LOGIN“ไงวะ ไอ้ปัณณ์ แย่เลยเหรอ”ปุณณิธิเอ่ยแซวกลั้วเสียงหัวเราะ ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้เห็นคนท่ามากปากเสียในสภาพแบบนี้ครั้งหนึ่งคนอย่างปัณณธีเคยหัวเราะเยาะที่ทั้งพ่อ เขา และพี่เขยแพ้ท้องแทนเมีย เคยพูดจาทับถมว่าพวกเขากลัวเมียมากจนน่าขำ และลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่มีวันปล่อยให้เมียอยู่เหนือการควบคุมและจะไม่มีวันหมดท่าถึงขนาดแพ้ท้องแทนผู้หญิงเด็ดขาดในตอนนั้นเขายังสาปแช่งน้องชายตัวดีให้แพ้ท้องแทนเมียหนักกว่าพวกเขาเป็นสามเท่า พอถึงวันนี้ ท่าทางว่าคำสาปแช่งนั้นจะเป็นจริงเสียแล้ว“แย่เลยพี่ปุณณ์ ไม่รู้ว่าไปกินอะไรมา สงสัยจะอาหารเป็นพิษ”ปัณณธียกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มจนหมด ก่อนยื่นแก้วนั้นขอเติมอีกครั้ง“อาหารไม่ได้เป็นพิษหรอก แต่น้ำแกมันทำฤทธิ์แล้ว”พี่ชายเอ่ยแซว ทุกคนในบ้านที่ผ่านประสบการณ์พวกนี้มาก่อนพากันนั่งขำ ผิดกับสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันที่ยังนั่งงง“อะไร พี่ปุณณ์ ผมงงไปหมดแล้ว นี่น้องชายพี่คลานอ้วกตั้งแต่เช้าจนจะหมดแรงเดินอยู่แล้ว พี่ยังหัวเราะกันได้อีกเหรอ”“ใจเย็นสิวะ แกไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ก็แค่กรรมตามสนอง อยากหัวเราะเยาะพวกฉันเอง ช่วยไม่ได้”“อะไรครับ”ปัณณธีมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที ก่อนพี่ชายจ
เสียงอาเจียนดังขึ้นปลุกร่างบางให้รู้สึกตัวตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เธอหันมองที่นอนด้านข้างที่ว่างเปล่าแล้วรีบดีดตัวจากที่นอนตรงดิ่งไปยังห้องน้ำทันที“พี่ปัณณ์ เป็นอะไรคะ”ดวงตากลมเบิกโพลง ถลาเข้าไปลูบแผ่นหลังแกร่งของสามีที่นั่งคุกเข่าอาเจียนลงในชักโครกอย่างเอาเป็นเอาตายจนน่าสงสารไม่มีเสียงตอบรับ แต่เสียงอาเจียนยังดังต่อเนื่อง เธอจึงผละไปเปิดน้ำใส่แก้วมาส่งให้เมื่อเขาทิ้งตัวลงนั่งราบกับพื้น“บ้วนปากก่อนค่ะพี่ปัณณ์”ปัณณธีรับแก้วน้ำมาบ้วนปากจนรู้สึกดีขึ้น จึงจะลุกขึ้นยืน แต่ขาเจ้ากรรมกลับไร้เรี่ยวแรง แค่เพียงพยุงตัวขึ้นนิดเดียวก็ทรุดลงนั่งราบกับพื้นดังเดิม“พี่ปัณณ์ ลูกจันช่วยค่ะ”ชิดจันทร์ประคองสามีขึ้นยืน ก่อนบีบยาสีฟันใส่แปรงส่งให้“แปรงฟันหน่อยนะคะ จะได้ดีขึ้น”เขารับมาแปรงแต่โดยดี แต่เพียงแค่เกิดฟองในปากเล็กน้อย เขาก็ต้องรีบบ้วนทิ้งแล้วอาเจียนเอาน้ำใส ๆ ในกระเพาะอาหารออกมาอีกครั้ง“พี่ปัณณ์”“ลูกจัน พาพี่กลับไปนั่งที่เตียงที”“ค่ะ”ชิดจันทร์ประคองสามีมานั่งเอนหลังพิงหัวเตียง รินน้ำใส่แก้วส่งให้โดยที่เขาเองก็รับมาดื่มรวดเดียวหมด“เบา ๆ ค่ะพี่ปัณณ์ เดี๋ยวสำลักนะคะ”“อืม ได้น้ำเปล่าแล
