تسجيل الدخول“ปล่อย! ปล่อยฉัน! ฟิน คนที่ฉันคบอยู่มาแล้ว คุณอยากรู้เหตุผลไม่ใช่เหรอ นี่ไงเหตุผลที่ฉันต้องเลิกกับคุณ นอกจากที่ฉันจะไม่ได้รักคุณแล้ว ฉันก็มีคนที่ฉันคบอยู่แล้วด้วย คนที่ดีกว่าคุณ ปล่อย!” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางพยายามผลักฟินออก ในขณะที่ต้นเขาก็เดินเข้ามาแล้วช่วยดึงดอกแก้วออกมาจากฟินจนสามารถดึงดอกแก้วออกมาได้ ตอนนี้ต้นกับดอกแก้วยืนอยู่ข้างๆกัน ในขณะที่ฟินเขามองหน้าดอกแก้วกับต้นสลับกันพลางลุกขึ้นยืนจากพื้น
“เหอะ ที่แท้ก็มึงนี่เอง” ฟินเอ่ยพูดออกมาทั้งน้ำตาพลางชี้หน้าต้นด้วยความรู้สึกไม่พอใจ ‘เขาเคยเห็นหน้ามันอยู่สองสามครั้งที่คณะมันเป็นรุ่นพี่ปีสามแล้วเขาก็พอจะรู้ว่ามันรู้จักกับแก้ว นี่...สองคนนี้...’ ฟินคิดในใจ
“แก้ว แก้วคบกับมันจริงๆเหรอ ห๊ะ!”
“ใช่!” ดอกแก้วเอ่ยตอบ
“คบตั้งแต่เมื่อไร! ห๊ะ!” ฟินเอ่ยถามกลับไปด้วยความรู้สึกเดือดจัด ‘อย่างที่บอกเขาเคยเห็นหน้ามัน เขาพอจะจำมันได้มันชื่อต้นเป็นรุ่นพี่อยู่ปีสามเขาเคยเดินสวนกับมันสองสามครั้งแล้วก็รู้ว่ามันรู้จักกับแก้วเพราะเคยเห็นว่ามันกับแก้วทักทายกันไม่คิดเลยว่ามันกับแก้วจะแอบคบกันแบบนี้’ ฟินคิดในใจ
“ฉัน..ฉัน ฉัน...” ดอกแก้วพูดไม่ออกเธอไม่รู้ว่าจะตอบคำถามฟินยังไง ในขณะที่ต้นเขาก็ได้แต่ยืนเกาหัวงงๆพลางคิดในใจ ‘กูคิดถูกหรือคิดผิดวะที่ช่วยพี่แก้ว แม่ง! กูเลยกลายเป็นมือที่สามเลย เฮ้อ....’ ต้นคิดในใจ
“เอาเป็นว่า...เราจบกันแต่เพียงเท่านี้ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ฉัน...ฉัน...ขอตัว” ดอกแก้วเอ่ยพูดกับฟินพลางหันหน้าไปพยักหน้าใส่ต้นแล้วกำลังจะเดินออกไปแต่ฟินกลับไม่ยอม
“มึง!!!” ฟินสบถออกมาพลางพุ่งตัวเข้าไปหมายจะชกหน้าต้นแต่ดอกแก้วรีบเข้ามายืนขวางหน้าต้นไว้ซะก่อน ดอกแก้วเข้ามายืนบังต้นไว้ทำให้ฟินหยุดชะงักแล้วลดมือลง
“รักมันมากนักใช่ไหม รักมันมากแล้วมาหลอกผมมาคบกับผมทำไมวะ! ห๊ะ!!” ฟินเอ่ยพูดตะโกนใส่หน้าดอกแก้ว
“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถามคุณ แค่นี้ใช่ไหม งั้นฉันขอตัว” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางจับแล้วดึงมือของต้นให้เดินตามเธอไป ดอกแก้วกับต้นเดินออกไปแล้ว
“ไปเลยไป! อยากเลิกก็เลิกไปเลย! ผมมันโง่เองที่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมผู้หญิงอย่างคุณ! ผู้หญิงมักมาก! สำส่อนโกหกหลอกลวง! หลายใจ! ไม่รู้จักพอ! เลว!” ฟินเอ่ยพูดตะโกนไล่หลังดอกแก้วกับต้นที่เดินออกไปแล้วทั้งน้ำตานองหน้า
