Masukเอส เดินตามร่างเล็กขึ้นลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหาร เขาไม่รู้สึกร้อนตัวเหมือนที่พนิดาคิดเอาไว้ เธอคิดว่าเขาแค่แกล้ง แต่เธอไม่ได้ใจดีหรอกนะ เพราะก่อนหน้านี้เธอใช้เลขาจัดการเรียก รปภ เตรียมตัวเอาไว้
ถ้าหากเขาเป็นแค่นักต้มตุ๋น ก็รอรับผลที่ตามมาก็แล้วกัน เธอไม่ได้ใจดีเหมือนหน้าตาเสียหน่อย จะว่าไปเอาก็รู้สึกได้ว่าเธอมีแผน แต่เขาที่ถือไพ่เหนือกว่าจะไปกลัวอะไร ตอนนี้เงินลงทุนไม่ใช่ปัญหาสักนิด แต่เมื่อมองใบหน้าสวยของเธอกำลังแสดงความโกรธลึก ๆ ก็น่ารักไปอีกแบบ “มองอะไรคะ?...ช่วยรักษามารยาทด้วย” เลขาสาวเดินเข้ามาขวางสายตาของเอส ทำเอาเขาตกใจไม่น้อย ก่อนจะเผลอไปมองหุ่นเพรียวของแม่เลขาคนสวย ราวกับว่าเธอก็เด็ดไท่แพ้กัน เอสรีบดึงสติ หลังจากเก็บตัวอยู่นานทำให้จินตนาการไปเรื่อยเปื่อย เขารีบหันหน้าไปอีกทาง “บอสคะ...จัดการเขา...” เธอหันไปหาบอสาวที่หน้าตึงเครียด อยากจัดการคนลามกใจจะขาดอยู่แล้ว ‘รอก่อนเถอะ’ “ช่างเถอะ...ฉันจะจัดการเขาทีหลัง” เลขาสาวยิ้มมุมปาก เธอรู้ดีว่าเจ้านายเป็นคนที่เกลียดคนประเภทเจ้าชู้ ลามกไม่ให้เกียรติ และพวกที่เอาเรื่องงานมาบีบบังคับผู้หญิง เธอรับรองว่าเอสจะจบไม่สวยแน่ ทันทีที่ประตูเปิดออกพนิดาหันมายิ้มให้เอส แต่รอยยิ้มทำให้รู้สึกหนาวสันหลังแปลก “ถึงเร็วจังนะครับเนี่ย" เอวยิ้มแห้ง ก้าวเท้าออกมา ก่อนจะพบกับ รปภ สี่ห้าคนที่รออยู่ “เอาล่ะ...คราวนี้นายคงไม่มีโอกาสหนีแล้ว ถ้างั้นเรามาทำสัญญากันเลยไหม" พนิดาสั่งให้ รปภ คุมตัวเอสเดินตามมา เขาไม่ได้ขัดขืนอะไร “ผมเดินเองได้" ตอนแรกว่าจะไม่เล่นกับเธอแล้ว แต่ว่าคราวนี้เธอต้องได้รับบทเรียน “อยากเป็นคนรวยไม่ใช่เหรอ สมน้ำหน้า" เลขาคนสวยที่นิ่งสงบราวกับแม่ชี ตอนนี้หันมาแลบลิ้นใส่เขา เอสกันฟันแน่นรู้สึกเหมือนโดนดูถูกอย่างหนัก แต่บัญชีแค้นนี้จะคิดตอนที่จบงาน อยากเห็นพวกเธอร้องขอชีวิตบนเตียงจังเลย “พวกเธอไม่คิดเหรอว่าฉันอาจเป็น มหาเศรษฐีที่ปกปิดตัวตนอยู่ก็ได้” เอสพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตาจ้องมองพนิดาที่นั่งบนเก้าอี้ประธาน ที่มีชื่อเธอวางอยู่บนโต๊ะ “เหรอคะ...