เข้าสู่ระบบณ บ้านธัญธร
หญิงสาวในชุดเดรสชมพูอ่อนกำลังจดจ่อกับการบรรเลงเพลงโปรดผ่านเปียโนคู่ใจของเธอ โดยที่มีผู้เป็นแม่ยืนยิ้มให้กำลังใจอยู่ข้างๆ เธอดูจะภูมิใจในตัวลูกสาวของเธออยู่ไม่น้อย
“เป็นไงบ้างคะแม่ ชญาเล่นเก่งมั้ย” หญิงสาวยิ้มหวานหันมาถามผู้เป็นแม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ หลังจากที่บรรเลงเพลงโปรดจบลงไป
ชญาหรือรัชชญา หญิงสาววัย19ปี เป็นลูกสาวคนเดียวของสมภพและนวลจันทร์ และยังเป็นหลานสาวคนโตของตระกูลธัญธร ตระกูลเก่าแก่และร่ำรวยที่มีธุรกิจโรงแรมแรนด์ไดมอนด์สืบถอดกันมายาวนาน
นิสัยส่วนตัวของรัชชญาเป็นคนไม่ถือตัว และไม่ชอบอยู่ในกรอบหรือกฎระเบียบ แถมเธอยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากับนลินี ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของอาชายเธออีกด้วย ทั้งคู่เจอหน้ากันทีไรเป็นต้องมีเรื่องได้กระทบกระทั่งกันทุกที
“เก่งมากเลยลูก ถ้าเก่งกว่านี้ก็คงจะเป็นนักเปียโนระดับโลกแล้วละมั้ง” ผู้เป็นแม่กล่าวชม
“เพ้อเจ้อ! จะอวยอะไรก็ดูความเป็นไปได้หน่อยสิ” นลินีที่เดินเข้ามาเอ่ยแทรกการสนทนาระหว่างแม่ลูก เธอเบะปากใส่ทั้งคู่ด้วยท่าทีพอใจ
“คนเป็นแม่จะอวยลูกตัวเองแล้วเธอเกี่ยวอะไรด้วย ไม่อยากฟังก็ปิดหูไปสิ ไปเถอะค่ะแม่ เราไปช้อปปิ้งกันดีกว่า” รัชชญาลุกจากเก้าอี้สวนกลับญาติผู้น้องในทันที ก่อนจะหันมายิ้มให้ผู้เป็นแม่แล้วประคองกันเดินออกไป
“เธอจะไปไหนไม่ได้ ลุงภพให้ฉันมาบอกเธอว่าวันนี้จะมีแขกคนสำคัญมาหา ให้เธออยู่รอเจอด้วย”
“ใคร?”
“ว่าที่สามีเธอไง”
“ว่าไงนะ? นี่มันอะไรกันคะแม่” รัชชญาหันไปถามผู้เป็นแม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ดูเหมือนว่าแม่ของเธอจะรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
“อ้าว…ป้านวลยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับชญาเหรอคะ สงสัยงานนี้เธอจะโดนคลุมถุงชนซะแล้วมั้ง สมน้ำหน้า!” นลินีหัวเราะชอบใจก่อนจะเดินจากไป ปล่อยสองแม่ลูกให้เคลียร์กันเอาเอง
“ใจเย็นๆ ก่อนชญา แค่เจอกันเฉยๆ เอง แม่ว่าไม่น่ามีอะไรหรอก”
“ชญาจะไปคุยกับพ่อให้รู้เรื่อง ถ้าพ่อบังคับชญา ชญาก็จะหนีไปแล้วไม่กลับมาที่นี่อีกเลย”
รัชชญาขุ่นเคืองเป็นอย่างมาก อยู่ดีๆ ให้เธอแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้ เรื่องอะไรที่เธอจะยอม หญิงสาวเดินไปหาผู้เป็นพ่อที่กำลังจดจ่ออยู่ที่ห้องทำงาน ยังไงวันนี้เธอต้องคุยกับพ่อของเธอให้เข้าใจ
“เป็นเรื่องจริงเหรอคะที่นลินพูด นี่พ่อจะจับหนูแต่งงานจริงๆ เหรอคะ”
“ก็ลองเจอพี่เขาก่อนสิ บางทีแกอาจจะชอบพี่เขาก็ได้ ไม่ใช่ว่าจะแต่งกันวันนี้พรุ่งนี้สักหน่อย”
“หนูไม่แต่ง และหนูก็จะไม่อยู่เจอเขาด้วย” หญิงสาวแข็งข้อ แววตาแข็งกระด้างจ้องไปที่ผู้เป็นพ่ออย่างไม่ละสายตา
