แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: Wabibi
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-20 14:52:09

'น้องก็น่ารักดีนี่หว่า'

เทมส์แค่นยิ้มมุมปาก เขาหยิบแก้วไวน์ของตัวเองขึ้นมากระดกของเหลวสีแดงลงคอจนหมดแก้ว ความร้อนแรงของแอลกอฮอล์ไม่ได้ช่วยดับความรุ่มร้อนบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของจิตใจเลยแม้แต่น้อย

บางที... การรับปากไอ้กฤตครั้งนี้ อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของเขาก็เป็นได้

หน้าจอโน้ตบุ๊กส่องแสงจ้าสะท้อนใบหน้าบึ้งตึงของหญิงสาวที่นั่งจ้องมันมาเกือบสามชั่วโมงติด อินทิราถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือบางยกขึ้นนวดขมับตัวเองแรงๆ เพื่อขับไล่อาการปวดตุบที่เริ่มก่อตัว ลูกค้าเพิ่งส่งข้อความมาขอแก้แบบบิลบอร์ดเป็นรอบที่สี่ของวัน โดยให้เหตุผลสั้นๆ ว่าโลโก้ยังดูไม่โดดเด่นพอ ทั้งที่เธอขยายจนมันแทบจะบังพรีเซนเตอร์มิดอยู่แล้ว

นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์ตอบกลับอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่ความอดทนของคนทำงานกราฟิกจะทำได้ ก่อนจะสลับหน้าจอไปเปิดแอปพลิเคชันสนทนาแบบกลุ่ม เธอพิมพ์ข้อความบ่นระบายความอัดอั้นตันใจลงไปรัวๆ หวังเพียงแค่มีใครสักคนรับฟัง

'ลูกค้าแก้แบบอีกแล้วค่ะ อินอยากจะบ้าตาย' 

'ขยายโลโก้จนเบลอไปหมดแล้ว ทำไมไม่เอาโลโก้แปะหน้าพรีเซนเตอร์ไปเลยล่ะคะ' 

'พี่กฤต อินขอลาออกจากการเป็นคนได้ไหม'

ข้อความถูกอ่านโดยคนสามคนในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ไม่มีใครตอบกลับมา อินทิราคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เตรียมใจจะกลับไปเผชิญหน้ากับโปรแกรมออกแบบต่อ

เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นสามครั้งติดกันตามด้วยจังหวะเว้นช่วงสั้นๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของใครบางคน อินทิราชะงักมือจากเมาส์ ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู

ร่างสูงใหญ่และหนาตึกของวีรวิชญ์ยืนอยู่หน้าห้อง เขาสวมเพียงเสื้อกล้ามสีดำพอดีตัวที่ขับเน้นมัดกล้ามเนื้อช่วงแขนและรอยสักลายกราฟิกสไตล์ชนเผ่าที่พาดผ่านหัวไหล่ซ้าย กางเกงยีนส์สีเข้มขาดเข่าตัวเก่ง และรองเท้าบูตหนังสีดำ ท่าทางของเขาดูดิบเถื่อนและพร้อมลุยอยู่ตลอดเวลา

"เก็บของ" เสียงทุ้มห้าวเอ่ยสั้นๆ ทันทีที่บานประตูเปิดออก

"คะ?" อินทิราทำหน้าเหลอหลา กะพริบตาปริบๆ มองผู้ชายตัวโตตรงหน้า "เก็บของอะไรคะพี่วี"

"คอมพิวเตอร์น่ะ เก็บใส่กระเป๋าซะ ไปทำงานที่อู่กู" วีพยักพเยิดหน้าไปทางโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารและสมุดสเก็ตช์ภาพ "นั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องแบบนี้ สมองมึงจะแล่นได้ยังไง ไปเปลี่ยนบรรยากาศ"

"แต่ว่า... อินยังแต่งตัวไม่เรียบร้อยเลยนะ" เธอก้มลงมองสภาพตัวเอง เสื้อยืดสีขาวตัวย้วยกับกางเกงผ้ายืดขาสั้น มันเป็นชุดอยู่บ้านที่สบายที่สุด แต่คงไม่เหมาะจะออกไปข้างนอกนัก