งั้นฉันคงเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกแล้วล่ะ” เธอหัวเราะออกมา แต่ทันใดรอยยิ้มก็กลายเป็นเคร่งขรึมราวกับมีสวิตช์สลับอารมณ์อยู่กับเธอ “ตอนนี้ทำสัญญา แล้วโอนเงินมาเลยดีกว่า แม้จะรู้ว่านายมันต้มตุ๋น แต่เพื่อทำให้นายหุบปากได้สนิท ฉันจึงเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ" “แล้วเตรียมตัวรับผลที่ทำไว้เลย ถ้าจะโทษก็โทษตัวเองที่มาหาเรื่องฉัน" ถ้าเป็นวันอื่นก็ไม่ว่าอะไร แต่วันนี้มีแต่เรื่องแย่ ๆ เข้ามา เธอไม่ใช่แม่พระนะ “ได้สิ ทำก็ทำ เดี๋ยวเธอคงต้องเก็บคำพูดเมื่อครู่ไปคิดเองแล้วละ” เอสพูดด้วยสีหน้ายียวน พนิดาที่ไม่ชอบความทะเล้นของเขา ก็เพิ่มทวีความเดือดดาลในใจมาก็เท่าตัว เอสนั่งลงตรงข้ามหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านดู หลังจากที่ได้รับการพัฒนาร่างกาย และ สติปัญญา จึงวิเคราะห์ข้อมูลอย่างดีเยี่ยม ถ้าเขาลงทุนด้วยจำนวนเงินแสนล้าน แต่เขาดูรายละเอียดต่าง และ วิเคราะห์บริษัทนี้ถึงรู้ว่า แสนล้านคือเงินเพียงส่วนหนึ่งของเงินทุนที่บริษัทต้องการ ถ้าเขาลงทุนเต็มจำนวน หรือก็คือ ห้าแสนล้านเขาจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองรองจาก ประธานใหญ่ หรือก็คือปู่ของ พนิดานั้นเอง หุ้น 45 เปอร์เซ็นต์ก็ไม่เลว “เอาล่ะ..." เอากำลังจะพูด แต่ก็ต้องหยุดเพราะประตูของห้องเปิดออกเสียงดัง ตามมาด้วยเสียงของชายชราอายุราว 70 “นี่แก...คิดจะทำให้บริษัทที่ฉันสร้างขึ้นมาล้มละลายเหรอห๊ะ...” พนิดาหน้าถอดสีราวกับไก่ต้ม เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เดินเข้ามา “คุณปู่” ข่าวที่เธอทำดิลล้มเมื่อเข้าไปถึงหูของท่านแล้ว “ทำไมแค่ดิลเล็ก ๆ ถึงจัดการไม่ได้ แบบนี้ยังจะให้ฉันมอบบริษัทให้เธอดูแลอีกเหรอ” วิโรจน์พูดเสียงดัง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่คิดว่าหลานสาวที่เขาไว้ใจจะทำให้เขาผิดหวัง “คุณปู่...เรื่องนี้...” พนิดาลุกขึ้นอธิบาย แต่ถูกอาของเธอตัดบทก่อน “ผมบอกแล้วว่าเธอทำไม่ได้หรอก ถึงจะเก่งแค่ไหน แต่การบริหารมันไม่ง่าย เธอก็เป็นแค่เด็กจะโทษเธอก็ไม่ได้นะครับ" อาของเธอพูดพลางยิ้มเยาะ เขาสะใจมากที่เธอล้มแบบนี้ “คราวนี้ฉันคงต้องจัดการเอง....” “คุณปู่...ให้โอกาสหนูอีกสักครั้งเถอะนะ” ใช่ว่าเธอจะตั้งใจล้มดิลสำคัญ แต่พวกเฒ่าหัวงูนั้นจะให้ยอมเหรอ “โอกาสเหรอ โอกาสอะไรอีก ตอนนี้มีแต่ทางเดียวคือรวบรวมทรัพย์สินทั้งหมดเอาไปค้ำก่อน ที่เหลือค่อยจัดการ ส่วนเธอ...เก็บข้าวของออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว” เสียงของปู่ทำให้เธอนิ่งราวกับหุ่นไม้ สติทั้งหมดราวกับกำลังวูบไหว เธอไม่คิดว่าคนที่ทุ่มเททุกอย่างให้กับงานอย่างเธอ แต่สุดท้ายก็จบแบบนี้ “แล้วนี้คงไม่ใช่คนรักของเธอหรอกนะ” อาคม อาของเธอชี้ไปที่ เอส เจ้าตัวถึงกับงง ไม่รู้ว่าจะสามารถเชื่อมโยงเข้ากับเธอได้ไง เหมือนเธอเป็นนางฟ้า ส่วนเขาก็คงเป็นหมาวัด “ก็ว่าทำไม บริษัทถึงล้มละลาย เพราะเธอมัวแต่สวีทหวานกันในบริษัทนี้เอง” ก๊อต ลูกพี่ลูกน้องของเธอพูดเสริม ยิ่งทำให้ชายชราที่เป็นปู่ของพวกเขาเดือดดาล “นี่เธอกล้ามากจริง ๆ..." “ไม่ใช่นะคะ...เขาเป็น” พนิดาพูดไม่ออก จะบอกว่าเขาเป็นนักต้มตุ๋นก็ไม่เหมาะกับสถานการณ์ตอนนี้ จะบอกว่าเป็นคนรักก็ไม่ได้อีก ยิ่งนักลงทุนานใหญ่ ใครจะไปเชื่อ เอสลุกขึ้นจัดระเบียบเสื้อผ้าให้เข้าที่ ร่างโตยืนประจันหน้าเต็มความสูง สายตาเยือกเย็นจ้องมองคนที่เอาแต่ดูถูกคนอื่น เอสเดินเข้าไปต่อหน้าคุณปู่วิโรจน์ ก่อนจะพูดออกไป “ผมเป็นเพื่อนเธอครับ และ กำลังจะเป็นนักลงทุนใหญ่ของที่นี่ คงต้องฝากตัวด้วยนะ” ทุกคนในห้องอึ้งไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะพนิดากับ เลขาสาวยสวย ที่รู้ว่าเขาเป็นใคร และคนที่อยู่ในห้องอีกคนคือ อาคมที่รู้สึกผิดแผนไปมาก แต่ก็ไม่ปักใจเชื่อเต็มร้อย “พวกต้มตุ๋นสิไม่ว่า ฉันไม่รู้จักคนแบบนายเลยนะ ปากดีจริง ๆ” “พ่อครับ ผมจะให้คนตรวจสอบเขาเดี๋ยวก็ได้รู้” อาคมกระซิบบอกผู้เป็นพ่อ ก่อนจะหันมามองสีหน้าของหลานสาวตัวดีที่ขัดแข้งขัดขามานาน “ได้...” พนิดารีบเดินเข้ามายืนข้างของเอส ก่อนจะพูดเสียงเบา ๆ “ถ้านายก่อเรื่องตอนนี้ ไม่จบแค่ถูกลากออกไปนะ แต่นายอาจจะถูกแบนจากงานทุกอย่าง เพราะฉะนั้นตอนนี้คุกเข่าขอโทษท่านก่อนจะสายไป” เธอรู้สึกผิดที่ลากเขามาเข้าสงครามของเธอ ตอนแรกแต่จะสั่งสอนเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นตอนนี้คุณอาของเธอไม่ปล่อยเขาไปแน่ “เป็นห่วงฉันเหรอ...ขอบคุณนะผู้หญิงของฉัน” เอสโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ทำเอาพนิดาแทบตั้งตัวไม่ทัน เธอหน้าแดงก่ำไม่ใช่เพราะเขิน แต่คงเพราะกำลังโกรธจัด เธอไม่สนใจเขาแล้วหันหลังเดินไปที่โต๊ะตัวเอง ไม่นานคนของอาคมก็เข้ามา “คราวนี้สีหน้าอวดดีของแกจะกลายเป็นสิ่งสุดท้ายที่แกจะทำได้ เพราะต่อจากนี้แกจบแล้ว” อาคมมั่นใจว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่คนใหญ่คนโตอะไร เขาเคยรู้จักคนระดับสูงมากมายมีเหรอจะไม่รู้"ตอนนี้บริษัท F&M จบสิ้นแล้ว ไม่สามารถซื้อชิปประมวลผล ก็เหมือนถูกตัดแขนขา""ทำไมต้องไปยั่วโมโหพวกเขาด้วยนะ คิดว่าจะสามารถเอาชนะ FP ได้จริง ๆ เหรอ""วัยรุ่นก็แบบนี้แหละนะ เลือดร้อนไม่มีความอดทน ก็ต้องได้รับบทเรียนราคาแพงหน่อย"กลุ่มของบริษัทชั้นนำทั้งสิบจับกลุ่มคุยกัน