LOGINพิมพ์ดาวที่ใคร ๆ ดูถูกว่าเป็นคนไม่เอาไหน รีบขึ้นมาบนห้องเปิด
ไอแพดคู่ใจขึ้นมาและส่งข้อความหาเพื่อนสนิทในทันที ที่เธอเลือกที่จะพิมพ์ข้อความหาแทนที่จะโทร เพราะจีน่ากำลังทำตำแหน่งเลขาของพ่อตัวเอง หลังจากที่เที่ยวเล่นถลุงเงินไปวัน ๆ จีน่าก็ถูกพ่อบังคับให้เรียนรู้งานสานต่อธุรกิจกับพ่อ งดเล่นมือถือและไม่ให้ติดต่ออะไรที่ไม่จำเป็นพิมพ์ดาว : จีว่างไหม
จี จีน่า สาวฮอตประจำกลุ่ม ความฮอตของจีน่าเป็นที่พูดถึงของหนุ่ม ๆ มาโดยตลอด จนกระทั่งตอนนี้ยังมีนักธุรกิจและผู้ชายอีกมากมายที่สนใจที่จะออกเดทกับจีน่า
ทว่าจีน่าเธอกลับเป็นสาวสวยเลือกได้ ฐานะทางบ้านก็ค่อนข้างดีจึงไม่ได้สนใจเรื่องเงินทอง และสิ่งยั่วยุที่ชายหนุ่มเอามาหลอกล่อ เธอทำตามเสียงของหัวใจตัวเอง เคยคบกับเด็กเรียนประจำห้องที่สถานะทางบ้านแตกต่างกัน เพราะความแตกต่างนี่แหละที่ทำให้ทั้งสองคนเลิกกันก่อนที่จะเรียนจบ ในตอนนี้ผู้ชายคนนั้นกลับขึ้นแท่นนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรง ที่กอบกู้บริษัทของพ่อและนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในหนึ่งปี
จีน่า : ว่างๆ ว่าไง
พิมพ์ดาว : เรียนรู้งานไปถึงไหนแล้ว
พิมพ์ดาวอยากรู้เรื่องงานที่จีน่ากำลังศึกษาอยู่ ก่อนหน้านี้เคยคุยกันไว้ว่า ถ้าจีน่าเรียนรู้งานและเข้าใจมากขึ้น จีน่ารับปากจะมาสอน
พิมพ์ดาว เหตุผลเดียวที่พิมพ์ดาวไม่สามารถไปเรียนรู้งานจากคนอื่นได้ คือรักษาภาพลักษณ์ของพ่อแม่จีน่า : ยาก และน่าเบื่อมาก
พิมพ์ดาว : อดทนหน่อย
จีน่า : อดทนมาเกือบปีแล้ว เธอไม่รู้หรอกว่าฉันเบื่อมากแค่ไหน
พิมพ์ดาว : จีเก่งอยู่แล้ว คิดเสียว่าอดทนเพื่อพ่อแม่นะ
จีน่า : ใครจะไปอดทนและยอมได้ทุกอย่างเพื่อพ่อแม่เหมือนเธอละ..อุ๊บ!
