณฟาริคก่อนจะค่อย ๆ ถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง
"นั่งลงสิเลย์ลา"
"ไม่เป็นไรค่ะคุณฟาริค เดี๋ยวเลย์ลาต้องออกไปข้างนอกต่อ" เรายิ้มบาง ๆ พร้อมกับเอ่ยบอกคุณฟาริค
"ไปเรียน?" คุณฟาริคเลื่อนสายตาไล่มองชุดนักศึกษาที่เราสวมใส่และเอ่ยถามเรากลับมา
"เลย์ลาไปเรียนมาเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะคุณฟาริค วันนี้เลย์ลามีเรียนแค่ช่วงเช้าค่ะ"
"ฉันทำงานมาทั้งคืน รู้สึกปวดคอ" คุณฟาริคพูดขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นไปบีบที่ต้นคอของตัวเองด้วยสีหน้าปวดเมื่อย
"งั้นเลย์ลานวดให้มั้ยคะ" เมื่อได้ยินคุณฟาริคพูดแบบนั้น เราก็รีบเสนอตัวทันที วิชานวดที่ฝึกมาทั้งคืนจะได้ใช้จริง ๆ แล้ว
"อืม มาสิ" คุณฟาริคเอ่ยตอบเรากลับมา ทำให้เรายกยิ้มขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ สาวเท้าหมายจะเดินไปด้านหลังของคุณฟาริค
"จะไปไหน" คำถามของคุณฟาริคทำให้สองเท้าของเราที่กำลังก้าวเดินอยู่หยุดชะงัก
"คะ? เลย์ลาจะเดินไปนวดให้คุณฟาริคค่ะ"
"นวดจากข้างหน้าก็ได้"
นวดจากข้างหน้าเหรอ แล้วเราจะนวดอย่างไง เราต้องเดินอ้อมไปข้างหลังถึงจะนวดให้คุณฟาริคได้ถนัด เพราะตอนนี้คุณฟาริคนั่งอยู่ที่โซฟา นึกภาพไม่ออกเลย นวดจากข้างหน้าคุณฟาริคหมายถึงแบบไหน
"มาสิ"
"อะ เอ่อ เลย์ลาน่าจะนวดไม่ถนัดนะคะ"
"มานั่งบนตักฉันสิ"
"คะ!?" คำพูดของคุณฟาริคที่เราได้ยินเมื่อกี้ทำเราชะงัก
"ต้องให้ฉันพูดย้ำอีกรอบมั้ย?" น้ำเสียงและสีหน้าของคุณเขาทำให้เรารีบส่ายหน้าออกมา
"ละ เลย์ลาเข้าใจแล้วค่ะคุณฟาริค" เราเม้มปากตัวเองแน่น ก่อนจะเดินไปยืนอยู่ข้างหน้าคุณฟาริค
เรายังคงยืนนิ่งอย่างไม่กล้าที่จะหย่อนก้นนั่งลงไปบนตักของเขาแต่สายตาบีบบังคับของคุณฟาริคมันกดดันเราเหลือเกิน"เลย์ลาขออนุญาตนะคะ"
พรึบ
สุดท้ายเรากัดปากตัวเองเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ นั่งลงไปบนตักแกร่งของคุณฟาริค เรานั่งหันข้างออกเพราะว่าเราใส่กระโปรงนักศึกษา แต่เรารู้สึกเกร็งมากจนทำอะไรไม่ถูก
"เธอจะนั่งอยู่เฉย ๆ เหรอ นวดให้ฉันสิเลย์ลา"
"ค่ะคุณฟาริค"
เราเงยหน้าขึ้นมองคุณฟาริคและพยายามใช้สายตาของตัวเองมองไปที่บ่าของคุณฟาริค ก่อนจะเอื้อมมือของตัวเองไปวางบนบ่าของคุณฟาริค
ลมหายใจของเราติดขัดเพราะว่าหน้าเรากับคุณฟาริคใกล้กันมาก แต่มือเราก็พยายามบีบนวดให้คุณ
ฟาริคอยู่อย่างตั้งใจถึงแม้เราจะประคองสติตัวเองไม่ค่อยได้ก็ตามจบแล้วทุกอย่างที่เราตั้งใจเรียนมา ให้เลย์ลานวดด้วยท่าแบบนี้ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย
"…" เราเม้มปากแน่นกว่าเดิมเมื่อเลื่อนสายตาไปมองหน้าคุณฟาริคและเห็นว่าคุณฟาริคกำลังจ้องเราอยู่ เหมือนกับว่าที่คุณฟาริคให้เรานวดท่านี้เพราะเขาอยากจะมองหน้าเราเลย
"ถะ ถ้าพอแล้วบอกเลย์ลานะคะ"
"ยังไม่พอ"
"ค่ะคุณฟาริค" เราพยายามบังคับสายตาของตัวเองให้หยุดมองแค่ตรงบ่าของคุณฟาริคเท่านั้นแต่ทว่าสายตาของคุณฟาริคที่เอาแต่จับจ้องเรามามันทำให้เราควบคุมสายตาของตัวเองที่จะไม่มองเขากลับไปไม่ได้
"อ๊ะ!"
