Home / โรแมนติก / กรงขังสีกุหลาบ / มื้อเช้าที่อาบด้วยหยาดน้ำแข็ง

Share

มื้อเช้าที่อาบด้วยหยาดน้ำแข็ง

Author: Sanassetong
last update Last Updated: 2026-02-13 12:33:15

แสงอาทิตย์ยามเช้าลอดผ่านหน้าต่างบานสูงของห้องอาหาร แต่มันกลับไม่อาจมอบความอบอุ่นให้แก่บรรยากาศได้เลย เพราะเมื่อวานตอนค่ำที่เกิดเหตุการณ์บนโต๊ะอาหารนั้นขึ้นเซบาสเตียนก็พึ่งจะกลับมา เขากลับมาโดยท่าทีที่อ่อนลงกว่าเดิม เอเลนอร์ นั่งอยู่ที่ปลายสุดของโต๊ะไม้โอ๊กยาวเหยียดที่สามารถจุคนได้นับสิบคน โดยมี เซบาสเตียน นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอีกฝั่งหนึ่ง ระยะห่างระหว่างพวกเขาไกลเสียจนแทบจะมองเห็นรายละเอียดบนใบหน้าของกันและกันไม่ชัด

เสียงเดียวที่ดังขึ้นคือเสียงช้อนเงินกระทบขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาแพง บ่าวรับใช้ยืนเรียงรายอยู่ตามผนังห้องด้วยท่าทางสงบนิ่งประดุจรูปปั้น เพราะเหตุการณ์เมื่อค่ำนั้นทำให้พวกเขายังฝังใจอยู่ มันยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยวที่เอเลนอร์กำลังเผชิญ

"อาหารไม่ถูกปากงั้นหรือ?"

เสียงของเซบาสเตียนดังก้องกังวานมาจากอีกฟากของโต๊ะ เขาพยายามจะพูดให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน เขาไม่เชื่อว่าหากพยายามพูดคุยกับเธอซ้ำๆจะไม่ได้ผล

"หรือว่าเชฟที่ผมจ้างมาจากฝรั่งเศส ฝีมือยังสู้คนครัวเก่าๆ ในรูหนูของคุณไม่ได้?"

แต่คำพูดของเขาก็เพื่อจะให้เธอหันมาสนใจเท่านั้น จนในที่สุดเอเลนอร์ก็สนใจในคำพูดเขาจริงๆ เธอวางช้อนลงนิ่งๆ เธอไม่แม้แต่จะตะโกนตอบ แต่ใช้เสียงที่กังวานใสทว่าเย็นเยียบ

"รสชาติอาหารน่ะดีค่ะ... แต่บรรยากาศมันชวนให้กลืนไม่ลง"

"บรรยากาศ?"

เซบาสเตียนหัวเราะหยัน

"คุณควรจะชินได้แล้วนะเอเลนอร์ นี่คือความมั่งคั่งที่พ่อคุณไม่เคยมีให้ ทุกอย่างที่วางอยู่ตรงหน้าคุณ... แม้แต่เกลือเม็ดเดียว มันก็คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าตอนนี้ผมอยู่เหนือคุณ"

เดิมที่เขาอยากพูดคุยเพื่อให้ทั้งสองรู้สึกดี แต่สุดท้ายก็กลับกัน

"คุณอาจจะอยู่เหนือฉันด้วยตัวเลขในบัญชีธนาคาร"

เอเลนอร์พูดขึ้นและเงยหน้าขึ้น สบตาเขาผ่านระยะห่างของโต๊ะอาหาร

"แต่การนั่งอยู่บนยอดเขาที่สร้างจากกองเงิน แล้วตะโกนใส่คนที่คุณขังไว้... มันไม่ได้ทำให้คุณดูสูงส่งขึ้นหรอกค่ะ มันยิ่งทำให้คุณดูเหมือน... คนขี้เหงาที่พยายามจะซื้อเพื่อนคุยด้วยสัญญาซื้อขาย"

คำพูดนั้นเหมือนลูกศรที่อาบยาพิษ เซบาสเตียนลุกขึ้นยืนกระแทกเก้าอี้จนเกิดเสียงดังบาดหู ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่วางแผนไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เขาเดินสาวเท้าเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว บ่าวรับใช้พากันก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว

เขามาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของเธอ โน้มตัวลงมาจนระยะห่างยาวเหยียดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความกดดันที่รุนแรง

"คนขี้เหงางั้นหรือ?"