"ไม่ต้องเปลี่ยน แบบนี้แหละดีแล้ว อู่กูมีแต่ช่างกับรถ มึงจะแต่งสวยไปประกวดนางงามที่ไหน" วีตอบกลับหน้าตาเฉย เขาไม่ได้มีท่าทีคุกคามหรือใช้สายตาแทะโลมเธอเลยแม้แต่น้อย มันเป็นเพียงความตรงไปตรงมาในแบบของเขา "ให้เวลาห้านาที ช้ากูทิ้ง"

พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินกลับไปทางโถงทางเดิน ทิ้งให้อินทิรายืนอ้าปากค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งกลับไปเก็บสายชาร์จและยัดโน้ตบุ๊กลงกระเป๋าเป้ใบเก่ง คว้าเสื้อคลุมแขนยาวตัวบางมาสวมทับเพื่อกันแดด แล้วรีบวิ่งตามร่างสูงใหญ่ลงไปที่ลานจอดรถชั้นล่าง

ที่จอดรถวีไอพีของเพนต์เฮาส์มีรถสปอร์ตหรูจอดเรียงรายอยู่หลายคัน แต่เป้าหมายของวีคือรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่สีดำด้านที่จอดเด่นเป็นสง่าอยู่มุมสุด เขาหยิบหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีดำส่งให้อินทิรา

"ใส่"

อินทิรารับหมวกมาสวมอย่างทุลักทุเล มันหนักและใบใหญ่กว่าหัวเธอมาก วีทนดูความเงอะงะไม่ไหว เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ ดึงสายรัดคางจากมือเธอไปจัดการล็อคให้ด้วยตัวเอง ปลายนิ้วสากกร้านที่ผ่านการจับเครื่องมือช่างมาอย่างโชกโชนเฉียดผ่านปลายคางของเธอไปเพียงนิดเดียว แต่กลับทำให้คนถูกสัมผัสรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า

"ขึ้นมา" วีตวัดขาคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ สตาร์ทเครื่องยนต์เสียงดังกระหึ่มจนอินทิราสะดุ้ง

หญิงสาวค่อยๆ ก้าวขาขึ้นซ้อนท้ายอย่างเก้ๆ กังๆ มือบางจับชายเสื้อยืดของคนตรงหน้าไว้หลวมๆ ไม่กล้ากอดเอวเขาเพราะกลัวจะดูเป็นการละลาบละล้วงเกินไป

"จับแค่นั้นเดี๋ยวก็หงายหลังตกรถตายหรอก" วีหันมามองผ่านไหล่หนา เขาจับมือทั้งสองข้างของเธอมาวางแหมะลงบนหน้าท้องแกร่งที่เต็มไปด้วยลอนกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อกล้าม "กอดแน่นๆ กูขับเร็ว"

ยังไม่ทันที่อินทิราจะได้ประท้วง รถคันใหญ่ก็พุ่งทะยานออกจากลานจอดรถด้วยความเร็ว แรงกระชากทำให้เธอต้องเผลอรัดท่อนแขนกอดเอวสอบของเขาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ ใบหน้าซุกเข้ากับแผ่นหลังกว้าง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแนวสปอร์ตผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก

อู่ซ่อมรถของวีตั้งอยู่ในโซนชานเมือง กินพื้นที่กว้างขวางและดูเป็นสัดส่วน ด้านหน้าเป็นโชว์รูมกระจกใสสำหรับจัดแสดงรถคัสตอมที่แต่งเสร็จแล้ว ถัดเข้าไปเป็นโซนซ่อมบำรุงที่เต็มไปด้วยเครื่องมือช่างและแท่นยกรถ ช่างยนต์หลายคนในชุดหมีเปื้อนคราบน้ำมันกำลังง่วนอยู่กับการทำงาน เสียงเครื่องยนต์และเสียงเครื่องมือช่างดังสลับกันไปมา