เราถอยหลังตกใจเพราะเห็นว่าหน้าเรากับคุณ
ฟาริคใกล้กันมากขึ้น แต่นั่นมันทำให้เราเกือบได้หงายท้องลงไปนอนกับพื้นหมับ
คุณฟาริครีบคว้าเอวเราไว้และดึงเราเข้าหาตัวเขา มือของเราก็รีบจับบ่าคุณฟาริคแน่นอย่างไม่ได้ตั้งใจแต่เมื่อเราได้สติเราก็พยายามที่จะขยับตัวออก
"ขยับมานั่งดี ๆ นั่งแบบนั้นถ้าหงายไปอีกรอบฉันไม่จับแล้วนะ"
"เลย์ลานั่งดี ๆ แล้วค่ะ แต่คุณฟาริคขยับมาใกล้เลย์ลาเกินไป"
"ฉันใกล้เธอไม่ได้อย่างนั้นเหรอ"
"…" เรากัดปากเบา ๆ แต่ไม่กล้าเอ่ยตอบอะไรกลับไป เหมือนคำพูดของเราจะถูกคุณฟาริคดักคอได้ทุกประโยคเลย สุดท้ายเราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากขยับไปนั่งในตักแกร่งแบบเต็มก้น
มือของคุณฟาริคก็ยังคงประคองเอวเราไว้ตั้งแต่ที่เราจะล้มจนตอนนี้ยังไม่ปล่อยเลย
"เมื่อเช้าไปเรียนมากี่โมง"
"เลย์ลาไปเรียนตอนแปดโมงครึ่งค่ะ สิบโมงกว่า ๆ อาจารย์ก็ปล่อยแล้วค่ะ"
"เรียนอะไรอยู่"
"เลย์ลาเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ค่ะ ตอนนี้
เลย์ลาอยู่ปีสองแล้วค่ะ""ชอบวาดรูป?"
"ค่ะ เลย์ลาชอบวาดรูป ชอบออกแบบค่ะ คุณ
ฟาริคว่าที่เลย์ลาเรียนคณะนี้มันจะไร้ประโยชน์มั้ยคะ""ไร้ประโยชน์ยังไง"
"บางทีเลย์ลาก็รู้สึกว่าถ้าเลย์ลาไปเรียนคณะที่เป็นวิชาชีพ อาจจะมีประโยชน์กับงานในอนาคตของเลย์ลามากกว่านี้"
"แล้วเธอชอบมันเหรอ มันไม่ไร้ประโยชน์หรอก ถ้าเธอชอบมัน เพราะอย่างน้อยก็ได้ทำสิ่งที่ชอบไม่ใช่รึไง…"
"…เลย์ลา ถ้าเธอบอกว่าชอบมัน ก็ชอบมันให้มากแล้วตั้งใจทำมันให้ประสบความสำเร็จ"
มือของเราที่กำลังบีบนวดบ่าคุณฟาริคอยู่ชะงัก ดวงตากลมของเราคงกำลังลุกวาวเป็นประกาย เมื่อได้ยินคำพูดคล้ายจะปลอบประโลมความกังวลของเรา
มันกอดรัดหัวใจของเราอย่างไม่เคยมีใครทำให้เรารู้สึกแบบนี้มาก่อน เรารู้สึกอบอุ่น
"ค่ะคุณฟาริค เลย์ลาจะตั้งใจค่ะ" เรียวปากของเราฉีกยิ้มกว้างอัตโนมัติ เราจ้องมองดวงตาสีฟ้าที่เหมือนสายน้ำของคุณฟาริค
"…" แต่ดวงตาของเราเริ่มสั่นไหวเมื่อเห็นว่าคุณ
ฟาริคกำลังจ้องกลับมาที่เราเรารับรู้ได้ถึงทุกสัมผัสของคุณฟาริค มือแกร่งของเขาที่กำลังจับเอวเราไว้อยู่ แล้วตอนนี้คุณฟาริคก็ใช้มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาสัมผัสที่แก้มของเรา
เราเบิกตาของตัวเองกว้างพร้อมกับเกร็งตัวอย่างทำอะไรไม่ถูกกับสัมผัสพวกนั้น มือแกร่งของคุณฟาริคที่สัมผัสแก้มเราอยู่มันใหญ่จนกอบกุมได้ตั้งแต่ใบหูเราจนมาถึงแก้ม
คุณฟาริคใช้สายตาเรียบนิ่งของเขาจ้องมาที่
