Beranda / แฟนตาซี / Undisclosure / ภาพอนาคต หรือแค่เพี้ยน?

Share

ภาพอนาคต หรือแค่เพี้ยน?

last update Terakhir Diperbarui: 2025-02-26 11:09:05

ออสโล่และอเล็กซิสยิ้มน้อย ๆ ทำท่าราวกับเข้าใจว่าเธอรู้สึกอย่างไร แต่พวกเขาก็ยังอดขำไม่ได้ และเมื่อพวกเขาหัวเราะใส่เธอเกินพอดี โทสะเริ่มเดือด และพอมันเดือด เธอห้ามปากตัวเองไม่อยู่

“มันไม่ตลกนะ! บางครั้งฉันเห็นเหตุการณ์ผ่านภาพในหัว มันผุดขึ้นมาเอง” หยุดพูดได้แล้วเบ็กกี้ หยุดพูด “ฉันพูดความจริง ฉันเคยฝันถึงเพื่อนคนหนึ่ง ฉันอยู่ในร่างของเธอ เห็นทุกสิ่งผ่านดวงตาของเธอ เธอลืมล็อกประตูห้องนอนและพ่อเลี้ยงก็เข้ามา ฉันพยายามเตือนเธอแล้ว แต่เธอบอกว่าฉันมันบ้า ประสาท เพี้ยน ฉันไม่ใช่เพื่อนของเธอ และพ่อเลี้ยงของเธอก็เข้ามาในห้องนอนจริง ๆ สุดท้าย เพื่อนคนนั้นก็เอาแต่โทษว่าฉันสาปแช่งเธอ”

บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีเหมือนครั้งเรมี เสียงหัวเราะหายไป แต่พวกเขาไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูดเหมือนที่เชื่อเรมี สีหน้าของพวกเขาบ่งบอกว่าเห็นใจ แต่เธอไม่ต้องการความเห็นใจนั้น เด็กสาวร้องไห้ในใจ ทำไมถึงไม่หุบปากให้สนิท เธอรู้ว่าพวกเขาคิดอะไร พวกเขาคงนึกถึงสายรัดข้อมือเมื่อครู่และคงคิดว่า อ้อ อย่างนี้นี่เอง เธอเป็นคนป่วย เธอสมควรอยู่ที่นั่นต่อไป

“เธอเป็นแม่หมอเหรอ”

“ไม่ใช่สักหน่อย” เธอตวาดใส่เวด เขานิสัยไม่ดีเหมือนกับคนตาสีอำพัน ถึงจะร้ายน้อยกว่าแต่ก็ยังนิสัยไม่ดีอยู่ดี

“เธอทายอนาคตของฉันได้ไหม” เทสซ่าถามแต่น้ำเสียงแฝงนัยล้อเลียน เบ็กกี้แน่ใจว่าสิ่งที่เธอคิดในตอนแรกถูกต้อง คนกลุ่มนี้ไม่ต่างอะไรจากพวกแก๊งอันธพาลในโรงเรียน พวกเขาแกล้งเธอเหมือนกับที่พลูทักซ์ทำ

“ฉันทำนายอนาคตไม่ได้ ฉันแค่เห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ฉันไม่สนหรอก ถ้าหากพวกเธอจะไม่เชื่อฉัน”

“เฮ้ ใจเย็น ๆ” เรมีกระตุกแขน เขาเป็นคนเดียวในนี้ที่เธอรู้สึกสบายใจที่จะอยู่ด้วย แต่พวกเขาเพิ่งรู้จักกันไม่ถึงชั่วโมง เธอจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะไม่เปลี่ยนไปเหมือนคนพวกนี้ แต่เพราะตัวเธอไม่มีเพื่อนคนอื่นแล้ว จะผิดหรือไม่หากเธอหวังว่าเขาจะอยู่ข้างเธอ

