تسجيل الدخولวันต่อมา ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดปทุมธานี
16:20 นาที
ด้านหลังตึกบริเวณลานจอดรถของมหาวิทยาลัยเวลานี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน ทุกคนต่างทยอยเดินทางกลับบ้านกันหมดหลังจากที่วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายก่อนที่จะปิดเทอม ฟินมายืนรอดอกแก้วตามที่ได้นัดหมายกันไว้อยู่ที่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านหลังตึกบริเวณลานจอดรถได้สักครู่ก่อนที่เขาจะเห็นดอกแก้วเดินมา ฟินโบกมือให้ดอกแก้วด้วยรอยยิ้มก่อนที่ดอกแก้วจะเดินเข้ามาหาเขา
“แก้ว เป็นไงบ้าง วันนี้ผมไม่ได้เจอแก้วไม่ได้ทานข้าวกับแก้วเลย ข้อสอบยากไหม คงเหนื่อยแย่ใช่ไหม ดูทำหน้าเข้าสิ” ฟินเอ่ยพูดทักทายพลางถามสารทุกข์สุกดิบทั่วไปแล้วจับมือของดอกแก้วไว้ด้วยรอยยิ้ม ‘สงสัยแก้วคงจะเหนื่อยมากดูจากสีหน้าท่าทางของแก้วแล้วดูเหนื่อยๆเพลียๆคงอ่านหนังสือสอบหนักแล้วข้อสอบก็คงจะยากมากแน่ๆ’ ฟินคิดในใจ
“เดี๋ยวช่วงปิดเทอม ผมจะพาแก้วไปเที่ยวพักผ่อนนะเพราะแก้วเรียนจบแล้ว แก้วก็คงต้องเริ่มหางานทำ ผมว่าเก่งๆอย่างแก้วคงหางานได้ไม่ยากหรือแก้วจะไปทำงานที่บริษัทของครอบครัวผมไหม ถ้าอยากไปทำงานบริษัทของครอบครัวผมเดี๋ยวผมจัดการให้ งั้นเอางี้ ก่อนที่แก้วจะเริ่มทำงานเราไปเที่ยวพักผ่อนกันก่อน แก้วอยากไปไหนบอกผมได้เลยนะแล้วเดี๋ยวผมจะพาแก้วไปหาครอบครัวของผมด้วย” ฟินเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางใช้มือจับลูบไล้ที่พวงแก้มของดอกแก้วเบาๆด้วยความรัก ในขณะที่ดอกแก้วเธอมองหน้าฟินที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอด้วยน้ำตาคลอเบ้าแต่เธอก็พยายามสกัดกั้นมันไว้ไม่ให้น้ำตามันไหลออกมาด้วยการกลืนก้อนสะอื้นลงไปในลำคอ
‘มันคงต้องจบแล้วจริงๆ นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเธอกับเขา ทำไม ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย’ ดอกแก้วนึกตัดพ้อในใจพลางมองหน้าฟินด้วยแววตาเศร้าหมอง
ในขณะที่อีกด้านตอนนี้ต้นกับแตงกวากำลังรออยู่ในรถยนต์ของต้นที่จอดอยู่ใกล้ๆบริเวณที่ฟินกับดอกแก้วพูดคุยกันพลางเฝ้ามองไปที่ทั้งคู่ด้วยความรู้สึกเห็นใจโดยเฉพาะแตงกวา แตงกวารู้สึกเห็นใจเพื่อนสาวของเธอเป็นอย่างมาก ส่วนต้นเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างจากแตงกวา ตามที่ตกลงกันไว้ ดอกแก้วจะลองไปบอกเลิกฟินก่อนแล้วถ้าฟินไม่ยอมเลิก ดอกแก้วก็จะส่งสัญญาณมาให้ต้นแล้วต้นก็ค่อยเดินออกไปช่วย ตอนนี้ต้นก็รอดูสัญญาณที่ดอกแก้วจะส่งมาให้หากดอกแก้วบอกเลิกฟินไม่สำเร็จต้นก็จะต้องเดินออกไปแกล้งเป็นแฟนกับดอกแก้วตามที่รับปากเอาไว้ว่าจะช่วยเหลือ แต่ต้นก็หวังว่าดอกแก้วจะบอกเลิกฟินสำเร็จแล้วทั้งคู่จะคุยกันรู้เรื่องเขาจะได้ไม่ต้องเดินออกไป
