LOGIN“ก็นี่แหละแตงกวา ฉันอยากให้แกกับต้นช่วย โดยเฉพาะต้น คือ..พรุ่งนี้ฉันตัดสินใจจะไปบอกเลิกฟินทำตามข้อเสนอของแม่เขา แต่...ฉันกลัวว่าถ้าจู่ๆฉันไปบอกเลิกฟิน ฟินเขาจะไม่ยอมเพราะฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะให้เหตุผลในการบอกเลิกกับฟินว่าอะไร ฉันกลัวว่าเขาจะไม่ยอมเลิก ฉันเลยคิดว่าจะให้ต้นแกล้งมาเป็นแฟนฉันแล้วบอกเลิกเขา ถ้าฟินเห็นว่าฉันมีคนอื่นเขาคงจะยอมเลิกกับฉันไปเอง” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“เฮ้ย! แก้ว แกจะเอาอย่างนี้จริงๆเหรอ คือฉันไม่ได้หวงแฟนฉันหรอกนะ แต่แกแน่ใจแล้วเหรอแก้ว มันไม่มีทางอื่นแล้วเหรอ” แตงกวาเอ่ยพูดด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสาว
“ฉัน...ฉันแน่ใจ ฉันคิดมาดีแล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดด้วยความมั่นใจ
“เฮ้อ...เออ งั้น...แกลองคุยกับต้นเองนะ เฮ้อ...” แตงกวาเอ่ยพูด ‘เธอไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของเพื่อนสาวสักเท่าไรเพราะเธอคิดว่าความสัมพันธ์ของแก้วกับฟินกำลังไปได้ดี มันไม่ควรจะต้องมาจบลงแบบนี้เลย เฮ้อ...แต่เธอก็ต้องเคารพการตัดสินใจของแก้วเพราะมันก็คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วมั้ง แต่ก็คงต้องถามต้นแฟนหนุ่มของเธอที่พัฒนาจากรุ่นน้องมาเป็นแฟนด้วย’ แตงกวาคิดในใจ
“อะต้น แก้วมันมีเรื่องให้ช่วย ลองคุยดู” แตงกวาเอ่ยพูดพลางยื่นโทรศัพท์มือถือของเธอให้ต้น
“เรื่องให้ช่วย? อือ” ต้นเอ่ยพูดพลางวางช้อนส้อมลงบนจานอาหารแล้วรับโทรศัพท์มือถือมาจากแตงกวาแฟนสาวรุ่นพี่ของเขาก่อนที่เขาจะกรอกเสียงพูดลงไป
“ฮัลโหล ว่าไงพี่แก้ว” ต้นเอ่ยพูด
“คือพี่มีเรื่องให้ต้นช่วย คือ.....” ดอกแก้วตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้ต้นฟังรวมถึงเรื่องที่เธออยากให้ต้นช่วยแกล้งมาเป็นแฟนเธอเพื่อเป็นเหตุผลให้ฟินยอมเลิกกับเธอ
“โห! พี่แก้วทำไมแม่แฟนพี่ร้ายกาจขนาดนั้นน่ะ แต่...จะให้ผมช่วยพี่แบบนั้นจริงๆเหรอ ไม่เอาอะพี่ หาเรื่องให้ผม เกิดแฟนพี่มันไม่พอใจขึ้นมาแล้วมาหาเรื่องผมจะทำยังไง ผมไม่ได้กลัวมันหรอกนะแต่ผมไม่อยากมีเรื่องแล้วก็ไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งแฟนคนอื่นด้วย”
“ต้น ยังไงพรุ่งนี้ก็สอบวันสุดท้ายแล้วคงจะไม่ต้องเจอกันอีกแล้วเพราะเดี๋ยวก็ปิดเทอมแล้ว เดี๋ยวเวลาผ่านไปฟินก็ลืม ต้น พี่เคยช่วยนายเรื่องเรียนตั้งหลายครั้งนะ นายช่วยพี่หน่อยไม่ได้เหรอ”
“โห พี่แก้ว ทวงบุญคุณอะ แล้ว มันจะดีเหรอพี่แก้ว เอางี้ พี่ยืมเงินผมไปรักษาแม่ก่อนไหมเดี๋ยวผมลองขอพ่อให้ ค่ารักษาเท่าไรล่ะพี่” ต้นเอ่ยพูดออกไป ‘เพราะบ้านของเขาก็มีฐานะร่ำรวยพอสมควรเพราะเขาเป็นลูกชายเจ้าของบริษัทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารแปรรูปแต่มันก็เงินพ่อเขาไม่ใช่เงินเขา เขาได้เงินเดือนจากพ่อเท่านั้นแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าพ่อจะให้หรือเปล่าแต่ก็ต้องลองยืมดู’ ต้นคิดในใจ