“เบ็กกี้ นั่นอะไรเหรอ” มินนี่ชี้นิ้วไปยังรอยแผลเป็นที่คอ “รอยช้ำหรือเปล่า”

“เห็นมาตั้งนานละ มีรอยแบบนั้นใต้แขนเธอด้วยนะ” เบนเสริม

เบ็กกี้ลุกขึ้นยืน

“นี่ ไม่มีอะไรหรอกน่า ใจเย็นก่อน”

“ฉันไม่ใช่คนบ้านะที่นั่งเฉย ๆ แล้วปล่อยให้คนพวกนี้ปากพล่อยพูดอะไรก็ได้”

“โห...แรงนะนั่น” ใครสักคนว่า

“ขอโทษ พวกเราขอโทษ ไม่มีใครอยากให้เธอรู้สึกแบบนั้น พวกเขาหัวเราะฉันเหมือนกัน เรามาคุยกันดี ๆ ดีกว่า อย่าเพิ่งโมโหเลย” อเล็กซิสทำเหมือนปลอบแต่คำพูดไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น เบ็กกี้รู้ดีว่ามันเป็นการแสดง บางครั้ง คนบางคนก็หยิบยื่นน้ำใจ ปากบอกว่า “ฉันเข้าใจว่าเธอรู้สึกอย่างไร” แต่จริง ๆ แล้ว พวกเขาแค่พยายามสร้างภาพให้ดูดีขึ้นมาเท่านั้น

 “อย่าเสแสร้งเลย คนอย่างเธอยังถือปืนคิดฆ่าคนได้ ดวงตาเธอมันไร้ความรู้สึก เย็นชาราวกับน้ำแข็ง ฉันเห็นตัวตนของเธอทุกอย่าง อย่าแกล้งทำเป็นปลอบ ข้างในเธอก็เป็นแบบนั้นนั่นแหละ”

ทุกคนเงียบไปนานก่อนที่เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกรอบ เบ็กกี้คิดว่า ตอนนี้หน้าของเธอคงแดงมากกว่าผมตัวเอง

“เอาจริงเหรอเนี่ย” ซาร่าห์พึมพำ แต่เสียงที่ใสกลับฟังดูน่ารำคาญขึ้นมา และตอนนี้ในสายตาเธอ หญิงสาวคนนี้คือราชินีจอมวายร้าย

“อเล็กซิสฆ่าใครไม่ได้หรอก” เวดแย้ง “อย่าพูดแบบนั้นอีกนะ”

“เธอทำได้...จะทำแน่ ๆ ฉันรู้ว่านายคงไม่เชื่อ ไม่อยากจะพูดหรอกนะ แต่เพื่อนของนายจะทำแบบนั้นจริง ๆ ดวงตาของเธอไม่มีความรู้สึกอะไรเลย แต่ตั้งใจจะฆ่า...ฉันเห็น”

“เด็กคนนี้มาจากสถานพักฟื้นจิตเวช แถมยังมาจากแคสติโมเนีย” เทสซ่าย้ำเตือนกลุ่มตัวเอง “เธอพูดจาไร้สาระ”

“เทส ไม่ต้องใช้คำแรงขนาดนั้นก็ได้”

“พี่ก็ ดูสายตาที่เธอมองพวกเราสิ เหมือนเห็นพวกวายร้ายอะไรแบบนั้นเลย”

“เธอยังเด็ก” เรมีแทรก เหมือนพยายามจะหาข้อแก้ตัวให้เธอ แต่เธอไม่ต้องการ เขาก็เหมือนกับอเล็กซิส ไม่อยากทำตัวแย่ ๆ ต่อหน้าคนอื่น นายก็แค่อยากเป็นเพื่อนกับคนกลุ่มนี้