คนพูดก่อนคิด ปิดปากแทบไม่ทัน เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนเพิ่งขายศักดิ์ศรียอมเป็นของเล่นมาเฟียเพื่อพ่อแม่ สิ่งที่เธอพูดก่อนหน้านี้อาจ
ทิ่มแทงใจของเพื่อนสนิทได้ แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อเธอเป็นคนที่คิดก่อนพูด ปากไวจนเกิดเรื่องอยู่บ่อย ๆพิมพ์ดาว : ไม่เป็นไร
พิมพ์ดาวตอบไปตามปกติ เธอรู้ดีว่าจีน่าเป็นคนยังไง ที่พูดออกมาก็คงจะไม่ได้คิด ไม่ได้หวังร้ายกับเธอ แต่เป็นนิสัยที่ชอบพูดก่อนคิดอย่างที่จีน่าบอกนั่นแหละ
จีน่า : ขอโทษจริง ๆ นะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูด แต่ปากมันไวกว่าสมองอะ
จีน่ารู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด
พิมพ์ดาว : จ้า รู้แล้ว ว่าไม่ได้หวังร้าย
จีน่า : มีแต่เธอนี่แหละที่เข้าใจฉัน
พิมพ์ดาว : ถ้าจีปรับคำพูดได้ก็ดีนะ เหมือนที่อาร์ทเคยบอกไง
พิมพ์ดาวเตือนด้วยความหวังดี และยังจำประโยคที่อาร์ทเคยบอกกับจีน่าก่อนเลิกกันได้ จีน่าเพียบพร้อมและดีไปทุกอย่างยกเว้นการพูดก่อนคิด การพูดตรง ๆ แล้วมาขอโทษทีหลัง ไม่ได้ใช้ได้กับทุกคน ต้องดูสถานการณ์ด้วย หากไม่สนิทกันจริง ๆ สิ่งที่จีน่าพูดจะทำให้คนอื่นเสียใจ และเป็นภัยต่อตัวจีน่าเอง
จีน่า : หมอนั่นก็ชอบว่าฉันตลอด ฉันไม่เคยดีในสายตาของเขาหรอก
พิมพ์ดาว : ไม่จริงหรอก จีชอบคิดไปเอง
จีน่า : เธอก็ชอบเข้าข้างหมอนั่นตลอด ฉันเป็นเพื่อนเธอนะพิมพ์ดาว
พิมพ์ดาว : จ้า เพราะเป็นเพื่อนไงถึงเตือน พิมพ์รู้ว่าจีไม่ใช่คนใจร้าย
จีน่า : แล้วออกมาจากบ้านเศรษฐีหรือยัง ครบสามเดือนแล้วไม่ใช่เหรอ
พิมพ์ดาว : เพิ่งถึงบ้านเลย ขอบคุณนะที่เป็นห่วง
จีน่า : ดีเลย งั้นเจอกันหน่อยไหม
พิมพ์ดาว : ให้จีเลิกงานก่อนค่อยเจอกันก็ได้
พิมพ์ดาวตั้งใจจะเจอเพื่อนสนิทอยู่แล้ว เพราะอยากเรียนรู้งานต่อจากเพื่อน ถ้าเป็นไปได้อย่างที่เคยคุยกันไว้ จีน่าบอกว่าจะติดต่ออดีตแฟนให้มาสอนงานให้
จีน่า : เค ๆ พ่อมาพอดี เดี๋ยวโทรหานะ
หลังจากที่คุยกับเพื่อนสนิทเสร็จ สถานการณ์ภายในห้องก็ปกคลุมไปด้วยความเงียบ พิมพ์ดาวมองไปยังนาฬิกาที่ติดอยู่ผนังห้อง เวลานี้เป็นเวลาที่เธอต้องเตรียมตัวทำมื้อเย็นให้กับไคล์ตัน ถึงแม้ว่าเขาจะมาทานบ้าง หรือไม่มาบ้าง พิมพ์ดาวก็ดีใจทุกครั้งที่ได้ทำ แต่หลังจากวันนี้ไป คงไม่ได้ทำหน้าที่นั้นแล้ว หน้าที่ดูแลเขาก็คงจะเป็นของผู้หญิงคนต่อไป
อึก! เพียงแค่คิดหัวใจดวงน้อยก็บีบรัดแน่น เธอไม่ชอบความรู้สึกนี้เอาเสียเลย เป็นความรู้สึกที่เธอคิดไปเองฝ่ายเดียว ตัวเขาเองก็คงจะเคยชินกับการจากลาและการเปลี่ยนผู้หญิงคนใหม่ไปเรื่อย ๆ คงไม่ได้ใส่ใจกับความสัมพันธ์เพียงแค่สามเดือนที่ได้อยู่ด้วยกัน
"ขอให้คุณมีความสุขนะคะ"
พิมพ์ดาวได้แต่บอกผ่านสายลม เพราะเขาไม่ได้อยู่ให้เธอได้บอก เป็นความสัมพันธ์ที่ว่างเปล่าราวกับความฝัน เป็นความรู้สึกดีที่จับต้องไม่ได้ ได้แต่จดจำแต่ไม่ได้ครอบครอง
....
....