บิ๊กไบค์คันใหญ่เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าออฟฟิศกระจกซึ่งตั้งแยกออกมาจากโซนซ่อมบำรุง ช่างหลายคนเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายหนุ่มที่พาหญิงสาวแปลกหน้าซ้อนท้ายมาด้วย พวกเขาต่างส่งสายตาสงสัยแต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากแซว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Trust Issue ฝาก (รัก) ไว้ให้เพื่อนพี่   บทที่ 152

    พายุใช้โทสะ ใช้กำลัง ใช้เสียงตวาดข่มขู่ดั่งไฟป่าที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างจนมอดไหม้ ส่วนศิลาก็ใช้ตรรกะ ใช้สัญญา ใช้กรงขังและกฎเกณฑ์อันเย็นชามาบีบรัด ทั้งสองคนคิดว่าความกลัวจะทำให้ผู้หญิงคนนี้ยอมจำนน แต่พวกเขาไม่เคยเข้าใจ... ว่ายิ่งใช้ความรุนแรงและกฎเกณฑ์กดทับมากเท่าไหร่ ปราการในใจของข้าวหอมกลับยิ่งก่อตัวหนาแน่นและแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นมนุษย์ไม่ได้ยอมแพ้เพราะความเจ็บปวดแต่มนุษย์จะยอมจำนนอย่างสิ้นท่า... เมื่อถูกต้อนให้พ่ายแพ้ต่อความต้องการลึกๆ ในสัญชาตญาณของตัวเองต่างหากอคินสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างเล็กที่กำลังนั่งขดตัวอยู่ข้างเตียง ข้าวหอมกอดเข่าตัวเองไว้แน่น ใบหน้าเนียนซุกอยู่ระหว่างท่อนแขน ไหล่บางสั่นสะท้านเป็นจังหวะถี่ๆ จากแรงสะอื้นที่ถูกสะกดกลั้นไว้ เธออยู่ในสภาพเปราะบางดั่งเครื่องเคลือบดินเผาที่มีรอยร้าวรอบด้าน เพียงแค่ลงน้ำหนักมือไม่ถูกจุด ชิ้นงานศิลปะชิ้นเอกนี้ก็อาจจะแตกสลายคามือไปตลอดกาลเขาย่อตัวลงคุกเข่าข้างกายเธอ กลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นน้ำตาจางๆ จากตัวเธอลอยเข้าแตะจมูก"น้องหอม..."อคินเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม หวานล้ำและอ่อนโยนดั่ง

  • Trust Issue ฝาก (รัก) ไว้ให้เพื่อนพี่   บทที่ 151

    นัยน์ตาคมกริบของศิลากระตุกวูบไปเสี้ยววินาที ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไร้ตรรกะรองรับแล่นพล่านเข้ามาในอกซ้าย มันคือความเจ็บแปลบที่คล้ายกับตอนที่เขาเห็นรอยช้ำบนเข่าของเธอในกล้องวงจรปิด... ความรู้สึกขัดใจที่เห็นดวงตาคู่สวยคู่นี้มองเขาด้วยความชิงชัง แทนที่จะเป็นรอยยิ้มสดใสตอนที่เธอเล่าเรื่องเมล็ดกาแฟเมื่อคืนก่อนแต่ด้วยความทะนงตนและตรรกะที่เขายึดถือมาตลอดชีวิต ศิลาไม่อาจแสดงความอ่อนแอทางอารมณ์ออกมาให้เห็นได้เขาเพียงแค่เหยียดริมฝีปากบางตรง ดันกรอบแว่นตาขึ้นช้าๆ แล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้"ในโลกของความเป็นจริง ข้าวหอม... คุณค่าของมนุษย์ถูกกำหนดด้วยราคาที่ต้องจ่ายเพื่อรักษามันไว้ และราคาของเธอนั้น สูงเกินกว่าที่ฉันจะยอมปล่อยให้ใครมาชุบมือเปิบไปได้... แม้แต่ตัวเธอเอง"ศิลาผละสายตาออกจากใบหน้าหวาน เขายกมือขึ้นชี้ตรงไปยังประตูห้องทำงาน"กลับไปที่ห้องนอนของเธอซะ" ศิลาออกคำสั่งขั้นเด็ดขาด "บอดี้การ์ดสองคนจะยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูตลอดเวลา เธอจะได้รับอนุญาตให้ออกมาเฉพาะเวลาทำอาหารและเวลาร่วมโต๊ะอาหารเท่านั้น... ไปได้แล้ว"ข้าวหอมมอ

