LOGIN“ก็นี่แหละแตงกวา ฉันอยากให้แกกับต้นช่วย โดยเฉพาะต้น คือ..พรุ่งนี้ฉันตัดสินใจจะไปบอกเลิกฟินทำตามข้อเสนอของแม่เขา แต่...ฉันกลัวว่าถ้าจู่ๆฉันไปบอกเลิกฟิน ฟินเขาจะไม่ยอมเพราะฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะให้เหตุผลในการบอกเลิกกับฟินว่าอะไร ฉันกลัวว่าเขาจะไม่ยอมเลิก ฉันเลยคิดว่าจะให้ต้นแกล้งมาเป็นแฟนฉันแล้วบอกเลิกเขา ถ้าฟินเห็นว่าฉันมีคนอื่นเขาคงจะยอมเลิกกับฉันไปเอง” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“เฮ้ย! แก้ว แกจะเอาอย่างนี้จริงๆเหรอ คือฉันไม่ได้หวงแฟนฉันหรอกนะ แต่แกแน่ใจแล้วเหรอแก้ว มันไม่มีทางอื่นแล้วเหรอ” แตงกวาเอ่ยพูดด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสาว
“ฉัน...ฉันแน่ใจ ฉันคิดมาดีแล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดด้วยความมั่นใจ
“เฮ้อ...เออ งั้น...แกลองคุยกับต้นเองนะ เฮ้อ...” แตงกวาเอ่ยพูด ‘เธอไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของเพื่อนสาวสักเท่าไรเพราะเธอคิดว่าความสัมพันธ์ของแก้วกับฟินกำลังไปได้ดี มันไม่ควรจะต้องมาจบลงแบบนี้เลย เฮ้อ...แต่เธอก็ต้องเคารพการตัดสินใจของแก้วเพราะมันก็คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วมั้ง แต่ก็คงต้องถามต้นแฟนหนุ่มของเธอที่พัฒนาจากรุ่นน้องมาเป็นแฟนด้วย’ แตงกวาคิดในใจ
“อะต้น แก้วมันมีเรื่องให้ช่วย ลองคุยดู” แตงกวาเอ่ยพูดพลางยื่นโทรศัพท์มือถือของเธอให้ต้น
“เรื่องให้ช่วย? อือ” ต้นเอ่ยพูดพลางวางช้อนส้อมลงบนจานอาหารแล้วรับโทรศัพท์มือถือมาจากแตงกวาแฟนสาวรุ่นพี่ของเขาก่อนที่เขาจะกรอกเสียงพูดลงไป
“ฮัลโหล ว่าไงพี่แก้ว” ต้นเอ่ยพูด
“คือพี่มีเรื่องให้ต้นช่วย คือ.....” ดอกแก้วตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้ต้นฟังรวมถึงเรื่องที่เธออยากให้ต้นช่วยแกล้งมาเป็นแฟนเธอเพื่อเป็นเหตุผลให้ฟินยอมเลิกกับเธอ
“โห! พี่แก้วทำไมแม่แฟนพี่ร้ายกาจขนาดนั้นน่ะ แต่...จะให้ผมช่วยพี่แบบนั้นจริงๆเหรอ ไม่เอาอะพี่ หาเรื่องให้ผม เกิดแฟนพี่มันไม่พอใจขึ้นมาแล้วมาหาเรื่องผมจะทำยังไง ผมไม่ได้กลัวมันหรอกนะแต่ผมไม่อยากมีเรื่องแล้วก็ไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งแฟนคนอื่นด้วย”
“ต้น ยังไงพรุ่งนี้ก็สอบวันสุดท้ายแล้วคงจะไม่ต้องเจอกันอีกแล้วเพราะเดี๋ยวก็ปิดเทอมแล้ว เดี๋ยวเวลาผ่านไปฟินก็ลืม ต้น พี่เคยช่วยนายเรื่องเรียนตั้งหลายครั้งนะ นายช่วยพี่หน่อยไม่ได้เหรอ”
“โห พี่แก้ว ทวงบุญคุณอะ แล้ว มันจะดีเหรอพี่แก้ว เอางี้ พี่ยืมเงินผมไปรักษาแม่ก่อนไหมเดี๋ยวผมลองขอพ่อให้ ค่ารักษาเท่าไรล่ะพี่” ต้นเอ่ยพูดออกไป ‘เพราะบ้านของเขาก็มีฐานะร่ำรวยพอสมควรเพราะเขาเป็นลูกชายเจ้าของบริษัทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารแปรรูปแต่มันก็เงินพ่อเขาไม่ใช่เงินเขา เขาได้เงินเดือนจากพ่อเท่านั้นแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าพ่อจะให้หรือเปล่าแต่ก็ต้องลองยืมดู’ ต้นคิดในใจ
