LOGIN"มีอะไรหรือเปล่าคะ?"
พิมพ์ดาวถามออกไปด้วยท่าทางเป็นมิตร แต่อีกฝ่ายกลับชักสีหน้าไม่พอใจ และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงชวนทะเลาะมากกว่าจะสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี
"เธอเป็นอะไรกับพี่ไคล์"
คำถามที่แสดงออกถึงความสนิทสนม ทำเอาพิมพ์ดาวรู้สึกจุกแน่นที่หน้าอกขึ้นมา ทั้งสองคนคงจะสนิทกันมากถึงได้เรียกอีกฝ่ายว่า ‘พี่’ ได้ ส่วนเธอนั้นได้แต่เรียกเขาว่า ‘คุณ’
"ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ"
พิมพ์ดาวตอบไปตามข้อตกลงที่เคยให้ไว้ ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูดแล้วยังยิงคำถามอย่างตรงไปตรงมา
"ไม่เชื่อ เธอเคยเป็นผู้หญิงของพี่ไคล์ใช่ไหม"
"ไม่ใช่ค่ะ คุณน่าจะทักคนผิดแล้ว ต้องขอโทษนะคะพอดีฉันจะเข้าห้องน้ำ"
พิมพ์ดาวปฏิเสธเสียงแข็งและรีบเดินเลี่ยงออกมาอีกทางเพื่อออกจากสถานการณ์อันน่าอึดอัด ในเมื่อจบกันไปแล้วก็ไม่ควรจะพูดถึงอีก เขาเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงคนใหม่แล้วไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะรื้อฟื้น ส่วนเธอก็จะลืมเขาและเริ่มต้นชีวิตใหม่เหมือนกัน เธอและเขาเหมือนเส้นขนานที่ไม่ควรมาบรรจบกันอยู่แล้ว
กึก!
เรื่องมากมายที่อยู่ในหัวทำให้พิมพ์ดาวเดินออกมาโดยไม่ได้ดูว่ามีใครกำลังเดินสวนมาพอดี เธอเดินชนเข้ากับพนักงานเสิร์ฟเครื่องดื่มจนทำให้แก้วเครื่องดื่มหกเลอะชุดของเธอ
"ขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจ"
พนักงานสาวเอ่ยขอโทษอย่างร้อนรนกลัวว่าจะโดนเอาผิดและโดนไล่ออก เพราะแขกในงานนี้มีแต่ระดับมหาเศรษฐีทั้งนั้น อย่างที่รู้กันว่าพวกคนรวยชอบเอาแต่ใจแล้วไม่ฟังเหตุผล แต่ไม่ใช่กับผู้หญิงตรงหน้า
"ไม่เป็นไรค่ะ"
พิมพ์ดาวตอบออกไปพร้อมรอยยิ้มและยังช่วยเก็บแก้วที่ตกตามพื้น ทำเอาพนักงานและคนที่มองดูชื่นชมในความมีน้ำใจของเธอ แต่ก็มีบางส่วนที่มองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม หลายคนคิดว่าคนชนชั้นสูงไม่มีทางลดตัวไปช่วยพนักงานชั้นต่ำแบบนั้น
"คุณใจดีจังเลยค่ะ หนูช่วยเช็ดนะคะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ไปทำหน้าที่ตัวเองเถอะ"
"ขอโทษอีกครั้งนะคะ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ"
พนักงานสาวยังคงก้มหัวขอโทษพิมพ์ดาวรัว ๆ จนเป็นพิมพ์ดาวที่เดินเลี่ยงออกมาถึงห้องน้ำอีกครั้ง พิมพ์ดาวดูสภาพชุดตัวเองที่เลอะไปด้วยน้ำสีแดง
สภาพนี้คงต้องกลับแล้วมั้ง
พิมพ์ดาวเดินออกมาที่โต๊ะแต่ก็ยังไร้วี่แววของเพื่อนทั้งสองคน จึงเลือกที่จะเดินมายังหน้างานเลี้ยงเพื่อจะเรียกแท็กซี่กลับ
"ผู้ชายไม่ไปส่งเหรอ"
น้ำเสียงที่คุณเคยดังขึ้นมาจากด้านหลัง ไม่ต้องหันไปมองพิมพ์ดาวก็รู้ว่าเสียงนั้นคือเสียงของไคล์
"ไม่ค่ะ เพราะฉันกลับเองได้"
พิมพ์ดาวตัวแข็งทื่อขณะที่ตอบออกไปโดยที่ไม่หันไปมองอีกฝ่าย ที่ตอนนี้ได้มายืนอยู่ข้างเธอแล้ว
"ไม่คิดจะทักทายเลยเหรอ"
พิมพ์ดาวเริ่มสับสน ไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังทำอยู่ เธอพยายามที่จะไม่แสดงตัวว่ารู้จักกันกับเขา แต่เขากลับเดินมาทักทายเธอเสียเอง แล้วยังถามในสิ่งที่เธอทำไม่ได้
"ดื่มเหรอ?"