ในขณะที่ดอกแก้วที่เดินออกไปแล้วโดยมีต้นเดินตามมาติดๆ ตอนนี้น้ำตาของดอกแก้วไหลออกมานองหน้าอีกครั้งเธอได้ยินทุกคำพูดที่ฟินพูดตะโกนไล่หลังมา ในขณะที่ต้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดี เขาได้แต่เดินตามดอกแก้วกลับไปที่รถของเขาอย่างเงียบๆ
ส่วนฟินเขาก็ได้แต่มองตามดอกแก้วที่เดินออกไปกับต้นพลางกำหมัดแน่นทั้งน้ำตาก่อนที่เขาจะชกหมัดเข้าที่ต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้น
ปั้กๆ ปั้กๆ
“โธ่เว้ย! ทำไม! ทำไม! ทำไม! ทำไมวะ! ฮือ...” ฟินชกหมัดเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่พลางทรุดตัวลงนั่งร้องไห้อยู่บริเวณนั้น
‘เขารักเธอดูแลเธอขนาดนี้ ทำไมเธอต้องทำแบบนี้กับเขาด้วย ทำไม ทำไมวะ ทำไมอะแก้ว’ ฟินนึกตัดพ้อในใจพลันน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย
ในขณะที่ดอกแก้วกับต้นทั้งสองคนเดินมาถึงที่รถของต้นก่อนที่ทั้งสองคนจะก้าวขึ้นรถที่มีแตงกวานั่งรอแล้วดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ที่เบาะด้านหลังคนขับ ก่อนที่ต้นจะขับรถออกไป
“ขอบใจมากนะต้น แตงกวา” ดอกแก้วเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่เธอก็พยายามสกัดกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมาพลางเช็ดน้ำตาออก ในขณะที่แตงกวาที่นั่งอยู่ที่เบาะด้านหลังคนขับข้างๆดอกแก้วก็เอื้อมมือไปกอบกุมมือของดอกแก้วเอาไว้อย่างต้องการให้กำลังใจ
“เออ ไม่เป็นไร แก..แกโอเคไหมแก้ว” แตงกวาเอ่ยถามดอกแก้วด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเพราะดูจากสีหน้าท่าทางของเพื่อนสาวที่ดูท่าทางไม่ค่อยดี ‘ก็แหงล่ะสิเพราะต้องมาเลิกรากับแฟนในสถานการณ์แบบนี้ ไหนจะแม่ที่ป่วยหนักอีก’ แตงกวาคิดในใจ
ดอกแก้วพยักหน้าให้แตงกวาทั้งน้ำตา
“โห แตงกวา ถามผมบ้างสิเมื่อกี้ผมเกือบโดนไอ้ฟินแฟนพี่แก้วต่อยนะ แล้วเดี๋ยวเทอมหน้าผมขึ้นปีสี่ส่วนไอ้ฟินแฟนพี่แก้วมันขึ้นปีสามยังไงก็คงต้องเดินสวนกันในคณะบ้าง ผมไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งแฟนชาวบ้านนะ พี่แก้วกับแตงกวาก็เรียนจบแล้ว เฮ้อ..แฟนพี่แก้วมันจะมาหาเรื่องผมป่ะเนี่ย ผมไม่ได้กลัวมันหรอกนะแต่...ผมไม่อยากมีเรื่อง พี่แก้วนะพี่แก้ว” ต้นเอ่ยพูดกับทั้งสองสาวผ่านกระจกมองหลังพลางขับรถไปด้วย
“นี่ต้น พูดไรเนี่ย แก้วมันยิ่งเศร้าๆอยู่” แตงกวาเอ่ยพูดดุต้นที่กำลังขับรถอยู่
“แตงกวาอย่าดุต้นเลย พี่ขอบคุณแล้วก็ขอโทษต้นนะที่ทำให้ต้องลำบาก คือ...ฟินคงไม่มาหาเรื่องต้นหรอกแล้วก็คงไม่เจอกันบ่อยขนาดนั้นมั้งหรือถ้าต้องเจอกัน เอางี้ ต้นก็บอกเขาไปก็ได้ว่า ต้นเลิกกับพี่แล้วไม่ได้ติดต่อพี่แล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“อือ ก็คงต้องเป็นอย่างงั้นแหละพี่ แล้วนี่พี่แก้วจะให้ผมไปส่งที่ไหน เพราะผมกับแตงกวามีธุระต่อพอดีเรามีนัดไปทานข้าวกับแม่ผมน่ะ ใกล้เวลานัดแล้วด้วย” ต้นเอ่ยพูด
