ログインไทม์ไม่รอให้อินปฏิเสธซ้ำ เขาลากกระเป๋าเดินทางใบโตของเธอเดินนำหน้าไปทางโถงทางเดินอย่างสบายๆ ราวกับมันไม่มีน้ำหนัก อินรีบก้าวเท้าตามไปติดๆ โดยไม่ลืมหันไปค้อมศีรษะให้เทมส์และวีที่ยังนั่งอยู่ที่โซฟา
เทมส์เพียงแค่พยักหน้ารับน้อยๆ สายตาคมคายมองตามแผ่นหลังเล็กของเธอไปจนลับสายตา ในขณะที่วีล้วงบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ในปากแต่ไม่ได้จุดไฟ เขาจ้องมองทิศทางที่อินเดินไปนิ่งๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นแฝดน้องของเพื่อนทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเกินเหตุ
ภายในห้องนอนแขกที่ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย โทนสีห้องเป็นสีเทาอ่อนสะอาดตา เฟอร์นิเจอร์มีเพียงเตียงขนาดคิงไซส์ ตู้เสื้อผ้าบิลต์อิน และโต๊ะทำงานตัวเล็กที่มุมห้อง ไทม์ยกกระเป๋าขึ้นวางบนเตียงให้อย่างเบามือ
"ขอบคุณมากนะคะพี่ไทม์" อินเอ่ยเสียงเบา ยืนประสานมือไว้ด้านหน้า
"เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นรอยยิ้มหวานๆ ดีกว่าไหม ตั้งแต่ไอ้กฤตเดินออกจากห้องไป พี่เห็นเราทำหน้ามุ่ยตลอดเลย" ไทม์ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ก้มหน้าลงมาจนระดับสายตาอยู่ตรงกับดวงตาคู่สวยของเธอ "เกร็งเหรอ"
อินผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน "ป...เปล่าค่ะ อินแค่รู้สึกเกรงใจพี่ๆ ที่ต้องมารบกวนพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้"
"รบกวนอะไรกัน เลิกคิดมากได้แล้ว" ไทม์ยกมือขึ้นมายีกลุ่มผมนุ่มของอินเบาๆ การกระทำนั้นทำให้อินตัวแข็งทื่อ ไม่ชินกับการถูกสัมผัสตัวจากผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ชาย "พวกพี่เต็มใจให้มาอยู่ด้วยอยู่แล้ว มีน้องสาวหน้าตาน่ารักมาเดินป้วนเปี้ยนในห้อง ดีกว่าเห็นหน้าไอ้วีกับไอ้เทมส์ทุกวันตั้งเยอะ"
อินเผลอยิ้มบางๆ ออกมาเมื่อได้ยินคำเปรียบเทียบนั้น ไทม์เป็นคนมีเสน่ห์และรู้วิธีพูดให้คนฟังรู้สึกผ่อนคลายเสมอ
"เอาล่ะ จัดของไปก่อนนะ ขาดเหลืออะไรก็ออกมาบอก" ไทม์ผละมือออก ยิ้มให้เธออีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป
อินระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เธอเดินไปที่กระเป๋าเดินทาง รูดซิปเปิดออกแล้วเริ่มหยิบเสื้อผ้าออกมาแขวนในตู้ สมองพลางคิดทบทวนถึงสิ่งที่ต้องเผชิญในเดือนหน้า เธอต้องพยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด จะไม่ทำตัวงี่เง่าเรียกร้องความสนใจ และจะไม่ทำตัวเป็นภาระเด็ดขาด
ระหว่างที่เธอกำลังก้มๆ เงยๆ จัดของใช้ส่วนตัวไว้หน้ากระจก ความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองก็ทำให้เธอต้องหันขวับไปมองที่ประตู
ร่างสูงใหญ่ของวีในชุดเสื้อยืดสีดำรัดรูปยืนพิงขอบประตูอยู่ แขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกอดอกหลวมๆ นัยน์ตาดุๆ ที่มักจะแฝงความหงุดหงิดไว้เสมอกำลังจับจ้องมาที่เธอ อินสะดุ้งสุดตัว ไม่รู้ว่าเขามายืนตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว
"พ...พี่วี มีอะไรหรือเปล่าคะ" อินถามเสียงสั่นเล็กน้อย
วีไม่ได้ตอบในทันที เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ใบหน้าตื่นๆ ของเธอ
"อยู่ได้ใช่ไหม" น้ำเสียงทุ้มห้าวเอ่ยถามห้วนๆ ไร้หางเสียงตามสไตล์ของเขา แต่มันกลับไม่ได้ฟังดูคุกคามอย่างที่คิด
"คะ... อ๋อ อยู่ได้ค่ะ ห้องกว้างมากเลย" อินรีบพยักหน้ารับ
"ไม่ต้องทำหน้าเหมือนกูจะเข้ามาบีบคอมึงขนาดนั้นก็ได้ กูไม่ได้น่ากลัว" วีแค่นยิ้มมุมปาก ก้าวเท้าเข้ามาในห้องเพียงหนึ่งก้าว "ไอ้กฤตมันฝากมึงไว้กับพวกกูแล้ว มึงไม่ต้องเกรงใจอะไรทั้งนั้น อยากได้อะไร อยากไปไหน ก็แค่แหกปากบอก เข้าใจไหม"
คำพูดขวานผ่าซากแต่แฝงไปด้วยความใส่ใจในแบบของวีทำให้อินรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอคลี่ยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม "เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะพี่วี"
วีจ้องมองรอยยิ้มนั้นนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเสมองไปทางอื่นแล้วทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ "เออ จัดของไป กูไปสูบบุหรี่ข้างนอกละ"
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินออกไป อินมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นแล้วเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ พี่วีก็ยังเป็นพี่วี ปากร้ายแต่ใจดีเหมือนที่พี่กฤตเคยบอกไว้จริงๆ
ใช้เวลาเกือบชั่วโมง อินก็จัดข้าวของทุกอย่างเข้าที่เสร็จเรียบร้อย เธอเปลี่ยนจากชุดเดรสลำลองเป็นเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงขาสั้นเนื้อนิ่มเพื่อเตรียมตัวนั่งทำงานกราฟิกที่ค้างไว้ให้เสร็จ เธอหยิบโน้ตบุ๊กคู่ใจออกมาวางบนโต๊ะ เปิดเครื่องและเริ่มจมจ่อมลงสู่โลกของตัวเอง
เวลาผ่านไปจนล่วงเลยเข้าสู่ช่วงค่ำ ท้องที่เริ่มประท้วงด้วยเสียงร้องเบาๆ ทำให้อินต้องละสายตาจากหน้าจอ เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่บ่ายยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย อินตัดสินใจลุกขึ้น เดินออกจากห้องเพื่อจะไปหาน้ำดื่มและของรองท้องในครัว
บรรยากาศภายนอกห้องเงียบสงบ ไฟในห้องนั่งเล่นถูกหรี่ลงจนสลัว อินเดินย่องด้วยปลายเท้าเพราะกลัวจะทำเสียงดังรบกวนคนอื่น เธอชะโงกหน้ามองไปที่โซฟา ไม่พบใครนั่งอยู่ตรงนั้น ทีวีจอแบนขนาดใหญ่ปิดสนิท
เธอเดินตรงไปที่โซนห้องครัวซึ่งเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น ตรงกลางมีไอส์แลนด์หินอ่อนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ อินชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ทรงสูงหน้าไอส์แลนด์
