Mag-log inใบหน้าหวานร้อนผ่าว ลมหายใจถูกพรากออกจากอกวูบหนึ่ง ร่างเล็กยืนชะงักไปหลายวินาที ไม่คิดว่าเขาจะเข้ามารอเธอถึงในคลับ
“เข้ามาสิ จะยืนนิ่งอีกนานไหม?” เสียงทุ้มต่ำออกคำสั่ง เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเอาแต่ยืนอ้ำอึ้งอยู่หน้าประตู ใบหน้าของเธอมันชวนให้รู้สึกหงุดหงิด “ค่ะ..” เสียงตอบเบาหวิว มือเล็กกำเข้าหากันแน่น ความรู้สึกเย็นวาบทั่วทั้งร่าง ใบชารู้สึกว่าตัวเองตัวสั่น เมื่อเจอกับคนที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมากที่สุด แต่เขามักเข้ามาปรากฏอยู่ต่อหน้าของเธอเสมอ “ทำไม เห็นพี่แล้วตกใจมากเลยหรอ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเอาแต่ยืนตัวแข็งทื่อ มุมปากแสยะยิ้มออกมาอย่างเยาะเย้ย เพราะเขาคือคนถือไพ่เหนือกว่า “เปล่าค่ะ” ร่างเล็กทำเป็นไม่สนใจกับสิ่งที่ติณณ์ถาม ทว่า ในใจกลับรู้สึกหนักอึ้งจนชาหนึบ เธอกำลังหวาดกลัว กลัวทุกอย่างที่เป็นเขา แววตากดดันจ้องเธอไม่เลิก จนทำให้ร่างเล็กรีบก้มหลบหน้า ใบชารีบก้าวเข้ามา แล้วยื่นมือรินไวท์ลงในแก้วช้าๆ โดยการกระทำเหล่านั้นตกอยู่ในสายตาคู่คมตลอดเวลา ใบหน้าคมคายมองร่างเล็กอย่างรู้สึกพอใจ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับใบชาเลยสักนิด มันมีแต่ความโกรธเกลียด และความรู้สึกอยากเอาชนะ ท่าทางหยิ่งยโสของเธอนั่นแหละมันทำให้รู้สึกหมั่นไส้ “มานั่งตรงนี้” เสียงทุ้มเย็นเอ่ย พลางตบมือลงบนตักของตัวเอง เชิญชวนให้ร่างเล็กเข้ามานั่ง สายตาคู่คมตวัดขึ้นมองนิ่ง ใช้ท่าทีแข็งกร้าวข่มขู่ให้เธอกลัว ความร้อนวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ประโยคนั้นมันทำให้ลมหายใจสะดุดราวกับโลกที่หยุดหมุน มือไม้เริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ทำไมเขาถึงได้ชอบบังคับนัก “มะ..ไม่ค่ะ” เสียงหวานกลั้นใจเอ่ยออกไป ก่อนจะกัดริมฝีปากและกำมือแน่น แต่เพียงเสี้ยววินาที มือหนาก็กระชากแขนของคนตัวเล็ก จนร่างเซถลาล้มลงบนตักแกร่ง “อึก! จะ..ทำอะไร?” “ทำไมชอบทำให้หงุดหงิดอยู่เรื่อย” เขาล็อกแขนของคนตัวเล็กเอาไว้แน่น จนไม่สามารถขยับดิ้นหนี ใบหน้าคมคายเลื่อนเข้ามาใกล้กับลำคอขาว ความรู้สึกร้อนผ่าวจากลมหายใจ ทำให้ใบชารีบเอนตัวหนี “ปล่อยชา” “หึ! ยอมพี่ได้แล้ว ใบชา..” เสียงเยือกเย็นเอ่ยข้างใบหู ก่อนฝังจูบลงบนซอกคออย่างแผ่วเบา เขาตั้งใจขู่ให้ร่างเล็กกลัวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะถ้าเธอไม่ยอมดีๆ ต่อจากนี้มันจะเป็นการบังคับ “เลิกทำแบบนี้ซักทีเถอะนะคะ พี่ติณณ์” เป็นอีกครั้งที่คนตัวเล็กพูดขอร้องอ้อนวอน แต่เขากลับเผยรอยยิ้มขึ้นมาบนมุมปากหยัก กระต่ายตัวนี้ไม่มีทางหนีรอด ต่อให้ขอร้องกี่ครั้ง เขาก็ไม่มีทางปล่อยเธอไป “งั้นก็ยอมสิ แล้วพี่จะใจดีด้วย” คำพูดของเขาหนีไม่พ้นการบังคับ มันบีบหัวใจของเธอให้เจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก หลังจากความเงียบไหลเข้าไปในอากาศพักใหญ่ ร่างเล็กก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ชาบอกพี่ติณณ์แล้วว่าไม่รับข้อเสนอ ฟังกันบ้างเถอะค่ะ” “แล้วพี่ควรทำยังไงให้ชายอมล่ะ” “…….” “ตอบมาสิ คนสวย” เสียงทุ่มต่ำเอ่ยถาม พร้อมกับคลอเคลียอยู่ข้างใบหู ร่างเล็กรู้สึกสะท้านทุกครั้งที่โดนสัมผัส ใบหน้าหวานแดงก่ำกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล สิ่งที่เขากำลังทำมันไม่ต่างอะไรจากการลวนลามเลยสักนิด เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับจากคนร่างเล็ก ใบหน้าหล่อก็โน้มลงมากดฝังจมูกอยู่กับพวงแก้มนิ่มอีกครั้ง เขาพยายามใจดีกับเธอมาตลอด แต่ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะไม่ยอมเชื่อฟัง และเอาแต่หนี “อื้อ พะ..พี่ติณณ์ ปล่อยชานะ” ร่างเล็กเบี่ยงหน้าหนี ลมหายใจร้อนโดนกระแทกใส่ข้างหูหนักๆ ดูเหมือนคนร่างสูงกำลังอารมณ์ไม่ดีเพราะคำพูดเมื่อกี้ ใบชาทำได้เพียงนั่งนิ่ง หวังว่าเขาจะใจเย็นลงและยอมปล่อยเธอไป “ชาไม่มีทางหนีพ้น จำไว้” เสียงทุ้มเย็นถูกกระซิบผ่านใบหู ก่อนร่างสูงจะผละออก ปล่อยให้เธอลุกออกจากตัก ใบชาตัวสั่นเทิ้มทั้งร่าง ก่อนจะรีบก้าวเรียวยาวออกจากห้อง โดยไม่ได้หันมามองใบหน้าหล่อเลยแม้แต่น้อย ใบชารู้สึกโล่งใจที่เขาไม่ได้ตามมาส่งถึงห้อง ตอนนั่งรถกลับ ร่างเล็กรู้สึกพะวงตลอดเวลา เพราะกลัวว่าจะโดนตามเหมือนครั้งที่แล้ว ยิ่งเขามาดักรอบ่อยๆ มันยิ่งทำให้ความหวาดระแวงเพิ่มมากขึ้น ร่างเล็กถอนหายใจออกมาเบาๆเพื่อระบายความกังวล พอนึกถึงเรื่องที่น้ำขิงบอกให้แจ้งความ มือเล็กก็รีบล้วงหยิบโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าแล้วแชตหาเพื่อนทันที แชต : น้ำขิง ใบชา : ขิง เขาตามชาอีกแล้ว วันนี้ตามมาถึงคลับเลย น้ำขิง : จริงหรอ? น่ากลัวมาก ฉันบอกแกแล้วว่าให้แจ้งความ ใบชา : เอาไงดี? น้ำขิง : ไปเถอะ ไปพรุ่งนี้เลย เดี๋ยวขิงพาไป ใบชา : อื้ม Read… วันต่อมา.. หลังจากลงบันทึกประจำวันไว้เรียบร้อย ทั้งสองก็ออกมาหาอะไรกินอยู่ร้านอาหารแถวนั้น จู่ๆ คำขู่ของติณณ์ก็แล่นเข้ามาในหัว ร่างเล็กพยายามสะบัดมันทิ้ง เพราะไม่อยากให้ตัวเองรู้สึกหนักใจไปมากกว่านี้ “ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนดีแล้ว กลับไปแกก็ไม่ต้องคิดอะไรมากนะชา” น้ำขิงพยายามพูดปลอบใจ เพราะเห็นเพื่อนเหม่อลอยตลอดเวลา เธอรู้สึกเป็นห่วงกลัวว่าเพื่อนจะแพนิค “อื้ม ขอบคุณขิงมากเลยนะที่พามา” น้ำเสียงเศร้าบอกถึงความกังวลหนักอึ้งอยู่ภายในใจ ร่างเล็กทำได้แค่ภาวนาขอให้เขาอย่าตามเธออีก “ก็ชาเป็นเพื่อนขิงนี่ หรือถ้าไม่สบายใจจริงๆให้ขิงไปอยู่เป็นเพื่อนก็ได้นะ” “อื้ม เอาไว้ก่อนก็ได้ ชาไม่อยากทำให้ขิงลำบากไปด้วย” “ยัยชานี่นะ ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอก” ร่างเล็กพยักหน้าเบาๆ ความกังวลยังมีอยู่ในใจ แต่เธอไม่อยากลากเพื่อนมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะถ้าเขาทำอะไรขึ้นมาจริงๆ น้ำขิงจะพลอยตกที่นั่งลำบากไปด้วย หลังจากกลับมาถึงห้อง ใบชาก็คว้าผ้าขนหนูแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานร่างเล็กก็ออกมาพร้อมกับใส่ชุดนอนเรียบร้อย ใบชาค่อยๆก้าวขึ้นนอนบนเตียงแล้วคว้าเอาโทรศัพท์อยู่หัวมุมโต๊ะมาเช็กดู แต่ทันทีที่เปิดหน้าจอสว่างขึ้นก็ต้องรู้สึกแปลกใจ เมื่อมีเพื่อนใหม่เพิ่มเข้ามาในไลน์ มือเล็กเลื่อนแตะหน้าจอเข้าไปดู ทว่า ก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อเห็นชื่อคนที่เพิ่มเพื่อนเข้ามา เป็นไปไม่ได้!! เขาได้ไอดีเธอมาจากไหน -ติณณ์เพิ่มเพื่อน- 3 ข้อความยังไม่ได้เปิดอ่าน มือเล็กสั่นเทา ริมฝีปากถูกกัดจนมันห้อเลือด หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ เพราะทำอะไรไม่ถูก หลังจากชั่งใจอยู่พักหนึ่ง ปลายนิ้วเรียวก็แตะเข้าไปดูในช่องแชต แชต : ติณณ์ ติณณ์ : -ส่งรูปภาพ- ติณณ์ : จะเอาแบบนี้ใช่ไหมครับ ติณณ์ : ถ้าทำอีก รู้นะว่าต้องโดนอะไร ใบชาขอบตาร้อนผ่าว หัวใจดวงน้อยปวดหนึบ เมื่อความจริงตอกหน้ากลับมา บอกว่าเธอไม่มีทางหนีเขาได้ ร่างเล็กได้แต่ก้มหน้าร้องไห้ออกมาด้วยความสิ้นหวัง#20.30 น. คลับดวงตาคมเข้มฉายแววความเจ็บปวดและรู้สึกผิด เมื่อตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้เพื่อนสนิทฟังตั้งแต่ต้นจนจบ แม้ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะยอมปริปากพูด แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว“เรื่องนี้หรอที่มึงอยากปรึกษากู”แทนยกคิ้วขึ้นเป็นคำถามอย่างประหลาดใจ เมื่อฟังเรื่องที่ฝ่ายตรงข้ามเล่าจนจบ เพื่อนของเขาไปโดนตัวไหนมา จู่ๆ ถึงกลับคำพูดของตัวเองจนผิดปกติ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีมาก“อื้อ”“อันดับแรกนะ มึงต้องหยุดบังคับน้องก่อน แล้วค่อยเข้าหาด้วยความนุ่มนวล”“นี่มึงแนะนำเหี้ยไรให้กูเนี้ย”เสียงทุ้มเย็นพูดตอบกลับเพื่อน เพราะเขากำลังจริงจังอยู่ แต่แทนกลับพูดติดเล่นราวกับว่ามันไม่สำคัญ“กูพูดจริง มึงไม่ควรบังคับใบชา ถ้าอยากให้น้องหันกลับมามองแบบคนปกติ”แทนกดเสียงเน้นย้ำสิ่งที่ตัวเองพูด และอยากฝังมันเข้าไปในโสตประสาทของติณณ์สักที เพราะบอกอะไรแล้วชอบทำหูทวนลม“ที่ผ่านมากูคงเหี้ยมากสินะ”“เหี้ยมาก มึงเพิ่งรู้ตัวหรอ?”แทนพูดแทงใจดำและหรี่ตามองเพื่อนสนิท เมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามทำหน้าเศร้าและสำนึกผิด มือเผลอกำเข้าหากันแน่น ราวกับรู้สึกโกรธตัวเองในสิ่งที่ทำลงไป เขาจึงเปลี่ยนถามถึงเรื่องอื่นแทน“แล้วจ
หลังจากเลิกเรียน ทั้งสองก็ลงมาเจอกันด้านล่าง ระหว่างนั่งเรียนช่วงบ่าย น้ำขิงเอาแต่ครุ่นคิดว่าจะช่วยใบชายังไงดี จนกระทั่งพี่ชายทักมา“วันนี้ไปกินหมูกระทะกันไหม พี่อาร์ทชวน”“อื้อ เอาสิ”เสียงหวานตอบแผ่วเบา วันนี้ร่างเล็กรู้สึกเหนื่อยล้ามากกว่าปกติ ทว่า เมื่อน้ำขิงชวน ใบชาก็ไม่คิดจะปฏิเสธ เพราะนานทีจะได้ไปนั่งกินหมูกระทะด้วยกันหลังจากยืนรออาร์ทมารับ มือเรียวก็ล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมา ก่อนจะปลดล็อกหน้าจอและแตะเข้าไปในแชตของติณณ์แชต : ติณณ์ใบชา : วันนี้ไปกินหมูกระทะกับเพื่อนนะคะ บอกพี่ปันไม่ต้องมารับก็ได้ เดี๋ยวชาให้เพื่อนไปส่งติณณ์ : อืมเมื่อพิมพ์บอกเขาเสร็จเรียบร้อย ใบชาก็เก็บมือถือกลับใส่เข้ากระเป๋าอย่างเดิม เพราะออกมาข้างนอก เธอไม่อยากแม้แต่จะหยิบมันขึ้นมาเช็ก เพราะกลัวเห็นว่ามีข้อความของติณณ์ฝากเอาไว้รอไม่นานรถของอาร์ทก็แล่นมาจอดยังหน้าตึกคณะของทั้งสอง เมื่อเห็นว่ารถจอดนิ่งแล้ว น้ำขิงจึงชวนใบชาขึ้นรถทันที“ไปกันเถอะยัยชา”ขาเรียวก้าวเดินกำลังจะเปิดประตูขึ้นเบาะหลัง แต่กลับโดนเพื่อนห้ามเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม“ไม่ แกไปนั่งข้างหน้ากับพี่อาร์ทเลย ฉันจะนั่งเบาะ
“อื้อ ”ริมฝีปากหยักฝังเขี้ยวลงบนพวงแก้มนิ่ม ไอร้อนจากลมหายใจพ่นลงกระทบผิวบนใบหน้าหวาน ขณะเธอกำลังหลับ มันน่าเอ็นดูจนเขาอยากรังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเปลือกตาบางค่อยๆปรือขึ้น เมื่อใบหน้าหล่อกำลังซุกไซร้ลากกัดลงมาตามลำคอขาว ก่อนเสียงงัวเงียจะดังขึ้นข้างหูของติณณ์“อื้อ วันนี้ชาไปเรียนนะคะ”ร่างสูงผละออกมองใบหน้าหวานเพิ่งตื่น พร้อมกับพ่นลมร้อนเป่ารดผิวของเธอ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น“จะทำหรือไม่ทำ”“ก็ได้ค่ะ แต่แค่รอบเดียวนะคะ เดี๋ยวชาไปเรียนไม่ไหว”เธอตอบรับอย่างว่าง่าย เพราะรู้อยู่แล้วหากขัดขืนต้องโดนบังคับ และติณณ์คงไม่ยอมให้ไปเรียน ใบชาจึงยอมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ริมฝีปากหนาประจูบบนอวัยวะเดียวกัน ตวัดดูดลิ้นควานหาความหวาน มือหนาเลื่อนขึ้นมาตามแนวสะโพก สัมผัสชวนวูบไหว ทำให้ริมฝีปากบางเผยออ้าให้อย่างลืมตัวใบหน้าหล่อเลื่อนลงมาตามร่องอก ลากไล้กัดฝากรอยคมเขี้ยวเอาไว้ก่อนจะเม้มจูบต่ำลงไปยังจุดใต้สะดือขาเรียวถูกแยกออก ดวงตากลมมองดูกลีบอวบอูม ปริซึมไปด้วยน้ำรัก ก่อนจะกดปลายจมูกฝังลงบนร่องแคบอย่างกระหาย“อ๊ะ~ชาไม่”“อื้ม”ลิ้นร้อนตวัดเลียลงบนร่องอูมชื้นแฉะไปด้วยน้ำหวาน ทั้งยังแหย่เข้
เมื่อกลับมาถึงคอนโด ร่างสูงเอาแต่นิ่งยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างนอก โดยปล่อยให้ใบชานั่งรออยู่บนโซฟา เธอได้แต่ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ตัวสั่นสะท้านเพราะคาดเดาอารมณ์ของฝ่ายตรงข้ามไม่ถูก เสียงประตูเลื่อนเปิด ทำให้ร่างเล็กสดุ้งเฮือก ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าไปมองคนตัวสูงกำลังเดินแทรกกายเข้ามาด้านใน กลิ่นจางจากควันบุหรี่ลอยมาปะทะจมูก ใบหน้าหวานเห่อร้อนกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าสายตาคู่คมกำลังจับจ้องและโน้มตัวลงมาใกล้ ร่างเล็กหัวใจเต้นแทบจะหลุดออกมาข้างนอก ก่อนจะรีบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดขัด “ดะ เดี๋ยวชาทำให้ใจเย็นลงนะคะ” “อื้อ ทำสิ” เขาพ่นลมหายใจกระแทกลงบนหน้าหวาน จงใจให้ร่างเล็กรับรู้ว่า หากทำให้พอใจไม่ได้มันจะเกิดอะไรขึ้น เพราะต้นเหตุมันเกิดจากเธอที่ทำให้เขาอารมณ์ร้อนมากขนาดนี้ ใบชาสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะรวบรวมความกล้าหันไปเผชิญหน้ากับคนร่างสูง เธอปีนขึ้นไปนั่งบนตักแกร่ง พร้อมกับผลักหน้าอกลงไปบนพนักพิงโซฟาอย่างแผ่วเบา มุมปากหยักยกยิ้ม เมื่อเห็นว่าเธอกล้ามากกว่าที่คิด ฝ่ามือเย็นเฉียบวางลงบนสะโพกบาง บีบลงบนผิวเนื้อแรงๆ ทำให้คนบนตักเอนตัวหนี จนคิ้วหนายกขึ้นเป็นคำถาม “ทำสิครับ รออะไร” ความคิดของใบชากร