กลับมาที่ฟินกับดอกแก้ว
ดอกแก้วมองหน้าฟินอยู่สักครู่ก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วตัดสินใจเอ่ยพูดถึงสิ่งที่เธอต้องทำออกไปกับฟิน
‘เธอต้องจบเรื่องนี้ได้แล้วเพราะนี่ก็เย็นมากแล้วเดี๋ยวเธอต้องไปหาแม่ที่โรงพยาบาลอีกแล้วนี่ก็คงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เธอกับเขาจะได้เจอกัน เธอเองก็จะเรียนจบและไปมีชีวิตของเธอ เขาเองก็เช่นกัน แต่...แต่เธอก็ยัง...ยังไม่ได้คิดเหตุผลมาเลยว่าเธอจะบอกเลิกกับฟินยังไงจะให้เหตุผลกับเขาว่าอะไรนอกจากให้ต้นมาแกล้งเป็นแฟนของเธอให้เขาเข้าใจว่า...ว่าเธอนอกใจ เขาจะได้ตัดใจจากเธอได้ ถึงสุดท้ายเขาจะมองว่าเธอไม่ดี เธอก็ต้องยอมเพื่อแม่ของเธอ แล้วยังไงเธอกับเขาก็คงจะไม่ต้องเจอกันอีกอยู่แล้ว แต่...เธอก็บอกต้นไปแล้วว่าเธอจะคุยกับฟินจะลองบอกเลิกเขาดูก่อนถ้าฟินไม่ยอมเธอก็จะส่งสัญญาณให้ต้นที่รออยู่ในรถกับแตงกวาที่อยู่ใกล้ๆแถวนี้ออกมาช่วย แต่...ตอนนี้เธอจะบอกเลิกเขายังไงจะให้เหตุผลว่าอะไร เฮ้อ....แต่ก็เอาเหอะ ยังไงมันก็ต้องจบลง’ ดอกแก้วคิดในใจ
“ฟิน คือ..แก้ว...แก้ว.....” ดอกแก้วเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“มีอะไรหรือเปล่าแก้ว”
“คือแก้วมีเรื่องจะบอก”
“เอาดิ บอกมาได้เลย เราจะได้ไปหาข้าวเย็นกินกัน เดี๋ยวผมเลี้ยงแก้วเองฉลองสอบวันสุดท้ายแล้วก็ฉลองที่แก้วเรียนจบด้วย แล้วเดี๋ยววันไหนแก้วรับปริญญาผมจะพาแก้วไปฉลองใหญ่อีกครั้ง”
ดอกแก้วมองหน้าฟินด้วยน้ำตาคลอเบ้าอีกครั้งก่อนที่เธอจะตัดสินใจขั้นเด็ดขาด ดอกแก้วกลืนก้อนสะอื้นลงไปในลำคอก่อนที่เธอจะสะบัดมือที่ฟินจับอยู่ออก ส่วนฟินเขาก็รู้สึกงงๆกับท่าทีของดอกแก้ว
“คือ....ฟิน เรา...เราเลิก...เลิกกันเถอะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่เธอก็พยายามคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
“แก้ว แก้ว พูดอะไรอะ”
“ฉันพูดจริง คือ...ฉันไม่ได้รักคุณ...ไม่ได้รักคุณแล้ว เราเลิกกันเถอะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นพลางพยายามสกัดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา ‘เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกระหว่างเธอกับเขาเพื่อให้เกิดช่องว่างระหว่างเรา เธอเลือกแล้ว เธอต้องหนักแน่นแล้วบอกเลิกตัดขาดเขาให้เด็ดขาดเพื่อแม่ของเธอ’ ดอกแก้วคิดในใจ
“แก้ว ทำไม เรียกผมแบบนั้นล่ะ คุณ คุณอะไรกัน แก้ว แล้วทำไมต้องทำหน้าจริงจังแบบนั้นด้วย”
“เราเลิกกันนะ ฉันถือว่าฉันบอกคุณแล้ว ฉัน...ฉันขอตัว” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางพยายามเดินหนีออกไปจากบริเวณนั้นเพื่อตรงไปหาแตงกวากับต้นที่แอบดูและรอเธออยู่ในรถแต่ก่อนที่ดอกแก้วจะเดินผ่านฟินไปเธอกลับถูกฟินดึงมือกลับมาแล้วกอบกุมมือของเธอเอาไว้แน่น
“ไม่...ไม่นะแก้ว เลิกอะไรกัน แก้ว แก้วล้อผมเล่นใช่ไหม ล้อผมเล่นใช่ไหม แกล้งผมเหรอ ใช่ไหมแก้ว” ฟินเอ่ยพูดออกมาทั้งน้ำตาในขณะที่ปากของเขาก็ยังคงยิ้มอย่างมีความหวังเพราะเขาคิดว่าดอกแก้วอาจจะแกล้งล้อเขาเล่น
“ปล่อย! ฉันพูดจริง! ฉันไม่ได้ล้อเล่น ฉันต้องการเลิกกับคุณ ปล่อยฉัน” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางสะบัดมือออกจากการจับไว้ของฟินอีกครั้งอย่างรุนแรง
“ทำไม ทำไมอะแก้ว ผมทำอะไรผิดเหรอแก้ว แก้วจะให้ผมปรับปรุงตัวตรงไหน ผมทำให้แก้วได้หมดเลยนะ แก้ว” ฟินเอ่ยพูดพลางเข้าไปสวมกอดดอกแก้วไว้ทั้งน้ำตา ดอกแก้วเองเธอก็น้ำตาไหลออกมาเช่นเดียวกันแต่เธอก็รีบเช็ดมันออกอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักฟินออกไปจนฟินล้มลงเข่ากระแทกกับพื้น
“ฉันต้องการเลิกกับคุณ คุณพูดไม่รู้เรื่องหรือไง เราจบกันแค่นี้เถอะ”
“ไม่ แก้ว ทำไมอะ เหตุผลคืออะไร ผมทำอะไรผิด ผมผิดอะไร บอกผมมาดิ” ฟินที่คุกเข่าอยู่เอ่ยพูดพลางเคลื่อนตัวเข้าไปกอดเอวพลางเกาะแข้งเกาะขาของดอกแก้วเอาไว้ทั้งน้ำตา
“ปล่อย! ปล่อย! ฉันบอกให้ปล่อยไง” ดอกแก้วเอ่ยพูดทั้งน้ำตา เธอไม่รู้ว่าเธอจะให้เหตุผลกับฟินว่าอะไรแล้วจนเธอต้องส่งสัญญาณไปที่รถที่แตงกวากับต้นเฝ้ามองอยู่
ด้านแตงกวากับต้นที่แอบมองดูอยู่ในรถ ทั้งคู่เห็นแล้วว่าสถานการณ์ของฟินกับดอกแก้วไม่ค่อยดีเพราะดูท่าว่าฟินจะไม่ยอมเลิกกับดอกแก้วง่ายๆแล้วต้นก็เห็นสัญญาณที่ดอกแก้วส่งมาขอความช่วยเหลือ
“ไปต้น ช่วยแก้วมันหน่อย” แตงกวาเอ่ยพูดกับต้น ‘ถึงเธอจะไม่อยากทำแบบนี้แต่มันก็คงไม่มีทางอื่นแล้วสำหรับแก้วแล้วเธอก็เคารพการตัดสินใจของเพื่อนสาว แม่นายฟินนี่ร้ายชะมัด...เฮ้อ’ แตงกวาคิดในใจ
“อือ งั้นเดี๋ยวมานะ” ต้นเอ่ยพูดกับแตงกวาแฟนสาวของตัวเองก่อนที่เขาจะลงจากรถแล้วเดินตรงไปหาดอกแก้วกับฟิน
ดอกแก้วที่กำลังยื้อยุดอยู่กับฟินเพราะฟินไม่ยอมปล่อยเธอเขายังคงคุกเข่ากอดเอวพลางเกาะแข้งเกาะขาของเธอไว้แน่นทั้งน้ำตา ส่วนดอกแก้วเธอมองไปเห็นต้นที่กำลังเดินมาหาเธอพลางปาดน้ำตาทิ้ง
ที่โรงพยาบาลหลังจากที่ดอกแก้วฝากครรภ์เรียบร้อยแล้วเธอกับฟินก็ออกมาพูดคุยกับคุณหญิงชญาดาและคุณหญิงชลิตาที่นั่งรออยู่ด้านนอก“เดี๋ยวแม่กับน้าต้องไปเข้าประชุมแล้วนะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“อ้าว...