เทมส์กำลังนั่งไขว่ห้าง มือหนึ่งถือแก้วไวน์ทรงสูงที่มีของเหลวสีแดงอมม่วงอยู่ค่อนแก้ว เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมบนออกสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและไหปลาร้าได้รูป แขนเสื้อถูกพับขึ้นลวกๆ ไปถึงข้อศอก แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟเหนือเคาน์เตอร์ตกกระทบเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่กำลังจดจ่ออยู่กับแท็บเล็ตบนโต๊ะ
"คนที่ทำร้ายอินก็คือพวกมึงนั่นแหละ!" กฤตสวนกลับทันควัน เขาชี้หน้าไทม์ด้วยมือที่สั่นเทา "มึงมันก็แค่สนุกกับการเอาชนะ มึงมันก็แค่เห็นน้องกูเป็นของแปลกใหม่... พอพวกมึงเบื่อ พวกมึงก็ทิ้งน้องกูไปแต่งงานกับผู้หญิงที่สังคมยอมรับอยู่ดี แล้วคนที่ต้องมานั่งรับกรรมก็คืออิน!"คำพูดของกฤตแทงทะลุเข้าไปในจุดที่เปราะบางที่สุดในใจของอินทิรา มันคือความหวาดระแวงที่เธอเพิ่งจะก้าวข้ามมาได้ไม่กี่ชั่วโมงก่อน หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น แต่คราวนี้เธอเลือกที่จะไม่หลบตา เธอหันไปมองผู้ชายทั้งสามคน แววตาของพวกเขาไม่มีความลังเล ไม่มีท่าทีของคนที่จะทิ้งเธอไปไหน"พวกกูไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น" วีรวิชญ์ที่เพิ่งยันตัวลุกขึ้นจากพื้นพูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงหยาบกระด้างแต่แฝงความหนักแน่นอย่างที่สุด "ผู้หญิงคนเดียวที่พวกกูจะอยู่ด้วยคืออิน มึงเป็นพี่ชายมึงก็น่าจะรู้ดีว่าน้องมึงมีค่าแค่ไหน กูไม่โง่ทิ้งของที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปหรอกเว้ย""มึงหุบปากไปเลยไอ้วี! กูไม่อยากฟังคำแก้ตัวตอแหลของพวกมึงอีกแล้ว!" กฤตตัดบทอย่างไม่ไยดี เขาหันกลับมากระชากข้อมือของอินทิรา ออกแรงดึงจนร่างเล็กถลาเข้าหาตัว "ไปเก็บของเดี๋ยวนี้
"พวกมึงทำเหี้ยอะไรกันวะ!"กฤตพุ่งเข้าไปกระชากวีรวิชญ์ที่อยู่ใกล้อินทิราที่สุดลงมากองกับพื้น ง้างหมัดขึ้นหมายจะซัดเข้าที่ใบหน้าของเพื่อนรักอย่างเต็มแรง"กูฝากน้องไว้ให้พวกมึงดูแล... ไม่ใช่ให้พวกมึงมารุมขยี้แบบนี้!!"หมัดหนักๆ ของกฤตพุ่งซัดเข้าที่สันกรามของวีรวิชญ์อย่างจังจนหน้าหัน ร่างหนาที่ไม่ได้ตั้งตัวและไม่ได้คิดจะหลบหลีกผงะหงายหลังล้มลงไปกองกับพื้นพรม เลือดสีสดซึมออกจากมุมปากทันที ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า แต่วีรวิชญ์กลับไม่ได้ยกมือขึ้นตอบโต้ เขาเพียงแค่นั่งนิ่งอยู่บนพื้น ใช้หลังมือปาดคราบเลือดออกลวกๆ นัยน์ตาดุดันช้อนขึ้นมองเพื่อนสนิทที่กำลังยืนหอบหายใจด้วยความโกรธจัด"ไอ้กฤต! มึงใจเย็นก่อน ฟังพวกกูก่อนดิวะ!" ไทม์รีบถลันตัวเข้าไปขวางกลาง หวังจะรั้งแขนเพื่อนสนิทเอาไว้"มึงถอยไปไอ้ไทม์! ก่อนที่กูจะซัดหน้ามึงอีกคน!" กฤตตวาดลั่น สะบัดแขนอย่างแรงพร้อมกับผลักอกแฝดน้องจนร่างสูงโปร่งเซถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะข้างเตียง นัยน์ตาคมเข้มของกฤตแดงก่ำ เต็มไปด้วยความรวดร้าวและผิดหวังขั้นสุด "พวกมึงเห็นน้องกูเป็นอะไรฮะ! เป็นของเล่นแก้ขัดตอนพวกมึง