#21.24 น. คลับเมื่อรู้ว่าใบชาจะมาที่คลับของเพื่อนสนิท ติณณ์ก็เข้ามานั่งในโซนวีไอพีรออยู่ก่อนแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยากให้เธออยู่ในสายตา ทั้งที่รู้สึกเกลียดและเก็บเอาไว้ระบายอารมณ์เฉยๆ แต่ก็อดตามมาดูไม่ได้มือหนายกแก้วไวท์ขึ้นจิบเรื่อยๆ สายตาคู่คมจับจ้องใบหน้าหวานอยู่อีกฟากของกระจกอย่างใจเย็น ติณณ์แค่อยากมาเห็นกับตาว่าไม่มีใครมายุ่งกับคนของเขาแกร็ก..เสียงเปิดประตูดังขึ้น ร่างสูงเดาได้ไม่ยากว่าคือใคร แม้ไม่ได้หันกลับไปมอง แววตาแข็งกร้าวยังคงจ้องร่างเล็กไม่ให้คลาดสายตา ยิ่งเธอนั่งหันหน้าอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา มันยิ่งมองเห็นได้อย่างชัดเจน“ไม่คิดจะทักทายกูหน่อยหรอ หายหน้าไปตั้งนาน”แทนเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่แม้แต่จะหันหน้ามามอง จึงเอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศ“มึงต้องการอะไรจากกู”ร่างสูงหันกลับมาเผชิญกับเพื่อนสนิท มองหน้านิ่งอย่างเอาเรื่อง ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงซัดล้มลงไปกองกับพื้น โทษฐานชอบเข้ามาขัดจังหวะ“เปล่า นานๆทีเพื่อนกูจะแวะมา หรือว่า..มึงมาเพราะเหตุผลอื่น”แทนจงใจพูดแทงใจดำ และมันก็ได้ผล เพราะทำให้คนกำลังยืนอยู่เดินกลับมานั่งลงบนโซฟาอย่างหัวเสีย“อย่ากวนตีนให้มันมาก”“กูล้อเล่นน่า นี่ถ
ผ่านไป 2 เดือน ร่างเล็กนั่งทอดกายอยู่บนโซฟา สายตาจับจ้องหนังสือในมือกวาดอ่านอย่างตั้งใจ ช่วงนี้ใบชาแทบจะไม่อยากออกไปไหนเลย จึงเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ไล่อ่านหนังสือบนชั้นจนเกือบครบทุกเล่ม เธอไม่ได้รู้สึกเกร็งเหมือนตอนแรก แม้บางอย่างติณณ์จะทำให้หวาดกลัวอยู่บ้าง แต่รวมๆแล้วมันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ เขาให้อิสระและไม่ได้ใช้ความรุนแรง แม้ใบชาจะคิดอยู่บ้างว่าเป็นเพราะยอมตาใจ เขาจึงไม่ใจร้าย หากหงุดหงิดก็มีบ้างเป็นบางคราวที่มาระบายอารมณ์กับเธอ แต่พอไม่ได้ขัดขืนมันกลับทำให้ทุกอย่างเบาลง ร่างเล็กถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะความคิดอื่นแทรกเข้ามาในหัว มันผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วที่ใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ “จะไปตอนไหน เดี๋ยวให้ปันไปส่ง” ร่างสูงเดินผ่านประตูเข้ามาในห้อง แววตาคมจ้องใบหน้าหวานอย่างต้องการคำตอบ เมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ โดยไม่ทันรู้ตัวว่าเขาเดินเข้ามานานแล้ว ใบชาสดุ้งเล็กน้อย ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยความร้อนรน “จะไปแล้วค่ะ” ร่างเล็กรีบปิดหนังสือเก็บใส่เข้ากระเป๋าอย่างเดิม บางครั้งเธอก็ภาวนาว่าขอให้ติณณ์เบื่อเร็วๆ จะได้ยอมปล่อยไปสักที แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไห







