Share

ตอนที่ 10

last update Tanggal publikasi: 2026-08-13 19:01:28

มหาวิทยาลัยให้เวลารายงานตัวจนถึงเย็น มู่เสวี่ยจำได้ว่าเพื่อนร่วมห้องจะขนของเข้ามาช่วงบ่าย ตอนนี้เธอจึงได้แค่อ่านหนังสือฆ่าเวลารอ

เที่ยงตรง เสียงแจ้งเตือนจากแอปบีทก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของมู่เสวี่ย บนหน้าจอปรากฏชื่อของหวังเจี้ยน

“ค่ะพี่เจี้ยน” มู่เสวี่ยรับสายแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แสร้งเป็นสนิทสนม

“น้องมู่เสวี่ย พวกพี่อยู่ข้างล่างหอพักแล้วนะครับ ลงมาได้เลย” หวังเจี้ยนที่ปลายสายตอบกลับ

“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”

พอวางสายมู่เสวี่ยก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมพวกเขาถึงรู้ที่อยู่ของหอพักเธอ

หอพักหญิงของมหาวิทยาลัยมีอยู่สิบตึก ที่มากขนาดนี้ย่อมเป็นเพราะที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ

แต่พวกเขากลับรู้ว่าเธออยู่อาคารไหนโดยไม่ต้องสอบถาม พอนึกถึงหมิงเจ๋อที่เป็นคนในสโมสรนักศึกษาจึงได้ตระหนักรู้ขึ้นมา

“แอบดูประวัตินักศึกษาคนอื่นแล้วเอามาทำแบบนี้งั้นเหรอเนี่ย ก็ว่าทำไมชีวิตก่อนถึงเห็นพวกเขาติดตามผู้หญิงคนอื่นง่ายขนาดนั้น” มู่เสวี่ยพึมพำ

ทางมหาวิทยาลัยต้องเก็บประวัตินักศึกษาเพื่อความปลอดภัย ทุกห้องพักที่ผู้เช่าเป็นนักศึกษาต้องแจ้งกลับมาทางมหาวิทยาลัย แม้แต่ห้องพักภายนอกก็ต้องทำแบบนี้เช่นกัน เพราะหากมีนักศึกษาคนใดหายตัวไปจะได้ติดตามสืบหาต้นตอได้ง่ายขึ้น แต่ดูเหมือนว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยแบบนี้จะไม่ได้ปลอดภัยขนาดนั้นแล้ว

ตัวอย่างเช่นที่หมิงเจ๋อทำ เขาสามารถเข้าตรวจสอบประวัติการเช่าอาศัยเพื่อตามหานักศึกษาที่ต้องการได้ด้วยอำนาจในมือ หญิงสาวหลายคนที่พยายามหนีห่างจึงถูกตามตัวเจอแล้ววนกลับมาถูกข่มขู่เช่นเดิมจนกว่าจะเรียนจบหรือไม่ก็ลาออกไปเสีย

มู่เสวี่ยกลับไม่ได้กลัวเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะหากเธอย้ายไปอยู่คอนโดส่วนตัว เท่ากับว่านั่นไม่ใช่การเช่าซื้อ ประวัติที่พักจะไม่เข้าไปที่อยู่ระบบของมหาวิทยาลัย

ด้านหน้าหอพักยังคงเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน หวังเจี้ยนจอดรถยุโรปสีแดงสดที่เด่นสะดุดตาของตัวเองรออยู่ มันไม่ใช่รถสปอร์ตราคาสูงลิ่วก็จริงแต่รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวของมันก็เตะตาผู้คนอยู่ดี

ทันทีที่เขาเห็นมู่เสวี่ยก็เดินไปรับ ก่อนจะรีบไปเปิดประตูรถฝั่งหนึ่งให้อย่างเอาใจ “เชิญครับ”

หลายคนที่เห็นย่อมอิจฉา พากันหันไปกระซิบว่าเด็กบ้านจนเกาะคนรวยได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียน จะอย่างไรคนที่พอมีเงินหน่อยไม่ค่อยอยู่ในหอพักสถานศึกษาที่คับแคบแบบนี้

มู่เสวี่ยก้าวขึ้นนั่งเบาะหน้า มือเรียวจับที่ขอบประตูรถแน่นด้วยความไม่คุ้นเคย ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอไม่เคยนั่งเบาะข้างคนขับแบบนี้มาก่อน ปกติหากไม่ขับรถเองก็นั่งอยู่ด้านหลังให้คนขับรถให้