“พอได้แล้วชญา หยุดก้าวร้าวได้แล้ว ฉันสั่งให้แกอยู่รอเจอเขาแกก็ต้องอยู่ อย่าทำให้ฉันกับแม่แกต้องขายขี้หน้าเขาไปมากกว่านี้เลย ออกไป…ฉันจะทำงาน” ผู้เป็นพ่อโต้กลับอย่างไม่พอใจ เขาเองก็ไม่ชอบให้ผู้เป็นลูกสาวยืนเถียงผู้เป็นบุพการีอยู่แบบนี้เช่นกัน
“อย่างบังคับหนูให้มากนัก เพราะหนูก็ไม่รู้ว่าจะอดทนได้นานแค่ไหน” หญิงสาวทิ้งท้ายจ้องไปที่ผู้เป็นพ่ออย่างขุ่นเคือง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีเดินออกจากห้องทำงานของผู้เป็นพ่อไป
รัชชญาเดินขึ้นมายังห้องนอนของตัวเอง หญิงสาวใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ใจหนึ่งก็อยากจะหนีออกจากบ้านซะเดี๋ยวนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่อีกใจก็กลัวว่าผู้เป็นแม่ต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ถ้าเธอหนีไป พ่อของเธอก็คงจะต่อว่าแม่ของเธออีกแน่ ยังไงวันนี้ก็อยู่รอเจอแขกของพ่อไปก่อน หลังจากนี้ค่อยหาทางหลีกหนีใหม่ก็แล้วกัน เพราะยังไงเธอก็จะไม่ยอมแต่งงานกับคนที่พ่อของเธอหาให้อย่างแน่นอน
ช่วงเย็นของวัน ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
รัชชญาออกมาเที่ยวเล่นที่ห้างสรรพสินค้ากับกวินทร์ชายหนุ่มลูกเจ้าของโรงแรมเวสพาเลช ที่ผู้เป็นพ่อของเธออยากให้แต่งงานด้วย หญิงสาวยอมออกมาแต่โดยดีเพราะไม่อยากให้ผู้เป็นแม่ต้องลำบากใจ
“วันนี้เป็นไงบ้าง ออกมาเที่ยวกับพี่สนุกมั้ย”
“ก็ดีกว่าอุดอู้อยู่ที่บ้านค่ะ ฉันถามคุณจริงๆ เถอะนะคะ คุณจะยอมแต่งงานกับคนที่พึ่งเคยเจอหน้ากันได้เหรอ”
“ไม่รู้สิ ตอนแรกก็คิดมากอยู่ แต่พอได้มาเจอเธอพี่ก็เปลี่ยนความคิดทันที สวยน่ารักแบบเธอมีใครบ้างที่ไม่ชอบ แต่พี่ก็ดีใจนะที่จะได้แต่งงานกับเธอแทนที่จะแต่งงานกับน้องสาวเธอ”
“หมายความว่าไงคะ”
“ก็ทีแรกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะให้พี่กับนลินแต่งงานกัน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนมาเป็นเธอได้”
“อย่างนี้นี่เอง ขอโทษนะคะ แต่ฉันไม่อยากแต่งงานกับคุณ อีกอย่างฉันก็ไม่ใช่ตัวสำรองของใคร ฉันไม่ใช่เจ้าสาวที่ถูกวางตัวไว้เพื่อจะแต่งกับคุณตั้งแต่แรกด้วย งานแต่งของเราจะไม่มีวันเกิดขึ้นค่ะ นี่ก็เย็นมากแล้ว ฉันขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ คุณไม่ต้องไปส่งฉันหรอก” หญิงสาวพูดอย่างตรงไปตรงมาจนชายหนุ่มที่ได้ยินหน้าเจื่อนลงในทันที
รัชชญาหลังจากแยกตัวจากกวินทร์ก็มายืนรอเรียกรถแท็กซี่เพื่อจะกลับบ้าน หญิงสาวไม่อยากให้ชายหนุ่มไปส่งเพราะไม่อยากสานสัมพันธ์ต่อ เธอชัดเจนในความรู้สึกของตัวเองเสมอ เมื่อไม่ชอบก็ไม่อยากให้ความหวังกับใครนี่คือสิ่งที่ควรจะทำ
“ทำอะไรน่ะ!”
รัชชญาสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มบางคนตะโกนขึ้น เสียงนั้นค่อนข้างอยู่ใกล้เธอมาก พอหันไปตามเสียงที่ได้ยินก็เห็นชายร่างท้วมคนหนึ่งกำลังเดินออกไปจากด้านหลังเธอพอดี เหลือไว้แค่ชายหนุ่มเจ้าของเสียงที่เธอได้ยินเมื่อสักครู่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอนัก
“เขาจะล้วงกระเป๋าคุณน่ะ” ธาราชี้ไปที่กระเป๋าของหญิงสาวที่เปิดอ้าเอาไว้
“จริงเหรอคะ ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ได้คุณฉันคงแย่เลย”
“อยู่ในที่คนพลุกพล่านแบบนี้คุณต้องระวังตัวหน่อย เดี๋ยวนี้โจรมันเยอะ”
“ปกติฉันก็ไม่ได้มายืนโบกแท็กซี่เองแบบนี้หรอกค่ะ ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ช่วยฉัน”
“ไม่เป็นไรหรอก เป็นใครถ้าเห็นก็คงทำแบบเดียวกันกับผมนั่นแหละ นั่นแท็กซี่มาแล้ว คุณจะกลับบ้านใช่มั้ย…งั้นผมช่วยเรียกให้แล้วกัน”
ธาราเผยรอยยิ้มให้หญิงสาวเล็กน้อยก่อนจะเดินไปยืนรอเรียกแท็กซี่ที่กำลังจะขับตรงมา ดูเหมือนว่าการกระทำของธาราทำให้รัชชญาพึงพอใจอยู่มาก ทั้งที่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ชายหนุ่มได้ทำให้เธอแค่นั้น
“ขึ้นรถสิ”
“คุณชื่ออะไรเหรอ ฉันขอเบอร์ติดต่อคุณได้มั้ย ก็แบบว่า…ถ้าฉันกลับถึงบ้านแล้ว ฉันจะได้โทรบอกคุณไง คุณจะได้ไม่เป็นห่วงฉันด้วย”
“ผมไม่เป็นห่วงคุณหรอก งั้น…แล้วแต่คุณแล้วกัน” ชายหนุ่มเม้มปากก่อนจะเดินจากหญิงสาวไป คำพูดและท่าทีของรัชชญาทำให้ธาราสับสนพอสมควร
“อะไรของเธอนี่ อยู่ๆ ก็ไปขอเบอร์เขาซะงั้น เขาคงไม่คิดว่าฉันบ้าใช่มั้ย น่าอายชะมัดเลยรัชชญา”
หญิงสาวหน้าแดงรีบเปิดประตูขึ้นรถทันทีเมื่อนึกถึงคำพูดของตัวเองเมื่อสักครู่ จู่ๆ ก็ไปขอเบอร์คนที่พึ่งเจอกัน แม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามก็ยังไม่รู้จักด้วยซ้ำ การกระทำของเธอมันดูสุดโต่งเกินไป เป็นใครก็คงจะสับสนในท่าทีของเธอกันทั้งนั้น
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
สวีทคาเฟ่
เขมมิกาเตรียมตัวจะกลับห้องหลังจากที่ปิดคาเฟ่เสร็จเรียบร้อย หญิงสาวเดินออกมาจากคาเฟ่ก็เห็นธารายืนยิ้มให้กับเธอ ก่อนจะเดินตรงมาหาเธออีกที
“คาเฟ่ปิดแล้วนะคะ”
“ก็ปิดนี่แหละถึงได้มา พี่ตั้งใจมาหาเธอน่ะ จะกลับเลยมั้ยเดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ทำไมรุ่นพี่ต้องไปส่งฉันด้วยคะ”