#เวลา 20:00
หลังจากที่ตกลงนัดเวลาและสถานที่กับเพื่อนสนิทจนเสร็จสรรพ พิมพ์ดาวก็ไปขออนุญาตแม่เพื่อจะออกมาเจอเพื่อนในคืนนี้ แน่นอนว่าแม่ของเธออนุญาตโดยไม่ถามสักคำว่าเพื่อนคนนั้นคือใคร ท่าทางของแม่ทำให้ลูกสาวอย่างพิมพ์ดาว คิดไปเองว่าเธอนั้นหมดประโยชน์เสียแล้วหลังจากที่จบสัญญา
"เป็นอะไรของแก คิดถึงคุณชายมาเฟียอยู่หรือไง"
จีน่าที่จะสังเกตอาการของเพื่อนได้ จึงเอ่ยแซวไปตามสไตล์สาวขี้เล่น แต่คนโดน
แซวกลับทำท่าทางเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดถึงผู้ชายคนนั้น"ไม่ใช่สักหน่อย ฉันไม่ได้คิดถึงคุณไคล์"
"ตอนแรกก็ไม่ได้คิดหรอก แกล้งแซวไปเล่น ๆ แต่ท่าทางแกตอนนี้ทำให้ฉันเริ่มคิดละ"
"ไม่ใช่จริง ๆ ฉันแค่คิดเรื่องที่บ้านน่ะ"
"ที่บ้านเป็นอะไรอีก พ่อกับแม่ใช้ให้ไปทำอะไรอีกล่ะ ก็หัดปฏิเสธบ้างนะ"
เป็นการเตือนด้วยความหวังดี เพราะเพื่อนรู้ดีว่าคนอย่างพิมพ์ดาวต้องใจอ่อนให้กับการอ้อนวอนของพ่อแม่อย่างแน่นอน พิมพ์ดาวไม่เคยขัดใจพ่อแม่เลยสักครั้ง ถึงแม้ว่าสิ่งที่พ่อแม่ทำจะไม่ถูกต้อง แต่พิมพ์ดาวก็ยอมอดทนและทำตามอย่างว่าง่าย ไม่เหมือนกับลูกอีกสองคนที่หัวแข็ง และให้พ่อแม่ทำตามในสิ่งที่ตัวเองชอบ ฟังมาขนาดนี้แล้วพิมพ์ดาวน่าจะเป็นลูกรักของพ่อแม่มากกว่าลูกชัง ทำไมพิมพ์ดาวถึงตกอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัดเช่นนี้ได้ ไม่มีใครเข้าใจการกระทำของพ่อแม่พิมพ์ดาวเอาเสียเลย
"ท่านไม่ได้ใช้อะไรหรอก ฉันแค่คิดว่าตัวเองไม่มีประโยชน์เลยในสายตาของพวกท่าน"
เป็นการระบายความอึดอัดภายในใจให้เพื่อนฟัง พิมพ์ดาวไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟังเลยสักครั้ง ครั้งนี้คงจะอึดอัดมากจนจีน่าทำตัวไม่ถูก เธอควรจะจริงจังหรือติดเล่นเหมือนเดิม
"ฉันก็ไม่เข้าใจความคิดของพ่อแม่แกเหมือนกัน บางทีท่านอาจจะมีลูกเยอะเกินไปหรือเปล่า จนไม่รู้ว่าจะโฟกัสกับใคร"
เป็นการให้คำปรึกษาที่ติดตลกนิดหน่อย แต่ก็ทำให้พิมพ์ดาวยิ้มได้ บางทีการคิดแบบนั้นก็ทำให้ความรู้สึกอึดอัดในใจผ่อนคลายลงไปได้บ้าง
"จีก็คิดบวกเป็นเหมือนกันนะ"
"แน่นอน เพราะฉันทั้งสวยและเก่ง"
"จ้า เพื่อนฉันเก่งที่สุด"
สองสาวนั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน หาเรื่องนู้นเรื่องนี้มาเล่าบ้างตามสไตล์เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานาน จนกระทั่งมาอยู่ที่เรื่องของพิมพ์ดาว เรื่องที่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะเข้าใจ
"แกอยู่ด้วยกันกับเขาตั้งสามเดือน เขาไม่รู้สึกอะไรกับแกจริงหรอ"