ท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ แบบนี้ทำให้รุ่นพี่ทั้งสองมองว่าเธอเพิ่งเคยได้ขึ้นรถยนต์เป็นครั้งแรก หมิงเจ๋อที่นั่งมาด้วยด้านหลังรับหน้าที่เป็นคนพูดคุยเพื่อไม่ให้รุ่นน้องสาวสวยรู้สึกเกร็ง

ไม่นานรถก็แล่นมาจอดที่ร้านอาหารเสฉวนชื่อว่า ซื่อเตี้ยน เป็นร้านขนาดกลางที่ผู้คนแน่นขนัด บ่งบอกได้ว่าความอร่อยเป็นที่การันตี

“ที่นี่น่ะรสชาติแท้ต้นตำรับ น้องมู่เสวี่ยกินเผ็ดได้ใช่ไหม” หวังเจี้ยนเปิดประตูรถให้เธออีกครั้ง ก่อนจะพาไปห้องที่จองเอาไว้

“สั่งได้เลยเต็มที่ เดี๋ยวพี่ใหญ่เจ๋อเป็นเจ้ามือเอง” หมิงเจ๋อตบอกรับรองเป็นมั่นเหมาะ

กลิ่นหอมของเครื่องเทศและวัตถุดิบสดใหม่ลอยอยู่ทั่วร้าน แค่นั่งอยู่เฉย ๆ ก็รู้สึกได้ถึงความเผ็ดร้อนเฉพาะตัวของอาหารประจำถิ่น

ในชีวิตก่อนมู่เสวี่ยไม่เคยมาที่นี่ แต่ดูจากเวลาขับรถแค่ไม่กี่นาทีหมายความว่ามันใกล้กับมหาวิทยาลัยมาก ปกติเพื่อนร่วมห้องจะชวนเธอไปกินที่ร้านหรูเขตนอกไม่ก็ไปนั่งทานกันในห้างเสียเป็นส่วนใหญ่

ว่าง ๆ พานิ่งหลงมาดีกว่า พอคิดก็แอบอมยิ้ม ความจริงคู่หมั้นของเธอกินเผ็ดไม่เก่งเอาเสียเลย แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงอยากแกล้งเขานักเหมือนกัน

มู่เสวี่ยสั่งเต้าหูผัดหม่าผ่อ ไก่กงเป่า และบะหมี่ตันตัน แน่นอนว่ารสชาติเป็นไปตามที่คาดหวัง น้ำซุปกลมกล่อมเผ็ดชา เนื้อนุ่มละลายในปาก สัมผัสเหล่านี้ทำให้คนกินยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้

“เป็นไงบ้าง ดีใช่ไหม” หมิงเจ๋อถามรุ่นน้องสาวที่กินเอา ๆ ไม่หยุดปาก แต่กิริยากลับมีแบบแผนเรียบร้อยที่นั่งข้าง ๆ

“อร่อยมากจริง ๆ ค่ะ” มู่เสวี่ยพูดขณะที่ใช้ผ้าเช็ดหน้าค่อย ๆ แตะซับความมันบนริมฝีปาก

“ใช่ไหมล่ะ เดี๋ยววันหลังจะพาไปลองอะไรใหม่ ๆ” หวังเจี้ยนยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจในสิ่งที่นำเสนอ

ทั้งสองดูอย่างไรก็เป็นรุ่นพี่ที่ดูแลรุ่นน้องเป็นอย่างดี แต่เมื่อมู่เสวี่ยได้สบตากับพวกเขาสักพัก ความจริงใจที่มีให้ก็สลายหายวับไปในอากาศ

[ ไปลองอะไรใหม่สองต่อสองบนห้องน่ะนะ น่าจะเด็ดกว่าของกินพวกนี้อีก ]

กล่องข้อความของหวังเจี้ยนไม่ว่าอ่านอย่างไรก็แสลงตา ส่วนหมิงเจ๋อที่ด้านข้างก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่

[ มื้อนี้เกือบพันหยวน ต่อไปต้องถอนทุนคืนสักหน่อย ถ้าพาไปหาเงินได้ก็กำไรล่ะ ]

ความคิดช่างเหมาะกับการเป็นเหรัญญิกสโมสรจริง ๆ

“พี่จะพาเดินดูสถานที่สำคัญ ๆ ที่นี่กว้างมาก น้องมู่เสวี่ยจะได้ไม่หลงทางตอนหาห้องเรียน” หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ หวังเจี้ยนก็ชวนเธอเดินชมพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย ส่วนทางด้านหมิงเจ๋อนั้นถูกโทรศัพท์ตามตัวให้ไปจัดการงานทางฝั่งสโมสรนักศึกษาก่อนแล้ว

