Masukคิเรย์มองตามร่างเล็กที่เดินจ้ำอ้าวเข้าบ้าน ไม่แม้แต่จะชายตาหันแลเขาอีก เดี๋ยวนี้นับวันยิ่งเอาใหญ่ เริ่มแผลงฤทธิ์มากขึ้นทุกที สงสัยเขาคงต้องคิดหาวิธีกำราบหน่อยแล้ว
คิเรย์เดินทางกลับคอนโดไม่คิดแวะเข้าผับ ปล่อยให้ผู้จัดการคนสนิทเป็นคนดูแลแทนเขาเหมือนปกติ วันนี้เหนื่อยล้ากับเรื่องไม่เป็นเรื่องมาทั้งวัน เขาอยากพักผ่อนบ้าง แต่เพียงแค่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนส่วนตัว ของบางอย่างที่วางเด่นบนเตียงคิงไซต์เริ่มทำให้หัวอุ่น ประกายตาวาววาบราวมีไฟร้อนเต้นระริกอยู่ในนั้น ครืด! ครืด! ประจวบเหมาะกับตัวการต่อสายเข้ามา คิเรย์รีบกดรับและกรอกน้ำเสียงห้วนจัดกับอีกฝ่าย “ทำอะไรของเธอ แอบเข้าห้องนอนเฮียตอนไหน” “อ้าว เห็นละเหรอ แล้วโป๊ะแตกไหมอะ อีผู้หญิงที่เฮียพามามันเห็นด้วยไหม” ประสาทจะกิน คิเรย์กุมขมับหน้าเคร่งเครียด เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองต้องมาดูแลผู้หญิงเอาแต่ใจไร้มารยาทแบบนี้ มีอย่างที่ไหนบุกมาหาถึงห้องโดยพลการ หนำซ้ำยังแอบเข้าห้องคนอื่นและถอดบราวางโชว์บนเตียง คงคิดว่าหากเขาพาผู้หญิงเข้าห้องแล้วจะทำให้ผิดใจกันสินะ คิดได้ยังไงกันวะเนี่ย “ผู้หญิงอะไรของเธอ ทำแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ” ใจคิเรย์นั้นอยากเถียงกลับมากกว่านี้แต่ติดตรงที่พ่อของอีกฝ่ายต้องหมายหัวเขาแน่ หากรู้ว่าเขาทำให้ลูกสาวตนไม่พอใจ แล้วจะพาลกระทบมาถึงเรื่องงาน เป็นอะไรที่แม่ง! อึดอัดชิบหาย “ไม่เกินไปหรอก แต่ถ้าเฮียไม่พอใจจะเลิกดูแลหนูก็ได้นะ หนูค่อยให้ป๊าหาบอดี้การ์ดคนใหม่ก็ได้” เสนอทางเลือกด้วยเสียงเยาะหยันกวนอารมณ์ ทั้งที่เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่มีสิทธิ์ต่อรองมากมาย “พรุ่งนี้หนูมีงานถ่ายโฆษณาแถวๆ สตูใกล้ผับเฮีย มาเฝ้าหน่อยได้ไหม” สร้างความปวดหัวให้กันไม่พอยังจะขอให้เขาถ่อไปเฝ้าตัวเองอีก คิเรย์หน้าบึ้ง พรูลมหายใจถอนทิ้งเบาๆ “อืม ได้” จะให้เขาปฏิเสธและขัดใจเธออีก มีหวังเรื่องดีลธุรกิจล่มไม่เป็นท่าแน่ วันหยุดที่ได้มาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเหมือนแค่ถอนหายใจทิ้ง เผลอแป๊บๆ มุกดาต้องกลับมาทำงานต่อ แต่ก็ดีเหมือนกัน ช่วงเวลานี้ปล่อยให้เรื่องงานกลบความรู้สึกวุ่นวายในใจ จะได้ไม่ต้องเอาแต่คิดเรื่องคนไร้หัวใจคนนั้น “พันพรือมั่งเจ้ แรกวาไปเที่ยวไหนอะ” (เป็นไงบ้างเจ้ เมื่อวานไปเที่ยวที่ไหนอะ) “ไม่ได้ไปเที่ยวไหน นอนบ้าน” มุกดาตอบนาวินด้วยรอยยิ้มอ่อน ทั้งสองเป็นคนบ้านเดียวกัน คุยกันตามลำพังก็ชอบพูดภาษาบ้านเกิด “เอ้า ไสพันนั้น อุตส่าห์ได้หยุดทั้งที” (อ้าว ทำไมเป็นแบบนั้น อุตส่าห์ได้หยุดทั้งที) นาวินเลิกคิ้วถามเสียงแปลกใจ คิดว่ามุกดามีธุระเดินทางไปไหนถึงได้ขอสลับวันหยุดกับเขา แต่ที่ไหนได้ ดันบอกว่าหยุดเพื่อนอนที่บ้านซะนี่ “ก็ว่าอิไปเที่ยวผ่อนคลายบ้างนั่นแหละ แต่มามึนๆ หัวไม่ค่อยบายตัว เลยนอนพักผ่อนที่บ้านดีหว่า” (ก็ว่าจะไปเที่ยวผ่อนคลายนั่นแหละ แต่มึนหัว ไม่ค่อยสบายเนื้อตัว เลยนอนพักผ่อนที่บ้านดีกว่า) มุกดาให้คำตอบไขความข้องใจ นาวินร้องครางอ๋อ พอจะรู้แล้วว่าเธอไม่สบาย ถามไถ่อาการต่ออีกหน่อยว่าดีขึ้นหรือยังถึงได้มาทำงาน มุกดายิ้มตอบรุ่นน้องคนสนิทไม่ให้เป็นกังวล ร่างกายเธอแข็งแรงขึ้นเยอะ แม้ความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้เป็นอะไรเลยตั้งแต่แรก มุกดากำลังเตรียมตัวเข้างาน กระเป๋าผ้าใส่ของส่วนตัวเกือบถูกยัดใส่ตู้ล็อคเกอร์ของตัวเองหากไม่ติดตรงที่เสียงโทรศัพท์มือถือแผดร้องดังลั่นซะก่อน ปกติแล้วมุกดาไม่พกมือถือทำงาน เลยไม่คิดจะเอาติดตัวออกมาด้วย เห็นสายโทรเข้าแล้วหัวใจที่ห่อเหี่ยวกลับมากระชุ่มกระชวยเหมือนต้นไม้ใกล้ตายได้รับน้ำ แจ้งเจ้ลิตาผู้จัดการที่ผ่านเข้ามาพอดีขอออกไปคุยสายสำคัญก่อน ลิตาเห็นแล้วพยักหน้าอนุญาต มองรุ่นน้องด้วยความเอ็นดู เพราะเธอรู้ว่าสายเรียกเข้าที่ทำให้มุกดายิ้มแก้มแตกได้แบบนั้นคงไม่พ้นคนทางบ้าน แหล่งกำลังใจสำคัญสำหรับคนทำงานไกล “พ่อแม่กินข้าวกันยัง” สำนวนภาษาบ้านเกิดสุดแสนคิดถึงถามไถ่ชายหญิงมากวัยทั้งสองที่ผลัดกันเยี่ยมหน้าเข้ากล้อง อวดฟันกินหมากจนดำคล้ำหรือไม่ก็หงอกขาวแซมผมดำบนหัวให้ผู้เป็นลูกสาวได้เห็น “กินแล้ว แม่แกงส้มปลานิลกับลอกอหม้อเติบ” (กินแล้ว แม่แกงส้มปลานิลกับมะละกอหม้อใหญ่) ปลายสายตอบกลับน้ำเสียงแช่มชื่น มองลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนผ่านจอโทรศัพท์มือถือตาไม่กระพริบ “ฮาย คิดถึงแกส้มฝีมือแม่” มุกดาเม้มปากน้ำลายสอ คิดถึงทุกอย่างเกี่ยวกับที่บ้าน คิดถึงมากๆ “แต่ว่าพ่ออย่ากินแต่ของเผ็ดๆ จ้าน เดี๋ยวเจ็บพุงล่าวแหละ ถึงที่หมอนัดหนหน้าต้องไปตามนัดกันนะ เข้าใจที่นุ้ยแหลงม่าย” (แต่พ่ออย่าทานของเผ็ดมาก เดี๋ยวปวดท้องอีก และที่หมอนัดครั้งหน้าก็ต้องไปตามนัดด้วยนะ เข้าใจที่หนูพูดไหม) เสียงออกคำสั่งบิดาแบบไม่จริงจังนักเรียกรอยยิ้มจากคนทางไกลและยิ่งทวีความคิดถึงลูกสาวมากขึ้นทุกวัน ซึ่งหากมุกดาลองผละจากหน้าจอและมองดูรอบๆ ตัวสักนิดก็คงสังเกตเห็นได้ไม่ยากว่าผู้ชายร่างสูง หน้าตาดีดูมีเสน่ห์กำลังยิ้มกริ่มมองเธอห่างๆ ด้วยนัยน์ตาเอ็นดูระคนอยากทำความรู้จัก ชายหนุ่มยืนในมุมอับ มองพนักงานสาวสวยประจำคลับนี้ด้วยความรู้สึกเหมือนตกหลุมอะไรสักอย่าง ไม่สามารถฝืนใจให้ละสายตาจากเธอได้เลย เสียงเจื้อยแจ้วคุยภาษาใต้ที่เขาเองก็ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ใบหน้าสวยหวานปนเซ็กซี่น่ามองไม่ว่ายามยิ้มหรือหัวเราะ เธอสดใสและโดนใจเขาอย่างจังจนอยากทำความรู้จักให้มากกว่านี้ “น้อง..รู้จักผู้หญิงคนนั้นไหม ชื่ออะไร” “อ๋อ พี่มุกดาครับ ตัวท็อปบาร์เทนเทอร์คลับเรา” พนักงานหนุ่มที่โดนเรียกมองตามสายตาชายร่างสูงก็ยิ้มตอบง่ายดาย น้อยคนที่จะไม่รู้จัก เว้นเสียแต่คนที่พึ่งมาที่นี่ครั้งแรกแบบเขา “มุกดาเหรอ..ชื่อเพราะดีแฮะ” ไม่ละสายตาจากร่างเล็ก ยิ่งได้รู้จักชื่อเธอ เขาชักอยากเป็นฝ่ายทำความรู้จักบ้างแล้วสิหลังอาบน้ำเสร็จจัดการตัวเองอยู่ในชุดพร้อมนอน แต่ฉันและซาร่าห์ยังไม่ง่วง นอนเล่นมือถือได้นานนับชั่วโมง จากที่บอกเฮียตินว่าอยากพักผ่อน ถ้าเฮียมาเห็นเราในสภาพนี้คงขายหน้าแย่“เจ้ ดูอะไรนี่สิ” “หืม มีอะไร” ฉันเลิกคิ้วมองซาร่าห์ที่ส่งโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้ดูบางอย่าง สิ่งที่ปรากฏในจอคือข่าวเกี่ยวกับแม่นางแบบน้ำฟ้า พาดหัวข่าวทำนองว่าแอบเดตกับหนุ่มนักธุรกิจไฟแรงฉันคงจะไม่สนใจหากไม่ติดตรงภาพในข่าวเพิ่งแอบโดนถ่ายสดๆ ร้อนๆ วันนี้ ดูได้จากชุดที่เธอใส่ กระเป๋าที่เธอถือ แล้วไหนจะหนุ่มนักธุรกิจไฟแรงในข่าวแอบถ่ายได้ไกลมาก ต่อให้เห็นยัยน้ำฟ้าชัดแต่นักธุรกิจหนุ่มที่ว่าค่อนข้างจะเบลอไปหน่อย แต่ว่ารถนี่สิ รถที่พวกเขานั่งด้วยกันมันสะดุดตาสะดุดใจฉันเหลือเกิน “เห็นผู้ชายไม่ชัด