“ไม่ต้องหรอก ค่าใช้จ่ายมันสูงมากแล้วก็ไม่รู้ว่าจะต้องรักษาไปถึงเมื่อไรด้วย พี่เกรงใจแล้วก็คงไม่มีปัญญาหาเงินมาคืนนายด้วย” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“ไม่ยืมเงินผมแน่นะ” ต้นพูด
“อือ งั้น...เอางี้ก็ได้ ต้นก็ดูอยู่ห่างๆก่อน พี่จะลองไปบอกเลิกฟินก่อนแล้วถ้าฟินเขาไม่ยอมเลิก พี่จะส่งสัญญาณไปให้ต้นแล้วต้นก็ค่อยเดินออกมาช่วยพี่ นะ พี่ขอร้อง พี่เคยช่วยต้นมาแล้วเรื่องเรียนนะ ต้นช่วยพี่ได้ไหม นะ ช่วยพี่สักครั้งพี่ขอร้อง” ดอกแก้วพยายามเอ่ยพูดขอร้องต้น
“เฮ้อ....พี่แก้วนะพี่แก้ว” ต้นหยุดคิดสักพักพลางมองหน้าแตงกวา ‘จริงๆเขาเองไม่ได้รู้จักและไม่ได้สนิทกับฟินแฟนของพี่แก้วแต่ก็เคยเห็นกันอยู่บ้างสองถึงสามครั้งที่คณะแต่เราเรียนคนละสาขาแล้วฟินก็เป็นรุ่นน้องปีสองด้วยหรือแม้กระทั่งพี่แก้วช่วงนี้เขาก็ไม่ค่อยได้เจอพี่แก้วเลยถึงพี่แก้วจะเป็นเพื่อนสนิทกับแตงกวาแฟนของเขาที่เขาตามจีบมาสักพักแต่เพิ่งตกลงคบกันได้ห้าวัน เพราะต่างคนต่างยุ่งทั้งเรื่องเรียนและเรื่องส่วนตัว เขารู้จักกับแตงกวาและพี่แก้วตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่ปีหนึ่งจนตอนนี้เขาอยู่ปีสามถึงไม่ค่อยได้เจอพี่แก้วบ่อยๆแต่เขาก็พอจะรู้ว่าพี่แก้วคบอยู่กับฟินเพราะแตงกวาบอกเขา’ ต้นคิดในใจ
แตงกวาที่มองหน้าต้นกลับก็ถอนหายใจออกมาแล้วพยักหน้าให้ต้นเป็นเชิงให้ช่วย
“อือ ก็ได้พี่แก้ว เฮ้อ...แต่พี่แน่ใจแล้วนะว่าอยากให้มันจบแบบนี้จริงๆ”
“อือ มันไม่มีทางอื่นแล้ว ขอบใจนะต้น พี่ขอคุยกับแตงกวาหน่อย”
“อือ ได้พี่” ต้นเอ่ยพูดพลางยื่นโทรศัพท์มือถือคืนไปให้แตงกวา
แตงกวาที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามรับโทรศัพท์มือถือคืนมาจากต้น
“เออ แก” แตงกวาเอ่ยพูดโทรศัพท์กับดอกแก้ว
“ฉันขอโทษที่รบกวนแกกับต้นนะแล้วก็ขอบใจด้วยที่ช่วยเหลือกัน” ดอกแก้วพูด
“อือ ไม่เป็นไร แกก็ช่วยฉันกับต้นเรื่องเรียนมาเยอะ”
“อือ แล้วแกกับต้นอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะ รู้กันแค่นี้ ขอให้เป็นความลับระหว่างพวกเรา” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“อือ โอเค เดี๋ยวฉันบอกต้นให้”
“งั้นพรุ่งนี้หลังสอบเสร็จเจอกันที่หลังมหาลัยนะ ฉันจะนัดฟินไปที่นั่น”
“อือ แต่แกคิดดีจริงๆแล้วใช่ไหมว่าจะเอาแบบนี้” แตงกวารู้สึกเห็นใจดอกแก้วมากแต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเพื่อนสาวของเธอยังไงลำพังตัวเธอเองก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรแล้วเธอเองก็รู้จักกับฟินถึงจะไม่ได้สนิทและไม่ได้เจอกันบ่อยแต่ฟินก็เป็นรุ่นน้องคนหนึ่งที่นิสัยดีและดูจะรักเพื่อนของเธอมาก