“อ๋อ งั้นส่งพี่ที่ป้ายรถเมล์ข้างหน้านี้ก็ได้” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“อือ” ต้นรับคำก่อนที่จะขับรถเข้าไปจอดที่ป้ายรถประจำทาง
“งั้นฉันไปก่อนนะแตงกวา เดี๋ยวฉันต้องไปเยี่ยมแม่อีก”
“อือ แกไหวแน่นะแก้ว มีอะไรแกโทรหาฉันได้เลยนะ แล้วเดี๋ยวไว้ว่างๆฉันจะขอไปเยี่ยมแม่แกบ้าง ขอให้แม่แกหายไวๆ แล้วไว้เรานัดกันไปถ่ายรูปรับปริญญานะ” แตงกวาเอ่ยพูด
“อือ งั้นฉันไปก่อนนะแล้วเรื่องนี้ขอให้เป็นความลับของพวกเรานะ ดูแลเพื่อนพี่ให้ดีๆล่ะต้น”
“คร๊าบบบ พี่แก้วก็สู้ๆนะ” ต้นเอ่ยพูดพลางยิ้มบางๆให้ดอกแก้ว ส่วนแตงกวาเธอก็พยักหน้าพลางส่งยิ้มบางๆให้กำลังใจดอกแก้วเช่นกันก่อนที่เธอจะดึงดอกแก้วเข้ามากอด...สักครู่ เสียงแตรรถข้างหลังดังขึ้นก่อนที่ดอกแก้วจะผละออกมาจากอ้อมกอดของแตงกวาแล้วโบกมือลาแตงกวากับต้นก่อนที่เธอจะรีบก้าวขาลงจากรถของต้นไปแล้วลงมายืนที่ป้ายรถประจำทางที่ไม่ค่อยจะมีผู้คนมากนักในวันนี้ ก่อนที่ต้นจะขับรถออกไป ส่วนดอกแก้วเธอเดินมานั่งที่ป้ายรถประจำทางก่อนที่รถประจำทางสายที่เธอรออยู่จะมาจอดแล้วเธอก็เดินขึ้นรถไป ดอกแก้วจะเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อไปเยี่ยมแม่ของเธอ ระหว่างทางดอกแก้วมองออกไปนอกหน้าต่างพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เธอเพิ่งจะไปบอกเลิกฟินพลันน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา
‘ฟิน แก้วขอโทษนะ แก้วไม่มีทางเลือกจริงๆ ฮือๆ’ ดอกแก้วนึกตัดพ้อในใจพลางน้ำตาก็ไหลออกมาไม่ขาดสายจนมาถึงโรงพยาบาล
ที่โรงพยาบาลหลังจากที่ดอกแก้วฝากครรภ์เรียบร้อยแล้วเธอกับฟินก็ออกมาพูดคุยกับคุณหญิงชญาดาและคุณหญิงชลิตาที่นั่งรออยู่ด้านนอก“เดี๋ยวแม่กับน้าต้องไปเข้าประชุมแล้วนะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“อ้าว...ผมว่าจะชวนแม่กับน้าตาไปทานข้าวฉลองด้วยกัน”“เอาไว้วันหลังก็ได้ลูก วันเสาร์อาทิตย์ก็ได้ แล้ววันเสาร์อาทิตย์ก็กลับบ้านไปทานข้าวกับแม่และน้าเหมือนเดิมด้วยนะ ไม่ใช่มีเมียแล้วลืมแม่กับน้า พาเมียไปด้วยก็ได้จะได้รู้จักกันมากขึ้น” คุณหญิงชญาดาพูด“ครับแม่ ผมไม่ลืมแม่กับน้าตาหรอกครับ”“เธอก็เหมือนกัน ดอกแก้ว ฝากท้องแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆ ทานข้าวให้ตรงเวลา เดินเหินอะไรก็ระมัดระวัง แล้วเดี๋ยวฉันจะให้สาวใช้ที่บ้านไปอยู่เป็นเพื่อนเวลาที่ตาฟินไปทำงานคอยทำงานบ้านให้ด้วย