LOGINภรรษ์ เรืองภวัตกุล (เชฟภาม) พริมา ธนานุกูลเวช (ฟลอเรนซ์) ดาราดาวรุ่งสาวชื่อดัง (รึเปล่า) ฟลอเรนซ์ สาวน้อยน่ารัก ที่มีปมในใจเรื่องที่พ่อกับแม่รักและตามใจพี่สาวคนโต อย่างเวนิซ มอบบริษัทให้เวนิซเป็นคนบริหาร ส่วนลูกคนสุดท้องอย่างเธอกลับไม่มีใครสนใจ เธอจึงพยายามเรียกร้องความสนใจโดยการพยายามเป็นดาราที่มีชื่อเสียง เขาคือเชฟหนุ่มผู้แสนจะเย็นชา ส่วนเธอคือยัยตัวร้ายที่เขาอยากหลีกเลี่ยงที่สุด ทว่าพอพบกับอีกด้านของนางมารน้อย เขากลับหลงรักเธอ..จนถอนตัวและหัวใจไม่ขึ้น..
View MoreChapter 31ฟลอเรนซ์อมยิ้มพลางยื่นกล่องของขวัญให้คนรัก เธอเลือกเป็นเนคไทด์ลายเรียบๆแต่ดูหรูหราให้กับคนรัก มือหนารับกล่องขนาดกลางมาถือไว้เขาค่อยๆแกะโบว์ออกช้าๆพร้อมกับกระดาษห่อสีหวานออก“พี่ภามต้องชอบของขวัญของฟลอแน่นอนค่ะ” หญิงสาวเอ่ยอย่างมั่นใจแถมยังเร่งเร้าให้เขารีบเปิดกล่องของขวัญ ภามยิ้มกว้างเมื่อได้รับเนคไทด์ที่ฟลอเรนซ์เลือกให้ ไม่ว่าจะได้อะไรเขาก็ดีใจอยู่ดีเพราะมันคือของที่มาจากนางมารน้อย(ที่น่ารัก)ของเขานั่นเอง“ทานมื้อค่ำดีกว่า พี่ตั้งใจทำอาหารที่ฟลอชอบทุกอย่างเลยนะ” ภามกุมมือคนรักพาเดินมาที่โต๊ะอาหารซึ่งเป็นเมนูโปรดของฟลอเรนซ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสลัดเนื้อวากิวย่าง ข้าวหน้าเนื้อวากิว มีขนมหวานเป็นทาร์ตชีตผลไม้ ถึงจะยังแอบสงสัยว่าเชฟหนุ่มจะให้ของขวัญอะไรกับตัวเอง แต่ฟลอเรนซ์ก็ทนต่อความหิวไม่ไหวเพราะอาหารตรงหน้าช่างยั่วน้ำลายของเธอเหลือเกิน พอมื้อค่ำแสนอร่อยผ่านพ้นไป หญิงสาวก็นึกถึงเรื่องของขวัญทันที“พี่ภามยังไม่ได้ให้ของขวัญฟลอเลยค่ะ” อดีตดาราสาวท้วงขึ้นมา“งกนะเรา จำเก่งมาก พี่อุตส่าห์เอาอาหารมาล่อ” ภามยิ้มขำพลางขยี้ผมของคนรักด้วยความมันเขี้ยวระคนเอ็นดู“ไม่ได้งกค่ะ มันคือสิ่ง
Chapter 30หลังจากกลับมาปรับความเข้าใจกัน ภามก็แทบไม่ห่างจากฟลอเรนซ์เลย นอกจากการแสดงความรักแบบแนบเนื้อแล้ว เขาก็ยังทำตัวเป็นเชฟส่วนตัว สรรหาอาหารจานโปรดให้คนรักครบสามมื้อ ใช้ช่วงเวลาวันหยุดยาวราวกับโลกนี้มีกันแค่สองคน“น้องฟลอครับ มื้อเช้ามาเสิร์ฟแล้ว ตื่นทานข้าวก่อนนะครับ” ภามตื่นแต่เช้าไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะคนเดียว ใจจริงเขาอยากปลุกเจ้าหญิงนิทราขี้เซาไปวิ่งด้วย ทว่าเมื่อคืนเขาก่อกวนจนหญิงสาวแทบไม่ได้นอนและเธอก็เพิ่งจะได้นอนจริงๆช่วงตีสอง ภามจึงไม่กล้าขัดขวางเวลาพักผ่อนของฟลอเรนซ์ ปล่อยให้หญิงสาวนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ก็อย่างที่บอกพออยู่ใกล้ทีไรเขาก็อดใจไม่ไหวทุกที ก็น้องฟลอของเขาน่ารักขนาดนี้“พี่ภาม ฟลอเหนื่อยขอนอนต่อนะคะ” หญิงสาวพูดทั้งที่ยังไม่ลืมตา เปลือกตาของเธอกำลังต่อสู้กับความง่วงขั้นสูงสุด ฟลอเรนซ์ไม่เคยอยู่กับคนรักนานขนาดนี้มาก่อน ตอนที่อยู่ไทยช่วงเช้าเขาจะไปทำงานที่โรงแรม ตอนเย็นถึงจะว่างพาเธอไปทานอาหารที่ร้านดัง บางครั้งเขาก็ซื้อวัตถุดิบมาทำที่คอนโดของเธอ ทว่าในตอนนี้เธอกับคนรักแทบจะตัวติดกันยี่สิบสี่ชั่วโมงมาสองวันเต็มๆแล้ว ถ้าไม่พาเธอไปเดินเที่ยวข้างนอกหรือว่าทำ