“อือ ฉัน...ฉัน...คิดดีแล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“งั้นแค่นี้ก่อนนะแตงกวาไว้พรุ่งนี้เจอกัน” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“อือ” แตงกวาตอบรับ
ดอกแก้ววางสายจากแตงกวาไปพลางน้ำตาก็ไหลออกมาก่อนที่โทรศัพท์มือถือของเธอจะดังขึ้น ดอกแก้วก้มมองดูโทรศัพท์มือถือว่าใครโทรเข้ามา
“ฟิน” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกมาทั้งน้ำตา คนที่โทรเข้ามาหาเธอคือฟินนั่นเอง ดอกแก้วเห็นแบบนั้นเธอยิ่งร้องไห้ออกมาอย่างหนักก่อนที่เธอจะตัดสินใจกดตัดสายทิ้ง แล้วส่งข้อความไปหาฟินแทน
‘พรุ่งนี้หลังสอบเสร็จเจอกันที่หลังมหาลัยตรงที่จอดรถประมาณสี่โมงเย็นนะ’ ดอกแก้วส่งข้อความไปหาฟินเมื่อส่งข้อความเสร็จดอกแก้วจึงรีบปิดโทรศัพท์มือถือพลางซบหน้าลงกับหมอนแล้วร้องไห้โฮออกมาอย่างหนัก
“ฟิน แก้วขอโทษ แก้วไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆฮือๆฮือๆ แก้วต้องทำเพื่อแม่....ฮือฮือ” ดอกแก้วเอ่ยพูดตัดพ้อออกมาทั้งน้ำตา ‘จริงๆแม่ของเธอก็ทราบเรื่องที่เธอมีแฟน เธอเองก็เล่าให้แม่ฟัง ถึงแม่ของเธอกับฟินจะไม่เคยเจอกันแต่เธอก็เล่าให้แม่ของเธอฟัง แม่ของเธอก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเห็นว่าเธอโตแล้ว แล้วเธอก็ไม่เคยทำตัวนอกลู่นอกทางหรือไปเถลไถลที่ไหนเพียงแต่แม่ก็เตือนเธอว่าอย่าให้กระทบกับการเรียนแล้วถ้ามีเวลาหรือเวลาตรงกันก็พาแฟนมาหาแม่บ้าง แต่มันคงจะไม่มีโอกาสนั้นแล้วแม่ของเธอล้มป่วยแล้วเธอก็คงต้องเลิกกับฟินเพื่อต่อชีวิตแม่ของเธอ ฮือๆ....’ ดอกแก้วคิดในใจทั้งน้ำตา
ด้านฟินที่เขากำลังนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนเตียงนอนแล้วพยายามโทรศัพท์หาดอกแก้วก่อนที่เขาจะได้รับข้อความจากดอกแก้ว
‘พรุ่งนี้หลังสอบเสร็จเจอกันที่หลังมหาลัยตรงที่จอดรถประมาณสี่โมงเย็นนะ’ ฟินอ่านข้อความที่ดอกแก้วส่งมาก่อนที่เขาจะกดโทรศัพท์โทรไปหาดอกแก้วอีกครั้งเพราะวันนี้เขาพยายามโทรหาดอกแก้วเพราะไม่ได้เจอกันช่วงเย็นแต่โทรไปเท่าไรเธอก็ไม่รับสายแล้วมันก็โทรไม่ติดจนเขาอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จเขาก็เดินมานั่งบนเตียงเพื่อเตรียมตัวจะเข้านอนเพราะตอนนี้ก็เป็นเวลาสามทุ่มครึ่งแล้ว แล้วเขาก็พยายามโทรหาดอกแก้วจนได้รับข้อความจากเธอ
ฟินพยายามโทรไปหาดอกแก้วอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่โทรไปเท่าไรก็โทรไม่ติด จนเขาถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ...ทำไมโทรไม่ติดนะ แก้วเป็นอะไรหรือเปล่า หรืองอนอะไร เฮ้อ...งง” ฟินเอ่ยพูดพลางถอนหายใจออกมาก่อนที่เขาจะตัดสินใจวางโทรศัพท์มือถือไว้ที่หัวเตียงแล้วเข้านอนเพราะพรุ่งนี้เขาก็มีสอบแล้ววิชาที่สอบก็ค่อนข้างยากเป็นวิชาหนักๆทั้งนั้นแล้วก็เป็นวันสอบวันสุดท้ายก่อนปิดเทอมเพื่อจบชั้นปีที่สองของเขาด้วย