ผมว่าจะชวนแม่กับน้าตาไปทานข้าวฉลองด้วยกัน”“เอาไว้วันหลังก็ได้ลูก วันเสาร์อาทิตย์ก็ได้ แล้ววันเสาร์อาทิตย์ก็กลับบ้านไปทานข้าวกับแม่และน้าเหมือนเดิมด้วยนะ ไม่ใช่มีเมียแล้วลืมแม่กับน้า พาเมียไปด้วยก็ได้จะได้รู้จักกันมากขึ้น” คุณหญิงชญาดาพูด“ครับแม่ ผมไม่ลืมแม่กับน้าตาหรอกครับ”“เธอก็เหมือนกัน ดอกแก้ว ฝากท้องแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆ ทานข้าวให้ตรงเวลา เดินเหินอะไรก็ระมัดระวัง แล้วเดี๋ยวฉันจะให้สาวใช้ที่บ้านไปอยู่เป็นเพื่อนเวลาที่ตาฟินไปทำงานคอยทำงานบ้านให้ด้วย แล้วถ้าฉันว่างฉันจะไปหา” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ขอบคุณค่ะ คุณป้า” ดอกแก้วเอ่ยพูดตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างไม่เรื่องมาก“แหมคุณพี่ ไม่ค่อยเป็นห่วงลูกสะใภ้เลยนะคะ” คุณหญิงชลิตาเอ่ยแซวคุณหญิงชญาดา“ฉันเป็นห่วงหลานฉันต่างหาก”“เหรอคะ ปากแข็งนะคะคุณพี่” คุณหญิงชลิตารู้ดีว่าพี่สาวของเธอเริ่มจะใจอ่อนเปิดใจให้ดอกแก้วบ้างแล้ว“นี่ยัยตา อย่ามาแซวพี่ ไปประชุมกัน
วันต่อมาคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาเดินทางมาที่บ้านพงษ์วานิชเพราะต้องการจะมาพูดคุยกับฟินและดอกแก้วถึงชีวิตของทั้งคู่โดยเฉพาะคุณหญิงชญาดาที่ต้องการจะมาพูดคุยกับทั้งคู่ถึงชีวิตหลังจากนี้ คุณหญิงชญาดาคิดว่าฟินคงจะอยู่กับดอกแก้วที่บ้าน ‘เพราะเธอโทรไปเช็คกับเลขาของฟินแล้วว่าวันนี้ฟินไม่เข้าบริษัท ช่วงเช้านี้เธอเองก็พอจะมีเวลาก็เลยตัดสินใจให้คนขับรถขับรถพาเข้ากรุงเทพเพื่อมาหาฟินกับดอกแก้วเพราะเดี๋ยวช่วงบ่ายเธอก็ต้องกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลต่อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจในขณะที่ฟินกับดอกแก้วที่กำลังเดินลงบันไดมาจากห้องพัก ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันลงมาโดยที่ฟินโอบกอดเอวบางของดอกแก้วเอาไว้“วันนี้แก้ว...แต่งตัวสวยจัง สวยเป็นพิเศษเลยนะจากปกติที่ก็สวยมากๆอยู่แล้ว ผมว่าจะชมแก้วตั้งแต่อยู่ในห้องแล้ว” ฟินเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางก้มลงไปหอมเรือนผมของดอกแก้ว“ค่ะแก้วไม่ปฏิเสธ ก็วันนี้เป็นวันแต่งงานเริ่มต้นชีวิตคู่ของเราอย่างเป็นทางการนี่คะ แต่วันนี้ฟินก็แต่งตัวหล่อกว่าทุกวันจากปกติที่ก็หล่อมากๆอยู่แล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดชมฟินกลับไปด้วยความรู้สึกเขินอาย“ครับ แน่นอน ผมก็ไม่ปฏิเสธเหมือนกัน ก็วันนี้เป็นวันสำคัญของเราผ