“บางที มันอาจจะเป็นพลังของเธอก็ได้ มองเห็นอนาคตอะไรแบบนั้น” คำพูดของมินนี่ทำให้ทุกคนขบขัน อย่างไรก็ตาม มินนี่ไม่ได้โกรธคนอื่นเหมือนเบ็กกี้ เธอจ้องหน้าเด็กสาวอีกคนนิ่ง แล้วยิ้มอย่างใสซื่อ

“เธอคิดว่าอเล็กซิสฆ่าคนได้งั้นเหรอ” เวดโต้น้องสาวเพื่อน “เทสซ่าพูดถูกแล้ว ไร้สาระ อเล็กซ์ เธออย่าไปฟังคำพูดของเด็กคนนี้เลย ฉันพูดกับเพื่อนของฉัน ไม่ใช่นายนะโวลคอฟ”

“เออ รู้โว้ย” อเล็กซ์ตวาดกลับ

“อเล็กซิส อย่าไปฟังคำเด็กคนนี้” เทสซ่าเตือนเพื่อน

“ไม่หรอก ฉันไม่ถือ ความจริงอยากรู้ด้วยซ้ำว่าฉันจะฆ่าใคร”

เด็กสาวเริ่มไม่ชอบอเล็กซิสมากขึ้นเรื่อย ๆ “เธอไม่อยากรู้หรอก เธอก็แค่...พยายามจะแกล้งฉันเหมือนคนอื่น”

“เฮ้ ฉันอยากรู้จริง ๆ”

“อย่าปล่อยให้เด็กคนนี้ว่าเธอฝ่ายเดียวได้ไหม ฉันไม่อยากจะพูดอะไรแบบนี้หรอกนะ หนูน้อย แต่ถ้าเธอไม่เข้าใจมุกตลกและไม่เห็นว่าขำ ในเมื่อเธอตัดสินพวกเราไปแล้วว่าเลวร้ายขนาดไหน ไปซะ ไปให้พ้น”

“เทสซ่า!” พี่ชายของเธอร้อง “เธอยังเด็ก อย่าพูดอะไรรุนแรง ไม่เอาน่า ไม่ทะเลาะกัน ฉันขอโทษนะสาวน้อย”

“ทำไมล่ะ เพราะเธอเด็กกว่าพวกเราเหรอ ถึงทำตัวร้าย ๆ ได้”

ฉันร้ายเหรอ

“พูดกันไปไกลเกินแล้ว” โนเอลลุกขึ้น เดินตรงมาหาเบ็กกี้ เด็กสาวผงะถอย “อย่าเข้ามานะ”

“เฮ้ ใจเย็นน่า ฉันไม่ทำอะไรหรอก สูดหายใจเข้าลึก ๆ ค่อย ๆ คุยกัน”

แต่พอเธอสบตากับเขา ฉันพลันภาพบางอย่างปรากฏในหัว เธอเห็นเขานอนจมกองเลือดจากนั้น...ไฟ เด็กสาวพยายามจดจ่อกับสถานการณ์ตรงหน้าแต่สติพ่ายแพ้ให้กับอาการที่กำเริบขึ้น มันเป็นอาการปวดหัวที่รุนแรง “ออกไป”

“เบ็กกี้?”

“เพี้ยนชัดๆ”

“เบ็กกี้?”

เธอไม่รู้ว่าใครพูดอะไรบ้าง เพราะความเจ็บปวดครอบงำจนไม่รับรู้สถานการณ์รอบด้าน เสียงปืนดังสนั่นข้างหูทั้งสองข้าง อาการปวดศีรษะนั้นรุนแรงเกินทนราวกับสมองของเธอกำลังจะปริออกจากกัน สาวน้อยผมแดงกรีดร้อง จากนั้นทุกอย่างมืดสนิท