คำถามที่ทิ่มแทงใจดำของคนฟังเป็นที่สุด สามเดือนสำหรับเธอยาวนานและมีความหมาย แต่คงไม่ใช่สำหรับเขาที่ไม่มีอะไรน่าจดจำเลย พิมพ์ดาวที่รู้อยู่แก่ใจว่าเธอไม่ได้มีผลอะไรกับหัวใจของเขา จึงทำได้แค่ฝืนยิ้มและตอบไป
"เขาไม่รู้สึกอะไรหรอก มีผู้หญิงที่พร้อมจะดูแลเขามากมาย"
พูดเองเจ็บเองเป็นแบบนี้สินะ พิมพ์ดาวกำลังรู้สึกแบบนั้น รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึงใบหน้าหล่อเหลาและสัมผัสอันเร่าร้อนที่เคยผ่านมาด้วยกัน แม้กระทั่งตอนนั่งทานข้าวด้วยกัน ต้องใช้ชีวิตร่วมกันในห้องนอนของเขา เธอจดจำทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา จดจำทุกเรื่องราวที่ผ่านมา อยากจะรู้เหลือเกินว่าเขาคิดถึงเธอ เหมือนที่เธอคิดถึงเขาบ้างไหม
“หึ! อยากมากหรือ ว่าไงครับ แม่เสือสาว วันนี้จะให้ฉันจับเธอกินชุดนี้เลย หรือเปลี่ยนชุดก่อนดี หืม”ไคล์ตันปลุกปั่นอารมณ์หญิงสาวไป ตัวตนของเขาก็ขยายจนคับแน่นกางเกงสเลกสีเข้มจนปวดหนึบไม่ต่าง“พ...พี่ไคล์ อื้อ พิมพ์ ...พิมพ์งอนอยู่นะคะ อ๊ะ!”“งอน? พี่ก็งอนเธอเหมือนกัน โกรธด้วย ที่เมียกล้าแต่งตัวโป๊แบบนั้นออกไปอวดสายตาคนอื่น”“อ๊ะ อื้อ”เรียวขาทั้งสองข้างรีบหนีบเข้าหากันเมื่อมือแกร่งล้วงเข้าไปในแพนตี้ตัวจิ๋ว สัมผัสลูบวนใจกลางกลีบดอกไม้บอบบาง วนนิ้วแกร่งหยอกเอินจุดอ่อนไหวด้านนอกจนเธอแทบจะละลาย“รู้ไหมครับคุณภรรยา เด็กดื้อ แอบหนีเที่ยว ต้องโดนอะไร”เขากระซิบชิดใบหูของเธอ ไอร้อนเป่ากระทบจนขนอ่อนชูชันพิมพ์ดาวได้แต่กัดริมฝีปาก เบียดต้นขาเข้าหากันเมื่อมือแกร่งไม่ยอมแตะต้องเข้าไปด้านใน เอาแต่เล้าโลมจุดซ่านเสียวของเธอให้ลุ้นทุกการขยับเล่น“ค่ะ เชิญพี่ไคล์ทำโทษพิมพ์ได้เลย อื้อ พิมพ์ อ๊ะ”พรึ่บ!ยังไม่ทันจะได้เอื้อนเอ่ยจบ พิมพ์ดาวก็ถูกพลิกตัวให้กลับมา
ก่อนหน้านี้สองวัน พิมพ์ดาวได้รับคลิปสามีนอนเปลือยท่อนบนโดยข้าง ๆ มีแหม่มสาวผมสีทองนอนกอดเขาอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน คราแรกเธอก็ตกใจที่เห็นคลิปแต่เหมือนภาพนิ่งมากกว่าเพราะไคล์ตันไม่กระดุกกระดิกใด ๆ เป็นเพียงคนหลับลึกคนหนึ่งเธอจึงตั้งสติและสังเกตร่างกายของสามีที่ไร้ร่องรอยรักใด ๆ บนผิวกาย ซึ่งผิดวิสัยคนที่ชอบมีเซกซ์รุนแรงอย่างเขา พิมพ์ดาวไม่รอช้ารีบโทรกลับไปยังปลายทางที่ส่งคลิปมา สุดท้ายเธอจึงได้รับคำเชิญจากคน ๆ นั้น ให้เดินทางมาที่นี่ด้วยตัวคนเดียว เพื่อทำสัญญาธุรกิจพันล้านด้วยตัวเธอเอง“สวัสดีค่ะ เช็กอินห้องรอยัลสวีทค่ะ”ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในโรงแรมที่หรูหราไม่อาจประเมินระดับดาวได้ พิมพ์ดาวก็เดินไปยังจุดเช็กอิน ยื่นเอกสารที่คน ๆ นั้น ส่งให้เธอเพื่อยืนยันการเข้าพักทันที“คุณพิมพ์ดาว คาร์ตันนะคะ”พนักงานเลือกสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษตามที่พิมพ์ดาวเอ่ยในคราแรก หญิงสาวยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้าเพื่อยืนยันตัวตน“นี่คีย์การ์ดสำหรับลิฟต์พิเศษสีทองตรงนั้นค่ะ”พนักงานยื่นคีย์การ์ดเคลือบสีทองอร่ามสะ
นับตั้งแต่วันนั้นที่ครอบครัวใหญ่ของคาร์ตันมีลูกหลานสืบสกุล เด็ก ๆ ทั้งสี่ก็เติบโตขึ้นทุกวัน ๆ พี่ใหญ่อย่างคริสเตียนและเคียร์ร่าตอนนี้ย่างเข้าสู่วัยสิบสามแล้ว ทิ้งให้คนเป็นพ่อแม่เฝ้ามองพวกเขาอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ“หมายความว่าไง พิมพ์ดาวออกไปเที่ยวกับเมียไอ้เซกิแต่พวกนายไม่มารายงาน”ไคล์ตันกับเคลวิลบินไปคุยธุรกิจแค่สามวัน ครั้นกลับมาถึงก็อยากเจอหน้าเมียรัก แต่พอถึงบ้านกลับพบเพียงความว่างเปล่า เขาถามลูกน้องที่ให้ประกบคอยดูแลภรรยารักและลูก ๆ แต่กลับพบคำตอบว่า พิมพ์ดาวแอบหนีไปเที่ยวผับเมื่อคืนก่อนกับมีนาภรรยาของเซกิ“ขอโทษครับนาย พอดีว่าคุณพิมพ์ดาวขู่เอาไว้ว่าถ้าพวกผมรายงานเรื่องนี้ให้นายทราบจะไล่พวกเราออก”ลูกน้องคนเดิมรีบละล่ำละลักรายงาน ไม่กล้าแม้จะเงยสบตาผู้เป็นนาย เหงื่อเม็ดเล็กผุดเต็มกรอบหน้าด้วยความหวาดกลัวความบกพร่องในหน้าที่‘ซวยแล้ว คำสั่งเมียเจ้านายก็น่ากลัว แต่ตอนมาอยู่ต่อหน้าเจ้านายกลับน่ากลัวกว่า’“ออกไปได้แล้ว”เป็นภูผาที่ยืนเงียบดูสถานการณ์จึงรีบโบกมือไล่ลูกน้องคนนั้นออกไปก่อ
"อันนี้เผ็ดไหมครับ?"ลูกชายหันมาสบตาแล้วถามปะป๊าด้วยท่าทางใสซื่อบริสุทธิ์ ปะป๊าที่ไม่เคยกินอาหารแบบนี้มาก่อนก็ได้แต่หันไปมองหน้าแม่ของลูก"ไม่เผ็ดครับ ชั้นบนนี้ลูกหยิบได้เลย""เย่ ๆ แล้วน้ำสีแดง ๆ อคิณทานได้ไหมครับ?"นิ้วเล็ก ๆ ชี้ไปยังน้ำอัดลมในตู้กดด้วยท่าทางตื่นเต้น ในนี้มีทั้งตู้ไอศกรีม ตู้น้ำปั่นผลไม้อีกมากมาย อัญญารินทร์ผู้เป็นแม่ก็ไม่อยากให้ลูกกินน้ำอัดลมจึงได้ถามความคิดเห็นกับพ่อของลูก"น้ำอัดลมค่ะ ให้ลูกทานไหมคะ?""นิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก"พอเรื่องที่ควรจะห้ามกลับไม่ห้ามเพราะอยากเอาใจลูก คนเป็นแม่อย่างเธอเริ่มจะทำตัวไม่ถูกอีกแล้ว ที่ผ่านมาเธอไม่ให้ลูกดื่มน้ำอัดลมเพราะกลัวลูกจะฟันผุ และมีโรคแทรกซ้อนตามมาเพราะน้ำอัดลมนั้นน้ำตาลเยอะ"เย่ ๆ ปะป๊าใจดีที่สุดเลย อคิณรักปะป๊า "อคิณน้อยกอดคอปะป๊าด้วยความดีใจและไม่ลืมที่จะบอกรักแม่ที่ยืนข้าง ๆ "รักคุณแม่ด้วย"ทางด้านคุณพ่อลูกสามก็วุ่นวายไม่แพ้กัน โชคดีมากที่ลูกคนเล็กอยู่กับคุณปู่คุณย่า ตอนนี้จึงมีแค่เด็กแฝดที่กำลังวิ่งวุ่น