“ก็..ค่ะ แก้ว...แก้วจะแต่งงานกับฟิน”“เยส!” ฟินเอ่ยพูดพลางยื่นหน้าเข้าไปจูบหน้าผากของดอกแก้วก่อนที่เขาจะผละออกมาแล้วใช้มือลูบศีรษะของเธอ“ผมรักแก้วนะ รักมากที่สุดเลย”“อืม แก้วรู้แล้ว แก้วก็รักฟินเหมือนกันนะ”“อือ แล้วเราจะจัดงานแต่งงานกันแบบไหนดี” ฟินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“เออ...คือ...แก้วขอไม่จัดงานแต่งได้ไหม”“ทำไมอะแก้ว”“ก็...จริงๆแก้วก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงาน...แล้วแก้วก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้วด้วย...สำหรับแก้วงานแต่งงานมันไม่จำเป็นหรอกสิ้นเปลืองเปล่าๆขอแค่...แก้วได้อยู่กับฟินแก้วก็ดีใจมากแล้ว”“แก้ว แน่ใจนะ” ‘จริงๆเขาเองก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงานเหมือนกัน แต่เขาก็แค่อยากจะให้เกียรติเธอ แต่ยังไงก็คงต้องแล้วแต่เธอเพราะเขายังไงก็ได้อยู่แล้วขอแค่เขาได้อยู่กับเธอก็พอแล้ว’ ฟินคิดในใจ“อืม” ดอกแก้วเอ่ยตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม“งั้นไม่อยากจัดงานแต่งงานก็ไม่เป็นไรแต่อย่างน้อยก็...จดทะเบียนสมรสกันนะ” ฟินเอ่ยพูด“อือ ค่ะ เราจดทะเบียนสมรสกันก็พอ” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่ฟินกับดอกแก้วจะโผเข้ากอดกันอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข...ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกมา“งั้นผมว่าเราไปดินเนอร์กัน
“ก็ได้ ยังไงนังดอกแก้วมันก็ท้องแล้วนี่” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางมองหน้าลูกชายของเธอ“พูดถึงเมียผมให้มันดีๆหน่อยครับแม่”“เออๆ ไหนๆมันก็...เอ้ย!...ดอกแก้วก็ท้องแล้วนี่ ลูกฟินก็หลานแม่เหมือนกัน ถึงแม่จะไม่ชอบมัน...เอ้ย!...ดอกแก้ว แต่แม่ก็คงไม่ใจร้ายกับหลานตัวเองจนพรากครอบครัวของหลานตัวเองไปหรอก แต่...ฟินก็ต้องให้เวลาแม่ทำใจยอมรับเมียฟินบ้าง” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางปาดเช็ดน้ำตา“ครับ...แต่อย่านานนะครับแม่”“เออ แม่รู้แล้ว”“ดีแล้วค่ะคุณพี่” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางจับแขนพี่สาวของเธอเอาไว้“คงสมใจเธอแล้วสิยัยตาที่ได้แม่ดอกแก้วเป็นหลานสะใภ้น่ะ”“ค่ะ คุณพี่ สมใจตามาก น้ายินดีด้วยนะฟิน เอาไว้พาแม่ดอกแก้วเขามาทานข้าวด้วยกันที่บ้านบ้าง”“นี่ยัยตา!..น้อยๆหน่อย” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางกระทุ้งข้อศอกใส่น้องสาวของเธอ“ครับน้าตา ขอบคุณมากนะครับ”“เฮ้อ...นี่ฉันคงต้องโทรไปขอโทษคุณหญิงปิ่นแก้วกับหนูแพรวพรรณรายว่าคงไม่ได้ดองกันแล้ว เพราะตาฟินมีครอบครัวแล้วนี่ เสียดายชะมัด” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ก็ดีแล้วครับแม่ รีบโทรไปบอกเลย งั้นไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”“จะไปไหนล่ะไม่อยู่ทานข้าวเย็นกับแม่