พวกเขาทั้งหมดไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท F&M แม้แต่นิดเดียว เพราะกลัวจะถูกลูกหลงหลังจากแถลงข่าวออกมา สื่อออนไลน์ต่าง ๆ เล่นข่าวนี้อย่างหนัก เพื่อเน้นย้ำให้ F&M บอบช้ำ และ ทำให้หลายคนที่ใจหายไม่น้อย โดยเฉพาะพนักงาน และ ผู้บริหารระดับสูงพวกเขามีภาระมากกว่าพนักงาน ทั้งผ่อนบ้านผ่อนรถ ส่งลูกไปเรียนเมืองนอก ถ้าหากเกิดเรื่องกับบริษัทพวกเขาจะเป็นด่านแรกของผลกระทบ ก่อนจะลามไปถึงพนักงานตามระดับขั้น"ตอนนี้ยังจะหยิ่งยโสได้ไหม ยังจะกล้าเมินฉันอีกไหม คราวนี้รู้ชะตาตัวเองหรือยัง" ภัทรเดินมาพูดพร้อมสีหน้าระรื่น ข้างกายยังคงมีสาวสวยคอยปรนนิบัติ"ทำไมเหรอ มีอะไรจะพูดอีกหรือเปล่า" เอาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ว่าเขาจะพูดอะไร"นี่แก...แกล้งทำเป็นไม่เป็นไรสินะ"เอสหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจากโต๊ะ ก่อนจะสูดกลิ่นหอมเบา ๆ ก่อนจะลิ้มรสหวานของไวน์แดงราค
โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง ที่ขึ้นชื่อว่าจองยากมากเพราะคิวยาว ทว่าคืนนี้เอสได้รับเชิญจากบริษัท FP เพราะพวกเขาจะแถลงข่าวหลังจากปิดสัญญาซื้อขายครั้งใหญ่ในงานได้เชิญกลุ่มบริษัทชั้นนำ รวมถึงคนในวงการธุรกิจมาเพื่อเป็นสักขีพยานในความสำเร็จ"ขี้เกียจจังเลย ทำไงดี" เอสนั่งลงช้า ๆ"ต้องไปนะคะ หรือจะให้ฉันกับเลขาไปเหรอ"พนิดา พูดพลางถอดชุดคลุมไหล่ออก เผยให้เห็นชุดเดรสกระโปรงยาว แหวกแผ่นหลังเล็กน้อย ทำให้เธอกลายเป็นจุดสนใจแน่นอนเอาลุกขึ้นดึงเอวบางของเธอเข้ามาแนบ ค่อย ๆ ลูบไล้แผ่นหลังบางเรียบเนียน ผิวของเธอนุ่มมาก กลิ่นหอมที่ต้นคอทำให้เอสอดไม่ได้ที่จะสูดดมอย่างถือสิทธิ์"อย่าทำให้ชุดของฉันขาดนะ ห้ามทำรอยด้วย" เธอพูดเสียงอ่อน พร้อมยกยิ้มอย่างพอใจ"ได้...ฉันจะทำเบา ๆ" เอสพูดเสียงแหบพร่า หัวใจของเขาเต้นระรัว เธอทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่านจนถึงขีดสุด30 นาทีผ่านไป"ทำไมช้าจัง เปลี่ยนชุดด้วยเหรอคะ"แคทนั่งรอข้างล่างได้แต่สงสัย เธอต้องออกไปทำธุระไม่ถึงสิบนาที พอมาถึงยังต้องนั่งรอพวกเขา จนเธอสังเกตเห็นแก้มแดงระเรื่อของพนิดา ถึงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด"อย่าบอกนะว่าจัดหนัก อิจฉาจัง" เธอเข้ามาพูดใกล