ทั้งสองเดินช้า ๆ ไปตามทางเดินที่ปกคลุมไปด้วยร่มไม้ หวังเจี้ยนแนะนำอาคารเรียนต่าง ๆ รวมถึงสวนสาธารณะที่คนนิยมมานั่งพักผ่อน ขณะเดียวกันก็ค่อย ๆ ถามสารทุกข์สุกดิบเพื่อหาข้อมูลของหญิงสาวข้างกายไปด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 75

    ผ่านไปเกือบสองอาทิตย์หลังจากวันไปออกงานเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี จู่ๆวันหนึ่งนิ่งหลงก็โทรเข้ามาเพื่อชวนกลับบ้านของเขาอีกครั้ง“คุณปู่กลับจากต่างประเทศแล้ว อยากให้เธอไปเยี่ยม เย็นนี้ฉันจะไปรับ”มู่เสวี่ยยิ้มทันทีที่ได้ยิน อดคิดถึงคุณปู่ไม่ได้เหมือนกัน เธอจำได้แค่ว่าท่านเป็นคนใจดี ตั้งแต่เด็กก็เอาใจใส่เธอเสมอเมื่อเธอไปหา“ได้ค่ะ” เธอตอบรับเมื่อวางสายเธอก็หันไปเลือกเสื้อผ้าในตู้ เมื่อก่อนไม่ได้คิดมากเรื่องก่รแต่งกายนัก แต่เมื่อพร้อมตกลงปลงใจกับนิ่งหลงแล้วก็รู้สึกเกร็งขึ้นมาบ้างถ้าจำไม่ผิดพ่อของเธอพาไปเที่ยวเล่นที่ตระกูลนิ่งครั้งแรกตอนอายุยังไม่ถึงสิบขวบดี แต่เหมือนทางฝั่งตระกูลนิ่งจะแวะเวียนไปมาหาสู่ตระกูลมู่ก่อนหน้านั้นตั้งแต่เธอยังจำความไม่ได้แล้วสรุปแล้วในเย็นวัน มู่เสวี่ยเพียงแค่แต่งตัวสบาย ๆ เหมือนไปพบผู้ใหญ่ในบ้านเท่านั้น จะอย่างไรแบบนี้กลับเป็นกันเองมากกว่าพอรถแล่นผ่านประตูรั้วเข้าคฤหาสน์ เธอและนิ่งหลงก็ถูกพาไปที่ห้องทำงานของนายท่านใหญาตระกูลนิ่งทันทีเมื่อมู่เสวี่ยเดินเข้าไปถึง ชายชราที่กำลังนั่งอ่านเอกสารบนโต๊ะก็ยิ้มกว้างแล้วลุกขึ้นยืนต้อนรับด้วยความดีใจอย่างเห็นได้ชัด“เสวี่ย

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 74

    *** ระหว่างที่หวังเจี้ยนกำลังตกตะลึง มู่เสวี่ยที่เดินผ่านไปก็หันมาสบตากับเขาพอดี เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนอีกฝ่ายตระกูลหวังยังไม่ล้มสินะ หญิงสาวคิดเมื่อผู้คนเริ่มละความสนใจจากเธอและคู่หมั้น เธอจึงขอตัวจากนิ่งหลงที่หน้าบึงตึงออกมาแล้วเดินไปหาที่นั่งมุมห้อง หวังเจี้ยนจึงได้โอกาสเข้าไปคุยกับเธอหลังจากที่รอจังหวะอยู่นาน แต่ความจริงที่มู่เสวี่ยออกมาที่ตรงนี้เพราะต้องการให้เขาเข้าหานั่นแหละ“สวัสดีค่ะรุ่นพี่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ” มู่เสวี่ยเอ่ยทักทายก่อน ใบหน้ายังคงยิ้มแย้ม ไม่มีร่องรอยความอึดอัดใจที่ความลับเรื่องฐานะของตนเองถูกเปิดเผย“น้องมู่เสวี่ย…” หวังเจี้ยนกำลังจะพูดอะไรสักอย่างแต่ถูกหญิงสาวตรงหน้าขัดขึ้นมาก่อน“เรียกฉันว่าคุณหนูมู่เหมือนคนอื่นจะดีกว่านะคะ” เธอยิ้ม แต่รอยยิ้มครั้งนี้ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนทุกทีหวังเจี้ยนรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที ปกติเป็นเขาที่ต้องโอ้อวดฐานะของตนเอง พอรู้ว่าเทียบเธอไม่ติดก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี“ฉันเพิ่งได้ยินเรื่องน้องสาวของรุ่นพี่มา ถ้าจะบอกว่ายินดีคงเป็นการเยาะเย้ยคราวเคราะห์ของเธอ แต่สมควรหรือเปล่าคะที่ใช้ชีวิต