ริมฝีปากของเราครู่หนึ่งและเหมือนว่าใบหน้าหล่อคมคายกำลังขยับโน้มเข้ามาหาเราหลังจากแยกกับกวิน เลย์ลาก็เดินเข้ามาด้านในกาสิโน เธอใช้มือล้วงไปในกระเป๋าสะพายและหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาสแกนประตูด้านหน้าเพื่อจะไปที่ห้องพักของตัวเอง"อ๊ะ! ตะ ตกใจหมดเลย"แต่ทันทีที่ประตูเปิดออกเลย์ลาก็ต้องสะดุ้งเฮือกออกมาด้วยความตกใจเมื่อเจอฟาริคยืนพิงกำแพงและกอดอกมองเธออยู่"ใครล่ะคนที่มาส่ง" ฟาริคเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแบบที่เขาชอบทำเป็นประจำ"คุณฟาริคเห็นด้วยเหรอคะ""ทำไม ฉันเห็นไม่ได้หรือไม่ควรเห็นอย่างนั้นเหรอ?" คำถามของฟาริคทำเอาเลย์ลารีบส่ายหัวออกมารัว ๆ"เลย์ลาแค่สงสัยเฉย ๆ ค่ะ ตอนนั้นเลย์ลาไม่เห็นคุณฟาริคก็เลยไม่นึกว่าคุณฟาริคอยู่ตรงนั้นด้วย""จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องอะไรที่ฉันต้องมาสนใจหรอก แต่ฉันบอกเธอเพราะว่าฉันหวังดี…เลย์ลา เธอไม่สมควรมีแฟนเวลานี้หรอกนะ เธอยังต้องตั้งใจเรียนแถมยังต้องตั้งใจทำงานไม่ใช่เหรอ""แต่ว่า…" เลย์ลาที่ได้ยินคำพูดของฟาริคก็แสดงสีหน้างุนงงออกมา แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรต่อ"ฉันไม่ได้อะไรกับชีวิตรักของเธอหรอก ที่ฉันบอกฉันก็แค่หวังดี""เลย์ลารู้ค่ะว่าคุณฟาริคหวังดีกับเลย์ลา แต่พี่คนนั้น…""คบกันไปตอนนี้เดี๋ยวในอนาคตก็เลิกกัน ฉันไม่ได้แช่ง
ฟาริคใช้สายตาเรียบนิ่งของเขาจ้องมาที่ริมฝีปากของเลย์ลาครู่หนึ่งและเหมือนว่าใบหน้าหล่อคมคายกำลังขยับโน้มเข้าไปหาเธอเลย์ลาที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกตัวแข็งทื่อมือเรียวของเธอที่วางอยู่บนบ่าเขากำลังกำเสื้อคลุมที่เขากำลังสวมใส่แน่นก๊อก! ก๊อก!แต่ทว่าเสียงเคาะประตูห้องพักหรูก็ดังขึ้นทำให้คนตัวเล็กที่กำลังนั่งตัวเกร็งอยู่บนตักแกร่งรีบดีดตัวลุกพรวดออกจากตักของฟาริค"อะ เอ่อ ละ เลย์ลาขอตัวไปเก็บของก่อนนะคะ เดี๋ยวเลย์ลาต้องมีไปทำธุระข้างนอกต่อค่ะ"เลย์ลาเอ่ยพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก เธอก้มหัวให้ฟาริคเล็กน้อยก่อนจะรีบหมุนตัวเดินไปเปิดประตูแล้วเธอก็พบเข้ากับลูอิสที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูพอดีเลย์ลาก้มหัวให้ลูอิสเล็กน้อยก่อนที่เธอจะรีบสาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็วด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก ทำเอาลูอิสถึงกับมองตามแผ่นหลังของเลย์ลาไปด้วยสายตางุนงง"มึงมาทำไม" เสียงทุ้มต่ำของฟาริคเอ่ยพูดกับลูอิสด้วยสีหน้าหงุดหงิด ทำเอาลูอิสที่สาวเท้าเข้ามาแสดงสีหน้างุนงงไปยิ่งกว่าเดิม"เฮียเรียกผมให้เอาเอกสารมาให้ไงครับ""กูเรียกไปตั้งนานทำไมเพิ่งเอามาตอนนี้""ก็เฮียบอกผมว่าอีกยี่สิบนาทีค่อยเข้ามา เฮียจะอาบน้ำก่อนผมก็เลยรอยี่สิบนาทีแล้
วันถัดมาวันนี้เราออกมามหาลัยตั้งแต่เช้าเพราะว่าวันนี้เรามีเรียน ตอนนี้เราเรียนอยู่มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ปีที่สอง เราเข้าเรียนช้ากว่าเพื่อนในวัยเดียวกันหนึ่งปีเราเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์เพราะเราชอบวาดรูปแล้วเราก็มีความฝันอยากเป็นนักวาดชื่อดังที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองเป็นหมื่นเป็นแสนต่อเดือนการได้เป็นนักวาดชื่อดังคืออาชีพในฝันของเราเลยเรานั่งเรียนจนถึงประมาณสิบโมงครึ่งก็เลิกเรียนแล้ว เวลาเลิกตามตารางเรียนจริง ๆ คือสิบเอ็ดโมงแต่วันนี้เนื้อหาที่อาจารย์สอนค่อนข้างรวบรัดและไม่ได้ลงลึกมากเท่าไหร่จึงทำให้คลาสวันนี้เสร็จสิ้นไปอย่างรวดเร็วในตอนนั้นเราจึงรีบคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเองและเดินทางกลับหอพักเพื่อไปเอาของใช้ส่วนตัวที่เราได้เตรียมไว้บางส่วนไปเก็บที่กาสิโนใช้เวลาไม่นานเราก็ขนของใช้ของตัวเองและเดินทางไปที่กาสิโน เราแจ้งเรื่องย้ายออกกับทางหอพักแล้ว ซึ่งมันเป็นช่วงสิ้นเดือนพอดีทำให้เราต้องย้ายออกภายในสามวันนี้ แต่โชคดีที่ของใช้ของเราไม่มีอะไรมากมายเราสาวเท้าเข้ามาในกาสิโนของคุณฟาริคและเดินไปยังโซนที่แสนจะส่วนตัว เป็นโซนที่คุณฟาริคพาเราไปเมื่อวาน เราหยิบคีย์การ์ดที่
ถึงแม้สายตาของฟาริคที่จ้องมองเธออยู่นั้นราวกับว่าเขากำลังต้องการจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว แต่เลย์ลาเองไม่ทันได้สังเกตแววตานั้นเพราะสีหน้าราบเรียบของฟาริคปกปิดไว้ทั้งหมดและเธอกำลังตกใจเพราะคิดว่าเป็นคนที่ทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมา"เลย์ลาไม่ได้ตั้งใจ คุณฟาริคกำลังได้พักผ่อนแท้ ๆ เลย์ลาทำให้คุณฟาริคตื่นเลย""ไม่เป็นไร" ฟาริคเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้หลับอย่างที่เธอคิดก็ตาม แต่เลย์ลาที่ยิ่งได้ยินแบบนั้นก็ยังคงทำหน้างอกล่าวโทษตัวเองในใจ"ฉันบอกว่าไม่เป็นอะไรไง" ฟาริคเอ่ยย้ำอีกครั้งเพราะเห็นสีหน้าของเลย์ลาที่กำลังทำหน้างออยู่ ในตอนนั้นเลย์ลาจึงค่อย ๆ พยักหน้าให้เขาและแปรเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นปกติ"งั้นคุณฟาริคสะดวกคุยมั้ยคะ เลย์ลาจะถามว่าคุณฟาริคเรียกเลย์ลาให้มาหา มีอะไรรึเปล่าคะ""เธออยากย้ายมาอยู่ที่นี่มั้ย" ฟาริคเอ่ยพูดขึ้นอย่างไม่อ้อมค้อม เขาครุ่นคิดเรื่องนี้มาทั้งคืนหลังจากเห็นว่าหอพักที่เธออยู่ค่อนข้างอันตราย มันเป็นที่เปลี่ยวห่างไกลจากถนนหลักพอสมควร แถมเมื่อคืนเขายังสังเกตเห็นกลุ่มวัยรุ่นท่าทีไม่เป็นมิตรจับกลุ่มมั่วสุมกันอยู่บริเวณนั้นอีกด้วย"ที่นี่หมายถึงที่ไหนเหรอคะ"