เสียงออดหน้าห้องของคอนโดมิเนียมราคาแพงดังขึ้นหลายครั้ง เจ้าของห้องที่หน้าท้องนูนเด่นในชุดคลุมท้องเดินมาส่องดูช่องตาแมวก่อนถอนใจพรืดเมื่อคืนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่แวะเวียนมาหาเธอเสมอ แม้เธอจะไม่เคยต้อนรับเขาด้วยไมตรีเลยก็ตามทีแต่สุดท้ายก็ต้องเปิดประตูให้เมื่อเขาไม่ยอมถอยกลับ ยังคงปักหลักยืนกดออดอยู่หลายครั้งจนน่ารำคาญ“ทิพย์”ทันทีที่ประตูเปิดออก แขกผู้มาเยือนก็ร้องทักเจ้าของห้องด้วยรอยยิ้ม ในมือถือข้าวของพะรุงพะรังเช่นเดิม“คุณจะมาทำไมทุกวันคะคุณรัฐ”ปกติเขาจะมาหาเธอทุกวันหลังเลิกงาน ซื้ออาหารเย็นและของบำรุงมาให้ ดูแลจนเธอจะเข้านอนจึงยอมกลับ แต่ถ้าเป็นวันหยุดอย่างเช่นวันนี้ เขาจะมาหาเธอตั้งแต่ไก่โห่และกลับอีกทีเมื่อเธอกำลังจะเข้านอนแล้วเท่านั้น“ผมก็มาดูแลคุณไง ซื้ออาหารบำรุงมาให้ด้วย ลูกเราจะได้แข็งแรง”“ฉันมีทุกอย่างที่คุณซื้อมา อีกอย่างที่คุณประโคมซื้อมาทุกวันฉันก็กินยันคลอดยังไม่หมดเลย ห้องฉันจะไม่มีที่เก็บแล้ว คุณเลิกซื้อมาให้เสียทีเถอะ”รัฐปกยื่นหน้าเข้าไปมองในโซนห้องครัว ของที่เขาซื้อให้วางตั้งเรียงกันจนเต็มพื้นที่ ไม่รู้ว่าเธอกินไม่ทันหรือไม่ยอมแตะต้องกั
“คุณหมอ...”“ไม่ต้องตกใจแล้ว ผมรักคุณจริง ๆ ไม่ได้เพิ่งรักเพื่อจะรับผิดชอบเรื่องลูก”“แต่ว่าเรา...”“ผมว่าความรู้สึกเราตรงกันนะ คนดื้ออย่างคุณแคร์ด้วยเหรอถ้าผมจะเอาเรื่องเราไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ ก็แค่พลาดนอนด้วยกันครั้งเดียว คนอย่างคุณคิดมากขนาดนั้นเลยเหรอ”ก็...ไม่ เธอไม่ใช่คนคิดมากกับเรื่องพวกนี้ และไม่ได้สนใจด้วยว่าตัวเองจะมีรอยราคีแค่ไหน แต่ที่ยอมให้เขาเอาเรื่องนี้มาขู่ก็เพราะเธอเองอยากที่จะใกล้ชิดกับเขาเช่นกัน“เอ่อ ฉัน...”“เด็กปากแข็ง ทั้ง ๆ ที่ปากคุณนุ่มจะตาย แต่ทำไมชอบขี้โกหก”“คุณหมอชยุตม์”“ครับ เรียกเสียเต็มยศ กลัวจำชื่อสามีตัวเองไม่ได้หรือไง”พูดพลางประคองพาเธอเดินมานั่งข้างกันที่โต๊ะอาหารในห้องนั่งเล่น“กินข้าวไปคุยกันไปดีไหม ผมหิวจะแย่แล้ว อีกอย่างเจ้าตัวเล็กในท้องก็คงจะหิวเหมือนกัน ทนกินเข้าไปหน่อยนะ ยังเหม็นอะไรอีกหรือเปล่า”เขาตักกับข้าวรสจัดที่ไม่ได้มีกุ้งเป็นส่วนประกอบสักอย่างใส่จานให้เธอ คนท้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ตักยำสีสันจัดจ้านเข้าปากทันที“กินได้ค่ะ ไม่เหม็น”“งั้นก็กินเยอะ ๆ”“แล้วเรื่องของเราล่ะคะ”คนที่ยังกังวลไม่วายถาม ทั้งที่ปากกำลังเคี้ยวอาหารตุ้ย ๆ