เขาไม่เคยคิดว่าจะสามารถสร้างบุญคุณกับคิมได้ขนาดนี้ หลังจากที่สามีของเธอใช้ยาของเขา และฟื้นขึ้นมาได้ เอสก็กลายเป็นผู้มีพระคุณของพวกเขาแต่ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดยิ่งกว่าก็มาถึง เสียงหวานคุ้นหูดังมาจากข้างหลัง ในระหว่างที่เข้ามาดูสามีของเธอ เอสค่อยหันไปตามเสียงที่คุ้นเคยนั้น"นะ...นาย""ผิง...?"เขาพูดไม่ออกเมื่อเห็นเธอตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เธอสวยขึ้นหรอก แต่เธอเป็นลูกสาวของคิม คนที่มีอำนาจเหนือกว่าเขา และแม้แต่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือแม้แต่บริษัท FP และเรื่องของเขากับเธอมันยาวมาก"มาแล้วเหรอลูก" ประธานวัยหกสิบหันไปพูดเสียงเพราะกับลูกสาวผิงคือลูกคนสุดท้อง มีพี่ชายสองคน กับพี่สาวคนหนึ่ง เธอจึงถูกตามใจที่สุด และเอาแต่ใจที่สุดเช่นกัน เรื่องนั้นเอสรู้ดี ตอนเรียนมัธยมเธอเป็นหัวโจกแกล้งเขาทุกวัน"คุณพ่อฟื้นแล้วเหรอ"เธอเดินผ่านเอสไปราวกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผิวมายืนข้าง ๆ คิม สายตาของเธอเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม เมื่อเห็นพ่อผู้บังเกิดเกล้าลืมตาขึ้นมามองเธอ พร้อมกับเอื้อมมาจับมือเธอช้า ๆ"พ่อ...ฟื้นแล้ว" ชายวัยหกสิบกว่าพูดเสียงแหบพวกเขาคุยกันตามประสาพ่อแม่ลูก และไม่นานก็มีสองสามคนเข้ามา
เอสหันไปตามเสียงของคิม เธอกำลังโกรธอยู่ แน่นอนว่าความผิดเป็นของเขาที่ไม่ได้บอกก่อน แต่ยังไม่ต้องทำให้เธอสงบลง ไม่งั้นเขาอาจจะเดือดร้อนก็ได้"ผมรับประกันว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ผมผิดเองที่ลืมบอกว่ายานี้ต้องใช้เวลานานในการออกฤทธิ์ หวังว่าคุณคิมจะเข้าใจนะครับ""ได้...ฉันจะลองเชื่อเธอดู แต่ถ้ามีอะไรผิดพลาดเธอต้องรับผิดชอบ" คิมจ้องตาเอสเพื่อสังเกตเขา"แน่นอนว่าผมต้องรับผิดชอบ"เอสตอบกลับด้วยความมั่นใจเต็มร้อย เขาเชื่อใจระบบที่ไม่เคยทำอะไรพลาดท่าทางของเอสทำให้เธอใจเย็นลง และรอต่อไป นั่นทำให้พวกสามคนที่อยากก่อกวนไม่พอใจ พวกเขาจึงหันไปพูดกับคนดูในถ่ายทอดสดแทนความคิดเห็นส่วนมาก บอกว่ายาของเอสหลอกลวง ไม่ใช่ความจริง และ ด่าไปถึงบริษัท พวกเขาไม่กล้าสนับสนุนสินค้าของ F&Mพวกนั้นพอใจมากที่ผลลัพธ์เป็นแบบนี้ ยังไม่พอพวกเขายังเล่นข่าวด้วยการใช้อำนาจสั่งการของประธานใหญ่ FP ให้นักข่าวทำข่าวของเอสให้ใหญ่โตไปอีก"หนูดา...ลุงบอกเธอแล้วแต่ก็ไม่ฟัง ต้องถูกหลอกกี่ครั้งถึงจะพอ เดี๋ยวพอถึงสามสิบนาที เขาก็เลื่อนไปเป็นชั่วโมง แผนตื้น ๆ แบบนี้ยังดูไม่ออกเหรอ" อนันต์พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน"ไม่ต้องสนใจหรอกนะ เดี๋ยวพอ