แต่รถนี่คล้ายของเขามากเลยนะเจ้” ‘เขา’ ที่ซาร่าห์หมายถึงคงไม่ใช่ใครอื่นไกล และน้องก็คิดเหมือนฉันซะด้วยสิ“เฮียคิเรย์เหรอ..” เอ่ยออกไปแผ่วเบาเหมือนคนหาเสียงตัวเองไม่เจอ หัวสมองหนักอึ้งอย่างกับถูกทุบด้วยของแข็ง“แต่รถแบบเฮียไม่ได้มีคันเดียวสักหน่อยเนอะ เลขทะเบียนก็เห็นแบบลางๆ อาจไม่ใช่ก็ได้นะเจ้” น้องพยายามปลอบฉันเมื่อเห
“จองแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอคะ แต่คนที่จับชุดนี้ก่อนคือพวกฉันนะ และเราก็กำลังจะซื้อชุดนี้ด้วย” ซาร่าห์จิกลูกกะตาจ้องตอบอีกฝ่ายแบบไม่ยอมลงให้ง่ายๆ ปกติไม่ชอบแย่งชิงอะไรกับใครเขาหรอก แต่กับผู้หญิงคนนี้มีเซ้นส์บางอย่างที่บอกฉันว่าต้องห้ามอ่อนข้อให้เด็ดขาด “ฉันจะซื้อตัวนี้ค่ะ”“อ้าวแม่นี่ ก็บอกแล้วไงจ๊ะว่าชุดนี้น้องน้ำฟ้าจองแล้ว” ผู้จัดการแม่นางแบบไฟท์กลับ หล่อนพร้อมกระชากชุดที่ว่าไปอยู่ในกำมือตัวเองได้ทุกเมื่อหากฉันเผลอ “นี่ นังบ้านนอก อย่าดันทุรังอยากได้ของที่ไม่มีปัญญาซื้อได้ปะ” “เอ้าอีนี่ นั่นปากหรือส้วมห้ะ!” ซาร่าห์หมดความอดทน“แล้วแกจะทำไม!” ต่างฝ่ายต่างพร้อมปะทะกันสุดๆ ร้อนไปถึงพนักงานคนอื่นๆ ต้องเข้ามาช่วยห้ามปราม พี่เมฆช่วยจับแยกอีกแรง ซึ่งหากไม่มีคนห้ามก็คงได้ตบกันนัวกลางชอปไปแล้ว“เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันอยู่ในขั้นพิจารณารับเป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์นี้ ถ้าฉันไม่ได้ชุดที่จองไว้ ก็อย่าหวังว่าเราจะได้ร่วมงานกัน แล้วถ้าผู้บริหารถามว่าทำไมฉันไม่ตกลงเซ็นสัญญา ฉันก็จะบอกว่าเป็นความผิดเธอ” ยัยน้ำฟ้าขู่พนักงานเสียงขรมจนพวกเขาก้มหัวไม่กล้าสู้หน้า มาถึงขั้นนี้ฉันพอจะเข้าใจบ้างแล้ว ถ้าฉันไม่
มุกดา |Partฉันพูดได้เต็มปากอย่างไม่อายว่าชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวันนี้นับตั้งแต่ได้เจอกับเฮียคิเรย์ รวมไปถึงเพื่อนๆ ของเขา หรือแม้แต่เฮียตินที่ตามจีบฉันอยู่ก็ตาม ชีวิตที่เคยขัดสนได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่าง ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ทานของอร่อยที่ไม่เคยทานมาก่อน มีคนคอยดูแลอารักขาราวกับเจ้าหญิง มีชีวิตหรูหราในแบบที่ไม่คิดว่าจะมี และถึงแม้โอมากาเสะคอร์สหมื่นจะอร่อยมากแค่ไหน