“ไม่ต้องหรอก ค่าใช้จ่ายมันสูงมากแล้วก็ไม่รู้ว่าจะต้องรักษาไปถึงเมื่อไรด้วย พี่เกรงใจแล้วก็คงไม่มีปัญญาหาเงินมาคืนนายด้วย” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“ไม่ยืมเงินผมแน่นะ” ต้นพูด
“อือ งั้น...เอางี้ก็ได้ ต้นก็ดูอยู่ห่างๆก่อน พี่จะลองไปบอกเลิกฟินก่อนแล้วถ้าฟินเขาไม่ยอมเลิก พี่จะส่งสัญญาณไปให้ต้นแล้วต้นก็ค่อยเดินออกมาช่วยพี่ นะ พี่ขอร้อง พี่เคยช่วยต้นมาแล้วเรื่องเรียนนะ ต้นช่วยพี่ได้ไหม นะ ช่วยพี่สักครั้งพี่ขอร้อง” ดอกแก้วพยายามเอ่ยพูดขอร้องต้น
“เฮ้อ....พี่แก้วนะพี่แก้ว” ต้นหยุดคิดสักพักพลางมองหน้าแตงกวา ‘จริงๆเขาเองไม่ได้รู้จักและไม่ได้สนิทกับฟินแฟนของพี่แก้วแต่ก็เคยเห็นกันอยู่บ้างสองถึงสามครั้งที่คณะแต่เราเรียนคนละสาขาแล้วฟินก็เป็นรุ่นน้องปีสองด้วยหรือแม้กระทั่งพี่แก้วช่วงนี้เขาก็ไม่ค่อยได้เจอพี่แก้วเลยถึงพี่แก้วจะเป็นเพื่อนสนิทกับแตงกวาแฟนของเขาที่เขาตามจีบมาสักพักแต่เพิ่งตกลงคบกันได้ห้าวัน เพราะต่างคนต่างยุ่งทั้งเรื่องเรียนและเรื่องส่วนตัว เขารู้จักกับแตงกวาและพี่แก้วตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่ปีหนึ่งจนตอนนี้เขาอยู่ปีสามถึงไม่ค่อยได้เจอพี่แก้วบ่อยๆแต่เขาก็พอจะรู้ว่าพี่แก้วคบอยู่กับฟินเพราะแตงกวาบอกเขา’ ต้นคิดในใจ
แตงกวาที่มองหน้าต้นกลับก็ถอนหายใจออกมาแล้วพยักหน้าให้ต้นเป็นเชิงให้ช่วย
“อือ ก็ได้พี่แก้ว เฮ้อ...แต่พี่แน่ใจแล้วนะว่าอยากให้มันจบแบบนี้จริงๆ”
“อือ มันไม่มีทางอื่นแล้ว ขอบใจนะต้น พี่ขอคุยกับแตงกวาหน่อย”
“อือ ได้พี่” ต้นเอ่ยพูดพลางยื่นโทรศัพท์มือถือคืนไปให้แตงกวา
แตงกวาที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามรับโทรศัพท์มือถือคืนมาจากต้น
“เออ แก” แตงกวาเอ่ยพูดโทรศัพท์กับดอกแก้ว
“ฉันขอโทษที่รบกวนแกกับต้นนะแล้วก็ขอบใจด้วยที่ช่วยเหลือกัน” ดอกแก้วพูด
“อือ ไม่เป็นไร แกก็ช่วยฉันกับต้นเรื่องเรียนมาเยอะ”
“อือ แล้วแกกับต้นอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะ รู้กันแค่นี้ ขอให้เป็นความลับระหว่างพวกเรา” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“อือ โอเค เดี๋ยวฉันบอกต้นให้”
“งั้นพรุ่งนี้หลังสอบเสร็จเจอกันที่หลังมหาลัยนะ ฉันจะนัดฟินไปที่นั่น”
“อือ แต่แกคิดดีจริงๆแล้วใช่ไหมว่าจะเอาแบบนี้” แตงกวารู้สึกเห็นใจดอกแก้วมากแต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเพื่อนสาวของเธอยังไงลำพังตัวเธอเองก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรแล้วเธอเองก็รู้จักกับฟินถึงจะไม่ได้สนิทและไม่ได้เจอกันบ่อยแต่ฟินก็เป็นรุ่นน้องคนหนึ่งที่นิสัยดีและดูจะรักเพื่อนของเธอมาก
“อือ ฉัน...ฉัน...คิดดีแล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“งั้นแค่นี้ก่อนนะแตงกวาไว้พรุ่งนี้เจอกัน” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“อือ” แตงกวาตอบรับ