คุณหญิงชญาดาแอบฉุกคิดในสิ่งที่คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูด ‘เธอเองก็แอบกลัว...ว่าตาฟินจะโกรธจนไม่ยอมมาหาเธอมาเจอเธออีกแล้วไม่ยอมกลับบ้าน...แล้ว...ถ้าตาฟินหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปกับแม่ดอกแก้วตามที่น้องสาวของเธอพูดล่ะ...เฮ้อ แต่เธอก็ทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้วเหมือนกัน แต่...ไม่...เธอไม่ยอมรับเธอยอมรับไม่ได้...เฮ้อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกสับสนก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเขาปอดลึกๆเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองแล้วเอ่ยพูดขึ้น“ไม่! ยังไงพี่ก็รับไม่ได้ เธอไม่ต้องมาพยายามพูดเกลี้ยกล่อมพี่อีก พี่จะหาทางขัดขวางตาฟินกับนังดอกแก้วให้ได้”“แม่คิดจะทำอะไรครับ” ฟินที่ยืนแอบฟังอยู่นานเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขกพลางเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยวที่ได้ยินแม่ของเขาพูดจาแบบนั้นพลางกำหมัดไว้แน่น ‘เขากะว่าจะมาคุยด้วยดีๆแต่เขาต้องมาได้ยินแม่ของเขาพูดอะไรแบบนี้ หึ’ ฟินคิดในใจส่วนคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาก็ลุกขึ้นยืนจากโซฟาด้วยความรู้สึกตกใจที่เห็นฟินมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ ทั้งสองคนคิดว่าฟินคงจะได้ยินสิ่งที่พวกเธอทั้งสองคนพูดคุยกัน“ฟิน....” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกตกใจแต่เธอ
“อืม ผมเข้าใจแล้ว แต่ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรแก้วต้องบอกผมก่อนนะ อย่าคิดเองคนเดียวหรือแก้ปัญหาเองคนเดียว แก้วมีผมนะ มีอะไรเราจะช่วยกันแก้ปัญหา...อย่าทิ้งกันไปอีก”“อือค่ะ...แต่ว่า...มันก็ขึ้นอยู่กับแม่ของคุณด้วยถ้าแม่ของคุณไม่ยอมให้ฉันอยู่กับคุณ.....”“ไม่ แก้ว อย่าคิดมากแบบนั้น เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะกลับไปที่บ้านไปคุยกับแม่ของผม”“แล้วแม่ของคุณจะยอมใช่ไหมคะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยความรู้สึกกังวล ‘สำหรับเธอคุณหญิงชลิตาน้าของฟินไม่เท่าไร คุณหญิงชลิตาดูใจดีดูไม่ได้มีท่าทีที่จะไม่ชอบหรือว่ารังเกียจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่...คุณหญิงชญาดาแม่ของฟินนี่สิ...เฮ้อ....’ ดอกแก้วคิดในใจ“ยังไงก็ต้องยอม เชื่อผม” ฟินเอ่ยพูดกับดอกแก้วที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ‘จริงๆเขาก็ไม่แน่ใจหรอกว่าแม่ของเขาจะยอมไหม....แต่ถึงไม่ยอมเขาก็ไม่สน’ ฟินคิดในใจ“เรามาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า ผมอยากให้แก้วกลับมาเรียกผมว่าฟินแล้วก็แทนตัวเองว่าแก้วเหมือนที่เคยเรียก เรียกผมว่าคุณมันดูห่างเหินยังไงก็ไม่รู้ ได้ไหม”“ก็..ค่ะ ฟิน”“อืม” ฟินก้มลงไปจูบหน้าผากของดอกแก้ว“แล้วแก้วอยากได้ลูกสาวหรือว่าลูกชายเหรอ”“ลูก