"ค่ะ ดื่มไปนิดหน่อยค่ะ"
นิดหน่อยของเธอคือแค่ไหนกันถึงได้หน้าแดงเป็นลูกตำลึงขนาดนั้น แล้วยังแต่งตัวโชว์เนินอกอย่างไม่อายอีก เธอทำให้เขาหงุดหงิดได้ตลอดเวลาจริง ๆ
ยิ่งเห็นสายตาอันหยาดเยิ้มของคนเมาที่กำลังมองหาใครบางคน ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด
คงจะรอไอ้นักธุรกิจหน้าใหม่คนนั้นเป็นแน่
"จบสัญญาไม่ทันไร มีผู้ชายคนใหม่แล้วเหรอ"
คำถามของเขาทำเอาพิมพ์ดาวถึงกับต้องหันไปมอง ทั้งสองสบสายตากันในรอบ เจ็ดวัน หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะควบคุมไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยทำเอาสมองที่กำลังเมามายยิ่งมึนเบลอจนทำอะไรไม่ถูก แต่เขากลับนิ่งสงบไม่น่าจะรู้สึกอะไรเลย นอกจากสมเพชในสภาพของเธอ
"ไม่ใช่ผู้ชายคนใหม่หรอกค่ะ"
พิมพ์ดาวตอบไปตามตรง เธอยังคงอ่อนโยนไม่ได้แสดงท่าทางหัวร้อนแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังคงพยายามปกปิดความลับที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเอาไว้ ไม่ให้ใครรู้สถานะที่เคยใช้ร่วมกัน แต่สุดท้ายก็โดนจับได้อยู่ดี
"ไหนบอกไม่รู้จักกัน แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้!"
เสียงของเมลินเดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่พอใจที่ไคล์ตันเดินออกมาไม่บอกเธอ
เธอไปคุยกับเพื่อนแป๊บเดียวเขาก็ทิ้งเธอเสียแล้ว แถมยังมายืนคุยกับผู้หญิงที่เธอไม่ชอบขี้หน้าอีก เซนส์ของผู้หญิงบอกว่าเธอคนนี้คือศัตรู
"มารยา ไหนเธอบอกว่าไม่รู้จักพี่ไคล์ไง!"
เมลินส่งเสียงดังจนผู้คนรอบข้างหันมามองที่พวกเขาเป็นตาเดียว ยิ่งเป็นทายาทมาเฟียผู้รวยติดอันดับของประเทศก็ยิ่งเป็นที่สนใจของผู้คนรอบข้าง
"ไม่รู้จักจริ งๆ ค่ะ ฉันแค่มายืนรอแท็กซี่"
พิมพ์ดาวเริ่มเสียงสั่น เธอเริ่มจะทำตัวไม่ถูก ก็ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนในชีวิต เธอไม่คิดว่าจะเจอเขาในงานเลี้ยง แล้วไม่คิดว่าเขาจะมาทักทายเธอแบบนี้ด้วย
"ไม่จริง พี่รู้จักเธอใช่ไหมคะ?"