ดอกแก้ววางสายจากแตงกวาไปพลางน้ำตาก็ไหลออกมาก่อนที่โทรศัพท์มือถือของเธอจะดังขึ้น ดอกแก้วก้มมองดูโทรศัพท์มือถือว่าใครโทรเข้ามา
“ฟิน” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกมาทั้งน้ำตา คนที่โทรเข้ามาหาเธอคือฟินนั่นเอง ดอกแก้วเห็นแบบนั้นเธอยิ่งร้องไห้ออกมาอย่างหนักก่อนที่เธอจะตัดสินใจกดตัดสายทิ้ง แล้วส่งข้อความไปหาฟินแทน
‘พรุ่งนี้หลังสอบเสร็จเจอกันที่หลังมหาลัยตรงที่จอดรถประมาณสี่โมงเย็นนะ’ ดอกแก้วส่งข้อความไปหาฟินเมื่อส่งข้อความเสร็จดอกแก้วจึงรีบปิดโทรศัพท์มือถือพลางซบหน้าลงกับหมอนแล้วร้องไห้โฮออกมาอย่างหนัก
“ฟิน แก้วขอโทษ แก้วไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆฮือๆฮือๆ แก้วต้องทำเพื่อแม่....ฮือฮือ” ดอกแก้วเอ่ยพูดตัดพ้อออกมาทั้งน้ำตา ‘จริงๆแม่ของเธอก็ทราบเรื่องที่เธอมีแฟน เธอเองก็เล่าให้แม่ฟัง ถึงแม่ของเธอกับฟินจะไม่เคยเจอกันแต่เธอก็เล่าให้แม่ของเธอฟัง แม่ของเธอก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเห็นว่าเธอโตแล้ว แล้วเธอก็ไม่เคยทำตัวนอกลู่นอกทางหรือไปเถลไถลที่ไหนเพียงแต่แม่ก็เตือนเธอว่าอย่าให้กระทบกับการเรียนแล้วถ้ามีเวลาหรือเวลาตรงกันก็พาแฟนมาหาแม่บ้าง แต่มันคงจะไม่มีโอกาสนั้นแล้วแม่ของเธอล้มป่วยแล้วเธอก็คงต้องเลิกกับฟินเพื่อต่อชีวิตแม่ของเธอ ฮือๆ....’ ดอกแก้วคิดในใจทั้งน้ำตา
ด้านฟินที่เขากำลังนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนเตียงนอนแล้วพยายามโทรศัพท์หาดอกแก้วก่อนที่เขาจะได้รับข้อความจากดอกแก้ว
‘พรุ่งนี้หลังสอบเสร็จเจอกันที่หลังมหาลัยตรงที่จอดรถประมาณสี่โมงเย็นนะ’ ฟินอ่านข้อความที่ดอกแก้วส่งมาก่อนที่เขาจะกดโทรศัพท์โทรไปหาดอกแก้วอีกครั้งเพราะวันนี้เขาพยายามโทรหาดอกแก้วเพราะไม่ได้เจอกันช่วงเย็นแต่โทรไปเท่าไรเธอก็ไม่รับสายแล้วมันก็โทรไม่ติดจนเขาอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จเขาก็เดินมานั่งบนเตียงเพื่อเตรียมตัวจะเข้านอนเพราะตอนนี้ก็เป็นเวลาสามทุ่มครึ่งแล้ว แล้วเขาก็พยายามโทรหาดอกแก้วจนได้รับข้อความจากเธอ
ฟินพยายามโทรไปหาดอกแก้วอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่โทรไปเท่าไรก็โทรไม่ติด จนเขาถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ...ทำไมโทรไม่ติดนะ แก้วเป็นอะไรหรือเปล่า หรืองอนอะไร เฮ้อ...งง” ฟินเอ่ยพูดพลางถอนหายใจออกมาก่อนที่เขาจะตัดสินใจวางโทรศัพท์มือถือไว้ที่หัวเตียงแล้วเข้านอนเพราะพรุ่งนี้เขาก็มีสอบแล้ววิชาที่สอบก็ค่อนข้างยากเป็นวิชาหนักๆทั้งนั้นแล้วก็เป็นวันสอบวันสุดท้ายก่อนปิดเทอมเพื่อจบชั้นปีที่สองของเขาด้วย
‘เฮ้อ พรุ่งนี้ตอนกลางวันคงไม่ได้เจอแก้วเพราะติดสอบ แก้วเองก็สอบเหมือนกัน เอาไว้ไปเจอกันตามที่แก้วส่งข้อความมานัดตอนเย็นก็ได้ นอนดีกว่า’ ฟินคิดในใจก่อนที่เขาจะเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันไป
ที่โรงพยาบาลหลังจากที่ดอกแก้วฝากครรภ์เรียบร้อยแล้วเธอกับฟินก็ออกมาพูดคุยกับคุณหญิงชญาดาและคุณหญิงชลิตาที่นั่งรออยู่ด้านนอก“เดี๋ยวแม่กับน้าต้องไปเข้าประชุมแล้วนะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“อ้าว...ผมว่าจะชวนแม่กับน้าตาไปทานข้าวฉลองด้วยกัน”“เอาไว้วันหลังก็ได้ลูก วันเสาร์อาทิตย์ก็ได้ แล้ววันเสาร์อาทิตย์ก็กลับบ้านไปทานข้าวกับแม่และน้าเหมือนเดิมด้วยนะ ไม่ใช่มีเมียแล้วลืมแม่กับน้า พาเมียไปด้วยก็ได้จะได้รู้จักกันมากขึ้น” คุณหญิงชญาดาพูด“ครับแม่ ผมไม่ลืมแม่กับน้าตาหรอกครับ”“เธอก็เหมือนกัน ดอกแก้ว ฝากท้องแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆ ทานข้าวให้ตรงเวลา เดินเหินอะไรก็ระมัดระวัง แล้วเดี๋ยวฉันจะให้สาวใช้ที่บ้านไปอยู่เป็นเพื่อนเวลาที่ตาฟินไปทำงานคอยทำงานบ้านให้ด้วย แล้วถ้าฉันว่างฉันจะไปหา” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ขอบคุณค่ะ คุณป้า” ดอกแก้วเอ่ยพูดตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างไม่เรื่องมาก“แหมคุณพี่ ไม่ค่อยเป็นห่วงลูกสะใภ้เลยนะคะ” คุณหญิงชลิตาเอ่ยแซวคุณหญิงชญาดา“ฉันเป็นห่วงหลานฉันต่างหาก”“เหรอคะ ปากแข็งนะคะคุณพี่” คุณหญิงชลิตารู้ดีว่าพี่สาวของเธอเริ่มจะใจอ่อนเปิดใจให้ดอกแก้วบ้างแล้ว“นี่ยัยตา อย่ามาแซวพี่ ไปประชุมกัน
วันต่อมาคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาเดินทางมาที่บ้านพงษ์วานิชเพราะต้องการจะมาพูดคุยกับฟินและดอกแก้วถึงชีวิตของทั้งคู่โดยเฉพาะคุณหญิงชญาดาที่ต้องการจะมาพูดคุยกับทั้งคู่ถึงชีวิตหลังจากนี้ คุณหญิงชญาดาคิดว่าฟินคงจะอยู่กับดอกแก้วที่บ้าน ‘เพราะเธอโทรไปเช็คกับเลขาของฟินแล้วว่าวันนี้ฟินไม่เข้าบริษัท ช่วงเช้านี้เธอเองก็พอจะมีเวลาก็เลยตัดสินใจให้คนขับรถขับรถพาเข้ากรุงเทพเพื่อมาหาฟินกับดอกแก้วเพราะเดี๋ยวช่วงบ่ายเธอก็ต้องกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลต่อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจในขณะที่ฟินกับดอกแก้วที่กำลังเดินลงบันไดมาจากห้องพัก ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันลงมาโดยที่ฟินโอบกอดเอวบางของดอกแก้วเอาไว้“วันนี้แก้ว...แต่งตัวสวยจัง สวยเป็นพิเศษเลยนะจากปกติที่ก็สวยมากๆอยู่แล้ว ผมว่าจะชมแก้วตั้งแต่อยู่ในห้องแล้ว” ฟินเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางก้มลงไปหอมเรือนผมของดอกแก้ว“ค่ะแก้วไม่ปฏิเสธ ก็วันนี้เป็นวันแต่งงานเริ่มต้นชีวิตคู่ของเราอย่างเป็นทางการนี่คะ แต่วันนี้ฟินก็แต่งตัวหล่อกว่าทุกวันจากปกติที่ก็หล่อมากๆอยู่แล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดชมฟินกลับไปด้วยความรู้สึกเขินอาย“ครับ แน่นอน ผมก็ไม่ปฏิเสธเหมือนกัน ก็วันนี้เป็นวันสำคัญของเราผ