‘เฮ้อ พรุ่งนี้ตอนกลางวันคงไม่ได้เจอแก้วเพราะติดสอบ แก้วเองก็สอบเหมือนกัน เอาไว้ไปเจอกันตามที่แก้วส่งข้อความมานัดตอนเย็นก็ได้ นอนดีกว่า’ ฟินคิดในใจก่อนที่เขาจะเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันไป
“ไม่ ไม่ครับแม่ ไม่จริง แก้วไม่ใช่คนแบบนั้น ผมจะไปคุยกับแก้วให้รู้เรื่อง ผมจะไปหาเขา” ฟินเอ่ยพูดพลางลุกขึ้นยืนจากเตียงแล้วกำลังจะเดินไปที่ประตู แต่เขาเดินซวนเซไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงไปที่พื้นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกาย“ตาฟิน! ตาฟินลูก!” คุณหญิงชญาดาอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตกใจเมื่อเห็นลูกชายล้มลงจึงรีบเข้าไปประคอง“ฟิน ไปไม่ไหวหรอกลูก ลูกเมาขนาดนี้จะไปได้ยังไง แม่ไม่ให้ไป อะไรจะขนาดนี้นะตาฟิน” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดเชิงตำหนิลูกชาย“ไม่ครับแม่ ผมจะไปหาแก้ว แก้ว! แก้ว! อยู่ไหน แก้วอยู่ไหน! แก้ว....” ฟินเอ่ยพูดตัดพ้อออกมาก่อนที่เขาจะค่อยๆหลับใหลแล้วสลบไป“ฟิน ฟิน! หลับไปแล้ว ฟ้า ฝน สุก มาช่วยฉันพาตาฟินไปนอนหน่อยเร็ว!!” คุณหญิงชญาดาเอ่ยตะโกนเรียกคนงานในบ้าน ทั้งป้าสุกแม่บ้านใหญ่และสาวใช้อีกสองคน ทั้งหมดรีบวิ่งขึ้นมาข้างบนรวมถึงคุณหญิงชลิตาด้วย ทุกคนช่วยกันพยุงพาฟินไปนอนที่เตียง แล้วป้าสุกก็จัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ฟินก่อนที่จะปล่อยให้ฟินได้พักผ่อนแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องพักของตัวเองคุณหญิงชญาดากลับมาที่ห้องพักของเธอแล้วเดินมานั่งที่เตียงนอนพลางครุ่นคิดอย่า
“นี่ยัยตา เสียใจเดี๋ยวตาฟินก็หาย ไม่กี่วันหรอก” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด ถึงแม้ลึกๆเธอจะแอบรู้สึกตกใจอยู่เหมือนกันที่ลูกชายของเธอดื่มเหล้ามาแบบนั้น ‘นี่ตาฟินเสียใจเรื่องแม่นั่นขนาดนี้เลยเหรอ แต่...ก็คงจะเสียใจไม่กี่วันหรอกมั้ง’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกมั่นใจ“แต่คุณพี่...”“พอยัยตา เดี๋ยวพี่จะโทรไปถามแม่นั่นเพื่อความชัวร์เอง” คุณหญิงชญาดาเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าส่วนตัวซึ่งวางอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขกเพื่อโทรศัพท์ไปหาดอกแก้ว ‘เธอสืบประวัติของแม่ดอกแก้วนั่นมาหมดแล้วทำไมแค่เบอร์โทรศัพท์ของแม่นั่นเธอจะไม่รู้’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจพลางกดโทรศัพท์โทรออกไปหาดอกแก้วในขณะที่คุณหญิงชลิตาก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับพี่สาวของตัวเองและรู้สึกเห็นใจหลานชายของตัวเองที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ก่อนที่คุณหญิงชลิตาจะเดินกลับไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารด้านดอกแก้วที่กลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากที่ไปเยี่ยมแม่จนตอนนี้เธอกลับมาถึงที่บ้าน ตอนนี้เธอกำลังจะเตรียมตัวเพื่อไปอาบน้ำชำระร่างกายแต่จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น“เบอร์ใคร” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่เธอจะกดรับโทรศัพท์“ฮัลโหล” ดอกแก้วกรอกเสียงพูดลงไป“บอ