“ก็อยากไปส่ง อยากรู้จัก อยากสนิทด้วย”
คำพูดของธาราทำให้เขมมิกานิ่งเงียบไปในทันที ไหนจะสายตาและรอยยิ้มหวานที่เขาส่งมาให้เธออีก ท่าทางของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวรู้สึกหวั่นไหวอยู่ไม่น้อย ทั้งๆ ที่พึ่งเจอกันไม่กี่ครั้งเองทำไมเธอถึงได้รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เจอชายหนุ่มก็ไม่รู้
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
บ้านธัญธร
“หายไปไหนมา แกแยกจากกวินทร์นานแล้วไม่ใช่เหรอ”
สมภพมองไปที่รัชชญาผู้เป็นลูกสาวที่พึ่งเดินเข้าบ้านมา หลังจากที่หญิงสาวแยกกับกวินทร์ทีแรกก็ตั้งใจจะกลับบ้าน แต่กลับเปลี่ยนใจไปหาเพื่อนของเธอแทน กว่าจะได้กลับก็ดึกมากพอสมควร
“ไปหาหลิวมาค่ะ”
“แล้วทำไมต้องอยู่ให้มันดึกขนาดนี้ โทรไปก็ไม่รับ แทนที่จะให้กวินทร์มาส่งแต่ดูแกทำสิ”
“ก็หนูไม่ได้ชอบเขา หนูก็ไม่อยากให้ความหวังเขาไงคะ อีกอย่าง…คุณกวินเขาบอกหนูหมดแล้วว่าคนที่เขาต้องแต่งงานด้วยคือนลิน แล้วทำไมพ่อถึงเปลี่ยนใจให้หนูไปแต่งแทนล่ะ”
“ก็น้องสาวแกกำลังจะไปเรียนต่อที่เมืองนอก ฉันก็เลย…”
“แล้วหนูล่ะ หนูไม่ต้องเรียนต่องั้นเหรอ พ่อเองก็สัญญากับหนูไว้แล้วว่าจะให้หนูไปเรียนต่อที่แคนาดา ตกลงที่พ่อรับปากกับหนูไว้คือเรื่องโกหกงั้นเหรอคะ"
“ชญา แกช่วยพ่อหน่อยไม่ได้เหรอ ถ้าแกแต่งงานกับกวินทร์มันจะช่วยเรื่องธุรกิจของครอบครัวเราได้มากขึ้นเลยนะ”
“งั้นพ่อก็ให้นลินแต่งไปสิ หนูไม่แต่ง!”
“แกเป็นพี่นะ เสียสละหน่อยไม่ได้เหรอ”
“แต่หนูเป็นลูกพ่อนะ ลูกสาวคนเดียวของพ่อ แล้วทำไมพ่อถึงได้รักหลานมากกว่าลูกตัวเองล่ะ หนูรู้ว่าพ่อรักอาพักร์มาก และที่พ่อมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะอาพักร์ แล้วหนูเกี่ยวอะไร หนูไม่ได้เป็นคนทำให้อาพักร์ตายสักหน่อยถึงต้องมาชดใช้แทนพ่อแบบนี้”
“หยุดนะ!”
สมภพปรี่เข้าไปใช้กำลังตบหน้าไปที่ผู้เป็นลูกสาวด้วยความไม่พอใจ เขาโกรธเคืองนักที่รัชชญาเอาเรื่องของสมพักร์มาพูดจาก้าวร้าวแบบนี้ เพราะถ้าสองปีก่อนไม่มีสมพักร์ช่วยเขาเอาไว้ คนที่ตายก็คงจะเป็นเขาแล้ว
“เมื่อไร่พ่อจะรักหนูเหมือนที่รักหลานสาวของพ่อบ้าง ต่อให้หนูต้องตาย หนูก็ไม่แต่ง ได้ยินมั้ยว่าหนูไม่แต่ง!”