แล้วถ้าฉันว่างฉันจะไปหา” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ขอบคุณค่ะ คุณป้า” ดอกแก้วเอ่ยพูดตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างไม่เรื่องมาก“แหมคุณพี่ ไม่ค่อยเป็นห่วงลูกสะใภ้เลยนะคะ” คุณหญิงชลิตาเอ่ยแซวคุณหญิงชญาดา“ฉันเป็นห่วงหลานฉันต่างหาก”“เหรอคะ ปากแข็งนะคะคุณพี่” คุณหญิงชลิตารู้ดีว่าพี่สาวของเธอเริ่มจะใจอ่อนเปิดใจให้ดอกแก้วบ้างแล้ว“นี่ยัยตา อย่ามาแซวพี่ ไปประชุมกัน
วันต่อมาคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาเดินทางมาที่บ้านพงษ์วานิชเพราะต้องการจะมาพูดคุยกับฟินและดอกแก้วถึงชีวิตของทั้งคู่โดยเฉพาะคุณหญิงชญาดาที่ต้องการจะมาพูดคุยกับทั้งคู่ถึงชีวิตหลังจากนี้ คุณหญิงชญาดาคิดว่าฟินคงจะอยู่กับดอกแก้วที่บ้าน ‘เพราะเธอโทรไปเช็คกับเลขาของฟินแล้วว่าวันนี้ฟินไม่เข้าบริษัท ช่วงเช้านี้เธอเองก็พอจะมีเวลาก็เลยตัดสินใจให้คนขับรถขับรถพาเข้ากรุงเทพเพื่อมาหาฟินกับดอกแก้วเพราะเดี๋ยวช่วงบ่ายเธอก็ต้องกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลต่อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจในขณะที่ฟินกับดอกแก้วที่กำลังเดินลงบันไดมาจากห้องพัก ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันลงมาโดยที่ฟินโอบกอดเอวบางของดอกแก้วเอาไว้“วันนี้แก้ว...แต่งตัวสวยจัง สวยเป็นพิเศษเลยนะจากปกติที่ก็สวยมากๆอยู่แล้ว ผมว่าจะชมแก้วตั้งแต่อยู่ในห้องแล้ว” ฟินเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางก้มลงไปหอมเรือนผมของดอกแก้ว“ค่ะแก้วไม่ปฏิเสธ ก็วันนี้เป็นวันแต่งงานเริ่มต้นชีวิตคู่ของเราอย่างเป็นทางการนี่คะ แต่วันนี้ฟินก็แต่งตัวหล่อกว่าทุกวันจากปกติที่ก็หล่อมากๆอยู่แล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดชมฟินกลับไปด้วยความรู้สึกเขินอาย“ครับ แน่นอน ผมก็ไม่ปฏิเสธเหมือนกัน ก็วันนี้เป็นวันสำคัญของเราผ
“ก็..ค่ะ แก้ว...แก้วจะแต่งงานกับฟิน”“เยส!” ฟินเอ่ยพูดพลางยื่นหน้าเข้าไปจูบหน้าผากของดอกแก้วก่อนที่เขาจะผละออกมาแล้วใช้มือลูบศีรษะของเธอ“ผมรักแก้วนะ รักมากที่สุดเลย”“อืม แก้วรู้แล้ว แก้วก็รักฟินเหมือนกันนะ”“อือ แล้วเราจะจัดงานแต่งงานกันแบบไหนดี” ฟินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“เออ...คือ...แก้วขอไม่จัดงานแต่งได้ไหม”“ทำไมอะแก้ว”“ก็...จริงๆแก้วก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงาน...แล้วแก้วก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้วด้วย...