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ จบ

    นายพลเวสลีย์ได้เป็นประธานองค์กรปกครองโลกในเวลาต่อมา มันดูเป็นทางออกที่ทุกคนโล่งใจ พวกเขามองว่าการตายของนิเชลคือกุญแจที่ทำให้โลกมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่สำหรับคนที่รักนิเชล พวกเขาสูญเสียเธอไปตลอดกาลเคียนี่เสียใจมากจนมุ่งมั่นทำแต่งาน เขาไม่เคยกลับไปที่กระท่อมในทรุนน่าห์อีกเลย และนายพลเวสลีย์ไม่ได้ให้ผมอยู่ข้างกายตลอดจนชีวิตของท่านผมอยากเจอนิเชลอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงภาพที่บันทึกไว้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกไปหาเด็กซ์ด้วยตัวเอง...ผมเลือกด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกเด็กซ์ดีใจตอนเห็นผมเดินทางไปหา แต่เขาคาดไม่ถึงว่ามีแค่ผม นิเชลจากไปแล้วตลอดกาล การตายของเธอทำให้เด็กซ์กลับมาซึมเศร้าอีกครั้ง แม้เขาจะมีเพื่อนฝูงมากขึ้น แต่ในโลกนี้ นิเชลคือครอบครัวคนเดียวที่เขามีอยู่ เด็กซ์มองเธอเป็นเพื่อนรักที่ไม่มีคนไหนแทนได้ ผมอยู่กับเด็กซ์จนผมของเขาเป็นสีขาวและสิ้นใจในอีกยี่สิบห้าปีต่อมา และใช่ เด็กซ์เตอร์ ไวท์ไม่เคยมีโอกาสได้กลับบ้านอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่ผมไม่สามารถหาทางกลับไปเจอนิเชลได้อีกหากสามารถเดินทางข้ามเวลาได้อย่างที่เด็กซ์เคยทำ บางทีผมควรเตือนให้นิเชลตรวจสอบระบบให้ถี่ถ้วนกว่

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 3

    การท่องเที่ยวครั้งแรกบนโลกใบนี้ของเด็กซ์ช่างน่าตื่นเต้นจนเสียวไส้ (เขาบรรยายความรู้สึกแบบนี้กับผมในภายหลัง รวมทั้งมีประโยคที่บอกว่า เกือบฉี่ราด) เพราะนิเชลพาเขาบินข้ามทวีปไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ยังไม่เคยมีใครมาจุดนี้ และเพราะเหตุนี้จึงยังมีผู้ติดเชื้อหลงเหลือนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเด็กซ์กลัวความตายหลังจากที่เขาพยายามจะพบมันอยู่สามครั้ง“เราต้องรีบขึ้นยานด่วน” นิเชลตะโกนบอกให้ผมพาเด็กซ์ขึ้นไปขณะที่ตัวเธอยิงสกัดกลุ่มผู้ติดเชื้อ แต่ชายหนุ่มลังเลที่จะทิ้งผู้หญิงคนเดียว กระนั้นเท่าที่ผมประเมินสถานการณ์ตรงหน้า เด็กซ์น่าเป็นห่วงเพราะเขาไม่มีอาวุธแต่อยู่ใกล้ประตูที่สุด ขณะที่นิเชลถูกฝึกมาพร้อม อย่างน้อยเธอรอบคอบพอให้ตัวเองและเด็กซ์สวมชุดป้องกันครบเซตแต่แรก แต่กำลังจะถูกล้อม“อีฟ!” เธอตะโกนอีกครั้งทันใดนั้นผมเห็นผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่วิ่งพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว โอกาสที่นิเชลจะวิ่งกลับมาทันมีเพียงยี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้อาวุธบนมือของผมทำงานทันทีแผ่นเหล็กเปิดลำกล้องปืนยิงสกัดเปิดโอกาสให้นิเชลวิ่งหนีจนค่ารอดชีวิตขึ้นเป็นร้