เขากระซิบข้างหูเธอ เสียงนั้นสั่นพร่าด้วยความโกรธ "ผมไม่ใช่คนขี้เหงา เอเลนอร์... ผมคือ 'เจ้าของ' และถ้าคุณยังไม่เลิกใช้ฝีปากกล้าๆ ของคุณถากถางผม ผมจะทำให้คุณรู้ว่าการอยู่ในคฤหาสน์นี้โดยไม่มีใครยอมพูดด้วยแม้แต่คำเดียว... มันโดดเดี่ยวของจริงเป็นยังไง"

เขาหันไปสั่งบ่าวรับใช้ด้วยเสียงอันดัง

"นับจากนี้ไป ห้ามใครในบ้านหลังนี้พูดกับคุณผู้หญิงแม้แต่คำเดียว ถ้าผมได้ยินว่าใครปริปากคุยกับเธอแม้แต่เรื่องสภาพอากาศ... ผมจะไล่ออกทันทีโดยไม่มีเงินชดเชย!"

เขาก้มลงมองใบหน้าซีดเผือดของเอเลนอร์ แล้วยิ้มอย่างผู้ชนะ

"ในเมื่อคุณชอบสงครามความเงียบนัก... ผมก็จะมอบมันให้คุณอย่างเต็มอิ่มเลยล่ะ เลดี้เอเลนอร์"

เขาเดินจากไป ทิ้งให้เธอนั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบที่แท้จริง บ่าวรับใช้พากันหลบตาและถอยห่างจากเธอราวกับเธอเป็นตัวกาลกิณี เอเลนอร์มองดูโต๊ะอาหารที่ว่างเปล่า ความโดดเดี่ยวที่เธอเคยคิดว่ารับมือได้ เริ่มกัดกินหัวใจเธอช้าๆ ในคฤหาสน์โรสวูดไม่ได้มีแค่เซบาสเตียนที่ร้ายกาจ แต่ยังมี "มาร์ธา" หัวหน้าสาวใช้ที่ทำงานกับเซบาสเตียนมาตั้งแต่เขายังตั้งไข่ในย่านคนจน เธอจงรักภักดีต่อเจ้านายอย่างบ้าคลั่ง และจงเกลียดจงชัง "พวกผู้ดีตกยาก" อย่างเอเลนอร์เข้าไส้ เมื่อเจ้านายพูดแบบนี้จึงทำให้เขาคิดว่าต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนี้สักหน่อย บ่ายวันนั้น เอเลนอร์เรียกขอสบู่และผ้าเช็ดตัวผืนใหม่เพื่อจะอาบน้ำ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับเป็นเพียงความว่างเปล่า เธอดึงสายเรียกบ่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งมาร์ธาเดินเข้ามาพร้อมกับสาวใช้คนสนิทอีกสองคน พวกเธอไม่พูด ไม่จา ทำเพียงแค่วางอ่างน้ำที่มี น้ำเย็นจัดจนเกือบเป็นน้ำแข็ง ลงบนพื้นไม้ แรงกระแทกทำให้น้ำกระเซ็นเปียกชายกระโปรงไหมพรมของเอเลนอร์

"นี่มันน้ำเย็น... ฉันต้องการน้ำอุ่น" เอเลนอร์บอกด้วยเสียงเรียบ

มาร์ธาไม่ตอบ เธอเพียงแต่แสยะยิ้ม มองดูเอเลนอร์ด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะแกล้งทำมือลื่น ปล่อยตะกร้าผ้าเช็ดตัวตกลงไปในอ่างน้ำที่วางอยู่บนพื้น ผ้าขนหนูสีขาวสะอาดซึมซับน้ำเย็นเฉียบจนเปียกชุ่มและสกปรก

สาวใช้คนหนึ่งแสร้งทำเป็นอุทานแบบไม่ออกเสียง แล้วเดินจากไปโดยทิ้งผ้าที่ใช้การไม่ได้ไว้ตรงนั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กรงขังสีกุหลาบ   ขวากหนามในเงามืด

    ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำอาบ แต่ความร้ายกาจเริ่มลามไปถึงทุกส่วนในชีวิตของเอเลนอร์ เมื่อเซบาสเตียนไม่อยู่ในหลายๆครั้ง เอเลนอร์จะได้รับอาหารที่ 'เย็นชืด' หรือบางครั้งก็มี 'เศษเกลือ' โรยจนทานไม่ได้ เมื่อเธอประท้วง มาร์ธาก็เพียงแต่ชี้ไปที่กฎของเซบาสเตียน—ห้ามพูดกับเธอ—แล้วเดินสะบัดก้นจากไป หลายครั้งหลายคราที่เธอโดนกระทำเช่นนี้แต่เธอเองก็ขี่เกียจที่จะถือสา ในเช้าวันหนึ่งเอเลนอร์เองก็พบว่าชุดเดรสผ้าไหมที่เธอเหลือติดตัวมาจากบ้านเดิมถูกคนทำน้ำยารีดผ้าหกใส่จนเป็นรอยด่าง หรือบางชุดก็มีรอยฉีกขาดตรงตะเข็บอย่างจงใจ บางครั้งในยามค่ำคืนที่เอเลนอร์ต้องเดินผ่านโถงทางเดิน เหล่าบ่าวไพร่จะรีบดับเทียนล่วงหน้า ทิ้งให้เธอต้องคลำทางในความมืดมิดเพียงลำพัง ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักที่ดังมาจากมุมมืด หากเซบาสเตียนไม่อยู่เหตุการแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติของคฤหาสน์โรสวูด แมนเนอร์อย่างมาก เย็นวันหนึ่ง เอเลนอร์เดินลงมาที่ห้องครัวเพราะทนความหิวไม่ไหว เธอพบมาร์ธากำลังนั่งกินซุปเนื้อส่งกลิ่นหอมฉุยอย่างสำราญใจ ขณะที่ถาดอาหารของเอเลนอร์มีเพียงขนมปังแข็งๆ กับน้ำเปล่า มาร์ธาจงใจกระแทกถ้วยซุปสลัดน้ำแกงกระเด็นใส่หลังมือของเอเลนอร์

  • กรงขังสีกุหลาบ   มื้อเช้าที่อาบด้วยหยาดน้ำแข็ง

    แสงอาทิตย์ยามเช้าลอดผ่านหน้าต่างบานสูงของห้องอาหาร แต่มันกลับไม่อาจมอบความอบอุ่นให้แก่บรรยากาศได้เลย เพราะเมื่อวานตอนค่ำที่เกิดเหตุการณ์บนโต๊ะอาหารนั้นขึ้นเซบาสเตียนก็พึ่งจะกลับมา เขากลับมาโดยท่าทีที่อ่อนลงกว่าเดิม เอเลนอร์ นั่งอยู่ที่ปลายสุดของโต๊ะไม้โอ๊กยาวเหยียดที่สามารถจุคนได้นับสิบคน โดยมี เซบาสเตียน นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอีกฝั่งหนึ่ง ระยะห่างระหว่างพวกเขาไกลเสียจนแทบจะมองเห็นรายละเอียดบนใบหน้าของกันและกันไม่ชัดเสียงเดียวที่ดังขึ้นคือเสียงช้อนเงินกระทบขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาแพง บ่าวรับใช้ยืนเรียงรายอยู่ตามผนังห้องด้วยท่าทางสงบนิ่งประดุจรูปปั้น เพราะเหตุการณ์เมื่อค่ำนั้นทำให้พวกเขายังฝังใจอยู่ มันยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยวที่เอเลนอร์กำลังเผชิญ"อาหารไม่ถูกปากงั้นหรือ?" เสียงของเซบาสเตียนดังก้องกังวานมาจากอีกฟากของโต๊ะ เขาพยายามจะพูดให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน เขาไม่เชื่อว่าหากพยายามพูดคุยกับเธอซ้ำๆจะไม่ได้ผล "หรือว่าเชฟที่ผมจ้างมาจากฝรั่งเศส ฝีมือยังสู้คนครัวเก่าๆ ในรูหนูของคุณไม่ได้?"แต่คำพูดของเขาก็เพื่อจะให้เธอหันมาสนใจเท่านั้น จนในที่สุดเอเลนอร์ก็สนใจในคำพูดเขาจริงๆ เธอวางช้อนลงนิ่ง