เวลาผ่านล่วงเลยไปหลายชั่วโมงฟาริคที่กำลังนั่งอ่านเอกสารการก่อตั้งกาสิโนแห่งใหม่อย่างไร้สมาธิแบบที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน สุดท้ายเขาก็ต้องยอมแพ้และปิดแฟ้มเอกสารพวกนั้นลง เขาดันตัวลุกขึ้นก่อนจะหยิบเสื้อสูทสีดำของตัวเองที่วางพาดอยู่บนเก้าอี้มาถือไว้ก่อนที่สองเท้าหนักของมาเฟียหนุ่มจะเดินออกไปจากห้องทำงาน"เฮียจะกลับแล้วเหรอครับ" ลูอิสที่ยืนคุยงานอยู่หน้าห้องหันมาเอ่ยถามคนที่เปิดประตูออกมา"เออ ไปเตรียมรถ" เสียงทุ้มของฟาริคเอ่ยตอบด้วยท่าทีหงุดหงิดทำเอาลูอิสที่ได้ยินถึงกับขนลุกขึ้นมา ลูอิสก้มหัวรับคำสั่งของเจ้านายตัวเองก่อนจะเดินออกไป ส่วนฟาริคก็สาวเท้าเดินไปรอที่ประตูทางออกด้านหลัง ใช้เวลาไม่นานรถหรูก็ถูกขับมาจอดตรงหน้ามาเฟียหนุ่ม ฟาริคเดินขึ้นรถไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งจากนั้นรถหรูของเขาก็ขับเคลื่อนออกมาจากกาสิโนแต่เมื่อรถกำลังเคลื่อนตัวผ่านบริเวณด้านหน้าของกาสิโน ดวงตาคมของมาเฟียหนุ่มกลับไปสะดุดเข้ากับร่างเล็กของเลย์ลากำลังนั่งกอดเข่าอยู่บริเวณด้านหน้าของกาสิโน เนื้อตัวของเธอเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน แถมตอนนี้หน้ากาสิโนของเขาก็ไม่มีรถประจำทางผ่านมาสักคันเพราะมันไม่ใช่สายที่รถประจำทางวิ่งผ่าน"ล
"คะ คุณฟาริคว่ายังไงนะครับ" เสียงบัณฑิตเอ่ยถามฟาริคด้วยน้ำเสียงตกใจกับประโยคที่เพิ่งได้ยิน ไม่ต่างจากลูอิสที่กำลังแสดงสีหน้าคาดไม่ถึงเมื่อได้ยินว่าเจ้านายของตัวเองเอ่ยปากจะซื้อผู้หญิงคนนี้ลูอิสทำงานกับฟาริคมานานถึงสิบปีแต่ไม่เคยเห็นฟาริคแยแสหรือสนใจผู้หญิงคนไหน เพราะสำหรับเจ้านายเขาแล้วงานคือที่หนึ่งเสมอและฟาริคเป็นคนที่ไม่ยอมขาดทุนหรือเสียผลประโยชน์ของตัวเองอย่างแน่นอนฟาริคใช้สายตาจับจ้องไปที่ดวงตากลมของเลย์ลาที่กำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างมีความหวัง แต่เขาก็ต้องละสายตาออกจากเธอเมื่อบัณฑิตเอ่ยถามย้ำเขามาอีกครั้ง"คะ คุณฟาริคจะซื้อจริง ๆ ใช่มั้ยครับ""ถ้ากูไม่ซื้อ มึงจะทำยังไง?""ผมก็คงต้องขายยัยนี่ให้กับเสี่ยชัยยศครับ เพราะผมต้องใช้หนี้คุณนี่ครับ"มันเป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด ไอ้แก่สารเลวตั้งใจจะขายลูกตัวเองให้กับเสี่ยเหี้ยอะไรสักอย่างเพื่อนำเงินทั้งหมดมาใช้หนี้เขา…เป็นพ่อคนแบบไหนถึงทำกับลูกสาวตัวเองได้ขนาดนี้หมามันยังรักลูกตัวเองแต่ไอ้แก่นี่ทำตัวเสียชาติเกิด…หรือเขาควรจะยิงมันทิ้งไปเลยดี"ห้าล้านแลกกับหนี้ที่แกมีอยู่""แต่ถ้าผมขายให้เสี่ยชัยยศผมมั่นใจว่าผมจะได้มากกว่านี้นะครับ"