  • Trust Issue ฝาก (รัก) ไว้ให้เพื่อนพี่   บทที่ 150

    "เธอแอบย่องออกจากบ้านพักในเวลาวิกาลโดยไม่แจ้งให้ผู้ควบคุมระบบทราบ และเธอออกไปพบกับผู้ชายคนหนึ่งใต้ต้นไม้ในสวนสาธารณะ... ผู้ชายที่สวมหมวกและแว่นตาดำ ผู้ชายที่ส่งมอบเอกสารใส่ร้ายบริษัทฉบับนี้ให้เธอ" ศิลาใช้ปลายนิ้วแตะลงบนซองเอกสารสีน้ำตาลเบาๆ "เธอคิดจริงๆ หรือ ว่าการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบและเต็มไปด้วยช่องโหว่แบบนี้ จะรอดพ้นสายตาของระบบไปได้"ข้าวหอมนิ่งอึ้ง ใบหน้าเนียนซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอไม่รู้ว่าพวกเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร แต่สายตาที่มองทะลุปรุโปร่งของศิลาทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนเปลือยเปล่าอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ"เขา... เขาไม่ได้เป็นคนร้าย..." เธอพยายามเค้นเสียงแก้ต่าง ละล่ำละลักพูด "เขาแค่... เอาเอกสารมาให้ฉันดู...""เอกสารปลอม" ศิลาเอ่ยแทรกขึ้นมาทันควัน น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบลงไปอีกระดับ "การโอนเงินในเอกสารฉบับนี้ระบุรหัสสาขาของธนาคารพาณิชย์ที่ถูกยุบไปแล้วตั้งแต่สามปีก่อน ตราประทับของบริษัทร่วมทุนถูกวางตำแหน่งผิดพลาดไปสองเซนติเมตร และลายเซ็นของฉันกับพายุในรายงานการประชุมลับ เป็นการคัดลอกจากไฟล์สแกนหนังสือมอบอำนาจเก่า... มีเพียงคนที่โง่เขลาและถูก

  • Trust Issue ฝาก (รัก) ไว้ให้เพื่อนพี่   บทที่ 149

    ทว่า ความผิดพลาดของพายุไม่ได้ทำให้ศิลาแปลกใจเท่ากับพฤติกรรมของหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเขาในเวลานี้ข้าวหอมนั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงาน ร่างเล็กของเธอยังคงสวมเสื้อสเวตเตอร์หนาสีเทาเข้มตัวเดิม ชายเสื้อยับย่นจากการถูกกระชาก ข้อมือทั้งสองข้างประสานกันแน่นอยู่บนตัก ขอบตาแดงก่ำและบวมช้ำจากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวคิ้วของศิลาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คือท่วงท่าการเม้มริมฝีปากแน่นสนิท และแววตาที่จ้องมองพื้นไม้ปาร์เกต์อย่างดื้อดึงแววตาของคนที่กำลังซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้มิดชิดความลับที่หนักหนาพอจะทำให้ผู้หญิงที่เคยยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์ กล้าแอบหนีออกจากเพนต์เฮาส์ตั้งแต่เช้ามืดศิลาเลื่อนสายตามองไปยังซองเอกสารสีน้ำตาลขนาดเล็กที่เขายึดมาจากกระเป๋าเสื้อของเธอ มันวางสงบนิ่งอยู่ข้างแท็บเล็ตส่วนตัวของเขา ตราประทับปลอมและรายงานการเดินบัญชีที่พิมพ์ออกมาอย่างหยาบๆ ในซองนั้น ถูกเขากวาดสายตาตรวจเช็กความถูกต้องทางนิติวิทยาศาสตร์ไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ห้านาทีแรกที่เธอก้าวเข้ามาในห้องนี้เอกสารปลอมแปลงขั้นพื้นฐาน... ฝีมื