พวกนั้นตามมาสร้างความวุ่นวายอีกแล้ว ทำไมถึงไม่เอาเวลาไปพัฒนาชีวิตตัวเอง แทนการหาเรื่องคนอื่น เอสถอนหายใจยาวเสียงดังน่ารำคาญพวกนั้นคิมสามารถทำให้หายไปได้ในทันที แต่เธอต้องให้เอสตัดสินใจ"อยากให้ลากพวกเขาออกไปไหม""ไม่ดีกว่าครับ ผมว่านี้จะเป็นโอกาสที่จะตบหน้าพวกเขา แถมยังได้การโปรโมตฟรีอีกด้วย""ไม่เลวเลย แม้แต่ศัตรูก็ยังนำมาใช้ประโยชน์ได้" คิมยิ้มให้ เธอพบคนที่ฉลาดเป็นกรดเข้าให้แล้ว"ชมเกินไปแล้ว ผมไปจัดการก่อนนะ"เอสเดินออกมาที่หน้าประตู พนิดากับแคทกำลังห้ามพวกสามคนเอาไว้อยู่ และกลายเป็นโอกาสที่พวกเขาจะเล่นละครเรียกร้องความเห็นใจ พร้อมกับใส่ร้ายเธอ"ให้พวกเขาเข้ามาเถอะ จะได้เป็นสักขีพยานในความสำเร็จของฉันด้วย"พนิดาหันไปหาเอสด้วยสีหน้าตกใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะยอมให้คนพวกนี้เข้าไปได้"เอาจริงเหรอ""อืม เข้ามาเถอะ"ทั้งสองคนเข้ามาข้างในไม่รอให้พวกนั้นเดินตาม พวกเขาจึงเสนอหน้าเข้าไปแบบไม่มีใครเชิญ เมื่อมาถึงก็เริ่มบทละครอีกตามเคย"น้องชาย ฉันไม่คิดว่านายจะถูกลูกในไส้ทำกับนายแบบนี้ แม้แต่พ่อแท้ ๆ ยังคิดจะจัดการให้พ้นทาง ใจดำอำมหิตเกินไปแล้ว" อนันต์คุกเข่าข้างเตียง"ใครบอกว่าเธอจะกำจัดพ่อตัว
เธอไม่อยากตัดสินใจเลย แม้จะเชื่อเอสอย่างสนิทใจ แต่นี่คือชีวิตของพ่อกับแม่ ถ้าเป็นเธอเองก็จะไม่ลังเลที่จะใช้ยาของเขาพนิดาอยากให้พ่อกับแม่ฟื้นขึ้นมามากกว่าใคร เธออยากให้ท่านได้มีชีวิตเหมือนคนอื่น แต่ถ้าหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา เธอคงถูกคนอื่นตราหน้าว่ากลายเป็นลูกที่อกตัญญูแล้วจะยอมเสียงหรือเปล่า เอาไม่เคยพูดอะไรแล้วทำไมได้ พนิดาหันมามองทั้งสองคนที่นอนบนเตียงผู้ป่วย สีหน้าของเธอหนักแน่น ก่อนจะหันมาพูดกับเอส"ฉันตกลงค่ะ ช่วยท่านทั้งสองด้วย""ได้สิ...วางใจได้เลย"เอสยิ้มกว้างให้เธอ พร้อมกับกุมมือที่สั่นไหวเอาไว้แน่น เขาจะไม่ยอมให้อะไรผิดพลาดแน่นอน"พวกคุณเสียสติไปแล้วเหรอ ผมเป็นหมอ คุณไม่เชื่อผมแต่เชื่อคนที่ไม่รู้เรื่องอะไร ผมผิดหวังมาก"ดร.ปานเทพพูดเสียงดัง เขาไม่คิดว่าจะมีคนเชื่อเรื่องแบบนี้อยู่อีก ยิ่งฟังจากปากของเอสยิ่งไม่น่าเชื่อถือ‘หรือเขาจะเป็นพวกมิจฉาที่สร้างตัวตนขึ้นมาก่อน แล้วค่อยขายยาปลอมกอบโกยทีหลัง’เขาไม่ยอมให้มิจฉาชีพมาหลอกลวงคนในโรงพยาบาลของเขา"ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด ผมไม่อนุญาตให้คุณเอายาที่ไม่รู้ที่มาให้คนไข้แน่นอน"เอสหันไปหาหมอที่พยายามคัดค้าน ถึงยังไงเขาก็เป็นหมอม