รัชชญาตะโกนใส่ผู้เป็นพ่อด้วยความเกรี้ยวกราดก่อนจะวิ่งขึ้นห้องนอนตัวเองไป หญิงสาวน้อยเนื้อต่ำใจนักที่ผู้เป็นพ่อบีบบังคับเธอเช่นนี้ทั้งๆ ที่เธอเป็นลูกสาวของเขาด้วยซ้ำ นลินที่แอบฟังอยู่ก็แสยะยิ้มออกมาด้วยความพอใจที่เห็นลุงของเธอปกป้องเธอมากกว่าลูกสาวแท้ๆ ของตัวเอง
สมพักร์ เป็นน้องชายแท้ๆ ของสมภพ เมื่อสองปีที่แล้วทั้งคู่ออกไปตรวจไซต์งานก่อสร้างที่โรงแรมใหม่ด้วยกัน ระหว่างนั้นอาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้างก็ถล่มลงมา สมพักร์ใช้ร่างตัวเองยันเศษซากอาคารที่ถล่มลงมาเพื่อช่วยสมภพผู้เป็นพี่ชาย กว่าจะช่วยเหลือทั้งคู่ออกมาได้ก็อาการสาหัสมากโดยเฉพาะสมพักร์
ก่อนหน้านั้นผู้เป็นน้องชายรู้ตัวว่าตัวเองคงไม่รอดเลยได้ฝากฝังผู้เป็นพี่ชายให้ดูแลนลินลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาให้ดี ก่อนจะสิ้นใจที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา และเรื่องนี้ก็ทำให้สมภพรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดมาตลอด เขาจึงพยายามทำทุกอย่างในสิ่งที่นลินต้องการ อย่างน้อยก็เป็นการตอบแทนที่ผู้เป็นน้องชายที่ได้เสียสละชีวิตเพื่อเขา
:::::::::::::::::::::::::::::::::::
หลายวันผ่านไป
ชลธีมาหาเขมมิกาที่สวีทคาเฟ่ สีหน้าของชายหนุ่มไม่สดใสเท่าไหร่นัก หลายวันผ่านมานี้เขาเห็นธาราและเขมมิกาตัวติดกันตลอด ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คืบหน้าไปมาก อาจจะเพราะเรียนคณะและเอกเดียวกันเลยทำให้คนทั้งคู่สนิทสนมกันเร็วขึ้น พอเห็นแบบนี้เลยทำให้ชายหนุ่มเซื่องซึมอยู่ไม่น้อย
“ธี เป็นอะไรหรือเปล่า” เขมมิกาเดินตรงมาหาชลธีที่นั่งเล่นอยู่ที่สวนหลังคาเฟ่ หน้าตาของชายหนุ่มไม่สู้ดีเท่าไหร่
“ไม่มีอะไร เขมกลับไปทำงานเถอะ เลิกงานแล้วเดี๋ยวธีไปส่ง”
“ตอนนี้ไม่ค่อยมีลูกค้าแล้ว อีกอย่างพี่นนก็ให้เขมมาดูธีด้วย เห็นธีนิ่งๆ แบบนี้ทุกคนเป็นห่วงรู้มั้ย ธีมีอะไรบอกเขมได้นะ”
“เขมชอบพี่ธารหรือเปล่า!”
คำถามตรงไปตรงมาของชลธีทำให้เขมมิกานิ่งไปในทันที หญิงสาวแปลกใจนักว่าทำไมอยู่ๆ ชายหนุ่มถึงได้ถามเธอแบบนี้ ไหนจะแววตาที่มองมาที่เธออย่างจริงจังอีก
“ว่าไงล่ะ ตกลงเขมชอบพี่ธารเหรอเปล่า” ชายหนุ่มย้ำถามอีกครั้ง
“ทำไมธีถึงถามเขมแบบนี้ล่ะ”
“ธีจะได้เตรียมใจไง เพราะถ้าเขมชอบพี่ธาร ธีก็จะได้ถอย”
ชายหนุ่มบอกความรู้สึกของตัวเองออกไป เขมมิกาเองก็รู้ว่าที่ชลธีพูดมานั้นหมายถึงอะไร หญิงสาวไม่เคยรู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าชลธีจะชอบเธอมากเกินกว่าคำว่าเพื่อน แล้วแบบนี้เธอควรต้องทำยังไงต่อดี