เมลินหันไปถามคนตัวสูงสลับกับพิมพ์ดาว เธอโวยวายคาดคั้นหาคำตอบราวกับภรรยาที่จับได้ว่าสามีมีชู้ ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงตรงหน้ามาก่อนเธอ
แน่นอนว่าทุกคนเชื่อในสิ่งที่เห็นมองพิมพ์ดาวในแง่ลบไปแล้ว
"ตอบมาสิคะ พี่รู้จักเธอใช่ไหม"
"คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ เราสองคนไม่..."
พิมพ์ดาวพยายามแก้สถานการณ์ แต่ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค คนตัวสูงก็ตอบแทรกขึ้นมา เพราะรำคาญเมลินที่เอาแต่โวยวาย
"รู้จักดีเลยละ"
พิมพ์ดาวไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดออกมา
ทำไมเขาถึงพูดออกมาแบบนั้น เพราะตรงนี้ไม่ได้มีแค่เขาและเธอ มีผู้คนและแขกในงานเดินไปมา การที่เขาพูดออกมาแบบนั้นจะทำให้ทุกคนเข้าใจผิดเอาได้
"พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ”
เมลินเริ่มทำตัวน่ารำคาญและยังคงโวยวายไม่หยุด การกระทำของเธอเป็นสิ่งที่ไคล์ตันไม่ชอบเป็นอย่างมาก
"พิมพ์ แกมาทำอะไรตรงนี้"
ระหว่างที่สถานการณ์กำลังอึดอัด เสียงของจีน่าก็ดังขึ้นมา พิมพ์ดาวหันไปมองเพื่อนรักที่เดินเคียงคู่มากับอดีตแฟนหนุ่ม ทั้งสองเดินออกมาจากลานจอดรถ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่พิมพ์ดาวควรจะสนใจ ตอนนี้ถ้าอยากจะกลับบ้านและหายออกไปจากตรงนี้ซะมากกว่า
"พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ฉันก็เลยตั้งใจจะกลับ"
พิมพ์ดาวตอบเสียงเบาด้วยท่าทางอับอาย แล้วมองดูสภาพตัวเองที่เปรอะเปื้อนไปหมด
จีน่าเองก็เข้าใจและช่วยขอยืมสูทของอดีตคนรักมาคุมให้พิมพ์ดาวก่อน แน่นอนว่าการกระทำทั้งหมดอยู่ในสายตาของมาเฟียหนุ่มที่หวงของเป็นที่สุด
เป็นอาการที่เขาไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่ก็บอกตัวเองแค่เพียงว่า เขาไม่ชอบให้ใครมาซ้ำรอยของเขาเพียงเท่านั้น
"จะกลับเลยใช่ไหม?"
อชิรวิชญ์เอ่ยถามสองสาวตรงหน้าโดยไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย
คนรอบข้างเหมือนอากาศสำหรับเขา ไม่ว่าจะเป็นลูกคุณหนูหรือคนที่รวยล้นฟ้าแค่ไหนเขาก็ไม่ได้ใส่ใจ
"ใช่ ขอโทษนะที่ไม่ได้อยู่จนจบงานเลี้ยง"
แม้เธอจะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ก็ขอโทษไปตามนิสัยที่แก้ยังไงก็ไม่หาย แล้วยังชอบโทษตัวเองจนจีน่าต้องเตือนอยู่บ่อย ๆ
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปส่ง"