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 73

    สองสัปดาห์ถัดมา หวังเจี้ยนได้รับเชิญไปงานเลี้ยงสังสรรค์ทางธุรกิจของกลุ่มทุนแห่งหนึ่งในฐานะตัวแทนบริษัทของครอบครัว แม้สถานะทางธุรกิจจะเล็กลงกว่าเดิมมากจากเหตุการณ์ของพ่อ แต่ก็ถูกสามีของหวังปิงปิงช่วยพยุงเอาไว้ ถึงอีกฝ่ายจะทำไปเพราะคิดไม่ซื่อก็ตาม เขาก็ต้องยอมรับการช่วยเหลือนี้อยู่ดี อีกทั้งยังต้องสานสัมพันกับบริษัทอื่นต่อไปจึงมาร่วมงานนี้ความจริงงานนี้จัดมาค่อนข้างยิ่งใหญ่ แต่เพราะยิ่งใหญ่นั่นแหละจึงมีผู้คนถูกเชิญมาด้วยเป็นจำนวนมาก ใครมีเส้นสายก็พยายามดันตัวเองเข้ามาที่นี่เพื่อสร้างคอนเนคชันให้มากขึ้นหวังเจี้ยนก็เดินวนเวียนทักทายผู้คนในงาน ทุกคนก็ตอบรับอย่างดี เหล่านักธุรกิจย่อมรู้ดี ผู้ล้มในวันนี้ วันหน้าอาจกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้ พวกเขาจึงไม่หักหน้ากันซึ่งหน้าหากไม่ใช้ศัตรูชั่วชีวิต ถึงแม้ว่าตอนนี้บริษัทตระกูลหวังจะตกต่ำก็ตามในขณะที่งานกำลังดำเนินไปได้สวย จู่ๆ ผู้คนทางหนึ่งก็ฮือฮาขึ้นมาและพากันเฮโลไปทางนั้น หวังเจี้ยนที่กำลังกระชับมิตรกับบริษัทคู่ค้าเดิมก็หันมองตาม“หืม ทำไมทายาทตระกูลนิ่งถึงมางานนี้ด้วยล่ะ” ชายคนหนึ่งที่พยายามจะเบียดตัวเข้าไปใกล้ศูนย์กลางเหตุการณ์แล้วถูกพลักออกม

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 72

    ***ทางด้านมู่เสวี่ยอาจสงบสุขแล้ว แต่ทางด้านหวังเจี้ยนยังคงมีแต่คำถามในใจแม้เวลาจะผ่านมาหลายเดือนนับตั้งแต่วันที่ตำรวจเข้าจับกุมพ่อของเขาในคดีให้สินบนเจ้าพนักงานจนธุรกิจของตระกูลหวังพังทลายลงในชั่วข้ามคืน หวังเจี้ยนเอาแต่ตั้งคำถามกับเรื่องนี้มาตลอดว่าทำไมพ่อผู้รอบคอบมาตลอดชีวิตของเขาถึงกระทำเช่นนั้นอย่างไม่ระวังตัวแน่นอนว่าเขาไม่คิดว่าผู้เป็นพ่อผิด จะอย่างไรเขาเห็นการยัดเงินใต้โต๊ะแบบนี้มาตั้งแต่เด็กโต คล้ายจะเป็นเรื่องปกติในชีวิตด้วยซ้ำสิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดของเรื่องนี้ไม่ใช่การที่มีคนรู้ว่าพวกเขาทำผิดกฎหมาย แต่คือทำไมเรื่องอื้อฉาวนี้ถึงประเดประดังเข้ามาใช่ช่วงจังหวะที่ธุรกิจอยู่ในจุดเสี่ยงพอดีต่างหากตอนนี้เมื่อธุรกิจครอบครัวเกือบล้มละลาย น้องสาวต้องจำใจแต่งงานเพื่อแลกเงินมาประคองกิจการที่เหลืออยู่ หวังเจี้ยนจึงต้องการหาความจริงว่าใครอยู่เบื้องหลังการวางกับดักครั้งนี้กันแน่ เพราะดูอย่างไรมันก็เกิดขึ้นอย่างประจวบเหมาะเกินไปด้วยความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ยังหลงเหลืออยู่บ้าง เขาจึงติดต่อขอพบกับผู้จัดการของเยี่ยนไท่คนหนึ่งที่เคยรู้จักกันมาก่อน หวังว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนกว่าคำอธิบายอย่า