ดอกแก้วเดินเข้ามาในโรงพยาบาลแล้วได้เจอและพูดคุยกับหมอถึงอาการแม่ของเธอ หมอบอกว่าแม่ของเธอมีอาการตอบสนองต่อการรักษาเป็นอย่างดีแต่หมอยังไม่สามารถตอบได้ว่าแม่ของเธอจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไร แต่โดยรวมแล้วถือว่าอาการแม่ของเธอดีขึ้นจากเมื่อวาน ดอกแก้วได้ฟังหมอพูดแบบนั้นเธอก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย เมื่อดอกแก้วพูดคุยกับหมอเสร็จเธอก็กล่าวขอบคุณหมอแล้วเดินมายืนมองแม่ของเธอที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูอยู่ที่หน้ากระจกเช่นเดิม ดอกแก้วยังไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมแม่ของเธอใกล้ๆได้เพราะแม่ของเธอยังคงต้องอยู่ในห้องไอซียูที่เป็นห้องปลอดเชื้อ“แม่ เมื่อไรแม่จะฟื้นขึ้นมาคุยกับแก้ว แก้วรอแม่อยู่นะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดตัดพ้อพลางน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมา‘แก้วเลิกกับฟินแล้วนะ แม่คงไม่มีโอกาสได้เจอเขาแล้ว แก้วเหนื่อยจังเลยแม่ แก้วอยากให้แม่ตื่นขึ้นมาปลอบใจแก้ว แม่รีบตื่นขึ้นมานะ แก้วจะทำทุกอย่างเพื่อให้แม่อยู่กับแก้ว อยู่กับแก้วให้นานที่สุด’ ดอกแก้วคิดในใจทั้งน้ำตา‘ส่วนเรื่องของเธอกับฟินยังไงมันก็จบลงแล้ว แล้วตอนนี้ก็ปิดเทอมแล้วด้วย เธอเองก็เรียนจบแล้วถึงจะยังไม่เป็นทางการ ที่เหลือก็รอผลสอบซึ่งเธอมั่นใจว่ายังไงเธอก็สอบผ่
“ปล่อย! ปล่อยฉัน! ฟิน คนที่ฉันคบอยู่มาแล้ว คุณอยากรู้เหตุผลไม่ใช่เหรอ นี่ไงเหตุผลที่ฉันต้องเลิกกับคุณ นอกจากที่ฉันจะไม่ได้รักคุณแล้ว ฉันก็มีคนที่ฉันคบอยู่แล้วด้วย คนที่ดีกว่าคุณ ปล่อย!” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางพยายามผลักฟินออก ในขณะที่ต้นเขาก็เดินเข้ามาแล้วช่วยดึงดอกแก้วออกมาจากฟินจนสามารถดึงดอกแก้วออกมาได้ ตอนนี้ต้นกับดอกแก้วยืนอยู่ข้างๆกัน ในขณะที่ฟินเขามองหน้าดอกแก้วกับต้นสลับกันพลางลุกขึ้นยืนจากพื้น“เหอะ ที่แท้ก็มึงนี่เอง” ฟินเอ่ยพูดออกมาทั้งน้ำตาพลางชี้หน้าต้นด้วยความรู้สึกไม่พอใจ ‘เขาเคยเห็นหน้ามันอยู่สองสามครั้งที่คณะมันเป็นรุ่นพี่ปีสามแล้วเขาก็พอจะรู้ว่ามันรู้จักกับแก้ว นี่...สองคนนี้...’ ฟินคิดในใจ“แก้ว แก้วคบกับมันจริงๆเหรอ ห๊ะ!”“ใช่!” ดอกแก้วเอ่ยตอบ“คบตั้งแต่เมื่อไร! ห๊ะ!” ฟินเอ่ยถามกลับไปด้วยความรู้สึกเดือดจัด ‘อย่างที่บอกเขาเคยเห็นหน้ามัน เขาพอจะจำมันได้มันชื่อต้นเป็นรุ่นพี่อยู่ปีสามเขาเคยเดินสวนกับมันสองสามครั้งแล้วก็รู้ว่ามันรู้จักกับแก้วเพราะเคยเห็นว่ามันกับแก้วทักทายกันไม่คิดเลยว่ามันกับแก้วจะแอบคบกันแบบนี้’ ฟินคิดในใจ“ฉัน..ฉัน ฉัน...” ดอกแก้วพูดไม่ออกเธอไม่รู้ว่าจะตอบ
วันต่อมา ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดปทุมธานี16:20 นาทีด้านหลังตึกบริเวณลานจอดรถของมหาวิทยาลัยเวลานี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน ทุกคนต่างทยอยเดินทางกลับบ้านกันหมดหลังจากที่วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายก่อนที่จะปิดเทอม ฟินมายืนรอดอกแก้วตามที่ได้นัดหมายกันไว้อยู่ที่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านหลังตึกบริเวณลานจอดรถได้สักครู่ก่อนที่เขาจะเห็นดอกแก้วเดินมา ฟินโบกมือให้ดอกแก้วด้วยรอยยิ้มก่อนที่ดอกแก้วจะเดินเข้ามาหาเขา“แก้ว เป็นไงบ้าง วันนี้ผมไม่ได้เจอแก้วไม่ได้ทานข้าวกับแก้วเลย ข้อสอบยากไหม คงเหนื่อยแย่ใช่ไหม ดูทำหน้าเข้าสิ” ฟินเอ่ยพูดทักทายพลางถามสารทุกข์สุกดิบทั่วไปแล้วจับมือของดอกแก้วไว้ด้วยรอยยิ้ม ‘สงสัยแก้วคงจะเหนื่อยมากดูจากสีหน้าท่าทางของแก้วแล้วดูเหนื่อยๆเพลียๆคงอ่านหนังสือสอบหนักแล้วข้อสอบก็คงจะยากมากแน่ๆ’ ฟินคิดในใจ“เดี๋ยวช่วงปิดเทอม ผมจะพาแก้วไปเที่ยวพักผ่อนนะเพราะแก้วเรียนจบแล้ว แก้วก็คงต้องเริ่มหางานทำ ผมว่าเก่งๆอย่างแก้วคงหางานได้ไม่ยากหรือแก้วจะไปทำงานที่บริษัทของครอบครัวผมไหม ถ้าอยากไปทำงานบริษัทของครอบครัวผมเดี๋ยวผมจัดการให้ งั้นเอางี้ ก่อนที่แก้วจะเริ่มทำงานเราไปเที่ยวพักผ่อนกันก่อ
“ก็นี่แหละแตงกวา ฉันอยากให้แกกับต้นช่วย โดยเฉพาะต้น คือ..พรุ่งนี้ฉันตัดสินใจจะไปบอกเลิกฟินทำตามข้อเสนอของแม่เขา แต่...ฉันกลัวว่าถ้าจู่ๆฉันไปบอกเลิกฟิน ฟินเขาจะไม่ยอมเพราะฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะให้เหตุผลในการบอกเลิกกับฟินว่าอะไร ฉันกลัวว่าเขาจะไม่ยอมเลิก ฉันเลยคิดว่าจะให้ต้นแกล้งมาเป็นแฟนฉันแล้วบอกเลิกเขา ถ้าฟินเห็นว่าฉันมีคนอื่นเขาคงจะยอมเลิกกับฉันไปเอง” ดอกแก้วเอ่ยพูด“เฮ้ย! แก้ว แกจะเอาอย่างนี้จริงๆเหรอ คือฉันไม่ได้หวงแฟนฉันหรอกนะ แต่แกแน่ใจแล้วเหรอแก้ว มันไม่มีทางอื่นแล้วเหรอ” แตงกวาเอ่ยพูดด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสาว“ฉัน...ฉันแน่ใจ ฉันคิดมาดีแล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดด้วยความมั่นใจ“เฮ้อ...เออ งั้น...แกลองคุยกับต้นเองนะ เฮ้อ...” แตงกวาเอ่ยพูด ‘เธอไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของเพื่อนสาวสักเท่าไรเพราะเธอคิดว่าความสัมพันธ์ของแก้วกับฟินกำลังไปได้ดี มันไม่ควรจะต้องมาจบลงแบบนี้เลย เฮ้อ...แต่เธอก็ต้องเคารพการตัดสินใจของแก้วเพราะมันก็คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วมั้ง แต่ก็คงต้องถามต้นแฟนหนุ่มของเธอที่พัฒนาจากรุ่นน้องมาเป็นแฟนด้วย’ แตงกวาคิดในใจ“อะต้น แก้วมันมีเรื่องให้ช่วย ลองคุยดู” แตงกวาเอ่ยพูดพลางยื่นโทร