ร่างสูงเดินนำไปยังรถของตัวเอง พิมพ์ดาวเองก็เดินตามไปพร้อมกับจีน่าเพื่อนสนิท ไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า มีเพียงสายตาของอีกคนที่มองตามด้วยความไม่พอใจ
เขาไม่ยอมให้จบลงแบบนี้อย่างแน่นอน เขาไม่ชอบที่เธอทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน ทั้ง ๆ ที่เธอเคยนอนใต้ร่างเป็นของเล่นของเขามาก่อน
“หึ! อยากมากหรือ ว่าไงครับ แม่เสือสาว วันนี้จะให้ฉันจับเธอกินชุดนี้เลย หรือเปลี่ยนชุดก่อนดี หืม”ไคล์ตันปลุกปั่นอารมณ์หญิงสาวไป ตัวตนของเขาก็ขยายจนคับแน่นกางเกงสเลกสีเข้มจนปวดหนึบไม่ต่าง“พ...พี่ไคล์ อื้อ พิมพ์ ...พิมพ์งอนอยู่นะคะ อ๊ะ!”“งอน? พี่ก็งอนเธอเหมือนกัน โกรธด้วย ที่เมียกล้าแต่งตัวโป๊แบบนั้นออกไปอวดสายตาคนอื่น”“อ๊ะ อื้อ”เรียวขาทั้งสองข้างรีบหนีบเข้าหากันเมื่อมือแกร่งล้วงเข้าไปในแพนตี้ตัวจิ๋ว สัมผัสลูบวนใจกลางกลีบดอกไม้บอบบาง วนนิ้วแกร่งหยอกเอินจุดอ่อนไหวด้านนอกจนเธอแทบจะละลาย“รู้ไหมครับคุณภรรยา เด็กดื้อ แอบหนีเที่ยว ต้องโดนอะไร”เขากระซิบชิดใบหูของเธอ ไอร้อนเป่ากระทบจนขนอ่อนชูชันพิมพ์ดาวได้แต่กัดริมฝีปาก เบียดต้นขาเข้าหากันเมื่อมือแกร่งไม่ยอมแตะต้องเข้าไปด้านใน เอาแต่เล้าโลมจุดซ่านเสียวของเธอให้ลุ้นทุกการขยับเล่น“ค่ะ เชิญพี่ไคล์ทำโทษพิมพ์ได้เลย อื้อ พิมพ์ อ๊ะ”พรึ่บ!ยังไม่ทันจะได้เอื้อนเอ่ยจบ พิมพ์ดาวก็ถูกพลิกตัวให้กลับมา
ก่อนหน้านี้สองวัน พิมพ์ดาวได้รับคลิปสามีนอนเปลือยท่อนบนโดยข้าง ๆ มีแหม่มสาวผมสีทองนอนกอดเขาอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน คราแรกเธอก็ตกใจที่เห็นคลิปแต่เหมือนภาพนิ่งมากกว่าเพราะไคล์ตันไม่กระดุกกระดิกใด ๆ เป็นเพียงคนหลับลึกคนหนึ่งเธอจึงตั้งสติและสังเกตร่างกายของสามีที่ไร้ร่องรอยรักใด ๆ บนผิวกาย ซึ่งผิดวิสัยคนที่ชอบมีเซกซ์รุนแรงอย่างเขา พิมพ์ดาวไม่รอช้ารีบโทรกลับไปยังปลายทางที่ส่งคลิปมา สุดท้ายเธอจึงได้รับคำเชิญจากคน ๆ นั้น ให้เดินทางมาที่นี่ด้วยตัวคนเดียว เพื่อทำสัญญาธุรกิจพันล้านด้วยตัวเธอเอง“สวัสดีค่ะ เช็กอินห้องรอยัลสวีทค่ะ”ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในโรงแรมที่หรูหราไม่อาจประเมินระดับดาวได้ พิมพ์ดาวก็เดินไปยังจุดเช็กอิน ยื่นเอกสารที่คน ๆ นั้น ส่งให้เธอเพื่อยืนยันการเข้าพักทันที“คุณพิมพ์ดาว คาร์ตันนะคะ”พนักงานเลือกสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษตามที่พิมพ์ดาวเอ่ยในคราแรก หญิงสาวยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้าเพื่อยืนยันตัวตน“นี่คีย์การ์ดสำหรับลิฟต์พิเศษสีทองตรงนั้นค่ะ”พนักงานยื่นคีย์การ์ดเคลือบสีทองอร่ามสะ