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 71

    “เย็นนี้ต้องไปไหนไหม” นิ่งหลงถามขึ้นมา“ไม่นะคะ วันนี้ฉันว่างทั้งวันเลย” มู่เสวี่ยส่ายศีรษะตอนนี้คือเวลาบ่ายสามแล้ว และเป็นช่วงสุดสัปดาห์ เธอมีแพลนว่าจะไปนอนพักที่บ้าน อีกทั้งย้ายมาอยู่ที่คอนโดจึงไม่มีอะไรให้ทำนอกจากอ่านหนังสือ“งั้นไปกินข้าวกับฉันที่บ้าน” นิ่งหลงสรุปแผนการให้เบ็ดเสร็จโดยไม่ถามสักคำความเผด็จการของเขานั้น มู่เสวี่ยเคยชินจนไม่รู้จะชินอย่างไรแล้ว แม้ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นบ้านเขาแทนที่จะเป็นร้านอาหารอร่อย ๆ ก็ตาม แต่เธอก็อดประหม่าเล็กน้อยไม่ได้เพราะไม่ได้ไปที่นั่นมานานพอดู“เธอนั่งเล่นไปก่อน ฉันต้องเคลียร์งาน” นิ่งหลงค่อนข้างตามใจคู่หมั้นของตนเอง แต่กับงานแล้วเขาก็จริงจังเช่นกัน จึงไม่ได้นั่งเป็นเพื่อนอีกฝ่ายและปล่อยให้เธอเล่นโทรศัพท์รอมู่เสวี่ยก็ไม่ได้อยากให้ใครมาอยู่เป็นเพื่อน บางครั้งการได้นั่งมองใบหน้าหล่อ ๆ ที่กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็งก็เพลินดีเหมือนกันจวบกระทั่งห้าโมงเย็น นิ่งหลงขับรถพามู่เสวี่ยไปที่บ้านด้วยตนเอง หยางเทาถูกส่งให้ไปทำงานอื่น และหากไม่จำเป็นเลขาหญิงของเขาก็ไม่ได้มีหน้าที่มาขับรถให้จึงไม่ได้เรียกใช้ ที่ด้านหลังจึงตามติดมาด้วยรถบอดี้การ์ดสองคันโดย

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 70

    ***ปัญหาบางส่วนของมู่เสวี่ยได้รับการแก้ไขแล้ว ศัตรูบ้างทำลายตัวเอง บ้างยุติความแค้นลง คงเหลือเพียงน้องสาว แม่เลี้ยง และผู้บงการเบื้องหลังที่ทำให้ตระกูลมู่ล่มสลาย แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาไปจัดการคนเหล่านั้น เธอต้องเรียนให้จบเสียก่อน หลังจากนั้นจะได้ทำอะไรได้ง่ายขึ้น“นิ่งหลงอยู่ไหมคะ” มู่เสวี่ยถามเลขาหน้าห้องของนิ่งหลง“สวัสดีค่ะคุณมู่ เจ้านายอยู่ข้างในกับคุณเลขาหยางค่ะ” เลขาสาวหน้าห้องลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหามู่เสวี่ย“เอ๋ มีธุระเหรอคะ เดี๋ยวฉันนั่งรอก่อนก็ได้” มู่เสวี่ยตอบกลับ เธอค่อนข้างเกรงใจที่จะเข้าไปรบกวนชายหนุ่ม“คุณมู่สามารถเข้าไปได้เลยค่ะ เจ้านายสั่งไว้ว่าถ้าคุณมา สามารถเข้าไปหาได้เลยทุกกรณี” เธอพูดพลางผายมือไปทางประตู ทำท่าจะเปิดให้เมื่อพูดมาแบบนั้นมู่เสวี่ยย่อมไม่เกรงใจแล้ว วันนี้เธอเดินทางมาด้วยตัวเองไม่ได้ให้นิ่งหลงหรือคนของเขาไปรับ อีกทั้งยังไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เธอแค่ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำเพราะหลินซานซานขอตัวกลับบ้านไปงานแต่งญาตคนหนึ่งจึงไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนในวันหยุดก๊อก ๆ“คุณมู่มาค่ะท่าน” เลขสาวเพียงแค่แจ้งเท่านั้นก่อนจะเปิดประตูเข้าไปทันทีเธอคนนี้เป็นผู้ช่วยอีกหนึ่งคนข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status