ทว่า โชคชะตามักจะเล่นตลกกับความสุขเสมอภายนอกห้องนอนหลัก กฤตสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความรู้สึกกระหายน้ำ ชายหนุ่มในชุดนอนเสื้อยืดกางเกงวอร์มเดินงัวเงียออกจากห้องนอนแขก มุ่งหน้าตรงไปยังโซนห้องครัวในขณะที่เขากำลังรินน้ำเย็นใส่แก้ว หูของเขาก็แว่วเสียงแปลกๆ ดังลอดออกมาจากห้องนอนของเทมส์ มันเป็นเสียงครางอู้อี้และเสียงเตียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ซึ่งคนทั่วไปอาจจะไม่ได้ยิน แต่สำหรับกฤตที่คุ้นเคยกับความเงียบสงบของเพนต์เฮาส์แห่งนี้ เสียงนั้นกลับดังชัดเจนจนน่าสงสัยกฤตวางแก้วน้ำลงบนเคาน์เตอร์ ค
ความมืดมิดในยามวิกาลเข้าปกคลุมเพนต์เฮาส์กว้างขวาง บรรยากาศเงียบสงัดราวกับไร้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ อินทิรานอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียงคิงไซส์ภายในห้องนอนแขก ความคิดมากมายตีกันยุ่งเหยิงในสมองจนไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ คำประกาศกร้าวของกฤตที่จะพาเธอย้ายออกไปในวันพรุ่งนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวหญิงสาวพลิกตัวไปมา ความรู้สึกอึดอัดและหวาดกลัวเกาะกินหัวใจ เธอรู้ดีว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าได้อีกต่อไป พรุ่งนี้เช้าเธอต้องเก็บข้าวของและเดินออกจากที่นี่ จากวงโคจรที่มอบความอบอุ่นและความปลอดภัยให้เธอมาตลอดหลายสัปดาห์ความโหยหาและอาวรณ์ผลักดันให้อินทิราตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง เธอสวมชุดนอนกางเกงขาสั้นตัวเก่ง เปิดประตูห้องออกไปอย
วีรวิชญ์ที่ยืนเงียบมาตลอดเริ่มทนความอึดอัดไม่ไหว ชายหนุ่มร่างหนาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เขาเกลียดการต้องมานั่งปั้นน้ำเป็นตัวโกหกเพื่อนสนิทแบบนี้ที่สุด ลึกๆ แล้วเขาอยากจะตะโกนใส่หน้ากฤตไปเลยว่า อินทิราคือเมียของพวกเขา แล้วเรื่องมันจะได้จบๆ ไปสักที"ถ้ามึงข้องใจนัก มึงก็..."ปึก!ยังไม่ทันที่วีรวิชญ์จะพูดจบ ไทม์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็กระทืบส้นเท้าลงบนหลังเท้าของเพื่อนรักเต็มแรงเพื่อเป็นการหยุดคำพูดนั้น วีรวิชญ์นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด หั
และสิ่งสุดท้ายที่ตอกย้ำความสงสัยของเขาจนแทบจะกลายเป็นความมั่นใจ คือลิปสติกแท่งที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง กฤตจำได้ดีว่าอินทิราเป็นคนเจ้าระเบียบเรื่องเครื่องสำอาง เธอไม่มีทางวางลิปสติกทิ้งไว้ระเกะระกะบนโต๊ะโดยไม่เก็บเข้ากล่องอย่างแน่นอน มันดูเหมือนถูกนำมาวาง 'จัดฉาก' มากกว่ากฤตยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ความเงียบงันภายในห้องสี่เหลี่ยมยิ่งทำให้เสียงความคิดในหัวดังชัดเจนขึ้น ความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ต่างๆ เริ่มปะติดปะต่อกัน รองเท้าสลิปเปอร์หน้าห้องเทมส์ สายตาของวีรวิชญ์ สัมผัสของไทม์ และสภาพห้องที่ดูฝืนธรรมชาติ