  • กรงขังสีกุหลาบ   สงครามความเงียบ

    สามวันผ่านไปนับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่โรสวูด แมนเนอร์... และเป็นสามวันที่เซบาสเตียนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังใช้ชีวิตอยู่กับร่างทรงที่ไร้วิญญาณ เอเลนอร์ทำตามหน้าที่ "ภรรยา" อย่างไร้ที่ติ เธอลงมาทานมื้อค่ำตรงเวลา นั่งหลังตรงสง่างามในชุดสีหม่นที่ดูราวกับไว้ทุกข์ให้ตัวเอง เธอขยับช้อนส้อมด้วยท่วงท่าที่นิ่มนวลที่สุด แต่สิ่งเดียวที่เธอไม่ทำคือ การรับรู้ว่ามีเขาอยู่ตรงนั้น"ซุปไม่อร่อยหรือ?" เซบาสเตียนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่น่ารำคาญใจเอเลนอร์เพียงแต่ตักซุปเข้าปากช้าๆ ทำเป็นเหมือนหน้าที่ที่ทำทุกวัน สายตาของเธอจับจ้องไปที่ภาพวาดบนผนังด้านหลังของเขาด้วยสายตาแห่งความว่างป่าว เธอไม่ได้ตอบ ไม่แม้แต่จะสั่นหน้าหรือพยักหน้า ราวกับว่าเสียงของเขาเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านออกไป"เอเลนอร์... ผมถามคุณ" เซบาสเตียนกล่าวขึ้นเขาเริ่มกดเสียงต่ำลง และความอดทนเริ่มปริร้าวเธอวางช้อนลงอย่างแผ่วเบา เช็ดมุมปากด้วยผ้าลูกไม้อย่างประณีต จากนั้นเธอก็หันไปหาบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่มุมห้องที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ในห้องกินข้าว"รบกวนขอรินน้ำเพิ่มให้ฉันทีจ้ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกับบ่า

  • กรงขังสีกุหลาบ   คฤหาสน์ทมิฬ

    รถม้าสีดำขลับที่ประทับตราอักษรย่อ 'D' เคลื่อนตัวผ่านประตูเหล็กดัดมหึมาที่ดูราวกับซี่กรงปีศาจ เอเลนอร์ค่อยๆลืมตาขึ้นมา มองผ่านออกไปนอกหน้าต่าง สายหมอกยามค่ำคืนปกคลุมคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มันไม่ใช่สถาปัตยกรรมแบบเก่าที่ดูอ่อนช้อยเหมือนบ้านของเธอ แต่มันคือสิ่งก่อสร้างที่โอ่อ่า แข็งแรง และเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานของมหาเศรษฐีหน้าใหม่ ต้นไม้หลายๆต้นกำลังผลิใบและมีอีกหลายๆต้นที่กำลังออกดอก เงาตะคุ่มตะคุ่มของไม้พุ่มที่ปลูกไว้มีลักษณะต่างๆ พอกระทบกับแสงไฟสลัวๆตามเสาไฟ จึงทำให้รูปเงานั้นประหลาดยิ่งกว่าเดิม "ที่นี่คือ 'โรสวูด แมนเนอร์'..." เสียงทุ้มของเซบาสเตียนพูดขึ้นเมื่อเขาเห็นผู้หญิงที่อยู่ข้างๆลืมตา แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าอย่างพิจราณา เขาเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย "ที่พักแห่งใหม่ของคุณ และอาจจะเป็นที่ที่คุณต้องฝังร่างไปตลอดกาล"เสียงนั้นกล่าวขึ้นต่อก่อนที่รถม้าจะหยุดสนิท ประตูรถม้าถูกเปิดออกโดยบ่าวรับใช้ในชุดยูนิฟอร์มสีเขียวเข็มที่ตัดเย็บอย่างประณีต แต่สายตาที่พวกเขามองมายัง 'เลดี้' ผู้มาใหม่นั้นกลับเต็มไปด้วยความสงสัยและระคนไปด้วยความสะใ