วันต่อมา ช่วงสายของวันนลินีลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นกวินทร์นอนตะแคงหลับอยู่ข้างๆ ในสภาพที่เปลือยเปล่า โดยมีแค่ผ้าห่มคลุมท่อนล่างของชายหนุ่มเอาไว้แค่นั้น“นี่ฉันเมาหนักขนาดลากเขามานอนด้วยเลยเหรอ”“ก็ใช่นะสิ” เสียงตอบรับของกวินทร์ทำให้นลินีสะดุ้งในทันที“ถ้าพี่ตื่นแล้วก็ออกจากห้องฉันไปได้แล้ว ฉันจะได้อาบน้ำไปทำงาน”“งั้นให้พี่อาบด้วยสิ” ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์“จะบ้าเหรอ อย่าคิดนะว่าจะเอาเรื่องเมื่อคืนมาผูกมัดฉัน เราก็แค่สนุกกันไม่ใช่เหรอ”“แต่ตอนนี้พี่ไม่สนุกแล้วนะสิ พี่ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเราเป็นแค่เรื่องล้อเล่น เมื่อมันเป็นแบบนี้แล้วงั้นเราสองคนก็มาคบกันเถอะนะนลิน”“พี่ไม่ต้องรับผิดชอบฉันหรอก ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเสียหายด้วย ความสัมพันธ์ชั่วคืนแบบนี้เขาก็ทำกันเยอะแยะ”“แต่ไม่ใช่กับพี่ งั้นเอาแบบนี้ก็ได้ เราก็ลองเปิดใจคบกันดูไปก่อน ถ้าเราไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยเลิก แบบนี้ดีมั้ย”“ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ”“ถ้าเธอไม่ตกลงพี่ก็จะให้พ่อพี่ไปสู่ขอเธอที่บ้านวันนี้เลย และบอกกับแม่เธอ ลุงเธอว่าพี่กับเธอ….”“อย่าเชียวนะ ถ้าพี่พูดแบบนั้นแม่ฉันต้องบังคับฉันแต่งงานกับพี่แน่ แม่ฉันยิ่งหัวโบราณอยู่ ห่ว
3 เดือนต่อมาปัจจุบันรัชชญาย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านกับธาราแล้วตั้งแต่ชายหนุ่มกลับมาจากดูงานที่อังกฤษเมื่อหลายเดือนก่อน ทั้งคู่เริ่มต้นใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันอีกครั้งฉันสามีภรรยาทั้งในนามนิตินัยและพฤตินัยโดยสมบูรณ์รัชชญาที่กำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหารในครัวได้ยินเสียงกดกริ่งจากหน้าบ้านก็วางมือทุกอย่างลง หญิงสาวรีบเดินมาเปิดประตูบ้านพอเห็นว่าเป็นเขมมิกาก็รู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย“ฉันมาหาคุณค่ะ ไม่รู้ว่าสะดวกให้ฉันเข้าไปมั้ย” เขมมิกาเอ่ยถามหญิงสาวเจ้าของบ้านที่เอาแต่ยืนจ้องหน้าเธออยู่ การมาของเธอคงทำให้รัชชญาประหลาดใจอยู่มาก“อ่อ โทษทีค่ะ เข้ามาสิคะ” รัชชญาเชิญหญิงสาวที่มาเยือนให้เข้าไปนั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ก่อนที่เธอจะเดินไปหยิบน้ำมาเสิร์ฟให้กับหญิงสาว“มาหาฉันมีอะไรหรือเปล่าคะ”“ฉันเอานี่มาให้คุณค่ะ เอกสารกรรมสิทธิ์บ้านหลังนั้น ตอนนี้ฉันไม่ต้องการบ้านนั้นอีกแล้ว เมื่อบ้านหลังนั้นถูกสร้างมาเพื่อให้คนที่รักกันอยู่ใช้ชีวิตด้วยกันมันก็ควรเป็นของคุณ” เขมมิกายื่นซองสีน้ำตาลไปวางไว้ที่ตรงหน้ารัชชญา“ขอบคุณนะคะ แต่ฉันคงไม่รับเอาไว้ ฉันพอใจที่จะอยู่บ้านหลังนี้ ไม่ใช่ว่าฉันรังเกียจที่บ้านหลังนั้น