เพียงขิมมองจานอาหารที่ถูกเสิร์ฟบนโต๊ะด้วยใบหน้าเหยเก กลิ่นเหม็นตีขึ้นจมูก น้ำลายมากมายเอ่อเต็มกระพุ้งแก้มแต่ก็ไม่อาจกลืนได้ ก่อนน้ำย่อยในกระเพาะอาหารจะตีวนขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอยจึงยกมือขึ้นปิดปากแล้ววิ่งหนีเข้าห้องน้ำไปโก่งคออาเจียนได้ทันท่วงทีหมอหนุ่มตกใจ วิ่งตามเธอไปติด ๆ แต่ก็ไม่อาจเข้าไปในห้องน้ำหญิงได้ มีนาที่เห็นท่าไม่ดีแล้ววิ่งตามมาจึงขันอาสาทันที“ยุตม์รออยู่นี่แหละ เดี๋ยวมีนเข้าไปดูให้”“ขอบคุณมากนะมีน”แม้จะยังทำใจไม่ได้และไม่ได้ชอบขี้หน้าผู้หญิงคนนั้นนัก แต่วิชาชีพที่ร่ำเรียนมาก็ไม่อาจทำให้เธอใจดำทนดูอยู่ได้จึงรีบเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปช่วยลูบหลังคนที่กำลังอาเจียนอยู่ที่ชักโครก“ดีขึ้นไหมคะ ไปบ้วนปากก่อนค่ะ”เมื่อเพียงขิมอาเจียนเอาอาหารกลางวันออกมาจนเหลือแต่น้ำใส ๆ ก็รู้สึกดีขึ้น จึงเดินไปบ้วนปากที่อ่างล้างหน้าตามที่หมอสาวบอกมีนาส่งกระดาษทิชชูให้ เธอรับมาซับหน้าแล้วเอ่ยขอบคุณ“ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ”“เป็นอะไรไปคะ ไม่ได้ทานข้าวเหรอ ถึงอาเจียนแบบนี้”“ทานแล้วค่ะ แต่เมื่อกี้มันเหม็นมากเลย ไม่รู้เขาเอากุ้งเน่ามาทำอาหารหรือเปล่า”หมอสาวย่นหัวคิ้ว มองคนที่อาเจียนจนหน้าซีดแล้วหัวใจ
“อยู่คนเดียวทั้งวัน เบื่อไหม”ชยุตม์เปิดประตูห้องพักสุดหรูของโรงแรมชื่อดังเข้ามาแล้วตรงดิ่งไปหอมแก้มคนที่ยังนอนเล่นบนเตียง ใบหน้าสวยบอกบุญไม่รับทั้งยังขยับตัวหนีราวกับเบื่อหน่ายเสียเต็มประดา ทั้งที่เมื่อเขาไลน์มาในช่วงบ่ายว่าจะพาเธอไปดินเนอร์หลังสัมมนาเสร็จ เธอก็ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวรอทันที“ไม่น่าถามนะคะ ไม่เข้าใจเลยว่าคุณจะลากฉันมาด้วยทำไม”“ก็พามาเที่ยวไง คุณอยากเที่ยวไม่ใช่เหรอ”“อยากเที่ยวแบบได้เที่ยวทั้งวัน ไม่ใช่นอนรอใครทั้งวันแบบนี้ค่ะ”“อดทนหน่อยสิ วันพฤหัสผมก็เสร็จแล้ว อย่างอแงเลยนะ”หมอหนุ่มจูบแก้มนวลอีกครั้งแล้วลุกขึ้นถอดเสื้อผ้า ก่อนหันมองคนตัวบางแล้วอมยิ้มเมื่อเธออยู่ในชุดเดรสยาวกรุยกรายพร้อมสำหรับการดินเนอร์ แม้ปากจะบอกว่าไม่อยากไปก็ตาม“รอผมเดี๋ยวนะ ขออาบน้ำก่อน คุณอาบน้ำรอผมแล้วนี่ ไม่ยอมรออาบพร้อมกันเลยนะ”“ไม่ได้อาบรอค่ะ แค่อาบน้ำตามปกติ แต่คุณบอกว่าจะพาไปดินเนอร์เลยเปลี่ยนชุดเฉย ๆ ไม่อยากให้คุณเสียเวลารอฉันแต่งตัว ขี้เกียจโดนบ่น”“ผมเคยบ่นคุณด้วยเหรอ รอคุณอาบน้ำแต่งตัวนานแค่ไหนก็ได้ แค่เก็บค่ารอนิดหน่อยเท่านั้น”พูดพร้อมถอดเสื้อแล้วก้าวขึ้นเตียงไปหอมแก้มนัวเนียคนที่