ยังไงฉันก็ไม่ลืมแกงไตปลาปักษ์ใต้บ้านเกิดตัวเองหรอกนะ “พี่เมฆไปหาอะไรทำก่อนก็ได้ ไม่ต้องเดินตามฉันสองคนหรอก”“ไม่ได้ครับคุณมุกดา นายสั่งผมให้ดูแลคุณทั้งสองคน ผมต้องทำตามคำสั่งนายครับ” พี่เมฆบอกกับฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่ยอมห่างจากกันสักวินาที เดินตามราวเป็นหุ่นยนต์จนฉันและซาร่าห์อึดอัดอยู่บ้าง แต่จะทำไงให้ในเมื่อเฮียตินให้พี่เมฆผู้เป็นลูกน้องขับรถไปรับฉันและซาร่าห์เข้ามาในกรุงเทพเพื่อเดินทาง ทริปทะเลพรุ่งนี้จะได้เป็นไปอย่างสะดวก ฉันต้องการชอปปิงเสื้อผ้ารองเท้าตามประสาผู้หญิงกับซาร่าห์แค่สองคน เฮียตินก็ยังกำชับให้พี่เมฆตามมาคอยดูแล ไม่พอแค่นั้น เฮียยังสั่งพี่เมฆอีกว่าหากฉันและซาร่าห์ต้องการอะไรก็ให้พี่เมฆเป็นคนจัดก
ครั้นถึงเวลาเลิกงาน มุกดามัวแต่อยู่ช่วยน้องพนักงานคนอื่นๆ เก็บของ ทำให้กลับช้ากว่าปกติ แล้วบทจะดวงซวยมันก็ซวยแบบติดๆ ราวนัดกันมา“ทำไมเป็นงี้วะเนี่ย” หัวร้อนผ่าวเพราะสภาพยางล้อรถทั้งสี่แบนแต๋ติดพื้น แล้วรถของเธอคันใหม่เอี่ยมอ่องเพราะดูแลรักษาเป็นอย่างดี ก็อย่างว่าแหละ…เฮียคิเรย์เป็นคนซื้อให้เอง มุกดาเลยมั่นใจว่าที่รถของเธอล้อแบนแบบนี้ต้องเป็นฝีมือคนทำใครมันชั่งกล้า!“มีอะไรพี่ช่วยมั้ยครับ”“เชี่ย! มาได้ไงเนี่ย” ตกใจจนตัวสะดุ้ง มือเรียวยกทาบหน้าอกในขณะกำลังก้มๆ เงยๆ สำรวจรอบรถแล้วเจอเข้ากับชายคนเดิมที่พึ่งปะทะฝีปากกันไปไม่นานหรือว่าจะเป็นฝีมือหมอนี่?“ว่าไงครับคนสวย พี่ช่วยไหม”“ไม่ต้องค่ะ ถ้าจะช่วยแต่ช่วยหลีกไปไกลๆ ก็พอ” แม้สงสัยแต่ไม่อยากปรักปรำและหาเหาใส่หัว ดูท่าแล้วผู้ชายคนนี้คงดื่มไปใช่น้อย ตาแดงๆ กลิ่นเหล้าก็แรงแสบจมูก“เอาน่า พี่ช่วย ไหนมาดูหน่อย…โห แบนทั้งสี่ล้อเลย”หน็อยยยย! มันเหมือนเยาะเย้ยกันมากกว่าจะช่วยนะ มุกดายืนเท้าสะเอวนับหนึ่งถึงสิบให้ตัวเองใจเย็นๆ“แต่ยางแบนขนาดนี้พี่ซ่อมไม่เป็นหรอก เอางี้สิ..ให้พี่ไปส่งที่บ้าน ดีมั้ยครับ” ร่างสูงกว่าเธอหลายเซนติเมตรโน