ประเทศสหรัฐอเมริกา ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่งเป็นเวลาหลายวันแล้วที่เขมมิกาเดินทางมาที่สหรัฐอเมริกา ถึงแม้จะบอกว่ามาเรื่องงานแต่จุดประสงค์หลักคือมาเพื่อผ่อนคลายความรู้สึกมากกว่า เพราะตอนนี้หญิงสาวเองก็ยังลืมธาราไม่ได้ การหนีหน้าและอยู่ไกลจากธาราแบบนี้อาจทำให้เธอตัดใจได้เร็วขึ้น“คิดถึงพี่ธารอยู่เหรอ” ชลธีเอ่ยถามหญิงสาวพร้อมกับยื่นแก้วเครื่องดื่มที่อยู่ในมือไปให้ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ เธอ“ยิ่งอยู่ไกลแบบนี้กลับยิ่งคิดถึงมากกว่าเดิม ความรักไม่ใช่เรื่องเล่นๆ จริงๆ แต่ธีคงสมหวังแล้วสินะ”“สมหวังอะไรเหรอ”“ก็ธีบอกว่าจะทำทุกทางเพื่อไม่ให้พี่ธารกลับมาหาเขม ตอนนี้ก็สำเร็จแล้วไง”“ธียังไม่ทันได้ทำอะไรเลย วันๆ ก็ไปๆ มาๆ อังกฤษกับไทย ขนาดเขมหายตัวไปธียังรู้ตอนที่หาตัวเขมเจอแล้วเลย ขอโทษนะที่ธีไม่ได้อยู่ตรงนั้นตอนที่เขมเจอลำบาก"“ไม่เป็นไร เขมเข้าใจ ทุกคนก็ล้วนมีสิ่งที่ต้องทำ ถึงตอนนี้จะยังลืมพี่ธารไม่ได้ แต่เขมก็ไม่ดิ้นรนให้ตัวเองไปยืนอยู่ข้างพี่ธารแล้วล่ะ ตอนนี้มีคนที่ดูแลพี่ธารได้ดีกว่าเขมแล้ว เธอเข้าใจพี่ธารมากกว่าเขมอีก เขมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่ธารถึงได้รักคุณชญามาก เธอคุ้มค่าให้พี่ธารรักจริงๆ” หญิงส
โรงแรมเวสพาเลช“คุณชญาคะ ท่านประธานให้ไปพบค่ะ” หญิงสาวเลขาส่วนตัวเอ่ยแจ้งต่อผู้เป็นเจ้านายทันทีที่เดินมาถึงหน้าห้องทำงาน“โอเค ชญาจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”รัชชญายิ้มรับก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางจากห้องทำงานตัวเองตรงไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อแทน ทันทีที่หญิงสาวมาถึงก็เห็นธารากำลังนั่งคุยกับพ่อของเธออยู่“มาแล้วเหรอชญา มานั่งข้างๆ พี่เขาสิ” ผู้เป็นพ่อหันไปทักผู้เป็นลูกสาว พร้อมกับให้เธอมานั่งข้างๆ ธาราชายหนุ่มผู้เป็นสามี“พ่อเรียกชญามีอะไรหรือเปล่าคะ”“ก็จะคุยเรื่องเรียนต่อของลูกนี่แหละ จะเอายังไงก็คุยกันให้รู้เรื่องไม่ใช่มัวแต่หลบหน้าพี่เขาอย่างนี้ โตๆ กันแล้วจะมางอนสามีตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะชญา”“นี่คุณฟ้องพ่อฉันเหรอ” รัชชญาหันไปดุให้ธาราที่นั่งนิ่งอยู่ข้างๆ“ไม่ต้องไปว่าธารเขาเลย พ่อรู้เรื่องลูกจากนลินต่างหาก ทำไมล่ะลูก พี่เขาไปหาก็ไม่ยอมออกมาเจอ พอโทรไปก็ไม่รับ ถ้าลูกไม่อยากไปเรียนต่อก็บอกพ่อมาสิ พ่อเข้าใจว่าตอนนี้ลูกแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็คงอยากใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของตัวเอง พ่อยอมรับนะว่าอยากให้ลูกไปเรียนต่อจริงๆ แต่นั่นก็แค่เป็นความคิดเห็นของพ่อ ถ้าลูกไม่อยากไปพ่อจะบังคับลูกได้ยังไง อย่าไปโ