  • กรงขังสีกุหลาบ   สัญญากรง

    หลังจากเธอมองดูเอกสารสัญญาการสมรสอยู่นาน ปลายปากกาขนนกตวัดลงบนกระดาษ เอเลนอร์รู้สึกเหมือนลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเธอถูกพรากไป เธอวางปากกาลงอย่างช้าๆราวกับมันมีน้ำหนักมหาศาล ก่อนจะถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยที่สุด เซบาสเตียนหยิบแผ่นสัญญาขึ้นมา เป่าลมเบาๆ ให้หมึกแห้ง รอยยิ้มที่มุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความดีใจ แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ชนะที่รอคอยนาทีนี้มาทั้งชีวิต “ยินดีด้วย... คุณผู้หญิงดาร์คเลย์” เขาเน้นย้ำนามสกุลใหม่ของเธอด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ระคายหู “คุณได้สิ่งที่ต้องการแล้ว” เอเลนอร์ตอบกลับด้วยเสียงที่แห้งผาก “ตอนนี้กรุณาสั่งคนของคุณให้หยุดขนของออกจากห้องสมุด และเผาสัญญาหนี้พวกนั้นเสีย ทำตามที่คุณรับปากไว้” เซบาสเตียนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งพลางโยนปึกกระดาษสัญญาหนี้ลงในเตาผิงที่กำลังคุกรุ่น เปลวไฟโหมลุกโชนขึ้นทันทีที่สัมผัสกระดาษ แสงสีส้มสะท้อนอยู่ในดวงตาคมปลาบของเขา “ผมเป็นนักธุรกิจ เลดี้เอเลอนร์ ผมรักษาคำพูดเสมอ” เขาขยับเข้ามาใกล้จนเธอแผ่นหลังชนกับขอบโต๊ะไม้ที่เย็นเฉียบ “แต่จำไว้ว่านับจากวินาทีนี้ สิ่งของทุกชิ้นในบ้านหลังนี้... รวมถึงลมหายใจของคุณ เป็นกร

  • กรงขังสีกุหลาบ   ความล่มสลายของกุหลาบแอชฟอร์ด

    เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างคฤหาสน์แอชฟอร์ดดูคล้ายกับเสียงกรีดร้องที่ไม่มีใครได้ยิน หญิงสาวนัยตาสีน้ำข้าว ใบหน้าเรียว คิ้วได้รูปพอดีรับกับดวงตา จมูกโด่งกำลังดี ดูเป็นธรรมชาติ ริมฝีปากอิ่มนุ่ม สวมชุดสีดำเข้ารูป ยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงที่ครั้งหนึ่งเคยใช้จัดงานเต้นรำอันหรูหรา แต่วันนี้ เครื่องเรือนทุกชิ้นกลับถูกคลุมด้วยผ้าขาว ดูราวกับวิญญาณที่ถูกจองจำ บนโต๊ะไม้โอ๊กกลางห้องมีเอกสารปึกหนาวางอยู่ พร้อมกับตราประทับสีแดงที่เขียนว่า'ยึดทรัพย์' ย้ำเตือนว่า ของที่อยู่ในบ้านหลังนี้ถูกยึดหมดแล้ว เช้าวันนี้เป็นวันที่ไม่สดใสเอาเสียเลย สิ่งรอบตัวของหญิงสาวดูเทาเทาไปหมด เสียงฝนตกยังอื้ออึงอยู่ในหัว"นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เลดี้เอเลนอร์ที่ได้เห็นคุณยืนอยู่ในบ้านที่ไม่มีแม้แต่กรรมสิทธิ์ในเศษอิฐสักก้อนเดียว"เสียงทุ้มต่ำและหยาบกระด้างดังมาจากมุมมืดของห้อง เอเลนร์ขยับตัวเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงนั้นคราแรกฟังดูไม่ชัดเจน เธอจึงเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาความนิ่งเฉยของชนชั้นสูงไว้ แม้ในใจจะสั่นสะท้าน ชายคนนั้นก้าวออกมาจากเงามืด เซบาสเตียน ดาร์คเลย์ ในชุดสูทสีดำขลับที่ไร้ที่ติ แต่ท่วงท่าการเดินของเขากลับดูเหมือ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status