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 2

    “แค่สองปี สองปีเท่านั้น!” เด็กซ์ นักบินอวกาศที่เพิ่งมาถึงโลกพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเขาเข้าใจว่าประจำการอยู่บนสถานีอวกาศบนดาวอังคารเพียงสองปี และจะเดินทางกลับบ้าน บัดนี้เขานั่งอยู่ในห้องกระจกเพื่อรอผลตรวจร่างกาย แต่ไม่ได้รออย่างเดียว เขาพูด ร้องไห้ และเดินไปมา นิเชลกับผมยืนกอดอกมองเขาอยู่แบบนั้นความแตกต่างระหว่างผมกับนิเชลคือเธอมีสีหน้าเห็นใจและประหลาดใจ ขณะที่ผมแสดงสีหน้าไม่ได้ อันที่จริงคือผมไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากใคร่รู้นับเป็นความรู้สึกหรือไม่นะ“นี่มันบ้าไปแล้ว” เด็กซ์ยังคงพูดใส่กำแพง หรืออาจจะพูดกับตัวเอง เขาพึมพำแบบนี้ไปมา หากข้อมูลที่เด็กซ์กล่าวเป็นจริง นั่นแปลว่าเขาใช้เวลาทำภารกิจยาวนานถึง 257 ปี ซึ่งนับว่ายาวนานเกินไปสำหรับอายุขัยของมนุษย์ ทว่าการปรากฏตัวของเขาทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่นี่ตื่นตัว พวกเขาหยุดค้นคว้าเรื่องกาลเวลาและจักรวาลมาสักพักเพื่อฟื้นฟูสภาพของโลกให้มนุษย์อยู่ได้ และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป นี่เป็นครั้งแรกที่หัวข้อนี้ได้รับความสนใจอีกครั้งอีกเรื่องหนึ่งคือ ความลับของจักรวาล นอกจากเด็กซ์จะอ้างตัวว

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 1

    ครั้งแรกที่ผมได้ลืมตาดูโลกใบนี้คือวันที่ 25 ธันวาคม ปี 2302 สิ่งแรกที่ผมเห็นคือมนุษย์เพศเมียผู้มีดวงตาสีน้ำตาลกลมโต เธอมีใบหน้าประมาณฝ่ามือของผม คิ้วสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีผมหยักศก และเมื่อผมยืนขึ้นก็พบว่าความสูงของพวกเราเท่ากัน“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมยื่นมือเพราะรู้ว่านี่คือการทักทายตามมารยาทที่ดี และผมก็ทราบด้วยว่าที่เข้าใจในทันทีเป็นเพราะผู้หญิงตรงหน้าได้ป้อนข้อมูลไว้ในหัว “นิเชล”เธอยิ้มกว้างจนนัยน์ตาหยี แต่ไม่ได้จับมือผม เธอเลือกที่จะกอดแทน การกอดของมนุษย์ครั้งนี้ทำให้ผมทราบว่าเธอยินดีมากที่ได้เจอผม ไม่สิ ที่สร้างผมได้สำเร็จ“อีฟ”นั่นคือชื่อของผม อีฟ หากอิงจากข้อมูลในหน่วยความทรงจำที่เธอป้อนไว้ก่อนผมจะเสร็จสมบูรณ์ นิเชลต้องการสร้างผมเพื่อเป็นตัวแทนเพื่อนสนิทในวัยเด็กของเธออีฟ คอร์บิน ผมเห็นใบหน้าของเขาแล้ว รูปถ่ายของเขาบันทึกไว้ในสมองประดิษฐ์นี้ เขามีใบหน้าตอบและสวมแว่นกรอบดำ ผมสีทองยุ่งและค่อนข้างผอม นิเชลขอร้องให้พ่อพาครอบครัวของอีฟเข้ามาในศูนย์หลบภัย เนื่องจากในเวลานั้นอารยธรรมโลกใกล้ล่มสลาย หายนะที่เกิ