นับตั้งแต่วันนั้นที่ครอบครัวใหญ่ของคาร์ตันมีลูกหลานสืบสกุล เด็ก ๆ ทั้งสี่ก็เติบโตขึ้นทุกวัน ๆ พี่ใหญ่อย่างคริสเตียนและเคียร์ร่าตอนนี้ย่างเข้าสู่วัยสิบสามแล้ว ทิ้งให้คนเป็นพ่อแม่เฝ้ามองพวกเขาอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ“หมายความว่าไง พิมพ์ดาวออกไปเที่ยวกับเมียไอ้เซกิแต่พวกนายไม่มารายงาน”ไคล์ตันกับเคลวิลบินไปคุยธุรกิจแค่สามวัน ครั้นกลับมาถึงก็อยากเจอหน้าเมียรัก แต่พอถึงบ้านกลับพบเพียงความว่างเปล่า เขาถามลูกน้องที่ให้ประกบคอยดูแลภรรยารักและลูก ๆ แต่กลับพบคำตอบว่า พิมพ์ดาวแอบหนีไปเที่ยวผับเมื่อคืนก่อนกับมีนาภรรยาของเซกิ“ขอโทษครับนาย พอดีว่าคุณพิมพ์ดาวขู่เอาไว้ว่าถ้าพวกผมรายงานเรื่องนี้ให้นายทราบจะไล่พวกเราออก”ลูกน้องคนเดิมรีบละล่ำละลักรายงาน ไม่กล้าแม้จะเงยสบตาผู้เป็นนาย เหงื่อเม็ดเล็กผุดเต็มกรอบหน้าด้วยความหวาดกลัวความบกพร่องในหน้าที่‘ซวยแล้ว คำสั่งเมียเจ้านายก็น่ากลัว แต่ตอนมาอยู่ต่อหน้าเจ้านายกลับน่ากลัวกว่า’“ออกไปได้แล้ว”เป็นภูผาที่ยืนเงียบดูสถานการณ์จึงรีบโบกมือไล่ลูกน้องคนนั้นออกไปก่อ
"อันนี้เผ็ดไหมครับ?"ลูกชายหันมาสบตาแล้วถามปะป๊าด้วยท่าทางใสซื่อบริสุทธิ์ ปะป๊าที่ไม่เคยกินอาหารแบบนี้มาก่อนก็ได้แต่หันไปมองหน้าแม่ของลูก"ไม่เผ็ดครับ ชั้นบนนี้ลูกหยิบได้เลย""เย่ ๆ แล้วน้ำสีแดง ๆ อคิณทานได้ไหมครับ?"นิ้วเล็ก ๆ ชี้ไปยังน้ำอัดลมในตู้กดด้วยท่าทางตื่นเต้น ในนี้มีทั้งตู้ไอศกรีม ตู้น้ำปั่นผลไม้อีกมากมาย อัญญารินทร์ผู้เป็นแม่ก็ไม่อยากให้ลูกกินน้ำอัดลมจึงได้ถามความคิดเห็นกับพ่อของลูก"น้ำอัดลมค่ะ ให้ลูกทานไหมคะ?""นิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก"พอเรื่องที่ควรจะห้ามกลับไม่ห้ามเพราะอยากเอาใจลูก คนเป็นแม่อย่างเธอเริ่มจะทำตัวไม่ถูกอีกแล้ว ที่ผ่านมาเธอไม่ให้ลูกดื่มน้ำอัดลมเพราะกลัวลูกจะฟันผุ และมีโรคแทรกซ้อนตามมาเพราะน้ำอัดลมนั้นน้ำตาลเยอะ"เย่ ๆ ปะป๊าใจดีที่สุดเลย อคิณรักปะป๊า "อคิณน้อยกอดคอปะป๊าด้วยความดีใจและไม่ลืมที่จะบอกรักแม่ที่ยืนข้าง ๆ "รักคุณแม่ด้วย"ทางด้านคุณพ่อลูกสามก็วุ่นวายไม่แพ้กัน โชคดีมากที่ลูกคนเล็กอยู่กับคุณปู่คุณย่า ตอนนี้จึงมีแค่เด็กแฝดที่กำลังวิ่งวุ่น