Chapter 29“ฟลอเรนซ์จะหนีไปเรียนต่อที่อังกฤษ เพื่อเปิดโอกาสให้คุณภามกับคุณเวได้รักกัน” พออดีตผู้จัดการส่วนตัวของแฟนสาวพูดจบ ผมก็หลุดขำอย่างกลั้นไม่อยู่“น้องฟลอคิดแบบนั้นจริงๆเหรอครับ” ผมกลับมาคิดทบทวนตัวเอง ช่วงนี้ผมกำลังเข้าไปทำงานด้านบริหารในโรงแรม เพื่อที่สร้างความมั่นคงในชีวิตให้มากขึ้น เพราะอยากเริ่มวางแผนในอนาคต ด้วยอยากจะแต่งงานมีครอบครัว แล้วคนที่อยากจะใช้ชีวิตด้วยก็มีแพลนหนีไปเรียนต่อเมืองนอก เหตุผลคืออยากจะเสียสละผมให้กับพี่สาว คนที่ผมไม่มีทางคิดเป็นอื่นได้เลย ก็ถ้าผมจะรักพี่เวก็คงคบกันตั้งแต่ผมเจอกับพี่เวที่ฝรั่งเศสแล้วล่ะ คิดแล้วมันน่านัก..น้องฟลอมีความคิดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่“ไม่ได้แค่คิดครับ ติดต่อที่เรียนที่พัก ทำเอกสารต่างๆเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่จะบินไปอีกสองอาทิตย์” พี่บีบี๋กล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง คงเพราะห่วงความรู้สึกของฟลอเรนซ์ ซึ่งเขารักราวกับน้องสาวแท้ที่คลานตามกันมานั่นล่ะ“ขอบคุณที่บอกผมนะครับ”‘คิดจะหนีไปเหรอฟลอเรนซ์ ไม่มีทางหรอก!!’ คนอย่างผมถ้าได้รักใครแล้ว ไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆหรอก เรียกได้ว่าเข้ามาในหัวใจของผมแล้ว ห้ามออกไปเด็ดขาด แล้วยิ่งจะไปเพราะเหตุผลบ้าบอแ
Chapter 28ฉันใช้ชีวิตอยู่อังกฤษได้เกือบอาทิตย์กว่าๆ ในแต่ละวันฉันทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ที่ตั้งโปรแกรมอัตโนมัติเอาไว้ ช่วงเช้าไปเรียนการใช้ภาษาขั้นสูง ช่วงเที่ยงออกไปทานอาหารไทยที่ร้านประจำและตอนบ่ายก็ไปเดินช็อปปิ้งที่ห้างดัง ปิดท้ายด้วยการเดินเล่นที่สวนสาธารณะก่อนที่จะทำมื้อเย็นทานง่ายๆที่บ้านพัก คุณพ่อกับคุณแม่และพี่เวโทรมาบ่นจนหูชาที่ฉันไม่ยอมบอกเรื่องที่จะมาเรียนต่อในต่างประเทศ แต่ไม่กี่วันก็ปล่อยผ่านทำตัวปกติ อาจจะมีวิดิโอคอลมาถามไถ่เรื่องสุขภาพบ้าง แต่พวกท่านก็ดีใจที่ฉันมีความตั้งใจที่จะมาเรียนต่อเพื่อจะเอาความรู้กลับไปช่วยงานที่บริษัท ฉันทำการบล็อกการติดต่อจากพี่ภามทุกช่องทางพร้อมทั้งขอร้องที่บ้านว่าห้ามบอกเรื่องที่อยู่ของฉันกับเขา โดยให้เหตุผลว่าอยากจะโฟกัสเรื่องการเรียน ถ้าหากเขารอได้ก็ให้เขารอ แต่ถ้าทนรอไม่ไหวก็ให้มีคนอื่นได้เลย ถึงจะปิดหูปิดตาไม่ยอมรับรู้เรื่องของเขา แต่พี่บี๋ก็ยังขยันส่งข่าวของอดีตคนรักของฉันมาแทบทุกวัน[ สวัสดีคุณน้อง ]“ว่าไงคะคุณพี่ คิดถึงน้องทุกวันเลย” ฉันพูดแกมประชดนิดหน่อยแต่ก็เพราะมีพี่บี๋ก็เลยไม่รู้สึกเหงา ก็พี่แกเล่นโทรมาบ่อยจนฉันนึกว่าพกพี่บี๋มาด้วย