วันต่อมารัชชญามาหาธารายังที่ทำงานของชายหนุ่ม เพื่อไม่ให้ถูกจับตามองจากพนักงานจึงพาชายหนุ่มขึ้นมาคุยยังดาดฟ้าของอาคาร ท่าทีของหญิงสาวในตอนนี้ดูไม่สบอารมณ์นัก“ดีจังที่คุณมาหาผมถึงที่นี่ แต่มาหาผมทั้งทีทำไมต้องหน้าบึ้งด้วยล่ะ”“คุณมีอะไรจะบอกฉันมั้ย”“อะไรเหรอ ไม่มีนะ”“ถ้าไม่มีงั้นเราก็ไม่ต้องมาคุยกัน” รัชชญาตอบกลับด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะเดินหนีออกไปแต่ก็ถูกมือของธาราคว้ามือของเธอเอาไว้ได้ก่อน“ชญา…คุณเป็นอะไร ทำไมถึงดูไม่พอใจผมขนาดนี้ด้วย เมื่อวานเราเข้าใจกันแล้วไม่ใช่เหรอ หรือคุณโกรธผมที่วันนี้เขมจะมาหาผมเหรอ ที่ผมไม่บอกคุณเพราะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร เขมก็แค่มาเคลียร์เรื่องงานกับผมแค่นั้น”“ในใจของคุณมีแต่เรื่องของเขมมิกาสินะ” หญิงสาวตัดพ้อที่ธาราเอาแต่พูดถึงเขมมิกา“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย งั้นคุณบอกผมได้มั้ยว่าเรื่องอะไร”“เมื่อวานคุณคุยอะไรกับพ่อฉันไว้ล่ะ คุณเห็นด้วยกับพ่อฉันเหรอที่จะให้ฉันไปเรียนต่อ”“เอ่อ…เรื่องนั้น…”“ฉันก็นึกว่าคุณจะเป็นจะตายไม่ยอมให้ฉันไปท่าเดียวเหมือนตอนคุณเขมซะอีก แต่คุณกลับเห็นดีเห็นงามด้วยที่จะส่งฉันไปอยู่ไกลๆ ถ้าคุณอยากให้ฉันไป ฉันไปก็ได้”“ผมไม่ได้อ
ธาราขับรถมาถึงบ้านก็ไม่เห็นรัชชญาอยู่ที่บ้านแล้ว ครั้นจะไปหาหญิงสาวที่คอนโดก็คงไม่เหมาะในเวลาที่ดึกมากเช่นนี้ ธารารู้ดีว่าหญิงสาวคงขุ่นเคืองต่อเข้าเป็นอย่างมาก เพราะนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาปล่อยให้หญิงสาวรอ ชายหนุ่มฟุบนั่งที่โซฟาครุ่นคิดอยู่สักครู่ก่อนจะเผลอหลับไปด้วยความล้าในที่สุดวันต่อมา ช่วงสายของวันธาราตื่นขึ้นมาก็รีบล้างหน้าล้างตาออกจากบ้านขับรถไปหารัชชญาที่ทำงานของหญิงสาวอย่างไม่รีรอ พอมาถึงก็ได้ทราบจากเลขาส่วนตัวของรัชชญาว่าหญิงสาวออกไปคุยกับลูกค้าตั้งแต่เช้าแล้ว จะกลับเข้าโรงแรมอีกทีก็คงเป็นช่วงบ่าย“มาหาชญาเหรอ” นลินีที่เดินผ่านมาเจอธารายืนซึมอยู่หน้าห้องทำงานของรัชชญาก็รีบเดินเข้ามาทักทาย“ครับ แต่เธอไม่อยู่ งั้นขอตัวก่อนนะครับ”“พี่กวินทร์มารับชญาออกไปตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ ไม่รู้พาไปไหนต่อไหนบ้างจะบ่ายแล้วยังไม่พากันกลับมาอีก เลขาส่วนตัวก็ไม่ยอมพาไปด้วย ไปกันแค่สองคนน่าแปลกนะ…คุณว่ามั้ย” นลินีเอ่ยยั่วยุ ยิ่งเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของธาราเธอก็ยิ่งชอบใจ“ทำไมคุณถึงพูดไม่ให้เกียรติพี่สาวคุณเลย ถ้ามีคนอื่นมาได้ยินคุณพูดแบบนี้เขาจะคิดยังไง”“ก็เหมือนที่คุณหายไปทั้งคืนเพราะมัวแต่ไปต