# ร้านชาบูขบวนรถคันหรูของตระกูลคาร์ตันขับไปยังลานจอดรถของร้านชาบูที่อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนของลูก ๆ อย่างที่เด็ก ๆ บอกจริง ๆ คุณชายใหญ่อุ้มลูกชายลงมาจากรถแล้วเดินตรงเข้าไปในร้านที่เงียบสนิท แน่นอนว่าพวกเขาจัดการจองคิวและเหมาร้านไว้เรียบร้อยแล้ว ในร้านจะมีแต่คนของเขาเพียงเท่านั้นลูกน้องทุกคนได้อานิสงส์ผลบุญ ได้พักทานชาบูไปด้วย หากไม่ทำแบบนี้ภรรยาที่แสนดีทั้งสองคนมีงอนอย่างแน่นอน จะให้เรานั่งทานกันอย่างเอร็ดอร่อยโดยมีลูกน้องยืนมองได้อย่างไรไม่สงสารลูกน้องบ้างหรือไง? คือคำถามที่แม่ของลูกหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นโดยตลอดคุณชายใหญ่ปวดหัวขึ้นทุกวันกับความใจดีของอัญญารินทร์ เธอช่างเป็นผู้หญิงที่ใจบางเหลือเกิน เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เก็บมาคิดให้เป็นประเด็น แบบนี้จะขึ้นเป็นนายหญิงของตระกูลคาร์ตันได้อย่างไร เขายังคงตั้งคำถามกับเธอมาตลอดจนกระทั่งตอนนี้"น้องมานั่งตรงนี้สิคะ"พิมพ์ดาวบอกกับลูกสาวให้มานั่งกับพ่อแม่ แต่ลูกสาวตัวเล็กและลูกชายกลับเอาแต่เดินตามน้าพลอยและอาภูผาไม่หยุด ไม่ปล่อยให้พวกเขามีความเ
# 1 เดือนต่อมาความสัมพันธ์ของคุณชายรองกับภรรยาสาวดีขึ้นทวีคูณ ธุรกิจขนมไทยก็ขยายสาขาทั่วประเทศ การพาลูกเข้าฝึกอบรมก็เป็นไปได้ด้วยดี เด็ก ๆ ไม่งอแงและสนุกกับสิ่งที่อาชิกับอาจารย์พิเศษเป็นคนสอน พิมพ์ดาวกับพลอยชมพูก็เข้าเรียนรู้กับเด็ก ๆ ไปด้วย กิจกรรมบางอย่างจะเป็นสามีอย่างไคล์ตันที่สอนเองอย่างเช่นการฝึกยิงปืนในวันนี้ พิมพ์ดาวพลอยชมพูและอัญญารินทร์แยกออกมาฝึกกับคุณชายทั้งสองคน เด็ก ๆ ยังคงเรียนรู้ส่วนของเบื้องต้นไปก่อน ยังไม่ได้ถึงขั้นจับอาวุธ จะต้องเรียนรู้ไปตามขั้นตอนตามที่พ่อแม่คุณลุงของเขาเคยเรียนรู้มาพิมพ์ดาวที่สามีสอนกับมือทำผลงานได้ออกมาอย่างดีเยี่ยม สมกับเป็นภรรยาของมาเฟีย ส่วนพลอยชมพูที่มีพี่เลี้ยงเป็นภูผาบอดี้การ์ดมือหนึ่ง ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน แต่อัญญารินทร์ที่ถูกฝึกด้วยคุณชายใหญ่กลับทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเสียเลย ทั้งสองคนเอาแต่ทะเลาะกัน จะจับมือเพื่อฝึกยิงปืนก็ไม่ได้ จะได้ไม่ต้องกลัวแม่ของลูกก็โดนด่า" ไปพักเถอะ"คุณชายใหญ่อารมณ์เสียเดินออกไปดูดบุหรี่อยู่ข้างนอก ส่วนคนที่เหลือก็แยกย้ายกันไป