“ก็..ค่ะ แก้ว...แก้วจะแต่งงานกับฟิน”“เยส!” ฟินเอ่ยพูดพลางยื่นหน้าเข้าไปจูบหน้าผากของดอกแก้วก่อนที่เขาจะผละออกมาแล้วใช้มือลูบศีรษะของเธอ“ผมรักแก้วนะ รักมากที่สุดเลย”“อืม แก้วรู้แล้ว แก้วก็รักฟินเหมือนกันนะ”“อือ แล้วเราจะจัดงานแต่งงานกันแบบไหนดี” ฟินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“เออ...คือ...แก้วขอไม่จัดงานแต่งได้ไหม”“ทำไมอะแก้ว”“ก็...จริงๆแก้วก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงาน...แล้วแก้วก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้วด้วย...สำหรับแก้วงานแต่งงานมันไม่จำเป็นหรอกสิ้นเปลืองเปล่าๆขอแค่...แก้วได้อยู่กับฟินแก้วก็ดีใจมากแล้ว”“แก้ว แน่ใจนะ” ‘จริงๆเขาเองก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงานเหมือนกัน แต่เขาก็แค่อยากจะให้เกียรติเธอ แต่ยังไงก็คงต้องแล้วแต่เธอเพราะเขายังไงก็ได้อยู่แล้วขอแค่เขาได้อยู่กับเธอก็พอแล้ว’ ฟินคิดในใจ“อืม” ดอกแก้วเอ่ยตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม“งั้นไม่อยากจัดงานแต่งงานก็ไม่เป็นไรแต่อย่างน้อยก็...จดทะเบียนสมรสกันนะ” ฟินเอ่ยพูด“อือ ค่ะ เราจดทะเบียนสมรสกันก็พอ” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่ฟินกับดอกแก้วจะโผเข้ากอดกันอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข...ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกมา“งั้นผมว่าเราไปดินเนอร์กัน
“ก็ได้ ยังไงนังดอกแก้วมันก็ท้องแล้วนี่” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางมองหน้าลูกชายของเธอ“พูดถึงเมียผมให้มันดีๆหน่อยครับแม่”“เออๆ ไหนๆมันก็...เอ้ย!...ดอกแก้วก็ท้องแล้วนี่ ลูกฟินก็หลานแม่เหมือนกัน ถึงแม่จะไม่ชอบมัน...เอ้ย!...ดอกแก้ว แต่แม่ก็คงไม่ใจร้ายกับหลานตัวเองจนพรากครอบครัวของหลานตัวเองไปหรอก แต่...ฟินก็ต้องให้เวลาแม่ทำใจยอมรับเมียฟินบ้าง” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางปาดเช็ดน้ำตา“ครับ...แต่อย่านานนะครับแม่”“เออ แม่รู้แล้ว”“ดีแล้วค่ะคุณพี่” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางจับแขนพี่สาวของเธอเอาไว้“คงสมใจเธอแล้วสิยัยตาที่ได้แม่ดอกแก้วเป็นหลานสะใภ้น่ะ”“ค่ะ คุณพี่ สมใจตามาก น้ายินดีด้วยนะฟิน เอาไว้พาแม่ดอกแก้วเขามาทานข้าวด้วยกันที่บ้านบ้าง”“นี่ยัยตา!..น้อยๆหน่อย” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางกระทุ้งข้อศอกใส่น้องสาวของเธอ“ครับน้าตา ขอบคุณมากนะครับ”“เฮ้อ...นี่ฉันคงต้องโทรไปขอโทษคุณหญิงปิ่นแก้วกับหนูแพรวพรรณรายว่าคงไม่ได้ดองกันแล้ว เพราะตาฟินมีครอบครัวแล้วนี่ เสียดายชะมัด” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ก็ดีแล้วครับแม่ รีบโทรไปบอกเลย งั้นไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”“จะไปไหนล่ะไม่อยู่ทานข้าวเย็นกับแม่