  • Trust Issue ฝาก (รัก) ไว้ให้เพื่อนพี่   บทที่ 148

    ความกลัวที่จะถูกทิ้ง... ความทรงจำในวัยเด็กที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวในสถานสงเคราะห์... ผสมผสานกับความแค้นที่ถูกหักหลังซ้ำสอง บีบให้สติสัมปชัญญะของพายุขาดสะบั้นลงโดยสิ้นเชิง"มึงกล้าเปรียบเทียบกูกับมันงั้นเหรอ..."พายุกัดฟันพูดทีละคำ เสียงแหบต่ำจนฟังดูคล้ายสัตว์ร้ายที่กำลังคลั่ง ดวงตาคมเข้มแดงก่ำลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความบ้าคลั่งที่ไร้การควบคุมเขาปล่อยมือจากแขนของเธอก่อนจะเงื้อหมัดขวาที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยรอยสักเปลวไฟขึ้นสูงในอากาศ!แรงโทสะสั่งการให้เขาทำลายทุกสิ่งตรงหน้าเพื่อระบายความเจ็บปวดที่อัดแน่นจนแทบอกแตกตายข้าวหอมเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เธอผงะถอยหลัง แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับเสาคอนกรีตต้นใหญ่จนไร้ทางหนี เมื่อเห็นหมัดหนักๆ เงื้อขึ้นสุดแขน หญิงสาวหลับตาแน่น ย่อตัวลง และยกสองแขนขึ้นมาปิดศีรษะเพื่อรอรับแรงกระแทกอันทารุณตามชะตากรรมเธอนึกว่าเขาจะชกเธอ... นึกว่าจุดจบของเธอได้มาถึงแล้ววูบ!ลมหมัดที่รุนแรงเฉียดผ่านแก้มเนียนของเธอไปเพียงไม่ถึงมิลลิเมตรพลั่ก! เปรี้ยง!เสียงกำปั้นหนัก

  • Trust Issue ฝาก (รัก) ไว้ให้เพื่อนพี่   บทที่ 147

    หมับ!มือหนาหยาบกร้านเอื้อมออกไปคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างของข้าวหอมอย่างแรง แรงบีบมหาศาลทำให้เนื้อเนียนแทบแหลกคามือ ข้าวหอมหลุดเสียงครางในลำคอด้วยความเจ็บแปลบใบหน้าคมเข้มของพายุโน้มลงมาประชิดจนหน้าผากเกือบชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวที่เปรอะเปื้อนกลิ่นบรั่นดีเป่ารดผิวแก้มซีดเซียวดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย ฟันกรามขบแน่นจนได้ยินเสียงลั่นสุรเสียงแหบต่ำ ลึก และเต็มไปด้วยความคุกคามอันดิบเถื่อนดังรอดไรฟันออกมา บีบให้อากาศรอบตัวเย็นเฉียบจนแทบหยุดหมุนเวียน"มึงออกไปไหนมาตั้งแต่เช้ามืด... ข้าวหอม" พายุเค้นเสียงถาม แววตาวาวโรจน์ไปด้วยความคลั่ง "ลงไปร่านรอกระดูกชิ้นไหนมา... ตอบกูมาเดี๋ยวนี้!"กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศกลิ่นซีดาร์วูดในห้องรับแขกไม่ได้ช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาอยู่ในอกของพายุได้เลยแม้แต่น้อยมือหนาของเขาบีบลึกเข้าไปในเนื้อเนียนตรงต้นแขนของข้าวหอม เขารู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อใต้เสื้อสเวตเตอร์หนาที่กำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ร่างเล็กๆ นั้นบอบบางจนเหมือนกิ่งไม้แห้งที่เขาออกแรง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status