สำหรับแก้วงานแต่งงานมันไม่จำเป็นหรอกสิ้นเปลืองเปล่าๆขอแค่...แก้วได้อยู่กับฟินแก้วก็ดีใจมากแล้ว”“แก้ว แน่ใจนะ” ‘จริงๆเขาเองก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงานเหมือนกัน แต่เขาก็แค่อยากจะให้เกียรติเธอ แต่ยังไงก็คงต้องแล้วแต่เธอเพราะเขายังไงก็ได้อยู่แล้วขอแค่เขาได้อยู่กับเธอก็พอแล้ว’ ฟินคิดในใจ“อืม” ดอกแก้วเอ่ยตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม“งั้นไม่อยากจัดงานแต่งงานก็ไม่เป็นไรแต่อย่างน้อยก็...จดทะเบียนสมรสกันนะ” ฟินเอ่ยพูด“อือ ค่ะ เราจดทะเบียนสมรสกันก็พอ” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่ฟินกับดอกแก้วจะโผเข้ากอดกันอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข...ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกมา“งั้นผมว่าเราไปดินเนอร์กัน
“ก็ได้ ยังไงนังดอกแก้วมันก็ท้องแล้วนี่” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางมองหน้าลูกชายของเธอ“พูดถึงเมียผมให้มันดีๆหน่อยครับแม่”“เออๆ ไหนๆมันก็...เอ้ย!...ดอกแก้วก็ท้องแล้วนี่ ลูกฟินก็หลานแม่เหมือนกัน ถึงแม่จะไม่ชอบมัน...เอ้ย!...ดอกแก้ว แต่แม่ก็คงไม่ใจร้ายกับหลานตัวเองจนพรากครอบครัวของหลานตัวเองไปหรอก แต่...ฟินก็ต้องให้เวลาแม่ทำใจยอมรับเมียฟินบ้าง” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางปาดเช็ดน้ำตา“ครับ...แต่อย่านานนะครับแม่”“เออ แม่รู้แล้ว”“ดีแล้วค่ะคุณพี่” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางจับแขนพี่สาวของเธอเอาไว้“คงสมใจเธอแล้วสิยัยตาที่ได้แม่ดอกแก้วเป็นหลานสะใภ้น่ะ”“ค่ะ คุณพี่ สมใจตามาก น้ายินดีด้วยนะฟิน เอาไว้พาแม่ดอกแก้วเขามาทานข้าวด้วยกันที่บ้านบ้าง”“นี่ยัยตา!..น้อยๆหน่อย” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางกระทุ้งข้อศอกใส่น้องสาวของเธอ“ครับน้าตา ขอบคุณมากนะครับ”“เฮ้อ...นี่ฉันคงต้องโทรไปขอโทษคุณหญิงปิ่นแก้วกับหนูแพรวพรรณรายว่าคงไม่ได้ดองกันแล้ว เพราะตาฟินมีครอบครัวแล้วนี่ เสียดายชะมัด” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ก็ดีแล้วครับแม่ รีบโทรไปบอกเลย งั้นไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”“จะไปไหนล่ะไม่อยู่ทานข้าวเย็นกับแม่