คุณหญิงชญาดาแอบฉุกคิดในสิ่งที่คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูด ‘เธอเองก็แอบกลัว...ว่าตาฟินจะโกรธจนไม่ยอมมาหาเธอมาเจอเธออีกแล้วไม่ยอมกลับบ้าน...แล้ว...ถ้าตาฟินหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปกับแม่ดอกแก้วตามที่น้องสาวของเธอพูดล่ะ...เฮ้อ แต่เธอก็ทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้วเหมือนกัน แต่...ไม่...เธอไม่ยอมรับเธอยอมรับไม่ได้...เฮ้อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกสับสนก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเขาปอดลึกๆเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองแล้วเอ่ยพูดขึ้น“ไม่! ยังไงพี่ก็รับไม่ได้ เธอไม่ต้องมาพยายามพูดเกลี้ยกล่อมพี่อีก พี่จะหาทางขัดขวางตาฟินกับนังดอกแก้วให้ได้”“แม่คิดจะทำอะไรครับ” ฟินที่ยืนแอบฟังอยู่นานเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขกพลางเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยวที่ได้ยินแม่ของเขาพูดจาแบบนั้นพลางกำหมัดไว้แน่น ‘เขากะว่าจะมาคุยด้วยดีๆแต่เขาต้องมาได้ยินแม่ของเขาพูดอะไรแบบนี้ หึ’ ฟินคิดในใจส่วนคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาก็ลุกขึ้นยืนจากโซฟาด้วยความรู้สึกตกใจที่เห็นฟินมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ ทั้งสองคนคิดว่าฟินคงจะได้ยินสิ่งที่พวกเธอทั้งสองคนพูดคุยกัน“ฟิน....” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกตกใจแต่เธอ
“อืม ผมเข้าใจแล้ว แต่ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรแก้วต้องบอกผมก่อนนะ อย่าคิดเองคนเดียวหรือแก้ปัญหาเองคนเดียว แก้วมีผมนะ มีอะไรเราจะช่วยกันแก้ปัญหา...อย่าทิ้งกันไปอีก”“อือค่ะ...แต่ว่า...มันก็ขึ้นอยู่กับแม่ของคุณด้วยถ้าแม่ของคุณไม่ยอมให้ฉันอยู่กับคุณ.....”“ไม่ แก้ว อย่าคิดมากแบบนั้น เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะกลับไปที่บ้านไปคุยกับแม่ของผม”“แล้วแม่ของคุณจะยอมใช่ไหมคะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยความรู้สึกกังวล ‘สำหรับเธอคุณหญิงชลิตาน้าของฟินไม่เท่าไร คุณหญิงชลิตาดูใจดีดูไม่ได้มีท่าทีที่จะไม่ชอบหรือว่ารังเกียจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่...คุณหญิงชญาดาแม่ของฟินนี่สิ...เฮ้อ....’ ดอกแก้วคิดในใจ“ยังไงก็ต้องยอม เชื่อผม” ฟินเอ่ยพูดกับดอกแก้วที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ‘จริงๆเขาก็ไม่แน่ใจหรอกว่าแม่ของเขาจะยอมไหม....แต่ถึงไม่ยอมเขาก็ไม่สน’ ฟินคิดในใจ“เรามาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า ผมอยากให้แก้วกลับมาเรียกผมว่าฟินแล้วก็แทนตัวเองว่าแก้วเหมือนที่เคยเรียก เรียกผมว่าคุณมันดูห่างเหินยังไงก็ไม่รู้ ได้ไหม”“ก็..ค่ะ ฟิน”“อืม” ฟินก้มลงไปจูบหน้าผากของดอกแก้ว“แล้วแก้วอยากได้ลูกสาวหรือว่าลูกชายเหรอ”“ลูก