# ร้านชาบูขบวนรถคันหรูของตระกูลคาร์ตันขับไปยังลานจอดรถของร้านชาบูที่อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนของลูก ๆ อย่างที่เด็ก ๆ บอกจริง ๆ คุณชายใหญ่อุ้มลูกชายลงมาจากรถแล้วเดินตรงเข้าไปในร้านที่เงียบสนิท แน่นอนว่าพวกเขาจัดการจองคิวและเหมาร้านไว้เรียบร้อยแล้ว ในร้านจะมีแต่คนของเขาเพียงเท่านั้นลูกน้องทุกคนได้อานิสงส์ผลบุญ ได้พักทานชาบูไปด้วย หากไม่ทำแบบนี้ภรรยาที่แสนดีทั้งสองคนมีงอนอย่างแน่นอน จะให้เรานั่งทานกันอย่างเอร็ดอร่อยโดยมีลูกน้องยืนมองได้อย่างไรไม่สงสารลูกน้องบ้างหรือไง? คือคำถามที่แม่ของลูกหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นโดยตลอดคุณชายใหญ่ปวดหัวขึ้นทุกวันกับความใจดีของอัญญารินทร์ เธอช่างเป็นผู้หญิงที่ใจบางเหลือเกิน เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เก็บมาคิดให้เป็นประเด็น แบบนี้จะขึ้นเป็นนายหญิงของตระกูลคาร์ตันได้อย่างไร เขายังคงตั้งคำถามกับเธอมาตลอดจนกระทั่งตอนนี้"น้องมานั่งตรงนี้สิคะ"พิมพ์ดาวบอกกับลูกสาวให้มานั่งกับพ่อแม่ แต่ลูกสาวตัวเล็กและลูกชายกลับเอาแต่เดินตามน้าพลอยและอาภูผาไม่หยุด ไม่ปล่อยให้พวกเขามีความเ
# 1 เดือนต่อมาความสัมพันธ์ของคุณชายรองกับภรรยาสาวดีขึ้นทวีคูณ ธุรกิจขนมไทยก็ขยายสาขาทั่วประเทศ การพาลูกเข้าฝึกอบรมก็เป็นไปได้ด้วยดี เด็ก ๆ ไม่งอแงและสนุกกับสิ่งที่อาชิกับอาจารย์พิเศษเป็นคนสอน พิมพ์ดาวกับพลอยชมพูก็เข้าเรียนรู้กับเด็ก ๆ ไปด้วย กิจกรรมบางอย่างจะเป็นสามีอย่างไคล์ตันที่สอนเองอย่างเช่นการฝึกยิงปืนในวันนี้ พิมพ์ดาวพลอยชมพูและอัญญารินทร์แยกออกมาฝึกกับคุณชายทั้งสองคน เด็ก ๆ ยังคงเรียนรู้ส่วนของเบื้องต้นไปก่อน ยังไม่ได้ถึงขั้นจับอาวุธ จะต้องเรียนรู้ไปตามขั้นตอนตามที่พ่อแม่คุณลุงของเขาเคยเรียนรู้มาพิมพ์ดาวที่สามีสอนกับมือทำผลงานได้ออกมาอย่างดีเยี่ยม สมกับเป็นภรรยาของมาเฟีย ส่วนพลอยชมพูที่มีพี่เลี้ยงเป็นภูผาบอดี้การ์ดมือหนึ่ง ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน แต่อัญญารินทร์ที่ถูกฝึกด้วยคุณชายใหญ่กลับทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเสียเลย ทั้งสองคนเอาแต่ทะเลาะกัน จะจับมือเพื่อฝึกยิงปืนก็ไม่ได้ จะได้ไม่ต้องกลัวแม่ของลูกก็โดนด่า" ไปพักเถอะ"คุณชายใหญ่อารมณ์เสียเดินออกไปดูดบุหรี่อยู่ข้างนอก ส่วนคนที่เหลือก็แยกย้ายกันไป