คุณหญิงชญาดาแอบฉุกคิดในสิ่งที่คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูด ‘เธอเองก็แอบกลัว...ว่าตาฟินจะโกรธจนไม่ยอมมาหาเธอมาเจอเธออีกแล้วไม่ยอมกลับบ้าน...แล้ว...ถ้าตาฟินหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปกับแม่ดอกแก้วตามที่น้องสาวของเธอพูดล่ะ...เฮ้อ แต่เธอก็ทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้วเหมือนกัน แต่...ไม่...เธอไม่ยอมรับเธอยอมรับไม่ได้...เฮ้อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกสับสนก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเขาปอดลึกๆเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองแล้วเอ่ยพูดขึ้น“ไม่! ยังไงพี่ก็รับไม่ได้ เธอไม่ต้องมาพยายามพูดเกลี้ยกล่อมพี่อีก พี่จะหาทางขัดขวางตาฟินกับนังดอกแก้วให้ได้”“แม่คิดจะทำอะไรครับ” ฟินที่ยืนแอบฟังอยู่นานเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขกพลางเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยวที่ได้ยินแม่ของเขาพูดจาแบบนั้นพลางกำหมัดไว้แน่น ‘เขากะว่าจะมาคุยด้วยดีๆแต่เขาต้องมาได้ยินแม่ของเขาพูดอะไรแบบนี้ หึ’ ฟินคิดในใจส่วนคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาก็ลุกขึ้นยืนจากโซฟาด้วยความรู้สึกตกใจที่เห็นฟินมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ ทั้งสองคนคิดว่าฟินคงจะได้ยินสิ่งที่พวกเธอทั้งสองคนพูดคุยกัน“ฟิน....” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกตกใจแต่เธอ
“อืม ผมเข้าใจแล้ว แต่ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรแก้วต้องบอกผมก่อนนะ อย่าคิดเองคนเดียวหรือแก้ปัญหาเองคนเดียว แก้วมีผมนะ มีอะไรเราจะช่วยกันแก้ปัญหา...อย่าทิ้งกันไปอีก”“อือค่ะ...แต่ว่า...มันก็ขึ้นอยู่กับแม่ของคุณด้วยถ้าแม่ของคุณไม่ยอมให้ฉันอยู่กับคุณ.....”“ไม่ แก้ว อย่าคิดมากแบบนั้น เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะกลับไปที่บ้านไปคุยกับแม่ของผม”“แล้วแม่ของคุณจะยอมใช่ไหมคะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยความรู้สึกกังวล ‘สำหรับเธอคุณหญิงชลิตาน้าของฟินไม่เท่าไร คุณหญิงชลิตาดูใจดีดูไม่ได้มีท่าทีที่จะไม่ชอบหรือว่ารังเกียจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่...คุณหญิงชญาดาแม่ของฟินนี่สิ...เฮ้อ....’ ดอกแก้วคิดในใจ“ยังไงก็ต้องยอม เชื่อผม” ฟินเอ่ยพูดกับดอกแก้วที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ‘จริงๆเขาก็ไม่แน่ใจหรอกว่าแม่ของเขาจะยอมไหม....แต่ถึงไม่ยอมเขาก็ไม่สน’ ฟินคิดในใจ“เรามาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า ผมอยากให้แก้วกลับมาเรียกผมว่าฟินแล้วก็แทนตัวเองว่าแก้วเหมือนที่เคยเรียก เรียกผมว่าคุณมันดูห่างเหินยังไงก็ไม่รู้ ได้ไหม”“ก็..ค่ะ ฟิน”“อืม” ฟินก้มลงไปจูบหน้าผากของดอกแก้ว“แล้วแก้วอยากได้ลูกสาวหรือว่าลูกชายเหรอ”“ลูก