  • Undisclosure    บทส่งท้าย จบ

    ภายในห้องเงียบ แม้แต่สองแฝดยังหันมาปิดปากกันและกัน สายตามองพวกผู้ใหญ่อย่างสงสัย อเล็กซิสเพียงกอดอกนิ่ง“ถือว่าอายุไม่ยืนนักสำหรับคนที่นั่น” เจสซี่ว่า “แต่คนตายแล้ว เราจะไม่อะไรก็แล้วกัน”“เรื่องผ่านมาแล้วด้วย” อเล็กซิสเสริม“ใช่ ๆ”“จะว่าไปเราเตรียมแชมเปญไว้เยอะเลยที่รัก” อเล็กซ์บอก “เอาสักขวดดีไหม”“ดีสิ!” เธอเห็นด้วย และทุกคนต่างปรบมือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยสักพักเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นเหมือนเดิม บรรยากาศกลับมาเฮฮาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรืออาจจะสนุกกว่าเดิมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ระหว่างที่สามีของเธอลงไปชั้นใต้ดิน อเล็กซิสเห็นเจสซี่ลุกขึ้นจึงชวนเขาไปช่วยยกขนมในห้องครัวออกมาพี่ชายเริ่มคุยเรื่องงานของเขากับโวลคอฟ แม้ไม่ได้ใช้นามสกุลโวลคอฟ แต่เขาเหมือนเป็นญาติสนิทกับทางนั้นไปแล้ว เมื่อเธอกับอเล็กซ์มาอยู่ที่ลูม งานสิทธิมนุษยชนที่เขาทำอยู่ดึงให้ต้องไปเกี่ยวพันกับโวลคอฟที่สนใจจับกิจกรรมเพื่อสังคมด้านนี้เช่นกัน และเป็นนิโคไล น้องชายของอเล็กซ์ที่ทุ่มให

  • Undisclosure    บทส่งท้าย 4

    “เวนดี้ที่รัก น้องชายหนูหลับอยู่น้า” คาเลบบอกหลานสาวเสียงอบอุ่น“ดอมนี่ขี้เซา!” พูดแล้วเวนดี้ก็ตบก้นน้องดังป๊าบ เจ้าโดมินิกวัยสามขวบลืมตาทันที แต่ไม่ได้ร้องไห้จ้าเพียงแต่งอแงยุกยิกบนตัวปู่“โอ๋ ๆ” คาเลบเขย่าตัวปลอบใหญ่ แต่สุดท้ายโดมินิกก็หัวเราะแล้วยืดแขนขาไปมา พอเห็นหน้าอเล็กซิสก็เรียก “มัมมัม”เธอยิ้มให้ลูกชายแล้วทำสัญญาณมือให้พ่อจัดการก่อน คาเลบพยักหน้ารับ“เวนดี้มานี่!” อเล็กซ์เอ่ยเสียงดุแต่หน้ายิ้ม เด็กหญิงวิ่งไปหาพ่อโดยไม่เกร็งกลัว ส่วนวิวิก้าในอ้อมกอดเอโลดี้ก็ดิ้นจะมาหาอเล็กซิส เพื่อนเธอเลยจับอุ้มแล้วส่งให้เลยด้วยความสุภาพบุรุษในบ้านเธอไม่มีใครรับมือกับหน้าที่โฮสต์ได้ดีเท่า อเล็กซิสจึงส่งวิวิก้าให้อเล็กซ์ที่ยังไล่จับเวนเดอร์ลินไมเคิลตบไหล่เธอแล้วทักทายเจสซี่กับอาคุสะที่นั่งหัวเราะเพราะในบ้านเริ่มป่วน เธอสังเกตว่าทุกครั้งที่น้องชายฝาแฝดเจอพี่ชายบุญธรรม พวกเขาจะสบตากันแวบหนึ่งแล้วปรับสีหน้าปกติ เป็นเช่นนี้มาสามสิบปี แม้เจสซี่กลับไปคบกับแฟนเก่าและรัก ๆ เลิก ๆ มาตลอด แถมยังสร้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status