คิเรย์หยิบอีกสองสามชุดขึ้นมาดู มันมีแต่ชุดว่ายน้ำวาบหวิวทั้งนั้น ไม่รู้ไอ้ตินคิดบ้าอะไรถึงได้เหมาชุดพวกนี้เตรียมไว้ให้มุกดา เธอจะมองเพื่อนเขาเป็นคนหมกมุ่นไหมนะ“ให้ใส่ชุดแบบนี้ ไม่หวงเหรอ” “หวงทำไม ต้องรู้จักใจกว้าง” มาร์ตินยิ้มขำ สีหน้ากะล่อนมองคิเรย์ที่ให้ความสนอกสนใจกับกองชุดเหล่านี้ “หรือมึงหวง” เลิกคิ้วถามเสียงเรียบคิเรย์จ้องหน้าอีกฝ่ายกลับ ยอมรับว่าเมื่อครู่ใจเต้นแรงกับคำถามสุ่มสี่สุ่มห้าของมัน “ทำไมกูต้องหวง”“ก็เห็นมึงดูไม่สบายใจ ดูเป็นเดือนเป็นร้อนแทนคนใส่”“กูก็แค่ถามไปงั้น” คิเรย์กลบเกลื่อนความรู้สึกหงุดหงิดใจ โยนชุดที่ถือในมือบนเตียง “เห็นมึงหวงมุกดานักหนาแต่ยอมให้ใส่ชุดพวกนี้”“กูยังไม่ได้เป็นผัวน้องไหมล่ะ ออกตัวเยอะเดี๋ยวน้องไม่ปลื้ม” ตอบทีเล่นทีจริงด้วยอารมณ์ขัน แต่คนที่ไม่ขำด้วยก็คือคิเรย์ปากบอกยังไม่เป็นผัว แต่แม่งทุกวันนี้มันสนใจแต่มุกดาจนคนอื่นเขาคิดว่าคบกันหมดแล้ว และต่อให้หงุดหงิดใจแค่ไหน ก็ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้ เก็บจนไปๆ มาๆ จะกลายเป็นระเบิดตู้มอยู่แล้วหลังลูกน้องสรรหาชุดที่โดนใจ ตรงสี ตรงไซต์มาได้สำเร็จเพื่อที่มาร์ตินจะเก็บชุดที่ว่าไว้เซอร์ไพรส์
ธุรกิจโรงแรมสุดหรูติดชานเมืองหลวงคืออีกหนึ่งมรดกที่คิเรย์ได้รับจากคุณย่าหลังจากท่านเสียชีวิตได้หลายปีแล้ว แรกเริ่มเดิมทีมันตกอยู่ในความดูแลของลูกพี่ลูกน้องคนสนิทแต่เมื่อเขากลับมาตั้งต้นชีวิตที่ไทยก็ต้องสืบต่อหน้าที่เจ้าของกิจการตัวจริงด้วยตัวเองปกติคิเรย์จะเทียวไปเทียวมากรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเพราะต้องดูแลทั้งผับและโรงแรม แม้เทคโนโลยีสมัยใหม่จะสั่งงานทางไกลและควบคุมทุกอย่างได้ดี แต่การเข้ามาดูแลด้วยตัวเองย่อมดีกว่าอย่างในวันนี้มีแขกคนสำคัญเป็นถึงคณะท่านทูต คิเรย์จึงต้องมาดูแลต้อนรับด้วยตัวเอง พนักงานของเขาก็ช่วยจัดการเตรียมพร้อมทุกอย่างตามที่สั่งไป ไม่มีจุดไหนขาดตกบกพร่อง ทั้งแขกเข้าพักและเจ้าของโรงแรมหน้าตาชื่นบานกันถ้วนหน้า “ฝากที่เหลือด้วยนะครับพี่โสภา”“ได้ค่ะคุณคิเรย์ ไว้ใจพี่ได้เลยค่ะ” เลขาสาวรุ่นใหญ่ยิ้มแย้มรับคำ เรื่องงานเธอไม่เคยทำให้เจ้านายหนุ่มผิดหวังเลยสักครั้งฝากฝังงานเสร็จแล้ว คิเรย์รีบบึ่งออกจากโรงแรมเพราะเขามีที่ที่ต้องไปต่อ ยานพาหนะคันโปรดคู่ใจขับไปตามถนนสายหลักซึ่งเส้นทางที่ว่าพาเขามาถึงจุดหมายปลายทางในไม่ช้าไม่นานโรงพยาบาลสัตว์ pet BRตึกสีขาวทันสมัยสองช
![สิงขร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






